LOGIN“เธอติดกระดุมผิดรู” โชนบอกขณะนั่งดูอีกคนสวมเสื้อนักศึกษาทั้งที่ยังนั่งคร่อมอยู่บนตักตน
“ฮะ?” เขาไม่ได้พูดอะไรต่อแล้วยื่นมือไปปลดกระดุมเสื้อให้เธอ เพื่อจะเรียงลำดับการติดใหม่ “เฮ้ยทำอะไรของนายเนี่ย” “ก็จะติดกระดุมให้ใหม่ไง เมื่อกี้ถ้าเธอติดต่อนะ เม็ดสุดท้ายไม่มีรูให้เข้าแน่” “…” “โตขนาดนี้แล้วยังติดกระดุมผิดรังดุมอยู่อีก” “นี่ ทุกคนก็ติดผิดได้ไหม ไม่เกี่ยวว่าอายุเท่าไรเถอะ อีกอย่างในนี้ก็มืด รังดุมมันก็เหมือนกันหมด” “ติดกระดุมผิดแค่นี้ ยังจะพยายามพูดให้ตัวเองไม่ผิด” “อ้าว ทำไมพูดงี้อะ เดี๋ยวก็ขย่มให้โจ้ยหลุดซะเลยนี่” “ทำได้เหรอ แค่ตอนนี้ของเธอก็บวมฉีกไปถึงไหนต่อไหนแล้ว” “…” “ทำไมเงียบ ไม่สู้ต่อล่ะ” “ก็เจ็บจริง ที่ฉันพูดเมื่อกี้ก็พูดไปงั้นแหละ ตอนนี้เอาอะไรเข้ามาไม่ได้แล้ว พอเสร็จแล้วก็เริ่มรู้สึกเจ็บขึ้นเรื่อย ๆ เลย น่ารำคาญชะมัด” “…” คนหน้าบูดบึ้งยกมือจะติดกระดุมให้ตัวเอง แต่ชายหนุ่มจับมือเธอห้ามไว้ก่อน “เดี๋ยวฉันติดให้” “ฉันติดเองได้ ไม่ต้องมายุ่ง” “อย่าดื้อ” โชนเอ่ยเสียงเข้มขึ้น เชิงดุ “…” เธอยอมเงียบเสียงแล้วหยุดการกระทำต่อต้านลง “ให้ฉันได้ทำอะไรตอบแทนเธอบ้าง ถึงมันจะเล็กน้อย แต่ฉันก็อยากทำให้” “…” “เธอช่วยให้ฉันได้ระบายฤทธิ์ยาที่ฉันรับมันมาโดยไม่รู้ตัว ถ้าไม่ได้เธอฉันก็ไม่รู้ตัวเองจะเป็นยังไงเลย ไหนของฉันมันจะใหญ่เกินกว่าที่ของเธอจะรับได้จนมันฉีกแล้วก็บวมแบบนี้อีก ..ยังไงฉันขอบคุณเธอจริง ๆ นะ ที่อยู่กับฉันจนถึงตอนนี้” “..อย่ามาพูดดีกับฉันแบบนี้สิ มันดูไม่ใช่คู่เราเลยอะ” โซเฟียบอกเสียงอ่อนลง “ฉันพูดจากใจ จากที่รู้สึกจริง ๆ ..เธอไม่ชอบฉันแต่ก็ยังยอมมีอะไรกับฉัน” “ก็ต่างคนต่างได้ ไม่มีใครต้องเสีย ถึงจะเจ็บจิ๋ม แต่ฉันฟิน เพราะฉะนั้น ฉันไม่คิดว่าตัวเองเสียอะไร” เขาติดกระดุมให้เธอเสร็จพอดี หญิงสาวจึงนำเสื้อคลุมของตนมาสวมต่อ “ขอบใจนะที่ติดกระดุมให้” เธอบอกโดยไม่มองหน้าเขา รู้สึกกระดากปากเล็กน้อย แต่ก็อยากพูดตอบแทนน้ำใจไป “แล้วนี่ทำไมไม่ใส่แว่น” โชนถาม “..ก็ ออกจากมอแล้วไม่อยากใส่” ลืมสนิทว่าตัวเองถอดแว่นอยู่ ตั้งแต่ก่อนเจอเขาด้วยซ้ำ “ทำไม” “ก็ไม่ได้ใช้สายตาอะไรมากแล้ว แค่เดินทางกลับบ้าน ถ้าเหงื่อออกจะได้ไม่รำคาญด้วย” “…” “ถามทำไม” “เปล่า ก็แค่เห็นว่าปกติเธอใส่แว่น” “ตอนม.ปลายก็ไม่ได้ใส่เถอะ” “..แต่หน้าม้าเธอก็ยังหนาเหมือนเดิม” “สู้กับหน้านายมั้ง ไอ้คนหน้าหนา” “เอ๊า อยู่ดี ๆ มาว่าฉันทำไม” “คันปาก ไม่ว่าแล้วรู้สึกเหมือนจะชัก” “ปากดี” “แน่นอน นายถึงจูบฉันเอาจูบฉันเอาไง บอกไม่ให้จูบ ไม่ให้เลีย แต่ก็ล่อจนฉันยอมให้ทั้งคู่จนได้” “หลอกง่ายเอง ช่วยไม่ได้” “..ไอ้บ้า” พูดแล้วก็ทำท่าจะเปิดประตูลงจากรถ “จะไปไหน” “ลงรถไง! แตกแล้วก็แยกทาง จะอยู่ทำไมอีก” “โอ๊ย! อยู่ใกล้กันแค่นี้จะตะโกนทำไมเนี่ย” “หึ่ย!” สะบัดหน้าหนีเขาแล้วยื่นมือจะจับมือเปิดประตูอีกครั้ง “ไม่ต้องลง ฉันจะขับรถไปส่งเธอเอง” “ฮะ?” “ไปตรวจหูบ้างนะ” บอกจบก็ยกตัวหญิงสาวขึ้นให้ตัวเองพอลุกขึ้นได้ จากนั้นก็หยิบกางเกงมาสวมทั้งชั้นในและชั้นนอก จนเสื้อผ้าอยู่บนตัวครบดังเดิม “ย้ายไปนั่งเบาะข้างฉันสิ มองฉันอยู่ทำไม” “ขนาดของนายหลับแล้ว ก็ยังใหญ่อยู่เลยอะ” “…” “ถ้าจับมันจะเป็นไงเหรอ” “ครั้งหน้าค่อยมาลองจับดู” “..ล่อจะเอากับฉันอีกรอบอะดิ” “หึ” “ขอดูก่อนละกันนะ ถ้านายทำตัวดี ทำให้ฉันเหม็นขี้หน้าน้อยลง ฉันก็อาจจะยอมเสียวด้วยอีก” บอกพลางทำเป็นดันหน้าอกตนเองยกขึ้นพลันสั่นส่ายไปมาเล็กน้อยล่อสายตาอีกคน ชายหนุ่มเห็นแล้วจึงยกยิ้มมุมปากข้างหนึ่งพร้อมเปลี่ยนสายตามองไปทางอื่น นึกคิดในใจว่าผู้หญิงอะไร ทะเล้นได้ทะเล้นดีจริง ๆ “มัวทำอะไรอยู่ ขับรถสิคะโชเฟอร์ คุณนายอยากกลับบ้านแล้วค่ะ” “ครับ คุณนายใหญ่” “ว้าย! เอาใหญ่มาทำไม ฉันสวยเซี๊ยะน่าเจี๊ยะซะขนาดนี้ ยังรุ่น ๆ อยู่ย่ะ” “หึ” “..ไอ่บ้า” ว่าชายหนุ่มเบา ๆ เมื่อเห็นปฏิกิริยาเขา ก่อนจะหันไปมองทางด้านหน้ารถแล้วอมยิ้มบาง ๆ ตอนนี้.. ดูเหมือนว่าบรรยากาศระหว่างทั้งสองคน จะดีขึ้นกว่าก่อนหน้าแล้ว ต่อจากนี้ มันจะดีมากกว่าตอนนี้ไหมนะ.. ไม่กี่วันต่อมา.. โชนนั่งอยู่กับกลุ่มพี่ว้ากทั้ง 11 คนที่ใต้อาคารเรียน กำลังพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องที่จะประชุมเชียร์กันในเย็นวันนี้ “สรุป วันนี้จะเริ่มให้ปีหนึ่งร้องเพลงคณะฯ แต่ก่อนเริ่มจะทำกิจกรรมละลายพฤติกรรมอีกเล็กน้อยก่อน” เปปเปอร์ ผู้เป็นรองเฮดว้ากพูดบอกคนในวงสนทนาโดยสั้น เพื่อให้เข้าใจตรงกัน “มีใครสงสัยหรืออยากเสนออะไรอีกไหม” โชนถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง พลางกวาดสายตาไล่ดูทุกคนรอบโต๊ะ เมื่อไม่มีใครพูดอะไรต่อ เขาจึงบอกให้ทุกคนแยกย้ายได้ “เฮ้ยเดี๋ยว พวกมึงนั่งนี่กันก่อน” ทว่าเพียงไม่กี่วินาทีเฮดว้ากก็เอ่ยห้ามคนในกลุ่มที่มีบางคนเตรียมจะลุกจากที่นั่งแล้วขึ้น ทุกคนจึงต่างพากันนั่งลงดังเดิม แม้ไม่รู้ว่าโชนจะรั้งให้อยู่ต่อทำไม “โซเฟีย! รหัส 220!” คนกำลังหน้าบึ้ง เดินแยกปลายเท้าออกจากกันอยู่ทุกย่างก้าวได้ยินแล้วจึงชะงักหยุดลง ก่อนจะหันมองไปทางต้นเสียง ไม่ต้องกวาดสายตาก็เห็นกลุ่มคนที่เด่นกว่าใครนั่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ก่อนจะสะดุดตาที่ชายคนหนึ่งซึ่งเด่นกว่าเพื่อน เนื่องจากผมของเขาเป็นสีบลอนด์ เห็นได้ตั้งแต่ระยะกว่า 100 เมตร โซเฟียมองเขาแล้วยกมือชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง เชิงถามย้ำกับชายหนุ่มว่าเรียกเธอเหรอ เมื่อเห็นโชนพยักหน้ากดต่ำลงราวกับบอกให้เธอเดินมาหา หญิงสาวจึงถอนหายใจเบา ๆ แล้วพลิกตัว พยายามเดินในท่าทางปกติมายังกลุ่มคนกลุ่มใหญ่นี้ “มีอะไรคะ” “เจอรุ่นพี่ต้องทำไง” โชนถามเธอไปเสียงเรียบ โซเฟียระบายลมหายใจบาง ๆ ก่อนจะยกมือไหว้เขา “ทำอะไร พูดด้วย” “สวัสดีค่ะ” “สวัสดีใคร” “สวัสดีค่ะพี่โชน รุ่นพี่คณะวิศวกรรมศาสตร์ชั้นปีที่ 3 ของปีหนึ่งทุกคน” เธอพูดเหมือนตอนที่เขาพูดแนะนำตัวในห้องประชุมเชียร์ครั้งแรกเชิงประชด “…” คนทั้งกลุ่มมองเธอนิ่ง โชนเองก็เช่นกัน “ตกลงเรียกมามีอะไรคะ” “ทำไมสวัสดีแค่ผมคนเดียว คนอื่นก็นั่งอยู่” “…” “ยืนนิ่งอยู่ทำไม สวัสดีสิ” “ยังจำชื่อไม่ได้ทุกคนค่ะ” “ก็สวัสดี” “…” “เร็ว!” โชนย้ำเสียงดังขึ้น หญิงสาวจึงถอนหายใจแรง ก่อนจะหันไปพนมมือไหว้ กวาดสายตามองคนในกลุ่มของเขาทุกคนโดยทั่ว “สวัสดีค่ะ! พี่ว้ากทุกคน!” กล่าวจบก็เปลี่ยนกลับมามองโชนต่อ “แล้วไงต่อคะ เฮดว้าก” “ตอนนั้นมีใครบ้างที่ให้คุณขอลายเซ็นผมก่อน ถึงจะได้ลายเซ็นเขา” “ก็มีพี่ภีม พี่เจมส์ แล้วก็พี่นัทค่ะ ทำไมเหรอคะ” “เอาสมุดเชียร์คุณมา” “…” “ยืนงงอะไร เอามาสิ หรือไม่ได้เอามาหรือไง วันนี้ส่งนะ” “จะทำอะไรคะ” “เอามา” กดเสียงต่ำลงบอกไปอีกครั้ง โซเฟียมองคนตรงหน้าอย่างจับสังเกตอีกครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ยอมหยิบสิ่งที่เขาต้องการออกมาจากกระเป๋าให้แต่โดยดี “ปากกาด้วย” เมื่อได้รับปากกามาแล้วเขาก็เปิดสมุดก่อนจะหาหน้าว่างเซ็นให้เธอไป ทำเอาเหล่าพี่ว้ากต่างหันมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจโดยไม่พูดอะไร ส่วนโซเฟียก็เบิกตาโพลงขึ้นเล็กน้อย พลันค่อย ๆ ยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจ เมื่อยกปลายปากกาออกจากหน้ากระดาษแล้ว โชนก็ปิดสมุด ยื่นคืนให้เจ้าของไป “ทีนี้ก็ไปขอ 3 คนนั้นได้ ส่วนคนอื่น ๆ ถ้าคุณอยากขอด้วยก็แล้วแต่” “งื้อ~ ขอบคุณนะ!” ลืมพูดมีหางเสียงกับเขาอย่างลืมตัว โชนจึงถลึงตามองเธอเล็กน้อย โซเฟียรู้ตัวแล้วเอ่ยต่อ “คะ.. ขอบคุณนะคะพี่โชน” เขาไม่พูดอะไร ใบหน้ายังคงไม่แสดงความรู้สึกใด ๆ จากนั้นก็ลุกจากที่นั่งแล้วเดินจากไป โซเฟียมองตามแผ่นหลังโชนเพียงครู่เดียวก็เดินไปยังเป้าหมาย 3 คนที่ติดค้างลายเซ็นกับเธอไว้อยู่ต่อ “ขอลายเซ็นพี่คนอื่นด้วยได้ไหมคะ ..หนูได้ลายเซ็นเฮดว้าก คนที่ขอยากที่สุดมาแล้วน้า~ พี่ว้ากจะไม่เซ็นตามหัวหน้าก็ไม่ได้หรือเปล่า~” เธอถามด้วยน้ำเสียงและสายตาเจ้าเล่ห์มองไปยังกลุ่มคนตรงหน้า เพียงไม่นานพวกเขาก็ยอมเซ็นให้เธอกันจนครบทุกคน เมื่อเรียบร้อย โซเฟียก็ยิ้มเริงร่า อารมณ์ดี เดินไปตามทางของตนต่อ “ทำไมโชนเซ็นให้น้องเขาง่ายจังวะ ที่ผ่านมายังไม่เห็นเคยเซ็นให้รุ่นน้องคนไหนสักคน กูเลยต้องยอมเซ็นตามไปเฉย ๆ เลยเนี่ย” นัทพูดกับเจมส์ “จริง โชนคงให้น้องทำอะไรที่ยาก ๆ ก่อนหน้านี้แต่พวกเราไม่เห็น มาวันนี้เลยเซ็นให้แบบนี้” “น้องเขาดูเดินแปลก ๆ แยกขาแบบนั้น โชนคงจะให้ใช้ขาหนัก ไม่วิ่งก็ย่อยืด สก็อตจัมพ์ อะไรแบบนี้” เปปเปอร์ที่ฟังอยู่ด้วยออกความเห็น “ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ มันก็เล่นน้องเขาหนักเกิน ดูซินั่น เดินขาชิดไม่ได้เลย” “จริง คนอะไรโหดแท้” โซเฟียเดินเข้ามาในโรงอาหาร หาที่นั่ง ก่อนจะหยิบสมุดเชียร์มาเปิดดูด้วยรอยยิ้มภูมิใจ ทว่าเมื่อเห็นหน้าที่โชนเซ็นให้แล้วก็ค่อย ๆ หุบยิ้มลง คิ้วเรียวสวยขดเข้าหากันเล็กน้อย เมื่อเขาไม่ได้เซ็นให้เธออย่างเดียว แต่เขียนบางอย่างด้านล่างลายเซ็นด้วย “บอกเบอร์ให้แอดไอดีไลน์.. จะให้แอดไปทำไม ..อะไรของเขา” Sophia added SHONE by phone number. Sophia: ให้แอดมาทำไม SHONE: มาที่ห้องน้ำชั้น 4 อาคารxx ตอนนี้ Sophia: ห๊ะ Sophia: จะให้ฉันถ่อไปทำไมถึงนั่น Sophia: คนยิ่งเจ็บๆขาอยู่ Sophia: ไม่ไปหรอก SHONE: ก็นี่ไง จะช่วยให้เจ็บน้อยลง SHONE: รีบมาเร็วๆ SHONE: ฉันไม่ชอบรอ โปรดติดตามตอนต่อไป..เพียงไม่นานโชนก็กดให้เพลงหยุดเล่น ก่อนจะบอกให้รุ่นน้องที่ยืนอยู่นั่งลงได้เมื่อโซเฟียนั่งแล้วก็คิดในใจ ว่ากิจกรรมนี้มันมีเพื่ออะไร แค่ให้เต้น ๆ แล้วก็นั่ง แบบนี้คนที่ไม่ชอบเต้น ขี้อาย ก็คงจะลำบากใจน่าดู มันเป็นกิจกรรมสำหรับคนกล้าแสดงออก ไม่เห็นจะช่วยให้ทุกคนละลายพฤติกรรมตรงไหน..แต่บางที ก็อาจจะทำให้บางคนได้ปลดล็อกอะไรบางอย่างในระยะเวลาสั้น ๆ นี้ก็ได้ ใครจะไปรู้และอย่างน้อย แค่มีเสียงเพลงครึกครื้นดังในห้องใหญ่นี้ ก็ช่วยลดบรรยากาศตึงเครียดไปได้มากแล้วหลังจากจบการเข้าประชุมเชียร์ในวันนี้ โซเฟียก็เดินช้า ๆ ด้วยความตึงขาออกมาจากห้องประชุมใหญ่“โอ๊ย.. ไอ้โชนบ้า สั่งให้ย่อยืดตั้ง 50 ที แค่นี้ขาฉันก็จะฉีกตายอยู่แล้ว” เธอบ่นอุบหลังจากดูแล้วไม่มีใครเดินอยู่รอบตัว สีหน้าแสดงความเจ็บปวดตามอาการ ก้าวเท้าต่อไปไม่นานก็เจอม้านั่งยาวตั้งอยู่ริมทางเดิน จึงเดินไปนั่งพักบนนั้น“ตาย ๆ ๆ หาลายเซ็นรุ่นพี่ 999 คนได้แล้วก็ต้องมาทนโดนลงโทษแบบนี้อีก แล้วต้องโดนแบบนี้ไปอีกเท่าไรก็ไม่รู้ ..อ้อ หนึ่งเทอม เฮ้ออ”นั่งทนเจ็บอยู่คนเดียวอย่างนั้น เพียงครู่เดียวก็ได้ยินเสียงมือถือสั่นดังขึ้น เธอจึงล้วงหยิบจากกระเป๋า
เกือบ 20 นาทีต่อมา โซเฟียขึ้นลิฟต์มาที่ชั้น 4 ของอาคารซึ่งโชนนัดไว้ เมื่อถึงแล้วก็เดินไปบริเวณหน้าห้องน้ำ เธอมองซ้ายขวาดูคนโดยรอบ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครจึงรีบชะเง้อเข้าไปในห้องน้ำชาย ทว่าก็ไม่เห็นว่ามีใครอยู่ ประตูห้องย่อยก็เปิดหมดทุกห้อง“สุดท้ายก็ไม่รอสินะ เหอะ จะให้มาหาทำไมก็ไม่รู้ ดีนะเนี่ยไม่มีใครยืนฉี่อยู่ งั้นฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เขาได้นึกว่าโรคจิตแน่ ๆ” พูดพึมพำกับตนเองแล้วก็หมุนตัวเดินไปทางห้องน้ำหญิงต่อ“เฮ้อ” โซเฟียถอนหายใจเบา ๆ เมื่อเข้ามาในห้องสุขาแล้ว เธอเพิ่งเห็นว่ามีห้องหนึ่งที่ประตูปิดอยู่จึงปิดปากตัวเอง ก่อนจะเข้าไปยังห้องที่ว่าง ทว่ากำลังจะปิดประตูก็ได้ยินเสียงคนในห้องนั้นเปิดประตู ก่อนจะมีคนหนึ่งมาดันประตูขณะที่เธอกำลังจะล็อก แล้วใครคนนั้นก็เข้ามาพลันรีบปิดปากคนกำลังจะส่งเสียงร้อง พร้อมกับทำนิ้วให้เธอเงียบเสียงโซเฟียมองคนตรงหน้านิ่ง ดวงตาค่อย ๆ ลดขนาดลงจากการเบิกตาโตขึ้นด้วยความตกใจเมื่อครู่ หลังจากเห็นชัดแล้วว่าคนที่ปิดปากตนเองอยู่ตอนนี้คือใครโชนยื่นมืออีกข้างไปล็อกประตู จากนั้นก็นำมือที่ปิดปากอีกคนอยู่ออก“นายมารออยู่ในห้องน้ำหญิงเหรอ” ตอนนี้พูดถามได้ เพราะยั
“เธอติดกระดุมผิดรู” โชนบอกขณะนั่งดูอีกคนสวมเสื้อนักศึกษาทั้งที่ยังนั่งคร่อมอยู่บนตักตน“ฮะ?”เขาไม่ได้พูดอะไรต่อแล้วยื่นมือไปปลดกระดุมเสื้อให้เธอ เพื่อจะเรียงลำดับการติดใหม่“เฮ้ยทำอะไรของนายเนี่ย”“ก็จะติดกระดุมให้ใหม่ไง เมื่อกี้ถ้าเธอติดต่อนะ เม็ดสุดท้ายไม่มีรูให้เข้าแน่”“…”“โตขนาดนี้แล้วยังติดกระดุมผิดรังดุมอยู่อีก”“นี่ ทุกคนก็ติดผิดได้ไหม ไม่เกี่ยวว่าอายุเท่าไรเถอะ อีกอย่างในนี้ก็มืด รังดุมมันก็เหมือนกันหมด”“ติดกระดุมผิดแค่นี้ ยังจะพยายามพูดให้ตัวเองไม่ผิด”“อ้าว ทำไมพูดงี้อะ เดี๋ยวก็ขย่มให้โจ้ยหลุดซะเลยนี่”“ทำได้เหรอ แค่ตอนนี้ของเธอก็บวมฉีกไปถึงไหนต่อไหนแล้ว”“…”“ทำไมเงียบ ไม่สู้ต่อล่ะ”“ก็เจ็บจริง ที่ฉันพูดเมื่อกี้ก็พูดไปงั้นแหละ ตอนนี้เอาอะไรเข้ามาไม่ได้แล้ว พอเสร็จแล้วก็เริ่มรู้สึกเจ็บขึ้นเรื่อย ๆ เลย น่ารำคาญชะมัด”“…”คนหน้าบูดบึ้งยกมือจะติดกระดุมให้ตัวเอง แต่ชายหนุ่มจับมือเธอห้ามไว้ก่อน“เดี๋ยวฉันติดให้”“ฉันติดเองได้ ไม่ต้องมายุ่ง”“อย่าดื้อ” โชนเอ่ยเสียงเข้มขึ้น เชิงดุ“…” เธอยอมเงียบเสียงแล้วหยุดการกระทำต่อต้านลง“ให้ฉันได้ทำอะไรตอบแทนเธอบ้าง ถึงมันจะเล็กน้อย แต่ฉ
โชนไล่ฉกชิมความหวานจากเรียวกลีบปากอวบอิ่มของอีกคนพลันส่งลิ้นเข้าไปในโพรงอ่อนนุ่มเพื่อตวัดเก็บกลืนสารคัดหลั่งที่ตนเพิ่งฉีดพ่นเข้าปากเธอไป หญิงสาวเกร็งตัว ไม่ได้ตอบสนองอะไรเขาไปสักทาง เพราะตกใจที่ชายหนุ่มจับมาจูบ และเจ็บตึงอยู่ที่ปากทางเธอทุบอกเขาเบา ๆ เพราะถอยหน้าออกไม่ได้ จากการที่ยังมีมือหนาจับรั้งไว้ตรงหลังคอ เมื่อเก็บความหวานจากโพรงปากเล็กจนพอใจแล้ว โชนจึงยอมปล่อยมือที่เป็นสิ่งกีดขวางความต้องการของคนบนร่างไว้“ทำอะไรของนายเนี่ยฮะ?! ฉันบอกไม่ให้จูบไง!”“ก็ไม่ได้จูบ แค่รับน้ำของฉันต่อจากปากเธอมาอย่างที่เธออยากทำไง”“ปากแตะปากขนาดนี้ ไหนจะลิ้นนายที่เข้าปากฉันมาอีก มันจะไม่เรียกว่าจูบได้ยังไง!”“หึ”“แล้วของนายเนี่ยเมื่อกี้มันเข้ารูฉันมาแล้ว ไม่รู้สึกหรือไงฮะถามจริง? หัวใหญ่มากจนฉันตึงไปหมด”“ก็รู้สึกอุ่น ๆ แล้วก็เหมือนมีอะไรตอด”“รู้แล้วทำไมยังไม่ทำอะไรอีก”“แล้วจะให้ทำอะไร ก็มันเข้าไปแล้ว ของเธอกับของฉันมันคงอยากทักทายกัน เลยเข้ากันได้ตรงล็อกพอดี”“นายนี่มัน”“..แล้วนี่รู้ไหมว่าฉันไม่ได้ใส่ถุงยาง”“รู้”“แล้วทำไมไม่ว่าอะไร”“ฉันฝังยาคุมแล้ว สดได้ เรื่องโรคก็คงไม่น่าเป็นห่วง เพราะนา
เม็ดเชอร์รีสีหวานอันแข็งขื่นกำลังถูกครอบงำโดยโพรงปากใหญ่ ให้ความรู้สึกกระสันเสียวเมื่อเจ้าของโพรงกว้างออกแรงดูดพลางใช้ลิ้นเลียตวัดสะกิดยอดถันให้สั่นระริกไม่หยุดโซเฟียกัดริมฝีปากล่างก้มหน้ามองการกระทำของอีกคนด้วยสายตาอ้อยอิ่ง ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นแล้วจับรั้งศีรษะเขาให้เข้ามาแนบชิดหน้าอกของตนมากกว่าเดิม จนปลายจมูกสันโด่งจมลงไปในก้อนเนื้ออวบสีขาวเนียนเสียงสูดปากครางในลำคอดังขึ้นจากคนได้รับการปรนเปรอ ทำให้ผู้กำลังทำหน้าที่มอบความรัญจวนใจรู้สึกพึงใจที่ตนทำให้อีกฝ่ายเสียวซ่านได้ เสียงอันเซ็กซี่ของเธอ ส่งผลให้สิ่งแข็งขื่นของชายหนุ่มปวดหนึบมากกว่าเดิมเมื่อดูดเลียยอดถันจนพอใจแล้ว โชนก็ถอยหน้าออกแล้วเลื่อนกลับมากดจมูกลงที่ข้างคอระหง เธอเอียงศีรษะให้เขาได้ทำตามใจ มือก็จับขยำกลุ่มผมหนาของชายหนุ่มไปมาตามอารมณ์“นายไม่เคยทำกับใครมาก่อนจริงเหรอ” ถามด้วยเสียงกระเส่าโชนผละหน้าออกมาจากก้านคอของคนบนตัก มองสบตากับเธอก่อนจะเอ่ยตอบ“ปกติฉันทำแต่กับของเล่น ไม่เคยทำกับคนจริง ๆ”“…”“เธอกำลังจะเป็นคนแรกของฉัน”“..รู้สึกพิเศษ แต่คงจะดีกว่านี้ถ้าคนพูดไม่ใช่นาย หึ่ย ขนลุก”“ปากดี”เธอทำปากมุบมิบล้อเลียนคำพูดขอ
ขณะที่กลุ่มของโชนยังนั่งอยู่ที่โต๊ะเดิม ต้าก็เดินผ่านมา โชนเงยหน้าขึ้นไปเห็นพอดีจึงเรียกเขาไว้“ไอ้ต้า”เจ้าของชื่อหันไปมองตามเสียงเรียก ก่อนจะเห็นโชนพยักหน้าลงครั้งหนึ่งเชิงเรียกให้เดินไปหา ต้าจึงทำตามที่เขาต้องการ“เมื่อวานมึงให้แป้งพูดแบบนั้นทำไม”“เปล่า ก็แกล้งเฉย ๆ”“แล้วเกี่ยวอะไรกับกู”“เฮ้ย มึงอย่าจริงจังดิ” ต้าพูดยิ้ม ๆ กับโชน กลบเกลื่อนความเกรงกลัวเขาที่ตนเองกำลังมี“ไม่จริงจังเหี้ยไร มึงให้แป้งพูดแบบนั้นเสียงดัง คนที่เดินอยู่รอบ ๆ ได้ยินกันหมด กูไม่ได้อะไรหรอกนะ แต่แป้งเสียหาย”“..ขอโทษ”“ไปขอโทษแป้งด้วย ทำอะไรไม่รู้จักคิด เอาแต่สนุก คิดถึงคนอื่นบ้างดิว่าเขาจะเป็นยังไง รู้สึกยังไง”“..แป้งไม่คิดอะไรหรอก ที่ให้พูดก็ไม่ได้พูดชื่อแป้งนี่”“มึงยังจะเถียงกูอีกเหรอ!” โชนลุกยืนพลันโน้มตัวลงไปจับคอเสื้อของต้าซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามบนโต๊ะเดียวกันกระชากขึ้น“เฮ้ย ๆ ๆ โชนมึงใจเย็น” กลุ่มเพื่อนช่วยกันห้ามทันควัน แต่ก็ไม่อาจทำให้มือแกร่งยอมปล่อยออกจากคอเสื้อของอีกคนได้“กูขอโทษ.. ขอโทษจริง ๆ ทีหลังจะไม่ทำแล้ว”โชนยังคงจ้องมองคนตรงหน้าตาเขม็ง เพียงครู่เดียวก็ปล่อยมือจากคอเสื้อโดยดันไปด้







