LOGINหลังจากวางสาย เธอก็ตวาดสายตามองเหลียงอวิ๋นเซินอย่างเย็นชา“ประธานเหลียงร้ายกาจจริง ๆ ถึงกับทำให้จ้าวเหวินยอมไปมอบตัวและรับผิดแทนทั้งหมดได้!”“ขอบคุณสำหรับคำชมครับคุณหนูสือ เมื่อไม่มีจ้าวเหวินแล้ว สถานการณ์ของสือซื่อคงจะยิ่งลำบากขึ้นไปอีกใช่ไหม?”สืออวี๋จ้องหน้าเหลียงอวิ๋นเซินแล้วเอ่ยเน้นทีละคำ “ต่อให้สือซื่อต้องล้มละลาย ฉันก็จะไม่ยอมให้เหลียงซื่ออยู่อย่างเป็นสุขแน่”พูดจบ สืออวี๋ก็หมุนตัวเดินจากไปเหลียงอวิ๋นเซินไม่ได้เก็บคำพูดของสืออวี๋มาใส่ใจ เขาเอนกายพิงโซฟาด้วยท่าทีผ่อนคลาย มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยดูจากสถานการณ์ตอนนี้ สือซื่อคงยื้อต่อไปได้อีกไม่ถึงครึ่งเดือนด้วยซ้ำต่อจากนี้เขาไม่ต้องทำอะไรเลย แค่รอให้สือซื่อล้มละลาย แล้วค่อยเข้าไปชุบมือเปิปผลประโยชน์ทั้งหมดก็พอเมื่อออกจากเหลียงซื่อ สืออวี๋ไม่มีเวลาแม้แต่จะพักหายใจ เธอรีบตรงไปยังสถานที่นัดหมายต่อไปเพื่อพบลูกค้าทันทีกว่าจะคุยกับลูกค้าเสร็จ ก็ปาเข้าไปบ่ายสองกว่าแล้วสืออวี๋ถือสัญญาที่เซ็นเรียบร้อยเดินออกมาจากร้านอาหาร แต่จู่ ๆ ภาพตรงหน้าก็มืดดับ ร่างของเธอเซถลาล้มลงไปด้านข้างไต้เฮ่อที่เดินตามหลังมาสองก้าวรีบเข้ามาประคอ
สีหน้าของสือหมิงฮุยขรึมลง “แกลองไปคุยดูก่อนเถอะ เผื่อว่าทางนั้นเขาอาจจะยอมช่วยก็ได้?”สืออวี๋เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้ากล่าวว่า “ค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว เดี๋ยวฉันจะลองติดต่อไปดูว่าตอนนี้เธอสะดวกให้เข้าพบไหม”“อืม ฉันไม่มีอะไรแล้ว แกไปทำงานเถอะ”หลังจากออกจากบ้านตระกูลสือ สืออวี๋ก็มุ่งหน้าตรงไปยังบริษัททันทีเมื่อทิ้งตัวลงนั่งในห้องทำงาน สืออวี๋หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ลังเลอยู่เนิ่นนานแต่สุดท้ายก็ตัดสินใจกดโทรหาฮว่าหรูเสวี่ยปลายสายกดรับอย่างรวดเร็ว เสียงเย็นชาอันเป็นเอกลักษณ์ของฮว่าหรูเสวี่ยดังลอดออกมา “คุณหนูสือ มีธุระอะไรกับฉันหรือคะ?”สืออวี๋เล่าสถานการณ์วิกฤตที่สือซื่อกำลังเผชิญอยู่อย่างรวบรัด ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่วในตอนท้าย “คุณหนูฮว่า ฉันรู้ว่าคำขอนี้อาจดูรบกวนเกินไป แต่ตอนนี้สือซื่อกำลังจะถึงทางตันแล้วจริง ๆ ค่ะ”ฮว่าหรูเสวี่ยถอนหายใจ น้ำเสียงเจือความลำบากใจ “คุณหนูสือ ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากช่วยนะคะ แต่ช่วงนี้ฉันเองก็มีเรื่องต้องจัดการเยอะมาก สินค้าของบริษัทลูกมีปัญหา กว่าจะแก้จบฉันคงปลีกตัวไปไหนไม่ได้เลย คุณลองไปถามคนอื่นดูเถอะค่ะ”สืออวี๋เตรียมใจว่าจะถูกปฏิเสธไว้ตั้งแต่แรกแล้
การล้มละลายและชำระบัญชีเพื่อปิดกิจการ คือจุดจบที่มองเห็นอยู่รำไรสือหมิงฮุยเองก็ตระหนักในข้อนี้ดี เพียงแต่เขายังไม่ยอมตัดใจ คิดแต่จะนำเงินก้อนสุดท้ายที่มีทุ่มลงไปในสือซื่อจนหมดหน้าตักในสายตาของสืออวี๋ พฤติกรรมเช่นนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับผีพนันอีกอย่าง เขาจะต้องพนันแพ้อย่างแน่นอนสือหมิงฮุยเบิกตากว้าง ระดับเสียงสูงขึ้นโดยไม่รู้ตัว “ยื่นขอเป็นบุคคลล้มละลายงั้นเหรอ?! แกพูดออกมาได้ง่าย ๆ! แกไม่รู้หรือไงว่าตลอดหลายปีมานี้ฉันทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อสือซื่อไปมากแค่ไหน? อีกอย่าง บริษัทนี้คุณย่าของแกเป็นคนสร้างมากับมือ ตอนนี้ท่านก็ไม้ใกล้ฝั่งแล้ว ถ้าสือซื่อต้องล้มละลาย แกคิดว่าท่านจะทนรับความกระทบกระเทือนใจไหวหรือ?!”สืออวี๋มีสีหน้าเย็นชา “ถ้าภายในครึ่งเดือนยังหาคู่ค้าไม่ได้ นอกจากรอวันล้มละลาย ยังจะมีหนทางอื่นอีกเหรอคะ?”“ฉันขายคฤหาสน์ได้ ขายทรัพย์สินที่เป็นชื่อของฉันได้ ไม่ว่ายังไง ฉันก็ไม่มีวันยอมให้สือซื่อต้องล่มสลายเด็ดขาด!”เมื่อเห็นสือหมิงฮุยมีท่าทีเด็ดเดี่ยวปานนั้น สืออวี๋ก็ขมวดคิ้วมุ่น “ต่อให้คุณขายคฤหาสน์หรือทรัพย์สินส่วนตัวไปก็เปล่าประโยชน์ ปัญหาหลักตอนนี้คือต้องหาคู่ค้ารายใหม่ให้ไ
“วางใจเถอะ ที่ฉันตามแกมาก็เพราะเรื่องงาน แกรีบกลับมาเดี๋ยวนี้เลย ฉันรอแกอยู่ที่บ้าน”หนึ่งชั่วโมงให้หลัง รถของสืออวี๋ก็มาจอดเทียบหน้าประตูบ้านตระกูลสือเธอก้าวลงจากรถแล้วเดินเข้าไปด้านใน ทันทีที่เท้าแตะธรณีประตูห้องรับแขก เธอก็ได้ยินเสียงโต้เถียงกันระหว่างโจวฉินกับสือหมิงฮุยดังลอดออกมา“สือหมิงฮุย ไม่ว่ายังไงฉันก็ไม่มีวันยอมให้คุณขายคฤหาสน์หลังนี้เด็ดขาด ถ้าขายแล้วพวกเราจะไปซุกหัวนอนที่ไหนกัน?! ตอนนี้สือซื่อเกินเยียวยาแล้ว เราควรรีบตัดช่องน้อยแต่พอตัว ถึงบริษัทจะล้มละลายไปจริง ๆ อย่างน้อยเราก็ยังมีบ้าน มีเงินเก็บ ส่วนพวกตึกแถวร้านค้าในชื่อฉัน ฉันตั้งใจจะเก็บไว้เป็นสินเดิมให้สืออวี๋ตอนแต่งงาน เป็นไปไม่ได้หรอกที่ฉันจะยอมขาย!”“ไม่ขายก็ต้องขาย ผมตัดสินใจไปแล้ว ตอนนี้บริษัทขาดเงินหมุนเวียนทุกวัน ขืนไม่มีเงินเติมเข้าไป อีกไม่นานบริษัทก็ต้องล้มละลายแน่”น้ำเสียงของโจวฉินแหลมสูงขึ้น “ก็บริษัทมันใกล้จะเจ๊งอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง? ลำพังเงินจากการขายที่ทางของฉันรวมกับค่าบ้านหลังนี้ ยังไม่พอให้บริษัทหมุนได้ถึงสองวันด้วยซ้ำ ยังไงฉันก็ไม่ยอมขายบ้านกับสมบัติของฉันเด็ดขาด!”สืออวี๋เดินเข้ามาในห้อง
เขาจะนั่งเครื่องบินออกจากเมืองเซินไปเมืองไห่ในเช้าวันพรุ่งนี้ คาดว่าชั่วชีวิตนี้พวกเขาไม่มีโอกาสที่จะได้พบกันอีกเขาเคยฉุกคิดขึ้นมาเหมือนกันว่า หากย้อนกลับไปเมื่อสามปีก่อน ถ้าเขาไม่เผลอใจไปรักเสินหลี ไม่นอกใจไปหาคนอื่น บทสรุปของพวกเขาในวันนี้จะแตกต่างไปจากเดิมหรือไม่?แต่เมื่อตรองดูให้ดี สุดท้ายก็เป็นเพียงความคิดที่หลอกตัวเองเท่านั้นต่อให้ไม่มีเสินหลี ก็คงมีผู้หญิงคนอื่นเข้ามาอยู่ดีเป็นตัวเขาเองต่างหากที่ไม่คิดจะฝากชีวิตไว้กับสืออวี๋ไปตลอดชีวิต จึงได้เบนความสนใจไปหาหญิงอื่นเรื่องราวทั้งหมดในตอนนี้ ล้วนเป็นผลกรรมที่เขาก่อขึ้นเองทั้งสิ้นการจากไปของเหลียงหยวนโจวไม่ได้เป็นที่สนใจของผู้คนในเมืองเซินมากนักเมื่อเหลียงอวิ๋นเซินทราบข่าวการจากไปของเขา ก็ทำเพียงแค่หัวเราะออกมาเบา ๆก็แค่ผู้แพ้ เขาเองก็ไม่มีนิสัยชอบซ้ำเติมคนที่ล้มแล้วเสียด้วย“ต่อไปไม่ต้องไปจับตาดูเขาแล้ว เป้าหมายต่อไปที่เราต้องจัดการคือตระกูลสือ”“รับทราบครับ ประธานเหลียง”หลายวันต่อมา เหลียงอวิ๋นเซินเดินสายพบปะกับคู่ค้าของสือซื่ออย่างต่อเนื่อง โดยยื่นข้อเสนอที่เย้ายวนกว่าเพื่อดึงให้คู่ค้าเหล่านั้นหันมาร่วมมือกับเ
ทันทีที่เขาวางโทรศัพท์ลง เซี่ยงชินเฟินก็หันมาถามทันที “ใครโทรมาเหรอ?”“ตำรวจโทรมา บอกว่าเสินหลีฆ่าตัวตายแล้ว และทิ้งทรัพย์สินทั้งหมดไว้ให้ผม”ได้ยินดังนั้น ดวงตาของเซี่ยงชินเฟินก็เบิกกว้างขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ตะเกียบในมือเกือบจะร่วงลงพื้น “เสินหลีฆ่าตัวตายงั้นเหรอ?!”เหลียงหยวนโจวพยักหน้า “อืม”ผ่านไปครู่ใหญ่ กว่าเซี่ยงชินเฟินจะตั้งสติและยอมรับความจริงนี้ได้“คิดไม่ถึงเลยว่าคนอย่างเสินหลีจะตัดสินใจทำแบบนี้...”จากที่เธอรู้จัก เสินหลีเป็นพวกตายยากเหมือนแมลงสาบ ขอแค่มีโอกาสก็พร้อมจะกลับมาตามรังควานเหลียงหยวนโจวได้เสมอคิดไม่ถึงว่า เพิ่งจะถูกคุมขังได้ไม่กี่วัน เธอก็ชิงจบชีวิตตัวเองไปเสียแล้ว“ถ้าไม่ทำแบบนี้ ครึ่งชีวิตที่เหลือของเธอก็ต้องติดอยู่ในคุก ไม่มีโอกาสได้ออกมาอีก”สำหรับเหลียงหยวนโจวแล้ว ข่าวการตายของเสินหลีไม่ได้สร้างความสะเทือนใจให้เขาเท่าไรนักเขาหมดรักผู้หญิงคนนี้ไปนานแล้ว ยิ่งมาเจอการกระทำอันน่ารังเกียจในช่วงหลัง ยิ่งทำให้เขารู้สึกขยะแขยงจนถึงที่สุดตลอดหลายวันต่อมา เหลียงหยวนโจววุ่นอยู่กับการจัดการงานศพของเสินหลีพอคนบ้านตระกูลเสินรู้ว่าเธอยกมรดกทั้งหมดให้เหลียงหยว






![คำสาปราคะคุณหนูตัวร้าย 3P [Nc20+]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
