LOGIN“Cheers!” โซเฟียกับเสือพูดขึ้นพร้อมกันขณะชนแก้วเครื่องดื่มมึนเมาที่กลางโต๊ะซึ่งนั่งกันอยู่เพียงสองคน
“ว่าแต่ น้องเฟียพอจะเล่าให้พี่ฟังได้ไหมครับ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมน้องถึงอารมณ์ไม่ดีแบบนี้” “ตอนนี้เฟียก็อารมณ์ดีแล้วนะคะ เพราะได้เจอพี่” “หึ ไม่สิ ก่อนหน้านี้น่ะ ที่บอกว่าหมาเห่าแล้วเงียบ คือยังไงเหรอ” “ก็เฮดว้ากที่มอน่ะค่ะ ตอนนี้เฟียอยู่ปี 1 ที่วิศวฯ เลยต้องเข้าเชียร์ แต่อินังเฮดว้ากน่ะกวนต- ..กวนประสาทเฟีย” เกือบหลุดปากตามอารมณ์โทสะที่เริ่มปะทุขึ้นในจิตใจ แต่ก็ยั้งไว้ได้ทันแล้วแก้คำพูดให้ดูสุภาพขึ้นมาเล็กน้อย “อ้อ.. เรียกเหมือนเป็นเพื่อนเพราะจริง ๆ อายุเท่ากันสินะ” “ใช่ค่ะ ถ้าไม่ซิ่ว เฟียก็ปี 3 เท่านาง” “..คือพี่ชื่อเสือก็จริงนะครับ แต่บางทีเสือมันก็มีไก่มาตาม จะเป็นอะไรไหมถ้าพี่ขอให้น้องขยายความอีกสักนิดด” “ไม่เป็นไรค่ะ เฟียยินดีมาก คือเฟียน่ะเคยเรียนที่เดียวกับนางมาก่อน แล้วเคยไม่ถูกกันตอนม.ปลาย แล้วนี่มาเจอกัน นางคงเห็นเฟียแล้วจำได้ นางเรียกให้เฟียลุกขึ้นยืนคนเดียวทั้ง ๆ ที่น้องคนอื่นก็ยังนั่งอยู่ พอเฟียยืนนางก็ไม่พูดอะไร ปล่อยให้เฟียยืนเงียบ ๆ อยู่เป็นนาทีแล้วนางก็บอกให้นั่งได้ พี่ดูสิ แกล้งกันชัด ๆ เรียกให้เฟียยืนให้หลายสายตามองมา ในห้องก็เงียบเพราะนางไม่พูดอะไร แล้วแป๊บเดียวก็ให้เฟียนั่งลงเหมือนเดิม เหอะ แต่ใครจะไปนั่งอีกรอบล่ะ เฟียเดินเชิดออกจากห้องเชียร์มาเลย ไม่ยอมหรอก” “ตัวแม่ไม่เปลี่ยนจริง ๆ แต่วิศวฯ เขาเข้มกันจะตาย น้องออกมาแบบนั้นไม่โดนเรียกเหรอ” “ไม่นะคะ นางปล่อยให้ออก บอกแล้วว่านางจำเฟียได้ จงใจแกล้งกัน” “แล้วแบบนี้น้องจะกลับไปเข้าเชียร์อีกไหมครับ” “กลับสิคะ” “อ้าว แล้วจะทำยังไงกับเขา” “ก็ถ้านางไม่มายุ่งกับเฟีย เฟียก็ไม่ทำอะไรหรอกค่ะ แต่ถ้านางยังมาแกล้งเฟียอีกล่ะก็ เฟียไม่ยอมแน่ กลัวที่ไหนล่ะ” “แต่เราเป็นน้องปี 1 น้า คนอื่นเขารู้กันที่ไหนว่าเราอายุเท่าเขา ถ้าไม่ยอมเขาแล้วทำอะไรที่มากเกินไป ทุกคนสงสัยแน่เลย ไหนน้องเคยบอกพี่ว่าไม่อยากให้ใครรู้ว่าซิ่วมา” “..หึ่ย! แล้วเฟียต้องยอมนางเหรอ ไม่ใช่เฟียเลยสักนิด” “แล้วที่ทำเป็นเด็กติ๋มอยู่ ใช่เฟียเหรอ” “…” “ก็ไม่ใช่” พูดแล้วก็ยกยิ้มมุมปากข้างหนึ่ง ก่อนจะยื่นมือไปจับบ่าเล็กหนึ่งข้างเบา ๆ “ไม่อยากให้ใครรู้ น้องพี่ก็ต้องทนนะ เขาแกล้งอะไรก็ปล่อยไป ..แต่ถ้าอยากเอาคืน ค่อยไปทำตอนลับสายตาคนอื่น” คนฟังเปลี่ยนสายตาไปมองผู้พูดทันที ทั้งสองมองสบตากันนิ่ง ก่อนที่ใบหน้าสวยจะค่อย ๆ ปรากฏรอยยิ้มออกมา เมื่อชอบใจที่พี่รหัสนั้นยังสปอยล์ตัวเองไม่เปลี่ยน “ได้เลยพี่เสือ ลับตาคนอื่นแล้วเฟียจะจัดนางให้น่วมเลย เอาให้วันต่อมาน้องในห้องเชียร์ตกใจกันเลยว่าเฮดว้ากไปโดนคนสวยที่ไหนต่อยมา” “ฮ่า ๆ ๆ นี่แหละ ๆ สมกับเป็นน้องรหัสพี่ สาวมั่น สาวสตรอง” “แน่นอนค่ะ ก็คนมันสวยจริง ๆ ดูผู้โต๊ะหลังสิ ทั้งสามโต๊ะมองเฟียกันตาเป็นมันมานานละ” “..เอาเรื่อง” “ดีนะมีพี่ เขาเลยไม่กล้าเข้ามาคุยกับเฟียกัน เฟียเองก็เบื่อจะปฏิเสธ เกิดมาสวยนี่ลำบากจริง ๆ” พูดพลางปัดผมตัวเองที่ปรกบ่าด้านหน้าอยู่ให้ไปด้านหลัง ทั้งสองต่างยกของเหลวในแก้วของตนดื่มกันต่อ “แล้วพี่เสืออยากรู้ไหมคะ ว่าตอนเด็ก ๆ เฟียไม่ถูกกับหมอนั่นยังไง” “อยากครับ จริง ๆ พี่ถามอยู่ในใจแล้วล่ะ แต่ไม่กล้าเปล่งเสียงออกมา เกรงใจน้อง” หญิงสาวปัดมือข้างหนึ่งปฏิเสธ “ไม่ต้องเกรงใจค่ะ ถ้ากับพี่เฟียอยากเล่าอยู่ละ อยากหาพวก ฮ่า ๆ ๆ” “ฮ่า ๆ ๆ” “มีหลายเรื่องเลย เรื่องมันยาว พี่ตั้งใจฟังนะคะ” “ได้ครับ จะตั้งใจยิ่งกว่าตอนฟังอาจารย์ที่มออีก” “หึ” “…” “เรื่องมันเป็นงี้ค่ะ” ณ ถนนใหญ่ซึ่งมีรถยนต์วิ่งผ่านไปมาเป็นระยะ ลูกสุนัขตัวหนึ่งกำลังเดินอยู่บนไหล่ทางอย่างโดดเดี่ยว ทว่าจู่ ๆ มันก็ไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไป เมื่อมีสองคู่เท้ากำลังก้าววิ่งเข้ามาหาจากทั้งสองทิศทาง “เจ้าตูบ” “หมาน้อย” เสียงจากคนสองคนพูดเรียกเจ้าสี่ขาตัวน้อยขึ้นพร้อมกัน ทำเอาเจ้าของเสียงที่ต่างก็กำลังโฟกัสสิ่งมีชีวิตอีกสายพันธุ์ ต้องเปลี่ยนมาสนใจสายพันธุ์เดียวกันในทันที เจ้าตัวเล็กเห็นทั้งสองคนแล้วก็เกิดความกลัว ตัวสั่น หางตก ส่งเสียงร้องออกมาไม่ขาด ทั้งเด็กหนุ่มและเด็กสาวจึงต่างเรียกปลอบประโลมเจ้าหมาน้อยจากทั้งสองทิศทางกัน “นี่นายเงียบก่อนได้ไหม เรียกสองฝั่งแบบนี้น้องจะหายกลัวไหมล่ะ” “เธอนั่นแหละเงียบ เดี๋ยวฉันจัดการเอง” “เรื่องอะไรฉันต้องเงียบ น้องต้องมาเข้าอ้อมแขนฉัน เพราะฉันเจอน้องก่อน” “ฉันเจอก่อนเถอะ เธออย่ามั่ว” “ไม่! ฉันเจอก่อน นายนั่นแหละอย่ามั่ว!” เด็กหนุ่มวัยรุ่นจ้องมองเธอตาเขม็ง เด็กสาวเองก็ไม่ยอม จ้องกลับไปด้วยสายตาไม่ต่างกัน เมื่อหาจังหวะได้ชายหนุ่มก็ก้าวเท้าไปเอื้อมหยิบลูกสุนัขตัวนั้นมาอุ้มไว้ทันที ทำเอาเจ้าสี่ขาร้องดังลั่น ตัวสั่นมากกว่าเดิม เขาจึงรีบลูบกระหม่อมน้อยของมันเพื่อปลอบโยน “นี่นาย!” “ชู่! ฉันต้องปลอบมันก่อน” “…” “ฉันมาดี ไม่ต้องกลัวนะ เห็นอยู่ตัวคนเดียวริมถนนแบบนี้ กลัวนายจะโดนรถชน ให้ฉันพานายกลับบ้านฉันนะ ไปอยู่กับฉัน ฉันจะเลี้ยงนายอย่างดี” “น้องเป็นผู้หญิง!” “มีจู๋บ้าอะไรเป็นผู้หญิง” “ฮะ? ก็นั่น..” “นี่มันไข่หมา” “…” “อะไรกัน โตแต่ตัวสินะเธอเนี่ย แค่ไข่หมากับจิ๋มหมายังแยกไม่ออก” “นี่! ก็.. ก็น้องยังเด็ก มันยังเล็กอยู่นี่!” เขายกยิ้มบาง ๆ มองไปที่เธออย่างเย้ยหยัน “หน็อยย! นายอายุเท่าไรฮะ? เตี้ยขนาดนี้น้องฉันแน่ ๆ” “ฉันไม่ได้เตี้ยนะ เธอนั่นแหละที่สูง สูงเหมือนเปรต” “อ๊ายย! นี่!! ไอ้ผู้ชายเตี้ยม่อต๊อ!!” “ม่อต้อไหม ..เฮ้อ จะด่ายังพูดผิดเลย” “..ก็ฉันเป็นลูกครึ่งนี่ เพิ่งหัดพูดไทยตอนอายุ 12 เอง!” “ใครถาม” “นี่นาย!” “แล้วเธอเคยมีช่างไฟมาติดต่อขอเอาตัวไปต่อสายไฟเชื่อมกับเสาอื่นบ้างไหม” “ฮะ? ..ยังไงนะ” “ก็แบบว่า ช่างเขานึกว่าเธอเป็นเสาไฟฟ้าอะไรงี้อะ” “อ๊าย!! นายจะบ้าเหรอฮะ?!!” “ชู่! เสียงดังเกินไปแล้ว หมาตกใจเนี่ย” “ฉันจะเอาน้องไปเลี้ยง! ฉันเจอน้องก่อน เอามาให้ฉันนะ!” “ก็เดินมาพร้อมกัน จะรู้ได้ไงว่าใครเจอก่อน บางทีฉันอาจจะเจอก่อนก็ได้” “ไม่!” “ใช่!” “ไม่!” “ตอนนี้ฉันอุ้มหมาตัวนี้อยู่ ถือว่ามันเป็นของฉัน” “ไม่!!” “เอ๊า เธอนี่เอาแต่ใจนะเนี่ย ฉันรวย เลี้ยงมันได้ดีอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วงหรอก” “รวยเหรอ แล้วพ่อแม่นายไปไหนล่ะ ทำไมไม่มาด้วย” “ฉันขออยากช่วยหมาตัวนี้ เขาก็เลยให้ฉันลงจากรถมาช่วยเอง นั่นไง รถโรลส์-รอยซ์เลยนะ” “เหอะ” “แล้วเธอล่ะ มีพ่อแม่หรือเปล่า” “มีสิ! รวยไม่แพ้กันหรอก แต่ที่เขาไม่ลงมาเพราะฉันขอลงมาช่วยน้องเอง อยากแสดงความจริงใจน่ะเข้าใจมะ” “เหอะ” สิ้นเสียงแล้วก็พลิกตัวหันหลังให้เธอจะรีบเดินเร็วจากไปอย่างเนียน ๆ หญิงสาวเห็นจึงรีบตามไปดึงคอเสื้อเขารั้งไว้จากด้านหลัง “เฮ้ย!” “เอาหมามาให้ฉันนะ ฉันจะเลี้ยงน้อง!” “เธอนี่มันดื้อจังวะฮะ?!” “นี่! ตกลงอายุเท่าไรเนี่ยมาพูดจาแบบนี้” “15!” “อ้าว ฉันก็ 15 เหมือนกัน!” “แก่กว่าก็บอก หน้าอย่างเธอคงขึ้นมหา’ลัยแล้ว” “จะบ้าเหรอ! ฉันอยู่ม.4!” “ฉันก็ม.4 งั้นหมานี่เป็นของฉันนะ” บอกจบก็พลิกตัวจะเดินไปอีกครั้ง “ไม่!!” เธอจับแขนเขาทำให้หมุนตัวกลับมา “อะไรอีกเนี่ย” “เป่ายิ้งฉุบ!” “ฮ่า ๆ ๆ” “เฮ้ย อะไรอะ” “โทษที ฉันถูกฝึกไหวพริบมาตั้งแต่เด็กน่ะ เธอไม่ได้แอ้มฉันหรอก” “ได้ไง นายโกงแน่ ๆ” “เธอนั่นแหละโกง” เพราะเธออาศัยจังหวะที่เขากำมืออุ้มลูกสุนัขอยู่ออกกระดาษ แต่พอเธอลงมือปุ๊บ เขาก็เปลี่ยนเป็นกรรไกรปั๊บ เธอเลยแพ้ไปโดยปริยาย “นิสัยไม่ดี!” “ดีใจที่รู้ตัวสักทีนะ” “จะบ้าเหรอ! ฉันไม่ได้ว่าตัวเองนะ!” “ยอมให้ฉันเถอะ หมามันนิ่งแล้วเนี่ย ไม่กลัวฉันแล้ว ชินกับฉันเรียบร้อย เพราะฉะนั้น มันเป็นของฉัน” “แต่.. หน้าอย่างนายจะชอบหมาจริงเหรอ ไม่ได้เอาน้องไปทำมิดีมิร้ายใช่ไหม” “ทำไม หน้าอย่างฉันมันดูเหมือนเป็นคนกินหมาหรือไง” “…” “เลี้ยงอย่างดีน่า ไม่ต้องห่วงหรอก” ชายหนุ่มจะพลิกตัวเดินไปต่อ แต่หญิงสาวกลับเข้าไปกอดแขนเขาไว้ “สุดหล่อขา~ เราขอไม่ได้เหรอคะ เราอยากเลี้ยงน้องจริง ๆ นะ เราถูกชะตากับน้องมาก ๆ เลย น้า ๆ ๆ” “…” “นะคะ พลีส ๆ ๆ” “ไม่” “อ๊าย! นี่!” เธอปล่อยแขนเขาออกพร้อมกับโวยวายทันที “พูดคำอื่นไม่เป็นแล้วหรือไง” “หึ่ย! งั้นก็เลี้ยงน้องดี ๆ นะ ถ้าเลี้ยงไม่ดีแล้วทำน้องเจ็บป่วย ฉันขอแช่งให้นายอยู่ในสภาพไม่ต่างจากน้อง!” “อืม อยากแช่งก็แช่งไป เพราะฉันไม่มีทางอยู่ในสภาพแบบนั้นอยู่แล้ว” “ทำให้มันดี ๆ เหมือนปากละกัน!” สิ้นเสียงก็พลิกตัวเดินเชิดกลับไปที่รถยนต์ของตนทันที เด็กหนุ่มมองตามแผ่นหลังเธอแล้วก็กระตุกยิ้มมุมปากข้างหนึ่งเบา ๆ เกิดมาไม่เคยเจอผู้หญิงแบบนี้มาก่อน เชื่อเขาจริง ๆ “ก็คือแย่งหมากันเหรอครับ” เสือถามขึ้น “ใช่ค่ะ ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้ ไม่โอนอ่อนให้ผู้หญิงเลย น่ารำคาญชะมัด” “…” “แต่นึกถึงแล้วก็อยากรู้เลยว่าตอนนี้น้องหมาเป็นยังไงบ้าง” “…” “แต่สงสัยจะเข้าไปอยู่ในปากนางแล้วล่ะ แล้วก็คงหาเพื่อนเข้าไปอยู่เยอะเลยด้วย ..เฮ้อ น่าสงสาร คงอึดอัดน่าดู” “เฮ้ยโชน มึงเป็นอะไรวะ ทำไมส่งเสียงออกมาแบบนั้น” เปปเปอร์ถามเพื่อนหนุ่มขณะที่กำลังจะเข้าไปในผับ 7 Days ด้วยกัน “คันคอว่ะ ไม่รู้เป็นอะไรเหมือนกัน แต่มันอยากไอ” “อ้อ แต่มึงรู้ไหม เมื่อกี้เป็นเสียงไอที่โคตรเหมือนเสียงหมาตอนเริ่มเห่าเลย กูนึกว่าหมาที่ไหนเห่า” “ค__” โปรดติดตามตอนต่อไป.. อิพี่รับพรจากลูกสาวเร็วมากค่ะ555555เพียงไม่นานโชนก็กดให้เพลงหยุดเล่น ก่อนจะบอกให้รุ่นน้องที่ยืนอยู่นั่งลงได้เมื่อโซเฟียนั่งแล้วก็คิดในใจ ว่ากิจกรรมนี้มันมีเพื่ออะไร แค่ให้เต้น ๆ แล้วก็นั่ง แบบนี้คนที่ไม่ชอบเต้น ขี้อาย ก็คงจะลำบากใจน่าดู มันเป็นกิจกรรมสำหรับคนกล้าแสดงออก ไม่เห็นจะช่วยให้ทุกคนละลายพฤติกรรมตรงไหน..แต่บางที ก็อาจจะทำให้บางคนได้ปลดล็อกอะไรบางอย่างในระยะเวลาสั้น ๆ นี้ก็ได้ ใครจะไปรู้และอย่างน้อย แค่มีเสียงเพลงครึกครื้นดังในห้องใหญ่นี้ ก็ช่วยลดบรรยากาศตึงเครียดไปได้มากแล้วหลังจากจบการเข้าประชุมเชียร์ในวันนี้ โซเฟียก็เดินช้า ๆ ด้วยความตึงขาออกมาจากห้องประชุมใหญ่“โอ๊ย.. ไอ้โชนบ้า สั่งให้ย่อยืดตั้ง 50 ที แค่นี้ขาฉันก็จะฉีกตายอยู่แล้ว” เธอบ่นอุบหลังจากดูแล้วไม่มีใครเดินอยู่รอบตัว สีหน้าแสดงความเจ็บปวดตามอาการ ก้าวเท้าต่อไปไม่นานก็เจอม้านั่งยาวตั้งอยู่ริมทางเดิน จึงเดินไปนั่งพักบนนั้น“ตาย ๆ ๆ หาลายเซ็นรุ่นพี่ 999 คนได้แล้วก็ต้องมาทนโดนลงโทษแบบนี้อีก แล้วต้องโดนแบบนี้ไปอีกเท่าไรก็ไม่รู้ ..อ้อ หนึ่งเทอม เฮ้ออ”นั่งทนเจ็บอยู่คนเดียวอย่างนั้น เพียงครู่เดียวก็ได้ยินเสียงมือถือสั่นดังขึ้น เธอจึงล้วงหยิบจากกระเป๋า
เกือบ 20 นาทีต่อมา โซเฟียขึ้นลิฟต์มาที่ชั้น 4 ของอาคารซึ่งโชนนัดไว้ เมื่อถึงแล้วก็เดินไปบริเวณหน้าห้องน้ำ เธอมองซ้ายขวาดูคนโดยรอบ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครจึงรีบชะเง้อเข้าไปในห้องน้ำชาย ทว่าก็ไม่เห็นว่ามีใครอยู่ ประตูห้องย่อยก็เปิดหมดทุกห้อง“สุดท้ายก็ไม่รอสินะ เหอะ จะให้มาหาทำไมก็ไม่รู้ ดีนะเนี่ยไม่มีใครยืนฉี่อยู่ งั้นฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เขาได้นึกว่าโรคจิตแน่ ๆ” พูดพึมพำกับตนเองแล้วก็หมุนตัวเดินไปทางห้องน้ำหญิงต่อ“เฮ้อ” โซเฟียถอนหายใจเบา ๆ เมื่อเข้ามาในห้องสุขาแล้ว เธอเพิ่งเห็นว่ามีห้องหนึ่งที่ประตูปิดอยู่จึงปิดปากตัวเอง ก่อนจะเข้าไปยังห้องที่ว่าง ทว่ากำลังจะปิดประตูก็ได้ยินเสียงคนในห้องนั้นเปิดประตู ก่อนจะมีคนหนึ่งมาดันประตูขณะที่เธอกำลังจะล็อก แล้วใครคนนั้นก็เข้ามาพลันรีบปิดปากคนกำลังจะส่งเสียงร้อง พร้อมกับทำนิ้วให้เธอเงียบเสียงโซเฟียมองคนตรงหน้านิ่ง ดวงตาค่อย ๆ ลดขนาดลงจากการเบิกตาโตขึ้นด้วยความตกใจเมื่อครู่ หลังจากเห็นชัดแล้วว่าคนที่ปิดปากตนเองอยู่ตอนนี้คือใครโชนยื่นมืออีกข้างไปล็อกประตู จากนั้นก็นำมือที่ปิดปากอีกคนอยู่ออก“นายมารออยู่ในห้องน้ำหญิงเหรอ” ตอนนี้พูดถามได้ เพราะยั
“เธอติดกระดุมผิดรู” โชนบอกขณะนั่งดูอีกคนสวมเสื้อนักศึกษาทั้งที่ยังนั่งคร่อมอยู่บนตักตน“ฮะ?”เขาไม่ได้พูดอะไรต่อแล้วยื่นมือไปปลดกระดุมเสื้อให้เธอ เพื่อจะเรียงลำดับการติดใหม่“เฮ้ยทำอะไรของนายเนี่ย”“ก็จะติดกระดุมให้ใหม่ไง เมื่อกี้ถ้าเธอติดต่อนะ เม็ดสุดท้ายไม่มีรูให้เข้าแน่”“…”“โตขนาดนี้แล้วยังติดกระดุมผิดรังดุมอยู่อีก”“นี่ ทุกคนก็ติดผิดได้ไหม ไม่เกี่ยวว่าอายุเท่าไรเถอะ อีกอย่างในนี้ก็มืด รังดุมมันก็เหมือนกันหมด”“ติดกระดุมผิดแค่นี้ ยังจะพยายามพูดให้ตัวเองไม่ผิด”“อ้าว ทำไมพูดงี้อะ เดี๋ยวก็ขย่มให้โจ้ยหลุดซะเลยนี่”“ทำได้เหรอ แค่ตอนนี้ของเธอก็บวมฉีกไปถึงไหนต่อไหนแล้ว”“…”“ทำไมเงียบ ไม่สู้ต่อล่ะ”“ก็เจ็บจริง ที่ฉันพูดเมื่อกี้ก็พูดไปงั้นแหละ ตอนนี้เอาอะไรเข้ามาไม่ได้แล้ว พอเสร็จแล้วก็เริ่มรู้สึกเจ็บขึ้นเรื่อย ๆ เลย น่ารำคาญชะมัด”“…”คนหน้าบูดบึ้งยกมือจะติดกระดุมให้ตัวเอง แต่ชายหนุ่มจับมือเธอห้ามไว้ก่อน“เดี๋ยวฉันติดให้”“ฉันติดเองได้ ไม่ต้องมายุ่ง”“อย่าดื้อ” โชนเอ่ยเสียงเข้มขึ้น เชิงดุ“…” เธอยอมเงียบเสียงแล้วหยุดการกระทำต่อต้านลง“ให้ฉันได้ทำอะไรตอบแทนเธอบ้าง ถึงมันจะเล็กน้อย แต่ฉ
โชนไล่ฉกชิมความหวานจากเรียวกลีบปากอวบอิ่มของอีกคนพลันส่งลิ้นเข้าไปในโพรงอ่อนนุ่มเพื่อตวัดเก็บกลืนสารคัดหลั่งที่ตนเพิ่งฉีดพ่นเข้าปากเธอไป หญิงสาวเกร็งตัว ไม่ได้ตอบสนองอะไรเขาไปสักทาง เพราะตกใจที่ชายหนุ่มจับมาจูบ และเจ็บตึงอยู่ที่ปากทางเธอทุบอกเขาเบา ๆ เพราะถอยหน้าออกไม่ได้ จากการที่ยังมีมือหนาจับรั้งไว้ตรงหลังคอ เมื่อเก็บความหวานจากโพรงปากเล็กจนพอใจแล้ว โชนจึงยอมปล่อยมือที่เป็นสิ่งกีดขวางความต้องการของคนบนร่างไว้“ทำอะไรของนายเนี่ยฮะ?! ฉันบอกไม่ให้จูบไง!”“ก็ไม่ได้จูบ แค่รับน้ำของฉันต่อจากปากเธอมาอย่างที่เธออยากทำไง”“ปากแตะปากขนาดนี้ ไหนจะลิ้นนายที่เข้าปากฉันมาอีก มันจะไม่เรียกว่าจูบได้ยังไง!”“หึ”“แล้วของนายเนี่ยเมื่อกี้มันเข้ารูฉันมาแล้ว ไม่รู้สึกหรือไงฮะถามจริง? หัวใหญ่มากจนฉันตึงไปหมด”“ก็รู้สึกอุ่น ๆ แล้วก็เหมือนมีอะไรตอด”“รู้แล้วทำไมยังไม่ทำอะไรอีก”“แล้วจะให้ทำอะไร ก็มันเข้าไปแล้ว ของเธอกับของฉันมันคงอยากทักทายกัน เลยเข้ากันได้ตรงล็อกพอดี”“นายนี่มัน”“..แล้วนี่รู้ไหมว่าฉันไม่ได้ใส่ถุงยาง”“รู้”“แล้วทำไมไม่ว่าอะไร”“ฉันฝังยาคุมแล้ว สดได้ เรื่องโรคก็คงไม่น่าเป็นห่วง เพราะนา
เม็ดเชอร์รีสีหวานอันแข็งขื่นกำลังถูกครอบงำโดยโพรงปากใหญ่ ให้ความรู้สึกกระสันเสียวเมื่อเจ้าของโพรงกว้างออกแรงดูดพลางใช้ลิ้นเลียตวัดสะกิดยอดถันให้สั่นระริกไม่หยุดโซเฟียกัดริมฝีปากล่างก้มหน้ามองการกระทำของอีกคนด้วยสายตาอ้อยอิ่ง ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นแล้วจับรั้งศีรษะเขาให้เข้ามาแนบชิดหน้าอกของตนมากกว่าเดิม จนปลายจมูกสันโด่งจมลงไปในก้อนเนื้ออวบสีขาวเนียนเสียงสูดปากครางในลำคอดังขึ้นจากคนได้รับการปรนเปรอ ทำให้ผู้กำลังทำหน้าที่มอบความรัญจวนใจรู้สึกพึงใจที่ตนทำให้อีกฝ่ายเสียวซ่านได้ เสียงอันเซ็กซี่ของเธอ ส่งผลให้สิ่งแข็งขื่นของชายหนุ่มปวดหนึบมากกว่าเดิมเมื่อดูดเลียยอดถันจนพอใจแล้ว โชนก็ถอยหน้าออกแล้วเลื่อนกลับมากดจมูกลงที่ข้างคอระหง เธอเอียงศีรษะให้เขาได้ทำตามใจ มือก็จับขยำกลุ่มผมหนาของชายหนุ่มไปมาตามอารมณ์“นายไม่เคยทำกับใครมาก่อนจริงเหรอ” ถามด้วยเสียงกระเส่าโชนผละหน้าออกมาจากก้านคอของคนบนตัก มองสบตากับเธอก่อนจะเอ่ยตอบ“ปกติฉันทำแต่กับของเล่น ไม่เคยทำกับคนจริง ๆ”“…”“เธอกำลังจะเป็นคนแรกของฉัน”“..รู้สึกพิเศษ แต่คงจะดีกว่านี้ถ้าคนพูดไม่ใช่นาย หึ่ย ขนลุก”“ปากดี”เธอทำปากมุบมิบล้อเลียนคำพูดขอ
ขณะที่กลุ่มของโชนยังนั่งอยู่ที่โต๊ะเดิม ต้าก็เดินผ่านมา โชนเงยหน้าขึ้นไปเห็นพอดีจึงเรียกเขาไว้“ไอ้ต้า”เจ้าของชื่อหันไปมองตามเสียงเรียก ก่อนจะเห็นโชนพยักหน้าลงครั้งหนึ่งเชิงเรียกให้เดินไปหา ต้าจึงทำตามที่เขาต้องการ“เมื่อวานมึงให้แป้งพูดแบบนั้นทำไม”“เปล่า ก็แกล้งเฉย ๆ”“แล้วเกี่ยวอะไรกับกู”“เฮ้ย มึงอย่าจริงจังดิ” ต้าพูดยิ้ม ๆ กับโชน กลบเกลื่อนความเกรงกลัวเขาที่ตนเองกำลังมี“ไม่จริงจังเหี้ยไร มึงให้แป้งพูดแบบนั้นเสียงดัง คนที่เดินอยู่รอบ ๆ ได้ยินกันหมด กูไม่ได้อะไรหรอกนะ แต่แป้งเสียหาย”“..ขอโทษ”“ไปขอโทษแป้งด้วย ทำอะไรไม่รู้จักคิด เอาแต่สนุก คิดถึงคนอื่นบ้างดิว่าเขาจะเป็นยังไง รู้สึกยังไง”“..แป้งไม่คิดอะไรหรอก ที่ให้พูดก็ไม่ได้พูดชื่อแป้งนี่”“มึงยังจะเถียงกูอีกเหรอ!” โชนลุกยืนพลันโน้มตัวลงไปจับคอเสื้อของต้าซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามบนโต๊ะเดียวกันกระชากขึ้น“เฮ้ย ๆ ๆ โชนมึงใจเย็น” กลุ่มเพื่อนช่วยกันห้ามทันควัน แต่ก็ไม่อาจทำให้มือแกร่งยอมปล่อยออกจากคอเสื้อของอีกคนได้“กูขอโทษ.. ขอโทษจริง ๆ ทีหลังจะไม่ทำแล้ว”โชนยังคงจ้องมองคนตรงหน้าตาเขม็ง เพียงครู่เดียวก็ปล่อยมือจากคอเสื้อโดยดันไปด้







