LOGIN"ย่าณีสวัสดีครับ ทำไม..ยังออกมาดูคนงานเองล่ะวันนี้แดดแรงลมแรงด้วย"
"ก็.. ปกติก็ทำอยู่แล้วไม่เห็นจะแปลกเลยแล้วปอล่ะเป็นยังไงบ้างวันนี้ไปประชุมมา" "สบายมากครับเรื่องเพิ่มผลผลิตด้วยการใช้ของเหลือของจากธรรมชาติพวกเราถนัดกันอยู่แล้วมีก็แต่ไม่สบายตาที่ไอ้ตะวันมันมาเสนอปุ๋ยชีวภาพกลางที่ประชุมนี่แหละ มันน่ารำคาญนักตัวเองไม่ได้ทำสวนจะเสนอหน้ามาทำไม" "ปอกับตะวันไม่ค่อยลงรอยกันเลยนะตั้งแต่เจอกันวันแรกจนตอนนี้" "ครับผมน่ะไม่อยากอยู่ใกล้มันแต่เลี่ยงไม่ได้เพราะพ่อมันใหญ่ ถ้าผมรู้ว่ามีคุณย่าใจดีอยู่ข้างสวนคงมาทำความรู้จักนานแล้ว" "ไม่เป็นไรหรอกปอย่ารู้จักเราจากปากพ่อกับแม่ปอตลอด เป็นเด็กเก็บตัวอยู่กับต้นไม้ใบหญ้าในโรงเพาะชำ ไม่ค่อยพูดค่อยจาแต่เรียนเก่งอย่าบอกใคร ได้เรียนในสิ่งที่ชอบไกลถึงเมืองนอกกลับมายังมาสร้างประโยชน์ให้แผ่นดินบ้านเกิดเป็นเด็กดีมากเลยทำให้เพื่อนบ้านอย่างย่าพลอยได้อานิสงไปด้วย..ผิดกับเลขาลิบลับตอนเด็กเป็นคนยิ้มง่ายใจดีเข้ากับทุกคน เลขาตอนนั้นทำให้ย่ารักและเอ็นดูจนลืมสิ่งที่พ่อแม่หลานทำไว้จนหมด" "คุณขาไม่ออกมาจากบ้านใช่ไหมครับย่าถึงต้องออกมาดูงานแบบนี้?" ". .อื้อ" "ย่าณีครับผมอาจจะมีความคิดแปลกๆ บ้างแต่ถ้าบังเอิญผมล่วงเกินอะไรหลานรักของย่าไปผม..ขออโหสิกรรมล่วงหน้าได้ไหมครับ" "อื้ม ได้สิ ย่าไว้ใจปอนะ" .. "อืมม..หิวจัง กี่โมงแล้วนะ.." กึ่ก "สิบเอ็ดโมง " ห้าวววว ~ "จะหาวอีกนานไหมนอนกินบ้านกินเมืองแบบนี้น่าจะเกิดไปเป็นไส้เดือนนะจะได้ไม่ต้องทำมาหากินมีดินให้กินตลอดเวลา" "เห้ย! นายเข้ามาได้ไงเนี่ย?" "ทำไมจะเข้ามาไม่ได้ปกติก็เข้ามาทุกวัน อย่าลืมนะว่าผมเป็นแขกประจำของที่นี่ คุณพึ่งมาคงยังไม่รู้สินะ" "นั่นมันเมื่อก่อนแต่ตอนนี้ฉันอยู่นายจะเข้านอกออกในห้องคนอื่นเขาไม่ได้ถ้าของฉันหายไป คนที่ น่าสงสัยที่สุดก็คือนาย!" ''คนที่น่าสงสัยไม่ใช่ผมเพราะผมอยู่ที่นี่มาตลอดและผมก็มีเงินไม่ใช่คุณ คนงานก็อยู่ที่นี่มาตลอดไม่มีใครเขาทำนิสัยแย่แบบนั้น จะมีก็แต่คนที่เพิ่งเข้ามา แล้วชอบพูดจาแย่ๆ มองคนอื่นแย่ๆ หน้าตาไม่รับแขก ทำตัวเป็นคุณชายไม่รู้ร้อนรู้หนาวปล่อยให้คุณย่าอายุเจ็ดสิบกว่าทำงานเลี้ยงหลานไม่รู้จักโต คิดว่าตัวเองอายุห้าขวบหรือไง!" "เป็นบ้าอะไรเนี่ยมาถึงก็มาบ่นๆๆ ย่าฉันยังไม่เคยบ่นฉันสักคำ ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้!" "ขอโทษนะครับที่นี่บ้านย่าณีไม่ใช่บ้านคุณขาผมไม่จำเป็นต้องฟังคุณ แล้วคุณน่ะเป็นโรคกระเพาะหัดกินข้าวกินยาให้มันตรงเวลาบ้าง ทำตัวไม่มีระเบียบวินัยแบบนี้ เดี๋ยวก็ได้ตายจริงๆ'' "ฉันจะตายไม่ตายก็เรื่องของฉันไม่เกี่ยวกับนาย ออกไปได้แล้ว!" คนตัวบางยื้อยุดผลักไสร่างใหญ่หนาคนสนิทของย่าในชุดชาวสวนคุ้นตาหน้าประตูด้วยความขุ่นเคืองที่ถูกต่อว่ายาวเหยียดทำคนหลับสบายตื่นสายใกล้เที่ยงอารมณ์ฉุนขึ้นง่ายดาย ชาวสวนอารมณ์ขุ่นเคืองไม่แพ้กันที่เห็นหญิงชราจิตใจดียังคงเดินดูผลผลิตหยิบจับอะไรในสวนโดยไร้เงาของหลานที่รักนักหนาจึงได้เดินกลับมาดูที่บ้านเห็นคนตัวบางนอนสบายใจเฉิบยิ่งรู้สึกอยากสั่งสอนให้หนัก ทั้งคู่ยื้อยุดกันครู่หนึ่งเสียงร้องเรียกชื่อคุ้นเคยจะดังขึ้น "เลขา!" ''ไอ้เล!" ''เลโว้ย!" ใครมาอีกละเนี่ย มาได้แค่วันเดียวหูตาไวกันซะเหลือเกิน "ใคร!" " เลกูไง.. ตะวัน ..มึงจำกูได้ไหมเพื่อน" "ตะวัน.. อ๋อไอ้ตะวันว่าไงมึงยังอยู่ที่บ้านชนบทอยู่อีกหรอ?" "เออกูจะไปไหนได้แต่บ้านกูไม่ได้ปลูกผลไม้แบบบ้านมึงแล้วนะ กูคิดถึงมึงว่ะลงมาคุยกันเดี๋ยวกูพาไปเที่ยวบ้านกู" "เออแป๊บนึง ล้างหน้าแป๊บนึง " ใบหน้าขาวผมสีน้ำตาลอ่อนโบกไม้โบกมือยิ้มให้เพื่อนจอมเจ้าเล่ห์ที่หน้าต่างเห็นเช่นนั้นคิ้วหนากลับกระตุกแรงกอดอกมองคนเปลี่ยนอารมณ์เปลี่ยนสีหน้าไวเสียิ่งกว่ากิ้งก่าอดถามขึ้นไม่ได้เมื่อร่างบางเดินผ่านหน้าเข้าห้องน้ำ "จะไปไหน?" "จะไปไหนแล้วมายุ่งอะไรด้วยนั่นเพื่อนฉันแต่นายไม่ใช่กลับบ้านเลยไป!" "งานการไม่มีทำหรือไงย่าณียังอยูในสวนอยู่เลยจะเที่ยงแล้วอย่างน้อยก็เอาน้ำย็นไปให้ท่านบ้างอายุตั้งเท่าไหร่แก่จนป่านนี้แล้วยังไม่รู้จักควรไม่ควรถ้าย่าณีเป็นอะไรไปจะทำยังไง!" "โอ๊ย! น่ารำคาญ บอกให้ออกไปไง!" ปึ้งงงง!! .. ไม้แก่ดัดยากจริงๆ .. "ไม่เจอมึงนานเลยตั้งแต่หมกตัวเรียนโรงเรียนอินเตอร์ได้ข่าว่าทำงานบริษัทระหว่างประเทศมึงนี่มันเก่งจริงๆ ดูดีขึ้นด้วยขาวชิบหายเดินใกล้กูแล้วกูดำไปเลย แต่ผอมไปหน่อยนะหุ่นแบบนี้ในเมืองเขาฮิตกันหรือไง?" เพื่อนคนหล่อที่ดูมีสง่าราศรีตั้งแต่เด็กจับไหล่บางหมุนเเล้วเอ่ยชมด้วยสวยตาเป็นประกายที่เด็กเนิร์ดจอมซุ่มซ่ามในวัยเยาว์เติบโตขึ้นดูดีไม่ต่างจากลูกคุณหนู "เออ กูก็ตัวเล็กกว่ามึงมาตั้งแต่ประถมจะให้ใหญ่กว่าได้ยังไง แล้วมึงเป็นไงทำไมไม่ไปอยู่ในเมือง" "พ่อกูยังอยู่นะมึงก็รู้ว่าพ่อกูดุแต่เขาก็ตามใจกูเรื่องเลิกทำสวนไปทำรีสอร์ทที่เที่ยวไงเนี่ยสนามกอล์ฟติดกับที่ดินสวนย่ามึงกูอยากขยายออกไปอีกมึงบอกยายมึงขายให้กูหน่อยสิ" "มึงจะบ้าเหรอกูพึ่งมาได้วันเดียวจะให้เดินไปบอกย่าให้ขายที่ให้มึงถ้าเขาจะขายคงขายตั้งแต่วันที่กูบอกอยากอยู่ในเมืองแล้ว" "เออก็จริงแต่ยังไงแกก็แก่มากแล้วที่ดินนั่นก็ต้องตกเป็นของมึงมึงลองตะล่อมเขาดูสิกูจ่ายได้นะเรียกมาได้เลย " เรียกมาได้เลย... ได้เลย.. คำที่ทำให้คนต้องการสิ่งนั้นมากที่สุดจากเพื่อนเก่าที่รวยที่สุดในย่านนี้ทำเอาลำคอแห้งผากจนเผลอกลืนน้ำลายลงคอ อึ่ก~ นอกจากจะโปะคอนโดที่ต้องผ่อนอีกยี่สิบห้าปีกับรถอีกห้าปีหมดเงินที่ได้จากการขายที่อาจจะทำให้อยู่ในเมืองแบบเศรษฐีได้ไปตลอดเลยก็ได้ "..เออกูจะลองดู""ผมปวดเอว วันนี้ช่วยอยู่ดูแลผมด้วยนะครับ~ "ดูมันพูดเข้า..หลังทะลวงรูคนอื่นเอาเป็นเอาตายจนคนโดนแทงหน้ามืด มันยังมีหน้ามาอ้อนให้ดูแลราวกับตัวเองเป็นฝ่ายรับซะงั้น แต่จะทำไงได้มันบอกยังไม่หายงอน?แบบนี้ก็ได้เหรอ!"ด้าย ได้สิครับ ได้เล้ย"กูประชด! แต่แม่งใช้จริงใช้แบบจริงจังมากด้วย!"คุณขาผมหิวน้ำ""...""คุณขาผมเหนียวตัว""...""คุณขาผมปวดฉี่พยุงหน่อย""...""คุณขาอยากดูหนัง""...""คุณขา""คุณ""ขา..""โอ้ยยยย นี่มันกี่ทุ่มกี่ยามแล้วไอ้เด็กบ้า!""มานอนบนเตียงเร้ว~ ""อย่าแกล้งฉันอีกเลยนะฉันเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว หายงอนสักทีเถอะ ฉันยอมนายทุกอย่างแล้วเนี่ยเจ็บตูดมากนะขาสั่นจะตายอยู่แล้ว~""ดีครับว่าง่ายๆ ก็ดีผมเป็นแฟนคุณขาต่อไปต้องดื้อให้น้อยลงนะ ""ห๊ะ? นายจะหายงอนฉันแล้วใช่ไหม?""ครับ ถ้าคุณรับปากว่าจะเชื่อฟังผม""เอ่อ.. เออ กะ.. ก็ได้""พูดซิครับว่าจะขอผมเป็นแฟน""หะ? เออๆ เรามาเป็นแฟนกันนะ""ประโยคขอร้องครับไม่ใช่ประโยคชักชวน""หึ่ยย! น้องแมงปอครับช่วยมาเป็นแฟนกับพี่เลขานะได้โปรดเถอะ""หึ หึ โอเคต่อไปนี้เราเป็นคนรักกันแล้วนะคุณเลขา ถ้าใครถามก็ต้องบอกว่ามีแฟนแล้วแฟนชื่อแมงปอเจ้าของสวนปาล
พรึ่บบร่างบางถูกอุ้มเข้าเอวหลังติดกับต้นไม้ ขายาวเกี่ยวไขว้เอวแกร่งของร่างสูงไว้แน่นราวกับกลัวตก แขนเรียวเกาะบ่ากว้างเป็นที่ยึดท่าทางล่อแหลมกับน้ำเสียงกระเส่าของหนุ่มหล่อมีพลังทำลายล้างเสียจนยากจะหลุดออกจากกับดักที่คนบางคนวางไว้ทุกทิศทางได้"ไม่รู้สิครับใครมีความผิดก็ต้องถูกลงโทษไม่ใช่หรือไง~"คนห่ามเหลือบมองรอบๆ ด้วยหางตาก่อนจะค่อยๆ ปลดซิบด้านหน้าลงปล่อยความเป็นชายออกมานอกกางเกงแนบกลางกายเบียดสีช่วงร่างร่องรักที่เคยลิ้มลอง ไม่ว่าจะพยายามอดทนไม่สนใจสักแค่ภายนอกริ่งสนิทแต่ภายในร่อนเราแทบบ้ายามใกล้ชิดกันคนพี่มึนเมากับการถูกเล้าโลมล่อลวงไม่ทันคนเจ้าเล่ห์ที่คิดว่าใสๆ กับบางเรื่องคนบางคนก็มีไหวพริบเสียเหลือเกินคนน้องเลื่อนกางเกงด้านหลังเลขาลงมาจนช่วงสะโพกเปลือยเปล่า ร่างหนาบดบังร่างเล็กกว่ากักขังไว้กับต้นไม้ถ้าเผลอมีใครมองผ่านก็ไม่มีใครรู้ถ้าไม่สังเกตดีๆ ปลายจมูกโด่งซุกไซร้ใบหูขาวสลับบดจูบริมฝีปากบางที่พยายามเบี่ยงหลบเพื่อจะอธิบายให้ชายหนุ่มตัวโตฟัง"กะ ก็ตอนนั้นมันชุลมุน..จะให้บอกยังไงทัน นายนอนหลับเป็นตาย ..ที่กรุงเทพฯ ก็โทรมาตามตัว ตะวันก็ชวนไปเที่ยว. .คนมันเคยอยากอยู่ที่นั่นก็ต้องมี
อยู่มาวันหนึ่ง"กูคงจะแบ่งขายที่ดินสวนนี้ให้มึงไม่ได้แล้วล่ะตะวัน กูว่าจะกลับมาอยู่ที่นี่ถาวรแล้ว""มึงว่าไงนะ จะกลับมาทำสวนเนี่ยนะนี่มึงคิดอะไรอยู่ แล้วที่วิ่งโล่กลับไปสัมภาษงานที่กรุงเทพ นั่นเขาไม่รับหรือไงทำไมถึงถอดใจง่ายอย่างนี้ พ่อกูมีเส้นสายในเมืองนะถ้ามึงจะไปจริงๆ ให้พ่อกูฝากให้ก็ได้ แค่มึงแบ่งขายสวนให้กูแค่นันเอง""กูไม่อยากขายจริงๆ ว่ะตะวัน และคงไม่กลับไปอยู่ในเมืองแล้วเพราะกูขายคอนโดกับรถที่กรุงเทพฯ ไปแล้ว ""กูไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนฉลาดๆ อย่างมึงจะทิ้งเงินก้อนโตมาทำงานอาบเหงื่อต่างน้ำที่สวนชนบท เรียนมาสูงซะเปล่านะมึงคราวหลังมีอะไรมึงไม่ต้องมาขอให้กูช่วยเลยนะกูไม่อยากคบตนโง่ๆ แบบมึง!""อือ "วันนี้ตะวันเข้ามาคุยกับผมทันทีที่เห็นว่าผมสวมชุดทำสวนเดินไปเดินมาแล้วเอ่ยถามเรื่องแบ่งขายที่ดินขึ้น วันนี้แมงปอก็ยืนอยู่ด้วยแค่ยืนอยู่ด้านหลังเงียบๆ ไม่พูดอะไร ก็ดีเหมือนกันเพราะอยากพิสูจน์ให้เด็กนี่รู้ว่าผมจริงจังจริงใจแค่ไหนในการกลับคืนสู่รากเหง้าของตนเอง ผมปฏิเสธเงินหลายสิบล้านไปเพื่อจะได้อยู่กับที่แห่งความทรงจำแห่งนี้กับคนที่ผมรัก"วันนี้ฉันเท่ใช่ไหม ฉันจริงใจขนาดนี้แล้วไม่ได้ทำเล่นๆ
ทำไมแมงปอไม่มากินข้าวเย็น.."ย่าครับนี่ก็เลยเวลาอาหารเย็นมามากแล้วผมขอไปดูหมอนั่นหน่อยนะครับ""จ้ะ"โทรศัพท์ก็ไม่รับเป็นอะไรหรือเปล่าเนี่ยขับรถมอไซค์ไฟฟ้าไปดีกว่าเร็วดีบรื้นนนนน~เอี้ยดดด~ปึ้งๆๆๆ "ปอ "ปึ้งๆๆๆ " แมงปอ"กึ่กก.."อ้าวไม่ได้ล็อคไปไหนของเขาน้า?"ร่างสูงนอนแผ่บนโซฟาริมหน้าต่างใบหน้าซีดเซียวที่หน้าท้องถูกุมไว้ด้วยมือคู่ใหญ่ใบหน้าคมคายมีเหงื่อซึมออกมาปากซีดจนดูน่าเป็นห่วง เลขาปรี่เข้าไปนั่งยองข้างโซฟายื่นมือเล็กๆ แตะตามใบหน้าตามตัวด้วยความเป็นห่วงคิ้วเรียวขมวดมุ่นเมื่อเห็นคนที่เคยแข็งแรงนอนนิ่งไม่ไหวติงคางมนเกยกับท่อนแขนแกร่งแผ่วเบาเอ่ยเสียงอ่อยกับเจ้าของร่าง"ปอ..แมงปอ เป็นอะไรทำไมมานอนตรงนี้ไม่สบายเหรอ?""คุณ..ขา?" เสียงทุ้มแผ่วเรียกชื่อคนตัวขาวหน้าหงอยข้างกายไม่ต่างจากแมวดื้อที่ชอบอ้อน"อื้อฉันเองนายป่วยเหรอให้พาไปหาหมอไหม?""ไม่ต้อง ผมไม่เป็นไร..คุณช่วยหยิบยาแก้ท้องเสียกับเกลือเเร่ให้ผมหน่อยกล่องยาบนโต๊ะ""นี่นาย..ปวดท้องจนเป็นแบบนี้เลยเหรอ" คนพี่มีสีหน้ากังวลมากกว่าเดิมเมื่อรู้สาเหตุการนอนซมของคนตัวโต ร่างบางเดินเตาะแตะไปไปหยิบของที่คนน้องขอนำยามาป้อนให้"..อืม""เพร
..."ย่าณีไปไหน?""มีนัดตรวจนิดหน่อยที่โรงพยาบาลบอกจะแวะหาเพื่อนในตัวเมืองด้วย""ทำไมคุณไม่ไปกับท่าน?''"ย่าบอกไม่ต้องนี่""แล้วนี่ซากอะไรอย่าบอกนะว่าทำเอง?""..เออ"พออยู่กันสองคนก็คุยกันจริงๆ แค่มันยังห้วนและอึมครึมเหมือนเดิม แถมเรายังไม่สบตากัน ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปสักวันพวกเราคงมองหน้ากันไม่ติดจริงๆตั้งแต่ไปกรุงเทพฯ ก็นั่งคิดนอนคิดตลอดว่ารู้สึกอย่างไรกับการเป็นสวนและรู้สึกอยากเป็นคนเมืองเหมือนเดิมไหม คำตอบของมันมีแต่ภาพคุณย่า ภาพผมกับแมงปออยู่เต็มหัวภาพในสวนของเราภาพการเดินดูสวนถ่าย vlog ไลฟ์สดขายของความสุข..มันคือความสุขของจริงยิ่งพอกลับมาเจอเด็กงอนถึงรู้ใจตัวเองมากขึ้นว่ารักเขาไปแล้วทั้งใจ..แค่ไม่รู้จะง้ออย่างไรถ้าเป็นคนคบเก่าๆ ในสังคมเมืองแค่ซื้อของแบรนด์เนมให้ดอกไม้นอกช่อโตๆ ดินเนอร์หรูจบด้วยเรื่องบนเตียงแค่นั้นแต่กับคนสวนหน้านิ่งซื่อๆ ปากเก่ง ไม่รู้จะเริ่มจากไหนรู้แค่ว่าแมงปอให้ความสนใจเรื่องปากท้องก็เลยทำอาหารง้อ แต่สภาพมัน..เละไปหน่อย..ไอ้ห่ามต้องรู้แน่ว่าผมทำก็หน้าตามันเหมือนที่ย่าทำซะที่ไหน ไม่เอามาเสิร์ฟก็ไม่ได้กลัวมันไม่มีแรงทำงาน แมงปอใช้ช้อนซ้อมตักอาหารหน้าตาแปลกๆ
ดูเหมือนทุกอย่างจะคลี่คลายจบลงด้วยดีกับการตัดสินใจครั้งนี้ของผม เริ่มรู้สึกว่าการตื่นเช้าเดินรดน้ำต้นไม้เก็บผักอ้อยอิ่งรอบบ้านเหมือนเดินอยู่ในซุปเปอร์มาเก็ตธรรมชาติอากาศเต็มไปด้วยอ๊อกซิเจนเย็นสบาย~คือความสุข..ย่าณีตื่นเช้ากว่าเดินกวาดบ้านช้าๆ เตรียมหุงข้าวทำกับข้าวเผื่อหลานชายกับหลานนอกไส้ที่มากินข้าวด้วยกันทุกมื้อด้วยความปราณีตการปรุงอาหารง่ายๆ ชูรสชาติวัตถุดิบสดใหม่ทานกับผักสดกระจาดใหญ่ๆ ทุกมื้อมันดีต่อภายในจนรู้สึกได้ว่าลำไส้กระเพาะระบบเครื่องในแข็งแรงขึ้นผมสดใสแข็งแรงขึ้น ย่าณีสดใสขึ้น ก่อนนอนเรานั่งดูดาวหน้าระเบียงด้วยกัน ได้พูดคุยกันถึงความหลัง ความรักความอบอุ่นลอยฟุ้งอยู่ในใจไม่มีอะไรหนักหัวจนเบลอเหมือนก่อนหน้านี้อีกแล้วผมไม่รู้เลยว่าสองวันที่เข้าเมืองย่าเป็นลมไปอีกแล้ว ผมเองก็รู้สึกไม่ดีคล้ายจะเป็นไข้แต่ดูเหมือนร่างกายจะดีขึ้นมากเมื่อได้มาอยู่บ้านสวนนานนับเดือนทำให้ร่างกายคล้ายมีภูมิคุ้มกันนมากขึ้นจึงเป็นแค่ไข้ธรรมดาไม่หนักมาก..แต่ไอ้คนที่แปลกกลับเป็นไอ้หมอนี่!แมงปอไอ้คนหน้านิ่งมันมากินข้าวด้วยทุกมื้อเพราะย่าขอร้องแต่มันไม่พูดกับผม!มันพูดแค่กับย่าและบ่อยครั้งก็เมินผมไป







