Home / รักโบราณ / คุณหนูสี่ /  10 สอนไม่ได้

Share

 10 สอนไม่ได้

last update publish date: 2026-09-23 13:47:26

 10

สอนไม่ได้

ยามเช้าอันเงียบสงบในจวนแม่ทัพหยาง บ่าวไพร่หลายนายกำลังช่วยกันแบกหีบตำราและพิณโบราณมุ่งหน้าสู่เรือนท้ายจวน หลินฟูเหรินยังคงมีความคิดอยากขัดเกลาก้อนหินที่หยาบกระด้างอย่างซูซินให้กลายเป็นหยกงามล้ำค่า นางจึงทุ่มเงินจ้างอาจารย์ซ่ง อาจารย์หญิงผู้มีชื่อเสียงในการสอนกุลสตรีจากสถานศึกษาที่มีชื่อในเมืองหลวงมาให้ซูซิน

การเรียนการสอนวันแรกเริ่มต้นขึ้นภายในห้องโถงเล็กของเรือนท้ายจวน ซูซินนั่งตัวตรง  เบื้องหน้ามีพิณเจ็ดสายวางอยู่ แววตาของนางเรียบเฉยจนยากจะคาดเดาอารมณ์ อาจารย์ซ่งเริ่มร่ายยาวถึงจารีตของกุลสตรีและพื้นฐานการดีดพิณ ทว่าทุกครั้งที่ซูซินขยับปลายนิ้วหรือตั้งคำถามเพียงสั้นๆ อาจารย์หญิงจะแสดงสีหน้าไม่พอใจออกมา

เมื่อตะวันตรงศีรษะ การเรียนการสอนรอบเช้าจบลง อาจารย์ซ่งรีบจัดแจงเสื้อผ้าแล้วมุ่งหน้าไปที่เรือนหลักทันที หลินฟูเหรินที่นั่งรอฟังผลการเรียนของบุตรสาวอยู่จึงรีบเอ่ยถามด้วยความคาดหวัง

"วันแรกเป็นอย่างไรบ้างอาจารย์หญิง ซูซินนางมีความก้าวหน้าบ้างหรือไม่"

หลินฟูเหรินถามพลางรินน้ำชาส่งให้ด้วยท่าทางให้เกียรติ  อาจารย์ซ่งรับถ้วยน้ำชามาถือไว้ ทว่ากลับจงใจไม่จิบเลยสักอึก มือที่ถือถ้วยชาอยู่สั่นระริกเล็กน้อย นางแสร้งทำเป็นถอนหายใจยาวพลางตีสีหน้าลำบากใจและจนปัญญา

"ข้าน้อยทำงานรับใช้ตระกูลขุนนางมานาน ไม่เคยพบเจอคุณหนูบ้านใดที่มีนิสัยแข็งกร้าวและไร้สัมมาคารวะเท่าคุณหนูสี่มาก่อนเลยเจ้าค่ะ  ขออภัยหยางฮูหยินที่ต้องพูดตรงเกินไป"

อาจารย์ซ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ นางจงใจใช้น้ำคำที่สั่นเครือเพื่อดึงดูดความสงสารจากคนฟัง  เหรินฟูเหรินจะได้คิดว่าไม่ใช่นางที่ไร้ความสามารถแต่เป็นหยางซูซินต่างหากที่หยาบเกินจะนำมาขัดเกลา

"นางทำสิ่งใดให้อาจารย์หญิงไม่พอใจงั้นหรือ"

หลินฟูเหรินขมวดคิ้วถามด้วยความรู้สึกผิดหวัง  ลึกๆ แล้วนางหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ฟังถ้อยคำที่ดีกว่านี้  หวังอยากเห็นพัฒนาการของบุตรสาวรุดหน้าขึ้นมาบ้าง  แม้จะแค่สักหนึ่งขั้นก็ยังดี

"คุณหนูสี่นางหาได้ตั้งใจเรียนไม่  เมื่อข้าน้อยพยายามสั่งสอนเรื่องการวางมือบนสายพิณ  นางกลับมองข้าน้อยด้วยสายตาดูแคลน ซ้ำร้ายยังเอ่ยคำพูดที่ทำร้ายจิตใจข้าอย่างรุนแรง จนข้าน้อยแทบไม่มีหน้าจะยืนสอนนางต่อหน้าได้อีก"

อาจารย์ซ่งเริ่มร่ายกลอุบายที่ตกลงไว้กับซินเหยา นางใช้แขนเสื้อซับหางตาที่แห้งผาก  พอได้ยินแบบนั้นหลินฟูเหรินก็หน้าถอดสีทันที  สองวันที่ผ่านมานางรู้ว่าลูกสาวมีนิสัยยอมหักไม่ยอมงอ  แต่คิดไม่ถึงว่าซูซินจะเสียมารยาทกับคนนอกโดยที่ไม่ไว้หน้าพ่อกับแม่เลยสักนิด

"นางพูดว่าอย่างไรอีก บอกข้ามาตามตรงเถิด"

“จะดีหรือเจ้าคะหยางฮูหยิน”

“รีบบอกมาเถิด”

หลินฟูเหรินสั่งด้วยน้ำเสียงที่เริ่มแข็งกระด้างขึ้น ไฟโทสะที่มีต่อบุตรสาวในไส้เริ่มลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง

"นางบอกว่าความสามารถของข้าน้อยนั้นไม่ถึงขั้นที่จะไปอบรมสั่งสอนนางเจ้าค่ะ บอกว่าคนที่มีฝีเพียงเท่านี้ไม่สมควรจะมาเป็นอาจารย์สอนนาง นางบอกว่าแม้แต่นักดนตรีพเนจรในชนบทที่นางเคยเห็นยังมีฝีมือสูงส่งกว่าข้าน้อยเสียอีก การที่หยางฮูหยินจ้างข้ามาก็เท่ากับเป็นการดูหมิ่นสติปัญญาของนาง"

อาจารย์หญิงโป้ปดคำโต  จงใจปั้นแต่งคำพูดที่รู้ดีว่าจะทิ่มแทงหัวใจของหลินฟูเหรินได้ลึกที่สุด นั่นคือการกล่าวอ้างว่าซูซินดูถูกการตัดสินใจของผู้เป็นมารดาและดูแคลนอาจารย์ที่อุตส่าห์ว่าจ้างมาให้อบรมบ่มนิสัย

"นางกล้าพูดเช่นนั้นเชียวหรือ!"

หลินฟูเหรินตบโต๊ะเสียงดังปัง ความโกรธปะทุขึ้นจนใบหน้าที่เคยงดงามแข็งค้าง นางไม่ได้เฉลียวใจสักนิดว่าคนอย่างซูซินที่พูดน้อยและเย็นชาเพียงนั้น จะยอมเสียเวลาเอ่ยประโยคที่ยืดยาวและไร้สาระเช่นนั้นออกมาหรือไม่ นางเพียงแต่เชื่อในสิ่งที่ตนเองอยากจะเชื่อ นั่นคือซูซินเป็นเด็กป่าเถื่อนที่ไม่กตัญญูไม่รู้ความ

"ไม่เพียงเท่านั้นเจ้าค่ะ เมื่อข้าน้อยตำหนินางเรื่องกิริยาที่ไม่อ่อนน้อม นางกลับเชิดหน้าแล้วเดินออกจากห้องไปเฉยๆ ทิ้งให้อาจารย์อย่างข้าน้อยต้องนั่งอยู่ลำพัง หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ข้าน้อยเกรงว่าจะไม่สามารถสั่งสอนคุณหนูสี่ให้เป็นผู้เป็นคนได้เลย  เป็นเพราะข้าน้อยเองที่ไร้ความสามารถ  ข้าน้อยทำผิดต่อความแม่ตาของหยางฮูหยินแล้ว"

หลินฟูเหรินอึ้งจนพูดไม่ออกไปพักใหญ่  ดวงตาของนางแดงก่ำเพราะรู้สึกผิดหวังในตัวซูซินอย่างรุนแรง  ในฐานะบุตรนางไม่เคารพมารดา  ในฐานะศิษย์นางก็ไม่เคารพอาจารย์อีก  ตกลงแล้วในโลกนี้ซูซินเคารพใครบ้าง!  ช่างเป็นเด็กหัวแข็งที่อบรมสั่งสอนไม่ได้เลยจริงๆ

"นางไปอยู่บ้านนอกมานาน ข้าอุตส่าห์หาทางช่วยเหลือนางเพื่อให้มีที่ยืนในเมืองหลวง แต่นางกลับทำลายน้ำใจข้าด้วยกิริยาต่ำทรามเช่นนี้หรือ..."

หลินฟูเหรินถอนหายใจแรงๆ  คิดว่าความใจดีที่นางพยายามมอบให้นั้นสูญเปล่าสิ้นดี  ซูซินช่างเป็นเด็กที่ใจคอคับแคบและดื้อรั้นเกินเยียวยา

"ฮูหยินเจ้าคะ หากจะดัดไม้ที่แก่จัดเช่นนี้ เห็นทีจะใช้เพียงคำพูดคงไม่อาจเปลี่ยนนิสัยได้ ข้าน้อยลำบากใจเหลือเกินที่จะต้องดำเนินการสอนต่อในวันพรุ่งนี้"

อาจารย์ซ่งทิ้งท้ายด้วยท่าทางที่ทำท่าจะถอนตัว เพื่อบีบให้หลินฟูเหรินเป็นคนมอบอำนาจเด็ดขาดให้แก่นาง

"ไม่ได้นะ!  อาจารย์หญิงท่านต้องสอนนางต่อไป  ถึงแม้นางจะแข็งกระด้างไปบ้างแต่จริงๆ แล้วนางเป็นคนหัวดีใช้ได้เลยทีเดียว  ข้ามอบอำนาจให้ท่านอย่างเต็มที่  หากนางไม่เชื่อฟังหรือกระทำตัวโอหังอวดดีอีก ท่านสามารถลงโทษนางได้ตามสมควรในฐานะศิษย์ที่ไม่เชื่อฟังอาจารย์ ข้าจะถือว่าเป็นความเมตตาของท่านที่ช่วยดัดนิสัยนาง"

หลินฟูเหรินกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แต่ไม่ได้นึกเฉลียวใจเลยว่าการอนุญาตให้อาจารย์ซงใช้กำลังลงโทษซูซินนั้น จะกลายเป็นการเปิดทางให้คนนอกกระทำรุนแรงต่อลูกสาวของตนเอง

"ถ้าฮูหยินอนุญาตเช่นนั้น ข้าน้อยก็จะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อดัดนิสัยคุณหนูสี่ให้ดีขึ้นเจ้าค่ะ"

อาจารย์ซ่งรับคำ  ก่อนจะลอบส่งยิ้มให้ซินเหยาซึ่งยืนพัดวีให้หลินฟูเหรินอยู่ข้างๆ  หลังจากอาจารย์ซ่งเดินออกไปแล้วหลินฟูเหรินนั่งกุมขมับอย่างอ่อนแรง  นางรู้สึกผิดหวังในตัวซูซินเป็นอย่างมาก  และคิดว่าถ้าหากเห็นท่าทางโอหังของลูกสาวกับตาตัวเองจริงๆ  กลัวเหลือเกินว่าตนจะระงับอารมณ์โกรธไว้ไม่อยู่  และสุดท้ายก็ต้องลงเอยด้วยการมีปากเสียงกันเหมือนทุกครั้ง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คุณหนูสี่   ตอนพิเศษ 2

    ตอนพิเศษ 2สองเดือนก่อนหน้า ณ เมืองหลวงแห่งแคว้นฉี หยางหยุนวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้องโถงใหญ่ด้วยความรวดเร็ว ใบหน้าคมคายตื่นเต้นดีใจเป็นอย่างมาก เขากวาดมองหามารดาไปทั่วห้อง จนเห็นว่ามารดากำลังอยู่ที่มุมหนึ่ง“ท่านแม่ ท่านแม่ขอรับ!”หลินฟูเหรินที่กำลังนั่งปักผ้าอยู่วางของในมือลงแล้วเงยหน้าขึ้นมองบุตรชายคนโตด้วยความสงสัย“มีเรื่องอันใดกันหยางหยุน”“ข้าได้ข่าวว่าอีกสามวันข้างหน้าจะมีผู้ได้รับมอบหมายทำหน้าที่อัญเชิญราชโองการเดินทางไปยังชายแดนใต้เพื่อมอบให้แก่องค์ชายเจ็ดขอรับ”หยางหยุนรีบกล่าวด้วยความตื่นเต้น ทันทีที่ได้ยินว่าจะมีคนเดินทางไปชายแดนใต้ ภาพของซูซินก็ผุดขึ้นมาในหัว หลินฟูเหรินดีใจจนน้ำตาคลอเบ้า นางเอ่ยออกมาด้วยความตื้นตันใจ“จริงหรือ ดีเหลือเกิน เช่นนั้นแม่จะรีบเขียนจดหมายฝากไปให้เจ้าสี่”บนโต๊ะเขียนหนังสือ หลินฟูเหรินบรรจงจรดพู่กันลงบนกระดาษ หยาดน้ำตาแห่งความสำนึกผิดหยดลงบนกระดาษจนหมึกซึมเลือนไปหลายตัวอักษร นางบรรยายความรู้สึกทั้งหมดลงในจดหมายด้วยมืออันสั่นเทา ภาพในอดีตที่ผ่านมาหวนกลับคืนเป็นฉากๆถึง...เจ้าสี่ตลอดเวลาที่ผ่านมา นับตั้งแต่วันที่เจ้าก้าวเท้าออกจากจวนตระกูลหยางไ

  • คุณหนูสี่   ตอนพิเศษ 1

    ตอนพิเศษ 1เป็นช่วงสายของฤดูเหมันต์ ลมหนาวพัดเอาไอเย็นมาเยือนชายแดนใต้ ที่ลานหน้าจวนเด็กน้อยทั้งสามคนกำลังสนุกสนานกับการเล่นลูกข่างอย่างเพลิดเพลิน มู่หรงและหมิงรุ่ยต่างแสดงฝีมือหมุนลูกข่างด้วยความคล่องแคล่ว ลูกข่างหมุนติ้วๆ ทรงตัวอยู่บนพื้นหินได้อย่างยาวนาน ส่วนหลิงหลิงเด็กหญิงตัวน้อยกลับไม่ถนัดเอาเสียเลย ไม่ว่านางจะพยายามตวัดข้อมือปล่อยลูกข่างออกไปสักกี่รอบ เจ้าลูกข่างเจ้ากรรมก็หมุนเคว้งคว้างอยู่ได้เพียงครู่เดียว ก่อนจะกลิ้งหลุนๆ แล้วแน่นิ่งอยู่กับพื้นราวกับปลาตาย ภาพนั้นทำให้หมิงรุ่ยที่ยืนมองอยู่ชอบใจเป็นอย่างยิ่ง แถมยังไม่ลืมที่จะเอ่ยทับถมกันตามประสาเด็ก“ฮ่าๆ ฝีมือแค่นี้ยังกล้ามาแข่งกับพวกเราอีก พี่หลิงหลิงนี่ไม่เอาไหนเลยจริงๆ”“เชอะ! ไม่ต้องมาหัวเราะเยาะข้าเลยนะ ข้าไม่เล่นกับพวกเจ้าแล้ว พวกเจ้าขี้โกง”หลิงหลิงทำแก้มป่องด้วยความขัดใจ ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้ววิ่งเข้าเรือนพักสาวใช้ไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเข้ามาในห้องที่เงียบและอบอุ่นกว่าด้านนอก นางก็ทิ้งตัวซุกอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนานุ่มบนฝูกนอน ทว่านอนกลิ้งไปกลิ้งมาได้เพียงครู่เดียว ความซุกซนตามวัยก็เริ่มก็ทำให้นางรู้สึกเบื่อหน่ายเด็กหญิง

  • คุณหนูสี่   101 จางหายไปตามกาลเวลา

    101จางหายไปตามกาลเวลาเมื่อไม่มีตัวช่วยแล้ว ฉู่อี้ซินจึงสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งเคาะประตู หลังจากได้ยินเสียงตอบรับของผู้ที่อยู่ข้างใน นางจึงผลักประตูเข้าไปเบาๆ กู้หรานจือที่กำลังจดรายการผลประกอบการจากการค้าประจำปีอยู่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง พอผู้มาเยือนวางชามรังนกลง เขาก็ทิ้งสายตาไปที่ชามรังนกเพียงแวบเดียว ก่อนจะเบนสายตากลับไปให้ความสนใจกับเนื้อหาในสมุดบัญชีต่อ“ข้าเคยบอกว่าชอบกินแบบที่ยังอุ่นๆ ลั่วซีเจ้าช่วยเอาไปอุ่นใหม่ให้ข้าที”“ได้ ข้าจะเอาไปอุ่นให้ใหม่เดี๋ยวนี้”เมื่อได้ยินเสียงที่ต่างจากที่คิด เขารีบเงยหน้าขึ้นมอง คนที่ยกรังนกมาให้ไม่ใช่ลั่วซีแต่เป็นฉู่อี้ซิน จึงทำให้กู้หรานจือประหลาดใจมากทีเดียว ดวงตาของเขาเผลอหรี่มองนางโดยไม่ตั้งใจ แต่เมื่อรู้ตัวว่ากำลังจ้องมองนางเหมือนกำลังจับผิด ก็เลยเปลี่ยนเป็นก้มหน้ามองตัวอักษรในกระดาษแทน แล้วถามขึ้นโดยที่ไม่มองหน้า“ลั่วซีไปไหน นางกล้าใช้เจ้าให้ยกรังนกมาให้ข้าด้วยหรือ เดี๋ยววันหลังข้าจะอบรมนางใหม่”ฉู่อี้ซินกะพริบตาปริบๆ เม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะเอ่ยบอก “เป็นข้าที่ตั้งใจจะใช้นาง แต่นางบอกว่ามีงานหลายอย่างต้องทำ ข้าก็เลยยกเข้ามาเ

  • คุณหนูสี่   100 ไม่เจอหน้ากันนาน

    100ไม่เจอหน้ากันนานเวลาผ่านไปได้เดือนเศษ ซูซินพอจะมีเวลาว่างจึงแวะไปเยี่ยมเยียนฉู่อี้ซินที่จวนตระกูลกู้อีกครั้ง จวนหลังใหญ่ดูเงียบสงบและเป็นระเบียบเรียบร้อย ทว่ากลับเงียบเหงาจนดูห่างเหิน ในครานี้ทั้งฉู่อี้ซินและกู้หรานจือต่างก็อยู่ในจวนด้วยกันทั้งคู่ แต่ทว่าการใช้ชีวิตของพวกเขาเหมือนคนแปลกหน้า กู้หรานจือมักจะอยู่แต่ภายในห้องหนังสือ ราวกับต้องการหลบเลี่ยงฉู่อี้ซินเพื่อทำให้นางสบายใจมากขึ้น ในขณะที่ฉู่อี้ซินก็เอาแต่เก็บตัวเงียบอยู่แต่ภายในเรือนเช่นกัน น้อยครั้งนักที่นางจะเดินผ่านหรือย่างกรายเข้าไปใกล้บริเวณเรือนฝั่งที่กู้หรานจืออยู่ แม้ว่าทั้งสองคนจะมีสถานะเป็นสามีภรรยากันก็ตาม แต่ความสัมพันธ์กลับเหมือนคนแปลกหน้าเข้าไปทุกทีหลังจากที่ซูซินเข้ามาในจวน สาวใช้คนเดิมที่เคยออกมาต้อนรับนางคราวก่อนก็เดินออกมานำทางพาไปหาฉู่อี้ซินเหมือนเคย หลังส่งเสร็จแล้วสาวใช้ก็เดินออกมาทันทีโดยไม่ต้องเอ่ยไล่ เมื่อฉู่อี้ซินเห็นซูซินก็ยิ้มแย้มด้วยความดีใจ“ไม่เจอหน้ากันนาน คิดว่าเจ้าโกรธข้าเรื่องนั้นแล้วเสียอีก ข้าดีใจนะที่เจ้ามาหา แต่ถึงไม่มาภายในวันสองวันนี้ข้าก็ตั้งใจจะไปหาเจ้าอยู่พอดี”ฉู่อี้ซินบอก ช่วงเด

  • คุณหนูสี่    99 คลาดกัน

    99คลาดกันในช่วงบ่ายวันนั้นเอง เสี่ยวฉิงที่เต็มไปด้วยโกรธและคับแค้นใจได้แอบให้บ่าวรับใช้นำจดหมายไปส่งให้ซูซิน โดยอ้างเหตุผลว่าคิดถึงและอยากนัดมานั่งจิบชาพูดคุยที่จวนตระกูลกู้ พอเช้าวันต่อมา ฉู่อี้ซินซึ่งได้รับจดหมายก็เดินทางมาเยี่ยมเยียนเสี่ยวฉิงทันที ทว่าก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าเนื้อตัวของเสี่ยวฉิงเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำน่ากลัว ภาพที่เห็นในตอนนั้นทำให้ฉู่อี้ซินเข้าใจว่านี่เป็นร่องรอยที่ถูกกู้หรานจือทุบตี นางคิดว่าเขาทำร้ายเสี่ยวฉิงอย่างเลือดเย็น ความรู้สึกระแวงและเคืองแค้นในตัวกู้หรานจือจึงเริ่มขึ้นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาหลังจากเหตุการณ์วันนั้น เสี่ยวฉิงก็เริ่มใช้วิธีการนี้บีบบังคับเขา นางจงใจปล่อยข่าวลือออกไปว่าตนเองล้มป่วยหนักจนลุกจากเตียงไม่ไหว แต่ความเป็นจริงแล้วมันหาใช่อาการเจ็บไข้ได้ป่วยไม่ ทุกครั้งที่กู้หรานจือแสดงท่าทีเย็นชา เมินเฉย หรือปฏิเสธที่จะใส่ใจนาง เสี่ยวฉิงก็จะใช้วิธีทำร้ายร่างกายตนเองเพื่อเรียกร้องความสนใจหนักขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งเวลาผ่านไป กู้หรานจือที่ต้องทนกับพฤติกรรมอันวิปริตของนางมาโดยตลอดก็เริ่มทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาเลิกที่จะห้ามปราม เลิกใส่ใจ และไม่ยินยอมที่จะทำตามข้อ

  • คุณหนูสี่   98 สหายรักอย่างนั้นหรือ

    98สหายรักอย่างนั้นหรือกู้หรานจือกัดฟันกรอดด้วยความเคียดแค้นชิงชัง ดวงตาแดงก่ำด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่ง เขาจ้องมองหน้าหญิงสาวด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ทั้งรังเกียจ ทั้งดูถูกดูแคลนว่านางช่างไร้ยางอายสิ้นดี“เจ้ากล้าทำเรื่องต่ำช้าเช่นนี้ลงได้อย่างไร อี้ซินนางเป็นสหายของเจ้านะ!”เมื่อได้ยินคำถามนี้ แววตาของเสี่ยวฉิงไม่สะทกสะท้านเลย นางกลับหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างขมขื่น“สหายรักอย่างนั้นหรือ ทั้งข้าและอี้ซินต่างก็เป็นเพียงแค่บุตรอนุด้วยกันทั้งคู่ แต่ถึงกระนั้น อี้ซินนางก็ยังเกิดมาในตระกูลขุนนางมีหน้ามีตาในสังคม เมื่อเทียบกับข้าแล้ว ตัวข้าดูต่ำต้อยกว่านางหลายเท่านัก! หากนางกับท่านคบหาดูใจกันไปถึงขั้นได้แต่งงานกันจริงๆ นั่นก็เท่ากับว่านางอยู่คนระดับชั้นกับข้าแล้ว นางจะได้เป็นฮูหยินจวนกู้ ส่วนข้าก็ยังต้องเป็นบุตรสาวพ่อค้าที่ต่ำต้อยกว่านางไปอีก! เพราะฉะนั้นแล้วข้าจะไม่มีวันยอม ที่ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้ ก็ถือเสียว่านางเสียสละท่านให้ข้าก็แล้วกัน! ในเมื่อเป็นสหายรักกันก็ให้กันได้อยู่แล้วมิใช่หรือ”เสี่ยวฉิงขยับกายเข้าไปใกล้ แววตาของนางคลั่งไคล้กู้หรานจือเป็นอย่างมาก“ตระ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status