Share

บทที่ 19

last update Tanggal publikasi: 2026-10-23 22:00:57

“ตายเสียเถอะ!”

ชายหนุ่มหมุนตัวรับดาบ

เคร้ง!

เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่น ทั้งสองต่อสู้กันอย่างดุเดือด เถาหู่มีพละกำลังมาก แต่ฝีมือกระบี่ด้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด ในที่สุดบุรุษชุดดำก็ใช้จังหวะหนึ่งปัดดาบของเถาหู่หลุดจากมือก่อนยกกระบี่จ่อคออีกฝ่าย

“ถอยไป” เขากล่าวเสียงต่ำ

เถาหู่หอบหายใจ ดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธและหวาดกลัว โจรที่เหลือต่างหยุดเคลื่อนไหว ไม่มีใครกล้าเข้ามาใกล้ บุรุษชุดดำมองพวกเขาอย่างเย็นชา

“พาคนของเจ้าออกไป”

“ถอย!” เถาหู่กัดฟันแต่เมื่อเห็นกระบี่ที่จ่อคออยู่ ก็จำต้องพยักหน้า

โจรที่เหลือรีบเข้ามาช่วยพยุงพวกพ้องที่บาดเจ็บก่อนทยอยถอยเข้าไปในป่า เถาหู่มองหลิงหนานด้วยสายตาอาฆาต

“วันนี้ถือว่าเจ้าโชคดี!”

หลิงหนานไม่ตอบ นางเพียงจดจำใบหน้าของเขาเอาไว้โดยเฉพาะรอยแผลเป็นยาวบนแก้ม หากมีโอกาส นางจะต้องหาคำตอบให้ได้ว่าใครเป็นคนส่งโจรกลุ่มนี้มา เมื่อโจรทั้งหมดหายลับเข้าไปในป่า บุรุษชุดดำจึงค่อย ๆ ลดกระบี่ลง

“ท่านเป็นอย่างไรบ้าง” หลิงหนานรีบเดินเข้าไปหา

ชายหนุ่มไม่ตอบทันที เขายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันมามองนาง ดวงตาคู่นั้นคมเข้มและเย็นชา แต่แฝงความอ่อนล้าอย่างชัดเจน

“เจ้าไม่บาดเจ็บใช่หรือไม่”

“ข้าไม่เป็นไร แต่ท่าน…ท่านบาดเจ็บหนักมาก” หลิงหนานส่ายหน้า นางมองคราบเลือดบนเสื้อเขา

“แผลเก่า” ชายหนุ่มก้มมองชายโครงตัวเอง

“แผลเก่าที่เลือดไหลไม่หยุดเช่นนี้หรือ”

“ข้ายังไม่ตาย” เขาเลิกคิ้วเล็กน้อย ดูเหมือนไม่คุ้นเคยกับการถูกหญิงสาวตำหนิ

“ถ้าท่านยังพูดเช่นนี้ต่อไป อีกไม่นานก็อาจเป็นเช่นนั้น” หลิงหนานขมวดคิ้ว

เสี่ยวชิงที่ยืนอยู่ด้านหลังเบิกตากว้าง คุณหนูของนางกล้าพูดกับผู้มีพระคุณเช่นนี้ได้อย่างไรแต่บุรุษชุดดำกลับมองหลิงหนานอยู่ครู่หนึ่งก่อนมุมปากจะยกขึ้นเล็กน้อย

“เจ้าปากเก่งนัก”

“ข้าเพียงพูดความจริง นั่งลงก่อน ข้าจะดูแผลให้” หลิงหนานตอบ

“ไม่จำเป็น” ชายหนุ่มส่ายหน้า

“จำเป็น”

“ข้ายังมีธุระ”

“ธุระอะไรสำคัญกว่าชีวิตตัวเอง”

เขาชะงักไปเล็กน้อยก่อนหันมองเส้นทางด้านหลัง สีหน้าของชายหนุ่มเปลี่ยนเป็นระแวดระวัง หลิงหนานสังเกตเห็นทันที

“มีคนตามท่านมาหรือ”

บุรุษชุดดำหันกลับมามองนาง แววตาคมกริบขึ้นทันที “เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้”

หลิงหนานนิ่งไป นางเริ่มมั่นใจว่าชายคนนี้มีเรื่องบางอย่างปิดบังแต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาซักถาม

“ก็ได้ ข้าไม่ถาม” นางตอบ “แต่ท่านควรพักก่อน”

ชายหนุ่มกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ทว่าทันใดนั้นร่างสูงกลับเซไปด้านหนึ่ง หลิงหนานรีบยื่นมือเข้าประคอง

“ระวัง!”

เขาพยายามตั้งหลักแต่ความเจ็บปวดจากบาดแผลทำให้ขาอ่อนแรง กระบี่ในมือหลุดตกลงบนพื้น

หลิงหนานตกใจ “เสี่ยวชิง! มาช่วยข้า!”

เสี่ยวชิงรีบวิ่งเข้ามา อาหลิวกับอาซานซึ่งบาดเจ็บไม่มากนักก็เข้ามาช่วยด้วยแต่ชายหนุ่มกลับพยายามผลักทุกคนออก

“ไม่ต้อง…” เสียงของเขาแหบพร่า “ข้าเดินเองได้”

“ท่านอย่าดื้อได้หรือไม่!” หลิงหนานมองใบหน้าที่เริ่มซีดลง

เขาหันมามองนาง ดวงตาคมเข้มคล้ายจะพูดอะไรบางอย่างแต่ยังไม่ทันเปล่งเสียง ร่างสูงก็เสียหลักถอยหลัง เท้าของเขาสะดุดรากไม้ที่โผล่ขึ้นมาจากพื้น หลิงหนานรีบคว้าแขนไว้ทว่าแรงของนางไม่มากพอจะพยุงบุรุษร่างสูงได้ ทั้งสองเสียหลักพร้อมกัน

“เจ้า!”

ชายหนุ่มพยายามบิดตัวเพื่อไม่ให้ล้มทับนางแต่ศีรษะของเขากลับกระแทกเข้ากับก้อนหินที่อยู่ข้างทางอย่างแรง เสียงกระแทกดังทึบ

“ท่าน!” หลิงหนานหน้าซีดทันที

ชายหนุ่มนิ่งไป ดวงตาที่เคยคมกริบค่อย ๆ ปิดลง ร่างสูงหมดสติอยู่บนพื้น เลือดสดเริ่มไหลออกจากบริเวณท้ายทอย เสี่ยวชิงยกมือปิดปาก

“คุณหนู! เขา…”

หลิงหนานรีบคุกเข่าลงข้างกายชายหนุ่ม นางยื่นมือไปแตะบริเวณลำคอเพื่อตรวจชีพจร หัวใจยังเต้นอยู่แต่ค่อนข้างเร็ว นางรีบตรวจการหายใจ ก่อนใช้ผ้าสะอาดกดบริเวณบาดแผลที่ศีรษะอย่างระมัดระวัง โดยพยายามไม่ขยับคอของเขา

“เขายังมีชีวิต”

เสี่ยวชิงถอนหายใจอย่างโล่งอก “แล้วเราจะทำอย่างไรดีเจ้าคะ”

หลิงหนานมองชายหนุ่มตรงหน้า ใบหน้าของเขาหล่อเหลาคมคาย แม้ยามหมดสติก็ยังมีความสง่างามบางอย่างที่แตกต่างจากบุรุษทั่วไป คิ้วเข้มพาดเหนือดวงตาที่ปิดสนิท สันจมูกโด่ง ริมฝีปากบางซีดเพราะเสียเลือด เสื้อผ้าที่สวมแม้เปื้อนเลือดและฝุ่นดิน แต่เนื้อผ้ากลับมีคุณภาพดีอย่างเห็นได้ชัด

หลิงหนานใช้ปลายนิ้วสัมผัสแขนเสื้อเบา ๆ ผ้าชนิดนี้ไม่ใช่ของที่คนธรรมดาจะซื้อมาใช้ได้ง่าย ๆ ยิ่งไปกว่านั้น กระบี่ที่ตกอยู่ข้างกายก็มีฝักประดับลวดลายละเอียด ชายคนนี้ต้องมีฐานะไม่ธรรมดาแต่เขาเป็นใครกันแน่และเหตุใดจึงได้รับบาดเจ็บอยู่กลางป่า

“คุณหนูเจ้าคะ” เสี่ยวชิงเรียกอีกครั้ง “เราควรรีบออกจากที่นี่นะเจ้าคะ หากโจรกลับมาอีก…”

“ข้ารู้” หลิงหนานพยักหน้า นางหันไปมองอาหลิวกับอาซาน “พวกเจ้าสองคนยังไหวหรือไม่”

อาหลิวรีบตอบ “ไหวขอรับ”

อาซานกุมไหล่ที่บาดเจ็บ “ข้าน้อยยังเดินได้ขอรับ”

“ดี” หลิงหนานมองเส้นทางเบื้องหน้า

การเดินทางไปเมืองชิงเหอคงต้องยุติลงเพียงเท่านี้ โจรกลุ่มนั้นตั้งใจมาฆ่านาง หากฝืนเดินทางต่อไป อาจตกอยู่ในอันตรายอีกครั้งแต่การกลับจวนก็ไม่ได้ปลอดภัยนัก โดยเฉพาะหากเจินจี้เป็นผู้วางแผนทั้งหมด

หลิงหนานนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจ “เราจะกลับเมือง”

เสี่ยวชิงรีบพยักหน้า “เจ้าค่ะ!”

“แต่ต้องพาชายคนนี้ไปด้วย”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คุณหนูหู ไยจึงเป็นแค่คนใช้   บทที่ 25

    “นั้นสิ” นางพึมพำ“เจ้าจะตั้งชื่อให้ข้าหรือ” ชายหนุ่มมองนาง“ถ้าท่านไม่รังเกียจ” หลิงหนานยิ้มเขานิ่งคิดก่อนตอบ “ตามใจเจ้า”หลิงหนานวางผ้าสะอาดลง นางมองใบหน้าคมคายของชายหนุ่มอย่างพิจารณา เขาดูเป็นคนหยิ่งทะนง แม้ความทรงจำหายไป แต่ท่าทางและน้ำเสียงยังมีความเด็ดขาดอย่างประหลาด จะตั้งชื่อธรรมดาเกินไปก็ดูไม่เหมาะ แต่หากตั้งชื่อสูงส่งเกินไปก็อาจฟังแปลก หลิงหนานครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นแสงอาทิตย์ยามเย็นที่ส่องผ่านหน้าต่างลมอ่อนพัดเข้ามา ทำให้ม่านผ้าสีขาวขยับเบา ๆ นางนึกถึงความหมายของคำว่า เซียง ที่อาจสื่อถึงความเป็นมงคล ชายคนนี้ปรากฏตัวในวันที่นางเกือบเสียชีวิต แม้เขาจะได้รับบาดเจ็บ แต่การพบกันครั้งนั้นก็ทำให้นางมีโอกาสกลับมามีชีวิตอีกครั้ง หากมองในอีกแง่หนึ่ง เขาอาจเป็นโชคดีท่ามกลางเคราะห์ร้ายของนาง“ข้าคิดออกแล้ว” หลิงหนานกล่าวชายหนุ่มเงยหน้า “ชื่ออะไร”นางยิ้มกว้างขึ้นเล็กน้อย “อาเซียง”เขาขมวดคิ้ว “อาเซียง?”

  • คุณหนูหู ไยจึงเป็นแค่คนใช้   บทที่ 24

    ชายหนุ่มมองนางอยู่ครู่หนึ่งก่อนถามอีกครั้ง “เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะเป็นคนไม่ดีหรือ”หลิงหนานหัวเราะเบา ๆ “เสี่ยวชิงก็ถามข้าเช่นนี้ ข้าไม่รู้ว่าท่านเป็นคนดีหรือไม่”ชายหนุ่มเลิกคิ้วหลิงหนานพูดต่อ “แต่ข้ารู้ว่าท่านช่วยข้าไว้” นางหยุดเล็กน้อย “หากวันหนึ่งพบว่าท่านเป็นคนไม่ดีจริง ๆ ข้าค่อยไล่ท่านออกไปก็ยังไม่สาย”“เจ้าพูดจาตรงดี” ชายหนุ่มชะงักก่อนมุมปากจะยกขึ้นเล็กน้อย“ข้าถือว่าเป็นคำชม”เขามองนางอีกครั้ง แววตาที่เคยระแวดระวังเริ่มอ่อนลงเล็กน้อยแต่เมื่อมองไปรอบห้อง ความสับสนก็กลับมาอีกครั้ง“แล้วข้าจะไปที่ไหน”หลิงหนานนิ่งไป คำถามนั้นตอบยากกว่าที่คิด ชายหนุ่มไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร ไม่รู้ว่ามาจากไหน และไม่มีใครรู้ว่าคนที่กำลังตามหาเขาเป็นมิตรหรือศัตรู หากปล่อยให้ออกไปในสภาพเช่นนี้ อาจเกิดอันตรายอีก“ตอนนี้ท่านยังไปไหนไม่ได้” นางตอบ“เหตุใด” ชายหนุ่มขมวดคิ้วทันที“เพราะท่านบาดเจ็บ”“แ

  • คุณหนูหู ไยจึงเป็นแค่คนใช้   บทที่ 23

    หลิงหนานหันมามองแล้วส่งยิ้มบาง ๆ “ข้าไม่ได้จะเฝ้าเขาตลอดทั้งคืน เจ้าพักก่อน อีกสักพักเราค่อยผลัดกัน”เด็กสาวจึงยอมไปเอนตัวพักบนตั่งเล็กอีกมุมหนึ่งของห้องหลิงหนานหันกลับมามองชายหนุ่ม เขายังคงหลับสนิท ใบหน้าซีดเซียวกว่าเมื่อตอนพบกันกลางป่าแต่ลมหายใจเริ่มสม่ำเสมอขึ้น นางค่อย ๆ วางผ้าสะอาดลง“ท่านนี่ช่างทำให้คนอื่นลำบากจริง ๆ ข้ากำลังยุ่งกับเรื่องพินัยกรรมอยู่แท้ ๆ” เสียงของนางเบามากไม่มีคำตอบหลิงหนานถอนหายใจ “แต่จะโทษท่านก็ไม่ได้ หากไม่มีท่าน ข้าคงไม่ได้กลับมานั่งบ่นอยู่ตรงนี้”ความทรงจำตอนที่ชายหนุ่มพุ่งเข้ามาขวางคมดาบย้อนกลับมา นางยังจำแววตาของเขาในตอนนั้นได้ เย็นชา เด็ดขาด และไม่ลังเลแม้แต่น้อย ทั้งที่ตัวเองบาดเจ็บอยู่ก่อนแล้ว หลิงหนานไม่เข้าใจว่าคนคนหนึ่งจะยอมเสี่ยงชีวิตช่วยคนแปลกหน้าได้อย่างไรในโลกเดิม เธอพบผู้คนมากมายที่เข้าหาเพราะผลประโยชน์ บางคนยิ้มต่อหน้า แต่พร้อมหักหลังทันทีที่มีโอกาส เธอจึงเรียนรู้ว่าการไว้ใจใครสักคนไม่ใช่เรื่องง่าย ทว่าชายหนุ่มคนนี้กลับช่วยชีวิตเธอโดยไม่รู้แม้แต่ชื่อ

  • คุณหนูหู ไยจึงเป็นแค่คนใช้   บทที่ 22

    หลิงหนานมองแม่เลี้ยงอย่างพิจารณา เมื่อครู่เจินจี้กล่าวว่าเป็นห่วงชื่อเสียงแต่กลับไม่ยอมให้ส่งคนบาดเจ็บไปโรงหมอ ดูเหมือนอีกฝ่ายไม่ได้ต้องการแก้ปัญหา เพียงต้องการหาข้ออ้างลงโทษนางเท่านั้น“ถ้าเช่นนั้นฮูหยินต้องการให้ข้าทำอย่างไร” หลิงหนานถามเจินจี้เงียบไปครู่หนึ่งก่อนกล่าวเสียงแข็ง “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เจ้าห้ามออกจากเรือนเล็กโดยไม่ได้รับอนุญาต!”เสี่ยวชิงเบิกตากว้าง “ฮูหยินเจ้าคะ!”“ส่วนบุรุษผู้นั้นก็ห้ามออกจากบริเวณเรือนเช่นกัน!”“เขายังไม่ได้สติ จะออกไปไหนได้เจ้าคะ” หลิงหนานขมวดคิ้วเหวยมี่หัวเราะเยาะ “เจ้าก็พูดเก่งนัก!”เจินจี้ชี้หน้าหลิงหนาน “ข้าจะให้คนเฝ้าประตูเรือน หากเจ้ายังกล้าฝ่าฝืน ข้าจะส่งเรื่องนี้ให้ผู้ใหญ่ในตระกูลตัดสิน!”“แล้วหมอเล่าเจ้าคะ” หลิงหนานมองนางนิ่ง“เจ้าพูดเรื่องอะไร”“ท่านจะให้หมอเข้ามารักษาเขาหรือไม่”“หมอเข้ามาได้เพียงครั้งนี้” เจินจี้เม้มปาก นางไม

  • คุณหนูหู ไยจึงเป็นแค่คนใช้   บทที่ 21

    เหวยมี่รีบหันมองประตู เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ใกล้จึงลดเสียงลง “ข้าเพียงคิดว่าอีกไม่นานพวกเราก็ไม่ต้องเห็นหน้านางอีกแล้ว”เจินจี้ไม่ได้ตอบ นางยกถ้วยชาขึ้นจิบแต่ยังไม่ทันแตะริมฝีปาก เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังมาจากด้านนอก“ฮูหยินเจ้าคะ! มีเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ!” บ่าวหญิงคนหนึ่งวิ่งเข้ามาคุกเข่า“เกิดอะไรขึ้น” เจินจี้วางถ้วยชาลงทันที“คุณหนูใหญ่กลับมาแล้วเจ้าค่ะ!”“เจ้าว่าอะไรนะ!” ถ้วยชาในมือเจินจี้หลุดกระแทกโต๊ะ น้ำชาร้อนหกเปื้อนแขนเสื้อ แต่นางกลับไม่รู้สึกเจ็บ“คุณหนูใหญ่กลับมาถึงจวนแล้วเจ้าค่ะ”เหวยมี่ลุกพรวด “เป็นไปไม่ได้!”“จริง ๆ เจ้าค่ะ ตอนนี้คุณหนูกำลังให้คนพาบุรุษแปลกหน้าเข้าไปในเรือนเล็ก” บ่าวหญิงสะดุ้งเจินจี้นิ่งค้าง กลับมาแล้ว? หูหลิงหนานยังมีชีวิตอยู่? แล้วเถาหู่เล่า คนที่รับเงินไปห้าร้อยตำลึงทำอะไรอยู่!“นางกลับมากับใคร” เจินจี้ถามเสียงแข็ง “เสี่ยวชิง อาหลิว และอาซานเจ้าค่ะ แต่ทุกคนมีรอยบาดเจ็

  • คุณหนูหู ไยจึงเป็นแค่คนใช้   บทที่ 20

    ทุกคนชะงักอาหลิวรีบพูด “คุณหนูขอรับ เขาเป็นใครก็ไม่รู้ หากพากลับจวนอาจมีปัญหาได้”เสี่ยวชิงเองก็ลังเล “จริงเจ้าค่ะ อีกอย่างฮูหยินคงไม่ยอมให้บุรุษแปลกหน้าเข้ามาอยู่ในจวน”หลิงหนานมองชายหนุ่มที่นอนหมดสติ นางรู้ดีว่าการพาคนแปลกหน้ากลับไปอาจทำให้เจินจี้มีข้ออ้างกลั่นแกล้งอีกแต่หากทิ้งเขาไว้กลางป่าในสภาพเช่นนี้ โอกาสรอดชีวิตคงน้อยมาก ชายคนนี้เสี่ยงชีวิตช่วยนาง ทั้งที่ตัวเองได้รับบาดเจ็บอยู่ก่อนแล้ว หากไม่มีเขา วันนี้นางกับเสี่ยวชิงอาจถูกโจรฆ่าตายไปแล้ว นางไม่อาจทอดทิ้งผู้มีพระคุณได้“ข้าจะรับผิดชอบเอง” หลิงหนานกล่าวหนักแน่นอาหลิวมีสีหน้าลำบากใจ “แต่คุณหนู…”“เขาช่วยชีวิตพวกเรา” หากปล่อยให้เขาตายอยู่ตรงนี้ พวกเจ้าจะสบายใจหรือ” นางมองบ่าวชายทั้งสองอาหลิวกับอาซานเงียบลงทันทีหลิงหนานหันกลับไปมองชายหนุ่ม นางใช้ผ้าสะอาดอีกผืนช่วยห้ามเลือด ก่อนบอกให้ทุกคนเตรียมรถม้า“อาหลิว ไปดูว่ารถม้ายังใช้ได้หรือไม่”“ขอรับ”“อ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status