Share

คุณหนูตกอับ

last update Dernière mise à jour: 2026-02-12 16:07:27

คำพูดนั้นมิได้สะทกสะท้านกับความผิดแม้แต่น้อย เด็กคนนี้จะอยู่หรือตายก็ไม่สลักสำคัญอะไร เพราะนางเป็นเพียงส่วนเกินของจวนนี้อยู่แล้ว

ความรู้สึกปวดร้าวตีขึ้นมาในอก ภายในเหมือนกำลังสั่นไหว นั่นเพราะจิตใต้สำนึกของวิญญาณเดิมยังหลงเหลือ แต่ไม่นานความรู้สึกเหล่านั้นก็หายไปดั่งคนอ่อนแอที่ยกมือยอมแพ้ต่อโชคชะตา

"ทะลุมิติมาได้กลับต้องพบพานคนชั่วร้ายเสียอย่างนั้น"

หลี่ซินหรานเม้มปาก เจ้าของร่างเดิมทั้งอ่อนแอและถูกกดขี่ เมื่อนางได้โอกาสกลับมาเกิดและอยู่ในร่างนี้ไปแล้ว สาบานได้เลยว่านางจะไม่ยอมให้ผู้ใดมารังแกได้แม้แต่บิดาของตน

บิดาผู้เลือกหน้าตาเกียรติยศ เลือกอยู่ข้างคนชั่วมากกว่าลูกสาวแท้ ๆ ของตัวเอง

แม้แต่วันที่นางถูกใส่ร้าย ถูกคุมขังและถูกตีจนตาย ศพถูกทอดทิ้ง จะนำไปทำพิธีเป็นการส่งนางครั้งสุดท้ายก็หามีไม่ ต้นเหตุก็มาจากบิดาที่เพิกเฉยนางมาตลอด

หากเขาไม่สั่งขังนางวันนั้น วันนี้นางคงไม่ตายอย่างอัปยศเช่นนี้

หลี่ซินหรานลุกขึ้นเดินไปที่หน้ากระจก นางคลี่เสื้อผ้าด้านหลังออกช้า ๆ รอยแส้แดงปรากฏบนแผ่นหลังเป็นทางยาว ไร้รอยแตกหรือมีเลือดไหล มีเพียงความรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ในความทรงจำรอยแผลนี้ทำให้หลังนางแทบหัก เจ็บปวดเกินกว่าจะอธิบาย ความรู้สึกเหมือนคนกำลังจะตายแผ่ซ่านไปทุกอณูของร่างกาย ทว่าเมื่อจี้หยกเรืองแสงอยู่พักใหญ่นางรู้สึกว่าแผลบนผิวหนังค่อย ๆ สมานกันจนสนิท

"แค่ทายาแก้ฟกช้ำก็หายเจ็บ จี้หยกนี่วิเศษยังไงกันนะ"

นางยกมือกุมจี้บนคอเอาไว้ นึกถึงเมื่อชาติก่อนที่นางเคยแคล้วคลาดจากเหตุร้ายหลายครั้ง แต่ล่าสุดก็ไม่อาจยื้อชีวิตนางเอาไว้ได้

"เราคงหมดอายุขัยจากที่นั่นแล้วจริง ๆ"

แล้วจี้หยกอันนี้ทำไมไม่ช่วยชีวิตของร่างเดิมเอาไว้ได้ล่ะ ทั้งที่นางโดนรังแกสารพัด

นางหยิบห่อยาสมุนไพรที่พอจะมีเหลือไม่กี่อย่างนำมาบดผสมกันทั้งที่มีแต่ความสงสัยอยู่เต็มหัว จากนั้นค่อย ๆ ทาลงบนแผ่นหลังที่มีรอยแดงจนทั่ว นางลองใช้นิ้วกดลงเบา ๆ ตรงรอยเหล่านั้น

"เจ็บ"

เมื่อสัมผัสบางเบาเจ็บเพียงเล็กน้อยแต่พอลงน้ำหนักนางก็เจ็บเหมือนถูกตีอย่างรุนแรง

"หยกนี่ ช่วยได้แต่ก็ไม่ได้ทั้งหมด"

นางพึมพำออกมาพลางครุ่นคิด

"น่าแปลกจริง"

กลิ่นสมุนไพรอ่อน ๆ ลอยอยู่รอบตัว ความเจ็บแสบค่อย ๆ จางลงอย่างน่าอัศจรรย์ ขณะนั้นจี้หยกพลันอุ่นขึ้นเป็นความอบอุ่นที่กำลังปลอบประโลมนาง หลี่ซินหรานชะงักมือ ปลายนิ้วแตะจี้หยกสีเขียวอ่อนที่มีลายคล้ายหมอกหมุนวนอยู่ภายใน

ตั้งแต่นางฟื้นขึ้นมาสิ่งนี้ไม่เคยห่างกาย แม้ในยามหมดสติก็ยังห้อยอยู่เช่นเดิม

ความอุ่นไหลแผ่ซ่านเข้าสู่ร่างกาย ลมหายใจค่อย ๆ ราบเรียบ แม้แต่ความเจ็บปวดร้าวลึกก็เหมือนถูกกดทับลงไปแทบหมดสิ้น ราวกับมีใครบางคนกำลังบอกนางว่ายังไม่ถึงคราวแตกสลาย

หลี่ซินหรานหลับตาลงชั่วครู่แล้วปล่อยจี้หยกให้แนบอกดังเดิม

เมื่อทาแผลเสร็จเรียบร้อยนางเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า เก็บชุดที่กระจายบนพื้นพับเก็บเข้าที่เดิม จากนั้นนางก็เข้าไปอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมตัวเข้านอน

"พรุ่งนี้ข้าจะไปคารวะท่านพ่อ ข้าไม่หวังอะไรนอกจากหวังเพียงไม่ให้ตัวเองโมโหจนฆ่าคนตายก็พอ"

นางพูดพลางยกยิ้มมุมปาก จี้หยกนั้นเรืองแสงกะพริบสามครั้ง หลี่ซินหรานจึงเลิกคิ้วมอง

"เจ้ารับรู้ได้ด้วยหรือ เช่นนั้นก็ดี คอยช่วยข้าหน่อยก็แล้วกัน"

ทันทีที่นางพูดจบแสงนั้นก็กะพริบอีกสองครั้งราวกับจะบอกว่าข้ารับรู้เจตนาของท่านแล้ว

รุ่งเช้า

หลี่ซินหรานตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเพื่อเตรียมตัวไปที่เรือนหลักให้ทันเวลาก่อนหลี่เหวินเจิ้งออกไปทำงาน

"คุณหนูตื่นแล้วหรือเจ้าคะ บ่าวเตรียมน้ำอุ่นเอาไว้ให้แล้ว"

เสี่ยวเฉียวตื่นก่อนนางและเตรียมพร้อมทุกอย่างเอาไว้แล้ว

"อืม"

นางพยักหน้าช้า ๆ แล้วเดินเข้าห้องอาบน้ำโดยมีเสี่ยวเฉียวตามไปคอยรับใช้

ทันทีที่อาภรณ์เปลื้องออกจากตัวเผยให้เห็นรอยแดงจาง ๆ ที่แผ่นหลังบาง เสี่ยวเฉียวก็เบิกตาโตราวกับตกใจสุดขีด

"คะ คุณหนูเจ้าคะ หลังของท่าน"

หลี่ซินหรานผินหน้ามองสีหน้าราบเรียบไร้ความตระหนก

"ทำไมหรือ"

"มิใช่ว่าท่านหลังแตกเลือดอาบเป็นแผลเหวอะหวะหรอกหรือเจ้าคะ ทำไมถึง..."

เสี่ยวเฉี่ยวตกตะลึงจนไม่สามารถเรียบเรียงคำพูดตัวเองออกมาได้

"อาการของข้าดีขึ้นแล้ว ไม่ดีหรือ"

นางยักไหล่ ไม่ยี่หระกับสิ่งที่กล่าวถึงแม้แต่น้อย

"ดีเจ้าค่ะ ดีมาก แต่ก็เร็วจนเกินไป แค่ชั่วข้ามคืน"

ปลายเสียงแผ่วลงพร้อมกับคิ้วเรียวขมวดแน่น

"หรือเจ้าไม่อยากให้ข้าหาย อยากให้ข้านอนซมรอคนเอาน้ำกลือมาราด"

"ไม่เจ้าค่ะ บ่าวมิได้คิดอย่างนั้น"

เสี่ยวเฉียวโบกมือเป็นพัลวันกุลีกุจอช่วยถอดเสื้อผ้าและเกล้าผมให้นางต่อ

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย หลี่ซินหรานเลือกอาภรณ์สีฟ้าครามอ่อน เป็นผ้าเนื้อดีแต่เก่าเล็กน้อย สีไม่สด เพราะมิใช่ผ้าใหม่ แต่เป็นชุดที่เหมาะสมกับฐานะบุตรสาวขุนนางที่ไร้ผู้อุปถัมภ์

"เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ ข้าจะไปคารวะท่านพ่อก่อนจะไม่ทันการ"

นางยกยิ้มมุมปาก แววตาเย็นเยียบ พร้อมกับสูดลมหายใจลึกไหล่ตั้งตรง ก่อนก้าวออกจากเรือนอย่างสง่างามราวกับเป็นคนใหม่

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • คุณหนูไร้ค่ากับองค์ชายพิการ   ความลับที่เก็บซ่อน

    ท่ามกลางความเงียบงันหลังจากการล่าถอยของนางกำนัลใหญ่ กลิ่นอายของความตึงเครียดในห้องมิได้จางหายไปตามฝีเท้าของนางกำนัลผู้นั้น หลี่ซินหรานยังคงนั่งอยู่บนขอบเตียง ลมหายใจของนางหอบถี่เล็กน้อยจากความเหนื่อยล้าที่ใช้พลังวิญญาณผ่านจี้หยกมากเกินไป ในขณะที่เซียวจิ่งอันยังคงนิ่งค้างอยู่ในท่าทางเดิม ดวงตาคมกริบจ้องมองสตรีเบื้องหน้าเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ"เจ้ากล้าดีอย่างไร" น้ำเสียงของเขาเบาหวิวแต่กลับทรงพลังจนน่าขนลุก "เจ้ากล้าใช้ร่างกายตนเองมาเป็นเกราะกำบัง เจ้าคิดว่าข้าจะซาบซึ้งจนมอบหัวใจให้เจ้า หรือคิดว่าข้าจะฆ่าปิดปากเจ้าเสียตอนนี้"หลี่ซินหรานแค่นยิ้ม นางมิได้แสดงท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย มือเรียวบางเอื้อมไปหยิบผ้าสะอาดมาเช็ดเข็มเงินที่ปนเปื้อนเลือดสีดำคล้ำซึ่งเป็นพิษตกค้างจากแผ่นหลังของเขา"องค์ชายเจ็ด ท่านอาจจะฆ่าหมอทั่วไปเพื่อปิดปากได้" นางเงยหน้าขึ้น สบตาเขาด้วยแววตาของผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า "แต่ท่านฆ่าหมอที่รู้วิธีถอนพิษชนิดพิเศษไม่ได้หรอกเพคะ"นางเว้นจังหวะครู่เดียวก็เผยคำพูดบางอย่างออกมาที่ทำให้เศียวจิ่งอันนึกไม่ถึง "องค์ชายแกล้งขาพิการหากไม่มีหม่อมฉัน อีกไม่นานท่านพิการจริง ๆ และจ

  • คุณหนูไร้ค่ากับองค์ชายพิการ   รักษาองค์ชายเจ็ด

    ภายในห้องอักษรที่เงียบสงัด เซียวจิ่งอันยังคงนั่งนิ่งอยู่บนรถเข็น สายตาของเขาเย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็งในฤดูหนาว เขาจ้องมองสตรีที่ยืนเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่เริ่มแปรเปลี่ยนจากความระแวงเป็นความสงสัย"เจ้าบอกให้ข้าควบคุมเจ้าให้ได้อย่างนั้นหรือ" เขาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เสียงนั้นต่ำทุ้มแฝงไปด้วยอำนาจที่ทำให้คนฟังรู้สึกครั่นคร้าม "รู้หรือไม่ว่าคำพูดนี้ หากเป็นผู้อื่นกล่าว ข้าคงสั่งตัดลิ้นมันไปแล้ว"หลี่ซินหรานมิได้หลบสายตา นางก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกหนึ่งก้าว กลิ่นอายสมุนไพรอ่อน ๆ จากตัวนางลอยไปกระทบจมูกของเขา เป็นกลิ่นที่สะอาดและทำให้จิตใจที่เคยหนักอึ้งของเขาสงบลงอย่างประหลาด"คนที่จะตัดลิ้นหม่อมฉันได้ ต้องเป็นคนที่มองว่าหม่อมฉันไร้ค่าเท่านั้นเพคะ" นางตอบพลางย่อกายลงเบื้องหน้าเขาอย่างเป็นธรรมชาติ มือเรียวเอื้อมออกไปคว้าข้อมือของเขาขึ้นมาอีกครั้งโดยมิได้ขออนุญาตเซียวจิ่งอันชะงัก ร่างกายของเขาตื่นตัวสัญชาตญาณสั่งให้เขาสะบัดออก แต่เมื่อสัมผัสได้ถึงปลายนิ้วนุ่มที่วางลงบนจุดชีพจรอย่างแม่นยำ เขากลับปล่อยให้นางทำตามใจ"ชีพจรขององค์ชายยังคงเต้นผิดจังหวะในบางช่วง เป็นเพราะพิษตกค้างที่ฝังลึกในเส้น

  • คุณหนูไร้ค่ากับองค์ชายพิการ   สยบข่าวลือด้วยความกลัว

    ฝนหยุดตกก่อนยามสามแต่ข่าวลือไม่เคยหยุดตาม คำสั่งย้ายแพร่ไปทั้งวังภายในครึ่งคืน ยามเช้า เสียงกระซิบดังทั่วทางเดิน "ว่าที่ชายาย้ายเข้าแล้วจริงหรือ" "ยังไม่อภิเษกก็อยู่ร่วมตำหนัก" "องค์ชายเจ็ดทรงลำเอียงถึงเพียงนี้" คำพูดเหล่านั้นลอยเข้าหูคนในตำหนักไม่ขาดสาย ภายในเรือนข้างของตำหนักหลัก หลี่ซินหรานกำลังอ่านบัญชียาสมุนไพรเมื่อคืนอย่างละเอียด เสี่ยวเฉียวกระซิบอย่างร้อนใจ "คุณหนู ข่าวข้างนอกแรงมากเจ้าค่ะ" "แรงเพียงใด" "เขาว่าท่านจงใจวางยาเพื่อย้ายเข้ามาใกล้ชิดองค์ชาย" มือที่เปิดหน้ากระดาษหยุดลงเพียงชั่วครู่ ก่อนจะดำเนินต่อ "ยิ่งแรง ยิ่งมีคนร้อนตัว" เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา ขันทีเอกประจำตำหนักค้อมกาย "องค์ชายเรียกพบ" ภายในห้องอักษรเงียบสนิท องค์ชายเจ็ดนั่งอยู่หลังโต๊ะเตี้ย สีหน้าสงบเกินกว่าจะอ่านใจได้เมื่อหลี่ซินหรานคุกเข่า เขาไม่ได้ให้ลุกทันที "ข่าวลือวันนี้ เจ้าได้ยินหรือยัง" "ได้ยินแล้วเพคะ" "รู้สึกอย่างไร" คำถามนั้นฟังดูเหมือนไม่สำคัญแต่แท้จริงคือการชั่งใจ "ผู้ที่ปล่อยข่าวหวังให้หม่อมฉันเสียชื่อและให้องค์ชายเสียพระเกียรติ" เขาไม่ตอบรับ ไม่ปฏิเสธเพียงกล่าวว่า "เจ้าทนได้หรื

  • คุณหนูไร้ค่ากับองค์ชายพิการ   ย้ายเข้าตำหนักองค์ชาย

    เช้าวันถัดมา ขันทีประจำตำหนักมารายงานว่า "ทูลองค์ชาย ข้างนอกมีข่าวว่าท่าน ลำเอียงเข้าข้างว่าที่ชายา" เซียวจิ่งอันวางพู่กันลงอย่างไม่รีบร้อน "ปล่อยไป" "แต่ข่าวลือนั้นกระทบพระเกียรติพ่ะย่ะค่ะ" เขาไม่ตอบ สายตาคมนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง "ใครปล่อยข่าว" ขันทีลังเล ก่อนตอบ "ต้นทางมาจากตำหนักองค์หญิงซูเหยา" เขาเพียงพยักหน้าราวกับไม่ใส่ใจนัก "อืม" อีกด้านหนึ่ง หลี่ซินหรานได้รับเชิญไปเข้าเฝ้าฮองเฮา ในท้องพระโรงฝ่ายในฮองเฮานั่งนิ่งสายตาสำรวจนางตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า "ได้ยินว่าเจ้าทำให้องค์ชายเจ็ดต้องออกหน้า" คำกล่าวไม่ดังมากแต่หนักอึ้งในใจคนฟัง หลี่ซินหรานคุกเข่าตอบ "หม่อมฉันมิได้เจตนา" "แต่ผลลัพธ์คือเขาเอ่ยปาก" บรรยากาศตึงเครียดจากแรงกดดันของผู้มีอำนาจจริง "เจ้าคิดว่าตนเองสำคัญถึงเพียงนั้นหรือ" คำถามราบเรียบแฝงความคมกริบ หลี่ซินหรานเงยหน้าขึ้นอย่างสงบ "หม่อมฉันไม่กล้าคิดเช่นนั้น หม่อมฉันเพียงทำในสิ่งที่ควรทำ" ฮองเฮานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยต่อ "ดี เช่นนั้นพิสูจน์ให้เห็นว่าเจ้าไม่ใช่ภาระของตำหนักองค์ชาย" นี่คือคำเตือนของเบื้องสูง ถ้าข่าวลือยังไม่หยุดนางอาจถูกปลดจากการหมั้นหมายได้ ตอ

  • คุณหนูไร้ค่ากับองค์ชายพิการ   องค์ชายออกหน้า

    สองวันหลังเหตุการณ์ช่วยองค์หญิงเย่หลัน ฝ่ายในกลับเงียบผิดปกติเป็นความเงียบแต่ไม่สงบระหว่างทางเดินหินอ่อน เสียงกระซิบดังตามหลังทุกครั้งที่หลี่ซินหรานก้าวผ่าน"นางรู้เรื่องพิษได้อย่างไร""เข้าวังวันแรกก็สร้างเรื่องแล้ว""หรือเป็นคนวางเอง แล้วแสร้งช่วยเหลือ"คำพูดไม่ได้ดังแต่ตั้งใจให้ได้ยิน เสี่ยวเฉียวทึ่เดินตามหลังกำมือแน่น"คุณหนู พวกนางกล่าวหาท่านชัด ๆ เหตุใดไม่ชี้แจงเจ้าคะ"หลี่ซินหรานเดินต่อไปอย่างสงบ"ยิ่งชี้แจง ยิ่งเหมือนแก้ตัว""แต่หากปล่อยไว้...""ข่าวลือมีอายุของมัน"นางเอ่ยเรียบ ๆ"หากไม่มีคนเติมเชื้อไฟ เดี๋ยวมันก็ดับเอง"คำพูดนั้นเหมือนมั่นใจ แต่ในวังหลวง ข่าวลือไม่เคยดับเองเย็นวันนั้น เบี้ยหวัดที่ควรส่งมาถึงตำหนักกลับล่าช้า อาหารเย็นที่นำมากลับเย็นชืด และมีรอยช้ำบนผักอย่างเห็นได้ชัดเสี่ยวเฉียวหน้าแดงด้วยความโกรธ"นี่จงใจแกล้งกันเห็น ๆ"หลี่ซินหรานใช้ตะเกียบเขี่ยผักเบา ๆ"ไม่ใช่แกล้ง แต่กำลังลองใจ""ลองใจ?""ดูว่าข้าจะโวยวายหรือไม่"นางวางตะเกียบแล้วยกถ้วยชาขึ้นจิบ สีหน้าไม่เปลี่ยน"หากข้าไปร้องเรียน จะยิ่งดูเหมือนคนมีความผิดแล้วพยายามเอาเรื่องอื่นมากลบ"เสี่ยวเฉียวจึงเงีย

  • คุณหนูไร้ค่ากับองค์ชายพิการ   คำพูดที่ไม่มีใครอยากฟัง

    หมอหลวงมาถึงในเวลาไม่นาน เขาคุกเข่าตรวจชีพจร สีหน้าครุ่นคิดก่อนกล่าวเสียงหนักแน่น"องค์หญิงทรงตกพระทัยอย่างรุนแรง กระหม่อมจะถวายยากล่อมประสาท"ขันทีรีบรับคำ เตรียมถ้วยยา หลี่ซินหรานขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางมองเงียบ ๆ ยานั้นหากให้ไปองค์หญิงจะไม่รอด"ขออภัย"เสียงนุ่มนวลดังขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายทุกสายตาหันมามองนางเป็นจุดเดียว"โลหิตที่พระโอษฐ์มีสีคล้ำ มิใช่อาการจากความตกใจ"หลี่ซินหรานเอ่ยช้า ๆ ชัดถ้อยชัดคำหมอหลวงชะงัก สีหน้าไม่พอใจ"เจ้าคือใคร กล้าขัดคำวินิจฉัยของข้า""หม่อมฉันเป็นเพียงว่าที่ชายาองค์ชายเจ็ด"นางตอบอย่างสุภาพ"แต่หากถวายยานั้น ชีพจรจะยิ่งอ่อนลง"ความเงียบเข้าปกคลุมไปทั่วองค์หญิงอีกคนหนึ่งหัวเราะเยาะ"เจ้ารู้ดีกว่าหมอหลวงหรือ"หลี่ซินหรานไม่ตอบ นางเพียงชี้ไปที่ปลายนิ้วของเย่หลัน"ปลายเล็บเขียวคล้ำ ลมหายใจมีกลิ่นฝาด นี่คืออาการของพิษสะสม ไม่ใช่โรคเฉียบพลัน"จี้หยกอุ่นขึ้นเล็กน้อย ราวกับยืนยันความคิดของนางหมอหลวงหน้าซีดวาบเขาก้มลงตรวจอีกครั้งก่อนจะรีบเปลี่ยนสีหน้า"รีบเปลี่ยนตำรับยา!"เสียงสั่งการดังขึ้นทันทีผ่านไปครึ่งชั่วยาม องค์หญิงเย่หลันพ้นขีดอันตราย ข่าวแพร่สะพัดไปท

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status