LOGIN
“ผมโชน! รุ่นพี่คณะวิศวกรรมศาสตร์ชั้นปีที่ 3 ของพวกคุณ! ผม! เป็นคนควบคุมดูแลรับผิดชอบทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นในห้องประชุมเชียร์นี้! นับจากนี้ไปเป็นเวลาหนึ่งภาคการศึกษา! ผมให้พวกคุณมาที่นี่! เพื่อที่จะให้พวกคุณได้ฝึกระเบียบ! ความอดทน! และความมีวินัย! พวกคุณต้องเชื่อฟังพวกผม! ที่ยืนอยู่ด้านหน้าพวกคุณทั้งหมดในตอนนี้! ใครขัดขืน! ต่อต้าน! ไม่ทำตามที่พวกผมสั่ง! คนนั้นจะต้องโดนลงโทษ! เข้าใจที่ผมพูดไหม!” หนึ่งนักศึกษาแห่งคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็น เฮดว้าก ของการประชุมเชียร์ในภาคการศึกษานี้กล่าวต่อหน้านักศึกษารุ่นน้องเกือบ 400 คนด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ดังกึกก้อง และน่าเกรงขาม เหมาะสมกับตำแหน่ง
“เข้าใจครับ/ค่ะ!” “ให้มันดังกว่านี้!!” “เข้าใจครับ/ค่ะ!!!” “ผมขอแสดงความยินดีกับพวกคุณทุกคน! ที่ได้เข้ามาในรั้วคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยอินเตอร์ บางกอกนี้!” เปปเปอร์ ผู้เป็น รองเฮดว้าก เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่ต่างจากโชน โชนล้วงกระเป๋าเสื้อช็อปที่ตนสวมอยู่ หยิบ เกียร์ ขึ้นมาแสดงให้เห็นแก่สายตาคนหลายร้อยตรงหน้า “นี่คือเกียร์!! หัวใจหลักของวิศวฯ หมายถึงความแข็งแรง! แม่นยำ! และอดทน! เหมือนกับระบบเครื่องจักรกล! ถ้าไม่มีเกียร์! ฟันเฟืองก็ทำงานไม่ได้!! เกียร์สื่อถึงการทำงานเป็นทีม!! เพราะเกียร์ต้องหมุนประสานกับเกียร์ตัวอื่น ๆ ! เหมือนกับที่วิศวกรต้องทำงานร่วมกัน!! ถ้าพวกคุณไม่มีความสามัคคี! ก็ไม่ต้องมาเป็นนักศึกษาของคณะฯ นี้!!” “…” “ใครที่ให้ความร่วมมือกับการประชุมเชียร์นี้อย่างดี! เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น! จะได้รับเกียร์ไปเป็นสัญลักษณ์ความเป็นคนของวิศวฯ ตัวจริง!!” “…” “รับทราบ?!” “รับทราบครับ/ค่ะ!!!” “วันนี้เป็นวันแรกของการเปิดภาคเรียน! และเป็นวันแรกที่ทุกคนเข้ามาประชุมเชียร์! ขอให้ทุกคนเตรียมใจให้พร้อม! นี่คือจุดเริ่มต้นของการเป็นหนึ่งเดียวกัน!!” ปาร์ค พี่ว้ากคนหนึ่งพูดขึ้น “หนึ่งคนพลาด! เท่ากับทั้งรุ่นรับผิดชอบ!! เพราะฉะนั้น! เพื่อนอย่าทิ้งเพื่อน! สามัคคีกันเข้าไว้! ถ้าพวกคุณ! อยากโตมาเป็นรุ่นพี่ที่ดี! ต้องเริ่ม! ตั้งแต่วันนี้!!” นัท พี่ว้ากอีกคนเสริม “รับทราบ?!” “รับทราบครับ/ค่ะ!!!” “ทั้งห้อง! ลุกขึ้น!!” โชนออกคำสั่ง ทว่ารุ่นน้องบางคนกลับเชื่องช้า ไม่กระฉับกระเฉง “นั่งลงไปใหม่!! เวลาผมสั่งอะไร! พวกคุณต้องทวนคำสั่งทุกครั้ง!! เข้าใจไหม!!” “เข้าใจครับ/ค่ะ!!!” ตอบรับเสียงดังหลังจากกลับลงไปนั่งบนพื้นกันดังเดิมแล้ว “ถ้าลุกไม่เร็ว! ไม่พร้อม! ก็ทำมันไปเรื่อย ๆ ! จนกว่าจะพร้อม!!” “…” “ทั้งห้อง! ลุกขึ้น!!” “ทั้งห้อง.. ลุกขึ้น!!” “เสียงเบา! ทวนใหม่!!” “ทั้งห้องลุกขึ้น!!!” “ดี!! แต่ยังไม่พร้อม! ทวนใหม่!!” “ทั้งห้องลุกขึ้น!!!” “โอเค! ทีนี้ลุกขึ้นได้!” … “ลุกไม่พร้อม! นั่งลงไปใหม่!!” … “ทั้งห้อง! ลุกขึ้น!!” … “นั่งลงใหม่!!” “…” “ทั้งห้อง! ลุกขึ้น!!” คำสั่งนี้ ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ โชนจึงหยุดออกคำสั่งแล้วยืนกวาดสายตามองคนหลายร้อยตรงหน้าโดยไม่เอ่ยคำใดต่อ ภายในห้องประชุมใหญ่มีความเงียบเข้ามาทำหน้าที่สร้างแรงกดดันและความหวั่นเกรงให้แก่คนรุ่นน้องแทน หลายคนต่างก้มหน้าลงไม่กล้าสบตากับผู้นำใหญ่ซึ่งยืนอยู่เบื้องหน้าในตอนนี้ “ใครให้ก้มหน้า!! มองมาที่ผม!!” เสียงดุดันดังแทรกความสงัดขึ้นกระแทกเข้าหูน้องใหม่ทั้งหลาย คนจำนวนมากสะดุ้งตกใจเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองผู้พูดกันดังเดิม เมื่อภาพตรงหน้าเป็นอันน่าพอใจแล้ว โชนก็พูดถึงกติกาและมารยาทในห้องประชุมเชียร์ต่อ “เข้าใจที่ผมพูดไหม!!” “เข้าใจครับ/ค่ะ!!!” “วันนี้ผมมาเจอพวกคุณแค่นี้! แต่ก่อนจะไป! ผมมีภารกิจที่จะมอบหมายให้พวกคุณ!” “…” “พวกคุณต้องล่าลายเซ็นรุ่นพี่ในคณะวิศวฯ แห่งนี้ทั้งหมด 999 คน!! และต้องมีลายเซ็นของพวกผมที่พวกคุณเห็นอยู่ตรงหน้าตอนนี้ทุกคน!! เป็น 12 ใน 999 นั้น!!” เสียงพูดคุยฮือฮาดังขึ้นจากกลุ่มคนจำนวนมากที่ยืนฟังอยู่ “ใครมีปัญหาก็ยกมือขึ้น! บอกชื่อและรหัสก่อนจะพูดกับผมด้วย!!” “…” “ทีหลังพี่ว้ากพูดอยู่ ห้ามพูดแทรก!! เข้าใจไหม!!” “เข้าใจครับ/ค่ะ!!!” “พวกคุณคงกลัวจะล่าลายเซ็นพวกผมครบ 12 คนไม่ได้!” “…” “ผมมีกติกาลดหย่อนให้!” “…” “ถ้าใครถ่ายรูปเซลฟีกับพี่ว้ากได้อย่างน้อย 5 คน! ลายเซ็นก็ไม่จำเป็นต้องล่าให้ครบ 12 คน! แต่มีข้อแม้ว่า! พวกคุณต้องรู้ชื่อของพวกผมบนนี้ทุกคน!” “…” “ผมให้เวลาพวกคุณทำทั้งหมดนี้ 1 สัปดาห์! ถ้าสัปดาห์หน้า! ผมสุ่มถามชื่อพี่ว้ากกับพวกคุณคนไหน! แล้วมีใครตอบไม่ได้!! แม้แต่คนเดียว! พวกคุณทุกคนต้องโดนลงโทษ!!” “…” “และที่สำคัญที่สุด! ถ้าใครล่าลายเซ็นมาไม่ครบตามที่ผมกำหนด!! คนนั้นจะถูกตัดสิทธิ์! ไม่ได้เข้าเชียร์อีกตลอดภาคการศึกษานี้!!” รุ่นน้องต่างหันหน้ามองกันด้วยสีหน้าเครียดและกังวล อยากจะพูดคุยกันแต่ก็ไม่กล้า ด้วยคำพูดของโชนก่อนหน้านั้น “สมุดเชียร์สำหรับล่าลายเซ็นวางอยู่บนโต๊ะตรงประตูทางออก! ก่อนออกจากห้องอย่าลืมไปหยิบกันด้วย! สมุดครบจำนวนคนพอดี! ไม่เกิน! ไม่ขาด! ถ้าพวกผมกลับมาดูแล้วเห็นสมุดขาดหรือเกิน! พวกคุณทุกคนต้องโดนลงโทษ!!” เปปเปอร์กล่าว “รับทราบ?!!” “รับทราบครับ/ค่ะ!!!” ผู้เป็นเฮดว้ากยืนมองภาพรวมตรงหน้านิ่ง จากนั้นไม่นานก็พลิกตัวหันไปด้านข้างแล้วก้าวเดินลงจากเวทีใหญ่ไปพร้อม ๆ กับพี่ว้ากที่เหลือ โดยไม่พูดอะไรต่อ “ผมเหลืองเหมือนเสื้อสีขาวโดนครีมกันแดดซะขนาดนั้น ไม่รู้คณะฯ นี้เขาจับฉลากคนมาเป็นเฮดว้ากหรือยังไง แต่งกายไม่เรียบร้อย ทำตัวไม่เป็นตัวอย่างที่ดีให้รุ่นน้องเลย” เสียงพึมพำของสาวรุ่นน้องคนหนึ่งดังขึ้นหลังจากมองดูคนที่ตนเอ่ยถึงลงเวทีไปแล้ว เธอกอดอก สีหน้าท่าทางดูเอือมระอา ไม่ชอบใจ คนข้างกายได้ยินเธอพูดแล้วก็ยิ้มเจื่อน ก่อนจะค่อย ๆ ใช้นิ้วชี้จิ้มที่ต้นแขนของหญิงสาวนั้นเบา ๆ “สวัสดี เราชื่อปิ่นนะ เธอชื่ออะไรเหรอ” คนถูกสะกิดหันมอง ก่อนจะนำมือที่กอดอกอยู่ลงแล้วคลี่ยิ้มให้คนเข้ามาทักเล็กน้อย “สวัสดีปิ่น เราโซเฟีย เรียกเฟียเฉย ๆ ก็ได้” “โซเฟีย ชื่อเพราะจัง ยินดีที่ได้รู้จักนะ” “หึ ขอบคุณนะ ปิ่นก็ชื่อน่ารัก ยินดีที่ได้รู้จักเหมือนกัน” “ว่าแต่.. โซเฟียดูไม่ชอบพวกพี่ว้ากเขาเลยนะ” “แล้วเธอชอบเหรอ” “แหะ..” “เมื่อกี้อยากจะพูดค้านเฮดว้ากปากดีนั่นจะตาย แต่ขี้เกียจวุ่นวายกับนาง เบื่อจะทะเลาะ ก็เลยยอม ๆ ไป” “..ทำไมบอกว่าเบื่อ โซเฟียเคยเจอกับเขามาก่อนเหรอ” “..เปล่าหรอก ก็แค่เบื่อจะทะเลาะนั่นแหละ พอดีนี่ชอบหาเรื่องคนน่ะ แต่ตอนนี้เบื่อละ” “อ๋า..” “เราไปนะ ไว้เจอกันใหม่ เจอก็ทักได้ บาย” “..ดูตัวแม่ขัดกับลุคจัง” ปิ่นเอ่ย เนื่องจากคนที่เพิ่งเดินจากไปนั้นผมสีดำยาวตรง ไว้หน้าม้าหนา สวมแว่นกรอบดำ ลุคดูเรียบร้อยเหมือนเด็กเนิร์ด ..ทว่าพอมอง ๆ ไปแล้วเธอก็คงจะตัวแม่จริง ๆ เพราะท่าทางการเดินนั้น สับมาก “หรือว่า.. จะเป็นฮอตเนิร์ดเหรอ” ปิ่นพูดกับตัวเองต่ออย่างใช้ความคิด ไม่นานก็ส่ายหน้าเบา ๆ สลัดสิ่งในสมองแล้วเดินไป โซเฟียเดินมาพักหนึ่งก็เพิ่งตระหนักได้ว่าตัวเองกำลังทำตามความเคยชินเกินไป เธอไม่ควร เดินสับ ให้บุคลิกดูเด่นอย่างปกติ เพราะมาเรียนที่นี่ เธอต้องไม่เป็นจุดสนใจของใคร หญิงสาวแวะเข้าโรงอาหารเพื่อจะทานมื้อเย็น เธอมาเรียนที่นี่ ไม่มีเพื่อนแม้แต่คนเดียว แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นปัญหา เนื่องจากเธอสามารถใช้ชีวิตคนเดียวได้อย่างสบาย ๆ ตัวแม่ไม่ต้องแคร์ใคร เพราะรักใดจะสู้รักตัวเอง ขณะหาโต๊ะเพื่อนั่งทานอาหาร เธอก็กวาดสายตาไปมองเห็นกลุ่มรุ่นพี่กลุ่มใหญ่นั่งอยู่ไม่ไกล หญิงสาวรู้สึกลาภปากขึ้นมาในทันที เธอหยักโค้งมุมปากยิ้ม ก่อนจะหยิบสมุดเชียร์ออกมาจากกระเป๋าพร้อมกับปากกา จากนั้นก็เดินตรงไปหากลุ่มเป้าหมาย และไม่ลืมที่จะทำทีว่าเขินอายเพื่อซ่อนตัวตนเล็กน้อย “เอ่อ.. สวัสดีค่ะพี่ ๆ” เอ่ยหลังจากเดินไปหยุดยืนที่หัวโต๊ะพวกเขาแล้วครู่หนึ่ง พลางทำหน้าตาเหนียมอาย “สวัสดีครับ..” ทั้งกลุ่มหันมามองต้นเสียง ก่อนจะมีชายคนหนึ่งทักทายเธอตอบไป พร้อมกับยกยิ้มมุมปากบาง ๆ “คือ.. หนูขอลายเซ็นพวกพี่หน่อยได้ไหมคะ” “อ้อ.. แล้วน้องชื่ออะไรครับ ยังไม่แนะนำตัวกับพวกพี่เลยนะ” “ชื่อโซเฟียค่ะ” “โซเฟีย.. ชื่อฝรั่งมาก ลูกครึ่งเหรอครับ” “ค่ะ หนูครึ่งเนิร์ดครึ่งติ๋มค่ะ” “ฮ่า ๆ ๆ น่าเอ็นดูจังครับน้อง มา ๆ ๆ พวกพี่ไม่พูดมากแล้ว เดี๋ยวน้องจะร้องไห้ซะก่อน เอาสมุดมาครับ” “ขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะ” เธอก้มศีรษะให้พวกเขาเล็กน้อยทั้งที่อมยิ้ม จากนั้นก็ยื่นสมุดในมือตนพร้อมกับปากกาให้ไป เมื่อได้ลายเซ็นมาเรียบร้อยแล้วโซเฟียก็หมุนตัวหันหลังให้กลุ่มนั้นก่อนจะเดินออกมา “พวกเด็กเวร หาว่าฉันจะร้องไห้ เห็นคนดูเป็นเด็กน้อยหน่อยแกล้งฉ่ำเชียวนะ อย่าให้ถึงคราวแม่ต้องสอนละกัน จะฟาดให้” เอ่ยพึมพำกับตัวเองด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์เล็กน้อย เนื่องจากมีที่นั่งว่างอยู่รอบตัวจึงวางกระเป๋าลงไปบนที่นั่งหนึ่ง ในจังหวะที่ต้องการทันที เธอไม่อยากคิดเลือกอะไรแล้ว เจอคนน่าโมโหในห้องประชุมเชียร์ไม่พอ ยังมาเจอในโรงอาหารอีก อารมณ์เสีย! หญิงสาวยืนสูดหายใจเข้าลึกแล้วค่อย ๆ ผ่อนออก ทำซ้ำ ๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ของตนเอง พยายามทำตัวให้นิ่ง แล้วเดินไปยังร้านอาหารด้วยท่าทีไม่ก้าวร้าวอย่างที่ใจกำลังเป็นอยู่ ..นี่สินะ ทางที่เธอเลือกเอง จะปั้นหน้าเป็นเด็กติ๋ม ใจต้องนิ่งไว้โซเฟีย เมื่อเติมอาหารเข้าท้องเรียบร้อยแล้ว โซเฟียก็เดินมาตามทางเดินไปยังจุดรอรถรับส่งของมหาวิทยาลัย เธอเดินไปก็คิดไป ว่าวันแรกในรั้วคณะวิศวฯ ที่เธอหวังว่ามันจะสดใส กลับพังไปหมด เพราะ นายเฮดว้ากตัวดีนั่น! เป็นคนอื่นจะไม่ว่าอะไรเลย แต่ทำไมต้องเป็นเขา คนที่เธอ เกลียดขี้หน้า! มากกว่าใคร เรื่องที่เคยบาดหมางกับเขาช่วงสมัยมัธยมศึกษาตอนปลาย เธอยังจำขึ้นใจไม่เคยลืม คิดแล้วก็เดินย่ำเท้ากระทืบพื้นแรงมากขึ้นพลางกำหมัดแน่น เธอหายใจแรงกว่าเดิม รีบเดินเร็วไปปลายทางที่อยู่ไม่ไกลมากนัก ตอนนี้เป็นเวลาพลบค่ำแล้ว นักศึกษาที่ยังไม่กลับบ้านมีน้อย โซเฟียจึงยืนรออยู่ที่จุดรอรถรับส่งคนเดียว หญิงสาวหยิบมือถือขึ้นมาดูว่ารถคันต่อไปจะมาเมื่อไหร่ ขณะที่เธอกำลังใจจดใจจ่อ จู่ ๆ ก็มีรถสปอร์ตคันหรูแล่นใกล้เข้ามา ก่อนจะวิ่งขับผ่านไปในเวลาเพียงไม่กี่วินาที ทว่าไม่ได้มีแค่เสียงรถที่กระทบถึงเธอ เม็ดของเหลวจากน้ำที่ท่วมขังอยู่บนพื้นทั้งเล็กทั้งใหญ่ก็กระเซ็นมากระทบช่วงขาเรียวด้วย สร้างทั้งจุดสีดำและสีน้ำตาลเข้มประดับเป็นลายขาและชายกระโปรงพลีท ไม่น่าดูแม้แต่น้อย โซเฟียยืนก้มหน้าอ้าปากมองสิ่งสกปรกบนขาของตนนิ่ง ..ตอนนี้ เธออยากกรี๊ดออกมา!!! ..วันต่อมา “เฮ้ยโชน มึงดูนี่ดิ” เปปเปอร์เดินมาจับบ่าข้างหนึ่งของเพื่อนหนุ่มที่นั่งอยู่ในลานเกียร์แล้วพูดขึ้น “…” “รถมึงดังใหญ่แล้วนะ มีน้องเขาโพสต์ในสตอรี่บอกตัวตนลูกมึงครบเลย ทั้งยี่ห้อ ทั้งสี แต่ดีหน่อยไม่บอกทะเบียนตรง ๆ บอกแค่ว่า ช้างเ_ด ค__ใหญ่ชายไทย ใช้ปากกลับหัวกลับหาง” “ชย 5669” “เออ” “เสียดาย ช ไม่ใช่ ‘ช้าง’ แต่กูตั้งใจให้เป็น ชอบ” “เ_ดของเล่น ไม่ถือว่าเ_ดครับ” “หึ แล้วนี่มันดังได้ไง กูไปทำอะไรให้ น้องคนนี้คือใคร ดารา?” “เปล่า ดูทรงแล้วเด็กติ๋ม น้องเขาลงสตอรี่นี้แล้วแท็กคนที่เรียนอยู่วิศวฯ มอเราหลายคนเลย แต่น้องไม่ได้ฟอลฯ คนที่แท็ก แล้วคนที่น้องแท็กก็ไม่ได้ฟอลฯ น้องสักคน กูว่าน้องน่าจะสุ่มหาจากคนที่ตั้งไบโอว่ากำลังเรียนที่นี่ แล้วก็แท็กเอา บางคนรีพลายสตอรี่ช่วยน้องเขาด้วยไง คนตามแอ็กหลายพันแล้วแชร์กันต่อ เลยดังถึงกูเลยทีนี้” “หึ ผู้หญิงอะไรระรานคนอื่น ไม่มีมารยาท คิดว่าโลกหมุนรอบตัวเองหรือไง” “ก็มึงเล่นขับรถไม่ระวังน้ำให้น้องเขาเลย น่าจะแค้นมากถึงได้ทำขนาดนี้” “กูเหรอ” “เออสิ เมื่อวานมึงขับรถผ่านน้องเขาแล้วทำน้ำที่ขังอยู่ริมฟุตพาทกระเด็นใส่น้อง” “…” “ไง ไม่รู้ตัวใช่ไหม” “ถ้ารู้จะทำไหม” “…” “น้องนี่อยู่ปีไหน” “ปีหนึ่ง” “มีหน้าไหม ขอดูหน่อย” “อะนี่ ดูดิ สวยนะ แต่ทรงติ๋มฉิบ” “…” โปรดติดตามตอนต่อไป.. อุ๊ย.. เงียบแบบนี้ จำสาวได้หรือเปล่าน้าาเพียงไม่นานโชนก็กดให้เพลงหยุดเล่น ก่อนจะบอกให้รุ่นน้องที่ยืนอยู่นั่งลงได้เมื่อโซเฟียนั่งแล้วก็คิดในใจ ว่ากิจกรรมนี้มันมีเพื่ออะไร แค่ให้เต้น ๆ แล้วก็นั่ง แบบนี้คนที่ไม่ชอบเต้น ขี้อาย ก็คงจะลำบากใจน่าดู มันเป็นกิจกรรมสำหรับคนกล้าแสดงออก ไม่เห็นจะช่วยให้ทุกคนละลายพฤติกรรมตรงไหน..แต่บางที ก็อาจจะทำให้บางคนได้ปลดล็อกอะไรบางอย่างในระยะเวลาสั้น ๆ นี้ก็ได้ ใครจะไปรู้และอย่างน้อย แค่มีเสียงเพลงครึกครื้นดังในห้องใหญ่นี้ ก็ช่วยลดบรรยากาศตึงเครียดไปได้มากแล้วหลังจากจบการเข้าประชุมเชียร์ในวันนี้ โซเฟียก็เดินช้า ๆ ด้วยความตึงขาออกมาจากห้องประชุมใหญ่“โอ๊ย.. ไอ้โชนบ้า สั่งให้ย่อยืดตั้ง 50 ที แค่นี้ขาฉันก็จะฉีกตายอยู่แล้ว” เธอบ่นอุบหลังจากดูแล้วไม่มีใครเดินอยู่รอบตัว สีหน้าแสดงความเจ็บปวดตามอาการ ก้าวเท้าต่อไปไม่นานก็เจอม้านั่งยาวตั้งอยู่ริมทางเดิน จึงเดินไปนั่งพักบนนั้น“ตาย ๆ ๆ หาลายเซ็นรุ่นพี่ 999 คนได้แล้วก็ต้องมาทนโดนลงโทษแบบนี้อีก แล้วต้องโดนแบบนี้ไปอีกเท่าไรก็ไม่รู้ ..อ้อ หนึ่งเทอม เฮ้ออ”นั่งทนเจ็บอยู่คนเดียวอย่างนั้น เพียงครู่เดียวก็ได้ยินเสียงมือถือสั่นดังขึ้น เธอจึงล้วงหยิบจากกระเป๋า
เกือบ 20 นาทีต่อมา โซเฟียขึ้นลิฟต์มาที่ชั้น 4 ของอาคารซึ่งโชนนัดไว้ เมื่อถึงแล้วก็เดินไปบริเวณหน้าห้องน้ำ เธอมองซ้ายขวาดูคนโดยรอบ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครจึงรีบชะเง้อเข้าไปในห้องน้ำชาย ทว่าก็ไม่เห็นว่ามีใครอยู่ ประตูห้องย่อยก็เปิดหมดทุกห้อง“สุดท้ายก็ไม่รอสินะ เหอะ จะให้มาหาทำไมก็ไม่รู้ ดีนะเนี่ยไม่มีใครยืนฉี่อยู่ งั้นฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เขาได้นึกว่าโรคจิตแน่ ๆ” พูดพึมพำกับตนเองแล้วก็หมุนตัวเดินไปทางห้องน้ำหญิงต่อ“เฮ้อ” โซเฟียถอนหายใจเบา ๆ เมื่อเข้ามาในห้องสุขาแล้ว เธอเพิ่งเห็นว่ามีห้องหนึ่งที่ประตูปิดอยู่จึงปิดปากตัวเอง ก่อนจะเข้าไปยังห้องที่ว่าง ทว่ากำลังจะปิดประตูก็ได้ยินเสียงคนในห้องนั้นเปิดประตู ก่อนจะมีคนหนึ่งมาดันประตูขณะที่เธอกำลังจะล็อก แล้วใครคนนั้นก็เข้ามาพลันรีบปิดปากคนกำลังจะส่งเสียงร้อง พร้อมกับทำนิ้วให้เธอเงียบเสียงโซเฟียมองคนตรงหน้านิ่ง ดวงตาค่อย ๆ ลดขนาดลงจากการเบิกตาโตขึ้นด้วยความตกใจเมื่อครู่ หลังจากเห็นชัดแล้วว่าคนที่ปิดปากตนเองอยู่ตอนนี้คือใครโชนยื่นมืออีกข้างไปล็อกประตู จากนั้นก็นำมือที่ปิดปากอีกคนอยู่ออก“นายมารออยู่ในห้องน้ำหญิงเหรอ” ตอนนี้พูดถามได้ เพราะยั
“เธอติดกระดุมผิดรู” โชนบอกขณะนั่งดูอีกคนสวมเสื้อนักศึกษาทั้งที่ยังนั่งคร่อมอยู่บนตักตน“ฮะ?”เขาไม่ได้พูดอะไรต่อแล้วยื่นมือไปปลดกระดุมเสื้อให้เธอ เพื่อจะเรียงลำดับการติดใหม่“เฮ้ยทำอะไรของนายเนี่ย”“ก็จะติดกระดุมให้ใหม่ไง เมื่อกี้ถ้าเธอติดต่อนะ เม็ดสุดท้ายไม่มีรูให้เข้าแน่”“…”“โตขนาดนี้แล้วยังติดกระดุมผิดรังดุมอยู่อีก”“นี่ ทุกคนก็ติดผิดได้ไหม ไม่เกี่ยวว่าอายุเท่าไรเถอะ อีกอย่างในนี้ก็มืด รังดุมมันก็เหมือนกันหมด”“ติดกระดุมผิดแค่นี้ ยังจะพยายามพูดให้ตัวเองไม่ผิด”“อ้าว ทำไมพูดงี้อะ เดี๋ยวก็ขย่มให้โจ้ยหลุดซะเลยนี่”“ทำได้เหรอ แค่ตอนนี้ของเธอก็บวมฉีกไปถึงไหนต่อไหนแล้ว”“…”“ทำไมเงียบ ไม่สู้ต่อล่ะ”“ก็เจ็บจริง ที่ฉันพูดเมื่อกี้ก็พูดไปงั้นแหละ ตอนนี้เอาอะไรเข้ามาไม่ได้แล้ว พอเสร็จแล้วก็เริ่มรู้สึกเจ็บขึ้นเรื่อย ๆ เลย น่ารำคาญชะมัด”“…”คนหน้าบูดบึ้งยกมือจะติดกระดุมให้ตัวเอง แต่ชายหนุ่มจับมือเธอห้ามไว้ก่อน“เดี๋ยวฉันติดให้”“ฉันติดเองได้ ไม่ต้องมายุ่ง”“อย่าดื้อ” โชนเอ่ยเสียงเข้มขึ้น เชิงดุ“…” เธอยอมเงียบเสียงแล้วหยุดการกระทำต่อต้านลง“ให้ฉันได้ทำอะไรตอบแทนเธอบ้าง ถึงมันจะเล็กน้อย แต่ฉ
โชนไล่ฉกชิมความหวานจากเรียวกลีบปากอวบอิ่มของอีกคนพลันส่งลิ้นเข้าไปในโพรงอ่อนนุ่มเพื่อตวัดเก็บกลืนสารคัดหลั่งที่ตนเพิ่งฉีดพ่นเข้าปากเธอไป หญิงสาวเกร็งตัว ไม่ได้ตอบสนองอะไรเขาไปสักทาง เพราะตกใจที่ชายหนุ่มจับมาจูบ และเจ็บตึงอยู่ที่ปากทางเธอทุบอกเขาเบา ๆ เพราะถอยหน้าออกไม่ได้ จากการที่ยังมีมือหนาจับรั้งไว้ตรงหลังคอ เมื่อเก็บความหวานจากโพรงปากเล็กจนพอใจแล้ว โชนจึงยอมปล่อยมือที่เป็นสิ่งกีดขวางความต้องการของคนบนร่างไว้“ทำอะไรของนายเนี่ยฮะ?! ฉันบอกไม่ให้จูบไง!”“ก็ไม่ได้จูบ แค่รับน้ำของฉันต่อจากปากเธอมาอย่างที่เธออยากทำไง”“ปากแตะปากขนาดนี้ ไหนจะลิ้นนายที่เข้าปากฉันมาอีก มันจะไม่เรียกว่าจูบได้ยังไง!”“หึ”“แล้วของนายเนี่ยเมื่อกี้มันเข้ารูฉันมาแล้ว ไม่รู้สึกหรือไงฮะถามจริง? หัวใหญ่มากจนฉันตึงไปหมด”“ก็รู้สึกอุ่น ๆ แล้วก็เหมือนมีอะไรตอด”“รู้แล้วทำไมยังไม่ทำอะไรอีก”“แล้วจะให้ทำอะไร ก็มันเข้าไปแล้ว ของเธอกับของฉันมันคงอยากทักทายกัน เลยเข้ากันได้ตรงล็อกพอดี”“นายนี่มัน”“..แล้วนี่รู้ไหมว่าฉันไม่ได้ใส่ถุงยาง”“รู้”“แล้วทำไมไม่ว่าอะไร”“ฉันฝังยาคุมแล้ว สดได้ เรื่องโรคก็คงไม่น่าเป็นห่วง เพราะนา
เม็ดเชอร์รีสีหวานอันแข็งขื่นกำลังถูกครอบงำโดยโพรงปากใหญ่ ให้ความรู้สึกกระสันเสียวเมื่อเจ้าของโพรงกว้างออกแรงดูดพลางใช้ลิ้นเลียตวัดสะกิดยอดถันให้สั่นระริกไม่หยุดโซเฟียกัดริมฝีปากล่างก้มหน้ามองการกระทำของอีกคนด้วยสายตาอ้อยอิ่ง ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นแล้วจับรั้งศีรษะเขาให้เข้ามาแนบชิดหน้าอกของตนมากกว่าเดิม จนปลายจมูกสันโด่งจมลงไปในก้อนเนื้ออวบสีขาวเนียนเสียงสูดปากครางในลำคอดังขึ้นจากคนได้รับการปรนเปรอ ทำให้ผู้กำลังทำหน้าที่มอบความรัญจวนใจรู้สึกพึงใจที่ตนทำให้อีกฝ่ายเสียวซ่านได้ เสียงอันเซ็กซี่ของเธอ ส่งผลให้สิ่งแข็งขื่นของชายหนุ่มปวดหนึบมากกว่าเดิมเมื่อดูดเลียยอดถันจนพอใจแล้ว โชนก็ถอยหน้าออกแล้วเลื่อนกลับมากดจมูกลงที่ข้างคอระหง เธอเอียงศีรษะให้เขาได้ทำตามใจ มือก็จับขยำกลุ่มผมหนาของชายหนุ่มไปมาตามอารมณ์“นายไม่เคยทำกับใครมาก่อนจริงเหรอ” ถามด้วยเสียงกระเส่าโชนผละหน้าออกมาจากก้านคอของคนบนตัก มองสบตากับเธอก่อนจะเอ่ยตอบ“ปกติฉันทำแต่กับของเล่น ไม่เคยทำกับคนจริง ๆ”“…”“เธอกำลังจะเป็นคนแรกของฉัน”“..รู้สึกพิเศษ แต่คงจะดีกว่านี้ถ้าคนพูดไม่ใช่นาย หึ่ย ขนลุก”“ปากดี”เธอทำปากมุบมิบล้อเลียนคำพูดขอ
ขณะที่กลุ่มของโชนยังนั่งอยู่ที่โต๊ะเดิม ต้าก็เดินผ่านมา โชนเงยหน้าขึ้นไปเห็นพอดีจึงเรียกเขาไว้“ไอ้ต้า”เจ้าของชื่อหันไปมองตามเสียงเรียก ก่อนจะเห็นโชนพยักหน้าลงครั้งหนึ่งเชิงเรียกให้เดินไปหา ต้าจึงทำตามที่เขาต้องการ“เมื่อวานมึงให้แป้งพูดแบบนั้นทำไม”“เปล่า ก็แกล้งเฉย ๆ”“แล้วเกี่ยวอะไรกับกู”“เฮ้ย มึงอย่าจริงจังดิ” ต้าพูดยิ้ม ๆ กับโชน กลบเกลื่อนความเกรงกลัวเขาที่ตนเองกำลังมี“ไม่จริงจังเหี้ยไร มึงให้แป้งพูดแบบนั้นเสียงดัง คนที่เดินอยู่รอบ ๆ ได้ยินกันหมด กูไม่ได้อะไรหรอกนะ แต่แป้งเสียหาย”“..ขอโทษ”“ไปขอโทษแป้งด้วย ทำอะไรไม่รู้จักคิด เอาแต่สนุก คิดถึงคนอื่นบ้างดิว่าเขาจะเป็นยังไง รู้สึกยังไง”“..แป้งไม่คิดอะไรหรอก ที่ให้พูดก็ไม่ได้พูดชื่อแป้งนี่”“มึงยังจะเถียงกูอีกเหรอ!” โชนลุกยืนพลันโน้มตัวลงไปจับคอเสื้อของต้าซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามบนโต๊ะเดียวกันกระชากขึ้น“เฮ้ย ๆ ๆ โชนมึงใจเย็น” กลุ่มเพื่อนช่วยกันห้ามทันควัน แต่ก็ไม่อาจทำให้มือแกร่งยอมปล่อยออกจากคอเสื้อของอีกคนได้“กูขอโทษ.. ขอโทษจริง ๆ ทีหลังจะไม่ทำแล้ว”โชนยังคงจ้องมองคนตรงหน้าตาเขม็ง เพียงครู่เดียวก็ปล่อยมือจากคอเสื้อโดยดันไปด้







