Share

9 รู้สึกผิด

last update publish date: 2026-09-23 13:47:15

 9

รู้สึกผิด

หลินฟูเหรินลูบเส้นผมของซูซินอยู่ครู่หนึ่ง ถึงอย่างไรซูซินก็คือเลือดเนื้อเชื้อไขที่นางอุ้มท้องมาเก้าเดือน สายใยแม่ลูกที่เชื่อมโยงกันย่อมไม่อาจตัดขาดได้โดยง่าย แม้ในใจจะมีความลำเอียงรักใคร่ซินเหยามากกว่าเพียงใด  ความเป็นแม่ก็ทำให้หัวใจของหลินฟูเหรินสั่นคลอนอยู่ไม่น้อย

“วันนี้แม่จะให้คนจัดเตรียมอาหารมื้อค่ำมาส่งให้ที่นี่ เจ้าก็พักผ่อนให้มากเถิด”

นางกล่าวทิ้งท้ายก่อนจะลดมือลง  มองดูซูซินเป็นครั้งสุดท้ายด้วยแววตาที่อ่อนกว่าตอนอยู่ห้องหนังสือมากนัก  แล้วจึงหมุนกายเดินออกจากเรือนท้ายจวน

ซูซินยืนนิ่งอยู่ที่เดิม มือข้างหนึ่งกำถุงเงินไว้ ส่วนอีกข้างหนึ่งยกขึ้นแตะตรงตำแหน่งเดียวกับที่มารดาเพิ่งลูบศีรษะนางไปเมื่อครู่ สัมผัสที่เบาบางนั้นยังคงหลงเหลือความอุ่นจางๆ ทว่าในใจของนางกลับยังคงมีความเหน็บหนาวที่ไม่อาจเลือนหาย

ความเมตตาชั่วครู่ของหลินฟูเหรินไม่ใช่การยอมรับในตัวนางอย่างแท้จริง แต่คือการเยียวยาความรู้สึกผิดในความเป็นแม่คนเสียมากกว่า  ซูซินเก็บถุงเงินใส่ในอกเสื้อ แววตาที่เคยหวั่นไหวครู่หนึ่งกลับมาสงบนิ่งและเย็นชาดังเดิม จากนั้นนางจึงหมุนกายเดินกลับเข้าไปในเรือนที่มืดสลัว

สุดท้ายแล้วก็ยังคงต้องอยู่ในจวนนี้ไปอีกนาน  ท่านแม่ไม่เอ่ยถึงการคืนฐานะ  ท่านพ่อไม่กางปีกปกป้อง  พี่ชายใหญ่เงียบขรึมไม่เก็บเรื่องคนอื่นมาใส่ใจ  ส่วนพี่ชายรองชัดเจนแล้วว่าเอนเอียงไปทางซินเหยา

เช้าวันต่อมา หยางซูซินตื่นขึ้นในยามเช้าตรู่ นางไม่ได้เรียกใช้รถม้าของจวนแต่เลือกที่จะเดินเท้าออกไปยังถนนด้านนอกเพื่อว่าจ้างรถม้าเล็กๆ คันหนึ่ง รถม้ามุ่งหน้าไปยังตลาดทางทิศตะวันออก  ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของโรงค้าทาสที่ใหญ่ที่สุดในเขตนี้

ที่โรงค้าทาสในยามสายคลาคล่ำไปด้วยผู้คน กลิ่นเหงื่อและเสียงตะโกนเรียกราคาสินค้าที่มีชีวิตดังระงมไปทั่วบริเวณ ซูซินก้าวผ่านฝูงชนอย่างเชื่องช้า นางไม่ได้หยุดมองกลุ่มสตรีที่บอบบางและงดงามซึ่งอดีตเคยเป็นคุณหนูจากตระกูลใหญ่ที่ถูกริบทรัพย์ เพราะสตรีเหล่านั้นมักนั่งก้มหน้าสะอื้นไห้ ในสายตาของซูซินคนเหล่านั้นคือภาระมากกว่าจะพามาไว้ข้างกาย

“คุณหนูท่านนี้ ท่านสนใจสตรีจากตระกูลขุนนางหรือไม่ พวกนางกิริยางดงาม อ่านออกเขียนได้ เหมาะสำหรับเป็นสาวใช้ข้างกายยิ่งนัก” นายหน้าค้าทาสที่มีใบหน้าประจบสอพลอเดินเข้ามานำเสนอสินค้าชั้นเลิศ

“ข้าไม่ต้องการสตรีที่เคยชินกับความสบาย คนที่เคยอยู่บนหอคอยสูงแล้วตกลงมาอยู่ในโคลนตมมักจะมีนิสัยอวดดีและมีทิฐิ  ข้าไม่มีเวลามานั่งปลอบประโลมหัวใจใคร”

ซูซินกล่าวด้วยน้ำเสียงห้วนกระด้างและเย็นชา แล้วเดินมุ่งหน้าไปยังมุมอับที่เต็มไปด้วยเด็กสาวร่างผอมบางในชุดผ้าป่านมอมแมม  สายตาของนางหยุดลงที่เด็กสาวผู้หนึ่งซึ่งนั่งพิงกรงไม้เงียบๆ เด็กคนนั้นไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายเหมือนคนอื่น ทว่ากลับมีดวงตาที่แข็งกร้าว มือของเด็กสาวหยาบกร้านจากการทำงานหนักและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งบ่งบอกถึงปูมหลังว่ามาจากครอบครัวยากจนที่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดมาตั้งแต่เกิด

“เจ้าชื่ออะไร”

“ข้าไม่มีชื่อเจ้าค่ะ คนเรียกข้าว่าซานเอ๋อร์เพราะเป็นลูกคนที่สามของบ้าน  ข้ามาจากตระกูลเล็กๆ  ท่านพ่อขายข้ามาเพราะไม่มีเงินซื้อข้าวสาร”

เด็กสาวเงยหน้าขึ้นสบตานาง ไม่มีร่องรอยของความอ่อนแอหรือการเรียกร้องความสงสารแม้แต่น้อย  นั่นจึงทำให้ซูซินถูกชะตากับแม่เด็กนี่มากจริงๆ  ราวกับว่าเห็นเงาของตนเองในอดีตผ่านดวงตาคู่นั้น

“ข้าชอบคนที่มีความอดทนมากกว่าคนที่เก่งแต่ร้องไห้ เจ้าอายุเท่าไร”

“ปีนี้สิบสี่เจ้าค่ะ”

ซูซินพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะหันไปหานายหน้าแล้วยื่นเงินจำนวนหนึ่งให้ “ข้าเอาคนนี้ จัดการทำสัญญาขายตัวให้เรียบร้อย”

หลังจากจัดการเรื่องสัญญา ซูซินก็พาสาวใช้ตัวน้อยขึ้นรถม้ามุ่งหน้ากลับสู่จวนแม่ทัพหยาง ภายในรถม้าที่เคลื่อนตัวไปตามถนน นางมองดูเด็กสาวที่นั่งตัวตรงด้วยท่าทางสำรวมอยู่ตรงข้าม

“จากนี้ข้าตั้งชื่อให้เจ้าว่าอาหม่าน ข้าไม่ได้ซื้อเจ้ามาเพื่อคอยประจบสอพลอ แต่จ้างเจ้ามาเพื่อรับใช้และภักดี ข้าเป็นคนพูดตรงและไม่ชอบคนโกหก หากเจ้าทำงานดีข้าย่อมเลี้ยงดูเจ้าไม่ให้อดอยาก แต่หากเจ้าทรยศ...ข้าจะเป็นคนส่งเจ้ากลับไปยังโรงค้าทาสด้วยมือของข้าเอง"

“บ่าวเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ คุณหนูช่วยชีวิตบ่าวไว้ ชีวิตนี้ของบ่าวเป็นของคุณหนูเจ้าค่ะ”

อาหม่านก้มศีรษะลงคำนับสตรีที่อยู่ตรงหน้า หยางซูซินไม่ใช่คุณหนูที่อ่อนหวานในแบบฉบับคุณหนูทั่วไปอย่างที่อาหม่านเคยเห็น  แต่ก็น่าจะเป็นคนดีไม่โมโหร้ายหรือทุบตีสาวใช้เพื่อระบายอารมณ์เหมือนคุณหนูสูงศักดิ์คนอื่นๆ

เมื่อรถม้าเลี้ยวเข้าสู่ประตูใหญ่ของจวนแม่ทัพหยาง อาณาเขตของจวนที่กว้างขวางทำให้อาหม่านต้องลอบสูดลมหายใจด้วยความตื่นเต้น ซูซินก้าวลงจากรถม้าโดยมีอาหม่านเดินตามหลังมาติดๆ

ขณะที่ทั้งสองเดินผ่านเขตเรือนหลัก หลินฟูเหรินที่กำลังยืนสั่งความบ่าวไพร่อยู่หน้าศาลาริมน้ำก็หยุดมอง นางยืนนิ่งมองดูบุตรสาวที่เดินนำสาวใช้หน้าใหม่เข้ามาในจวน สายตาของหลินฟูเหรินสำรวจอาหม่านตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า เห็นได้ชัดว่าสาวใช้ผู้นี้เป็นเพียงเด็กสาวชาวบ้านธรรมดาที่ไร้กิริยาชนชั้นสูง

ซูซินหยุดฝีเท้าลงชั่วครู่เมื่อเห็นมารดายืนมองอยู่ นางไม่ได้หลบตาเพียงแค่ย่อกายทำความเคารพตามมารยาท แล้วส่งสายตาให้อาหม่านแสดงความเคารพตาม

หลินฟูเหรินยืนมองอยู่เช่นนั้น ไม่ได้ถามซักไซ้ประวัติของสาวใช้คนใหม่เพียงแต่เม้มริมฝีปากแน่น ยังนึกสงสัยในใจว่าเหตุใดซูซินถึงเลือกสาวใช้ไร้การศึกษา  แทนที่จะเลือกเอาพวกคุณหนูตกอับมารับใช้ข้างกาย

ทั้งสองเดินมุ่งหน้าสู่เรือนท้ายจวน อาหม่านเดินตามหลังซูซินไปอย่างเงียบๆ เด็กสาวสัมผัสได้ถึงความเย็นชาของเจ้านายและสายตาที่เย็นเยียบของนายหญิง  เมื่อกลับถึงเรือนพักซูซินทอดมองดูอาหม่านที่เริ่มเข้าไปจัดระเบียบสิ่งของโดยไม่ต้องรอคำสั่ง มุมปากของนางยกยิ้มเล็กน้อยอย่างพึงพอใจ เป็นรอยยิ้มที่น้อยคนนักจะได้เห็น

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คุณหนูสี่   ตอนพิเศษ 2

    ตอนพิเศษ 2สองเดือนก่อนหน้า ณ เมืองหลวงแห่งแคว้นฉี หยางหยุนวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้องโถงใหญ่ด้วยความรวดเร็ว ใบหน้าคมคายตื่นเต้นดีใจเป็นอย่างมาก เขากวาดมองหามารดาไปทั่วห้อง จนเห็นว่ามารดากำลังอยู่ที่มุมหนึ่ง“ท่านแม่ ท่านแม่ขอรับ!”หลินฟูเหรินที่กำลังนั่งปักผ้าอยู่วางของในมือลงแล้วเงยหน้าขึ้นมองบุตรชายคนโตด้วยความสงสัย“มีเรื่องอันใดกันหยางหยุน”“ข้าได้ข่าวว่าอีกสามวันข้างหน้าจะมีผู้ได้รับมอบหมายทำหน้าที่อัญเชิญราชโองการเดินทางไปยังชายแดนใต้เพื่อมอบให้แก่องค์ชายเจ็ดขอรับ”หยางหยุนรีบกล่าวด้วยความตื่นเต้น ทันทีที่ได้ยินว่าจะมีคนเดินทางไปชายแดนใต้ ภาพของซูซินก็ผุดขึ้นมาในหัว หลินฟูเหรินดีใจจนน้ำตาคลอเบ้า นางเอ่ยออกมาด้วยความตื้นตันใจ“จริงหรือ ดีเหลือเกิน เช่นนั้นแม่จะรีบเขียนจดหมายฝากไปให้เจ้าสี่”บนโต๊ะเขียนหนังสือ หลินฟูเหรินบรรจงจรดพู่กันลงบนกระดาษ หยาดน้ำตาแห่งความสำนึกผิดหยดลงบนกระดาษจนหมึกซึมเลือนไปหลายตัวอักษร นางบรรยายความรู้สึกทั้งหมดลงในจดหมายด้วยมืออันสั่นเทา ภาพในอดีตที่ผ่านมาหวนกลับคืนเป็นฉากๆถึง...เจ้าสี่ตลอดเวลาที่ผ่านมา นับตั้งแต่วันที่เจ้าก้าวเท้าออกจากจวนตระกูลหยางไ

  • คุณหนูสี่   ตอนพิเศษ 1

    ตอนพิเศษ 1เป็นช่วงสายของฤดูเหมันต์ ลมหนาวพัดเอาไอเย็นมาเยือนชายแดนใต้ ที่ลานหน้าจวนเด็กน้อยทั้งสามคนกำลังสนุกสนานกับการเล่นลูกข่างอย่างเพลิดเพลิน มู่หรงและหมิงรุ่ยต่างแสดงฝีมือหมุนลูกข่างด้วยความคล่องแคล่ว ลูกข่างหมุนติ้วๆ ทรงตัวอยู่บนพื้นหินได้อย่างยาวนาน ส่วนหลิงหลิงเด็กหญิงตัวน้อยกลับไม่ถนัดเอาเสียเลย ไม่ว่านางจะพยายามตวัดข้อมือปล่อยลูกข่างออกไปสักกี่รอบ เจ้าลูกข่างเจ้ากรรมก็หมุนเคว้งคว้างอยู่ได้เพียงครู่เดียว ก่อนจะกลิ้งหลุนๆ แล้วแน่นิ่งอยู่กับพื้นราวกับปลาตาย ภาพนั้นทำให้หมิงรุ่ยที่ยืนมองอยู่ชอบใจเป็นอย่างยิ่ง แถมยังไม่ลืมที่จะเอ่ยทับถมกันตามประสาเด็ก“ฮ่าๆ ฝีมือแค่นี้ยังกล้ามาแข่งกับพวกเราอีก พี่หลิงหลิงนี่ไม่เอาไหนเลยจริงๆ”“เชอะ! ไม่ต้องมาหัวเราะเยาะข้าเลยนะ ข้าไม่เล่นกับพวกเจ้าแล้ว พวกเจ้าขี้โกง”หลิงหลิงทำแก้มป่องด้วยความขัดใจ ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้ววิ่งเข้าเรือนพักสาวใช้ไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเข้ามาในห้องที่เงียบและอบอุ่นกว่าด้านนอก นางก็ทิ้งตัวซุกอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนานุ่มบนฝูกนอน ทว่านอนกลิ้งไปกลิ้งมาได้เพียงครู่เดียว ความซุกซนตามวัยก็เริ่มก็ทำให้นางรู้สึกเบื่อหน่ายเด็กหญิง

  • คุณหนูสี่   101 จางหายไปตามกาลเวลา

    101จางหายไปตามกาลเวลาเมื่อไม่มีตัวช่วยแล้ว ฉู่อี้ซินจึงสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งเคาะประตู หลังจากได้ยินเสียงตอบรับของผู้ที่อยู่ข้างใน นางจึงผลักประตูเข้าไปเบาๆ กู้หรานจือที่กำลังจดรายการผลประกอบการจากการค้าประจำปีอยู่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง พอผู้มาเยือนวางชามรังนกลง เขาก็ทิ้งสายตาไปที่ชามรังนกเพียงแวบเดียว ก่อนจะเบนสายตากลับไปให้ความสนใจกับเนื้อหาในสมุดบัญชีต่อ“ข้าเคยบอกว่าชอบกินแบบที่ยังอุ่นๆ ลั่วซีเจ้าช่วยเอาไปอุ่นใหม่ให้ข้าที”“ได้ ข้าจะเอาไปอุ่นให้ใหม่เดี๋ยวนี้”เมื่อได้ยินเสียงที่ต่างจากที่คิด เขารีบเงยหน้าขึ้นมอง คนที่ยกรังนกมาให้ไม่ใช่ลั่วซีแต่เป็นฉู่อี้ซิน จึงทำให้กู้หรานจือประหลาดใจมากทีเดียว ดวงตาของเขาเผลอหรี่มองนางโดยไม่ตั้งใจ แต่เมื่อรู้ตัวว่ากำลังจ้องมองนางเหมือนกำลังจับผิด ก็เลยเปลี่ยนเป็นก้มหน้ามองตัวอักษรในกระดาษแทน แล้วถามขึ้นโดยที่ไม่มองหน้า“ลั่วซีไปไหน นางกล้าใช้เจ้าให้ยกรังนกมาให้ข้าด้วยหรือ เดี๋ยววันหลังข้าจะอบรมนางใหม่”ฉู่อี้ซินกะพริบตาปริบๆ เม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะเอ่ยบอก “เป็นข้าที่ตั้งใจจะใช้นาง แต่นางบอกว่ามีงานหลายอย่างต้องทำ ข้าก็เลยยกเข้ามาเ

  • คุณหนูสี่   100 ไม่เจอหน้ากันนาน

    100ไม่เจอหน้ากันนานเวลาผ่านไปได้เดือนเศษ ซูซินพอจะมีเวลาว่างจึงแวะไปเยี่ยมเยียนฉู่อี้ซินที่จวนตระกูลกู้อีกครั้ง จวนหลังใหญ่ดูเงียบสงบและเป็นระเบียบเรียบร้อย ทว่ากลับเงียบเหงาจนดูห่างเหิน ในครานี้ทั้งฉู่อี้ซินและกู้หรานจือต่างก็อยู่ในจวนด้วยกันทั้งคู่ แต่ทว่าการใช้ชีวิตของพวกเขาเหมือนคนแปลกหน้า กู้หรานจือมักจะอยู่แต่ภายในห้องหนังสือ ราวกับต้องการหลบเลี่ยงฉู่อี้ซินเพื่อทำให้นางสบายใจมากขึ้น ในขณะที่ฉู่อี้ซินก็เอาแต่เก็บตัวเงียบอยู่แต่ภายในเรือนเช่นกัน น้อยครั้งนักที่นางจะเดินผ่านหรือย่างกรายเข้าไปใกล้บริเวณเรือนฝั่งที่กู้หรานจืออยู่ แม้ว่าทั้งสองคนจะมีสถานะเป็นสามีภรรยากันก็ตาม แต่ความสัมพันธ์กลับเหมือนคนแปลกหน้าเข้าไปทุกทีหลังจากที่ซูซินเข้ามาในจวน สาวใช้คนเดิมที่เคยออกมาต้อนรับนางคราวก่อนก็เดินออกมานำทางพาไปหาฉู่อี้ซินเหมือนเคย หลังส่งเสร็จแล้วสาวใช้ก็เดินออกมาทันทีโดยไม่ต้องเอ่ยไล่ เมื่อฉู่อี้ซินเห็นซูซินก็ยิ้มแย้มด้วยความดีใจ“ไม่เจอหน้ากันนาน คิดว่าเจ้าโกรธข้าเรื่องนั้นแล้วเสียอีก ข้าดีใจนะที่เจ้ามาหา แต่ถึงไม่มาภายในวันสองวันนี้ข้าก็ตั้งใจจะไปหาเจ้าอยู่พอดี”ฉู่อี้ซินบอก ช่วงเด

  • คุณหนูสี่    99 คลาดกัน

    99คลาดกันในช่วงบ่ายวันนั้นเอง เสี่ยวฉิงที่เต็มไปด้วยโกรธและคับแค้นใจได้แอบให้บ่าวรับใช้นำจดหมายไปส่งให้ซูซิน โดยอ้างเหตุผลว่าคิดถึงและอยากนัดมานั่งจิบชาพูดคุยที่จวนตระกูลกู้ พอเช้าวันต่อมา ฉู่อี้ซินซึ่งได้รับจดหมายก็เดินทางมาเยี่ยมเยียนเสี่ยวฉิงทันที ทว่าก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าเนื้อตัวของเสี่ยวฉิงเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำน่ากลัว ภาพที่เห็นในตอนนั้นทำให้ฉู่อี้ซินเข้าใจว่านี่เป็นร่องรอยที่ถูกกู้หรานจือทุบตี นางคิดว่าเขาทำร้ายเสี่ยวฉิงอย่างเลือดเย็น ความรู้สึกระแวงและเคืองแค้นในตัวกู้หรานจือจึงเริ่มขึ้นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาหลังจากเหตุการณ์วันนั้น เสี่ยวฉิงก็เริ่มใช้วิธีการนี้บีบบังคับเขา นางจงใจปล่อยข่าวลือออกไปว่าตนเองล้มป่วยหนักจนลุกจากเตียงไม่ไหว แต่ความเป็นจริงแล้วมันหาใช่อาการเจ็บไข้ได้ป่วยไม่ ทุกครั้งที่กู้หรานจือแสดงท่าทีเย็นชา เมินเฉย หรือปฏิเสธที่จะใส่ใจนาง เสี่ยวฉิงก็จะใช้วิธีทำร้ายร่างกายตนเองเพื่อเรียกร้องความสนใจหนักขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งเวลาผ่านไป กู้หรานจือที่ต้องทนกับพฤติกรรมอันวิปริตของนางมาโดยตลอดก็เริ่มทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาเลิกที่จะห้ามปราม เลิกใส่ใจ และไม่ยินยอมที่จะทำตามข้อ

  • คุณหนูสี่   98 สหายรักอย่างนั้นหรือ

    98สหายรักอย่างนั้นหรือกู้หรานจือกัดฟันกรอดด้วยความเคียดแค้นชิงชัง ดวงตาแดงก่ำด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่ง เขาจ้องมองหน้าหญิงสาวด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ทั้งรังเกียจ ทั้งดูถูกดูแคลนว่านางช่างไร้ยางอายสิ้นดี“เจ้ากล้าทำเรื่องต่ำช้าเช่นนี้ลงได้อย่างไร อี้ซินนางเป็นสหายของเจ้านะ!”เมื่อได้ยินคำถามนี้ แววตาของเสี่ยวฉิงไม่สะทกสะท้านเลย นางกลับหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างขมขื่น“สหายรักอย่างนั้นหรือ ทั้งข้าและอี้ซินต่างก็เป็นเพียงแค่บุตรอนุด้วยกันทั้งคู่ แต่ถึงกระนั้น อี้ซินนางก็ยังเกิดมาในตระกูลขุนนางมีหน้ามีตาในสังคม เมื่อเทียบกับข้าแล้ว ตัวข้าดูต่ำต้อยกว่านางหลายเท่านัก! หากนางกับท่านคบหาดูใจกันไปถึงขั้นได้แต่งงานกันจริงๆ นั่นก็เท่ากับว่านางอยู่คนระดับชั้นกับข้าแล้ว นางจะได้เป็นฮูหยินจวนกู้ ส่วนข้าก็ยังต้องเป็นบุตรสาวพ่อค้าที่ต่ำต้อยกว่านางไปอีก! เพราะฉะนั้นแล้วข้าจะไม่มีวันยอม ที่ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้ ก็ถือเสียว่านางเสียสละท่านให้ข้าก็แล้วกัน! ในเมื่อเป็นสหายรักกันก็ให้กันได้อยู่แล้วมิใช่หรือ”เสี่ยวฉิงขยับกายเข้าไปใกล้ แววตาของนางคลั่งไคล้กู้หรานจือเป็นอย่างมาก“ตระ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status