登入ตึก ตึก ตึก
เสียงฝีเท้าใครบางคนเดินมาหยุดอยู่ข้างๆ เอ่ยขึ้นกับคนคุ้นเคย "ต่อไปคุณย่าคงมีแรงต่อสู้กับโรคชราแล้วนะครับในที่สุดเขาก็กลับมา" ร่างสูงใหญ่ของเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงอันคุ้นเคยเอ่ยขึ้นพร้อมกับยื่นยาที่หญิงชราต้องกินประจำมาให้ "ขอบคุณปอมากเลยนะย่าไม่เคยทำให้แกรู้สึกอยากกลับมาที่สวนได้เลยสักครั้ง บางทีเราอาจจะได้อยู่ด้วยกันจนถึงวาระสุดท้ายก็ได้" "ย่าณียังแข็งแรงไม่เป็นอะไรง่ายๆ หรอกครับผมว่าหลานย่าคนนี้จะกลับมาทำให้คุณย่ามีความสุขเสียจนโรคภัยไข้เจ็บทำอะไรไม่ได้แน่นอน" "ปอ.." "ครับ?" "ปอเคยบอกว่าอยากให้ที่ดินของเรารวมกันตอนนี้ยังสนใจอยู่ไหม?" "ย่าหมายความว่ายังไงครับย่ายืนยันมาตลอดว่าจะไม่ขาย" "สวนตรงนี้มันติดแม่น้ำด้านหลังเป็นวิวเขาเห็นพระอาทิตย์ตกดินพอดีเป็นที่สวยทอดยาวติดกับรีสอร์ทบ้านไร่ชายตะวันเขามาขอซื้อ" "ไอ้หมอนั่นมันทำรีสอร์ทกับสนามกอล์ฟนี่ครับจะเอาสวนผลไม้รวมไปทำไม" "ย่าพอจะรู้ว่าถ้าขายให้เขาสวนตรงนี้คงไม่มีผลไม้เหลืออีกต่อไป เลกับตะวันเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ตะวันอาจะอยู่ที่นี่เพราะพ่อแม่เขาให้อยู่แต่เลไม่ได้อยากใช้ชีวิตอยู่ที่นี่และเลเป็นหลานคนเดียวของย่าถึงอย่างไรที่นี่ก็ต้องตกไปเป็นของเขา" "ย่าณีกำลังหมายถึง..ขาจะขายที่ตรงนี้ให้เพื่อนแน่ถ้า..ถ้าย่าไม่อยู่..ให้คนที่ซื้อที่ตรงนี้โดยไม่เกี่ยงราคาอย่างไอ้ตะวันใช่ไหมครับ?" "ใช่..ย่าว่าเขาคล้ายกับเล รสนิยมเหมือนกัน เขารู้จักพูดจาหว่านล้อมแต่งตัวดูดีกินอาหารดีๆ ถ้าเขารู้ว่าเลกลับมาเขาต้องเข้าหาเลแน่ และถ้าเขารู้ว่าเลไม่อยากอยู่ที่นี่..ทุกอย่างก็เข้าแผนพอดี" "ผม...จะช่วยคุณย่ากับสวนผลไม้เลขาได้ยังไงครับ?" "ปอรักสวนผลไม้ ดูแลมันเป็นอย่างดี เลขาหลานย่าก็เหมือนสวนผลไม้ที่ย่ารักที่สุด หวังว่าปอจะมองเลขาเหมือนสวนพวกนี้ที่ย่ารัก...แมงปอช่วย..." .. . ผมชื่อ แมงปอ วรวิทย์ วรรณสูตร อายุยี่สิบสามปีเรียนจบปริญญาตรีบริหารการจัดการสิ่งแวดล้อมมาจากออสเตรเลียเป็นนักเรียนทุน เป็นคนติสๆ เซอร์ๆ ไว้ผมยาวสวมเสื้อผ้าง่ายๆ ปล่อยหนวดยาวรกครึ้มจนใครๆ ต่างหาว่าแก่บ้างอยู่กับต้นไม้จนเป็นบ้าบ้าง บางคนก็หาว่าเป็นโจร... ก็แล้วแต่จะคิดไม่ได้สนใจอะไรอยู่แล้ว ผมไม่ได้เรียนเก่งเกี่ยวกับวิชาการแต่ถ้าเป็นลงมือปฏิบัติเกี่ยวกับต้นไม้ก็ไม่เป็นสองรองใครอย่างแน่นอน การได้เดินทางดูพืชพรรณรอบโลกหลังเรียนจบหนึ่งปีทำให้เข้าใจธรรมชาติมากขึ้นเข้าใจมนุษย์ที่ต้องพึ่งพาธรรมชาติมากขึ้น รากเหง้าของพ่อแม่ผมคือชาวสวนผลไม้ที่จันทบุรีปลูกผลไม้หลากหลายชนิดทั้งทุเรียนมังคุดเงาะลองกองมะพร้าวขนุนส้มบนเนื้อที่ห้าสิบไร่ พ่อแม่ท่านเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ตอนไปส่งผลไม้ในกรุงเทพฯ ทำให้ลูกคนเดียวอย่างผมกลับมาบริหารจิตวิญญาณที่หล่อเลี้ยงพวกเราให้ยังคงอยู่สืบไปตราบนานเท่านาน ชีวิตที่ไม่มีพ่อแม่มันออกจะเคว้งคว้างไปสักหน่อยแต่การได้มาอยู่ในที่ที่เป็นรากเหง้าของตัวเอง ที่ที่มีความสุขของครอบครัวกระจายอยู่ทุกแห่งหนบนพื้นที่สวนผลไม้แห่งนี้ มันยิ่งทำให้ผมเข้าใจคำว่าความสุขที่แท้จริง ผมถึงได้รักษาดูแลทุกอย่างของที่นี่ให้เหมือนกับที่พ่อแม่รักเป็นอย่างดี และโชคดีที่มีคุณย่าปราณีหญิงชราวัยเจ็ดสิบห้าปีเจ้าของสวนผลไม้ที่ดินติดกันคอยช่วยชี้แนะคอยพูดคุยชวนกินข้าวราวกับเป็นคนครอบครัวเดียวกัน ย่าณีท่านก็เป็นอีกคนที่รักผืนแผ่นดินสวนผลไม้แห่งนี้ไม่ไปไหนต่อให้ราคาที่ดินจะพุ่งสูงกว่าใครเพราะเป็นผืนที่สวยที่สุดก็ตาม ชาวสวนผลไม้อย่างเราไม่ใช่คนบ้านป่าเมืองเถื่อนแต่ที่อยู่ตรงนี้เพราะรู้ดีว่าอะไรสำคัญที่สุด อาหาร ถ้าพวกเราไม่มีอาหารกินหรือแม้แต่กินอาหารที่ไม่ดี ร่างกายที่เป็นส่วนประกอบในการเป็นมนุษย์ก็จะแตกสลายได้ เพราะเมื่อใดที่รับของไม่มีประโยชน์เข้าร่างกายเมื่อนั้นโรคร้ายก็เขามาทำลายตัวเราร่างกายเราทำให้เกิดทุกข์เหนื่อยหน่ายไม่มีความสุขและเมื่อใดที่ความเจ็บปวดทุกข์ทนครอบงำเราการมีชีวิตก็ไม่ใช้ทางเลือกที่ดีอีกต่อไป เพราะฉะนั้นการสร้างสิ่งดีๆ เพื่อตนเองและเพื่อนมนุษย์จึงเป็นหน้าที่ของชาวสวนแบบเรา เราพูดคุยกันมากขึ้นเพราะคุณย่าคงคิดถึงหลานชายมาก แกเล่าว่าหลานชายคนเดียวซื้อรถและคอนโดอยู่ในเมืองไม่มีทีท่าจะกลับมาหา ท่าทางเศร้าๆ แต่น้ำเสียงฟังดูมีความสุขทุกครั้งที่พูดถึงหลานชายที่ชมว่ายิ้มสวยนักหนา ตั้งแต่นั้นมาหัวข้อสนทนาส่วนใหญ่ของเราก็มีแต่คนชื่อเลขาชื่อเดียวกับป้ายสวนผลไม้ของแก เราสนิทสนมช่วยเหลือกันและกันดีเพราะปลูกผลไม้เหมือนกัน บ่อยครั้งที่ย่าณีพูดขึ้นว่าอยากให้หลานชายมีแฟนเป็นคนบ้านสวนอยากให้มีใครสักคนมาเหนี่ยวรั้งหลานรักให้รู้คุณค่าของสวนผักผลไม้ที่มีแต่ดูเหมือน ว่าหลานตัวดีจะกู่ไม่กลับจนกระทั่ง... 'พักนี้เลบ่นให้ย่าฟังว่าเหนื่อยเพราะเงินเฟ้อหนักรู้สึกว่าเลจะมีเงินไม่พอใช้' ย่าณีพูดเสมอว่าอยากส่งเงินให้หลานแต่ผมก็หยุดความคิดนั้นของคนสูงวัยที่รักหลานสุดหัวใจลง อาจจะแอบก่อกบฏบ้างว่าถ้าอยากให้เขากลับมาอย่าส่งเงินให้เด็ดขาดเพราะชาวเมืองไม่เคยมีเงินเพียงพอต่อรสนิยมที่สูงขึ้นอย่างแน่นอน และเพราะสงสารย่าณีจึงเผลอรับปากจะช่วยทำให้คนหลานกลับมาที่บ้านสวนและเข้าใจอะไรๆ มากขึ้นเอง ...คำพูดหล่อๆ แบบนั้นไม่รู้จะทำได้จริงไหมก็คุณเลขาเขาท่าทางดื้อด้านสุดๆ แบบนั้น .."ผมปวดเอว วันนี้ช่วยอยู่ดูแลผมด้วยนะครับ~ "ดูมันพูดเข้า..หลังทะลวงรูคนอื่นเอาเป็นเอาตายจนคนโดนแทงหน้ามืด มันยังมีหน้ามาอ้อนให้ดูแลราวกับตัวเองเป็นฝ่ายรับซะงั้น แต่จะทำไงได้มันบอกยังไม่หายงอน?แบบนี้ก็ได้เหรอ!"ด้าย ได้สิครับ ได้เล้ย"กูประชด! แต่แม่งใช้จริงใช้แบบจริงจังมากด้วย!"คุณขาผมหิวน้ำ""...""คุณขาผมเหนียวตัว""...""คุณขาผมปวดฉี่พยุงหน่อย""...""คุณขาอยากดูหนัง""...""คุณขา""คุณ""ขา..""โอ้ยยยย นี่มันกี่ทุ่มกี่ยามแล้วไอ้เด็กบ้า!""มานอนบนเตียงเร้ว~ ""อย่าแกล้งฉันอีกเลยนะฉันเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว หายงอนสักทีเถอะ ฉันยอมนายทุกอย่างแล้วเนี่ยเจ็บตูดมากนะขาสั่นจะตายอยู่แล้ว~""ดีครับว่าง่ายๆ ก็ดีผมเป็นแฟนคุณขาต่อไปต้องดื้อให้น้อยลงนะ ""ห๊ะ? นายจะหายงอนฉันแล้วใช่ไหม?""ครับ ถ้าคุณรับปากว่าจะเชื่อฟังผม""เอ่อ.. เออ กะ.. ก็ได้""พูดซิครับว่าจะขอผมเป็นแฟน""หะ? เออๆ เรามาเป็นแฟนกันนะ""ประโยคขอร้องครับไม่ใช่ประโยคชักชวน""หึ่ยย! น้องแมงปอครับช่วยมาเป็นแฟนกับพี่เลขานะได้โปรดเถอะ""หึ หึ โอเคต่อไปนี้เราเป็นคนรักกันแล้วนะคุณเลขา ถ้าใครถามก็ต้องบอกว่ามีแฟนแล้วแฟนชื่อแมงปอเจ้าของสวนปาล
พรึ่บบร่างบางถูกอุ้มเข้าเอวหลังติดกับต้นไม้ ขายาวเกี่ยวไขว้เอวแกร่งของร่างสูงไว้แน่นราวกับกลัวตก แขนเรียวเกาะบ่ากว้างเป็นที่ยึดท่าทางล่อแหลมกับน้ำเสียงกระเส่าของหนุ่มหล่อมีพลังทำลายล้างเสียจนยากจะหลุดออกจากกับดักที่คนบางคนวางไว้ทุกทิศทางได้"ไม่รู้สิครับใครมีความผิดก็ต้องถูกลงโทษไม่ใช่หรือไง~"คนห่ามเหลือบมองรอบๆ ด้วยหางตาก่อนจะค่อยๆ ปลดซิบด้านหน้าลงปล่อยความเป็นชายออกมานอกกางเกงแนบกลางกายเบียดสีช่วงร่างร่องรักที่เคยลิ้มลอง ไม่ว่าจะพยายามอดทนไม่สนใจสักแค่ภายนอกริ่งสนิทแต่ภายในร่อนเราแทบบ้ายามใกล้ชิดกันคนพี่มึนเมากับการถูกเล้าโลมล่อลวงไม่ทันคนเจ้าเล่ห์ที่คิดว่าใสๆ กับบางเรื่องคนบางคนก็มีไหวพริบเสียเหลือเกินคนน้องเลื่อนกางเกงด้านหลังเลขาลงมาจนช่วงสะโพกเปลือยเปล่า ร่างหนาบดบังร่างเล็กกว่ากักขังไว้กับต้นไม้ถ้าเผลอมีใครมองผ่านก็ไม่มีใครรู้ถ้าไม่สังเกตดีๆ ปลายจมูกโด่งซุกไซร้ใบหูขาวสลับบดจูบริมฝีปากบางที่พยายามเบี่ยงหลบเพื่อจะอธิบายให้ชายหนุ่มตัวโตฟัง"กะ ก็ตอนนั้นมันชุลมุน..จะให้บอกยังไงทัน นายนอนหลับเป็นตาย ..ที่กรุงเทพฯ ก็โทรมาตามตัว ตะวันก็ชวนไปเที่ยว. .คนมันเคยอยากอยู่ที่นั่นก็ต้องมี
อยู่มาวันหนึ่ง"กูคงจะแบ่งขายที่ดินสวนนี้ให้มึงไม่ได้แล้วล่ะตะวัน กูว่าจะกลับมาอยู่ที่นี่ถาวรแล้ว""มึงว่าไงนะ จะกลับมาทำสวนเนี่ยนะนี่มึงคิดอะไรอยู่ แล้วที่วิ่งโล่กลับไปสัมภาษงานที่กรุงเทพ นั่นเขาไม่รับหรือไงทำไมถึงถอดใจง่ายอย่างนี้ พ่อกูมีเส้นสายในเมืองนะถ้ามึงจะไปจริงๆ ให้พ่อกูฝากให้ก็ได้ แค่มึงแบ่งขายสวนให้กูแค่นันเอง""กูไม่อยากขายจริงๆ ว่ะตะวัน และคงไม่กลับไปอยู่ในเมืองแล้วเพราะกูขายคอนโดกับรถที่กรุงเทพฯ ไปแล้ว ""กูไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนฉลาดๆ อย่างมึงจะทิ้งเงินก้อนโตมาทำงานอาบเหงื่อต่างน้ำที่สวนชนบท เรียนมาสูงซะเปล่านะมึงคราวหลังมีอะไรมึงไม่ต้องมาขอให้กูช่วยเลยนะกูไม่อยากคบตนโง่ๆ แบบมึง!""อือ "วันนี้ตะวันเข้ามาคุยกับผมทันทีที่เห็นว่าผมสวมชุดทำสวนเดินไปเดินมาแล้วเอ่ยถามเรื่องแบ่งขายที่ดินขึ้น วันนี้แมงปอก็ยืนอยู่ด้วยแค่ยืนอยู่ด้านหลังเงียบๆ ไม่พูดอะไร ก็ดีเหมือนกันเพราะอยากพิสูจน์ให้เด็กนี่รู้ว่าผมจริงจังจริงใจแค่ไหนในการกลับคืนสู่รากเหง้าของตนเอง ผมปฏิเสธเงินหลายสิบล้านไปเพื่อจะได้อยู่กับที่แห่งความทรงจำแห่งนี้กับคนที่ผมรัก"วันนี้ฉันเท่ใช่ไหม ฉันจริงใจขนาดนี้แล้วไม่ได้ทำเล่นๆ
ทำไมแมงปอไม่มากินข้าวเย็น.."ย่าครับนี่ก็เลยเวลาอาหารเย็นมามากแล้วผมขอไปดูหมอนั่นหน่อยนะครับ""จ้ะ"โทรศัพท์ก็ไม่รับเป็นอะไรหรือเปล่าเนี่ยขับรถมอไซค์ไฟฟ้าไปดีกว่าเร็วดีบรื้นนนนน~เอี้ยดดด~ปึ้งๆๆๆ "ปอ "ปึ้งๆๆๆ " แมงปอ"กึ่กก.."อ้าวไม่ได้ล็อคไปไหนของเขาน้า?"ร่างสูงนอนแผ่บนโซฟาริมหน้าต่างใบหน้าซีดเซียวที่หน้าท้องถูกุมไว้ด้วยมือคู่ใหญ่ใบหน้าคมคายมีเหงื่อซึมออกมาปากซีดจนดูน่าเป็นห่วง เลขาปรี่เข้าไปนั่งยองข้างโซฟายื่นมือเล็กๆ แตะตามใบหน้าตามตัวด้วยความเป็นห่วงคิ้วเรียวขมวดมุ่นเมื่อเห็นคนที่เคยแข็งแรงนอนนิ่งไม่ไหวติงคางมนเกยกับท่อนแขนแกร่งแผ่วเบาเอ่ยเสียงอ่อยกับเจ้าของร่าง"ปอ..แมงปอ เป็นอะไรทำไมมานอนตรงนี้ไม่สบายเหรอ?""คุณ..ขา?" เสียงทุ้มแผ่วเรียกชื่อคนตัวขาวหน้าหงอยข้างกายไม่ต่างจากแมวดื้อที่ชอบอ้อน"อื้อฉันเองนายป่วยเหรอให้พาไปหาหมอไหม?""ไม่ต้อง ผมไม่เป็นไร..คุณช่วยหยิบยาแก้ท้องเสียกับเกลือเเร่ให้ผมหน่อยกล่องยาบนโต๊ะ""นี่นาย..ปวดท้องจนเป็นแบบนี้เลยเหรอ" คนพี่มีสีหน้ากังวลมากกว่าเดิมเมื่อรู้สาเหตุการนอนซมของคนตัวโต ร่างบางเดินเตาะแตะไปไปหยิบของที่คนน้องขอนำยามาป้อนให้"..อืม""เพร
..."ย่าณีไปไหน?""มีนัดตรวจนิดหน่อยที่โรงพยาบาลบอกจะแวะหาเพื่อนในตัวเมืองด้วย""ทำไมคุณไม่ไปกับท่าน?''"ย่าบอกไม่ต้องนี่""แล้วนี่ซากอะไรอย่าบอกนะว่าทำเอง?""..เออ"พออยู่กันสองคนก็คุยกันจริงๆ แค่มันยังห้วนและอึมครึมเหมือนเดิม แถมเรายังไม่สบตากัน ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปสักวันพวกเราคงมองหน้ากันไม่ติดจริงๆตั้งแต่ไปกรุงเทพฯ ก็นั่งคิดนอนคิดตลอดว่ารู้สึกอย่างไรกับการเป็นสวนและรู้สึกอยากเป็นคนเมืองเหมือนเดิมไหม คำตอบของมันมีแต่ภาพคุณย่า ภาพผมกับแมงปออยู่เต็มหัวภาพในสวนของเราภาพการเดินดูสวนถ่าย vlog ไลฟ์สดขายของความสุข..มันคือความสุขของจริงยิ่งพอกลับมาเจอเด็กงอนถึงรู้ใจตัวเองมากขึ้นว่ารักเขาไปแล้วทั้งใจ..แค่ไม่รู้จะง้ออย่างไรถ้าเป็นคนคบเก่าๆ ในสังคมเมืองแค่ซื้อของแบรนด์เนมให้ดอกไม้นอกช่อโตๆ ดินเนอร์หรูจบด้วยเรื่องบนเตียงแค่นั้นแต่กับคนสวนหน้านิ่งซื่อๆ ปากเก่ง ไม่รู้จะเริ่มจากไหนรู้แค่ว่าแมงปอให้ความสนใจเรื่องปากท้องก็เลยทำอาหารง้อ แต่สภาพมัน..เละไปหน่อย..ไอ้ห่ามต้องรู้แน่ว่าผมทำก็หน้าตามันเหมือนที่ย่าทำซะที่ไหน ไม่เอามาเสิร์ฟก็ไม่ได้กลัวมันไม่มีแรงทำงาน แมงปอใช้ช้อนซ้อมตักอาหารหน้าตาแปลกๆ
ดูเหมือนทุกอย่างจะคลี่คลายจบลงด้วยดีกับการตัดสินใจครั้งนี้ของผม เริ่มรู้สึกว่าการตื่นเช้าเดินรดน้ำต้นไม้เก็บผักอ้อยอิ่งรอบบ้านเหมือนเดินอยู่ในซุปเปอร์มาเก็ตธรรมชาติอากาศเต็มไปด้วยอ๊อกซิเจนเย็นสบาย~คือความสุข..ย่าณีตื่นเช้ากว่าเดินกวาดบ้านช้าๆ เตรียมหุงข้าวทำกับข้าวเผื่อหลานชายกับหลานนอกไส้ที่มากินข้าวด้วยกันทุกมื้อด้วยความปราณีตการปรุงอาหารง่ายๆ ชูรสชาติวัตถุดิบสดใหม่ทานกับผักสดกระจาดใหญ่ๆ ทุกมื้อมันดีต่อภายในจนรู้สึกได้ว่าลำไส้กระเพาะระบบเครื่องในแข็งแรงขึ้นผมสดใสแข็งแรงขึ้น ย่าณีสดใสขึ้น ก่อนนอนเรานั่งดูดาวหน้าระเบียงด้วยกัน ได้พูดคุยกันถึงความหลัง ความรักความอบอุ่นลอยฟุ้งอยู่ในใจไม่มีอะไรหนักหัวจนเบลอเหมือนก่อนหน้านี้อีกแล้วผมไม่รู้เลยว่าสองวันที่เข้าเมืองย่าเป็นลมไปอีกแล้ว ผมเองก็รู้สึกไม่ดีคล้ายจะเป็นไข้แต่ดูเหมือนร่างกายจะดีขึ้นมากเมื่อได้มาอยู่บ้านสวนนานนับเดือนทำให้ร่างกายคล้ายมีภูมิคุ้มกันนมากขึ้นจึงเป็นแค่ไข้ธรรมดาไม่หนักมาก..แต่ไอ้คนที่แปลกกลับเป็นไอ้หมอนี่!แมงปอไอ้คนหน้านิ่งมันมากินข้าวด้วยทุกมื้อเพราะย่าขอร้องแต่มันไม่พูดกับผม!มันพูดแค่กับย่าและบ่อยครั้งก็เมินผมไป







