LOGINณ ห้องประชุมใหญ่
นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ชั้นปีที่ 1 จำนวนมากทยอยกันเดินเข้ามานั่งเป็นแถวอย่างเป็นระเบียบ ซึ่งตอนนี้กลุ่มผู้ชายที่น่าเกรงขามในห้องนี้ก็ยืนมองกดดันเหล่ารุ่นน้องอยู่ที่ด้านหน้า บนเวทีใหญ่ “คนที่เพิ่งเข้ามาเดินให้มันเร็ว ๆ หน่อยได้ไหม!! ไม่เห็นหรือไงว่าคนอื่นเขารออยู่!!” โชนที่ยืนอยู่กลางเวทีด้านหน้าพูดขึ้น เร่งให้กลุ่มคนที่เพิ่งเดินผ่านประตูมากระฉับกระเฉงกว่าเดิม … “บอกให้มากี่โมง!! นัด 5 โมงตรงไม่ใช่เหรอ! นี่มันกี่โมงแล้ว!!” “แกดูดิ~ ผู้ชายอะไร๊ มองกี่ทีก็หล่อ ขนาดว้ากอ้าปากกว้าง ๆ ยังหล่อเลยอะ” เพชร นักศึกษาสาวประเภทสองคนหนึ่งพูดกับเพื่อนของตนพลางนำมือป้องปากปกปิดอาการเขินผู้ชายคนที่ตนพูดถึงเป็นจริต “จริงง ว้ากที เอ็นที่คอก็ขึ้นที กร้าวใจไม่ไหว~” ปีโป้ เพื่อนหนุ่มออกสาวของเพชรตอบไป “เฮ้ย!! ยังจะเดินคุยกันอยู่ได้! พวกคุณคิดว่าที่นี่เป็นสวนสาธารณะหรือไง!! รีบมานั่ง!! ให้คนอื่นรอแล้วตัวเองเอ้อระเหยอยู่เนี่ย! คิดว่าตัวเองสำคัญมากเหรอ!!” “แหม พี่ก็ดุเกิน เวลาเกินมายังไม่ถึงสามนาทีเลย หยวน ๆ หน่อยก็ไม่ได้ จะโหดไปไหน” เพชรพูดพลางแบะปากเล็กน้อย “จริง ดูสิน้องหนุ่มตี๋คนน่ารักตกใจหมดแล้ว ขวัญเอยขวัญมานะลูก กอดบลูทูธ” ปีโป้เสริม “แก 2 คนอย่าไปอะไรพี่เขาเลย เขาต้องทำให้รุ่นน้องเคารพกฎระเบียบ รักษาวินัยกัน เรามีหน้าที่มาดูน้อง ๆ ก็โฟกัสน้องก็พอ” หลิง เพื่อนของทั้งสองคนเอ่ยปราม เธอเป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่ม สามคนนี้เป็นกลุ่มหนึ่งของนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ชั้นปีที่ 2 ซึ่งมีหน้าที่ดูแลรุ่นน้องเฟรชชี ที่มาเข้าประชุมเชียร์กัน “ทีหลังถ้าจะมาไม่ตรงเวลาก็ไม่ต้องมา!!” โชนเอ่ยเมื่อเหล่าน้องปี 1 นั่งเป็นแถวเรียบร้อยกันทุกคนแล้ว “…” “นัดไม่เป็นนัด!! แค่เวลายังรักษาไม่ได้! ระเบียบวินัยก็ไม่ต้องหวังหรอก! ว่าจะรักษาได้!!” “…” “ตกลงตามนี้!! ไม่ให้ความสำคัญกับการเข้าเชียร์ก็ไม่ต้องเข้า! ไม่ต้องเอาเกียร์! ไม่ต้องมาเป็นเด็กวิศวฯ!!” “…” “เข้าใจไหม!!” “เข้าใจครับ/ค่ะ!!!” “เงยหน้าขึ้นมา! แล้วพูดใหม่!!” “..เข้าใจครับ/ค่ะ!!!” โชนยืนมองเหล่ารุ่นน้องซึ่งนั่งมองมาที่ตนด้วยสายตาเกรงกลัวอยู่อย่างนั้นครู่หนึ่ง สร้างบรรยากาศเงียบสงัดให้ยิ่งน่าขนลุกมากกว่าเดิม “พวกที่รู้ตัวว่าเข้ามาช้ากว่า 5 โมงตรง! ลุกขึ้น!!” “…” “ลุก!! ใครมาช้ารู้อยู่แก่ใจ! เป็นเด็กวิศวฯ ต้องรักกัน! ไม่เอาเปรียบเพื่อน! ใครมาช้าแล้วไม่ลุก! คนนั้นเป็นคนปอดแหก! ไม่กล้าจริง!! ถ้าแค่เรื่องนี้ยังไม่กล้า! ก็ออกไปจากห้องเชียร์ซะ!!” โซเฟียกลอกตามองบนพลางถอนหายใจออกมา เห็นรุ่นพี่ปี 2 ที่คอยดูแลรุ่นน้องยืนอยู่ไม่ไกลจึงยกมือเรียก “คะน้อง มีอะไรคะ” หลิงเดินเข้ามาถามเธอทันที “ช่วยหน่อยได้ไหมคะ” “ได้ค่ะ ๆ น้องเป็นอะไรคะ จะเป็นลมเหรอ” “เปล่าค่ะ หนูหนวกหู หูจะแตก” “…” “ถ้าไม่ติดว่าจะได้เพื่อน ได้เกียร์นะ หนูไม่ทนอยู่กับมลภาวะทางเสียงแบบนี้หรอก เสียงกี่เดซิเบลก็ไม่รู้ ปวดหูมาก” “แหะ ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ พี่โชนเขาพูดคนเดียวเอง” โซเฟียแบะปากพร้อมเป่าลมออกมาพลางกลอกตามองบนอีกครั้ง หลิงอมยิ้มมองเธอแล้วยื่นลูกอมให้ “อมอันนี้ไหมคะ เผื่อจะอารมณ์ดีขึ้น” “ขอบคุณนะคะ” เธอคลี่ยิ้มให้รุ่นพี่สาวคนสวยเล็กน้อยก่อนจะรับของจากมือคนเสนอลูกอมให้มาด้วยสายตาซาบซึ้งในน้ำใจ จากนั้นหลิงก็หยัดตัวยืนขึ้นเดินกลับไปที่เดิม “ลุกนั่ง 50 ครั้ง! ปฏิบัติ!!” “ลุกนั่ง 50 ครั้ง!! ปฏิบัติ!!!” “หนึ่ง!!!” “สอง!!!” “หยุด!! ไม่พร้อมกัน! เอาใหม่!!” … “ลุกนั่ง 50 ครั้ง!! ปฏิบัติ!!!” “หนึ่ง!!!” “สอง!!!” “สาม!!!” … เมื่อเหล่ารุ่นน้องที่ไม่เคารพกฎระเบียบถูกลงโทษเสร็จสิ้นแล้วก็ต่างนั่งลงไปกันดังเดิม “ครั้งนี้ถือว่าตักเตือน!! ครั้งต่อไป!! ถ้าใครมาช้าเกินเวลาอีก! แม้แต่คนเดียว!! พวกคุณทุกคนจะต้องโดนทำโทษ!!” “…” “รับทราบ?!!” “รับทราบครับ/ค่ะ!!!” “วันนี้! พวกผมจะให้พวกคุณทำกิจกรรมละลายพฤติกรรมกัน! โดยจะมีทั้งกิจกรรมคู่! และกิจกรรมกลุ่ม!” “แต่!!” เปปเปอร์เอ่ยต่อ “พวกผมจะเป็นคนจับคู่และจับกลุ่มให้พวกคุณทุกคน!! เพื่อที่พวกคุณจะได้ทำความรู้จักกับคนที่ไม่รู้จัก และมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมากขึ้น!!” “…” “รับทราบ?!!” “รับทราบครับ/ค่ะ!!!” “กิจกรรมแรก!!!” เจมส์ หนึ่งในพี่ว้ากเอ่ยขึ้น บอกกติกาและรายละเอียดของกิจกรรมที่เตรียมมาเสียงดังฟังชัด “มีใครไม่เข้าใจตรงไหนไหม!!” “…” ทั้งห้องเงียบไปเมื่อไม่มีใครพูดอะไรต่อ หลายสายตามองไปที่เฮดว้ากราวกับรอเขาออกคำสั่ง “คนนั้น! ลุกดิ๊!!” โชนสั่งพลางชี้ไปหาเป้าหมายที่เอ่ยถึง นักศึกษาปีหนึ่งซึ่งนั่งอยู่ตรงบริเวณที่ปลายนิ้วของโชนชี้มาหาต่างเลิ่กลั่กมองซ้ายขวากัน เริ่มใจเต้นแรงขึ้นด้วยความหวั่นเกรง ยกเว้นคนหนึ่งที่ยังคงนั่งมองเขานิ่ง ไม่สะทกสะท้านอะไร “โซเฟีย! รหัส 220!” โชนพูดต่อ ชี้เป้าให้ชัดเจนมากขึ้น “!!” เจ้าของชื่อตกใจเล็กน้อย รู้อยู่แล้วว่าเป็นตัวเอง แต่ก็ขอก้มมองดูป้ายชื่อที่แขวนคอไว้อีกทีให้แน่ใจก่อน “เฮ้ยน้อง! เฮดว้ากสั่งให้ลุกแล้ว! ทำไมยังไม่ลุกอีก!” เธอจิ๊ปากเบา ๆ กับตัวเองพร้อมขดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนจะยอมลุกขึ้นยืนท่ามกลางคนหลายร้อยเพียงคนเดียว หญิงสาวจ้องมองคนที่เรียกตนเอง รอว่าเขาจะพูดอะไรต่อ เธออยากรู้เหตุผลที่เขาเรียกเธอมาก ทว่ารออยู่เป็นครึ่งนาทีเขาก็ยังไม่พูดอะไร คิ้วเรียวสวยขดเข้าหากันมากขึ้น เธอมองผู้เป็นเฮดว้ากด้วยสายตาไม่เข้าใจ ก่อนจะหันซ้ายหันขวาเมื่อเริ่มทำตัวไม่ถูก “นั่งลงได้!” จนเวลาล่วงเลยไปเป็นนาที โชนจึงทำลายความเงียบลงด้วยการพูด 3 พยางค์นี้ ทำเอาโซเฟียอ้าปากถลึงตาเล็กน้อย ดูก็รู้ว่าเขาแกล้งเธอชัด ๆ มือเล็กยกนำนิ้วจับแว่นตนเองดันขึ้นเบา ๆ ก่อนจะระบายลมหายใจออกมา เธอทำหน้านิ่งพร้อมขบกราม พลันพลิกตัวเดินออกจากแถวไปยังประตูของห้องประชุมใหญ่นี้ในเวลาต่อมา “เฮ้ยน้อ-” ปาร์คจะเรียกเธอแต่โชนกลับยกมือข้างหนึ่งขึ้นห้ามไว้ ก่อนจะพูดบอกสั้น ๆ นิ่ง ๆ “ปล่อยไป” คนจงใจสร้างความไม่พอใจให้เกิดขึ้นกับหญิงสาว เห็นเธอเดินจากไปแล้วก็หยักโค้งมุมปากขึ้นบาง ๆ เธอคงจะจำเขาได้สินะ ดูแล้ว.. คงจะยังไม่ชอบขี้หน้าเขาเหมือนเดิม “ทั้งห้อง! ลุกขึ้น!!” โชนออกคำสั่งกับรุ่นน้องต่อ เพื่อเริ่มกิจกรรมแรก โซเฟียเดินกระฟัดกระเฟียดออกมาจากห้องประชุมใหญ่ เห็นพุ่มไม้ที่ถูกตัดแต่งเป็นทรงกลมอยู่ไม่ไกลก็เดินไปตบเข้าอย่างแรงจนใบไม้บนพุ่มนั้นร่วงหล่นลงพื้นหลายใบ “แกล้งกันชัด ๆ นายคงจำฉันได้สินะโชน ปากดีไม่มีเปลี่ยน ไอ้ผู้ชายเบ้าหน้าแบกสันดาน!” “คนตั้งเยอะยังจะมองมาเห็นนี่อีก นั่นตาหรือกล้องส่องทางไกล โว้ย! อุตส่าห์ไม่สวยไม่เด่นแล้วนะ! เซ็ง!” Rrr~ สิ่งในกระเป๋ากระโปรงสั่นดังขึ้น โซเฟียจึงหยิบมันขึ้นมาดู ก่อนจะเห็นว่าบนหน้าจอปรากฏข้อความซึ่งส่งมาจากพี่รหัสที่คณะบริหารธุรกิจซึ่งเธอเรียนก่อนจะซิ่วมาที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ “พี่เสือ! โอ๊ยฉันเป็นจูเนียร์หรือเปล่าเนี่ย พี่มาได้ทันเวลาพอดีเลยอะ คิดถึงมากก” พี่เสือไร้เมีย: น้องเฟียยย พี่เสือไร้เมีย: เป็นยังไงบ้างคับบ พี่เสือไร้เมีย: พี่คิดถึงน้องมากเลย มาเจอกันหน่อยมั้ยย พี่เสือไร้เมีย sent a sticker. Sophia: พี่เสืออ!!! Sophia: กรี๊ดคิดถึงมากกกก Sophia: เฟียสบายดีค่ะ พี่ล่ะคะ Sophia: เจอๆๆค่ะ นัดมาเลยยย Sophia: วันนี้เลยก็ได้นะคะ เฟียได้ออกมอเร็วพอดี Sophia: ถ้าได้เจอพี่คงอารมณ์ดีขึ้นมากๆๆ พี่เสือไร้เมีย: แย่จัง ใครทำน้องรหัสคนสวยแซ่บของพี่อารมณ์เสียล่ะเนี่ย Sophia: หมาค่ะ พี่เสือไร้เมีย: หือออ? Sophia: หมาที่ชอบเห่าดังๆน่ะค่ะ เห่าเรียกเฟียแล้วก็เงียบ พี่เสือไร้เมีย: อ้อ.. พี่เสือไร้เมีย: ดีนะพี่เป็นเสือไม่ใช่หมา Sophia: 525262525 พี่เสือไร้เมีย: น้องเฟียอยากไปผับกับพี่มั้ยคับ วันนี้พี่อยากไปแต่ไม่มีเพื่อนพอดี Sophia: ไปปปป Sophia: เฟียคิดถึงแสงสีมากกก วันนี้ถ้าได้ไปจะปลดปล่อยให้สุดๆไปเลย! พี่เสือไร้เมีย: โอเคคับบ งั้นเจอวันนี้ที่ร้าน 7 Days สัก 1 ทุ่มมั้ยย Sophia: ดีลค่าา Sophia: คิดถึงๆๆพี่เสืออ โซเฟียเก็บมือถือพลางฉีกยิ้มกว้าง อารมณ์เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากนั้นก็เดินต่อไปอย่างเบิกบานใจ “กูรู้ละ เมื่อกี้ที่มึงเรียกน้องโซเฟียนั่น เพราะเขาคือคนที่โฆษณาลูกมึงเมื่อคืนใช่ป้ะ กูเพิ่งนึกออก สาวสวยทรงติ๋มผู้ไม่เกรงกลัวรังสีอำมหิตของโชนภาคไฟ” เปปเปอร์พูดกับโชนหลังเดินออกจากห้องประชุมเชียร์มาด้วยกัน “กูคิดว่ารสนิยมมึงดีมาตลอดนะ แต่พอได้ยินมึงบอกว่าผู้หญิงคนนั้นสวย ความคิดกูเปลี่ยนเลย” “อ้าวไอ้โชน นี่มึงหาว่ารสนิยมกูห่วยเหรอ ก็น้องเขาสวยจริง ๆ มึงไม่คิดงั้นไง?” “ไม่คิด ไม่เห็นจะสวยตรงไหน หน้าเชย ๆ โหล ๆ” “โอ้โห” “แล้วอีกอย่าง ที่ผู้หญิงคนนั้นไม่กลัวที่จะลงสตอรี่แบบนั้น ก็คงเพราะไม่รู้ว่าเจ้าของรถคือกู” “เออเนอะ มึงเพิ่งขับรถคันนั้นเมื่อวานวันแรก ไม่มีใครรู้ว่ามึงขับนอกจากพวกกู เหอะ วันแรกก็เจิมเลยดิ” โชนไม่ได้พูดอะไรต่อแล้วทำหน้านิ่งเดินไปอย่างนั้น “เฮ้ย เดี๋ยวโชน พวกกูนัดกันไว้ว่าจะไป 7 วัน มึงจะไปด้วยป้ะ” “อะไร” “ผับไง เจมส์มันเคยไปครั้งหนึ่งบอกว่าดีมาก กูเลยอยากลอง ชวนพวกเพื่อนแล้วมันก็ไปกัน มึงไปด้วยดิ” “…” “อ่าวเงียบ ทำไม มีงานอะไรหรือไง” “เปล่า” “อย่าบอกนะว่ากลัวจะเจอปี 1 ไม่เจอหรอก ที่นี่เขาตรวจบัตรเข้ม ไม่ถึง 20 อย่ามีหวังจะได้เข้า” “…” “เอาไง ไปเปล่า” “เออ ไปก็ไป” โปรดติดตามตอนต่อไป.. อุ๊ยย ร้านเดียวกันกับลูกสาวหรือเปล่าเนี่ยย ^3^เพียงไม่นานโชนก็กดให้เพลงหยุดเล่น ก่อนจะบอกให้รุ่นน้องที่ยืนอยู่นั่งลงได้เมื่อโซเฟียนั่งแล้วก็คิดในใจ ว่ากิจกรรมนี้มันมีเพื่ออะไร แค่ให้เต้น ๆ แล้วก็นั่ง แบบนี้คนที่ไม่ชอบเต้น ขี้อาย ก็คงจะลำบากใจน่าดู มันเป็นกิจกรรมสำหรับคนกล้าแสดงออก ไม่เห็นจะช่วยให้ทุกคนละลายพฤติกรรมตรงไหน..แต่บางที ก็อาจจะทำให้บางคนได้ปลดล็อกอะไรบางอย่างในระยะเวลาสั้น ๆ นี้ก็ได้ ใครจะไปรู้และอย่างน้อย แค่มีเสียงเพลงครึกครื้นดังในห้องใหญ่นี้ ก็ช่วยลดบรรยากาศตึงเครียดไปได้มากแล้วหลังจากจบการเข้าประชุมเชียร์ในวันนี้ โซเฟียก็เดินช้า ๆ ด้วยความตึงขาออกมาจากห้องประชุมใหญ่“โอ๊ย.. ไอ้โชนบ้า สั่งให้ย่อยืดตั้ง 50 ที แค่นี้ขาฉันก็จะฉีกตายอยู่แล้ว” เธอบ่นอุบหลังจากดูแล้วไม่มีใครเดินอยู่รอบตัว สีหน้าแสดงความเจ็บปวดตามอาการ ก้าวเท้าต่อไปไม่นานก็เจอม้านั่งยาวตั้งอยู่ริมทางเดิน จึงเดินไปนั่งพักบนนั้น“ตาย ๆ ๆ หาลายเซ็นรุ่นพี่ 999 คนได้แล้วก็ต้องมาทนโดนลงโทษแบบนี้อีก แล้วต้องโดนแบบนี้ไปอีกเท่าไรก็ไม่รู้ ..อ้อ หนึ่งเทอม เฮ้ออ”นั่งทนเจ็บอยู่คนเดียวอย่างนั้น เพียงครู่เดียวก็ได้ยินเสียงมือถือสั่นดังขึ้น เธอจึงล้วงหยิบจากกระเป๋า
เกือบ 20 นาทีต่อมา โซเฟียขึ้นลิฟต์มาที่ชั้น 4 ของอาคารซึ่งโชนนัดไว้ เมื่อถึงแล้วก็เดินไปบริเวณหน้าห้องน้ำ เธอมองซ้ายขวาดูคนโดยรอบ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครจึงรีบชะเง้อเข้าไปในห้องน้ำชาย ทว่าก็ไม่เห็นว่ามีใครอยู่ ประตูห้องย่อยก็เปิดหมดทุกห้อง“สุดท้ายก็ไม่รอสินะ เหอะ จะให้มาหาทำไมก็ไม่รู้ ดีนะเนี่ยไม่มีใครยืนฉี่อยู่ งั้นฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เขาได้นึกว่าโรคจิตแน่ ๆ” พูดพึมพำกับตนเองแล้วก็หมุนตัวเดินไปทางห้องน้ำหญิงต่อ“เฮ้อ” โซเฟียถอนหายใจเบา ๆ เมื่อเข้ามาในห้องสุขาแล้ว เธอเพิ่งเห็นว่ามีห้องหนึ่งที่ประตูปิดอยู่จึงปิดปากตัวเอง ก่อนจะเข้าไปยังห้องที่ว่าง ทว่ากำลังจะปิดประตูก็ได้ยินเสียงคนในห้องนั้นเปิดประตู ก่อนจะมีคนหนึ่งมาดันประตูขณะที่เธอกำลังจะล็อก แล้วใครคนนั้นก็เข้ามาพลันรีบปิดปากคนกำลังจะส่งเสียงร้อง พร้อมกับทำนิ้วให้เธอเงียบเสียงโซเฟียมองคนตรงหน้านิ่ง ดวงตาค่อย ๆ ลดขนาดลงจากการเบิกตาโตขึ้นด้วยความตกใจเมื่อครู่ หลังจากเห็นชัดแล้วว่าคนที่ปิดปากตนเองอยู่ตอนนี้คือใครโชนยื่นมืออีกข้างไปล็อกประตู จากนั้นก็นำมือที่ปิดปากอีกคนอยู่ออก“นายมารออยู่ในห้องน้ำหญิงเหรอ” ตอนนี้พูดถามได้ เพราะยั
“เธอติดกระดุมผิดรู” โชนบอกขณะนั่งดูอีกคนสวมเสื้อนักศึกษาทั้งที่ยังนั่งคร่อมอยู่บนตักตน“ฮะ?”เขาไม่ได้พูดอะไรต่อแล้วยื่นมือไปปลดกระดุมเสื้อให้เธอ เพื่อจะเรียงลำดับการติดใหม่“เฮ้ยทำอะไรของนายเนี่ย”“ก็จะติดกระดุมให้ใหม่ไง เมื่อกี้ถ้าเธอติดต่อนะ เม็ดสุดท้ายไม่มีรูให้เข้าแน่”“…”“โตขนาดนี้แล้วยังติดกระดุมผิดรังดุมอยู่อีก”“นี่ ทุกคนก็ติดผิดได้ไหม ไม่เกี่ยวว่าอายุเท่าไรเถอะ อีกอย่างในนี้ก็มืด รังดุมมันก็เหมือนกันหมด”“ติดกระดุมผิดแค่นี้ ยังจะพยายามพูดให้ตัวเองไม่ผิด”“อ้าว ทำไมพูดงี้อะ เดี๋ยวก็ขย่มให้โจ้ยหลุดซะเลยนี่”“ทำได้เหรอ แค่ตอนนี้ของเธอก็บวมฉีกไปถึงไหนต่อไหนแล้ว”“…”“ทำไมเงียบ ไม่สู้ต่อล่ะ”“ก็เจ็บจริง ที่ฉันพูดเมื่อกี้ก็พูดไปงั้นแหละ ตอนนี้เอาอะไรเข้ามาไม่ได้แล้ว พอเสร็จแล้วก็เริ่มรู้สึกเจ็บขึ้นเรื่อย ๆ เลย น่ารำคาญชะมัด”“…”คนหน้าบูดบึ้งยกมือจะติดกระดุมให้ตัวเอง แต่ชายหนุ่มจับมือเธอห้ามไว้ก่อน“เดี๋ยวฉันติดให้”“ฉันติดเองได้ ไม่ต้องมายุ่ง”“อย่าดื้อ” โชนเอ่ยเสียงเข้มขึ้น เชิงดุ“…” เธอยอมเงียบเสียงแล้วหยุดการกระทำต่อต้านลง“ให้ฉันได้ทำอะไรตอบแทนเธอบ้าง ถึงมันจะเล็กน้อย แต่ฉ
โชนไล่ฉกชิมความหวานจากเรียวกลีบปากอวบอิ่มของอีกคนพลันส่งลิ้นเข้าไปในโพรงอ่อนนุ่มเพื่อตวัดเก็บกลืนสารคัดหลั่งที่ตนเพิ่งฉีดพ่นเข้าปากเธอไป หญิงสาวเกร็งตัว ไม่ได้ตอบสนองอะไรเขาไปสักทาง เพราะตกใจที่ชายหนุ่มจับมาจูบ และเจ็บตึงอยู่ที่ปากทางเธอทุบอกเขาเบา ๆ เพราะถอยหน้าออกไม่ได้ จากการที่ยังมีมือหนาจับรั้งไว้ตรงหลังคอ เมื่อเก็บความหวานจากโพรงปากเล็กจนพอใจแล้ว โชนจึงยอมปล่อยมือที่เป็นสิ่งกีดขวางความต้องการของคนบนร่างไว้“ทำอะไรของนายเนี่ยฮะ?! ฉันบอกไม่ให้จูบไง!”“ก็ไม่ได้จูบ แค่รับน้ำของฉันต่อจากปากเธอมาอย่างที่เธออยากทำไง”“ปากแตะปากขนาดนี้ ไหนจะลิ้นนายที่เข้าปากฉันมาอีก มันจะไม่เรียกว่าจูบได้ยังไง!”“หึ”“แล้วของนายเนี่ยเมื่อกี้มันเข้ารูฉันมาแล้ว ไม่รู้สึกหรือไงฮะถามจริง? หัวใหญ่มากจนฉันตึงไปหมด”“ก็รู้สึกอุ่น ๆ แล้วก็เหมือนมีอะไรตอด”“รู้แล้วทำไมยังไม่ทำอะไรอีก”“แล้วจะให้ทำอะไร ก็มันเข้าไปแล้ว ของเธอกับของฉันมันคงอยากทักทายกัน เลยเข้ากันได้ตรงล็อกพอดี”“นายนี่มัน”“..แล้วนี่รู้ไหมว่าฉันไม่ได้ใส่ถุงยาง”“รู้”“แล้วทำไมไม่ว่าอะไร”“ฉันฝังยาคุมแล้ว สดได้ เรื่องโรคก็คงไม่น่าเป็นห่วง เพราะนา
เม็ดเชอร์รีสีหวานอันแข็งขื่นกำลังถูกครอบงำโดยโพรงปากใหญ่ ให้ความรู้สึกกระสันเสียวเมื่อเจ้าของโพรงกว้างออกแรงดูดพลางใช้ลิ้นเลียตวัดสะกิดยอดถันให้สั่นระริกไม่หยุดโซเฟียกัดริมฝีปากล่างก้มหน้ามองการกระทำของอีกคนด้วยสายตาอ้อยอิ่ง ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นแล้วจับรั้งศีรษะเขาให้เข้ามาแนบชิดหน้าอกของตนมากกว่าเดิม จนปลายจมูกสันโด่งจมลงไปในก้อนเนื้ออวบสีขาวเนียนเสียงสูดปากครางในลำคอดังขึ้นจากคนได้รับการปรนเปรอ ทำให้ผู้กำลังทำหน้าที่มอบความรัญจวนใจรู้สึกพึงใจที่ตนทำให้อีกฝ่ายเสียวซ่านได้ เสียงอันเซ็กซี่ของเธอ ส่งผลให้สิ่งแข็งขื่นของชายหนุ่มปวดหนึบมากกว่าเดิมเมื่อดูดเลียยอดถันจนพอใจแล้ว โชนก็ถอยหน้าออกแล้วเลื่อนกลับมากดจมูกลงที่ข้างคอระหง เธอเอียงศีรษะให้เขาได้ทำตามใจ มือก็จับขยำกลุ่มผมหนาของชายหนุ่มไปมาตามอารมณ์“นายไม่เคยทำกับใครมาก่อนจริงเหรอ” ถามด้วยเสียงกระเส่าโชนผละหน้าออกมาจากก้านคอของคนบนตัก มองสบตากับเธอก่อนจะเอ่ยตอบ“ปกติฉันทำแต่กับของเล่น ไม่เคยทำกับคนจริง ๆ”“…”“เธอกำลังจะเป็นคนแรกของฉัน”“..รู้สึกพิเศษ แต่คงจะดีกว่านี้ถ้าคนพูดไม่ใช่นาย หึ่ย ขนลุก”“ปากดี”เธอทำปากมุบมิบล้อเลียนคำพูดขอ
ขณะที่กลุ่มของโชนยังนั่งอยู่ที่โต๊ะเดิม ต้าก็เดินผ่านมา โชนเงยหน้าขึ้นไปเห็นพอดีจึงเรียกเขาไว้“ไอ้ต้า”เจ้าของชื่อหันไปมองตามเสียงเรียก ก่อนจะเห็นโชนพยักหน้าลงครั้งหนึ่งเชิงเรียกให้เดินไปหา ต้าจึงทำตามที่เขาต้องการ“เมื่อวานมึงให้แป้งพูดแบบนั้นทำไม”“เปล่า ก็แกล้งเฉย ๆ”“แล้วเกี่ยวอะไรกับกู”“เฮ้ย มึงอย่าจริงจังดิ” ต้าพูดยิ้ม ๆ กับโชน กลบเกลื่อนความเกรงกลัวเขาที่ตนเองกำลังมี“ไม่จริงจังเหี้ยไร มึงให้แป้งพูดแบบนั้นเสียงดัง คนที่เดินอยู่รอบ ๆ ได้ยินกันหมด กูไม่ได้อะไรหรอกนะ แต่แป้งเสียหาย”“..ขอโทษ”“ไปขอโทษแป้งด้วย ทำอะไรไม่รู้จักคิด เอาแต่สนุก คิดถึงคนอื่นบ้างดิว่าเขาจะเป็นยังไง รู้สึกยังไง”“..แป้งไม่คิดอะไรหรอก ที่ให้พูดก็ไม่ได้พูดชื่อแป้งนี่”“มึงยังจะเถียงกูอีกเหรอ!” โชนลุกยืนพลันโน้มตัวลงไปจับคอเสื้อของต้าซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามบนโต๊ะเดียวกันกระชากขึ้น“เฮ้ย ๆ ๆ โชนมึงใจเย็น” กลุ่มเพื่อนช่วยกันห้ามทันควัน แต่ก็ไม่อาจทำให้มือแกร่งยอมปล่อยออกจากคอเสื้อของอีกคนได้“กูขอโทษ.. ขอโทษจริง ๆ ทีหลังจะไม่ทำแล้ว”โชนยังคงจ้องมองคนตรงหน้าตาเขม็ง เพียงครู่เดียวก็ปล่อยมือจากคอเสื้อโดยดันไปด้







