LOGINท่ามกลางหุบเขาผีเสื้อดับที่ซึ่งลมหนาวพัดกรรโชกประดุจจะกรีดแทงผิวหนังให้เป็นริ
ท่ามกลางหุบเขาผีเสื้อดับที่ซึ่งลมหนาวพัดกรรโชกประดุจจะกรีดแทงผิวหนังให้เป็นริ้ว แต่บรรยากาศที่โต๊ะน้ำชาไม้หอมแกะสลักกลับร้อนระอุยิ่งกว่าเตาหลอมเหล็กในกรมแสงสรรพาวุธ แม่ทัพทั่วป๋า ผู้ซึ่งบัดนี้หน้าแดงก่ำเป็นสีลูกตำลึงสุก ไม่ใช่เพราะความเขินอายต่อความงามของฮองเฮาไป๋ลี่ถิง แต่เป็นเพราะความโกรธที่พุ่งปรี๊ดจนทะลุหมวกเกราะรูปหัวหมาป่า เขาทุบโต๊ะน้ำชาดัง ปัง! จนจอกชาใบเล็กกระเด็นกระดอนประดุจนักยิมนาสติกเหรียญทอง"เหลวไหล! นังฮองเฮาจอมลวงโลก!" ทั่วป๋าแผดเสียงตะโกนจนน้ำลายกระเซ็นเกือบถึงใบหน้าสวย ๆ ของไป๋ลี่ถิง"ทหารซีหยางของข้าคือพยัคฆ์ร้ายแห่งทุ่งหญ้า! เราไม่ต้องพึ่งพาระบบบัญชีโง่ ๆ หรือเงินคลังที่ว่างเปล่าของเจ้า! หากเสบียงหมด เราก็แค่รุกคืบ! เราปล้นชิงเอาจากหมู่บ้านของเจ้า! เราแย่งชิงเอาจากยุ้งฉางของเจ้า! ชีวิตของนักรบซีหยางอยู่รอดได้ด้วยคมดาบและการแย่งชิง ไม่ใช่นั่งนับตัวเลขเหมือนพวกพ่อค้าหน้าเลือด!"เขายืดอกอย่างภูมิใจ นัยน์ตาแข็งกร้าวราวกับจะบอกว่า ตรรกะกองโจร ของเขาคือสิ่งที่ยิ่งให
บรรยากาศเหนือโต๊ะน้ำชาไม้หอมในยามนี้ช่างเป็นสภาวะที่กวนประสาทคนมองยิ่งกว่าการโดนแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรหาในวันหยุดพักผ่อน รอบด้านคือทหารม้าเหล็กนับแสนที่ยืนนิ่งประดุจรูปปั้นหินขัดเกลาด้วยความงุนงง ทว่าใจกลางสมรภูมิกลับมีกลิ่นหอมของใบชาเกรดพรีเมียมลอยฟุ้งกระจายไปทั่ว ไป๋ลี่ถิง ฮองเฮาสาวผู้จุติเป็นเทพเจ้าแห่งการปิดการขาย นั่งไขว่ห้างอย่างสง่างามพลางกรีดนิ้วก้อยยกถ้วยชาขึ้นจิบด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอประดุจผ่านการคำนวณมาด้วยซูเปอร์คอมพิวเตอร์ พระนางมองดูแม่ทัพทั่วป๋าที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสมเพชปนเอ็นดู เหมือนมองลูกค้ารายย่อยที่พยายามจะกู้เงินพันล้านทั้งที่มีเงินติดบัญชีแค่ยี่สิบบาทแม่ทัพทั่วป๋า ที่แม้จะเพิ่งหน้าแตกเพราะกระชากดาบไม่ออก แต่ด้วยศักดิ์ศรีของชายชาตินักรบที่ค้ำคออยู่ประดุจเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็ก เขาจึงพยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกมาดขรึมและรังสีอำมหิตกลับคืนมา ทั่วป๋าแผดเสียงหัวเราะแหบพร่าพลางตบโต๊ะดัง ปัง! จนจอกชาสั่นระริก"ฮ่า! ต่อให้เจ้าจะมีวิชาอาคมประหลาดแค่ไหน แต่ความจริงก็คือความจริงไป๋ลี่ถิง!" ทั่วป๋าแผดเสียงพลางชี้นิ้วที่หยาบ
บรรยากาศเหนือโต๊ะน้ำชาไม้หอมในยามนี้ช่างพิลึกพิลั่นเสียจนหากมีนักประวัติศาสตร์คนไหนมาเห็นเข้า คงได้ฉีกตำราพิชัยสงครามทิ้งแล้วหันไปบวชชีแทน แสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องลงมากระทบรัศมีสีแพลตตินัมรอบตัว ไป๋ลี่ถิง ทำให้ภาพของพระนางดูเลือนรางทว่าเด่นชัดประดุจภาพกราฟิกความละเอียดสูงที่ถูกวางลงบนพื้นหลังที่พังย่อยยับ แม่ทัพทั่วป๋าผู้เกรียงไกรที่นั่งตัวตรงแหน็วอยู่บนเก้าอี้กำมะหยี่สีแดง เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติอย่างรุนแรงในมโนสำนึกของตนเอง"เดี๋ยว... นี่ข้าทำอะไรลงไป?" ทั่วป๋าอุทานในใจพลางดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ความทรงจำที่เขาเพิ่งกระโดดลงจากม้ามานั่งพับเพียบประดุจนักเรียนดีเด่นต่อหน้าสตรีเพียงนางเดียวแล่นย้อนกลับมาในสมองประดุจฉากรีเพลย์ที่น่าอับอายที่สุดในชีวิตนักรบ"ข้าคือแม่ทัพทั่วป๋า! ข้าคือผู้ที่สยบหัวเมืองทิศอุดรมานับร้อย! ข้าจะมานั่งจิบชาทำหน้าซื่อตาใสอยู่ตรงนี้ไม่ได้!"ความอับอายแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราด ทั่วป๋าพยายามสลัดมนต์ขลังประหลาดที่ครอบงำจิตใจออกไป เขาขบกรามแน่นจนเสียงดัง กรอด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนออกมาประดุจรากไม้ที่พยายามเจาะทะลุเกราะเหล็ก เขา
บรรยากาศ ณ ใจกลางหุบเขาผีเสื้อดับในยามนี้ หากมองจากมุมสูงของนกอินทรีที่บินผ่าน คงเป็นภาพที่ประหลาดล้ำจนนกต้องบินชนหน้าผาตายด้วยความงุนงง ท่ามกลางวงล้อมของกองทัพม้าเหล็กซีหยางนับแสนนายที่ยืนเรียงรายกันเป็นตับประดุจกำแพงมนุษย์หุ้มเหล็กที่ส่งกลิ่นสาบเหงื่อ กลิ่นม้า และกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยมาตามลมหนาว กลับมีพื้นที่ทรงกลมรัศมีสิบวาที่ดูเหมือนถูกตัดแปะมาจากโลกอีกลูกหนึ่งตรงจุดนั้น โต๊ะน้ำชาไม้หอมแกะสลักลวดลายหงส์เหินเวหาที่ส่งประกายทองวาววับตั้งเด่นตระหง่านอยู่กลางลานดินที่เต็มไปด้วยรอยกีบม้า บนโต๊ะประดับด้วยผ้าปูลูกไม้สีขาวสะอาดตาที่ดูไม่เข้ากับฝุ่นดินรอบข้างแม้แต่น้อย ชุดกาน้ำชาเซรามิกเนื้อดีสีขาวนวลถูกวางไว้อย่างมีระดับ ประดุจว่าที่นี่ไม่ใช่สมรภูมิรบ แต่เป็นห้องรับรองแขกวีไอพีระดับพันล้านในย่านธุรกิจที่แพงที่สุดของแผ่นดินต้าจง ความย้อนแย้งนี้มันรุนแรงเสียจนทหารซีหยางบางคนถึงกับต้องขยี้ตาซ้ำๆ เพราะนึกว่าตัวเองกำลังเกิดอาการหลอนจากการไม่ได้กินข้าวเช้าไป๋ลี่ถิง ฮองเฮาสาวผู้จุติเป็นเทพเจ้าแห่งการปิดการขาย นั่งประทับอยู่บนเก้าอี้กำมะหยี่สีแดงเพลิงอย่างนุ่มนวล พระนางเริ่มข
เสียงหัวเราะของ แม่ทัพทั่วป๋า ดังกึกก้องกัมปนาทสะท้านเลื่อนลั่นไปทั่วทุ่งหญ้าหน้าหุบเขาผีเสื้อดับ มันเป็นเสียงหัวเราะที่เปี่ยมไปด้วยความเหยียดหยามและขบขันประดุจได้ฟังเรื่องตลกที่ไร้สาระที่สุดในรอบศตวรรษ เขาหัวเราะจนตัวโยนจนเกราะเหล็กสีทมิฬที่สวมอยู่สั่นสะเทือนเกิดเสียงดัง เคร้ง! เคร้ง! ประดุจเครื่องครัวกระทบกันในยามแผ่นดินไหว นัยน์ตาดุดันสีอำพันของเขาจ้องมองลงไปยังร่างบางที่นั่งจิบชาอยู่กลางสนามรบด้วยสายตาที่มองเห็นเป็นเพียงลูกแมวตัวจ้อยที่พยายามจะทำตัวเป็นราชสีห์"ฮ่าฮ่าฮ่า! ฮองเฮาแคว้นต้าจงคงจะสติฟั่นเฟือนไปเพราะความอดอยากเสียแล้วกระมัง!" ทั่วป๋าแผดเสียงตะโกนพลางชี้ดาบยักษ์ไปที่ไป๋ลี่ถิง"ถึงได้คิดจะมาเปิดร้านน้ำชาในดงดาบดงทวนเช่นนี้! หรือว่าเจ้าคิดจะใช้กลิ่นใบชามามอมเมาทหารม้าเหล็กของข้าให้เคลิบเคลิ้มจนลืมรบงั้นหรือ? ช่างเป็นแผนการที่เบาสมองและกวนโทสะข้าได้ดีแท้ๆ!"เขาสะบัดผ้าคลุมสีเลือดนกอย่างแรงจนฝุ่นคลุ้ง "เจ้าคิดว่าความสวยงามและวาจาประหลาดๆ ของเจ้าจะช่วยซื้อชีวิตสาม
ท่ามกลางบรรยากาศที่ความเครียดควรจะพุ่งทะยานจนเส้นเลือดในสมองแตก แต่กลับถูกฉาบไว้ด้วยรัศมีสีทองนวลตาของ ไป๋ลี่ถิง ฮองเฮาสาวผู้จุติเป็นเทพเจ้าแห่งการปิดการขาย พระนางประทับนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้กำมะหยี่สีแดงเพลิงอย่างสง่างาม ท่าทางของพระนางดูผ่อนคลายประดุจกำลังพักผ่อนอยู่ในรีสอร์ตหรูห้าดาวริมทะเล มากกว่าจะมานั่งอยู่ท่ามกลางดงธนูนับพันที่พร้อมจะเปลี่ยนร่างคนให้กลายเป็นเม่นได้ทุกเมื่อ มือเรียวสวยยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างละเมียดละไมพลางใช้สายตาสแกนมองยอดเนินเขาที่เต็นท์บัญชาการของแม่ทัพซีหยางตั้งอยู่อย่างท้าทาย"อา... ชาดี บรรยากาศเยี่ยม ขาดแค่ดนตรีคลอเบา ๆ กับ กลุ่มเป้าหมาย ที่ใจถึงกว่านี้หน่อย" ไป๋ลี่ถิงพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงกวนประสาทที่ดังกังวานไปถึงหูทหารยามที่ใกล้ที่สุดจนพวกเขาต้องสะดุ้งพระนางวางถ้วยชาลงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะล้วงเข้าไปในแขนเสื้อไหมมุกที่ดูเหมือนกระเป๋าโดเรมอนในเวอร์ชันแบรนด์เนม แล้วหยิบซองจดหมายสีทองคำบริสุทธิ์ที่สลักลวดลายหงส์เหินเวหาออกมา ซองจดหมายนั้นไม่ได้ทำจากกระดาษธรรมดา แต่มันส่งประกายวิบวับและมีกลิ่นหอมของเงินตราที่เพิ่งผ่านการฟอกจนสะอาดกริบ ไป๋
ฝุ่นควันจากการวิ่งหนีหางจุกตูดของบรรดาอนุภรรยายังไม่ทันจะจางหายไปจากลานหน้าเรือนหลัก บรรยากาศที่เพิ่งจะกลับมาเงียบสงบได้เพียงแค่ชั่วอึดใจก็มีอันต้องถูกทำลายลงอีกครั้ง เสียงฝีเท้าหนักๆ ทว่าลากยาวอย่างเกียจคร้านดังสะท้อนมาตามระเบียงทางเดินไม้ที่ผุพัง ไป๋ลี่ถิงซึ่งกำลังยืนกอดประคองร่างอันสั่นเทาของมาร
แสงแดดอุ่นยามสายเริ่มสาดส่องลงมากระทบหลังคาเรือนหลักที่เต็มไปด้วยรอยแตกและตะไคร่น้ำ บรรยากาศเงียบสงบอันแสนจะหดหู่ของเรือนฮูหยินเอกถูกทำลายลงอย่างย่อยยับด้วยเสียงหัวเราะแหลมปรี๊ดที่ดังกังวานมาตั้งแต่หน้าประตูจวน เสียงนั้นแหลมสูงจนคล้ายกับนกแก้วที่กำลังถูกบีบคอ มันบาดแก้วหูเสียจนฝุ่นที่เกาะอยู่ตามขื่
แสงแดดรำไรยามสายสาดส่องผ่านช่องโหว่บนหลังคากระเบื้องที่แตกบิ่น ร่างบางของไป๋ลี่ถิงในชุดกระโปรงสีเทาหม่นหมองที่ซักจนเนื้อผ้าบางเฉียบก้าวเท้าข้ามธรณีประตูห้องนอนของตนเองอย่างระมัดระวัง นางใช้มือดันบานประตูไม้ที่ผุพังเบาๆ ทว่าเสียงดังกึกกักราวกับกระดูกคนแก่ลั่นก็ดังสะท้านไปทั่วบริเวณ ก่อนที่บานประตูข้
แสงแดดเจิดจ้าของยามบ่ายสาดส่องลงมาตกกระทบใบหน้าของจูน หญิงสาวผู้เปี่ยมล้นไปด้วยความมั่นใจในชุดสูทสีแดงเพลิงที่ตัดเย็บมาอย่างประณีตเข้ารูป รอยยิ้มกว้างขวางประดับอยู่บนริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงสด ส้นรองเท้าแหลมปรี๊ดของเธอกระทบกับพื้นทางเดินหินอ่อนหน้าอาคารสำนักงานใหญ่เกิดเป็นเสียงดังก้องกังวา







