Share

บทที่2

Author: ชุนกวงห่าว
เหลียงหยวนโจวหัวเราะอย่างได้ใจ “คราวหน้าผมจะระวังกว่านี้ เดี๋ยวไปซื้อยาให้คุณ”

เสียงของผู้ชายค่อยๆ จางหายไป สืออวี๋ก้มมองลิปสติกที่หักครึ่งในมือ ใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์

ทิ้งลิปสติกที่หักลงในถังขยะ สืออวี๋เปิดชั้นที่สองของกล่องเครื่องประดับ แต่พบว่ามีเพียงไม่กี่ชิ้น

ก่อนหน้านี้ในนั้นเต็มไปด้วยเครื่องประดับที่เหลียงหยวนโจวส่งให้ ไม่ต่ำกว่าร้อยชิ้น ตั้งแต่เหลียงหยวนโจวนอกใจ หลังจากผิดหวังต่อเขาหนึ่งครั้ง เธอก็จะเอาทิ้งหนึ่งชิ้น

ช่วงแรกทิ้งช้ามาก แต่หลังๆกลับทิ้งเร็วขึ้น ตอนนี้ก็เกือบหมดแล้ว

เหมือนกับความรักที่เธอมีต่อเหลียงหยวนโจว จากที่เคยเต็มล้นเหมือนคลื่นทะเล มาจนถึงตอนนี้ที่หมดกำลังใจและสิ้นหวัง ดูเหมือนกำลังจะจางหายไปจนหมดสิ้นแล้ว

สืออวี๋หยิบสร้อยคอทองเส้นเล็กขึ้นมา นี่คือของขวัญวันครบรอบสามปีที่เหลียงหยวนโจวส่งให้

จี้สร้อยเป็นรูปอุ้งเท้าแมว ตอนนั้นสืออวี๋อยากเลี้ยงแมวตัวหนึ่งมาก มักดูคลิปแมวจากบนออนไลน์

ตอนได้รับสร้อยนี้ เธอตื่นเต้นมาก หมุนเล่นจี้รูปแมวไม่หยุด

ทั้งคู่เคยวางแผนว่าจบการศึกษาแล้วจะเช่าบ้านด้วยกันและรับแมวตัวหนึ่งมาเลี้ยง แม้แต่ชื่อก็ตั้งเสร็จแล้ว เรียกว่า“โจวโจว”

แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เลี้ยง เหลียงหยวนโจวเริ่มเอาแต่ทำธุรกิจ หลังธุรกิจสำเร็จก็ยิ่งยุ่งจนไม่มีเวลาให้เธอเลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงจะนึกถึงเรื่องเลี้ยงแมว

คิดย้อนกลับไป ตั้งแต่ตอนนั้นความสัมพันธ์ของพวกเขาก็เริ่มมีปัญหาแล้ว

เธอมั่นใจเกินไป คิดว่าเหลียงหยวนโจวจะไม่เปลี่ยนใจ

สืออวี๋เก็บความรู้สึกปั่นป่วนไว้ ก้มหน้าทิ้งสร้อยทองลงในถังขยะ ปิดกล่องเครื่องประดับช้าๆ

ตอนนี้ในกล่องเหลือเพียงเครื่องประดับห้าชิ้น

เธอสวมเสื้อโค้ท หยิบกระเป๋าแล้วออกจากบ้าน

มาถึงสำนักงานกฎหมาย เพื่อนร่วมงานก็เข้ามาแสดงความยินดีที่เธอชนะคดีอีกครั้ง

“ทนายสือ ยินดีด้วยค่ะ!”

“ทนายสือ นี่คงเป็นคดีที่หกของเดือนนี้แล้วสินะ สมกับที่ได้รับฉายา ‘จอมทัพผู้ชนะทุกคดี’ ในสำนักงานกฎหมายเลยจริงๆ”

“คำที่ว่า ‘ล้มเหลวเรื่องความรัก แต่ประสบความสำเร็จในเรื่องงานนี่มันใช้ได้จริงๆเลย คุณดูสิตอนนี้การงานของทนายสือรุ่งเรืองขนาดไหน”

ทันใดนั้น เพื่อนร่วมงานอีกคนรีบดึงแขนให้สัญญาณเธอ เดิมทีอากาศที่สนุกสนานก็เงียบลงทันที ทุกคนมองหน้ากัน ไม่กล้ามองสืออวี๋

ทุกคนในสำนักงานกฎหมายล้วนรู้เรื่องที่เธอกับเหลียงหยวนโจวกำลังจะแต่งงานกัน บางคนที่ข่าวสารดียังรู้ด้วยว่าเหลียงหยวนโจวแอบสนิทกับเลขานุการของเขา แต่ไม่เคยพูดเรื่องนี้ต่อหน้าสืออวี๋

คนที่พูดก็เพิ่งรู้ตัวว่าพูดพล่าม จึงรีบขอโทษ “ทนายสือ ขอโทษนะคะ ฉันพูดไปมั่ว คุณอย่าใส่ใจไปเลยนะคะ……”

สีหน้าของสืออวี๋ซีดขาวเล็กน้อย มือที่ถือแฟ้มเอกสารกำแน่นขึ้น ฝืนยิ้มออกมา “ไม่เป็นไร คืนนี้ฉันเลี้ยงทุกคนกินข้าวที่ร้านอาหารเทียนเซียงเก๋อ หาเวลาว่างให้ได้นะ!”

ทุกคนรับปาก และหยอกล้อเพื่อคลายบรรยากาศกันเล็กน้อย เรื่องนี้ก็ผ่านไป

สืออวี๋กลับมาที่โต๊ะทำงาน เปิดคอมพิวเตอร์ จัดเรียงเอกสารคดีและเริ่มเขียนสรุปคดี

แต่เขียนไปสองชั่วโมง กลับได้แค่ไม่กี่บรรทัด ความคิดล่องลอยไปไกลแล้ว

ตอนเย็น สืออวี๋เดินเข้าร้านอาหารเทียนเซียงเก๋อกับเพื่อนร่วมงานสิบกว่าคน

ริมหน้าต่างมีสองเงาที่คุ้นเคย ตอนสืออวี๋หันไปมอง ก็สบกับตาที่เย็นชาของเหลียงหยวนโจวพอดี

เธอหายใจสะดุด วินาทีต่อมาอีกฝ่ายก็ละสายตา ป้อนของหวานให้เสินหลีกินต่ออย่างไม่สนใจคนรอบข้าง

แม้ต่อหน้าเพื่อนร่วมงานของเธอ เขาก็ไม่ให้เกียรติเธอสักนิดเลย

มีเพื่อนร่วมงานที่สนิทกับสืออวี๋อยู่แล้วหน้าเคร่งเครียด รีบก้าวไปข้าวหน้าเพื่อทวงความเป็นธรรมให้สืออวี๋

สืออวี๋ดึงมือเธอไว้ พูด้วยเสียงเรียบเฉย “ฉันไม่เป็นไร ไปที่ห้องส่วนตัวเถอะ”

บนใบหน้าของเพื่อนร่วมงานเต็มไปด้วยความโกรธ หันกลับมากำลังจะพูด แต่ก็ชะงันไปเมื่อเห็นสีหน้าที่ฝืนยิ้มของสืออวี๋

สุดท้ายก็ไม่พูดอะไร ปล่อยให้สืออวี๋ดึงเธอไปที่ห้องส่วนตัว

เรื่องความรัก ก็เหมือนการดื่มน้ำ ร้อน-เย็นก็มีแต่ผู้ดื่มเท่านั้นที่รู้ ในเมื่อสืออวี๋อยากรักษาภาพลักษณ์ของความสงบ พวกเขาก็ไม่มีสิทธิ์พูดอะไรทั้งนั้น

หลังจากสั่งอาหารเสร็จ สืออวี๋ก็ลุกไปห้องน้ำ

ทันทีที่ปิดประตู ได้ยินเสียงได้ยินเสียงเพื่อนร่วมงานกำลังพูดคุยกันอยู่ข้างใน

“เมื่อกี้ฉันเห็นไม่ผิดใช่ไหม? แฟนทนายสือป้อนผู้หญิงคนอื่นกินของหวานต่อหน้าทนายสือ ผู้ชายเลวชั่วชัดๆ!”

“ฉันก็เห็นเหมือนกัน ไม่รู้ว่าผู้ชายเลวๆแบบนี้ ทนายสือชอบเขาตรงไหน?เธอสวยขนาดนี้ เลิกกับเขาแล้วก็หาใหม่ได้ทันทีเลยนี่นะ?”

“เอ๊ย บอกได้ว่าต่างคนต่างยอมกันเอง ปกติทนายสือทำคดีเฉียบขาดชัดเจนขนาดนั้น แต่เรื่องความรักกลับงงงวยแบบนี้……”

สืออวี๋ไม่ได้ฟังต่อ แต่ก็พอเดาได้คร่าวๆ

อันที่จิรงพวกเขาพูดถูก แต่ทุกครั้งที่นึกได้ว่าชีวิตในอนาคตจะไม่มีเหลียงหยวนโจวอีกต่อไป หัวใจก็เจ็บปวดจนเธอรับไม่ไหว

นานเข้าไป เธอเองก็ชินแล้ว

ชินกับความเย็นชา ชินกับกลิ่นน้ำหอมของผู้หญิงอื่นบนตัวเขา และชินกับการที่แผลค่อยๆ หาย

เมื่อเดินมาที่ประตูห้องน้ำ เธอก็หยุดฝีเท้าในทันที คนทั้งคนราวกับถูกตอกตะปูไว้อยู่กับที่ จนขยับไม่ได้

ในไม่ไกลนั้น ภาพตรงหน้าทิ่มแทงตาเธออย่างแรง

เสินหลีนั่งอยู่บนอ่างล้างหน้า เหลียงหยวนโจวกอดเอวเธอไว้อย่าแน่น หันหลังให้สืออวี๋ จูบกันอย่างไม่แคร์ใคร

เมื่อก่อนต่อให้เขาจะทำมั่วยังไง ก็ไม่เคยจู๋จี๋กับผู้หญิงคนอื่นต่อหน้าเธออย่างนี้

แต่ตอนนี้ เขากลับทำแบบนี้

มองดูแผ่นหลังของเหลียงหยวนโจว สืออวี๋รู้สึกเหมือนอกถูกเจาะ มีลมหนาวพัดเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

เหลียงหยวนโจว ทำไมคุณถึงได้ใจร้ายขนาดนี้?

เพราะหมกมุ่นเกินไป เหลียงหยวนโจวไม่แม้แต่จะสั่งเกตเห็นสืออวี๋ที่ยืนอยู่ไม่ไกลนั้น

แต่ว่าต่อให้สังเกตเห็น สำหรับเขาแล้วมันก็ไม่ได้ให้เจ็บปวดหรือสะเทือนใจอะไร

เพราะเธอจะเสียใจหรือไม่นั้น เขาไม่สนใจนานแล้ว

กระจกสะท้อนภาพทั้งสองคนกอดกัน และสะท้อนใบหน้าที่ซีดเผือด และเศร้าโศกของสืออวี๋

เหมือนตัวตลกคนหนึ่ง

เสินหลีเป็นคนเห็นสืออวี๋ก่อน รีบดันเหลียงหยวนโจวออก “ประธานเหลียง……คุณหนูสือ……”

แก้มของเธอแดงระเรื่อ ดวงตาสีอัลมอนด์ส่องประกายความตื่นตกใจ น้ำใสวิบวับ ริมฝีปากสีแดงฉ่ำที่เขาเคยจูบแดงระเรื่อเหมือนผลไม้หวานที่เพิ่งสุกเต็มที่ ดึงดูดให้คนอยากลิ้มลอง

“ไม่ต้องสนเธอ”

“ประธานเหลียง……อื้อ……” คำพูดที่เหลือถูกเหลียงหยวนโจวกลืนหาย

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน เหลียงหยวนโจวถึงค่อยปล่อยเสินหลี อุ้มเธอลงจากอ่างล้างหน้า จัดกระโปรงให้ เธอแล้วเธอพาออกไป

ตอนเดินผ่านสืออวี๋ เขาเลิกคิ้วเยาะ “ยังดูไม่หนำใจอีกเหรอ? คืนนี้ให้ผมพาเสินหลีกลับไป ให้คุณได้ดูอย่างหนำใจหน่อยไหม?”

สืออวี๋หันหน้ามองเขา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยการเยาะเย้ย หาความอ่อนโยนในอดีตไม่ได้เลยแม้แต่นิด

“เหลียงหยวนโจว ลับหลังคุณกับเธอจะทำอะไรกันก็ได้ แต่……อย่าพามาให้ฉันเห็นได้ไหม? ถือว่าฉันขอร้องละ……”

เธอไม่รู้ว่าตัวเองยังจะทนได้อีกนานแค่ไหน

อนาคตที่เคยสัญญากัน ตอนนี้ดูเหมือนมีแต่เธอคนเดียวที่ยังฝันว่ามันจะเป็นจริง

เหลียงหยวนโจวยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ จับคางของเสินหลีแล้วจูบบนปากของเธออีกครั้ง

“แค่นี้ก็ทนไม่ไหวเหรอ? ทนไม่ไหว คุณก็สามารถยกเลิกการหมั้นหรือเลิกกันได้เสมอ”

สืออวี๋ก้มหน้า กำลังจะพูด แต่สายตาก็หยุดชะงักทันที

บนข้อมือของเสินหลีสวมกำไลทองรูปดอกทิวลิปไว้อันหนึ่ง ไม่ว่าจะดีไซน์หรือการทำ ก็เหมือนกับที่เหลียงหยวนโจวเคยออกแบบสั่งทำให้เธอเป๊ะเลย!
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คุณกับเลขาเกิดมาคู่กัน แล้วจะมาคุกเข่าในงานแต่งฉันทำไม?   บทที่ 550

    สืออวี๋เข็นรถเข็นพาซือเยี่ยนออกจากลิฟต์ พลากล่าวว่า "มิน่าโรงแรมนี้ถึงราคาแพง ที่แท้ก็เอาเงินไปทุ่มกับค่าดอกไม้พวกนี้นี่เอง อีกอย่างทำไมดีไซน์ของร้านอาหารนี้ถึงดูแปลก ๆ ชอบกลนะ"เธอรู้สึกตะหงิดใจในการตกแต่งของร้านอาหารที่ดูโอ่อ่าเกินความจำเป็น แค่ร้านสำหรับรับประทานอาหาร ต้องทำให้วิจิตรตระการตาขนาดนี้เลยหรือ?"พวกเราเข้าไปข้างในกันเถอะครับ"สืออวี๋เข็นรถเข็นพาซือเยี่ยนเข้าไปในร้าน ทันทีที่ก้าวข้ามธรณีประตู ก็เหลือบไปเห็นซือห่าวอวี่นั่งอยู่ไม่ไกล นอกจากนี้ภายในร้านยังมีคุณย่าสือ สือหมิงฮุยกับโจวฉิน รวมถึงซ่งจื่ออินและคนอื่น ๆ อยู่ด้วยเธอชะงักเท้า หันมองทางคุณย่าสือพลางถามว่า "คุณย่าคะ ทำไมคุณย่าถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?""แล้วไหนจะจื่ออินอีก... มาทำอะไรกันที่นี่คะ? แถมยังไม่บอกกล่าวกันสักคำ"เมื่อเธอพูดจบ ซือเยี่ยนซึ่งเดิมนั่งอยู่บนรถเข็นก็พลันลุกขึ้นยืน ล้วงกล่องกำมะหยี่ใส่แหวนออกมาจากกระเป๋า แล้วคุกเข่าข้างหนึ่งลงตรงหน้าสืออวี๋"อาอวี๋ ช่วงนี้ผมคิดทบทวนเรื่องราวมากมาย เอาแต่คิดว่าจะขอคุณแต่งงานที่ไหน จะขอยังไง และคุณจะตอบตกลงหรือไม่ จนสุดท้ายผมก็คิดได้ว่า ควรขอคุณแต่งงานต่อหน้าคร

  • คุณกับเลขาเกิดมาคู่กัน แล้วจะมาคุกเข่าในงานแต่งฉันทำไม?   บทที่ 549

    ซือเยี่ยนปรายตามองหลานชายแวบหนึ่ง ไม่ได้พูดอะไรหลังเสร็จสิ้นการฝึกเดินช่วงเช้า ขณะที่ซือห่าวอวี่กำลังจะกลับ ก็ถูกซือเยี่ยนเรียกตัวไว้"ฉันมีเรื่องอยากให้นายช่วยหน่อย"ดวงตาของซือห่าวอวี่ฉายแววประหลาดใจ "อาเล็ก อายังมีเรื่องต้องให้ผมช่วยอีกเหรอครับ?""เรื่องเกี่ยวกับสืออวี๋น่ะ""เรื่องอะไรครับ?""ฉันจะขอเธอแต่งงาน อยากให้นายช่วยเป็นลูกมือหน่อย"ซือห่าวอวี่: "..."ห้านาทีต่อมา ซือเยี่ยนก็เล่าไอเดียคร่าว ๆ ของตนออกมา ก่อนปิดท้ายกับซือห่าวอวี่ว่า "คนอื่นฉันไม่ไว้ใจ นายช่วยไปจัดการเรื่องพวกนี้ให้ที ขั้นตอนฉันวางไว้หมดแล้ว เดี๋ยวจะส่งให้ นายแค่เตรียมของตามขั้นตอนพวกนั้นให้เรียบร้อยก็พอ"เมื่อเห็นซือห่าวอวี่เงียบไป ซือเยี่ยนก็หรี่ตาลง "เป็นอะไรไป? หรือว่านายยังตัดใจจากอาอวี๋ไม่ได้?""ไม่ใช่ครับไม่ใช่ พี่สืออวี๋เขาชอบอานี่ครับ ผมจะไปกล้าคิดอะไรได้ยังไง อาเล็กวางใจได้เลย เรื่องนี้ผมดูแลเอง รับรองว่าเดี๋ยวจัดการให้เรียบร้อยแน่นอน!""ก็ดี ฉันไม่มีอะไรแล้ว นายกลับไปเถอะ""รับทราบครับ..."หลังออกจากโรงพยาบาล ซือห่าวอวี่ก็ต่อสายหาเลขาทันที "คุณวางงานในมือลงก่อน ช่วงหลายวันนี้ไปจัดการเร

  • คุณกับเลขาเกิดมาคู่กัน แล้วจะมาคุกเข่าในงานแต่งฉันทำไม?   บทที่ 548

    มือที่กำลังพับเสื้อผ้าของสืออวี๋หยุดชะงัก สีหน้าออกอาการขัดเขินเล็กน้อย เธอก็คาดไม่ถึงเหมือนกันว่าคำพูดตัวเองจะย้อนศรกลับมาเล่นงานเร็วขนาดนี้ความจริงช่วงที่ป่วยไม่กี่วันนี้ ความโกรธเคืองที่มีต่อซือเยี่ยนก็มลายหายไปเกือบหมดแล้ว ยิ่งเมื่อครู่ได้เห็นคลิปวิดีโอที่ซือเยี่ยนล้มลง เธอก็นั่งไม่ติดเตรียมตัวจะไปเมืองหลวงทันที“ป้าอู๋ คิดไม่ถึงเลยว่าป้าจะจำได้ด้วย...”ป้าอู๋ยิ้มละไม “คุณหนูใหญ่ ป้าแค่ล้อเล่นค่ะ คุณหนูเก็บของเถอะ ป้าจะไปเรียนให้คุณท่านทราบเอง”“ค่ะ”เช้าวันรุ่งขึ้น สืออวี๋ก็ขึ้นเครื่องบินเที่ยวแรกสุดมุ่งหน้าไปที่เมืองหลวงเมื่อเธอไปถึงโรงพยาบาล ซือเยี่ยนก็ไม่ได้อยู่ในห้องพักผู้ป่วยแล้วหลังทราบจากพยาบาลว่าซือเยี่ยนกำลังทำกายภาพบำบัด สืออวี๋ก็สอบถามสถานที่ให้แน่ชัดแล้วตรงไปที่นั่นทันทีภายในห้องกายภาพบำบัดเหงื่อกาฬไหลอาบร่างของซือเยี่ยน มือทั้งสองยันราวฝึกเดิน ถ่ายเทน้ำหนักตัวโน้มไปข้างหน้าอย่างช้า ๆเขาพยายามจะก้าวเดิน แต่ขาทั้งสองข้างกลับหนักอึ้งคล้ายถูกถ่วงด้วยตะกั่ว แม้จะทุ่มเทแรงกายจนสุดความสามารถ แต่ก็ยังไม่อาจขยับไปข้างหน้าได้แม้แต่ก้าวเดียวเมื่อเห็นเขาหน้าแดงก

  • คุณกับเลขาเกิดมาคู่กัน แล้วจะมาคุกเข่าในงานแต่งฉันทำไม?   บทที่ 547

    “ถ้าแกไม่ได้เป็นห่วง ก็คงไม่เฝ้ามองมือถือรอข่าวอยู่ทุกวี่วัน กินข้าวกินปลาไม่ลง จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแบบนี้หรอก”สืออวี๋: “...”เห็นสีหน้าของเธอเปลี่ยนไป คุณย่าสือก็ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง “อาอวี๋ ถ้าแกเป็นห่วงจริง ๆ ก็ซื้อตั๋วเครื่องบินไปเมืองหลวงเถอะ ย่าไม่ห้ามหรอก”เงียบไปครู่หนึ่ง สืออวี๋จึงหันไปมองคุณย่าสือ “คุณย่าคะ หนูยังไม่อยากยกโทษให้เขาเร็วขนาดนี้ ก่อนหน้านี้เขาหลอกหนูตั้งนาน หนูอุตส่าห์ไปรอที่หน้าคฤหาสน์ตระกูลซือตั้งหนึ่งอาทิตย์เต็ม ๆ เลยนะคะ”“ที่แกยอมไปเฝ้าหน้าคฤหาสน์ตระกูลซือตั้งหนึ่งอาทิตย์ ก็เพราะตอนรถชน เขาปกป้องแกโดยไม่ห่วงชีวิตตัวเองไม่ใช่เหรอ? ความรู้สึกที่เขามีต่อแกเป็นของจริง อีกอย่างก่อนหน้านี้แกก็บอกเองว่า เขาตั้งใจจะรอให้ตัวเองหายดีก่อนค่อยมาหาที่เมืองเซิน ไม่ได้อยากทำร้ายจิตใจแกสักหน่อย มองในมุมของเขา เขาก็ไม่ได้ทำอะไรผิดนะ”สืออวี๋ชักจะฉุนขึ้นมาเล็กน้อย “ย่าคะ ทำไมเข้าข้างคนอื่นแบบนี้ล่ะ? ย่าลืมไปแล้วหรือเปล่าว่าหนูต่างหากที่เป็นหลานแท้ ๆ ของย่านะ”“ก็เพราะรู้ว่าเป็นหลานแท้ ๆ น่ะสิ ย่าถึงได้พูดแบบนี้ คนสองคนคบกัน มันก็ต้องมีกระทบกระทั่งกันบ้าง แกตัดใจปล

  • คุณกับเลขาเกิดมาคู่กัน แล้วจะมาคุกเข่าในงานแต่งฉันทำไม?   บทที่ 546

    สืออวี๋หลุบตาลง พลางพูดเชื่องช้า “ฉันเข้าใจแล้ว”พูดจบ เธอก็หันกายเตรียมจะเปิดประตูลงจากรถ“อาอวี๋... อย่าไปนะ!”ซือเยี่ยนยื่นมือออกมารวบตัวเธอเข้าไปกอด รัดร่างเธอไว้ในอ้อมอกแน่น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก “ผมขอโทษ ผมรู้ว่าผมมันคิดอะไรโง่เกินไป แถมยังทำร้ายจิตใจคุณอีก คุณจะให้ผมทำยังไงถึงจะยอมยกโทษ? ขอแค่คุณยอมยกโทษ จะลงโทษผมยังไงก็ได้ทั้งนั้น”“คุณปล่อยฉันก่อน”“ไม่ปล่อย ถ้าปล่อยคุณต้องหนีไปแน่ แล้วก็จะโกรธผม ดีไม่ดีอาจจะไม่ยอมเจอหน้าผมอีกเลยก็ได้”สืออวี๋รู้สึกทั้งโกรธทั้งขำ ตอนที่เขาหลอกเธอก่อนหน้านี้ ทำไมถึงไม่คิดบ้างว่าเธอจะโกรธ?ตอนที่เห็นเธอเฝ้ารออยู่หน้าประตูคฤหาสน์ตระกูลซือวันแล้ววันเล่าแต่กลับทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ทำไมถึงไม่คิดบ้างว่าเธอจะโกรธ?“ซือเยี่ยน คุณปั่นหัวฉันเล่นนี่มันสนุกนักเหรอ?”เมื่อถามออกไปแล้ว สืออวี๋ก็สัมผัสได้ชัดเจนว่าวงแขนที่โอบกอดเธออยู่พลันแข็งเกร็งไปชั่วขณะ“อาอวี๋... ผมขอโทษ ผมสำนึกผิดแล้วจริง ๆ ”“ในเมื่อสำนึกผิดแล้ว ก็ปล่อยฉันสิคะ”“ไม่ปล่อย”ภายในรถตกอยู่ในความเงียบงัน แทบจะได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกันเงียบไปครู่ใหญ่ สืออวี๋ถึงพู

  • คุณกับเลขาเกิดมาคู่กัน แล้วจะมาคุกเข่าในงานแต่งฉันทำไม?   บทที่ 545

    เขาพยักหน้า “ตกลงครับ แต่ถ้าไม่ไหวจริง ๆ คุณต้องรีบกลับเลยนะครับ ร่างกายตัวเองสำคัญที่สุด”“ได้ค่ะ ฉันเข้าใจ ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ”พอกลับเข้ามาในคฤหาสน์ พ่อบ้านก็เดินเข้าไปหยุดยืนตรงหน้าคุณย่าซือ “นายหญิงครับ คุณหนูสือไม่ยอมกลับครับ”คุณย่าซือยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนพูดว่า “ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าความตั้งใจของสืออวี๋ที่อยากจะเจอเขา กับความตั้งใจของเขาที่ไม่อยากเจอสืออวี๋ ฝ่ายไหนจะแน่วแน่กว่ากัน”ฝนตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ ริมถนนหน้าประตูคฤหาสน์เริ่มมีน้ำขังจนกลายเป็นลำธารสายน้อยแล้วสืออวี๋ยืนตากฝนอยู่อย่างนั้นอีกหนึ่งชั่วโมงเศษ เสื้อผ้าที่เปียกชุ่มแนบไปกับลำตัว ทั้งหนาวทั้งหิว แทบจะยืนไม่อยู่แล้วใบหน้าของเธอซีดขาว ร่างกายเริ่มโงนเงน ราวกับจะล้มพับลงไปกองกับพื้นได้ทุกวินาทีซือเยี่ยนนั่งอยู่ในรถ มองเธอผ่านม่านฝน ร่างกายแข็งเกร็ง ปลายนิ้วบีบด้ามจับประตูรถแน่นคนขับรถอดพูดไม่ได้ว่า “ประธานซือครับ คุณหนูสือตากฝนมาชั่วโมงกว่าแล้ว ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ต้องไม่สบายแน่ ๆ ครับ”สิ้นเสียงของเขา ภายในรถก็ตกอยู่ในความเงียบ ผ่านไปหลายวินาที เสียงทุ้มต่ำของซือเยี่ยนถึงดังขึ้น“ขับรถเข้าไป”“ครั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status