Masukตอนที่ 5 ยกเลิกงานการหมั้น
เรียวแขนสวยของเค้กส้มกระชากแขนของชายหนุ่ม มาหยุดอยู่หน้าประตูบานใหญ่ของห้องจัดเลี้ยง พนักงานในชุดสูทสีดำที่ยืนประจำอยู่ทั้งสองฝั่งโค้งศีรษะให้ทั้งคู่เล็กน้อย ก่อนที่จะพักประตูบานนั้นให้แง้มออกช้า ๆ
และทันทีที่บานประตูเปิดออก ทั้งสองก็ได้ยินเสียงดนตรีคลาสสิกที่กำลังบรรเลงอย่างแผ่วเบา แสงไฟโทนอุ่นสะท้อนคริสตัลแชนเดอเลียร์กลางเพดานระยิบระยับ ก่อนที่ทุกสายตาของคนที่อยู่ในห้องจัดเลี้ยงนั้นจะหันขวับมามองที่ทั้งสอง
เสียงพูดคุยที่ดังจอแจเมื่อครู่ตอนเปิดประตูเข้ามาค่อย ๆ เบาลงจนแทบจะเงียบสนิท และเมื่อเห็นดังนั้นหญิงสาวจึงเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย มุมปากของเธอยกยิ้มขึ้นอย่างพอใจพร้อมกับขยับแขนเรียวกระชับรอบต้นแขนของชายหนุ่มเอาไว้แน่นกว่าเดิม และท่าทางนั้นของเธอสำหรับทรัมป์แล้วไม่ต้องบอกเขาก็พอเดาออกแล้วว่าเธอกำลังมีความสุขกับเหตุการณ์ ณ ตอนนี้
เค้กส้มไม่สนใจสายตาของคนอื่นหรือแม้แต่เสียงที่เริ่มซุบซิบดังขึ้น เธอทำเพียงแค่กอดแขนของเขาเอาไว้แน่นราวกับว่ากลัวมันจะหายไป พร้อมกับเดินเข้าไปในงานด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจเต็มที่
“มองกันให้เยอะ ๆ มองกันให้เต็มตา แล้วเอาไปบอกต่อกันด้วยว่าคุณหนูเค้กส้มมีเจ้าของหัวใจแล้ว ดูซิพ่อยังจะให้ฉันแต่งงานกับไอ้บ้านั่นอยู่หรือเปล่า!” เสียงของเธอพึมพำออกมาแผ่วเบาราวกับคนที่กำลังรำพึงรำพันกับตัวเอง แต่สำหรับคนที่หูดีอย่างทรัมป์แล้วเขากลับได้ยินมันทุกคำทั้งประโยค
ชายหนุ่มที่อยู่ในชุดสูทสีเข้มพอดีตัว ประกอบกับใบหน้าหล่อคมราวกับรูปปั้นนั้น ถึงแม้ว่าเขาจะมีสีหน้าเรียบนิ่งไม่ได้แสดงอารมณ์ใด ๆ ออกมา ทำเพียงแค่ยืนอยู่ข้างหญิงสาว แต่มันกลับทำให้สะกดทุกสายตาในห้องจัดเลี้ยงได้เกินกว่าที่คิดมาก
และเพราะงานจัดเลี้ยงนี้เป็นระดับคนใหญ่คนโต แล้วก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคนที่จัดงานนี้ขึ้นมาก็คือเจ้าสัวทินกรซึ่งเป็นพ่อของเขา ทำให้คนในงานหลายคนรู้จักมักคุ้นใบหน้าของเขาเป็นอย่างดี
ในตอนที่ทุกสายตาจ้องมองมาที่ตนเอง เขาแอบเห็นว่ามีคนที่เคยทำงานร่วมกันอยู่หลายคนที่ทำท่าจะเดินเข้ามาทักทาย แต่สุดท้ายเขาก็จำต้องส่งซิกห้ามเอาไว้อย่างช่วยไม่ได้ และสิ่งที่โชคดีที่สุดก็คือพวกเขานั้นเข้าใจในสิ่งที่ตนต้องการจนหน้าประหลาด ถึงแม้ว่าจะดูกระอักกระอ่วนไปบ้างแต่สุดท้ายทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี โดยที่หญิงสาวข้างกายไม่ทันได้สังเกต
“นี่แกกำลังทำเรื่องบ้าอะไรอยู่เค้กส้ม!” แต่แล้วพายุก้อนใหม่ก็ก่อตัวขึ้นอีกครั้ง เมื่อคนที่เดินออกมาจากด้านในแล้วตวาดเสียงดังลั่นนั้นคือเสี่ยเทวทัต
ชายวัยกลางคนในชุดสูทราคาแพงก้าวออกมาจากกลุ่มคน สีหน้าของเขายังคงเคร่งขรึมและดูไม่สบอารมณ์ตลอดเวลาอยู่เช่นทุกครั้ง แล้วดูเหมือนว่าครั้งนี้จะดูโกรธมากกว่าเดิม แต่มีหรือที่คนอย่างเค้กส้มจะสนใจเพราะสิ่งที่เธอต้องการที่สุดก็คือแบบนี้
“หนูทำอะไรเหรอคะ พ่อเป็นคนบอกเองให้หนูมางานเลี้ยงไม่ใช่เหรอ หนูก็มาแล้วนี่ไง ทำไมพ่อดูไม่พอใจละคะ”
“นี่แกกำลังปั่นประสาทฉันด้วยการไปจ้างไอ้หน้าหล่อที่ไหนก็ไม่รู้มาตบตาฉันเลย แกคิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าแกเป็นคนยังไง! มานี่!”
เสี่ยเทวทัตรู้สึกหงุดหงิดและเสียหน้าเป็นอย่างมาก เดิมทีวันนี้เขาต้องการให้เธอมาเพื่อที่จะได้เจอกับลูกชายของเจ้าสัวทินกร ซึ่งเป็นเพื่อนของตน แต่ก็ไม่คิดว่าลูกสาวจะพาผู้ชายคนอื่นเข้ามาในงานนี้ด้วย
“ไม่ใช่นะคะ! ผู้ชายคนนี้คือผู้ชายของหนู ผู้ชายของหนูในแบบที่ทุกคนเข้าใจนั่นแหละค่ะ หรือพ่ออยากจะให้หนูพูดตรงนี้เลยค่ะว่าเขาเป็นใคร” ทันทีที่หญิงสาวเห็นท่าทางของพ่อตัวเองที่มีท่าทางโกรธจัด สำหรับเธอแล้วมันกลับยิ่งทำให้เธอมีความสุข ในเมื่อพ่อไม่สนใจความสุขในอนาคตของเธอ เธอเองก็จะต่อต้านมันให้ถึงที่สุดเช่นกัน
“เค้กส้ม! ฉันบอกให้แกมานี่!”
“จุ๊ ๆ ไม่เอาไม่มีเสียงสิคะพ่อ เห็นไหมคนอื่นมองเรากันหมดแล้ว ปกติพ่อจะเป็นคนรักษาหน้าตาทางสังคมไม่ใช่เหรอคะ”
“แก! แก!” เสี่ยเทวทัตชี้นิ้วมาที่เธอด้วยท่าทางโกรธจัด ก่อนที่เขาจะใช้มือข้างหนึ่งจับไปที่หัวใจของตัวเองเล็กน้อย ในตอนนั้นเค้กส้มไม่ได้สนใจเลยว่าท่าทางของผู้เป็นพ่อนั้นผิดปกติ เธอรู้เพียงแค่ว่าตอนนี้เธอรู้สึกสะใจที่เห็นคนเป็นพ่อรู้สึกร้อนรน
“นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น” และในตอนนั้นเองก็มีชายวัยกลางคนอีกคนที่ท่าทางภูมิฐานเดินเข้ามายืนข้างผู้เป็นพ่อ ก่อนที่เขาจะกวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างคนที่กำลังต้องการหาคำตอบ จนมาหยุดที่เธอกับทรัมป์
“หนูเค้กส้มเหรอ.. แล้วทำไมถึงได้ไปอยู่กับเจ้านั่นได้” และในตอนนั้นเองที่หญิงสาวเพิ่งนึกออกว่าผู้ชายคนนี้คือเจ้าสัวทินกร เพื่อนสนิทของพ่อที่เป็นตัวการเรื่องงานแต่งบ้าบอคอแตกนี้
“สวัสดีค่ะคุณลุงทินกร.. คนนี้คือผู้ชายของหนูค่ะ ที่หนูมาวันนี้ก็เพื่อจะบอกกับคุณลุงว่าหนูไม่ได้โสด แล้วก็ไม่สามารถแต่งงานกับลูกชายคุณลุงได้แล้วนะคะ เพราะฉะนั้นวันนี้หนูจะมายกเลิกการหมั้นกับลูกชายคุณลุงค่ะ”
ตอนที่ 5 ยกเลิกงานการหมั้นเรียวแขนสวยของเค้กส้มกระชากแขนของชายหนุ่ม มาหยุดอยู่หน้าประตูบานใหญ่ของห้องจัดเลี้ยง พนักงานในชุดสูทสีดำที่ยืนประจำอยู่ทั้งสองฝั่งโค้งศีรษะให้ทั้งคู่เล็กน้อย ก่อนที่จะพักประตูบานนั้นให้แง้มออกช้า ๆและทันทีที่บานประตูเปิดออก ทั้งสองก็ได้ยินเสียงดนตรีคลาสสิกที่กำลังบรรเลงอย่างแผ่วเบา แสงไฟโทนอุ่นสะท้อนคริสตัลแชนเดอเลียร์กลางเพดานระยิบระยับ ก่อนที่ทุกสายตาของคนที่อยู่ในห้องจัดเลี้ยงนั้นจะหันขวับมามองที่ทั้งสองเสียงพูดคุยที่ดังจอแจเมื่อครู่ตอนเปิดประตูเข้ามาค่อย ๆ เบาลงจนแทบจะเงียบสนิท และเมื่อเห็นดังนั้นหญิงสาวจึงเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย มุมปากของเธอยกยิ้มขึ้นอย่างพอใจพร้อมกับขยับแขนเรียวกระชับรอบต้นแขนของชายหนุ่มเอาไว้แน่นกว่าเดิม และท่าทางนั้นของเธอสำหรับทรัมป์แล้วไม่ต้องบอกเขาก็พอเดาออกแล้วว่าเธอกำลังมีความสุขกับเหตุการณ์ ณ ตอนนี้เค้กส้มไม่สนใจสายตาของคนอื่นหรือแม้แต่เสียงที่เริ่มซุบซิบดังขึ้น เธอทำเพียงแค่กอดแขนของเขาเอาไว้แน่นราวกับว่ากลัวมันจะหายไป พร้อมกับเดินเข้าไปในงานด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจเต็มที่“มองกันให้เยอะ ๆ มองกันให้เต็มตา แล้วเอาไปบอกต่อกันด้วยว
ตอนที่ 4 คู่รักการละคร“ทำไม!” เพราะว่าชายหนุ่มตอบออกมาทันทีราวกับเขาไม่ได้คิด นั่นยิ่งทำให้เค้กส้มรู้สึกไม่เข้าใจเป็นอย่างมาก เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะถูกผู้ชายปฏิเสธทันควันเช่นนี้“คุณหนูจะมาล้อเล่นกับเรื่องแบบนี้ไม่ได้นะครับ.. ผมว่าคุณหนูรีบเตรียมตัวเถอะ ใกล้ถึงโรงแรมแล้วนะครับ” เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าการทำงานเป็นคนขับรถนั้นกินพลังงานมากมายเช่นนี้มาก่อน ชายหนุ่มต้องสะกดกั้นอารมณ์ของตัวเองเอาไว้มากกว่าตอนเป็นประธานบริษัทเสียอีก“นี่..” แต่นอกจากที่เค้กส้มจะไม่ได้ขยับไปทำตามที่เขาบอกแล้ว เธอยังใช้นิ้วจิ้ม ๆ ที่แขนของทรัมป์ ราวกับกำลังสะกิดก้อนอะไรสักอย่างด้วยความสงสัย“ไม่ใช่ว่านาย—” หญิงสาวพูดออกมาเพียงเท่านั้นก่อนจะเงียบเสียงลง แล้วทำสีหน้ากระอักกระอ่วนร้าวกลับไม่รู้ว่าจะทำออกไปดีไหม แต่เพราะสีหน้าของเธอที่ดูประหลาดแบบนี้ มันกลับทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจจนทรัมป์ต้องหันไปถามเธอด้วยสายตาอีกครั้ง“คุณหนูสงสัยอะไรก็ถามออกมาเลยครับ ไม่เห็นต้องทำหน้าเหมือนคนปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำอย่างนั้นเลย”“ทรัมป์ปี้บ้า! ใครจะไปทำหน้าตาปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำอย่างนั้นกัน ฉันก็แค่สงสัยว่าผู้หญิงที่ทั้งสวยท
และเพราะว่าชายหนุ่มนั้นตกใจกับการกระทำของเธอ ทำให้เขาเอ่ยเรียกชื่อของหญิงสาวมาดื้อ ๆ จนตัวเองก็ตกใจที่เอ่ยออกไปแบบนั้นกับเธอแล้วดูเหมือนว่าเค้กส้มเองก็จะรู้สึกว่าผู้ชายตรงหน้านั้นดูไม่ค่อยโอเคกับการกระทำนี้สักเท่าไหร่ เธอค่อย ๆเงยหน้าขึ้นมองเขาพร้อมกับกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะดึงชายเสื้อของเขาลงช้า ๆ แล้วดันตัวเองให้ไปนั่งที่เบาะข้างคนขับนิ่ง“ฉันก็แค่อยากรู้อยากเห็นนิดหน่อย ก็ไม่เห็นว่านายจะต้องตะคอกเสียงดังแบบนี้เลยนิ” เธอพูดออกมาพร้อมกับทำแก้มป่อง ถึงแม้จะรู้ตัวเองดีว่าเรื่องนี้ตัวเองนั้นผิดเต็มประตู แต่ถึงอย่างนั้นสำหรับเธอแล้วก็ไม่เคยที่จะต้องขอโทษใครมาก่อน และอีกอย่างผู้ชายคนนี้เองก็เป็นแค่คนขับรถ เธอเลยไม่รู้สึกว่าจะต้องเอ่ยคำขอโทษออกไป“ยังไงคุณหนูเองก็เป็นผู้หญิง กำลังเป็นสาวเป็นแซ่จะทำอย่างนี้กับผู้ชายคนอื่นไปเรื่อยไม่ได้นะครับ” ทรัมป์สะกดความร้อนรุ่มในกายและในใจของตัวเองเอาไว้อย่างหนัก ก่อนจะเอ่ยออกไปราวกับว่ากำลังสั่งสอนหญิงสาวหลังจากที่เขาพูดออกไปเค้กส้มเองก็เงียบโดยที่ไม่พูดอะไรออกมา ใบหน้าของเธอดูออกเลยว่ากำลังงอ
ตอนที่ 3 มาเป็นผู้ชายของฉันเถอะทันทีที่หญิงสาวพูดออกมาแบบนั้น ก็ทำให้ทรัมป์นั้นต้องหันไปมองอย่างช่วยไม่ได้ เดิมทีแล้วเขาเองก็แค่อยากจะมาเห็นใบหน้าและนิสัยของว่าที่ภรรยาในอนาคต แต่ไม่คิดเลยว่านอกจากที่เขาเองไม่อยากแต่งงานกับผู้หญิงที่ไม่รู้จักแล้ว ตัวของเค้กส้มเองก็ไม่ได้อยากแต่งงานกับเขาเช่นกันแต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่รู้ว่าทำไมเวลาที่มองหน้าเธอ หัวใจของเขากลับเต้นแรงขึ้นมาซะอย่างนั้น“ผมไม่ได้จะผลักไสไล่ส่งคุณหนูไปไหน.. และอีกอย่างผมเองก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะทำแบบนั้นด้วยครับ”“ถ้าอย่างนั้นทรัมป์ปี้อยากมีสิทธิ์พิเศษกว่าคนอื่นไหมล่ะ” เค้กก็ไม่พูดเปล่าเธอยังใช้ปลายนิ้วลูบไล้ไปตามเรียวแขนของเขา ก่อนจะยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นเป่าลดไปตามแก้ม“ใกล้ไปแล้วครับคุณหนู” กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ที่โชยมาจากร่างกายของเธอทำให้สติของเขานั้นว่อกแว่กอยู่หลายครั้ง กลิ่นกายของเธอนั้นหอมมากอย่างที่ไม่เคยได้กลิ่นมาก่อนถึงแม้ว่าตัวเขาเองจะไม่ได้ช่ำชองเรื่องของผู้หญิงสักเท่าไหร่ เรียกได้ว่าตั้งแต่เกิดมาก็เคยมีประสบก
หลังจากที่เขาพูดจบบรรยากาศในห้องก็กลับมาเงียบเชียบอีกครั้ง ทรัมป์จ้องหน้าเพื่อนนิ่งโดยไม่พูดอะไรออกมา และมันนิ่งเสียจนเบสบอลเริ่มรู้สึกเสียวสันหลังแปลก ๆ ก่อนที่วินาทีถัดมามือหนาจะคว้าปากกาบนโต๊ะขึ้นมาถือ“มึงนี่เก่งเนาะ ใช้สมองส่วนไหนคิดกันนะ” ทรัมป์พูดด้วยน้ำเสียงต่ำกดดัน ก่อนจะปรายตาไปมองที่ปากกาด้ามแพงในมือนิ่ง ๆ“กูเป็นประธานบริษัทอยู่ดี ๆ มึงจะให้กูไปเป็นคนขับรถเนี่ยนะ ไอ้เพื่อนเวร!!” และทันทีที่เขากระแทกเสียงออกมาปลายประโยค ปากกาด้ามนั้นเองก็ถูกเงื้อขึ้นสูง และทำท่าว่าจะขว้างมันไปใส่เพื่อนที่ยืนอยู่“เฮ้ย ๆ ๆ!”เบสบอลที่เห็นท่าไม่ดีรีบวิ่งหลบแทบไม่ทัน แต่ก็ยังส่งเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นไปทั่วห้อง ทำให้ทรัมป์เองต้องลุกขึ้นแล้วทำท่าจะไล่ต้อนเพื่อน“ใจเย็นเว้ย! กูล้อเล่น! แต่เอาจริง ๆ ก็ไม่เชิงเล่นนะ!” เบสบอลรีบวิ่งไปกระชากไอแพดกลับมากอดไว้ ก่อนจะวิ่งตรงไปยังประตูบานใหญ่อย่างเร่งรีบ แต่ก็ยังไม่วายหันหน้ามาพูดกับเขาอีกครั้ง“มึงก็แอบ ๆ ไปสมัครให้เป็นพิธีก็ได้ ใครจะรู้เผื่
ตอนที่ 2 ทรัมป์ปี้ของคุณหนูตึก CCCภายในห้องทำงานใหญ่บนชั้น20ของตึกสูงเสียดฟ้าที่เงียบสงบ มีเพียงเสียง การทำงานของเครื่องปรับอากาศที่ดังเป็นระยะ กับวิวเมืองหลวงที่ทอดยาวอยู่หลังผนังกระจกทรัมป์ ชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาราวกับรูปปั้นและมากับส่วนสูงนายแบบ เขากำลังนั่งพิงพนักเก้าอี้หนังสีน้ำตาลเข้ม ข้อศอกวางบนโต๊ะทำงานตัวเก่งราคาแพงยับ ดวงตาคมจ้องมองเอกสารตรงหน้าด้วยสายตาราบเรียบ ก่อนที่ความเงียบนั้นจะถูกทำลายลงเมื่อบานประตูนั้นถูกเปิดออก“เฮ้ย! ไอ้ทรัมป์มึงดูนี่!”เจ้าของเสียงนั้นเปิดประตูห้องทำงานของเขาเข้ามาโดยไม่ขออนุญาต เผยให้เห็นใบหน้าที่แสนคุ้นตาจนแทบเอียนอย่าง เบสบอล เพื่อนสนิทของทรัมป์ตั้งแต่สมัยเรียน ที่วิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่น ๆ พร้อมยื่นไอแพดเครื่องใหญ่ในมือส่งมาให้เขา ทำให้ทรัมป์นั้นเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ก่อนจะใช้สายตานิ่ง ๆ จ้องอีกฝ่ายอย่างคนที่ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรมากนัก“มีอะไร”เบสบอลไม่ได้ตอบอะไรออกมานอกจากอาการหอบแฮ่ก ๆ พร้อมกับที่สองเท้าของเขากำลังเดินมาหยุดหน้าโต๊ะทำงานแล้วยื่น





![ยัยเอ๋อนี่ของผม[My dear]เมียผม](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

