Share

บทที่ ๔ สมบัติที่หลงลืม

last update publish date: 2025-11-04 21:31:56

หลังจากกอดปลอบกันจนหยางเสวี่ยอิงคลายความตื้นตันใจลงแล้ว บรรยากาศภายในเรือนก็พลันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

หยางเสวี่ยอิงและหลานจิงที่ร่างกายกลับมาแข็งแรงกระปรี้กระเปร่าราวกับคนละคน ช่วยกันทำความสะอาดปัดกวาดเรือนที่รกร้างอย่างขะมักเขม้น เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นเป็นครั้งคราว เป็นเสียงที่ไม่ได้ยินในเรือนแห่งนี้มานานนับสิบปี

หยางจิ้งอวี่มองภาพนั้นด้วยสายตาที่อ่อนโยนลงเล็กน้อย ก่อนจะแสร้งทำเป็นอ่อนเพลียแล้วล้มตัวลงนอนบนเตียงเพื่อพักผ่อน แต่ในความเป็นจริง นางต้องการเวลาและสมาธิเพื่อทำความรู้จักกับผู้ช่วยคนใหม่ของนางให้มากขึ้น

‘เจ้านั่น... ระบบ... ถึงเวลาที่ข้าต้องทำความเข้าใจเจ้าอย่างจริงจังเสียที’

นางหลับตาลง รวบรวมสมาธิเพ่งไปยังห้วงความคิด และทันใดนั้นเอง ม่านแสงโปร่งใสคล้ายหน้าต่างบานหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในจิตของนาง มันคือหน้าต่างระบบที่นางเคยเห็นเพียงแวบเดียว

คราวนี้นางมีเวลาสำรวจมันอย่างละเอียด บนหน้าต่างนั้นมีหมวดหมู่ต่างๆ แบ่งไว้อย่างชัดเจน

[หมวดทักษะ] [หมวดความรู้] [หมวดวัตถุ]

ด้วยความสงสัยจิ้งอวี่จึงลองเพ่งสมาธิไปที่หมวดทักษะก่อน รายการมากมายก็ปรากฏขึ้นมาเป็นแถวยาวเหยียด

[วิชาตัวเบาขั้นต้น]

[ทักษะการใช้พิษเบื้องต้น]

[ทักษะการปลอมตัว]

[ทักษะการแพทย์แผนจีน]

[ทักษะการประเมินราคา]

และอื่นๆ อีกนับร้อยรายการ . . .

หัวใจของจิ้งอวี่เต้นแรงขึ้นเล็กน้อย ทักษะเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่นางต้องการอย่างยิ่งในตอนนี้ หากมีมันติดตัว การจะเอาชีวิตรอดและแก้แค้นก็ไม่ต่างอะไรกับเสือติดปีก เลยทีเดียว

นางระงับความตื่นเต้นไว้แล้วลองเปิดดูหมวดความรู้ต่อ คราวนี้สิ่งที่ปรากฏขึ้นทำให้นางตกตะลึงยิ่งกว่าเดิม

[สูตรการหลอมเหล็กกล้าชั้นเลิศ]

[แบบแปลนเครื่องทุ่นแรง - กังหันน้ำและกังหันลม]

[ตำราพิชัยสงครามซุนวูฉบับสมบูรณ์พร้อมคำอธิบาย]

[ความรู้ด้านการเกษตรกรรมยุคใหม่ - การปรับปรุงพันธุ์พืช]

ความรู้เหล่านี้ล้วนล้ำหน้าเกินกว่ายุคสมัยนี้ไปหลายร้อยปี หากนำไปใช้ประโยชน์ มันสามารถเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของแคว้นได้ทั้งแคว้น!

ในที่สุดนี้ นางเปิดดูหมวดวัตถุอย่างระมัดระวัง รายการที่ปรากฏขึ้นมีตั้งแต่ของที่นางพอจะเข้าใจได้ เช่น ยาฟื้นฟูพลังระดับกลาง ยาเม็ดหอมเร้นกาย มีดบินไร้เงา ไปจนถึงของที่ทำให้นางต้องขมวดคิ้วด้วยความงุนงง

ปืนเก็บเสียงรุ่นทดลอง? ทั้งระเบิดควันประสิทธิภาพสูง?

สิ่งเหล่านี้คืออะไรกันแน่ ดูจากชื่อแล้วคล้ายกับอาวุธในชาติก่อนของนาง แต่มันมาอยู่ในที่เช่นนี้ได้อย่างไร ระบบนี้มีที่มาที่ไปเช่นใดกันแน่?

ขณะที่กำลังประหลาดใจอยู่นั้นเอง นางก็สังเกตเห็นตัวอักษรเล็กๆ ที่อยู่ข้างๆ รายการของรางวัลทุกชิ้น

ราคา แต่ราคาที่ว่ากลับไม่ใช่เงินทองหรือของมีค่าใดๆ ทั้งสิ้น

นางลองเพ่งจิตไปที่วิชาตัวเบาขั้นต้น ข้อความก็ปรากฏขึ้น

[วิชาตัวเบาขั้นต้น - แลกเปลี่ยนด้วยค่าคำชม 10 คะแนน(คำชมที่ต้องการ - ระบบช่างมีประโยชน์ยิ่งนัก)]

เมื่ออ่านจนครบ นางจึงลองกดดูของที่สูงขึ้นไปอีกขั้น นั่นก็คือทักษะการใช้พิษเบื้องต้น

[ทักษะการใช้พิษเบื้องต้น - แลกเปลี่ยนด้วยค่าคำชม 50 คะแนน(คำชมที่ต้องการ - ระบบคือผู้รอบรู้ที่สุดในใต้หล้า)]

ครั้นเมื่อนางลองกดดูปืนเก็บเสียงรุ่นทดลอง. . .

[ปืนเก็บเสียงรุ่นทดลอง - แลกเปลี่ยนด้วยค่าคำชม 1,000,000 คะแนน(คำชมที่ต้องการ - ท่านคือมหาเทพเจ้าระบบผู้สร้างสรรค์จักรวาล และเป็นหนึ่งเดียวในดวงใจข้า!)]

“...”

นางก็พลันเข้าใจในทันที ค่าคำชมคือสกุลเงินเดียวที่ใช้ได้กับระบบนี้ และดูเหมือนว่ายิ่งของรางวัลล้ำค่าเท่าไหร่ คำชมที่ต้องใช้ก็ยิ่งต้องเลิศเลอและไร้ยางอายมากขึ้นเท่านั้น

‘น่ารำคาญ แต่นับว่ายุติธรรมดี’

จิตใจของนักฆ่าสาวเริ่มคำนวณอย่างรวดเร็ว นี่คือระบบการแลกเปลี่ยนที่ชัดเจน รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ในเมื่อนางรู้เงื่อนไขแล้ว การจะหลอกล่อเอารางวัลจากระบบบ้ายอตัวนี้ก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร

ขณะที่นางกำลังวางแผนบริหารจัดการคำชมอยู่นั้น หน้าต่างระบบก็พลันสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนที่มาสคอตตัวหนึ่งจะปรากฏขึ้นตรงหน้าของนาง

ก้อนกลมๆ สีขาวนวล นุ่มฟูราวกับปุยเมฆ มีดวงตาสีดำขลับสองดวงแปะอยู่ข้างบน ดูไปดูมาก็คล้ายกับขนมถังหยวนที่ยังไม่ได้ต้ม มันเอียงคอมองนาง ก่อนที่ดวงตาจะหยีลงเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว เป็นการแสดงออกถึงรอยยิ้มอย่างชัดเจน

[โฮสต์! ในที่สุดท่านก็เข้ามาสำรวจร้านค้าของข้าเสียที! ตื่นตาตื่นใจใช่หรือไม่ล่ะ! ของรางวัลของข้ายอดเยี่ยมที่สุดเลยใช่ไหม!]

น้ำเสียงร่าเริงนั้นดังมาจากเจ้าก้อนกลมนี่เอง ซึ่งจิ้งอวี่เพียงจ้องมองมันนิ่งๆ ไม่ได้ตอบอะไร

เจ้าก้อนกลมดูเหมือนจะไม่ใส่ใจ มันลอยเข้ามาใกล้ๆ อย่างเป็นมิตร [ในฐานะที่เราร่วมมือกันเป็นครั้งแรก ข้าคิดว่าเราควรจะทำความรู้จักกันให้มากขึ้น ข้าคือมาสคอตประจำตัวของท่าน ชื่อเป่าเปา ที่แปลว่าของล้ำค่ายังไงล่ะ!]

“...”

[โฮสต์ หนทางแก้แค้นของเรายังอีกยาวไกลนัก] เจ้าเป่าเปากล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นมาเล็กน้อย [เพื่อการบรรลุเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ร่วมกัน มาสร้างสัมพันธ์อันดีด้วยการชมข้าทุกวันกันเถอะนะ!]

หยางจิ้งอวี่ได้แต่นั่งนิ่งอยู่บนเตียง นางค่อยๆ กรอกตาขึ้นฟ้าอย่างเหนื่อยใจ

นี่มันไม่ใช่ผู้ช่วย...

แต่เป็นภาระทางอารมณ์ชัดๆ!

หลายวันผ่านไปอย่างสงบสุขผิดปกติ

นับตั้งแต่วันที่ร่างกายฟื้นฟู หยางเสวี่ยอิงและหลานจิงก็ดูมีชีวิตชีวาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พวกนางช่วยกันทำความสะอาดเรือนจนดูน่าอยู่ขึ้นมาบ้าง

ส่วนหยางจิ้งอวี่นั้นยังคงเล่นละครเป็นคุณหนูสามผู้มีสติปัญญาฟื้นฟูขึ้นเพียงเล็กน้อยได้อย่างแนบเนียน นางมักจะนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างเป็นเวลานาน พูดจาตอบคำถามด้วยประโยคสั้นๆ ง่ายๆ แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าภายใต้ท่าทีที่เซื่องซึมนั้น สมองของนางกำลังวางแผนการที่ซับซ้อนอย่างไม่หยุดหย่อน

‘ยาของระบบช่วยฟื้นฟูร่างกายได้ก็จริง แต่ไม่อาจทำให้อิ่มท้องได้’ หยางจิ้งอวี่ครุ่นคิดในใจ ‘ทุกอย่างต้องเริ่มต้นจากเงินทุน’

. . .

ราตรีนั้นเงียบสงัด มีเพียงเสียงจิ้งหรีดที่กรีดร้องระงมมาจากพงหญ้านอกเรือน หยางเสวี่ยอิงกำลังนั่งปะชุนเสื้อผ้าเก่าๆ ของน้องสาวอยู่ใต้แสงตะเกียงริบหรี่ ส่วนหลานจิงก็กำลังจัดเก็บข้าวของที่กระจัดกระจายให้เข้าที่

ทันใดนั้นเอง ร่างของหยางจิ้งอวี่ที่นอนหลับอยู่บนเตียงก็ค่อยๆ ขยับลุกขึ้นนั่งช้าๆ เปลือกตาของนางยังคงปิดสนิท ท่วงท่าดูแข็งทื่อและแปลกประหลาด

“อาอวี่?” หยางเสวี่ยอิงเอ่ยเรียกเบาๆ ด้วยความประหลาดใจ “เจ้าตื่นแล้วหรือ? หิวน้ำหรือไม่?”

แต่จิ้งอวี่กลับไม่ตอบ นางลุกขึ้นยืนแล้วเริ่มก้าวเดินไปข้างหน้าช้าๆ ราวกับหุ่นกระบอกที่ถูกชักใย ดวงตาของนางเปิดขึ้นเพียงครึ่งหนึ่ง ดูเลื่อนลอยและไร้จุดหมาย

“คุณหนูสาม!” หลานจิงตกใจจนเผลอทำไม้กวาดหลุดจากมือ “ท่าน... ท่านจะไปที่ใดเจ้าคะ?!”

หยางเสวี่ยอิงรีบปราดเข้าไปประคองน้องสาวด้วยความเป็นห่วง “อาอวี่! เจ้าเป็นอะไรไป! ตื่นสิ!”

แต่ร่างของจิ้งอวี่กลับเดินต่อไปอย่างแน่วแน่ นางปัดมือของพี่สาวออกอย่างไม่ตั้งใจ พึมพำด้วยเสียงที่แผ่วเบาและละเมอราวกับคนในฝัน

“ท่านแม่... ท่านแม่...”

คำพูดนั้นทำให้หัวใจของหยางเสวี่ยอิงกระตุกวูบ ความกังวลแปรเปลี่ยนเป็นความสงสารจับใจ หรือว่าน้องสาวของนางจะละเมอเพราะความคิดถึงท่านแม่?

จิ้งอวี่เดินตรงไปยังมุมห้องที่มีหีบไม้การบูรเก่าคร่ำคร่าใบหนึ่งตั้งอยู่ มันคือหีบสินเดิมของมารดาที่แทบไม่มีของมีค่าใดๆ หลงเหลืออยู่แล้ว นางย่อกายลง เปิดฝาหีบที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดออกมา แล้วเริ่มรื้อค้นเสื้อผ้าเก่าๆ ที่อยู่ข้างในอย่างสะเปะสะปะ

“อาอวี่ เจ้าหาอะไรอยู่?” เสวี่ยอิงถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน พลางลูบหลังน้องสาวเบาๆ

จิ้งอวี่ไม่ตอบ นางยังคงรื้อค้นต่อไปราวกับถูกบางสิ่งบางอย่างนำทาง ในที่สุด นางก็ออกแรงผลักหีบไม้ทั้งใบให้ขยับไปด้านข้างเล็กน้อยด้วยท่าทีทุลักทุเล

กึก

เสียงบางอย่างดังขึ้นจากพื้นไม้ใต้หีบ หลานจิงที่ถือตะเกียงตามเข้ามาใกล้ๆ ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าแผ่นไม้กระดานแผ่นหนึ่งใต้ตำแหน่งที่หีบเคยตั้งอยู่นั้น มันเผยอขึ้นมาเล็กน้อย

อนึ่งเคล็ดวิชามืดใต้ตะเกียง โดยแท้ สถานที่ที่เห็นอยู่ทุกวัน กลับเป็นที่ที่ถูกมองข้ามมากที่สุด ไม่มีใครเคยคิดจะขยับหีบใบใหญ่นี้มาตลอดหลายปี

จังหวะนั้นเอง ร่างของจิ้งอวี่ก็พลันชะงักงันไป นางค่อยๆ กะพริบตาปริบๆ ราวกับเพิ่งตื่นจากภวังค์ นางมองไปรอบๆ ด้วยความสับสน ก่อนจะหันมามองพี่สาว

“เจี่ยเจีย... ข้า... ข้ามาทำอะไรที่นี่หรือเจ้าคะ?”

การแสดงอันสมบูรณ์แบบของนางทำให้หยางเสวี่ยอิงเชื่อสนิทใจว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการละเมอเท่านั้น

“ไม่เป็นไรแล้ว” นางปลอบ “เจ้าคงจะฝันถึงท่านแม่น่ะ”

แต่แล้วสายตาของนางก็พลันเหลือบไปเห็นแผ่นไม้ที่เผยอขึ้นนั้น ความอยากรู้อยากเห็นเข้าแทนที่ความกังวลในทันที

“หลานจิง ช่วยข้าแงะแผ่นไม้นี่ขึ้นมาที”

หลานจิงรีบวางตะเกียงลงแล้วใช้กิ่งไม้เล็กๆ สอดเข้าไปในร่องก่อนจะออกแรงงัดเพียงเล็กน้อย แผ่นไม้ก็เปิดออกอย่างง่ายดาย เผยให้เห็นโพรงสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่อยู่ข้างใต้ และในโพรงนั้นมีกล่องไม้ขนาดย่อมใบหนึ่งวางซ่อนอยู่

หัวใจของหยางเสวี่ยอิงเต้นระรัว นางค่อยๆ ยื่นมือที่สั่นเทาลงไปหยิบกล่องไม้นั้นขึ้นมา มันเป็นกล่องไม้จันทน์หอมที่เรียบง่ายแต่ประณีต เมื่อเปิดฝาออก กลิ่นหอมจางๆ ของดอกม่อลี่ซึ่งเป็นกลิ่นกายประจำตัวของมารดาก็ลอยขึ้นมาแตะจมูก

น้ำตาของนางรื้นขึ้นมาในทันทีเมื่อเห็นของต่างหน้าของมารดาผู้ล่วงลับ

ภายในกล่องบุด้วยผ้าไหมสีอ่อนอย่างดี มีของอยู่เพียงไม่กี่ชิ้น กำไลหยกขาวคู่หนึ่ง ตั๋วเงินจำนวนไม่มากนัก และปิ่นปักผมหยกขาวสลักอันหนึ่งที่งดงามที่สุดเท่าที่นางเคยเห็น

หลานจิงมองตาค้าง “นี่มัน... ทรัพย์สมบัติที่ฮูหยินเอกซ่อนเอาไว้หรือเจ้าคะ?!”

หยางเสวี่ยอิงไม่ได้ยินคำพูดของนางด้วยซ้ำ นางหยิบปิ่นปักผมหยกชิ้นนั้นขึ้นมาอย่างทะนุถนอม ความทรงจำในวัยเด็กพลันย้อนกลับมาชัดเจน

“นี่คือของขวัญที่ท่านพ่อมอบให้ท่านแม่ ข้าจำได้”

ขณะที่พี่สาวกำลังจมอยู่ในห้วงแห่งความหลัง หยางจิ้งอวี่กลับจ้องมองของในกล่องด้วยสายตาที่แตกต่างออกไป

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คุณหนูสามผู้มีสติปัญญาไม่สมประกอบ   บทพิเศษที่ ๑๑๐ ชำระล้างราชสำนัก – จบบริบูรณ์

    แสงอรุโณทัยสีทองคำสาดทอทะลุม่านเมฆครึ้ม ขับไล่พายุหิมะแห่งเหมันตฤดูที่บ้าคลั่งมาตลอดราตรีให้สงบลง ลานไท่เหอที่เคยขาวโพลนถูกย้อมด้วยโลหิตสีชาดจนกลายเป็นพรมแดงฉานตัดกับบันไดหยกขาว หยางเทียนเจ๋อยืนตระหง่านอยู่บนจุดสูงสุดของแผ่นดิน ท่ามกลางเสียงกู่ร้องถวายพระพรของกองทัพเฟยหลง’ที่ดังกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งเมืองหลวงจิงเฉิงชายหนุ่มหลุบตลงมองศีรษะของเจิ้งรุ่ยที่ยังคงเบิกตากว้างด้วยความหวาดผวาก่อนสิ้นลม นัยน์ตาสีรัตติกาลของมังกรหนุ่มสงบนิ่งไร้ระลอกคลื่น ไร้ซึ่งความปีติยินดี มีเพียงความโล่งใจที่ภาระอันหนักอึ้งตลอดสิบปีได้ถูกปลดเปลื้อง เขายื่นศีรษะอันไร้ค่าของอดีตทรราชส่งให้แก่หลงเหว่ย แม่ทัพใหญ่ที่คุกเข่ารอรับบัญชาอยู่เบื้องล่าง“นำหัวของมันไปเสียบประจานไว้เหนือเสวียนอู่เหมิน ปล่อยให้แร้งกาจิกกินเป็นอาหาร เพื่อเป็นเยี่ยงอย่างแก่ผู้ที่คิดคดทรยศต่อแผ่นดินต้าเจิ้ง” สุรเสียงทุ้มต่ำดังกังวานก้อง เปี่ยมไปด้วยพระราชอำนาจ “ส่วนศพของทหารอวี้หลินและองครักษ์เงาที่ยอมจำนน จงปลดอาวุธและคุมขังไว้ก่อน รอการไต่สวน ห้ามผู้ใดเข่นฆ่าเชลยศึกหรือปล้นชิงทรัพย์สินของราษฎรเด็ดขาด ผู้ใดฝ่าฝืนกฎอัยการศึก ตัด

  • คุณหนูสามผู้มีสติปัญญาไม่สมประกอบ   บทพิเศษที่ ๑๐๙ ทะลวงกำแพงเสวียนอู่ – ๒

    ทันทีที่รุ่ยอ๋องก้าวมายืนอยู่บนลานระเบียง บานประตูมังกรหน้าพระราชวังก็ถูกเครื่องกระทุ้งไม้ซุงขนาดใหญ่กระแทกจนพังครืนลงมา เสียงโห่ร้องของกองทัพเฟยหลงดังกึกก้อง ทหารชุดเกราะสีดำทะลักเข้ามาจัดกระบวนทัพปิดล้อมลานไท่เหอไว้อย่างมิดชิด ไร้ซึ่งทางหนีทีไล่ท่ามกลางกองทัพที่แหวกทางออกเป็นสองฝั่ง บุรุษหนุ่มบนหลังอาชาสีนิลควบเหยาะย่างเข้ามาอย่างสง่างาม หยางเทียนเจ๋อในชุดเกราะเกล็ดมังกรเปื้อนโลหิต นัยน์ตาสีรัตติกาลทอดมองผู้เป็นอาแท้ๆ ด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ทว่าแฝงไปด้วยความรังเกียจชิงชังอย่างลึกซึ้ง“เจิ้งรุ่ย หมากกระดานนี้เจ้าถูกรุกฆาตแล้ว” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ราบเรียบแต่ดังกังวานก้องสะท้อนไปทั่วลานกว้าง “ยอมจำนนเสียเถิด แล้วข้าจะมอบความตายที่รวดเร็วให้แก่เจ้า”“สามหาว! ไอ้เด็กเมื่อวานซืน!” รุ่ยอ๋องชี้กระบี่สั่นระริกไปทางหลานชาย “เจ้าคิดว่ามีกองทัพสวะพวกนี้แล้วจะสถาปนาตนเป็นฮ่องเต้ได้กระนั้นรึ! ในสายตาของราชสำนัก เจ้ามันก็แค่กบฏที่ปลงพระชนม์ฮ่องเต้น้อยเพื่อชิงบัลลังก์!”“ฮ่องเต้น้อยยังคงปลอดภัยดี และกำลังได้รับการดูแลจากหมอเทวดา” หยางเทียนเจ๋อแค่นเสียงหัวเราะเย้ยหยัน “เลิกใช้ทารกไร้เดียงสาเป็น

  • คุณหนูสามผู้มีสติปัญญาไม่สมประกอบ   บทพิเศษที่ ๑๐๙ ทะลวงกำแพงเสวียนอู่ – ๑

    บานประตูศิลาผสมเหล็กกล้าแห่งเสวียนอู่เหมินค่อยๆ เปิดอ้าออกกว้าง เสียงบานพับที่ฝืดเคืองจากการถูกปิดตายมาเนิ่นนานกรีดร้องดังกังวานแข่งกับเสียงพายุเหมันต์ที่กำลังโหมกระหน่ำ ทันทีที่ช่องว่างเปิดกว้างพอ กองทัพเฟยหลงนับหกหมื่นนายก็หลั่งไหลทะลักเข้าไปประดุจทำนบกั้นน้ำที่แตกซ่าน กระแสน้ำสีนิลอันเกิดจากชุดเกราะทะลวงฟันกวาดล้างทุกสิ่งพินาศราบเป็นหน้ากลอง“ฆ่ามัน! ล้างบางสุนัขรับใช้ของกบฏให้สิ้นซาก!”หลงเหว่ย แม่ทัพใหญ่แห่งเฟยหลงแผดเสียงกึกก้อง ทวนยาวในมือตวัดกวัดแกว่งดั่งมังกรสะบัดหาง เพียงการฟาดฟันครั้งเดียว องครักษ์เสื้อแพรห้านายก็ลอยกระเด็นไปกระแทกกำแพงเมืองจนกระอักโลหิตความโกลาหลบังเกิดขึ้นในชั่วพริบตา กองกำลังอวี้หลินแปดหมื่นนายที่ถูกเกณฑ์มาตรึงกำลัง ต่างลนลานทำสิ่งใดไม่ถูก พวกมันเชื่อมั่นในค่ายกลจิ่วกงลวงวิญญาณ และระเบิดใต้ดินจนละเลยการตั้งค่ายกลตั้งรับ เมื่อความตายมาเยือนถึงหน้าประตูโดยไร้เสียงระเบิด ขวัญกำลังใจที่เคยมีก็แตกกระเจิงบนระเบียงหอคอยบัญชาการ หยางเทียนเจ๋อทอดสายตามองเปลวเพลิงและการนองเลือดเบื้องล่างด้วยนัยน์ตาสีรัตติกาลอันลึกล้ำยากจะหยั่งถึง เขากระชับอ้อมกอดที่อุ้มร่างเล็กจ้

  • คุณหนูสามผู้มีสติปัญญาไม่สมประกอบ   บทพิเศษที่ ๑๐๘ มุดบาดาลทะลวงเสวียนอู่ – ๒

    รอบระเบียงมีองครักษ์เสื้อแพรยอดฝีมือสิบนายยืนคุ้มกันอย่างแน่นหนา อาวุธครบมือ นัยน์ตาดุดันคอยจับจ้องมองความเคลื่อนไหวทั้งเบื้องล่างและเบื้องบน“สวรรค์! พวกมันทำกับทารกตัวแค่นี้ได้อย่างไร!” หลี่เม่ยหลินยกมือขึ้นปิดปาก นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างด้วยความโกรธแค้นและสงสารจับใจ “หากปล่อยไว้อีกเพียงครึ่งชั่วยาม ฮ่องเต้น้อยต้องสิ้นลมเพราะความหนาวเป็นแน่ อาเจ๋อ!”“พวกมันรนหาที่ตายเอง” น้ำเสียงของหยางเทียนเจ๋อเยือกเย็นจนน่าสะพรึงกลัว รังสีอำมหิตของราชินีนักฆ่าผู้เป็นมารดาได้ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์ เขาหันไปส่งสัญญาณมือให้เงาทั้งสาม “พวกเจ้าสามคนโจมตีประสานจากเพดานและหน้าต่างฝั่งขวา ดึงความสนใจของพวกมัน ข้าจะจัดการที่เหลือเอง”“พ่ะย่ะค่ะ!”สิ้นคำสั่ง เงาทั้งสามพุ่งทะยานออกไป พวกมันถีบหน้าต่างฉลุลายจนแตกกระจาย พร้อมกับสาดซัดอ้านชี่ เข็มเงินอาบยาสลบเข้าใส่กลุ่มองครักษ์เสื้อแพรอย่างรวดเร็ว“มีผู้บุกรุก! คุ้มกันองค์ชาย อ๊าก!”องครักษ์นายหนึ่งตะโกนลั่น ทว่ายังไม่ทันสิ้นเสียง เข็มเงินก็ปักเข้าที่ซอกคอจนร่างทรุดฮวบลง ทหารที่เหลือรีบชักกระบี่ออกมารับมือกับเงาทั้งสามอย่างดุเดือด เสียงโลหะปะทะกันดังกึกก้อ

  • คุณหนูสามผู้มีสติปัญญาไม่สมประกอบ   บทพิเศษที่ ๑๐๘ มุดบาดาลทะลวงเสวียนอู่ – ๑

    ท้องฟ้าเหนือมหานครจิงเฉิงถูกฉาบด้วยสีหมึกทะมึน พายุหิมะยังคงโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง ทว่าเสียงคำรามของลมเหนือกลับถูกกลบด้วยเสียงกลองศึกจ้านกู่ที่ดังกึกก้องมาจากทิศอุดร กองทัพเฟยหลงหกหมื่นนายจุดคบเพลิงสว่างไสว เรียงรายตั้งค่ายประชิดหน้าประตูเสวียนอู่แสร้งทำเป็นจัดกระบวนทัพเตรียมบุกทะลวง ดึงดูดสายตาและความหวาดผวาของกองกำลังองครักษ์เสื้อแพรแปดหมื่นนายบนกำแพงเมืองให้จดจ่ออยู่แต่เพียงเบื้องหน้าทว่าท่ามกลางความโกลาหลลวงตานั้น ณ มุมอับใต้แนวกำแพงเมืองฝั่งตะวันออกที่มืดมิดและหนาวเหน็บจนน้ำในคูเมืองจับตัวเป็นแผ่นน้ำแข็ง เงาดำสิบสองสายในชุดเยี่ยสิงอีแนบเนื้อกำลังซุ่มซ่อนตัวอยู่หลังโขดหินอย่างเงียบเชียบ“อาเจ๋อ กลืนหว่านอวิ๋นตันลงไปเถิด ยานี้จะช่วยรักษาไออุ่นในจุดตันเถียน มิให้ความเย็นเยียบของสายน้ำกลืนกินลมปราณของพวกเจ้า” หลี่เม่ยหลินกระซิบเสียงแผ่วเบาแข่งกับเสียงกลองศึก นางส่งเม็ดยาสีชาดที่แผ่กลิ่นสมุนไพรฤทธิ์ร้อนให้แก่หยางเทียนเจ๋อและเหล่าหน่วยข่าวกรองเงาเหยี่ยวหยางเทียนเจ๋อรับยามากลืนลงคอโดยไม่ลังเล สัมผัสได้ถึงกระแสความร้อนที่ไหลเวียนวาบไปทั่วสรรพางค์กาย เขากระชับสายคาดเอวที่เหน็บมีดสั้นให

  • คุณหนูสามผู้มีสติปัญญาไม่สมประกอบ   บทพิเศษที่ ๑๐๗ กลซ้อนกลลวงจิ่วกง – ๒

    “แต่ถ้าเราไม่บุกเจิ้งรุ่ยก็จะได้ใจ และข้ออ้างในการทวงคืนความยุติธรรมขององค์รัชทายาทก็จะถูกทำลายป่นปี้พ่ะย่ะค่ะ” หลงเหว่ยโต้แย้งอย่างร้อนรน “เราต้องหาวิธีลอบเข้าไปตัดชนวนระเบิด หรือไม่ก็ส่งหน่วยกล้าตายลุยฝ่าเข้าไป”“หน่วยกล้าตายงั้นรึ? เจ้าจะให้พี่น้องของเรากี่พันกี่หมื่นคนวิ่งเข้าไปเหยียบกับระเบิด!” หยางเทียนเจ๋อตวาดกลับเสียงกร้าว ทำเอาหลงเหว่ยรีบค้อมศีรษะลงทันที “กองทัพเฟยหลงคือครอบครัวของมารดาข้า หาใช่เบี้ยใช้แล้วทิ้งเยี่ยงเดรัจฉานพวกนั้น ข้าจะไม่ยอมเสียเลือดเนื้อพี่น้องแม้แต่หยดเดียวในค่ายกลบัดซบนั่น!”ความเงียบเข้าปกคลุมขบวนทัพ มีเพียงเสียงลมเหนือที่พัดผ่าน สมองของหยางเทียนเจ๋อประมวลผลอย่างรวดเร็ว ภาพทรงจำในวัยเยาว์ คำสอนของหยางจิ้งอวี่ อดีตฮองเฮาผู้เป็นมารดาผุดขึ้นมาในห้วงความคิดอย่างแจ่มชัด‘อาเจ๋อ จิงเฉิงคือป้อมปราการเหล็กกล้าก็จริง ทว่าสถาปัตยกรรมทุกชิ้นย่อมมีช่องโหว่ ใต้ประตูเสวียนอู่มีประตูนํ้าลับที่เชื่อมต่อกับคูเมืองเบื้องล่าง เส้นทางนั้นคือทางหนีฉุกเฉินที่เสด็จพ่อของเจ้าแอบสร้างไว้ ผู้ล่วงรู้มีเพียงข้าและพระองค์เท่านั้น’มุมปากของชายหนุ่มค่อยๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที

  • คุณหนูสามผู้มีสติปัญญาไม่สมประกอบ   บทที่ ๒๘ วินิจฉัย – ๑

    บรรยากาศพลันเงียบสงัดลงไปชั่วขณะ ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยเสียงกระซิบกระซาบที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น “สวรรค์ แม้แต่ท่านหมอหวังก็ยังไม่รู้จัก” “น่ากลัวเกินไปแล้ว ดูสภาพของพวกนางสิ ไม่ต่างอะไรจากศพเดินได้” “นี่มันต้องเป็นคำสาปแน่ๆ” หยางกั๋วกงหน้าซีดเผือด “ว่าอย่างไรนะ! แม้แต่ท่านก็ไม่รู้งั้นรึ!” เขาตวา

    last updateLast Updated : 2026-03-20
  • คุณหนูสามผู้มีสติปัญญาไม่สมประกอบ   บทที่ ๒๒.๑ วิญญาณฮูหยินเอก – ๒

    ณ โรงครัวใหญ่ของจวนสกุลหยางในยามวิกาล หลังจากที่เจ้านายทุกเรือนต่างเข้านอนกันหมดแล้ว เหล่าบ่าวรับใช้ที่ทำงานกะดึกกำลังนั่งล้อมวงกันเพื่อพักเหนื่อย บรรยากาศที่ควรจะเงียบสงบกลับอบอวลไปด้วยความหวาดหวั่นอย่างประหลาด “พวกเจ้าได้ยินเรื่องที่คุณหนูสี่เจอมาหรือไม่?” บ่าวหญิงคนหนึ่งเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ “

    last updateLast Updated : 2026-03-19
  • คุณหนูสามผู้มีสติปัญญาไม่สมประกอบ   บทที่ ๒๐ ยาพิษในชุด – ๑

    ข่าวการจัดงานเลี้ยงชมดอกจู๋ฮวาที่พระตำหนักขององค์หญิงฉางเล่อได้แพร่สะพัดไปทั่วจวนขุนนางในเมืองหลวง งานสังคมที่สำคัญที่สุดในช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง เป็นโอกาสอันดีที่เหล่าคุณหนูสูงศักดิ์จะได้แสดงความสามารถและรูปโฉมของตนเองเพื่อหมายปองการหมั้นหมายที่ดี แน่นอนว่าคุณหนูใหญ่หยางซูหนิงและมารดาของนาง ฮูหยินเอ

    last updateLast Updated : 2026-03-19
  • คุณหนูสามผู้มีสติปัญญาไม่สมประกอบ   บทที่ ๒๑ พี่น้องร่วมชะตา – ๑

    อีกเพียงสองวันเท่านั้นจะถึงวันงานเลี้ยงชมดอกจู๋ฮวาขององค์หญิงฉางเล่อ บรรยากาศในเรือนช่วงสองสามวันที่ผ่านมาจึงอบอวลไปด้วยความสุขและความคาดหวังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน โดยเฉพาะหยางเสวี่ยอิง นางดูมีชีวิตชีวาเป็นพิเศษ นางบรรจงนำชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนอันเป็นของดูต่างหน้าของมารดาออกมาผึ่งลมอย่างทะนุถนอม นิ้

    last updateLast Updated : 2026-03-19
More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status