تسجيل الدخول“คุณหญิง จะเป็นคู่เต้นรำให้พี่สักสองเพลงจะได้หรือไม่”
ชายสูงวัยในชุดทักซีโดถามย้ำพร้อมแสยะยิ้มกว้าง หญิงก้อยแน่ใจแล้วว่าเขาชวนให้เธอเป็นคู่เต้นรำ เธอเหล่มองไปที่พี่หญิงและหม่อมแม่ซึ่งพยักหน้าให้เล็กน้อย เช่นนั้นจึงลุกขึ้นยืนหลังตรงอย่างสุภาพ ยกยิ้มมุมปากก่อนจะย่อตัวลงเล็กน้อย
“ด้วยความยินดีค่ะ”
ชายสูงวัยผายมือออก หญิงก้อยวางมือของตัวเองลงไปบนฝ่ามือนั้น แล้วจึงให้เขานำออกไปยังฟลอร์เต้นรำ
ตลอดการเต้นรำหญิงสาวรู้สึกประหม่าอย่างที่สุด พยายามอย่างยิ่งที่จะเพ่งสมาธิเพื่อเต้นให้ถูกจังหวะและไม่เหยียบเท้าอีกฝ่าย แทบจะไม่กล้ามองสบตากับเขาตรง ๆ สักเท่าไร เป็นคู่เต้นรำของเธอเสียอีกที่มองหญิงก้อยแทบไม่วางตา จนทำให้เธออึดอัดจนบอกไม่ถูก
จบไปสองเพลงตามที่ตกลงไว้ หญิงก้อยรู้สึกโล่งใจ รีบโค้งให้คู่เต้นอย่างสุภาพก่อนจะกลับไปนั่งที่ คืนนั้นหญิงก้อยได้เต้นรำกับพี่ชายอีกสองเพลงซึ่งรู้สึกสนุกสนานกว่าครั้งแรกมากนัก ดึกทีเดียวกว่างานจะเลิก กว่าจะล้างหน้าสระผมอาบน้ำเสร็จก็ใช้เวลาไปไม่น้อย หญิงก้อยผล็อยหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน
“โอ้โห... ของมากมายนี่คืออะไรหรือคะหม่อมแม่”
สองวันถัดมาก็มีคนนำของมากมายมาส่งแต่เช้า หม่อมแม่ทำท่าปากจุ๊ ๆ กับลูกสาวบอกให้เบาเสียงลงหน่อย หญิงก้อยเพิ่งจะสังเกตว่ามีแขกมาด้วย ยืนอยู่ท้ายสุดของขบวนของทั้งหลาย เป็นหญิงแก่ตัวเล็กผอมเกร็งแต่ยังแข็งแรงคล่องแคล่ว ผมที่เกล้ามวยไว้ท้ายทอยมีสีดอกเลาแซมมากมายแล้ว เธอแต่งตัวด้วยชุดคอจีนสีส้ม ที่คอ ข้อมือ และนิ้วล้วนมีเครื่องประดับทองสะดุดตา
หม่อมไฉไลส่งสัญญาณให้ลูกหญิงทั้งสองไหว้สาแขกผู้มาเยือน
“นี่คงจาเป็นอาคุงหญิงก้อยกับอาคุงหญิงกุ้งสินะฮ้า สวยทั้งคู่ สวยทั้งคู่”
“คุณกิมลั้งเชิญไปนั่งพักรับน้ำชาด้านในก่อนเถิดค่ะ”
หม่อมไฉไลนอบน้อมกับ ‘คุณกิมลั้ง’ เป็นพิเศษ หญิงก้อยไม่เคยเห็นเธอมาที่วัง และไม่เคยได้ยินใครพูดถึงเธอมาก่อน หม่อมไฉไลเดินนำพาคุณกิมลั้งไปห้องปีกโดยส่งสายตาให้หญิงกุ้งกับหญิงก้อยตามไปด้วย
“หม่อมไฉไลฮ้า ชอบของพวกนี้มั้ยฮ้า”
คุณกิมลั้งจิบน้ำชาหายเหนื่อยแล้วจึงเริ่มต้นสนทนา เบื้องหน้ามีของมากมายวางทั้งบนโต๊ะและบนพื้น มีเครื่องแก้วแบบฝรั่งชุดใหญ่ ผ้าทออย่างดีหลายพับ และกล่องเครื่องประดับสีแดงใบหนึ่ง
“คุณกิมลั้งกับท่านเจ้าคุณกรุณามาก สวยงามทุกชิ้น”
“นี่แค่ส่วนหนึ่ง ขอส่งมาเป็นของหมั้นตามประเพณีก่อนนะฮ้า และนี่ฮ่า... หม่อมพิจารณาดูก่อนฮ่ะ”
คุณกิมลั้งส่งกระดาษใบหนึ่งให้หม่อมไฉไล เธออ่านพิจารณาสักครู่แล้วจึงเอ่ยขึ้น
“กระชั้นขนาดนี้เลยหรือคะ ดิฉันเกรงว่าจะเตรียมตัวไม่ทัน”
“ปีนี้มีวันดีแค่นี้เท่านั้น วังอื่นชงหมก หม่อมมิต้องกังวลนะฮ้า อีชั้นจะจัดหาทุกอย่างให้ทันการเองฮ่ะ”
“เช่นนั้นดิฉันจะนำไปหารือกับท่านชายก่อน ได้เรื่องอย่างไรพรุ่งนี้จะส่งคนไปแจ้งให้คุณกิมลั้งทราบดีหรือไม่คะ”
หม่อมไฉไลสนทนาเรื่องทั่วไปกับคุณกิมลั้งอีกเล็กน้อย ระหว่างนั้นสายตาของคุณกิมลั้งมักจะมองมาที่หญิงก้อยอย่างชื่นชม พูดคุยอีกไม่นานนักเธอก็ขอลากลับ
“หญิงกุ้งจ๊ะ ช่วยดูแลให้บ่าวไพร่นำของพวกนี้ไปที่ห้องด้านบน แล้วทำบัญชีรายการไว้เสียหน่อยนะจ๊ะ”
หญิงกุ้งรีบจัดการตามที่หม่อมแม่สั่ง ในห้องปีกนี้จึงเหลือเพียงแค่หม่อมไฉไลกับหญิงก้อยเท่านั้น เธอเรียกลูกสาวให้มานั่งข้างกัน
“ลูกหญิง ชอบของที่คุณกิมลั้งนำมาหรือไม่”
“ชอบค่ะ สวยงามแปลกตา โดยเฉพาะเครื่องแก้วที่เหมือนของฝาหรั่ง แล้วยังชุดสร้อยคอต่างหูทับทิมขนาดน่ารักนั่นอีก สวยงามเก๋ไก๋ น่าจะเหมาะกับการใส่ออกไปงานกลางวันนะคะหม่อมแม่”
หญิงก้อยตอบอย่างอารมณ์ดี หม่อมไฉไลยิ้มอ่อนเอ็นดูลูกสาวยื่นจึงมือไปกุมมือไว้อย่างอ่อนโยน กระนั้นสายตาของหม่อมไฉไลที่กำลังมองมากลับมีความวูบไหวประหลาดจนหญิงก้อยจับสังเกตได้ แต่ก็แค่เพียงวูบเดียวเท่านั้น
“ชอบก็ดีแล้ว ของทั้งหมดเป็นของลูกนะจ๊ะ”
“ของลูกหรือคะ?”
“ทั้งหมดนั่น เป็นของหมั้นหมายของลูกจ้ะ”
“หมั้นหมาย? ของลูก? กับ... กับใครหรือคะ?”
“ทุกอย่างล้วนผ่านไปแล้ว บัดนี้ปัญหากำลังคลี่คลาย ลูกดีใจเหลือเกินที่ได้กลับบ้าน ท่านพ่อกับหม่อมแม่โปรดอย่าได้เป็นทุกข์อีกเลย ต่อไป...วังชินภัทรจะต้องมีแต่เรื่องดีๆเป็นแน่เพคะ”หญิงก้อยยิ้มหวานแล้วเข้าไปสวมกอดคนทั้งสองอย่างคิดถึง เธอมิถือโทษโกรธเคืองพ่อแม่ แม้พวกเขาต้องการให้เธอแต่งงานกับคนมั่งมีเพื่อผลประโยชน์ แต่อย่างไรเสียพวกเขาก็หวังให้เธอมีความสุข ได้ใช้ชีวิตบนกองเงินกองทอง มิได้อยากให้เธอต้องพบเจอความทุกข์เสียเมื่อไหร่ พระยาแก่เจ้าเล่ห์มีแผนการณ์แต่แรก อีกทั้งยังเก่งเรื่องสร้างภาพปิดบัง ย่อมไม่แปลกหากจะถูกหลอกให้ตายใจ“น้องหญิงก้อย ซูบผอมลงไปมาก ดูซิ...มอมแมมเสียด้วย ไปเถอะ...พี่จะพาเธอขึ้นไปข้างบน จะได้อาบน้ำผลัดผ้า พี่ให้บ่าวเตรียมห้องของน้องไว้แล้ว”เป็นหญิงกุ้งที่ช่วยเปลี่ยนเรื่องคลายบรรยากาศ กลัวว่าทั้งหม่อมแม่และท่านพ่อจะพากันโศกจนเป็นลมไปอีก เรียกบ่าวเข้ามาดูแลท่านชายกรเดช แล้วจึงพยักเพยิดพาหญิงก้อยออกไป“แล้วพี่ชายใหญ่กับพี่ชายกฤต ไปไหนเสียล่ะคะ”หญิงก้อยชวนหญิงกุ้งพูดคุยขณะเดินไปยังห้องของเธอ
รุ่งสางหลังมื้อเช้านายเด่นออกไปรอคนที่ท่าน้ำ มีนายเรืองมาอยู่รอเป็นเพื่อน“ไหนเอ็งบอกว่าแถววังมีคนของไอ้พระยาอยู่ ออกไปเช่นนี้ก็มิเท่ากับว่าเข้าถ้าเสือหรอกรึ”“ฉันกำลังรอคนมายืนยันว่าได้จัดการไอ้พวกนั้นแล้ว ต้องแน่ใจว่าไม่มีอันตราย จึงค่อยพาคุณหญิงกลับไป”ชายกฤตตกลงกับนายเด่นว่าเขาจะนำหลักฐานที่รวบรวมเก็บไว้ในที่ปลอดภัยไปหาผู้ใหญ่ที่พอจะเชื่อในตัวเขาเพื่อยืนยันว่าตนนั้นบริสุทธิ์มิได้สมคบอั้งยี่ เป็นพระยาธนบดีพี่เขยต่างหากที่ค้าอาวุธ สมคบอั้งยี่ อีกทั้งใส่ร้ายตน เมื่อทุกอย่างกระจ่างแจ้งเพียงพอ ก็หวังว่าผู้ใหญ่ท่านนั้นจะเชื่อแล้วช่วยเจรจากับนครบาลให้ดำเนินการ และช่วยเก็บกวาดนักเลงหัวไม้ที่คอยรังควาน รวมทั้งคุ้มครองคนที่วังชินภัทรกับพยานปากเอกทุกคนด้วยรออีกพักใหญ่ ในที่สุดก็มีเรือตรงมายังท่าที่พวกเขาอยู่ เป็นเรือที่มีตรากำกับเสียด้วย เมื่อเรือจอดนิ่ง เจ้าหน้าที่คนหนึ่งในชุดสีกากีเอ่ยถาม“นายเด่นใช่หรือไม่”“ขอรับ กระผมเอง”“ท่านสารวัตรให้พวกฉันมาคุ้มครองคุณหญิงหม่อมราชวงศ์กชกรจรัสศรี
อีกแล้ว....ทั้งสัมผัส ทั้งความรู้สึก แปลกใหม่สำหรับหญิงก้อยอีกแล้ว ความเสียดเสียวทำให้ท้องน้อยของเธอต้องบิดเกร็งเป็นระยะ อยากจะขยับหนีไปเสียให้พ้น ทว่ามือหนาก็รั้งตรึงเอาไว้ไม่ให้ขยับไปไหนได้ตามอำเภอใจ“พอเถิด อื้อออ!”กระทั่งอารมณ์ไต่เกือบถึงขีดสุด อาการคล้ายมีกระแสไฟแล่นไปทั่วร่างผุดขึ้นมาอีกครา หญิงสาวจึงอ้อนวอนขอ ด้วยเพราะว่าสัมผัสนั้นทำให้เธอทั้งเกร็งทั้งกระตุกมิอาจจะบังคับตัวเองได้ ทว่าชายหนุ่มอยากจะเย้าหญิงสาวให้หนักขึ้น จากแผ่วเบา ก็เปลี่ยนมาระรัวถี่ยิบ“อ๊ะ! อย่าทำเช่นนั้น... นายเด่น... อ๊า!”สัมผัสทุกสิ่งผสานเคล้าจังหวะ หญิงสาวสุขสมปนทรมาน ตัวบิดกระเส่าเข่าแทบจะหนีบเข้าหากัน ทว่าชายหนุ่มก็คอยแต่จะแยกออกให้กว้างขึ้น มือของเธอปัดป้องพยายามจะดันหัวของเขาออกให้พ้นจากหว่างขา ทว่าเขากลับจะไสหน้าไสลิ้นเข้ามาให้หนักขึ้น เขาก็ช่างรู้ไปหมดว่าตรงไหนจุดไหนต้องทำอย่างไรที่จะทำให้เธอไปถึงจุดสุดยอดหญิงสาวต้านทานไม่ไหว กระตุกเกร็งตัวก่อนจะหายใจหอบ บัดนี้ผ้าถุงที่เจิ่งนองหาได้เพราะเป็นเพียงแต่น้ำจากโอ่งไม่ เมื่อเธอได้สุขสมดั
“แล้วนายเด่นเล่า... รักฉันหรือไม่”หญิงสาวถามกลับ สายตาจ้องมอง ชายหนุ่มเคยเอ่ยให้เธอฟังตอนหลับเพราะมิกล้าเอ่ยคำนั้นต่อหน้า ไม่คิดเลยว่า กลับเป็นเธอที่คาดคั้นให้เขาต้องพูดออกมาเสียนี่ นายเด่นยิ้มอ่อนให้แก่หญิงอันเป็นที่รัก เป็นครั้งแรกที่เขาแพ้ทางให้แก่เธอ“รักเสมอ รักมาโดยตลอด รักเสียยิ่งกว่าชีวิตของตนเอง”หญิงสาวได้ยินดังนั้นก็ยกยิ้มละมุน นำมือสวยไปประคองหน้าชายหนุ่ม แล้วขยับเอื้อมตัวขึ้นไปจุมพิตอย่างอ่อนหวานหญิงก้อยทำให้ชายหนุ่มใจเต้นระทึกนัก เธอช่างน่ารักช่างเอาใจอะไรเช่นนี้ นายเด่นกำลังจะโถมจูบกลับไป ทว่า....โครกกก... ครากกกเสียงท้องดังลั่นไปทั้งเรือน ทำเอาหญิงก้อยหัวเราะเสียงดัง นอกจากน้ำแล้วก็มิได้มีสิ่งใดตกถึงท้องตั้งแต่บ่าย ไหนจะต้องวิ่งหนีเตะต่อยใช้แรงไปอีกมากโข ถ้าไม่หิวก็คงแปลกยิ่งนักหญิงก้อยลุกขึ้นไปจัดแจงสำรับให้เขา ตนเองก็ยังไม่ได้กินเช่นกัน สำรับเย็นวันนั้นที่ประกอบไปด้วยแกงส้มผักบุ้งกับปลาย่าง จึงได้หมดลงไปอย่างรวดเร็วหญิงก้อยเก็บของแล้วก็คิดจะไปอาบน้ำ ผลัดผ้านุ่งกระโจมอกไปย
หญิงก้อยฟังแล้วก็ไม่รู้ว่าจะขำดีหรือจะกลัวดี นายเด่นคนทะเล้นเล่าเรื่องใดก็พาลให้เป็นเรื่องตลกไปเสียหมด ซึ่งก็เป็นจริงอย่างที่หญิงก้อยคิด เพราะอันที่จริงแล้วที่นายเด่นต้องหนีมิใช่กลัวเรื่องต่อยตี ทว่ามันมีอาวุธมีดสั้นมาด้วย เขาไม่ควรมุทะลุ หากถูกจ้วงแทงแล้วเจ็บตัวมีแต่จะทำให้เสียงาน อีกทั้งควรเบี่ยงเบนให้มันออกจากชายกฤตให้มากที่สุด ด้วยเหตุนี้จึงใช้วิธีเผ่นแน่บไปอีกทาง ให้มันวิ่งตามและไม่มีเวลาเรียกพวกพ้องมาเพิ่มเติมนายเด่นพยายามล่อมันให้ไกลจากทิศทางที่ชายกฤตจะไปมากที่สุด โชคร้ายหน่อยที่ดันไปเจอพวกมันอีกสองคน กว่าจะหลุดพ้นจนแน่ใจว่าไม่มีผู้ใดตามตัวแล้วก็เย็นย่ำจนป่านนี้ จึงกล้าที่จะกลับมาหาหญิงก้อยได้ในที่สุด“คุณหญิงเตรียมตัวเก็บข้าวของไว้เถิดขอรับ เวลานี้คุณชายกฤตรวบรวมหลักฐานทุกอย่างครบถ้วนแล้ว กำลังติดต่อกับผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้ เพื่อนำทุกสิ่งส่งมอบแก่นครบาลในวันพรุ่งนี้”ทางฝั่งพระยาธนบดีกลัวเรื่องนี้เป็นที่สุด จึงได้เฝ้าดักทุกทางที่คิดออก ไม่ว่าจะควานหาตัวหญิงก้อยด้วยกลัวว่าจะส่งหลักฐานเรื่องการซื้อขายอาวุธปืนให้แก่พี่ชาย ทั้งนายเด่นที่จะพาพยานมาแ
“คุณชายกฤต! เหตุใดจึงออกจากวังมาเช่นนี้เล่าขอรับ! หากพวกมันพบตัวเข้าจะเป็นอันตรายได้!”คนที่มาหานายเด่นกลับเป็นชายกฤตเสียเอง เขาแต่งตัวคล้ายกับชาวบ้านมิต่างอันใดกับนายเด่นเลย“ทันทีที่แม่แดงเอาจดหมายมาให้ก็นั่งแทบไม่ติด ฉันคิดว่านายเด่นจะเป็นอะไรไปเสียแล้ว แล้วไหนจะน้องหญิงอีก เป็นเพราะฉันแท้ๆ พวกนายถึงต้องลำบากเช่นนี้ ฉันต้องมาได้เห็นกับตาว่านายปลอดภัยดีและต้องมาขอโทษนายโดยตรง ถึงจะรู้สึกผิดต่อแม่แดงน้อยลง”คนทั้งคู่พากันหาที่หลบมุมห่างไกลผู้คนได้พูดคุย กว่าที่ชายกฤตจะออกมาได้มิใช่เรื่องง่าย มีนักเลงเดินว่อนอยู่รอบวังเต็มไปหมด จึงใช้เวลาอยู่มากโขกว่าจะมาถึงที่นี่ได้“ตอนที่บ่าวจิกจากบ้านพระยาธนบดีพาเด็กสร้อยมาพร้อมกับหลักฐานกองโต ฉันกับพี่ชายใหญ่ก็ร้อนใจนัก อุตส่าห์เตือนหญิงก้อยแล้วว่าอย่าได้ทำการใดสุ่มเสี่ยงก็หาฟังไม่ ลองสอบถามกับบ่าวจิกและเด็กสร้อยก็มิได้ความอันใด โชคดีนักที่บ่าวจิกอาสากลับไปสืบความที่บ้านของพระยาธนบดีให้“ตกเย็นจึงได้รู้ว่าหญิงก้อยหายตัวไปเสียแล้ว ฉันนี่แทบขาดใจ คิดหาทางกับพี่ชายใหญ่อยู







