تسجيل الدخول“คำว่า ‘หยุด’ มันฟังดูขัดอารมณ์ไปนิดในเวลานั้น” “งั้นเอาเป็นอย่างงี้เป็นไง ถ้ารู้สึกว่าไม่ไหวจริงๆให้เห่าออกมาดังๆ ‘โฮ่ง! โฮ่ง!’ แบบหมาอ่ะ”
عرض المزيدทุกอย่างเหมือนจะเรียบง่ายเกินไปสำหรับธาม ไม่ว่าจะเป็นการสวมถุงมือยางที่แนบสนิทกับข้อมือก่อนผ่าตัด การยื่นมือไปรับเครื่องมือจากพยาบาลข้างกายอย่างแม่นยำ หรือการกล่าวลาเวรเมื่อถึงตีสองครึ่ง เวลาที่ร่างกายเริ่มส่งสัญญาณว่า “พอเถอะ” กับการยืนทำงานต่อเนื่องกว่าสิบห้าชั่วโมง
เขาถอดเสื้อกาวน์สีขาวออกจากไหล่พาดไว้ในล็อกเกอร์ เผยให้เห็นเสื้อเชิ้ตสั่งตัดพอดีตัวที่ซ่อนอยู่ข้างใน ก่อนจะถอดสายนาฬิกาคลาสสิกออกอย่างระมัดระวัง ร่างกายของเขาถูกฝึกให้เคลื่อนไหวอย่างสุขุม มีวินัย แม้แต่ตอนถอดนาฬิกา ยังไม่มีเสียงกระทบใดให้ใครได้ยิน
หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนชุดเรียบร้อย กลิ่นของยาและความเครียดจากห้องทำงานค่อย ๆ จางหายไป เขาคือหัวหน้าแผนกอายุรกรรมมะเร็งวิทยาในโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังที่อายุน้อยที่สุด ผู้เป็นที่ยอมรับในวงการ ไม่เพียงเพราะฝีมือ แต่ยังเพราะบุคลิกที่นิ่งขรึม สุภาพเรียบง่าย และมีชีวิตเพอร์เฟกต์ที่หลายคนได้แต่ฝันถึง
“หมอธาม จะกลับแล้วเหรอคะ” พยาบาลเวรดึกเอ่ยทักขณะหมอธามเดินผ่านล็อบบี้ ภายในโรงพยาบาลยังคงสว่างจ้า แม้จะใกล้ตีสาม
“คนไข้ห้อง 512 อาการคงที่แล้ว ถ้ามีอะไรก็โทร. มาบอกผมได้ทันทีนะ”
“ค่ะ คุณหมอพักผ่อนเยอะ ๆ นะคะ”
เขาพยักหน้าเล็กน้อยโดยไม่หันกลับมามอง ไม่มีคำพูดที่ไม่จำเป็น ไม่มีรอยยิ้มที่ให้ฟรีกับใคร ความนิ่งสงบและห่างเหินคือกำแพงที่ธามตั้งไว้กับทุกคน คนทั้งโรงพยาบาลรู้ดีว่า ดร.ธาม เวชวานิช อายุ 35 ปี คือหมอที่เก่งที่สุดในสาขา ทุ่มเทให้งาน เย็นชาแต่สุภาพกับทุกคน และไม่มีใครรู้อะไรเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของเขาเลย นอกจากเสียงเล่าลือว่า เขามาจากครอบครัวมีฐานะ และอาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมหรูย่านธุรกิจ
ธามขับรถเบนซ์สีดำสนิทเคลื่อนตัวออกจากลานจอดอย่างเงียบงัน แสงไฟจากตึกระฟ้าที่เรียงรายสองฝั่งถนนสะท้อนบนผิวตัวถังราวกับคลื่นแสงในยามค่ำ ตึกทั้งหลายไม่เคยหลับใหล เช่นเดียวกับเมืองนี้ที่ไม่เคยปล่อยให้ความมืดครอบงำแสงไฟสว่างไสวอยู่ตลอดเวลา
เมื่อถึงคอนโดมิเนียมหรูย่านใจกลางธุรกิจ ลิฟต์ส่วนตัวพาเขาขึ้นสู่ชั้น 38 อย่างไร้เสียง ไม่ต้องมีคำทักทาย ไม่มีพนักงานต้อนรับ เพียงแค่คีย์การ์ดเฉพาะของเจ้าของห้อง ห้องชุดกว้างขวางแต่งด้วยโทนสีเข้ม ผนังเทากับเฟอร์นิเจอร์ดำเข้าชุดกันทุกมุม โซฟาหนังแท้ดีไซน์เรียบ โต๊ะกลางกระจกไร้ลวดลาย ไม่มีแม้กระทั่งกรอบรูป ภาพถ่าย หรือสิ่งของส่วนตัวที่บ่งบอกว่าที่นี่มีใครอยู่ เหมือนห้องตัวอย่างที่เอาไว้โชว์เท่านั้น
ธามวางกุญแจลงบนโต๊ะ เสียงกระทบเบา ๆ ของโลหะกับพื้นกระจกดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบสงัด เขาเดินตรงไปยังตู้เหล้ามุมห้อง รินวิสกี้ลงแก้วคริสตัลใบโปรด กลิ่นฉุนของเครื่องดื่มราคาแพงแทรกขึ้นปลายจมูกในทันทีที่ยกจิบแรกขึ้นสัมผัสริมฝีปาก
เขานั่งลงบนโซฟาทอดสายตามองแสงไฟจากตึกด้านนอกผ่านกระจกใสบานใหญ่ที่ครอบคลุมผนังเกือบทั้งด้าน ดวงตาคู่นั้นสะท้อนความเหนื่อยล้าอย่างประหลาด ไม่ใช่แค่ความล้าจากการทำงานหนัก แต่เหมือนเป็นความว่างเปล่าที่กำลังสั่งสม ไม่ใช่เพิ่งเกิดแต่สะสมมานานเกินกว่าจะรู้ตัว สำหรับเขาการกลับมาที่นี่ในทุกคืนไม่ต่างอะไรกับการย้ำเตือนว่า เขายังคงอยู่คนเดียวเสมอ
ค่ำคืนนี้กลับแตกต่าง ไม่ใช่เพราะมีอะไรเกิดขึ้นที่โรงพยาบาล แต่เป็นเพราะความรู้สึกบางอย่างในร่างกายเขาที่มันกำลังกระเพื่อม มันไม่ใช่ความอ่อนล้า ไม่ใช่ความหิว ไม่ใช่แม้แต่ความเหงา แต่เป็นความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย
คล้ายสัญชาตญาณดิบของสัตว์ป่าที่อยากจะล่าเหยื่อที่ปลุกขึ้นจากเงามืดในจิตใจ เป็นความรู้สึกที่เขามักกดมันไว้ในใจภายใต้หน้ากากของความเรียบเฉย ความสุภาพ และระเบียบวินัยที่สังคมคาดหวังจากคนอย่างเขา ภายใต้สังคมจอมปลอมที่ต้องคอยปั้นหน้าใส่กัน
ธามยกแก้วขึ้นจิบอีกครั้ง ความเผ็ดร้อนของแอลกอฮอล์แล่นผ่านลำคอคล้ายปลุกบางอย่างให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาปลดล็อกแล้วเลื่อนเข้าสู่โฟลเดอร์ลับที่ถูกใส่รหัสเอาไว้อย่างแน่นหนา มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่รู้ เพื่อปกปิดตัวตนที่แท้จริงของเขาจากสังคมที่ผู้คนคาดหวัง
ภายในโฟลเดอร์มีเพียงแอปเดียว เป็นแอปหาคู่เฉพาะกลุ่มชายรักชาย ที่ไม่ได้โปร่งใสหรือเปิดเผยนัก แต่ก็ไม่ต่ำทรามหรือต่ำตม มันแค่เป็นอีกโลกที่ไม่มีใครในชีวิตจริงของเขารู้จักเท่านั้น ที่นี่เป็นที่ที่ธามใช้เพื่อนัดผู้ชายที่ไม่รู้จักมาเพื่อนัดพบกัน
โพรไฟล์ของเขาใช้เพียงตัวอักษรย่อ “T” ไม่มีรูปใบหน้า มีเพียงภาพเงาและคำอธิบายสั้น ๆ ว่า
“ไม่ผูกมัด ไม่ถามชื่อจริง ไม่ซ้ำคนเดิม”
เซ็กซ์สำหรับธามไม่ใช่เรื่องของความรัก ไม่ใช่ความโรแมนติก แต่มันคือการปลดปล่อย ความไว้วางใจชั่วคราวในเงื่อนไขที่ปลอดภัยพอ และการเปิดโอกาสให้ใครบางคนได้เห็นเขาในมุมที่คนอื่นไม่มีวันได้เห็น
นิ้วเรียวยาวเลื่อนหน้าจอผ่านโพรไฟล์มากมาย รูปภาพของชายหนุ่มหลากใบหน้าปรากฏขึ้นพร้อมคำโปรยที่ธามมองเพียงผิวเผิน บางคนสวมเสื้อกล้ามเปิดแผงอก บางคนแต่งชุดนักศึกษา บางคนเปลือยเปล่าใส่เพียงกางเกงในสีขาวที่แทบจะไม่ปกปิดลำกายขนาดใหญ่ แต่ไม่ว่าใครก็ไม่อาจหยุดสายตาเขาได้จนกระทั่ง
‘RIW21’
ภาพโพรไฟล์ไม่ได้เปิดเผยใบหน้า เห็นเพียงช่วงคอลงมาถึงหน้าอกในเสื้อคอวีสีดำที่เผยผิวขาวเนียนตัดกับเงาแสงได้พอดี แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว พอจะให้ความอยากรู้อยากเห็นแทรกตัวเข้ามาได้อย่างเงียบเชียบ ข้อมูลในโพรไฟล์ไม่ได้มีอะไรมาก แต่พอจะทำให้ธามหยุดชะงัก
“นักศึกษาปี 3 ชอบความตื่นเต้น พร้อมลองประสบการณ์ใหม่ กล้าที่จะเจ็บ...ถ้ามันทำให้รู้สึกดี” ธามไลก์โพรไฟล์นั้นทันที และไม่กี่วินาทีต่อมาการจับคู่ก็เกิดขึ้น
RIW21: “คืนนี้นอนไม่หลับเหมือนกันเหรอครับ”
T: “อื้ม พอดีวันนี้ยังไม่มีใครที่จะมาช่วยทำให้หลับฝันดีเลย”
RIW21: “แล้วมาไลก์รูปกันแบบนี้ หมายความว่าผมพอที่จะเป็นคนคนนั้นให้ได้ใช่ไหมครับ”
T: “ก็ขึ้นอยู่กับว่า นายอยากที่จะสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ หรือเปล่า”
RIW21: “ถ้าเป็นประสบการณ์ใหม่ ๆ ผมในตอนนี้อยากสะสมประสบการณ์ที่ไม่เคยลองมากครับ”
บทสนทนาไม่ยาว แต่แรงดึงดูดระหว่างถ้อยคำมันแรงเกินกว่าจะปฏิเสธได้โดยเฉพาะกับคนที่ใช้ชีวิตตามกรอบอย่างธาม การได้แหกกฎของตัวเองสักครั้งมันก็ทำให้เขารู้สึกสนุกจนกลายเป็นคนที่แหกกฎบ่อยครั้งเงียบ ๆ
หลังจากคุยกันได้สักพักพวกเขานัดเจอกันโดยบอกลักษณะและเสื้อผ้าที่ใส่ในอีกสี่สิบห้านาที ที่บาร์เล็ก ๆ แห่งหนึ่งในซอยทองหล่อ บาร์ที่ไม่มีชื่อเสียง แต่เป็นที่รู้กันในกลุ่มคนเฉพาะว่า ที่นี่คือแหล่งนัดที่รวมตัวคนแบบพวกเขา
บาร์ที่นัดพบกันเป็นสถานที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยแคบของทองหล่อ ขนาดไม่ใหญ่แต่จัดแสงไว้อย่างมีชั้นเชิง โคมไฟสีน้ำเงินอมม่วงสร้างบรรยากาศที่นี่ให้น่าหลงใหล เพลงแจ๊สคลอเบา ๆ ปะทะกับเสียงน้ำแข็งในแก้วค็อกเทลที่ถูกคนเบา ๆ อย่างเป็นจังหวะ
ธามเลือกนั่งในมุมลึกของบาร์จะได้มองเห็นประตูเข้าออกได้ถนัด เพื่อที่จะได้รู้ว่าเด็กหนุ่มที่เขานัดนั้นคือใครก่อนที่อีกฝ่ายจะเจอตัว เพราะในแอปอย่างนี้การสร้างโพรไฟล์หลอกคนนั้นเป็นเรื่อง่าย ถ้าอีกฝ่ายเป็นคนที่สร้างโพรไฟล์หลอก ธามก็จะได้ปลีกตัวกลับไปอย่างเงียบ ๆ คืนนี้เขาก็คงจะไม่มีอารมณ์อีกต่อไป
ธามนั่งจิบวิสกี้อย่างเงียบ ๆ ดวงตากวาดมองคนที่เดินเข้าออกผ่านประตูด้วยสายตาสแกนอย่างละเอียด การเป็นแพทย์ผู้ชำนาญการทำให้สายตาเขานั้นว่องไวมองในจุดที่คนปกติมันมองข้าม เพราะในการวินิจฉัยอาการการใช้สายตาสำรวจคนไข้ก็คือหลักการพื้นฐาน
ประตูไม้บานหนาของบาร์ถูกเปิดออกอีกครั้ง ชายหนุ่มคนหนึ่งก้าวเข้ามาในแสงไฟสลัวเสื้อคอวีสีดำตัวซึ่งเป็นตัวเดียวกันกับในรูปคนที่ธามนัด ทรงผมปัดข้างที่อีกฝ่ายเสยขึ้นทำให้ใบหน้าหล่อนั้นดูมีเสน่ห์ ผิวขาว และรูปร่างสูงโปร่งเหมือนักกีฬา
ทันทีที่เข้ามาภายในบาร์ ริวก็กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก่อนที่จะไปสะดุดตาเข้ากับผู้ชายคนหนึ่งที่ดูดีมาก ๆ เสื้อผ้าที่อีกฝ่ายใส่นั้นตรงกับที่คนในแอปบอกเป๊ะ ๆ ไม่รอช้าเขาก็รีบเข้าไปทักทายคนขี้เหงาในคืนนี้
“พี่ T ใช่ไหมครับ” ริวยิ้มหวานเอ่ยทักคนที่นั่งจิบวิสกี้มองเขาตั้งแต่เข้ามาภายในบาร์
ธามพยักหน้าเล็กน้อย ดวงตาคมกวาดมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่ปิดบัง เขามองตั้งแต่ปลายผมที่หน้าผาก ไล่ลงมาถึงช่วงล่างที่ดูเหมือนจะเต่งตึงของอีกฝ่าย
“นายสายตาดีใช้ได้เลยนะ ชื่อริวใช่ไหม” ธามเอ่ยชมคนหนึ่งหน้าที่สามารถหาตัวเองเจอได้ในเวลาไม่นาน
อีกฝ่ายยิ้มกว้างเผยให้เห็นฟันขาวสะอาด ริมฝีปากสีชมพูดูเป็นธรรมชาติ อีกฝ่ายย่อตัวลงนั่งข้างธามอย่างมั่นใจรอยยิ้มที่ตั้งแต่เข้ามายังไม่เคยหุบทำให้เขาไม่อาจละสายตา
“ใช่ครับ ไม่คิดเลยนะครับว่า จะมีวันที่ผมได้แมตช์กับพี่ ในแอปนี่คงมีคนอยากแมตช์กับพี่เยอะมาก” ริวเอ่ยอย่างตื่นเต้น บอกไปตามจริงว่าเขานั้นเห็นอีกฝ่ายมานานแล้ว
ความจริงเขาแอบส่องอีกฝ่ายมานาน แต่ยังไม่กล้าที่จะกดใจให้ ในหัวใจริวในตอนนี้เต้นตึกตักไม่เคยหยุด แม้จะคิดว่าอีกฝ่ายจะต้องดูดีจากการที่มีคนเล่ามาว่า พี่ T นั้นหล่อ ดูดีมาก ด้วยเสียงเล่าลือเล่าอ้างหลายคนที่เล่นแอปแม้จะไม่มีรูปใบหน้าอีกฝ่ายแต่ก็อยากแมตช์กับพี่ T หวังว่าจะเป็นคนโชคดีคนนั้น
“ช่วงนี้พี่งานยุ่งไม่ได้แมตช์กับใครมานานแล้ว ว่าแต่ริวอยากดื่มอะไรไหม สั่งได้เลยพี่เลี้ยงเอง” ธามตอบเรียบ ๆ ยกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบช้า ๆ ดวงตายังจับจ้องอีกฝ่ายอย่างนิ่งแน่ว
“เอาแบบเดียวกับพี่ก็ได้ครับ” ริวยิ้มตอบพลางไล่ตามสายตาไปตามรูปร่างพี่ T คนดังอย่างไม่ปิดบังนัก
“ถึงว่าทำไมคนที่เคยแมตช์กับพี่ต่างบอกว่าพี่ดูดี พอได้เจอตัวจริง...พี่ดูดีกว่าที่ผมคิดไว้เยอะเลย” ริวเอ่ยชมออกไปตามตรง เพราะคนตรงหน้านี้เรียกได้ว่าตรงสเปกเขามาก ๆ
ธามยิ้มมุมปากเล็กน้อยรับคำชมโดยไม่เอ่ยอะไร เขาเรียกบาร์เทนเดอร์ แล้วสั่งเครื่องดื่มให้ริวตามของตัวเอง
บทสนทนาเริ่มต้นด้วยเรื่องทั่วไป ริวเล่าอย่างเป็นธรรมชาติว่า เรียนอยู่นิเทศฯ ปีสาม ทำงานพิเศษเป็นบาริสตาร้านกาแฟเล็ก ๆ และมีความฝันอยากเขียนบทละครสักเรื่องที่มีคนจดจำ
แม้จะไม่เข้าใจที่อีกฝ่ายเล่าทั้งหมด แต่ธามตอบบ้างในสิ่งที่ตัวเองพอรู้ เขาโกหกอีกฝ่ายไปว่าตัวเองเพียงทำงานในบริษัทแห่งหนึ่ง ทำงานอย่างหนักจนไม่มีเวลาในชีวิตของตัวเอง แม้เงินดี แต่เขาไม่มีเวลาศึกษาใครสำหรับความสัมพันธ์ที่ต้องใช้มากกว่าแค่ร่างกาย
ระหว่างที่คุยธามก็สังเกตอีกฝ่ายไปด้วย นิสัยเก่าแบบแพทย์ยังติดตัว เด็กหนุ่มช่างพูดตรงหน้านี้มักจะชอบกัดริมฝีปากเบา ๆ เวลาใช้ความคิด เอียงคอนิด ๆ เวลาเกิดความสนใจดูเหมือนหมาน้อยที่น่ารัก
“นี่ก็น่าจะพอให้เรารู้จักกันคร่าว ๆ แล้ว ริวพร้อมที่จะไปสัมผัสประสบการณ์แบบใหม่หรือยัง ในโพรไฟล์เราบอกไว้ว่า ชอบลองอะไรใหม่ ๆ” ธามเอ่ยขึ้นหลังเครื่องดื่มแก้วที่สามหมดไป
“แล้วใหม่ของพี่ T แน่ใจเหรอครับว่า ผมจะยังไม่เคยลอง” ริวยิ้มดวงตาเป็นประกายภายใต้แสงสลัวของบาร์
ภาพตรงหน้าที่ริวเข้ามาภายในห้องเห็น คือผู้ชายแปลกหน้าในสภาพที่ไร้เสื้อผ้าบนร่างกาย กำลังซุกไซ้ซอกคอแฟนตัวเองที่ในตอนนี้เองก็อยู่ในสภาพที่ไร้เสื้อผ้าบนร่างกายเหมือนกัน ซอกคอขาวและตามร่างกายของคนพี่ในตอนนี้ เต็มไปด้วยร่องรอยน่ารังเกียจที่ผู้ชายแปลกหน้าทิ้งเอาไว้ ความโกรธ ความหึงหวงปะทุขึ้นมาภายในใจจนออกมาข้างนอกอย่างห้ามไม่อยู่“มึงเป็นใคร! ทำอะไรกลับแฟนกู”พลั่ก! พลั่ก!ริวไม่สนใจคำตอบของอีกฝ่ายแต่อย่างใด ความโกรธที่มันพวยพุ่งทำให้เขาควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ พุ่งตัวเขาไปดึงร่างผู้ชายปริศนาที่คร่อมตัวหมอธามออกมา เขากระหน่ำชกต่อยใบหน้าอีกฝ่ายเต็มแรงอย่างไม่ยั้งมือเขาไม่สนใจว่าความจริงมันเป็นยังไงในตอนนี้เขาเพียงต้องการระบายความโกรธ อัดเจ้าหมอนี่ให้เละยิ่งกว่าโจ๊ก ด้วยอาศัยจังหวะที่เจ้าตัวไม่ทันระวัง ริวอัดใส่อีกฝ่ายไม่ยั้งจนมุมปากทั้งสองข้างต่างก็เลือดกบปาก ใบหน้าเขียวฟกช้ำไปหมด แต่ริวก็ยังไม่พอใจชกใส่ใบหน้าอีกฝ่ายไม่หยุดเคล้ง!“อั๊กก”“ไอ้หมาบ้าเอ๊ย! มึงระวังตัวไว้เถอะ” พร้อมอาศัยจังหวะที่ถีบอีกฝ่ายล้มได้รีบเก็บของตัวเองวิ่งออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว“อัก! มึงอย่าคิดจะหนีได้” ริวรีบลุก
หลังโดนไล่ให้ออกมาจากงานศพพ่อของริว ธามก็ไม่ได้รีบเร่งที่จะกลับคอนโดหรือไปทำงานที่โรงพยาบาลแต่อย่างใด เขาขับรถคันเดิมมุ่งหน้าไปยังบาร์ลับที่เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงร้านในความทรงจำของตัวเองแทนเข้ามาภายในร้านมองบรรยากาศที่แทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยนอกจากคนที่ดูบางตาลงไปมากก็ปลงใจ แม้ร้านนี้จะมีความทรงจำแย่ ๆ และดีผสมกันไป เขาเลิกมาที่นี่ได้หลายปีมากแล้ว หลังจากที่เลิกกับแฟนเก่าไปความจริงเขาก็ไม่อยากที่จะก้าวย่างเข้ามาภายในบาร์นี้แต่อย่างใด แต่เหล้าและวิสกี้ที่อยู่ในห้องนั้นเขาทั้งดื่มทั้งเททิ้งจนไม่มีเหลือแล้ว นอกจากบาร์แห่งนี้ที่เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงแล้ว เขาก็ไม่รู้ว่ามีที่ไหนอีกที่จะสามารถนั่งดื่มเหล้าได้ตลอดทั้งวัน เขาเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์นั่งที่มีบาร์เทนเดอร์ที่คุ้นเคยดูแลอยู่“เอ้า! นี่มันธามนี่ ไม่เจอกันนานเลย อะไรดลใจให้มาที่นี่วันนี้ล่ะ” บาร์เทนเดอร์ที่จำธาม ลูกค้าประจำสมัยก่อนได้ก็เอ่ยทักทาย“แค่ไม่มีที่ไปเท่านั้นแหละ เอาเหมือนเดิม หมดก็เติมมาได้เรื่อย ๆ เลย” ธามนั่งเก้าอี้เอ่ยตอบอย่างไร้อารมณ์ ในตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์ที่จะต่อร้องหรือหยอกเล่นกับใคร“คงจะเป็นเรื่องใหญ่สินะ ไ
ภายในห้องของธามที่คอนโด แสงไฟภายในห้องไม่ถูกเปิดทำให้ภายในห้องมีแต่แสงสลัวที่มาจากนอกห้อง ภายในห้องมีแต่ความเงียบงัน กลิ่นวิสกี้เกรดดีผสมกับเหล้าเกรดดีอีกหลายชนิดลอยอวลไปทั่วห้อง พร้อมกับร่างของธามในเวลานี้ที่เมาปลิ้นนั่งอยู่บนโซฟาใบหน้าเขาซีดเซียว รอยคล้ำใต้ตาชัดเจนจากการไม่หลับไม่นอน ผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อเชิ้ตหลุดลุ่ย และเข็มขัดที่ยังคาเอวจากเมื่อวานเย็น รอบตัวเต็มไปด้วยขวดเหล้ามากมายที่ถูกเปิดดื่มจนหมดธามไม่รู้ว่าตัวเขาดื่มเหล้าไปมากแค่ไหนแล้วระหว่างสองวันที่ผ่านมา นับตั้งแต่ที่เขาผ่าตัดพลาดธามก็กลับห้องไม่ได้โผล่หน้าไปที่โรงพยาบาลอีก เขาสายตาเหม่อลอยยกขวดเหล้าขึ้นมาจิบ เฝ้ามองสายฝนที่โหมกระหน่ำภายนอกห้อง เสียงฝนกระทบกระจกหน้าต่างดังสม่ำเสมอ สายฝนในตอนนี้ราวกับรู้ความในใจเขาที่กำลังเศร้าเสียใจจึงตกลงมาไม่หยุด“มันไม่ควรผิดพลาด...มึงควรช่วยพ่อริวเอาไว้ได้สิ”ธามมือปิดหน้าเอ่ยออกมาเสียงดังขณะที่น้ำตาค่อย ๆ ไหลออกมา เขายังไม่เข้าใจว่าตัวเองทำผิดพลาดตรงไหน จากที่มันนควรเป็นการผ่าตัดเป็นไปได้ด้วยดี แต่มันกลับมีความผิดพลาดเกิดขึ้นจนไม่สามารถที่จะยื้อชีวิตพ่อริวเอาไว้ได้ในหัวเขาค่อย ๆ
“วันนี้ผมมีเคสด่วนอะไรไหมครับคุณพยายาบาลพิมพ์แข”“วันนี้คุณหมอมีแต่ตรวจเยี่ยมอาการคนไข้เท่านั้นค่ะ”ธามรับรายงานจากพยาบาลพิมพ์แขขณะเดินไปพร้อมกัน วันนี้เป็นอย่างที่เขาคิดว่าไม่ค่อยมีงานอะไร นาน ๆ ทีจะมีวันที่เหมือนจะว่างแบบนี้สักครั้งหนึ่งในรอบหลายเดือน ถ้าไม่มีเคสด่วนเข้ามาเลยวันนี้ก็ถือว่าเป็นวันที่ชิลวันหนึ่งวันนี้ธามตั้งใจที่จะเตรียมเซอร์ไพรส์ริวในคืนนี้ หลังจากที่พวกเราเป็นแฟนกัน ทั้งที่พวกเขาควรที่จะได้สวีตหวานแหววด้วยกัน แต่ตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมานั้นมีแต่เรื่องเกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวันทั้งหมอปาล์มขอลาหยุดพักผ่อนอย่างไม่มีสาเหตุเป็นเวลาหลายวัน ทำให้อาจารย์ที่เป็นคนรับผิดชอบอย่างธามวุ่นมากในช่วงนี้ ริวเองหลังจากที่กลับจากค่ายก็ต้องเตรียมอ่านหนังสือสอบ ทำให้ไม่มีเวลาว่างที่จะมาเจอหน้ากันมากนักแถมเมื่อสองวันก่อนยังมีเรื่องพ่อเข้ามาอีก วันนั้นริวว่างจึงตั้งใจมาหา จากที่พวกเขาจะได้ชีวิตหวานแหววสวีตกัน กลายเป็นริวต้องมาคอยปลอบใจธามซะงั้นคืนนี้ธามจึงตั้งใจที่จะชวนริวไปเดตด้วยกันครั้งแรกหลังจากที่เป็นแฟนกันที่ห้องซะหน่อย และก็เพื่อขอบคุณที่อีกฝ่ายพร้อมที่จะเดินไปด้วยกัน พร้อมที่จะเ
เขาเปิดก๊อกน้ำล้างหน้าด้วยน้ำเย็นเพื่อเรียกสติ สมองของธามทำงานอย่างรวดเร็ว วิเคราะห์สถานการณ์และพยายามหาทางออกเขาไม่สามารถปฏิเสธการรักษาคนไข้รายนี้ได้โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร และเขาก็ไม่อยากให้คนไข้ต้องถูกย้ายโรงพยาบาลในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ มะเร็งตับระยะที่สามต้องการการรักษาอย่างเร่งด่วน คนไข้ที่มาที
ที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังใจกลางกรุงเทพมหานคร วันใหม่ของหมอธาม เวชวานิช เริ่มต้นขึ้นตามกิจวัตรที่เป๊ะราวกับเครื่องจักร เขาเข้าร่วมประชุมทีมแพทย์ตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า ตรวจผู้ป่วยในตั้งแต่แปดโมง และต่อด้วยคลินิกผู้ป่วยนอกจนถึงเที่ยง ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น ภายใต้กรอบเวลาที่วางไว้อย่างเป็นระบบ เช่นเดี
“พี่ชอบควบคุม ชอบมีอำนาจเหนือกว่า...ชอบให้อีกฝ่ายทำตามคำสั่ง ใหม่แบบนี้ริวเคยมีประสบการณ์หรือยัง” ธามโน้มตัวเข้าใกล้เล็กน้อยเอ่ยที่ข้างหูอีกฝ่าย กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของเขาอบอวนในระยะหายใจ“แล้วบางครั้ง...ก็ชอบทำให้เจ็บด้วย แบบนี้ริวพอจะรับไหวไหมครับ” เสียงของเขาเบาลงจนแทบเป็นกระซิบริวกลืนน้ำลายเบา
ทุกอย่างเหมือนจะเรียบง่ายเกินไปสำหรับธาม ไม่ว่าจะเป็นการสวมถุงมือยางที่แนบสนิทกับข้อมือก่อนผ่าตัด การยื่นมือไปรับเครื่องมือจากพยาบาลข้างกายอย่างแม่นยำ หรือการกล่าวลาเวรเมื่อถึงตีสองครึ่ง เวลาที่ร่างกายเริ่มส่งสัญญาณว่า “พอเถอะ” กับการยืนทำงานต่อเนื่องกว่าสิบห้าชั่วโมงเขาถอดเสื้อกาวน์สีขาวออกจากไหล










![[แบตเตอรี่ที่สมบูรณ์แบบระดับ SS]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
