Beranda / รักโบราณ / คุณหนูสี่ / 11 ไม้แก่เกินจะดัด

Share

11 ไม้แก่เกินจะดัด

last update Tanggal publikasi: 2026-09-23 13:47:44

11

ไม้แก่เกินจะดัด

หลังจากผ่านพ้นช่วงพักกลางวัน  อาจารย์ซ่งก็เดินกลับมาทำการสอนซูซินที่เรือนท้ายจวนต่อ ที่ห้องโถงซูซินกำลังนั่งทำความสะอาดพิณอยู่ นางเพียงเงยหน้ามองอาจารย์วูบหนึ่ง  ก่อนจะรวบผ้าที่ใช้เช็ดพิณมาวางไว้ข้างตัวเพื่อจะได้เล่าเรียนต่อ  โดยมีอาหม่านคอยยืนให้กำลังใจอยู่มุมห้องโถง

อาหม่านได้ฟังเพลงพิณที่เจ้านายลองหัดเล่นเมื่อเช้าก็รู้สึกชื่นชมมาก เพราะซูซินใช้เวลาเรียนรู้เพียงไม่กี่ชั่วยามก็สามารถจดจำวิธีการดีดพิณได้แล้ว นางไม่ได้ดื้อด้านและกร้าวร้าวเหมือนอย่างที่อาจารย์ซ่งรายงานกับหลินฟูเหรินแม่แต่น้อย  กลับกัน  นางตั้งใจเล่าเรียนอย่างกระตือรือร้นเสียมากกว่า

ฟรึบ!

ทว่าจู่ๆ ในขณะที่ซูซินกำหัดดีดพิณอยู่นั้น  อาจารย์ซ่งก็เงื้อไม้เรียวฟาดลงหลังมืออย่างแรง

เสียงไม้ไผ่ที่เหลาจนเรียวบางดังแหวกอากาศ  แรงฟาดนั้นรุนแรงจนปลายนิ้วที่กำลังกดสายพิณถึงกับสั่นสะท้าน ทว่าซูซินกลับยังมีสีหน้าเรียบเฉย  ไม่ได้โวยวายหรือโต้ตอบด้วยถ้อยคำหยาบคายสักครึ่งคำ

"คุณหนูสี่หากยังใจลอยและดีดพิณผิดเพี้ยนเช่นนี้ ข้าก็จำเป็นต้องสั่งสอนให้ท่านรู้จักหลาบจำเสียบ้าง จารีตของกุลสตรีเริ่มต้นที่ความอดทน หากเท่านี้ท่านยังรักษาสมาธิไม่ได้ วันหน้าจะแต่งออกไปเป็นสะใภ้ที่ดีได้อย่างไร”

หญิงวัยกลางคนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความถือดี ขยับไม้เรียวในมือไปมาพลางจับจ้องไปที่มือของซูซิน  ราวกับว่าครั้งการตีครั้งแรกยังไม่สาแก่ใจ  อยากจะตีต่ออีกหลายๆ ครั้งให้สมกับเงินที่ซินเหยาติดสินบนมา 

แววตาของนางฉายแววสะใจที่ได้เห็นรอยแผลแดงๆ บนผิวพรรณที่เคยขาวผ่อง  ยิ่งซูซินนิ่งเงียบไม่โต้ตอบ  นางยิ่งรู้สึกว่าตนเองมีอำนาจมากกว่าจะทำสิ่งใดก็ได้

“อาจารย์ซ่งท่านทำเกินไปแล้วนะเจ้าคะ!”  อาหม่านร้องขึ้น

“ยังไม่ถึงตาสาวใช้อย่างเจ้าต้องมาสอดปาก!”

พอถูกตวาด  อาหม่านยืนกำหมัดแน่นอยู่มุมห้อง  รู้สึกโกรธแค้นแทนผู้เป็นนายจนหน้าแดงก่ำ  อยากจะกระโจนเข้าไปขวางแต่กลับถูกสายตาที่เย็นชาของซูซินปรามไว้ตลอดเวลา อาหม่านทำได้เพียงมองดูเจ้านายของตนถูกกระทำด้วยความเดือดดาล

"คุณหนูสี่ในชนบทที่ท่านจากมาคงไม่มีใครสั่งสอนเรื่องศิลปะทั้งสี่ของกุลสตรีเลยสินะ ช่างเป็นลูกอนุที่สอนยากเสียจริง ดีแค่ไหนแล้วที่ฮูหยินรับกลับมาทั้งๆ ที่ท่านเป็นเพียงบุตรอนุ ฮูหยินเมตตาถึงเพียงนี้ก็ควรจะซาบซึ้งใจให้มากเถอะ”

ซาบซึ้งใจงั้นหรือ ลูกอนุงั้นหรือ นางต่างหากล่ะที่เป็นลูกแท้ๆ ไม่แปลกใจเลยที่อาจารย์ซ่งจะเข้าใจไปแบบนั้น เพราะทุกคนในจวนเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับกันหมด ส่วนเรื่องคืนฐานะอะไรนั่นซูซินสิ้นหวังไปนานแล้ว

อาจารย์ซ่งพ่นคำถากถางออกมาไม่หยุดหย่อน คนภายนอกยังเข้าใจว่าซินเหยาคือบุตรสาวสายตรง  ส่วนซูซินเป็นได้แค่คุณหนูสี่ที่เกิดจากอนุต่ำต้อย นางจึงย่ามใจว่าต่อให้จะลงมือหนักเพียงใดก็คงไม่มีใครใยดีลูกอนุอยู่ดี

ขวับ!

เสียงไม้เรียวฟาดลงมาอีกครั้ง คราวนี้มันกระทบลงบนข้อนิ้วของซูซินอย่างแรงจนเลือดห่อขึ้นมาเป็นจุดเล็กๆ

"ดีดใหม่! หากเพลงนี้ยังมีที่ติก็ไม่ต้องลุกไปไหน"

อาจารย์ซ่งออกคำสั่งพลางเงื้อไม้เรียวขึ้นอีกครั้ง ทว่าในจังหวะที่ไม้กำลังจะสะบัดลงมาเป็นหนที่สาม มือของซูซินกลับคว้าปลายไม้ที่กำลังพุ่งลงมาไว้ได้ทัน แรงบีบจากมือของนางนั้นแรงจนไม้เรียวแทบจะแหลกคามือ

อาจารย์ซ่งชะงักไปครู่หนึ่งด้วยความตกใจ นางพยายามกระชากไม้เรียวกลับคืนแต่สู้แรงซูซินไม่ได้ ทำให้เกิดการยื้อยุดกันอยู่แบบนั้น

"พอเสียที"

ซูซินเอ่ยขึ้นเพียงสามคำสั้นๆ น้ำเสียงของนางเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง นางค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ โดยที่มือยังคงกำไม้เรียวไว้แน่น แววตาที่เคยนิ่งสนิทบัดนี้กลับวาวโรจน์จนน่าขนลุก

แกร็ก!

ไม่นานไม้เรียวที่ยื้อยุดกันก็หักคามือของซูซิน อาจารย์ซ่งรีบปล่อยมือถอยกรูดไปหลายก้าวด้วยความตื่นตระหนก

"คุ...คุณหนูสี่! นี่ท่านกล้าขัดคำสั่งอาจารย์เชียวหรือ! ข้าได้รับคำสั่งจากฮูหยินให้สั่งสอนท่าน หากท่านดื้อด้านข้าจะไปรายงานฮูหยินเดี๋ยวนี้!"

นางละล่ำละลักพูดออกมาด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าซีดเผือดลงอย่างรวดเร็วเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่ไร้ซึ่งความยำเกรงของซูซิน อาจารย์ซ่งไม่คิดเลยว่าเด็กสาวที่พูดน้อยและนิ่งเงียบมาตลอดจะมีความน่ากลัวแฝงอยู่

“ยะ...อย่าเข้ามานะ  ข้าเป็นอาจารย์นะ!”

ซูซินขยับเข้าไปหาอาจารย์ซ่งเพียงก้าวเดียว แต่อีกฝ่ายกลับถอยหลังไปหลายก้าวจนเกือบจะชนเข้ากับแท่นวางพิณ

"กลัวงั้นหรือ หึ...วิชาที่ท่านสอนข้าพยายามเรียนรู้แล้ว อาจารย์ซ่ง ท่านควรจำไว้ว่าข้าคือบุตรสาวของจวนนี้ ส่วนท่านคือคนที่ถูกจ้างมา ไม่ว่าจะเป็นบุตรอนุหรือบุตรฮูหยินเอกถ้ารับเงินค่าจ้างแล้วท่านก็มีหน้าที่แค่ต้องสอน อย่าได้ริอ่านล้ำเส้น"

คำพูดของซูซินตรงไปตรงมาจนทำให้อาจารย์ซ่งตัวสั่นระริก นางกำลังจะอ้าปากโต้ตอบ ทว่าหางตากลับเหลือบไปเห็นเงาร่างของสตรีสองนางที่กำลังเดินผ่านซุ้มประตูหน้าเรือนเข้ามาพอดี

หลินฟูเหรินเดินนำหน้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด โดยมีหยางซินเหยาที่สวมชุดสีขาวบริสุทธิ์ดูอ่อนช้อยคอยพยุงแขนอยู่ข้างๆ

ในเสี้ยวขณะนั้นเอง  อาจารย์ซ่งเห็นว่าเป็นโอกาสเหมาะจึงแสร้งทำเป็นเสียหลักและล้มหงายหลังลงไปบนพื้นอย่างแรง เศษไม้เรียวที่หักสองท่อนถูกนางคว้ามาถือไว้ในมือ พลางทำท่าทางปัดแกว่งไปมาเหมือนกำลังปกป้องตนเองด้วยความหวาดกลัวสุดขีด

“โอ้ย!  อย่านะ  อย่าทำข้านะคุณหนูสี่  ข้าผิดเอง ต่อไปนี้ข้าจะไม่บังอาจสั่งสอนท่านอีกแล้ว”

"แย่แล้ว! อาจารย์ซ่ง!"

เสียงอุทานของซินเหยาดังขึ้น สตรีทั้งสองรีบเร่งฝีเท้าก้าวเข้ามาในห้องโถง ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคืออาจารย์หญิงผู้ทรงเกียรตินอนฟุบอยู่บนพื้นด้วยท่าทางเวทนา ส่วนซูซินยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าด้วยแววตาที่ยังคงแข็งกร้าว

"นี่มันเกิดเรื่องอะไรกัน!  เจ้าสี่ทำอะไรอาจารย์ซ่ง!"

หลินฟูเหรินแผดเสียงถามด้วยความโกรธจัด นางรีบเข้าไปประคองอาจารย์ซ่งให้ลุกขึ้น เมื่อเห็นเศษไม้เรียวที่หักเป็นสองท่อนในมือของอีกฝ่าย อารมณ์ของหลินฟูเหรินก็แทบจะระเบิดระออกมา

"ฮูหยินเจ้าคะ ขะ...ข้าน้อยเพียงแต่อยากให้คุณหนูสี่ตั้งใจเรียนให้มากกว่านี้ แต่นางกลับไม่พอใจข้าน้อย  นางข่มขู่ข้าน้อยซ้ำยังหักไม้เรียว  จากนั้นก็ผลักข้าน้อยจนล้มลงอย่างแรง  ข้าน้อยมิอาจสอนสตรีที่มีจิตใจอาฆาตเช่นนี้ได้อีกแล้วเจ้าค่ะ"

น้ำตาสองสามหยดไหลออกมาอย่างแนบเนียน นางซบหน้าลงบนไหล่ของหลินฟูเหรินพลางส่งสายตาให้ซินเหยาอย่างลับๆ ซูซินมองดูการละครตรงหน้าด้วยความรู้สึกสมเพช ไม่ได้รีบร้อนแก้ตัวหรือแสดงท่าทีหวาดหวั่น เพียงแต่ยืนนิ่งมองอยู่แบบนั้น

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คุณหนูสี่   ตอนพิเศษ 2

    ตอนพิเศษ 2สองเดือนก่อนหน้า ณ เมืองหลวงแห่งแคว้นฉี หยางหยุนวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้องโถงใหญ่ด้วยความรวดเร็ว ใบหน้าคมคายตื่นเต้นดีใจเป็นอย่างมาก เขากวาดมองหามารดาไปทั่วห้อง จนเห็นว่ามารดากำลังอยู่ที่มุมหนึ่ง“ท่านแม่ ท่านแม่ขอรับ!”หลินฟูเหรินที่กำลังนั่งปักผ้าอยู่วางของในมือลงแล้วเงยหน้าขึ้นมองบุตรชายคนโตด้วยความสงสัย“มีเรื่องอันใดกันหยางหยุน”“ข้าได้ข่าวว่าอีกสามวันข้างหน้าจะมีผู้ได้รับมอบหมายทำหน้าที่อัญเชิญราชโองการเดินทางไปยังชายแดนใต้เพื่อมอบให้แก่องค์ชายเจ็ดขอรับ”หยางหยุนรีบกล่าวด้วยความตื่นเต้น ทันทีที่ได้ยินว่าจะมีคนเดินทางไปชายแดนใต้ ภาพของซูซินก็ผุดขึ้นมาในหัว หลินฟูเหรินดีใจจนน้ำตาคลอเบ้า นางเอ่ยออกมาด้วยความตื้นตันใจ“จริงหรือ ดีเหลือเกิน เช่นนั้นแม่จะรีบเขียนจดหมายฝากไปให้เจ้าสี่”บนโต๊ะเขียนหนังสือ หลินฟูเหรินบรรจงจรดพู่กันลงบนกระดาษ หยาดน้ำตาแห่งความสำนึกผิดหยดลงบนกระดาษจนหมึกซึมเลือนไปหลายตัวอักษร นางบรรยายความรู้สึกทั้งหมดลงในจดหมายด้วยมืออันสั่นเทา ภาพในอดีตที่ผ่านมาหวนกลับคืนเป็นฉากๆถึง...เจ้าสี่ตลอดเวลาที่ผ่านมา นับตั้งแต่วันที่เจ้าก้าวเท้าออกจากจวนตระกูลหยางไ

  • คุณหนูสี่   ตอนพิเศษ 1

    ตอนพิเศษ 1เป็นช่วงสายของฤดูเหมันต์ ลมหนาวพัดเอาไอเย็นมาเยือนชายแดนใต้ ที่ลานหน้าจวนเด็กน้อยทั้งสามคนกำลังสนุกสนานกับการเล่นลูกข่างอย่างเพลิดเพลิน มู่หรงและหมิงรุ่ยต่างแสดงฝีมือหมุนลูกข่างด้วยความคล่องแคล่ว ลูกข่างหมุนติ้วๆ ทรงตัวอยู่บนพื้นหินได้อย่างยาวนาน ส่วนหลิงหลิงเด็กหญิงตัวน้อยกลับไม่ถนัดเอาเสียเลย ไม่ว่านางจะพยายามตวัดข้อมือปล่อยลูกข่างออกไปสักกี่รอบ เจ้าลูกข่างเจ้ากรรมก็หมุนเคว้งคว้างอยู่ได้เพียงครู่เดียว ก่อนจะกลิ้งหลุนๆ แล้วแน่นิ่งอยู่กับพื้นราวกับปลาตาย ภาพนั้นทำให้หมิงรุ่ยที่ยืนมองอยู่ชอบใจเป็นอย่างยิ่ง แถมยังไม่ลืมที่จะเอ่ยทับถมกันตามประสาเด็ก“ฮ่าๆ ฝีมือแค่นี้ยังกล้ามาแข่งกับพวกเราอีก พี่หลิงหลิงนี่ไม่เอาไหนเลยจริงๆ”“เชอะ! ไม่ต้องมาหัวเราะเยาะข้าเลยนะ ข้าไม่เล่นกับพวกเจ้าแล้ว พวกเจ้าขี้โกง”หลิงหลิงทำแก้มป่องด้วยความขัดใจ ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้ววิ่งเข้าเรือนพักสาวใช้ไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเข้ามาในห้องที่เงียบและอบอุ่นกว่าด้านนอก นางก็ทิ้งตัวซุกอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนานุ่มบนฝูกนอน ทว่านอนกลิ้งไปกลิ้งมาได้เพียงครู่เดียว ความซุกซนตามวัยก็เริ่มก็ทำให้นางรู้สึกเบื่อหน่ายเด็กหญิง

  • คุณหนูสี่   101 จางหายไปตามกาลเวลา

    101จางหายไปตามกาลเวลาเมื่อไม่มีตัวช่วยแล้ว ฉู่อี้ซินจึงสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งเคาะประตู หลังจากได้ยินเสียงตอบรับของผู้ที่อยู่ข้างใน นางจึงผลักประตูเข้าไปเบาๆ กู้หรานจือที่กำลังจดรายการผลประกอบการจากการค้าประจำปีอยู่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง พอผู้มาเยือนวางชามรังนกลง เขาก็ทิ้งสายตาไปที่ชามรังนกเพียงแวบเดียว ก่อนจะเบนสายตากลับไปให้ความสนใจกับเนื้อหาในสมุดบัญชีต่อ“ข้าเคยบอกว่าชอบกินแบบที่ยังอุ่นๆ ลั่วซีเจ้าช่วยเอาไปอุ่นใหม่ให้ข้าที”“ได้ ข้าจะเอาไปอุ่นให้ใหม่เดี๋ยวนี้”เมื่อได้ยินเสียงที่ต่างจากที่คิด เขารีบเงยหน้าขึ้นมอง คนที่ยกรังนกมาให้ไม่ใช่ลั่วซีแต่เป็นฉู่อี้ซิน จึงทำให้กู้หรานจือประหลาดใจมากทีเดียว ดวงตาของเขาเผลอหรี่มองนางโดยไม่ตั้งใจ แต่เมื่อรู้ตัวว่ากำลังจ้องมองนางเหมือนกำลังจับผิด ก็เลยเปลี่ยนเป็นก้มหน้ามองตัวอักษรในกระดาษแทน แล้วถามขึ้นโดยที่ไม่มองหน้า“ลั่วซีไปไหน นางกล้าใช้เจ้าให้ยกรังนกมาให้ข้าด้วยหรือ เดี๋ยววันหลังข้าจะอบรมนางใหม่”ฉู่อี้ซินกะพริบตาปริบๆ เม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะเอ่ยบอก “เป็นข้าที่ตั้งใจจะใช้นาง แต่นางบอกว่ามีงานหลายอย่างต้องทำ ข้าก็เลยยกเข้ามาเ

  • คุณหนูสี่   100 ไม่เจอหน้ากันนาน

    100ไม่เจอหน้ากันนานเวลาผ่านไปได้เดือนเศษ ซูซินพอจะมีเวลาว่างจึงแวะไปเยี่ยมเยียนฉู่อี้ซินที่จวนตระกูลกู้อีกครั้ง จวนหลังใหญ่ดูเงียบสงบและเป็นระเบียบเรียบร้อย ทว่ากลับเงียบเหงาจนดูห่างเหิน ในครานี้ทั้งฉู่อี้ซินและกู้หรานจือต่างก็อยู่ในจวนด้วยกันทั้งคู่ แต่ทว่าการใช้ชีวิตของพวกเขาเหมือนคนแปลกหน้า กู้หรานจือมักจะอยู่แต่ภายในห้องหนังสือ ราวกับต้องการหลบเลี่ยงฉู่อี้ซินเพื่อทำให้นางสบายใจมากขึ้น ในขณะที่ฉู่อี้ซินก็เอาแต่เก็บตัวเงียบอยู่แต่ภายในเรือนเช่นกัน น้อยครั้งนักที่นางจะเดินผ่านหรือย่างกรายเข้าไปใกล้บริเวณเรือนฝั่งที่กู้หรานจืออยู่ แม้ว่าทั้งสองคนจะมีสถานะเป็นสามีภรรยากันก็ตาม แต่ความสัมพันธ์กลับเหมือนคนแปลกหน้าเข้าไปทุกทีหลังจากที่ซูซินเข้ามาในจวน สาวใช้คนเดิมที่เคยออกมาต้อนรับนางคราวก่อนก็เดินออกมานำทางพาไปหาฉู่อี้ซินเหมือนเคย หลังส่งเสร็จแล้วสาวใช้ก็เดินออกมาทันทีโดยไม่ต้องเอ่ยไล่ เมื่อฉู่อี้ซินเห็นซูซินก็ยิ้มแย้มด้วยความดีใจ“ไม่เจอหน้ากันนาน คิดว่าเจ้าโกรธข้าเรื่องนั้นแล้วเสียอีก ข้าดีใจนะที่เจ้ามาหา แต่ถึงไม่มาภายในวันสองวันนี้ข้าก็ตั้งใจจะไปหาเจ้าอยู่พอดี”ฉู่อี้ซินบอก ช่วงเด

  • คุณหนูสี่    99 คลาดกัน

    99คลาดกันในช่วงบ่ายวันนั้นเอง เสี่ยวฉิงที่เต็มไปด้วยโกรธและคับแค้นใจได้แอบให้บ่าวรับใช้นำจดหมายไปส่งให้ซูซิน โดยอ้างเหตุผลว่าคิดถึงและอยากนัดมานั่งจิบชาพูดคุยที่จวนตระกูลกู้ พอเช้าวันต่อมา ฉู่อี้ซินซึ่งได้รับจดหมายก็เดินทางมาเยี่ยมเยียนเสี่ยวฉิงทันที ทว่าก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าเนื้อตัวของเสี่ยวฉิงเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำน่ากลัว ภาพที่เห็นในตอนนั้นทำให้ฉู่อี้ซินเข้าใจว่านี่เป็นร่องรอยที่ถูกกู้หรานจือทุบตี นางคิดว่าเขาทำร้ายเสี่ยวฉิงอย่างเลือดเย็น ความรู้สึกระแวงและเคืองแค้นในตัวกู้หรานจือจึงเริ่มขึ้นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาหลังจากเหตุการณ์วันนั้น เสี่ยวฉิงก็เริ่มใช้วิธีการนี้บีบบังคับเขา นางจงใจปล่อยข่าวลือออกไปว่าตนเองล้มป่วยหนักจนลุกจากเตียงไม่ไหว แต่ความเป็นจริงแล้วมันหาใช่อาการเจ็บไข้ได้ป่วยไม่ ทุกครั้งที่กู้หรานจือแสดงท่าทีเย็นชา เมินเฉย หรือปฏิเสธที่จะใส่ใจนาง เสี่ยวฉิงก็จะใช้วิธีทำร้ายร่างกายตนเองเพื่อเรียกร้องความสนใจหนักขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งเวลาผ่านไป กู้หรานจือที่ต้องทนกับพฤติกรรมอันวิปริตของนางมาโดยตลอดก็เริ่มทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาเลิกที่จะห้ามปราม เลิกใส่ใจ และไม่ยินยอมที่จะทำตามข้อ

  • คุณหนูสี่   98 สหายรักอย่างนั้นหรือ

    98สหายรักอย่างนั้นหรือกู้หรานจือกัดฟันกรอดด้วยความเคียดแค้นชิงชัง ดวงตาแดงก่ำด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่ง เขาจ้องมองหน้าหญิงสาวด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ทั้งรังเกียจ ทั้งดูถูกดูแคลนว่านางช่างไร้ยางอายสิ้นดี“เจ้ากล้าทำเรื่องต่ำช้าเช่นนี้ลงได้อย่างไร อี้ซินนางเป็นสหายของเจ้านะ!”เมื่อได้ยินคำถามนี้ แววตาของเสี่ยวฉิงไม่สะทกสะท้านเลย นางกลับหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างขมขื่น“สหายรักอย่างนั้นหรือ ทั้งข้าและอี้ซินต่างก็เป็นเพียงแค่บุตรอนุด้วยกันทั้งคู่ แต่ถึงกระนั้น อี้ซินนางก็ยังเกิดมาในตระกูลขุนนางมีหน้ามีตาในสังคม เมื่อเทียบกับข้าแล้ว ตัวข้าดูต่ำต้อยกว่านางหลายเท่านัก! หากนางกับท่านคบหาดูใจกันไปถึงขั้นได้แต่งงานกันจริงๆ นั่นก็เท่ากับว่านางอยู่คนระดับชั้นกับข้าแล้ว นางจะได้เป็นฮูหยินจวนกู้ ส่วนข้าก็ยังต้องเป็นบุตรสาวพ่อค้าที่ต่ำต้อยกว่านางไปอีก! เพราะฉะนั้นแล้วข้าจะไม่มีวันยอม ที่ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้ ก็ถือเสียว่านางเสียสละท่านให้ข้าก็แล้วกัน! ในเมื่อเป็นสหายรักกันก็ให้กันได้อยู่แล้วมิใช่หรือ”เสี่ยวฉิงขยับกายเข้าไปใกล้ แววตาของนางคลั่งไคล้กู้หรานจือเป็นอย่างมาก“ตระ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status