Masukวิลล่าหรูนอกเมือง
จวิ๋นมู่ จอดรถอยู่ถนนหน้าบ้าน เพราะเธอยังไม่อยากให้คนรัก เห็นน้องชายที่มาพร้อมเธอ หลีเสวียนเคยปรากฏตัวต่อสื่อหลายแห่ง ในฐานะบุตรชายคนเล็กสกุลหลี ส่วนเธอนั้นจะมีตัวแทนไปจัดการทุกอย่างแทน ชีวิตของเธอจึงเป็นเพียงเงาในจอ
“พวกเธอรอฉันแปปนะ”
หญิงสาวหันไปบอกเพื่อนกับน้องชาย ก่อนที่เธอจะลงจากรถไป จวิ๋นมู่มองไปที่รถของบอดี้การด์ของน้องชาย ก่อนจะส่ายหน้าน้อยๆ กับความเป็นลูกคนเล็ก ที่ทุกคนต้องประคบประหงม หญิงสาวเดินเข้าไปในบ้าน ตั้งใจจะทำให้คนรักแปลกใจ และคืนนี้เธอคงต้องหาข้ออ้างกลับไปนอนบ้านสักคืน
“แกก็รู้ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังจะรุ่งโรจน์ จะยอมให้ผู้หญิงจนๆ นั่นมาเป็นตัวถ่วงเหรอ”
นิ้วที่กำลังจะวางลงบนแป้นสแกน ชะงักค้างไปในทันที เมื่อคำพูดที่ดังออกมาให้ได้ยิน มันเหมือนกับสายฟ้าที่ฝ่าลงมากลางใจของเธอ แม่ของคนรักคิดกับเธอแบบนี้จริงๆ เหรอ แล้วทำไมต่อหน้าถึงเอ็นดูเธอนักล่ะ
“ผม...ไม่เคยคิดที่จะเก็บ คนอย่างจวิ๋นมู่ไว้ให้รกตาหรอกครับ ตอนนี้ทั้งเงินและชื่อเสียงผมมีครบแล้ว จวิ๋นมู่ก็หมดประโยชน์ แต่ก่อนเพราะเธอรู้จักคนในกองถ่าย ผมต้องหม้เธอช่วยแนะนำ ตอนนี้ไม่มีเธอผมก็ไม่เดือดร้อนแล้ว”
ติ๊ด!! เสียงปลดล็อกประตู ทำให้ทุกสายตาหันไปทันที จวิ่นมู่เดินเข้ามาหยุดอยู่ต่อหน้าของคนรักและครอบครัว หญิงสาวแสร้งทำเหมือนเมื่อครู่ เธอไม่ได้ยินอะไร ใบหน้าของเธอยังยิ้มแย้ม เหมือนกับปกติเช่นในทุกๆ วัน
“ฉันมาเอาของค่ะ คืนนี้จะกลับไปนอนที่บ้านพ่อกับแม่”
หญิงสาวข่มเสียงไม่ให้สั่น และกลั้นน้ำตาเอาไว้อย่างสุดความสามารถ มันจริงเหมือนที่พ่อแม่เธอพูดไม่มีผิด ถ้าวันไหนเขาปีนขึ้นที่สูงได้ เขาจะไม่เหลียวมองคนที่เป็นบันได นี่สินะ! ที่เสี่ยวถง อึกอักไม่อยากให้เธอเปิดเผยฐานะตัวเอง
“หล่อนจะกลับไปนานแค่ไหนก็ได้นะ”
แม่ของชายหนุ่มพูดขึ้น พร้อมแสดงสีหน้าใส่เธออย่างไม่ปิดบัง เหอะ! หรือความช่วยเหลือที่เธอขอให้พี่ชายช่วย มันมาถึงเขาแล้ว เขาถึงได้เปลี่ยนไปขนาดนี้ การลงทุนในหนังเรื่องใหม่ของเขา เป็นเงินจากสกุลหลี พี่ชายของเธอยอมออกหน้าช่วย เพราะเห็นแก่คำขอร้องของเธอ แต่ไม่คิดว่าสุดท้ายเขาจะเขี่ยเธอทิ้ง หลังจากได้เป็นพระเอกในหนังฟอร์มยักษ์
“ค่ะ”
คำตอบรับสั้นๆ ของหญิงสาว ทำให้ชายหนุ่มเริ่มที่จะมองเธออย่างจริงจังอีกครั้ง นี่มันชัดเจนว่าเมื่อครู่ จวิ๋นมู่ได้ยินทุกอย่างหมดแล้ว
“ขอตัวนะคะ”
หญิงสาวหันสบตากับคนรัก ไม่มีเคยความรักหวานชื่น ที่เคยเห็นในทุกๆ วัน เธอเป็นแค่สะพานที่เขาสละทิ้งแบบไม่เสียดายเลย
“ผมคิดเราต้องคุยกันหน่อย”
ชายหนุ่มคว้าข้อมือหญิงสาวเอาไว้ ก่อนจะใช้สายตากดดัน เพื่อให้เธอยอมอยู่ใต้อาณัติ
“ฉันรีบค่ะ กลัวจะถึงบ้านดึก ขอตัวนะคะ”
เป็นความห่างเหินที่ชัดเจนมาก ทั้งคำพูดและสายตา หญิงสาวใช้มืออีกข้าง มาดันมือของคนรักออก จากข้อมือของตัวเอง แล้วเดินเลยขึ้นบันไดไป เธอเสียใจมากนะ แต่เธอไม่ใช่คนต้องจมกับเรื่องไหนนานๆ เพราะครอบครัวของเธอเป็นนักธุรกิจ ไม่มีเวลาให้อิดออดกับเรื่องไหนนาน นี่เป็นสิ่งที่เธอเรียนรู้และถูกสอนมาตั้งแต่จำความได้
“แกต้องรีบจัดการ อย่าปล่อยหล่อนเอาไว้ทำลายอนาคตแกนะ ซือเส่า”
คุณนายซือ บอกลูกชายด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความวิตก เธอได้มีหน้าตาในสังคมชั้นสูงแล้ว เธอไม่อยากที่จะกลับไปอยู่ในสภาพอดอยากแบบเดิม
ชายหนุ่มขบกรามแน่น เขากลัวที่สุดว่าจวิ๋นมู่ จะไม่ยอมจากไปง่ายๆ และถ้าเรื่องที่เขาอยู่กินกับเธอหลุดออกไป ชื่อเสียงเขาต้องย่อยยับแน่ อีกอย่างคนที่แนะนำเขาจนได้เข้าวงการ ก็คือจวิ๋นมู่ ถ้าเธอแค้นแล้วเลือกทำลายเขาล่ะ...
“อือ...”
ชายหนุ่มตอบรับในลำคอ ก่อนจะเดินตามหยิงสาวขึ้นไปชั้นสอง เรื่องนี้ถ้าตกลงกันไม่ได้ เขาก็ต้องแล้งน้ำใจกับเธอแล้ว
ฮึกๆ แค่ประตูปิดลงหญิงสาวก็สะอื้นหนักๆ จวิ๋นมู่เดินไปที่ตู้เสื้อผ้า เพื่อที่จะเก็บทุกความทรงจำ ไปจากวิลล่าแห่งนี้ แก๊ก! เสียงประตูเปิดออก หญิงสาวก็ไม่ได้หันกลับไปมอง เธอทำเพียงเก็บของอย่างเงียบๆ
“จวิ๋นมู่ เราคุยกันหน่อยดีไหม”
ชายหนุ่มพูดขึ้น สายตาเย็นชามองแผ่นหลังที่ไหวน้อยๆ ของคนรัก เขามาอยู่จุดนี้แล้ว ก็ไม่อยากให้มันพังเพราะคนที่ไม่คู่ควร
“ฉันเข้าใจค่ะ”
หญิงสาวตอบกลับเสียงสั่น โดยที่มือของเธอก็ยังคงเก็บของต่อไป ไม่ได้หันกลับไปมองคนรัก ที่ยืนอยู่ด้านหลัง
“ผมไปส่งนะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันกลับเองได้ ขอบคุณ”
หญิงสาวปฏิเสธเขา ทั้งที่ใจนั้นเจ็บร้าวจนอยากที่จะหายไปจากตรงนี้
“คุณกำลังทำให้ผมลำบากใจ”
ชายหนุ่มเดินมาหยุดอยู่ข้างหลังของคนรัก ก่อนจะรวบกอดเอจากด้านหลัง ทว่าใบหน้าของเขา มันไม่มีแล้วความรัก มีแค่ความเหี้ยมเกรียมในสายตาเท่านั้น เช่นเดียวกับแรงที่เขารัดร่างเธอเอาไว้แน่น ในแบบที่ไม่ใช่คนรักกันทำ
“ฉันจะไม่กลับมาอีกค่ะ ปล่อยฉันเถอะ”
หญิงสาวเข้าใจดีในความหมายของเขา เธอพยายามที่จะดิ้นให้หลุดจากอ้อมกอดจอมปลอมของคนรัก แต่มันดูไม่ง่ายอย่างที่คิด
“ที่รัก...ผมคิดว่าคุณรู้ใช่ไหม ว่าต้องทำยังไงต่อจากนี้”
“ฉันรู้ค่ะ ปล่อยฉันได้แล้ว”
แต่แรงที่รัดตัวเธอมันไม่ได้คลายลง และดูเหมือนจะหนักขึ้น สัญชาติญาณของสิ่งมีชีวิต ที่รับรู้ว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในอันตราย เริ่มที่จะชัดขึ้นมาแล้วในความรู้สึกของหญิงสาว เธอสะบัดตัวแต่ไม่หลุด
“ความลับ...ที่จะเก็บได้ดีที่สุด คุณรู้ใช่ไหมว่าแบบไหน” ชายหนุ่มก้มกระซิบข้างหูของหญิงสาว น้ำเสียงที่เนิบช้า ทว่ามันทำให้คนฟัง ตื่นตัวในทันที
“ปล่อยฉันนะซือเส่า คุณคิดจะทำอะไร!”
หญิงสาวเริ่มที่จะดิ้นรนมากขึ้น แต่ชายหนุ่มกลับไม่ปล่อยโอกาสนั้นให้เธอ เพราะเขารู้ดีว่าหญิงสาวเก่งเรื่องการต่อสู้ เขาจะพลาดให้เธอไม่ได้ ฉึก! อ๊ะ! อึก! หญิงสาวยืนนิ่งค้างไปราวถูกสาป สีข้างของเธอ มีเหล็กแหมๆ แทงเข้าไป และเขาบิดข้อมือนั้น ทำให้สิ่งแปลกปลอมในร่างกาย มันหมุนวนเหมือนต้องการ คว้านเนื้อภายในของเธอให้แหลกละเอียด เขาต้องการฆ่าเธอ เพราะการอยู่แบบความลับของเธอกับเขา จะทำให้ไม่มีใครรู้ว่าเธออยู่ที่นี่ เขาคิดแบบนั้นจริงๆ เหรอ...
“เจ้าจะสังหารข้าหรือ”สนมในชินอ๋อง เอ่ยถามออกมา ด้วยน้ำเสียงแหบโหย ใบหน้าของนางเวลานี้ เต็มไปด้วยความหวาดกลัวยิ่งนัก“แล้วข้าจะเก็บเจ้าไว้ทำไม ในเมื่อที่นี่คือบ้านของข้า ใครที่ล้วงล้ำเข้ามา ดดยที่ข้าไม่อนุญาต ย่อมหมดสิทธิ์ที่จะกลับออกไป”กร๊อบ! สิ้นคำเสียงกระดูกลำคอแตกร้าว ก่อนที่ร่างระหง จะร่วงลงสู่พื้น ต่อหน้าของลู่เฟิง ลู่จิ้งอ๋อง ทำเพียงเหลือบมองร่างไร้ลมหายใจ เพียงเล็กน้อยเท่านั้น สำหรับเขาแล้ว นี่นับว่าปราณีที่สุดแล้ว ให้ตายดีไม่ทรมาน เช่นที่มารดาของเขา ต้องเจ็บปวดเพราะสตรีผู้นี้ ทั้งทางกายและใจ“เจ้าคนสารเลว! เจ้าสังหารมารดาข้าได้อย่างไร หากเรื่องนี้ท่านพ่อรู้ จะต้องไม่ไว้ชีวิตเจ้าแน่นอน”“เขารู้กฎของข้าดี เป็นพวกเจ้าที่ล้ำเส้นข้าก่อน หากเขาอยากแก้แค้น ให้กับคนนอกสายเลือดอย่างเจ้า ข้าก็จะไม่ลังเล ที่จะทำให้เขากับข้า ไม่อาจเดินมาบรรจบกันได้อีกชั่วชีวิต”คำพูดของลู่จิ้งอ๋อง ทำให้คนที่ซ่อนกายอยู่ในเงามืด หมุนกายเดินจากไปเงียบ ๆ เพราะอยู่ต่อไป เขาก็ไม่อาจทำสิ่งใดได้ ลู่หย่งไท้มีนิสัยทอดแบบเขาเกือบทุกอย่าง แต่เขาต่างหากที่ดวงตามืดบอด คิดว่าภรรยารักนอกใจ จึงไม่เคยใยดีต่อบุตรชายแท้ ๆ
กลางดึก ณ เรือนหอ ร่างงามในชุดเจ้าสาวอันโอ่อ่า ได้นั่งรอการมาของสามี เพื่อทำพิธีในห้องหอในเสร็จสิ้น ทว่าเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามา มันไม่ใช่ที่นางคุ้นเคย แต่หญิงสาวยังคงนิ่งเงียบ ไม่เอ่ยหรือแสดงท่าทีใด ๆ นี่นางมั่นใจแล้ว ว่าสะสางทุกปัญหา เพื่อให้งานแต่งเป็นไปอย่างราบรื่น แต่ดูเหมือนคราวนี้ จะไม่ใช่จากทางด้านของนางกระมัง เรื่องนี้นางควรปล่อยให้สามีเป็นคนจัดการ เพราะถ้าเป็นคนที่ตั้งใจ จะมาที่นี่ในเรือนหอ ก็เท่ากับเป็นการจงใจเปิดศึกกับสามีของนาง โดยมีนางเป็นตัวประกัน ร่างสูงก้าวมาหยุดยังหน้าประตูบานใหญ่ ที่เป็นห้องหอของพี่ชายต่างมารดา มือหนายกขึ้นวางทาบบนประตู เพื่อจะผลักมันให้เปิดออก หมับ! ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้ออกแรง ไหล่ของเขาถูกกระชากอย่างแรง จนร่างสูงใหญ่ กระเด็นออกไปไกล “เจ้าคิดทำสิ่งใด ลู่เฟิง” น้ำเสียงเย็นเยียบ เอ่ยถามน้องชายต่างมารดาออกไป นั่นทำให้ท่านอ๋องน้อย รู้สึกคลั่งแค้น ยิ่งเห็นตลอดร่างสูงใหญ่ของพี่ชาย สวมชุดเจ้าบ่าว ใจของเขายิ่งร้อนรุ่มไปด้วยความริษยา เขาคือโอรสที่บิดโปรดปราณ แต่ทำไมทุกสิ่งอย่างเขาจึงไม่เคยได้เทียบเท่า กับคนตรง
“ลาก่อนเจ้าค่ะ ฮูหยินผู้เฒ่า หวังว่าเรื่องในวันนี้ จะเป้นของขวัญชิ้นสุดท้าย ที่ข้าจะมอบให้ และเราทุกคนจะไม่ข้องแวะใด ๆ กันอีกต่อไป” จ้าวหนิงเอ่ยกับอดีตแม่สามี ด้วยน้ำเสียงที่สุภาพ เยี่ยงผู้ได้รับการอบรมมาดี นางกับคนที่นี่ เสมือนคนแปลกหน้ากันมานานแล้ว คงมีเพียงเจียงจีชินเท่านั้น ที่นางยังให้ความใส่ใจและรักดั่งน้องสาวแท้ ๆ “เจ้ากำลังจะทำลายสกุลเจียงของข้าหรือ” “ถามเขาสิ! ว่าอยากอยู่หรือไม่” จ้าวหนิง ยกหน้าที่ตัดสินใจ ให้แก่บุตรชายไปเสีย เพราะไม่มีใครจะห้ามความต้องการของใครได้ทั้งนั้น ต่อให้นางคือมารดาที่ให้กำเนิดก็ตาม “ข้ามีนามว่าเกาจู เป็นหมอประจำตัวของคุณหนูหลิน และข้าก็พอใจสำหรับหน้าที่ของข้า มิต้องการข้องแวะกับผู้ใดอีก” ชายหนุ่มเอ่ยออกมาอย่างหนักแน่น ก่อนจะหันกลับไปประคองมารดา เพื่อพากลับออกจากบ้านอันร้อนระอุแห่งนี้ ก็แค่นรกบนดิน ที่คนนอกมองว่าเป็นสวรรค์ “แต่เจ้าคือหลานย่านะ” “สะสางปัญหาในบ้านท่านให้ดีขอรับ อย่าเพิ่งด่วนมาตัดสินใจเรื่องข้าหรืออื่นใดเลย” แม้น้ำเสียงจะราบเรียบ ทว่ามันกดลึกจนคนฟังสะดุ้ง มั
“ไม่จริง! พวกเจ้ากำลังรวมหัวกันกลั่นแกล้งข้า” หรูอันชิง เริ่มที่จะคุมสติไม่ได้ เมื่อเห็นใบหน้าของชายหนุ่ม ที่กำลังกอดกับหลินมู่เสวี่ย ชายหนุ่มมีส่วนเหมือนสามีเกือบเจ็ดส่วน มันชัดเจนแล้วว่าเขาคือคนที่ตายแล้ว เพี๊ยะ! ใบหน้าของหรูอันชิง สะบัดตามแรงฝ่ามือของสามี มือเรียวยกขึ้นกุมใบหน้าเอาไว้ ก่อนจะสัมผัสกับรสเค็มที่มุมปาก เขากล้าลงมือกับนางอีกแล้วอย่างนั้นหรือ “สิ่งที่เห็นมันชัดเจนขนาดนี้ เจ้ายังจะบอกว่ามีคนกลั่นแกล้งอีกรหือ ความรักที่ข้าให้เจ้าไป มันไม่มีค่าสักนิดเลยหรืออย่างไร” ท่านกั๋วกงเอ่ยถามภรรยา ด้วยน้ำเสียงที่ร้าวลึก นานแค่ไหนแล้วที่นางเห็นเขาเป็นเพียงลาโง่ ที่จะจับจูงจมูกไปทิศทางใดก็ได้ ยอมแม้แต่ละทิ้งภรรยาหลักคนเดิม ที่ค้ำชูสกุลเจียงมานาน เพียงเพื่อสตรีผู้นี้ “ฮ่า ๆ ความรัก คนอย่างท่านรักใครเป็นเจียงซ่างจื่อ ท่านรักเพียงตัวเองเท่านั้น” หรูอันชิงหันกลับมาเผชิญหน้ากับสามี พร้อมกับตอบโต้เขา ด้วยถ้อยคำที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน ใช่! แล้ว นางไม่เคยซื่อสัตย์ต่อเขา แต่ถ้านางไม่ทำเช่นนั้น ตำแหน่งที่นางยืนอยู่ ทั้งชีวิตก็คงไม่มีโอกาสจะ
“เจ้าคิดว่าเข้ามาแล้ว จะได้กลับออกไปง่าย ๆ เยี่ยงนั้นรึ!” หญิงสาวยกยิ้มหยัน นางรู้อยู่แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ แผนการที่จะเริ่มในอีกไม่กี่วัน นางก็สามารถเลื่อนมันขึ้นมาได้เช่นกัน ในเสื่อเลือกเส้นทางนี้แล้ว ก็ต้องจบมันเสีย ใครจะอยู่จะตายก็ไม่เกี่ยวอันกับนาง “แล้วท่านกั๋วกง ไม่คิดว่าข้าเอง ก็เตรียมตัวมาแล้วเช่นกันรึ! เจ้าคะ” หญิงสาวยกขึ้นมือปลดผ้าคาดใบหน้าออก เผยให้เห็นความงามที่ถอดแบบมารดามา และหลายส่วนที่เหมือนกับชายตรงหน้า ใช่แล้วนางคือครึ่งหนึ่งของสกุลเจียง แต่นางไม่มีความจำเป็นต้องกลับมาที่นี่ เพราะมันคือนรกหาใช่บ้าน “เจ้า!” “คนอย่างข้า ถ้ากล้าที่จะเผชิญ ย่อมต้องมีสิ่งรองรับต่อผลที่กระทำเสมอ แล้วทุกคนที่นี่เล่า พร้อมแล้วหรือยัง” หญิงสาวกวาดสายตามองไปที่สมาชิกของจวนกั๋วกง คนพวกนี้จะแบกรับมันได้จริงหรือ ถ้าต้องรู้เรื่องบางอย่างขึ้นมาจริง ๆ “เจ้าหมายความว่าอย่างไร” “ก็หมายความว่า...นางมีหลักฐานตัวเป็น ๆ มายืนยันความชั่วของใครบางคนที่นี่” เป็นเจียงจีชิน ที่ก้าวเข้ามาในลาน พร้อมกับใครอีกคนที่สวมหน้ากาก และมีชา
“ฮูหยินผู้เฒ่า ข้ามีพี่ชายน้องชาย เพียงอย่างละหนึ่งเท่านั้น คำว่าพี่น้องหยอกเย้า หรือแม้แต่คำว่าครอบครัว สำหรับข้าแล้ว ย่อมหาใช่กับคนที่นี่ บางครั้งที่ข้านิ่งเฉยก็เพียบงไม่อยากเสียมารยาท สอดแทรกการสนทนาของผู้ใด แต่ถ้ายังเงียบอยู่ พวกท่านก้คิดเอาเองไปเสียทุกอย่าง เช่นนั้นข้าจะพูดให้มันจบไปเสียในตอนนี้ ว่าข้า หลินมู่เสวี่ยคือบุตรสาวแม่ทัพหลินมู่เฉียว น้องสาวของหลินเสวี่ยหลงคุณชายใหญ่สกุลหลิน และพี่สาวของหลินเสวียน คุณชายเล็กสกุลเสวียน บุตรสาวของมารดาจ้าวหนิง ธิดาจากสกุลพ่อค้าหลวง นี่คือชีวิตและตัวตนของข้า ฉะนั้นคำพูดอย่างไร้มูลของพวกท่าน ที่พยายามดึงข้าเข้าไปร่วม ข้าย่อมไม่อาจแบกรับมันเอาไว้”คำพูดของหญิงสาว สะกดให้ทุกคนนิ่งงัน นางกำลังมองว่าจวนกั๋วกง ไม่คู่ควรที่จะเป็นครอบครัว ไม่ยอมรับว่ามีสายเลือดเจียงในกาย ช่างเป็นหญิงที่โง่เขลานัก พวกเขาอุตส่าห์ให้ความสำคัญ ที่จะยกย่องนางเป็นบุตรสาวภรรยาเอกอย่างออกหน้า แต่นางกลับกล้าที่จะเดินเข้ามาในบ้าน แล้วบอกว่านางไม่เกี่ยวข้องอันใด กับคนในจวนเจียง“หลินมู่เสวี่ย บิดาข้ากับท่านปู่ท่านย่า ให้เกียรติเจ้ามากแค่ไหน ที่ยอมรับลูกที่ไม่อาจแน่ใจ ว่าใช่ส







