LOGIN“ฮัวหยางเจ้าคนถ่อย ทำแบบนี้เอาเปรียบข้าชัดๆ”
คุณชายใหญ่สกุลฮัวยิ้มหวาน แม้เขาจะทำตัวเลวทรามกับนางไปหน่อย แต่จูบนี้ช่างหวานนัก เขาสำรวจใบหน้าและเรือนร่างของอู๋จือ พลันเกิดความรู้สึกอยากจะลูบไล้คนตรงหน้าขึ้นมา
‘ข้าไม่เคยรู้สึกเช่นนี้กับสตรีใดมาก่อน พวกสาวใช้ในเรือนที่ท่านแม่อยากให้เป็นสาวใช้อุ่นเตียง คุณหนูตระกูลเล็กที่อยากมาเป็นอนุ หรือแม้แต่คุณหนูตระกูลใหญ่ทั้งหลาย แต่กับหัวขโมยมอมแมมผู้นี้ จูบแล้วก็อยากจูบอีก อยากจะก่ายกอด และอยากจะ....’
“ข้าก็แค่จูบ” ท่านหมอหนุ่มตอบด้วยสีหน้าเรียบๆ
“เจ้าบ้าไปแล้ว! ทำเช่นนี้กับข้าได้อย่างไร ข้าไม่ได้ยินยอมเสียหน่อย หยาบคายที่สุด คอยดูเถิดข้าออกไปจากที่นี่ได้ ข้าจะฟ้องร้องเจ้า” อู๋จือถลึงตาใส่ฮัวหยาง แต่หมอหนุ่มเจ้าเล่ห์ก็ไม่ยี่หระ
“เมื่อครู่เจ้าตกลงแล้วว่าจะช่วยงานข้า”
“ก็ใช่ แต่การจูบมิใช่งานเสียหน่อย มันเป็นการคุกคามข้าต่างหาก”
“จูบเมื่อครู่เป็นส่วนหนึ่งในงานที่เจ้ารับปากนะ ข้าป้อนยาเจ้าอย่างไรเล่า ”
อู๋จือโมโหจนหน้าคล้ำลง นางไม่คิดว่าจูบแรกของตนเองจะมาถูกบุรุษรูปหล่อแต่นิสัยเลวทรามปล้นชิงไปซึ่งๆ หน้าเช่นนี้
“เจ้านอนรออยู่ที่นี่ก่อน ข้าอยากดูฤทธิ์ยาที่ข้าปรุงคราวนี้สักหน่อย ไม่รู้ว่าจะได้ผลอย่างที่คิดเอาไว้หรือไม่ ”
พอฮัวหยางพูดจบ อู๋จือก็เริ่มดิ้นอึกอัก ร่างกายของนางเกิดอาการออกร้อนและคันคะเยอไปทั่ว หญิงสาวดิ้นไปดิ้นมาอยู่บนเตียง ไม่นานนักผื่นแดงตามร่างกายของนางก็แผ่ขยายลุกลาม
“เจ้าให้ข้ากินยาอันใด ข้าร้อนไปทั้งตัวแล้ว ร้อนมากด้วย”
“ยาเม็ดที่เจ้ากินทำให้เกิดอาการร้อนและผื่นคันคล้ายคนเป็นไข้ออกหัด รออีกสักนิดให้ลามไปทั่วตัวก่อน ข้าจะให้เจ้ากินยารักษา ข้าอยากจะทดลองดูว่ายาที่ข้าปรุงขึ้นมันได้ผลดีหรือไม่ ”
“เจ้าหมอบ้า! จู่ๆ ก็จับข้าทดลองยาอย่างนี้แทนที่จะไปลองใช้รักษากับคนป่วย หากอาการบ้าๆ นี่ของข้าไม่หายเล่า เจ้าจะรับผิดชอบเช่นใด ”
“ได้สิ ข้ารับรองว่าข้ารักษาเจ้าได้แน่ แต่ก่อนที่ข้าจะรักษาคนอื่น ข้าก็ต้องมั่นใจว่ายาข้าดีแล้ว ก่อนหน้านี้ข้าก็หาอาสาสมัครเพื่อทดลองยามานานแต่ก็หาไม่ได้สักที กระทั่งมีเจ้าโผล่เข้ามานี่ล่ะ”
อู๋จือได้ยินก็ชะงัก แค่นางแอบเข้ามาตามหาจางเจิ้งจีก็ต้องกลายเป็นคนลองยาของคุณชายใหญ่ฮัวไปเสียแล้ว
“ฮัวหยาง เจ้ามันไม่ใช่หมอ เจ้าเป็นมารต่างหาก”
“เจ้าเพิ่งรู้เหรอ ช่างน่าสงสารเสียจริง รอสักหน่อยเถิด อดทนคันไปสักสองเค่อ เดี๋ยวข้าจะเอายาแก้ให้เจ้า” ชายหนุ่มขยับมาใกล้ “ข้าขอดูรอยที่แขนกับขาเจ้าหน่อยนะ”
“ไม่ได้ เจ้าเป็นบุรุษจะมาดูแขนดูขาข้าแบบนี้ไม่ได้” นางพยายามดิ้นหนี
ฮัวหยางดึงแขนของนางเอาไว้ อู๋จือชะงัก นางคิดว่าตนเองเป็นคนมีพละกำลังมากที่สุดในหน่วย หากนางดิ้นเช่นนี้ มือปราบคนอื่นไม่อาจจะรั้งนางเอาไว้ได้ แต่แรงของคุณชายใหญ่ฮัวมากกว่านางเสียอีก เขาใช้มือเดียวดึงนางและอีกมือถลกแขนเสื้อของนางขึ้นดูรอยผื่น จากนั้นก็ถลกขากางเกงของนาง ขึ้นดู
“เป็นอย่างที่คาด ผื่นพวกนี้กระจายตัวเร็วมาก เจ้าเป็นคนร่างกายแข็งแรงได้รับยานี้เข้าไปก็ยังลามเร็ว หากเป็นคนอ่อนแอล่ะก็ คงจะตายในเวลาเพียงสองชั่วยาม”
“เจ้าหมอบ้า! ไหนว่ายาเจ้าไม่ทำให้คนถึงตายอย่างไรเล่า ”
ฮัวหยางยิ้มเย็น “ข้าหมายถึงว่าเจ้าไม่มีทางตายในมือข้าต่างหาก”
อู๋จือทั้งร้อนทั้งคัน เหงื่อของนางเริ่มไหลออกมา ผื่นแดงลามไปทั่วร่างกาย “ฮือๆ ข้าคันไปหมดทั้งตัวแล้ว เจ้าหายาแก้คันให้ข้าทีสิ ร้อนด้วย ร้อนมากๆ เจ้าหมอบ้า เอายามารักษาข้าเดี๋ยวนี้”
อู๋จือมองเห็นฮัวหยางเดินไปหยิบตลับหกเหลี่ยมสลักลายสวยงามออกมาเปิดหยิบยาอีกเม็ดขึ้นมา นางก็ผวารีบยื่นมือออกไปแบไว้รอ
“ส่งมันมา เดี๋ยวข้าจะกินเอง เจ้าไม่ต้องป้อนข้าแล้ว”
ฮัวหยางยิ้มเล็กน้อยก่อนจะยื่นยาเม็ดนั้นให้มือปราบหญิง อู๋จือที่ถูกมัดข้อมืออยู่ ยื่นมือสองข้างไปประคองเม็ดยาแล้วโยนใส่ปาก รออยู่ครึ่งเค่อร่างกายของนางก็ค่อยๆ คลายความร้อนลง สีหน้าของอู๋จือเปลี่ยนไป
“เจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง ”
“มันเย็น....เย็นมาก เย็นจนตอนนี้ข้ารู้สึกหนาวเย็นไปทั้งตัว เจ้าหมอบ้า ข้าขอผ้าห่มสักผืนได้หรือไม่ ”
“ได้สิ อาการเย็นภายในร่างของเจ้าน่าจะเกิดขึ้นอีกสักเค่อ จากนั้นผื่นแดงทั่วตัวของเจ้าก็จะค่อยๆ ลดลงจนหมดไป” ฮัวหยางพูดพลางหันไปมองดูผ้าห่มที่เขาวางไว้บนเก้าอี้ยาวใกล้ปลายเตียง
ปากของอู๋จือสั่นเล็กน้อย อากาศยามดึกก็เย็นอยู่แล้ว คืนนี้นางสวมเพียงเสื้อผ้าที่ใส่ในตอนกลางวันซึ่งไม่หนาพอจะบรรเทาความหนาวเย็น
“แต่ก่อนจะห่มผ้าให้เจ้า ข้าขอดูแขนขาเจ้าหน่อย” เขาดึงตัวนางมาเปิดดูแขนและขาอีกครั้ง “ผื่นค่อยๆ ลดแล้ว ถ้าข้าคาดไว้ไม่ผิดอีกครึ่งชั่วยามอาการร้อนและผื่นคันก็จะหายไปหมด”
เมื่อฮัวหยางคลี่ผ้าห่มนวมคลุมร่างกายให้ อู๋จือก็คลายความหนาวไปได้บ้างแต่ก็ยังปากคอสั่น
“ท่าทางเจ้าจะหนาวกว่าที่ข้าคาดเอาไว้”
“ข้าหนาว ข้าหนาวมาก หมออู๋ ท่านไปหาผ้าห่มมาให้ข้าอีกสักผืนเถอะ”
“ในห้องนี้มีผ้าห่มผืนเดียว เอาเป็นว่าข้าช่วยเจ้าเพิ่มความอบอุ่นก็แล้วกัน” หมอหนุ่มนั่งลงข้างๆ แล้วโถมตัวเข้ามากอดร่างที่อยู่ในผ้าห่มนวมเอาไว้
“เจ้าคนถ่อย ถอยไป! ข้าอยากได้ผ้าห่ม ไม่ได้อยากได้เจ้า”
“ในยามนี้ ตัวข้านี่ล่ะที่อุ่นที่สุดสำหรับเจ้า”
แม้อู๋จืออยากจะเถียงใจแทบขาดแต่นั่นก็เป็นความจริง ร่างกายของฮัวหยางที่หนาและล่ำ ทำให้นางอุ่นจริงๆ มือปราบหญิงที่หนาวจนตัวสั่นจำยอมให้ฮัวหยางกอดตนเอาไว้ ซ้ำอู๋จือยังเผลอขยับเข้าซุกหาไออุ่นจากร่างของคนผู้นั้นอีกด้วย
เมื่อเห็นว่าร่างของสตรีในผ้าห่มหยุดดิ้นรน ฮัวหยางก็ยิ้มบางๆ “เจ้ารู้สึกดีขึ้นหรือยัง ”
“ดีแล้ว ปล่อยข้า ข้าอุ่นจนร้อนแล้ว”
ฮัวหยางคลายอ้อมกอดแล้วเปิดผ้าห่มดูที่แขนและขาของอู๋จือ พอเห็นว่าผื่นแดงหนาเป็นปื้นหายจนหมดก็ยิ้มกว้างด้วยความดีใจ และรอยยิ้มนั้นก็สะกดให้อู๋จือตกอยู่ในภวังค์อีกครั้ง
“ยาของข้าได้ผลแล้ว”
ใบหน้าของฮัวหยางเหมือนจะยื่นเข้ามาจูบนางอีกคราหนึ่ง อู๋จือเห็นเช่นนั้นก็ร้องโวยวายดิ้นหนีและพยายามจะใช้ขาและมือดันร่างของคนรูปงามให้ถอยห่างออกจากตนเอง
“ถอยไป๊! ถอยไปนะ!”
พลันต้นแขนของนางก็ถูกบีบและเขย่าอย่างแรง
“พี่จือจือ! ตื่นเถอะเจ้าค่ะ ท่านแม่ให้ข้ามาปลุก”
อู๋จือลุกขึ้นนั่งด้วยหน้าตาเหลอหลา มองน้องสาวที่นั่งทำหน้างวยงงอยู่ตงหน้า นางยกมือตบอกตนเองเบาๆ สองสามครั้ง
“ท่านพี่กำลังฝันอันใดหรือ เห็นร้องด่าเสียงดังลั่น”
“เอ่อ....ข้า...ข้าฝันร้ายน่ะ”
“เมื่อวานท่านก็ฝันแบบนี้นะเจ้าคะ ฝันติดๆ กันสองวันแล้ว ไปไหว้เจ้าก็ไปแล้ว เหตุใดจึงยังฝันร้ายอยู่อีก ”
อู๋จือหน้าเสีย เรื่องที่นางฝันเห็นล้วนน่ากลัวทุกคืน ก่อนหน้านี้นางยิ่งฝันว่าตนเองกับคุณชายฮัวสุดถ่อยผู้นั้นเข้าพิธีกราบไหว้ฟ้าดินด้วยกัน นางถูกฮัวหยางอุ้มพาเข้าไปในห้องหอ ฮัวหยางถอดเสื้อผ้าของตนเองออกแล้วหันมายิ้มให้กับนางด้วยใบหน้าหื่นกระหาย ซ้ำยังพูดจากสองแง่สองง่ามกับนางอีกหลายประโยค ฮัวหยางกอดจูบและถูกล้วงมือเข้าไปในสาบเสื้อลูบไล้หน้าอกของนาง ตอนนั้นเองที่นางตะโกนด่าเขาออกมา และก็เป็นอู๋เสี่ยวถงที่ปลุกนางให้ตื่น
...นับวันความฝันของนางก็ยิ่งมีแต่เรื่องแนบชิดร่างกายกับอีกฝ่าย...
“อาจจะเป็นเพราะข้ารีบไหว้รีบกลับ เดี๋ยววันนี้จะลองไปอีกที ตั้งใจอธิษฐานเพื่อท่านเทพจะเมตตา” อู๋จือนึกแช่งชักหักกระดูกฮัวหยางในใจ เป็นเพราะคนผู้นั้นแท้ๆ ทำให้นางไม่ได้ตั้งใจไหว้เจ้ามากพอ
“ท่านย่า นี่ท่านดีดลูกคิดรางแก้วเอาไว้หมดแล้วหรือขอรับ” “แน่นอนสิ ก็ข้าเป็นแม่ค้านี่” ฮัวหยางพยักหน้ารับ “ขอรับ ถ้าอย่างนั้น ทุกอย่างก็แล้วแต่ท่านย่าจะเห็นสมควร ขอแค่อย่าทำให้จือจือของข้าลำบากมากนักก็พอแล้วขอรับ” “แหม คำก็จือจือ สองคำก็จือจือ พอเจ้ามีภรรยาก็ลืมย่าไปเสียแล้ว” “ท่านย่าขอรับ ช่วงนี้ข้าขอกลับไปพักที่เรือนปรุงยานะขอรับ จะได้คิดค้นยาสูตรใหม่ออกมา ต่อไปข้าคงมีลูกหลายคน ต้องเตรียมเงินไว้เลี้ยงดูพวกเขาอีกไม่น้อย” คนเป็นย่าหัวเราะอย่างรู้ทัน “นี่ถ้าย่าไม่อนุญาต เจ้าก็คงจะขาดใจตายก่อนงานแต่งมาถึงกันพอดี” ฮัวหยางปิดเรือนปรุงยาเพื่อคิดค้นยาอย่างใหม่ ทว่าในตอนกลางดึกกลับมีบุรุษแต่งกายด้วยชุดดำปิดบังหน้าตาลอบเข้ามาในเรือนของเขา ท่านหมอหนุ่มที่สวมเพียงเสื้อคลุมไว้หลวมๆ นอนรออยู่บนเตียงใหญ่อันใหม่ใช้สองมือประสานอยู่หลังศีรษะ ยิ้มหวานรอให้เจ้าหัวขโมยเข้ามาใกล้ “คราวหน้าไม่ต้องแต่งตัวลึกลับอย่างนี้ก็ได้ ข้าเปลี่ยนคนรับใช้เฝ้าเรือนเป็นชุดใหม่ที่ไว้ใจได้แล้ว ไม่มีคนคายความลับเราสองคนแน่” คนในชุดดำในเ
ฮัวหยางแตะชีพจรของนางอยู่ครู่หนึ่ง “แข็งแรงมากทีเดียว ยาของข้าต้องได้ผลดีอยู่แล้ว” อู๋จือหัวเราะออกมา นึกถึงยาบำรุงร่างกายที่เขาหลอกให้นางกินเข้าไป “ต่อไป ท่านคงต้องปรุงยาคลอดง่ายให้ข้าแล้วล่ะ ข้าได้ยินมาว่าคนที่คลอดลูกจะเจ็บปวดแทบปางตาย บางคนเบ่งอยู่หลายวัน เด็กก็คงไม่ออกมา ถ้าหากเป็นเช่นนั้น ข้าจะไม่ขาดใจตายไปหรอกหรือ ” ชายหนุ่มลูบหลังหญิงคนรัก “เจ้าสบายใจได้ ข้าจะปรุงยาให้เจ้ามีกำลังเบ่ง คลอดลูกคนนี้ออกมาอย่างไม่ทรมานเอง” อู๋จือยื่นหน้ามาจูบแก้มฮัวหยาง “ขอบคุณ คุณชายใหญ่” “เลิกเรียกแบบนี้ได้แล้ว ต่อไปเจ้าต้องเรียกว่าพี่หยาง เจ้าใจหรือไม่ ” สองหนุ่มสาวกอดจูบกันในรถม้าอย่างมีความสุข กระทั่งถึงสำนักมือปราบ บ่ายวันนั้นแม่สื่อก็รีบร้อนไปยังบ้านสกุลอู๋เพื่อทาบทามอู๋จือให้กับคุณชายใหญ่สกุลฮัว อู๋ฮูหยินรีบเอาใบเกิดมาส่งให้แม่สื่อ “บุตรสาวท่านช่างวาสนาดีนัก ได้แต่งเข้าเป็นสะใภ้ใหญ่สกุลฮัวเสียด้วย บุตรสาวเศรษฐีและขุนนางที่รู้ข่าว ป่านนี้คงพากันปาดน้ำตากันเป็นแถวๆ ข้าได้ยินว่าสามีของท่านคือสหายเก่าของนายท่านฮัวใช
พลัวะ! “โอ๊ย! มือปราบใจร้าย นี่เจ้าคิดจะฆ่าสามีหรือ ” “ท่านน่ะสิ หมอชั่ว หลอกให้ข้ากินยาพวกนั้น บอกว่าเป็นยาป้องกันการตั้งครรภ์ ที่ไหนได้กลายเป็นยาบำรุงร่างกายให้พร้อมตั้งครรภ์ ข้าหลงเชื่อท่านอยู่ตั้งนาน” ฮัวหยางรวบมืออู๋จือเอาไว้ “ก็ร่างกายเจ้าไม่สมบูรณ์ ยากจะมีบุตร หากข้าไม่ให้เจ้ากินยาบำรุงอย่างต่อเนื่องก็ตั้งครรภ์ยากน่ะสิ แล้วก็ลงแรงไปตั้งเยอะ จะปล่อยให้สูญเปล่าได้อย่างไร ” ใบหน้าของอู๋จือแดงก่ำเมื่อเขาพูดถึงเรื่องลงแรง “นี่หากข้าตั้งครรภ์แล้วไม่ได้แต่งงานจะไม่ขายหน้าแย่หรือ ” “ข้าไม่ยอมอยู่แล้ว เจ้าไม่เชื่อใจข้าหรือ ” น้ำเสียงคนถามกระเส่า “อือ...” อู๋จือครางรับเมื่อฮัวหยางดูดใบหูของนาง “พอถึงบ้านเจ้า ให้ข้าพูดกับท่านน้าเองก็แล้วกัน” เขาพึมพำ รถม้าคันใหญ่จอดที่หน้าประตูบ้านครอบครัวอู๋ น้องชายคนเล็ก อู๋เหอตี้มองเห็นพี่สาวมาพร้อมกับคุณชายใหญ่ฮัวก็ยิ้มหน้าบานวิ่งเข้าไปเกาะแขนของฮัวหยาง อู๋จือถลึงตาใส่น้องชาย “คุณชายใหญ่ฮัว พี่จือจือ พวกท่านมากันเสียที” “เสี่ยวเหอตี้ เจ้าไปคุ้นเคยสนิทสนม
“ข้าไม่ยอมให้เหลนของข้าต้องไปใช่แซ่ผู้อื่นแน่นอน ในเมื่อบ้านสกุลอู๋ไม่ยินยอมให้อู๋จือแต่งเป็นอนุภรรยา เราจะทำเช่นไร ” “ท่านแม่ขอรับ นี่เป็นเล่ห์เหลี่ยมของหลานชายคนโตของท่าน เขาจงใจทำให้นางตั้งครรภ์เพราะคิดจะให้เรายอมรับ” ฮูหยินผู้เฒ่าขมวดคิ้วมองหน้าบุตรชาย “เจ้ารู้อยู่ก่อนแล้ว” “ขอรับ เดิมทีอู๋จือเป็นสตรีที่ร่างกายไม่เหมาะกับการมีบุตร แต่เสี่ยวหยางที่ชอบนางก็ได้ปรุงยาและหลอกให้นางทาน โดยหลอกนางว่าเป็นยาป้องกันการมีบุตร เขาตั้งใจให้นางตั้งครรภ์เพราะรู้ว่าท่านแม่อยากมีเหลนมาก” “เสี่ยวหยางร้ายจริง กล้ามาหลอกลวงข้า” “อันที่จริงก็ไม่ใช่หลอกหรอกขอรับ เขาชอบอู๋จือมาพักใหญ่แล้ว คดีของหายเขาก็รู้ว่าเป็นฝีมือของหลานสองคนแต่ก็เอาอู๋จือเข้ามาในคฤหาสน์อ้างว่าเพื่อให้สืบคดี และยังพานางไปเป็นองครักษ์อีก ข้าให้คนสืบดูจึงรู้ว่าเขาคิดไม่ซื่อกับนางตั้งแต่แรก สุดท้ายทั้งสองใจตรงกัน เสี่ยวหยางก็เลยรวบรัดเพื่อให้นางรีบตั้งครรภ์” ฮูหยินผู้เฒ่ายกยิ้มมุมปาก “เจ้าหลานตัวดี ข้าจะทำเช่นไรกับเรื่องนี้ดี ” “ท่านแม่ขอรับ มีอีกเรื่องหนึ่งที่ข้าย
ฮัวหยางกลับถึงคฤหาสน์ก็กลัดกลุ้มจนนอนไม่หลับ เมื่อวานท่าทีของท่านย่าก็เหมือนจะให้อู๋จือเป็นเพียงอนุภรรยาของเขา ชายหนุ่มต้องลุกขึ้นมานั่งจิบสุราพลางคิดหาวิธีจะเกลี้ยกล่อมฮูหยินผู้เฒ่า พ่อบ้านใหญ่เห็นแสงไฟในเรือนนอนของฮัวหยางยังไม่ดับก็เรียกบ่าวรับใช้มาถาม พอได้ยินว่าคุณชายมีเรื่องไม่สบายใจก็รีบไปรายงานให้คหบดีฮัวทราบ “เห็นว่าเสี่ยวหยางเพิ่งกลับมาจากบ้านอู๋จือ ทางโน้นคงจะตัดไมตรีมาแล้ว คอยดูก็แล้วกันว่าลูกจอมวางแผนของข้าจะทำเช่นไร ” เช้าวันรุ่งขึ้น ฮัวหยางตรงไปบ้านสกุลอู๋อีกครั้ง อู๋ฮูหยินเห็นเขาเข้าก็นึกประหลาดใจ “คุณชายใหญ่ฮัว เมื่อคืนข้ายังพูดไม่ชัดเจนพออีกหรือ ” “ชัดเจนมากขอรับ แต่ข้าคงจะยอมรับไม่ได้ ข้าขอพบจือจือสักหน่อยเถิด” “ท่านเรียกลูกสาวข้าสนิทสนมเกินไปแล้ว ทำเช่นนี้ คนที่ไม่รู้จะคิดว่าท่านกับนางมีใจต่อกันนะ” “อันที่จริงก็มีนี่ขอรับ ข้าว่าท่านเองก็คงดูออก” “คุณชายใหญ่ฮัว ท่านคิดจะทำลายชื่อเสียงลูกสาวข้าหรือ ” “ข้าชอบนาง ปรารถนาจะแต่งงานกับนาง ไหนเลยจะยอมให้นางเสื่อมเสียชื่อเสียง แต่ตอนนี้ที่บ้า
“ท่านถอดชิ้นไหนก็ต้องจูบตรงนั้นด้วยนะเจ้าคะ” ชายหนุ่มตาลุกวาว “ได้ ข้าคงได้จูบเจ้าทั้งตัวแน่วันนี้”“ต่อไป ข้าไม่ยอมให้ท่านไปอาบน้ำกับสตรีอื่น ท่านจำคำพูดของข้าเอาไว้ด้วยนะเจ้าคะ”“ถ้าอย่างนั้น เจ้าก็ต้องให้ข้าเป็นคนแรกและคนสุดท้ายของเจ้าด้วย” ฮัวหยางพึมพำ อยู่ที่ท้องน้อยของนาง เมื่อกางเกงขายาวของมือปราบหญิง หล่นไปกองอยู่ที่พื้นฮัวหยางประคองนางลงในอ่างอาบน้ำ กลิ่นหอมอบอวลของน้ำอบและกลิ่นของกำยานทำให้สองหนุ่มสาวอยู่ในภวังค์อันหวานละมุน พออาบน้ำเสร็จ ชายหนุ่มร่างกายถูกเตรียมพร้อมก็กระซิบกระเส่า“พอแล้วล่ะ เราไปที่เตียงกันเถอะ” น้ำเสียงของฮัวหยางร้อนรน“ฮัวหยาง ข้าอยากจะลงโทษท่านที่กล้าพูดคุยกับคุณหนูเสิ่นต่อหน้าข้า อุ้มข้าไปที คนอย่างท่านต้องถูกทารุณเสียบ้าง”ท่านหมอหนุ่มรีบลุกจากอ่างน้ำไปดึงเอาผ้ามาซับตัวแล้วดึงเสื้อคลุมมาสวม เมื่ออู๋จือลุกขึ้นยืนกระมิดกระเมี้ยน เขาก็เอาผ้าผืนใหญ่มาพันตัวนางแล้วอุ้มไปที่เตียงนอนขนาดใหญ่มีมุ้งโปร่งบางสีขาวคลุมอยู่มือปราบหญิงถูกจับคว่ำหน้า ใบหูบางถูกคนข้างหลังใช้ลิ้นลากไล้ไปเบาๆ ก่อนจะดึงผ้าผืนนั้นลงทีละนิด แผ่นหลังของคนผอมบางถูกริมฝีปากและฝ่ามือของฮ







