เข้าสู่ระบบยามเช้าตรู่ที่สายลมหนาวพัดโชยมาปะทะผิวหน้า บรรยากาศหน้าศาลาว่าการ
ท่ามกลางบรรยากาศที่ความกดดันพุ่งสูงจนมวลอากาศรอบหุบเขาผีเสื้อดับดูเหมือนจะข้นคลักเป็นเนื้อเจลลี่ แสงสีเงินยวงที่อาบชโลมร่างของไป๋ลี่ถิงยังคงส่องสว่างนวลตาประดุจหลอดไฟแอลอีดีรุ่นประหยัดไฟเบอร์ห้าที่ทรงพลังที่สุดในจักรวาล รัศมีแห่งความมั่งคั่งนี้แผ่ซ่านออกมาจนแม่ทัพทั่วป๋าที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถึงกับต้องหดคอหนีประดุจลูกสุนัขที่เพิ่งโดนเจ้าของดุเรื่องแอบฉี่ใส่พรมราคาแพง ไป๋ลี่ถิงขยับแว่นตากรอบทอง ที่บัดนี้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับมงกุฎรัดเกล้าเทพเจ้า พระนางกระแอมไอเบาๆ หนึ่งครั้งเพื่อให้ลำคอโล่งก่อนจะปล่อยหมัดเด็ดทางการตลาดที่โลกต้องจารึก"แม่ทัพทั่วป๋า... ฟังข้าให้ดี" ไป๋ลี่ถิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลทว่ากวนประสาทถึงสรวงสวรรค์ พระนางโน้มตัวไปข้างหน้าจนรัศมีสีทองส่องสว่างวาบใส่ตาแม่ทัพยักษ์"ในฐานะที่ข้าเป็นเทพเจ้าแห่งการปิดการขายที่เพิ่งจุติสดๆ ร้อนๆ ข้าขอเสนอโปรโมชั่นสุดช็อกโลกที่ไม่มีในโบชัวร์ไหนๆ... ข้าขอเสนอขายความพ่ายแพ้ให้ท่านในราคาพิเศษสุดๆ ไปเลย!"ความเงียบงันพุ่งเข้าปกคลุมโต๊ะน้ำชาทันทีที่สิ้นคำพูดของพระนาง ประดุจมีใครกดปุ่มปิดเสียงคนทั้งสมรภูมิ
บรรยากาศ ณ ใจกลางหุบเขาผีเสื้อดับในยามนี้ช่างหมิ่นเหม่ประดุจการยืนทรงตัวบนเส้นลวดหนามที่ทาน้ำมันพราย แสงแดดยามอัสดงพาดผ่านยอดเขาสูงชันสาดส่องลงมากระทบรัศมีสีแพลตตินัมรอบกาย ไป๋ลี่ถิง ทำให้ภาพของฮองเฮาสาวผู้จุติเป็นเทพเจ้าแห่งการปิดการขายดูเจิดจ้ายิ่งกว่าสปอตไลต์ในสนามกีฬาแห่งชาติ ทว่าตรงข้ามกับความสง่างามของพระนาง แม่ทัพทั่วป๋า กลับนั่งหอบหายใจรุนแรงจนเกราะหน้าอกขยับขึ้นลงประดุจลูกสูบเครื่องยนต์ที่กำลังจะระเบิด ใบหน้าของเขาแดงซ่านสลับซีดเผือดด้วยความสับสนทางตรรกะและตัวเลขทางเศรษฐศาสตร์ที่พระนางเพิ่งจะประเคนใส่หัวเขาไปชุดใหญ่"เจ้า... นังแม่ค้าจอมมาร!" ทั่วป๋ากัดฟันกรอดจนเสียงดัง กึก เขามองดูภาพกราฟหนี้สินที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความโกรธแค้นปนหวาดกลัว แม้สมองส่วนหน้าจะเริ่มประมวลผลได้แล้วว่าสิ่งที่ไป๋ลี่ถิงพูดนั้นคือความจริงอันโหดร้ายระดับประเมินความเสี่ยงล้มละลาย แต่ศักดิ์ศรีนักรบที่ถูกปลูกฝังมานานกว่าสามสิบปีมันกลับค้ำคอเขาไว้แน่นยิ่งกว่าเนกไทเบอร์เล็กพิเศษ"ถึงกระนั้น... ข้าก็ถอยไม่ได้!" ทั่วป๋าคำรามพลางทุบมือลงบนพนักเก้าอี้กำมะหยี่นุ่มๆ
ท่ามกลางหุบเขาผีเสื้อดับที่ซึ่งลมหนาวพัดกรรโชกประดุจจะกรีดแทงผิวหนังให้เป็นริ้ว แต่บรรยากาศที่โต๊ะน้ำชาไม้หอมแกะสลักกลับร้อนระอุยิ่งกว่าเตาหลอมเหล็กในกรมแสงสรรพาวุธ แม่ทัพทั่วป๋า ผู้ซึ่งบัดนี้หน้าแดงก่ำเป็นสีลูกตำลึงสุก ไม่ใช่เพราะความเขินอายต่อความงามของฮองเฮาไป๋ลี่ถิง แต่เป็นเพราะความโกรธที่พุ่งปรี๊ดจนทะลุหมวกเกราะรูปหัวหมาป่า เขาทุบโต๊ะน้ำชาดัง ปัง! จนจอกชาใบเล็กกระเด็นกระดอนประดุจนักยิมนาสติกเหรียญทอง"เหลวไหล! นังฮองเฮาจอมลวงโลก!" ทั่วป๋าแผดเสียงตะโกนจนน้ำลายกระเซ็นเกือบถึงใบหน้าสวย ๆ ของไป๋ลี่ถิง"ทหารซีหยางของข้าคือพยัคฆ์ร้ายแห่งทุ่งหญ้า! เราไม่ต้องพึ่งพาระบบบัญชีโง่ ๆ หรือเงินคลังที่ว่างเปล่าของเจ้า! หากเสบียงหมด เราก็แค่รุกคืบ! เราปล้นชิงเอาจากหมู่บ้านของเจ้า! เราแย่งชิงเอาจากยุ้งฉางของเจ้า! ชีวิตของนักรบซีหยางอยู่รอดได้ด้วยคมดาบและการแย่งชิง ไม่ใช่นั่งนับตัวเลขเหมือนพวกพ่อค้าหน้าเลือด!"เขายืดอกอย่างภูมิใจ นัยน์ตาแข็งกร้าวราวกับจะบอกว่า ตรรกะกองโจร ของเขาคือสิ่งที่ยิ่งให
บรรยากาศเหนือโต๊ะน้ำชาไม้หอมในยามนี้ช่างเป็นสภาวะที่กวนประสาทคนมองยิ่งกว่าการโดนแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรหาในวันหยุดพักผ่อน รอบด้านคือทหารม้าเหล็กนับแสนที่ยืนนิ่งประดุจรูปปั้นหินขัดเกลาด้วยความงุนงง ทว่าใจกลางสมรภูมิกลับมีกลิ่นหอมของใบชาเกรดพรีเมียมลอยฟุ้งกระจายไปทั่ว ไป๋ลี่ถิง ฮองเฮาสาวผู้จุติเป็นเทพเจ้าแห่งการปิดการขาย นั่งไขว่ห้างอย่างสง่างามพลางกรีดนิ้วก้อยยกถ้วยชาขึ้นจิบด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอประดุจผ่านการคำนวณมาด้วยซูเปอร์คอมพิวเตอร์ พระนางมองดูแม่ทัพทั่วป๋าที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสมเพชปนเอ็นดู เหมือนมองลูกค้ารายย่อยที่พยายามจะกู้เงินพันล้านทั้งที่มีเงินติดบัญชีแค่ยี่สิบบาทแม่ทัพทั่วป๋า ที่แม้จะเพิ่งหน้าแตกเพราะกระชากดาบไม่ออก แต่ด้วยศักดิ์ศรีของชายชาตินักรบที่ค้ำคออยู่ประดุจเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็ก เขาจึงพยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกมาดขรึมและรังสีอำมหิตกลับคืนมา ทั่วป๋าแผดเสียงหัวเราะแหบพร่าพลางตบโต๊ะดัง ปัง! จนจอกชาสั่นระริก"ฮ่า! ต่อให้เจ้าจะมีวิชาอาคมประหลาดแค่ไหน แต่ความจริงก็คือความจริงไป๋ลี่ถิง!" ทั่วป๋าแผดเสียงพลางชี้นิ้วที่หยาบ
บรรยากาศเหนือโต๊ะน้ำชาไม้หอมในยามนี้ช่างพิลึกพิลั่นเสียจนหากมีนักประวัติศาสตร์คนไหนมาเห็นเข้า คงได้ฉีกตำราพิชัยสงครามทิ้งแล้วหันไปบวชชีแทน แสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องลงมากระทบรัศมีสีแพลตตินัมรอบตัว ไป๋ลี่ถิง ทำให้ภาพของพระนางดูเลือนรางทว่าเด่นชัดประดุจภาพกราฟิกความละเอียดสูงที่ถูกวางลงบนพื้นหลังที่พังย่อยยับ แม่ทัพทั่วป๋าผู้เกรียงไกรที่นั่งตัวตรงแหน็วอยู่บนเก้าอี้กำมะหยี่สีแดง เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติอย่างรุนแรงในมโนสำนึกของตนเอง"เดี๋ยว... นี่ข้าทำอะไรลงไป?" ทั่วป๋าอุทานในใจพลางดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ความทรงจำที่เขาเพิ่งกระโดดลงจากม้ามานั่งพับเพียบประดุจนักเรียนดีเด่นต่อหน้าสตรีเพียงนางเดียวแล่นย้อนกลับมาในสมองประดุจฉากรีเพลย์ที่น่าอับอายที่สุดในชีวิตนักรบ"ข้าคือแม่ทัพทั่วป๋า! ข้าคือผู้ที่สยบหัวเมืองทิศอุดรมานับร้อย! ข้าจะมานั่งจิบชาทำหน้าซื่อตาใสอยู่ตรงนี้ไม่ได้!"ความอับอายแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราด ทั่วป๋าพยายามสลัดมนต์ขลังประหลาดที่ครอบงำจิตใจออกไป เขาขบกรามแน่นจนเสียงดัง กรอด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนออกมาประดุจรากไม้ที่พยายามเจาะทะลุเกราะเหล็ก เขา
บรรยากาศ ณ ใจกลางหุบเขาผีเสื้อดับในยามนี้ หากมองจากมุมสูงของนกอินทรีที่บินผ่าน คงเป็นภาพที่ประหลาดล้ำจนนกต้องบินชนหน้าผาตายด้วยความงุนงง ท่ามกลางวงล้อมของกองทัพม้าเหล็กซีหยางนับแสนนายที่ยืนเรียงรายกันเป็นตับประดุจกำแพงมนุษย์หุ้มเหล็กที่ส่งกลิ่นสาบเหงื่อ กลิ่นม้า และกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยมาตามลมหนาว กลับมีพื้นที่ทรงกลมรัศมีสิบวาที่ดูเหมือนถูกตัดแปะมาจากโลกอีกลูกหนึ่งตรงจุดนั้น โต๊ะน้ำชาไม้หอมแกะสลักลวดลายหงส์เหินเวหาที่ส่งประกายทองวาววับตั้งเด่นตระหง่านอยู่กลางลานดินที่เต็มไปด้วยรอยกีบม้า บนโต๊ะประดับด้วยผ้าปูลูกไม้สีขาวสะอาดตาที่ดูไม่เข้ากับฝุ่นดินรอบข้างแม้แต่น้อย ชุดกาน้ำชาเซรามิกเนื้อดีสีขาวนวลถูกวางไว้อย่างมีระดับ ประดุจว่าที่นี่ไม่ใช่สมรภูมิรบ แต่เป็นห้องรับรองแขกวีไอพีระดับพันล้านในย่านธุรกิจที่แพงที่สุดของแผ่นดินต้าจง ความย้อนแย้งนี้มันรุนแรงเสียจนทหารซีหยางบางคนถึงกับต้องขยี้ตาซ้ำๆ เพราะนึกว่าตัวเองกำลังเกิดอาการหลอนจากการไม่ได้กินข้าวเช้าไป๋ลี่ถิง ฮองเฮาสาวผู้จุติเป็นเทพเจ้าแห่งการปิดการขาย นั่งประทับอยู่บนเก้าอี้กำมะหยี่สีแดงเพลิงอย่างนุ่มนวล พระนางเริ่มข
ไป๋ลี่ถิงนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงไม้ที่ส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งที่ขยับตัว สองมือของนางกุมขมับแน่น ดวงตากลมโตที่เคยเปล่งประกายความเจ้าเล่ห์เมื่อวานนี้ บัดนี้กลับเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยสีแดงก่ำจากการอดนอนตลอดทั้งคืน สมองอันปราดเปรื่องของยอดนักขายมือทองระดับพระกาฬกำลังทำงานอย่างหนักหน่วงประดุจกงล้อ
สายลมยามบ่ายพัดโชยเอื่อยๆ หอบเอากลิ่นหอมฉุนจัดของดอกมู่ตันที่ปลูกเรียงรายอยู่หน้าเรือนฝั่งตะวันออกเข้ามาภายในห้องโถงอันโอ่อ่า บรรยากาศภายในเรือนของอนุหมินนั้นช่างแตกต่างจากเรือนหลักของฮูหยินเอกราวกับสรวงสวรรค์กับขุมนรกชั้นล่างสุด ผนังห้องตกแต่งด้วยภาพวาดวิจิตรบรรจง พื้นปูด้วยพรมขนสัตว์หนานุ่มสีแดงส
แสงแดดอุ่นยามสายสาดส่องลงมากระทบหลังคากระเบื้องสีเขียวมรกตของเรือนฝั่งตะวันออก ซึ่งเป็นที่พำนักของบรรดาอนุภรรยาคนโปรดแห่งจวนเผิงกวงโหว บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยความคึกคักและเสียงหัวเราะต่อกระซิกราวกับกำลังมีงานเฉลิมฉลอง ไป๋ลี่ถิงในชุดกระโปรงสีเทาซีดเซียวที่ดูคล้ายกับผ้าขี้ริ้วมากกว่าอาภรณ์ของสตรีชั
แสงอาทิตย์ยามบ่ายคล้อยสาดส่องผ่านช่องโหว่บนหลังคากระเบื้องที่แตกร้าว ทอดตัวเป็นลำแสงสีทองอาบไล้ฝุ่นละอองที่ล่องลอยคว้างอยู่กลางอากาศภายในห้องนอนของฮูหยินเอกแห่งจวนเผิงกวงโหว ไป๋ลี่ถิงยืนท้าวสะเอวอยู่กลางห้องด้วยท่วงท่าทะมัดทะแมงผิดวิสัยสตรีในห้องหอ นางเพิ่งจะส่งมารดาเข้านอนพักผ่อนหลังจากเหตุการณ์ปะ







