Home / โรแมนติก / คุณผู้ชายข้างบ้าน รับงานมั๊ยคะ? / บทที่ 1 ฝนพร่างพรายในยามเย็น

Share

คุณผู้ชายข้างบ้าน รับงานมั๊ยคะ?
คุณผู้ชายข้างบ้าน รับงานมั๊ยคะ?
Author: Pyne D'zember

บทที่ 1 ฝนพร่างพรายในยามเย็น

Author: Pyne D'zember
last update publish date: 2026-10-08 11:51:32

      ‘โดนแฟนกับเพื่อนสนิทสวมเขาให้ แล้วก็รวมหัวกันโกงจนธุรกิจเจ๊งยับ ต้องรับสภาพหนี้มหาศาลอยู่คนเดียว แถมเร็วๆนี้อาจต้องกลายเป็นบุคคลล้มละลายอีก ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในเวลาแทบจะพร้อมกัน มีใครให้มากกว่านี้ไหม?’

         อาภาถามตัวเองซ้ำๆ ตลอดหลายวันที่ผ่านมา คำถามเรียบง่ายทว่าหนักอึ้งวนลูปอยู่ในหัว ก่อนที่เธอจะตัดสินใจยัดเสื้อผ้าลงกระเป๋า ทั้งที่ยังตอบตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำว่าจะหนีหายไปให้พ้นจากโลกใบเดิมอย่างสิ้นเชิง หรือแค่ถอยกลับมาตั้งหลักเพื่อรวบรวมเศษเสี้ยวของตัวเองขึ้นมาใหม่กันแน่

         ท้องฟ้าช่วงยามเย็นมืดครึ้ม ลมพัดพาละอองฝนตกพรำลงมาไม่ขาดสาย รถยนต์คันเก่งค่อยๆ เคลื่อนตัวอย่างช้าๆไปตามถนนสายเล็กๆ ในอำเภอหนึ่งของนครปฐม—เขตรอยต่อที่อีกเพียงไม่กี่กิโลเมตรก็จะเข้าสู่สุพรรณบุรี สองข้างทางคือทุ่งนาเขียวขจีที่กว้างไกลสุดสายตา กลิ่นดินเปียกชื้นลอยอบอวลปกคลุมกว้างไกล ดอกไม้สีสดร่วงพรูกระจัดกระจายเต็มพื้นถนนที่เจิ่งนองด้วยน้ำฝน

       อาภาไม่ได้มาแถวนี้นานมากๆแล้ว ต้องขอบคุณที่วันนี้จีพีเอส ไม่ทรยศพาไปเจอทางตัน หรือคลองที่ไหน...นี่คงเป็นเรื่องดีๆ ที่เกิดขึ้นเรื่องเดียวละมั้งในหลายอาทิตย์ที่ผ่านมา

       หากชีวิตไม่ต้อนให้จนมุม อาภาคงลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าตัวเองยังมีบ้านอยู่อีกสองหลังที่นี่—บ้านมรดกตกทอดจากพ่อ ผู้ชายที่เคยทิ้งเธอกับแม่ไปตั้งแต่เริ่มเป็นวัยรุ่น โดยไม่เคยติดต่อหรือส่งเสียแม้แต่บาทเดียว ทีแรกเธอไม่คิดจะสนใจมันเลยด้วยซ้ำ แต่เมื่อพ่อจากไป ทนายความกลับติดต่อมาแจ้งว่าบ้านสองหลังในรั้วเดียวกันนี้ไม่ใช่ของพ่อ หากแต่เป็นของ ‘ย่า’ ที่ตั้งใจยกให้เธอมานานแล้ว นั่นจึงเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้อาภารับโอนกรรมสิทธิ์ไว้แบบไม่ยินดียินร้าย

       ตลอดสามปีที่ถือครอง เธอปล่อยให้มันว่างเปล่า จนกระทั่งเมื่อสี่เดือนก่อนถึงเพิ่งมีคนมาขอเช่าบ้านหลังหนึ่ง เรื่องทั้งหมดต้องยกความดีความชอบให้ ‘พี่ต่าย’ ญาติฝั่งพ่อที่อายุแก่กว่าเธอสิบกว่าปี ซึ่งอาสาสรุปสัญญาและช่วยเป็นธุระดูแลให้

       ในความทรงจำวัยเด็ก อาภาเคยสนิทกับพี่ต่ายมากแม้อายุจะห่างกันเป็นสิบกว่าปี ยามปิดเทอมเธอเคยมานอนเล่นที่บ้านย่าเป็นเดือนๆ แต่หลังจากพ่อแม่หย่าร้าง เส้นทางของเธอกับที่นี่ก็ถูกตัดขาด อาภาไม่เคยมาหาย่าอีก แถมไม่รู้ด้วยว่าย่ามีบ้านอีกสองหลัง เพราะมันอยู่อย่างสันโดษ คนละตำบลกับบ้านที่ย่าอยู่และบ้านหลังเก่าของพ่อ มีเพียงพี่ต่ายเท่านั้นที่ย้ายมาสร้างบ้านอยู่อ้างว้างเพียงลำพัง พร้อมๆ กับเสียงเล่าลือจากคนแถวนั้นว่า ‘อีต่ายมันแปลกๆ ไป ตั้งแต่ไปเรียนกรุงเทพ แล้วเรียนไม่จบ’

       ทว่าจากการติดต่อคุยเรื่องบ้านเช่าไม่กี่ครั้ง อาภารู้สึกว่าพี่ต่ายยังคงพูดจารู้เรื่อง นุ่มนวล และไม่ได้ดู ‘เพี้ยน’ อย่างที่ใครเขาเม้าท์กัน

      ‘ช่างเถอะ’ อีกไม่กี่นาทีก็จะได้เห็นด้วยตาตัวเองแล้ว’

ทว่าฟ้าฝนกลับไม่เป็นใจ สายฝนที่เคยตกพรำๆ พลันพรั่งพรูลงมาห่าใหญ่จนมองไม่เห็นทางข้างหน้า อาภาจำต้องแตะเบรก ชะลอรถจอดชิดไหล่ทางหน้าบ้านของพี่ต่าย ตรงนั้นมีซุ้มร้านกาแฟเล็กๆ ตั้งอยู่ แต่กลับปิดเงียบเช่นเดียวกับตัวบ้านหลังใหญ่ที่อยู่ด้านหลัง

     ‘พี่ต่ายก็ดันไม่ใช้โทรศัพท์มือถือ... โอ๊ย…จะบ้าตาย!’

     

อาภาพึมพำกับตัวเองอย่างอ่อนอกอ่อนใจ เธอถอนหายใจยาว ก่อนกดเบอร์โทรศัพท์บ้านที่เคยบันทึกไว้ รอสายอยู่นานก็ไร้คนรับ สายฝนด้านนอกยิ่งพัดกระหน่ำจนกระจกหน้ารถขึ้นฝ้าขาว

     แต่เธอต้องเอากุญแจบ้าน...ไม่อย่างนั้นก็เข้าบ้านไม่ได้เลย!

     ‘พี่ต่ายอาจจะรอเราอยู่ข้างในนั้นก็ได้’

     คิดได้ดังนั้น อาภาก็คว้าเสื้อแจ็กเก็ตที่พาดอยู่หลังเบาะมาสะบัดคลุมหัว สูดหายใจเข้าลึกเรียกความกล้า ก่อนจะผลักประตูรถออกไป เดินฝ่าสายฝนชุ่มฉ่ำที่กำลังตกลงมาอย่างไม่ขาดสาย

    หน้าบ้านไร้เค้าความเคลื่อนไหวแต่ร่องรอยการเตรียมพร้อมยังชัดแจ้ง รั้วไม่ได้ปิดแถมหญ้าเตียนเรียบเนียนผิดหูผิดตา พี่ต่าย คงตั้งหน้าตั้งตารอการมาถึงของเธอแน่ๆ ทว่า….ไม่มีใครรออยู่เลย! ประตูบ้านปิดล็อคสนิท อาภาถอนหายใจยาวกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างไม่ย่อท้อ ก่อนจะตัดสินใจก้าวขึ้นระเบียงบ้าน ลองเสาะหากุญแจดูเผื่อพี่ต่ายจะวางซ่อนไว้แถวๆ นี้ แต่หาเท่าไหร่ก็ไร้วี่แวว

     'ฉันเริ่มจะเชื่อข่าวลือว่าพี่ต่ายเพี้ยนจริงๆ แล้วสิ หึ่ย'

     อาภาบ่นงึมงำด้วยความโมโหที่ต้องมายืนเปียกฝนอยู่อย่างนี้

     “อ่ะแฮ่ม’ เสียงกระแอมหนักๆ ดังขึ้นจากด้านหลัง ทำเอาอาภาสะดุ้งตัวโยน ขนลุกซู่ด้วยความตกใจ หันหลังไปมองช้าๆ ผู้ชาย! ผิวสีแทน สูงราวหนึ่งร้อยแปดสิบเซ็น. ผมยาวรากไทรเกือบปะบ่า รอยสักลายละเอียดบนท่อนแขนเรียกรอยสนใจได้มากกว่าใบหน้าเรียบเฉยที่จ้องมองมายังเธอ

      “พี่ต่ายให้เอามาให้” เขาเอ่ยพร้อมยื่นลูกกุญแจให้อาภา

      “ขอบคุณค่ะ คุณ….” อาภารับกุญแจมาพลางพูดยังไม่จบประโยค เค้าทำเพียงพยักหน้าเบาๆ แล้วหันกลับทันที ไม่มีคำพูด ไม่มีรอยยิ้ม ก้าวเดินตากฝนกลับไปยังบ้านอีกหลัง แบบชิลล์ๆ ราวกับว่าไม่ได้มีฝนตกลงมา

       ‘บ้านเช่า’ หลังนั้น

      'อ๊ะ ตาคนนี้อยู่บ้านนั้นเหรอ? ไหนสัญญาเช่าระบุว่า ชื่อผู้เช่าว่านาง 'มาลี' อายุ 65 ปี ไง?

       แล้วนายมือปืนคนนี้เป็นใคร?' ความสงสัยเริ่มผุดขึ้นในใจอาภา

     

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คุณผู้ชายข้างบ้าน รับงานมั๊ยคะ?   บทที่ 16 กลับมาก็รู้เรื่องเลย

    ภาพนายติผู้ชายทรงเถื่อน ลุคนิ่งๆ แต่ดึงดูดสายตาอย่างน่าประหลาด กำลังเอาอกเอาใจสาวใหญ่ในสถานที่อโคจร ลอยเข้ามาในหัวเป็นฉากๆ หล่อนอดขำให้ความเรื่อยเปื่อยของตัวเองไม่ได้ ‘ทำไมต้องไปฟุ้งซ่านเรื่องของนายนั่นด้วย เขาจะไปทำงานบริการมันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฉันสักหน่อย แค่กลัวว่าจะไปจัดการไอ้อีสองตัวนั่นจนตายแล้ว พลอยทำให้ฉันต้องติดร่างแหติดคุกไปด้วยนี่สิ! โอ๊ยไหวมั๊ยนี่’ อาภาถอนหายใจออกมาแรงๆ พยายามข่มตาลง พลิกหันหลังให้หน้าต่างที่ยังไร้ซึ่งแสงไฟจากบ้านฝั่งตรงข้าม จนกระทั่งความอ่อนล้าจากการแบกรับปัญหามาทั้งวัน ค่อยๆ ดึงหล่อนให้จมดิ่งลงสู่ความหลับใหลไปในที่สุด... เช้าวันใหม่ อาภาตื่นนอนตอนหกโมงเช้าตามปกติ หลังจากจัดการธุระส่วนตัวเสร็จ หล่อนก็เตรียมจะออกไปหาอะไรกินในตลาด แต่ในหัวยังคงสลัดความสงสัยเรื่องนายติไม่พ้น อยากรู้เหลือเกินว่าเขากลับมาหรือยัง อาภาเลยทำทีเป็นเดินถือสายยาง ตรงไปแถวแนวกระถางต้นไม้ทำเนียนๆ เหมือนออกมารดน้ำต้นไม้ยามเช้า เพื่อให้มองเห็นหน้าบ้านเช่า สายตากลับแอบมองไปที่ประตู ก่อนจะพบว่ากุญแจยังคงคล้องล็อกอยู่จากด้านนอก ‘ยังไม่กลับมาอ

  • คุณผู้ชายข้างบ้าน รับงานมั๊ยคะ?   บทที่ 15 รับงาน N ?

    'นายสันติ' กลายเป็นผู้สร้างเซอร์ไพรส์ซ้อนเซอร์ไพรส์ให้อาภาครั้งแล้วครั้งเล่าในวันนี้ หนึ่งเขาเปิดปากพูดกับหล่อนยาวนานที่สุดตั้งแต่รู้จักกันมา... การที่เขาโพล่งเรื่องกฎหมายธุรกิจออกมาได้อย่างฉลุยอีกหนึ่ง และเรื่องสุดท้ายที่ทำให้อาภาอึ้งที่สุด ก็คือคำอ้างว่าเคยเป็นหนุ่มบาร์โฮสต์มาก่อน ไม่ใช่ว่าเขาหล่อไม่พอจะทำอาชีพนั้น... เอาเข้าจริง ถ้าจับนายนี่ไปตัดผมโกนหนวดโกนเครา เซ็ตทรงดีๆ เขาจัดว่าเป็นผู้ชายที่ 'หล่อ' มากคนหนึ่งเลยทีเดียว แถมอาภาเองก็พอจะรู้ว่าความชอบของลูกค้ารับบริการประเภทนี้มีหลากหลาย ลูกน้องของหล่อนเคยรับบรีฟจากสาวใหญ่ระดับมหาเศรษฐินีว่าต้องการหนุ่มๆ สไตล์ดิบเถื่อน แนวจิ๊กโก๋ แก๊งสเตอร์มาช่วยเอนเตอร์เทนในงานวันเกิดที่ทุ่มงบพอๆกับงานเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ เพียงแต่เป็นไพรเวทปาร์ตี้ โดยลูกค้ารายนั้นปฏิเสธหนุ่มๆ แนวไอดอล หล่อใส หรือหนุ่มตี๋แนวพระเอกซีรีย์ส์อย่างสิ้นเชิง... เพียงแต่คนหน้าตึง พูดน้อย และดูไม่น่าจะไปเอาอกเอาใจใครเป็นอย่างนายติเนี่ยนะ? อาภามองตามร่างสูงของเขตต์นทีที่เดินข้ามถนนกลับไปยังบ้านพักท่ามกลางไอแดดร้อนจัดยามบ่าย ปล่อยให้หล่อนเฝ้

  • คุณผู้ชายข้างบ้าน รับงานมั๊ยคะ?   บทที่ 14 ก็แค่ (หนุ่ม)บาร์โฮสต์ตัวท็อป

    แววตาคมกริบเมื่อครู่พลันเหวอไปวูบหนึ่ง เขาหลบสายตาหล่อนทันที ก่อนจะรีบก้มหน้าก้มตาหยิบประแจขึ้นมาถือไว้ ทำทีเป็นง่วนกับการขันน็อตซิงค์ล้างจานต่อแก้เก้อ แต่ในใจมันกลับวุ่นวาย! เขตต์นทีหยุดมือจากงานที่ทำอยู่ เขาค่อยๆ หมุนตัวกลับมาราบเรียบ แววตาเลิกลั่กเหวอแบบเมื่อครู่ลง สายตาคมกริบและจริงจังถูกส่งกลับมาที่อาภาอีกครั้ง "ผมถามคุณสองข้อ" น้ำเสียงของเขาต่ำและหนักแน่นจนบรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที อาภานิ่งไป หล่อนตั้งใจฟัง "ข้อแรก... ตอนนี้คุณมีทนายความฝีมือดีที่ไว้ใจได้หรือยัง?" เขายกนิ้วชี้ขึ้นมาหนึ่งนิ้ว "และข้อสอง... คุณอยากให้เรื่องนี้มันจบลงบนศาล ให้กฎหมายลากพวกมันมาลงโทษตามขั้นตอน หรืออยากจบ นอกศาล แบบเร็วตัดฉับ เอาสิ่งที่ควรเป็นของคุณคืนมาให้ได้มากที่สุด?" คำถามสองข้อของเขาเรียบง่าย แต่มันกลับทรงพลังจนทำให้อาภารู้สึกเหมือนมีแสงสว่างเล็กๆ จุดขึ้นในความมืดมนที่หล่อนแบกรับมา “ฉันยังไม่มีทนายหรอก จะรอดูว่าสุดท้ายพวกนั้นจะเอายังไง จะเล่นฉันถึงไหน อีกอย่างช่วงนี้ฉันเหนื่อยเกินกว่าจะเริ่มขยับอะไรจริงๆ ว่ากันตรงๆแบบไม่แ

  • คุณผู้ชายข้างบ้าน รับงานมั๊ยคะ?   บทที่ 13 ในที่สุดก็ต้องยอมเล่า

    อาภานั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามเขา แววตาสับสนและเหนื่อยล้าอย่างปิดไม่มิด หล่อนประสานมือไว้บนตัก แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ก่อนจะเริ่มเล่าด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ตุ๊กตาตัวนี้มันเคยวางอยู่ในห้องทำงานฉัน เป็นของต้นแบบที่สั่งทำเพื่อเสนอลูกค้า” อาภาหยุดไป ก่อนจะเริ่มเล่า “บริษัทที่ฉันเคยทำ... มีผู้ถือหุ้นสามคน คือฉัน แฟนเก่า แล้วก็เพื่อนสนิทอีกคน เราช่วยกันเปิดขึ้นมาตั้งแต่ยังไม่มีอะไรเลย" อาภาหยุดพักหายใจครู่หนึ่ง "ฉันเป็นคนออกหน้าหาลูกค้า รับผิดชอบงานทั้งหมด และชื่อฉันก็เป็นคนเซ็นค้ำประกันเอกสารการเงินทุกอย่างในบริษัท" เขตต์นทีหยุดมือที่กำลังหยิบอุปกรณ์ เขามองหน้าหล่อน ตั้งใจฟัง "แต่พอทุกอย่างเริ่มไปได้ดี สองคนนั้นกลับแอบไปจดทะเบียนเปิดบริษัทใหม่กันเองสองคน แล้วเริ่มแอบเอาพนักงานเก่งๆ ย้ายเครื่องมือ ย้ายของ ย้ายเงินจากบริษัทเดิมไปไว้ที่นั่น... หนักที่สุดคือ พวกเขาไล่โทรหาลูกค้ารายใหญ่ๆ ของฉัน หลอกทุกคนว่าบริษัทเรากำลังปรับโครงสร้างและเปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่ ให้ย้ายไปทำสัญญากับบริษัทใหม่ของพวกเขาแทน" “ให้เดานะ สองคนนั่นก็แอบกิ๊กกันด้วยดิ่” เขตต์นทีถามโพล่งออกมา

  • คุณผู้ชายข้างบ้าน รับงานมั๊ยคะ?   บทที่ 12 เมฆฝนที่เริ่มตั้งเค้า

    “เมื่อกี้ไอ้สวะนั่นมันพูดถึงของขวัญ... ของขวัญอะไร? ผมว่าไม่น่าใช่ของขวัญดีๆ แน่” เขตต์นทีเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงคาดคั้น ราวกับครูฝ่ายปกครองที่กำลังซักไซ้นักเรียนที่ทำความผิด แววตาของเขาจ้องมองเธออย่างไม่ลดละ อาภาไม่อยากให้เรื่องยืดยาวและบานปลายไปมากกว่านี้ หล่อนจึงตัดสินใจตัดบท “ไม่มีอะไรหรอก... มันคงพูดไม่รู้เรื่องเองแหละ” เขตต์นทีจ้องหน้าหญิงสาว สายตาคู่นั้นดูนิ่งเยือกเย็นแต่กลับซ่อนพลังบางอย่างที่ทำให้น่าเกรงขามจนอาภาต้องเป็นฝ่ายหลบตา ก่อนที่เขาจะย่อตัวลงไปนั่งซ่อมซิงค์ล้างจานตามเดิม ทว่า อาภาไม่ได้รู้สึกโล่งใจอย่างที่ควรจะเป็น อาการนิ่งเฉยของเขาบอกให้รู้ว่า... เขาคงโกรธ “ฉันไม่อยากให้ใครต้องมาเดือดร้อนเพราะฉัน” หล่อนพูดเสียงแผ่ว เขตต์นทีถอนหายใจยาว ก่อนจะวางท่อและอุปกรณ์ซ่อมลงกับพื้นเสียงดัง 'เคร้ง' “ผมเห็นไอ้สองตัวนี่ขี่มอเตอร์ไซค์มาวนเวียนอยู่แถวบ้านคุณสองสามวันแล้ว... ก็แล้วแต่นะ ถ้ามีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้น ผมถือว่าผมพยายามช่วยคุณแล้วแต่คุณไม่ร่วมมือเอง ยังไงก็อย่าให้พี่ต่ายหรือผมต้องมาพลอยซวยกับความไม่สู้คนของคุณก็แ

  • คุณผู้ชายข้างบ้าน รับงานมั๊ยคะ?   บทที่ 11 สายตาที่เอาใจช่วย

    จากความกังวลในตอนแรก แปรเปลี่ยนเป็นความตั้งใจอันแรงกล้า อาภาจดจ่ออยู่กับทุกรายละเอียด ทั้งการปรับระยะเวลาสกัดกาแฟ ระดับการต้มสตีมนม และการควบคุมน้ำหนักมือ แม้จะพึ่งลงมือปฏิบัติจริงเพียงไม่กี่ครั้ง แต่ผลงานที่ออกมากลับสมบูรณ์แบบเกินคาด ความสำเร็จที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ทำเอาเขตต์นทีแปลกใจไม่น้อย เขาแอบทึ่งในสัญชาตญาณและความสามารถในการเรียนรู้ของหล่อน ชายหนุ่มมองแก้วกาแฟฝีมืออาภาสลับกับใบหน้าของหญิงสาวที่บัดนี้แต้มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจ—รอยยิ้มที่ทำให้ใบหน้าที่เคยอมทุกข์ของหล่อนดูสว่างไสวขึ้นมาทันตา ความจริงจังของครูหนุ่มหน้านิ่งกับศิษย์สาวผู้กระตือรือร้นอยู่ในสายตาของพี่ต่ายที่คอยเฝ้ามองอยู่เป็นระยะๆหล่อนยิ้มเอ็นดูให้กับภาพตรงหน้า ก่อนจะเดินก้าวเข้ามาหาทั้งสองคนด้วยท่าทีใจดี "เอาล่ะเด็กๆ พักกินข้าวก่อนเถอะ นี่จะบ่ายโมงแล้วนะ" พี่ต่ายเอ่ยขัดจังหวะบทเรียนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "พี่ทำกับข้าวไว้ให้พวกเราอยู่ที่ม้าหินอ่อนข้างบ้านแล้ว ไปกินกันก่อนเร็ว" หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว อาภากำลังก้าวเข้าสู่สัปดาห์ที่สองของการเป็นบาริสต้ามือใหม่เต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status