Share

ความทรงจำเลวร้าย

last update Dernière mise à jour: 2026-02-12 16:05:44

เสี่ยวเฉียวโค้งกายอ่อนน้อมแม้จะหวั่นกลัวอยู่บ้างแต่เมื่อเห็นท่าทางของเจ้านายแล้วนางก็สบายใจอย่างไม่อาจอธิบายได้

เสียงวิ่งไกลออกไปมีเพียงความเงียบเข้ามาแทนที่ หลี่ซินหรานเดินไปนั่งที่เตียง มองข้าวของเกลื่อนกลาดรอบห้องพลางนึกย้อนความทรงจำก่อนหน้า

หลี่ซินหรานบุตรสาวคนโตของใต้เท้าหลี่เหวินเจิ้ง ตำแหน่งเจ้ากรมพิธีการ บิดาของนางดูภายนอกเป็นขุนนางผู้สูงส่ง แต่สำหรับนางเป็นเพียงกรอบที่กดทับมาตั้งแต่หลังมารดาจากไป

ตั้งแต่แม่ของนางเสียชีวิต ตำแหน่งคุณหนูใหญ่ก็เหลือเพียงชื่อ

หลี่ซินหรานเอนกายพิงหัวเตียง เหม่อมองอย่างไร้จุดหมาย

สามวันก่อนภายในจวนเงียบผิดปกติ นางถูกเรียกตัวไปที่เรือนหลักตั้งแต่เช้าตรู่ แม้จะรู้สึกไม่สบาย หน้ามืด วิงเวียน แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ เพราะคำสั่งมาจากใต้เท้าหลี่ผู้เป็นพ่อของนาง

วันนั้นนางจำได้ว่า หลิ่วซื่อนั่งข้างบิดาด้วยใบหน้าซีดเซียว ข้างกายคือหลี่ซินเหยา น้องสาวต่างมารดาในชุดเรียบหรู ดวงตาแดงก่ำเหมือนคนที่เพิ่งผ่านการร้องไห้มาทั้งคืน

บนโต๊ะมีถ้วยชาใบหนึ่งวางอยู่และผ้าเช็ดหน้าหนึ่งผืนซึ่งนางจำมันได้ดี

"ซินหราน เจ้ามีอะไรจะอธิบายหรือไม่"

น้ำเสียงเรียบเย็นของบิดาเอ่ยถามขึ้น

นางยังไม่ทันได้เข้าใจความเป็นมาหรือคำถามใด ๆ หลิ่วซื่อก็ไอขึ้นมาเบา ๆ ยกมือทาบอกด้วยสีหน้าทรมาน

"เมื่อคืนข้าเกือบเอาชีวิตไม่รอด หากท่านหมอมาไม่ทัน ข้าคง..."

นางพูดพลางทำหน้าบิดเบี้ยวมองมาที่หลี่ซินหรานดั่งกำลังตัดพ้อ

"นี่มันเรื่องอะไรกันเจ้าคะ"

"พี่ใหญ่"

หลี่ซินเหยาแทรกขึ้น

"ผ้าเช็ดหน้าเป็นของท่านใช่หรือไม่เจ้าคะ"

น้องสาวพูดเสียงสั่นพลางเกาะแขนมารดาด้วยสายตาหวาดหวั่น ราวกับกำลังหวาดกลัว

หลี่ซินหรานหันไปมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นมันเป็นของนาง แต่นางซักและพับเก็บเอาไว้ในตู้นานแล้ว เพราะมีอีกหลายผืนให้เปลี่ยนใช้ นางยังจำได้ว่าผืนนี้พับอยู่ด้านล่างสุด มีอีกหลายผืนที่นางหยิบใช้มากกว่า

คำอธิบายติดอยู่ที่ริมฝีปากทว่ากลับไม่มีใครรอฟัง

"พอแล้ว"

หลี่เหวินเจิ้งตบโต๊ะเสียงดัง

"ลากนางไปขังไว้ท้ายเรือน ให้สำนึกผิดเสียบ้าง"

นางถูกพาตัวไปยังเรือนร้างในห้องมืด คับแคบและอับชื้น ไม่มีอาหารตกถึงท้อง วันนี้จู่ ๆ คนของหลิ่วซื่อก็ลากนางออกไปข้างนอกขณะที่ท่านพ่อออกไปทำงานและได้รับรายงานว่าจะกลับมาในยามดึก

"ท่านแม่ จะทำอะไรเจ้าคะ"

นางเอ่ยเสียงสั่น ตัวสั่นอย่างหวาดกลัว อาหารไม่มีตกถึงท้องแล้วยังถูกลากตัวออกมากลางแดดร้อน

หลิ่วซื่อหัวเราะเย็น ในมือถือแส้ บ่าวรับใช้สามสี่คนที่ยืนก้มหน้านิ่งและหลี่ซินเหยาที่ยังประสานมือนิ่งแต่สายตาเต็มไปด้วยความพึงพอใจ

"ยังจะถาม ข้าก็จะลงโทษเจ้าให้หลาบจำโทษฐานวางยาฮูหยินของจวนขุนนางน่ะสิ ความผิดของเจ้าร้ายแรงถึงตาย ไม่ว่าใครก็ไม่มีสิทธิ์ร้องขอได้"

นางพูดด้วยเสียงอันดัง จ้องมองหลี่ซินหรานอย่างเกลียดชัง

"ไม่นะเจ้าคะ ข้า ข้าไม่เคยคิดและไม่ทำ..."

"หลักฐานคาตายังจะกล้าปฏิเสธอีก เจ้าคิดจะฆ่าข้าใคร ๆ ก็เห็น คนอย่างเจ้าสมควรตายมันเหมาะสมแล้ว!"

"กรี๊ดด!"

ยังไม่ทันอ้าปากวิงวอนแส้เชือกเส้นหนาก็หวดลงกลางหลังของนางเต็มแรง

"ท่าน...แม่..."

ใบหน้าของมารดาผุดขึ้นมาในความเจ็บปวด นางร้องขออย่างสิ้นหวังท่ามกลางแส้ที่หวดสัมผัสแผ่นหลังบางจนเริ่มมีเลือดซึม

"คนอย่างเจ้าอยู่ไปก็ไร้ประโยชน์ ตายตามแม่ของเจ้าไปเถอะ"

เสียงกระซิบต่ำกดลงใกล้หูราวกับจงเกลียดจงชังมาเป็นร้อยชาติ

"ลูกไม่ได้ทำ ได้โปรด"

เสียงขอร้องของนางขาดห้วง เหมือนจะหายใจไม่ออก เลือดสีแดงสดไหลเป็นทางเปื้อนเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นบนแผ่นหลัง นางรู้สึกวูบหวิวราวกับวิญญาณกำลังหลุดลอยก่อนแน่นิ่งไปทั้งน้ำตานองหน้า

เมื่อเห็นร่างบางไม่ไหวติงหลิ่วซื่อหยุดลงแส้ยืนหอบหายใจอยู่ข้าง ๆ ร่างไร้วิญญาณนั้น

"ไปตรวจสอบดูซิ"

นางสั่งบ่าวผู้ชายคนหนึ่งเข้าไปดูแล้วทิ้งแส้เปื้อนเลือดลงบนพื้น บ่าวรับใช้เอามืออังที่จมูกของนาง เขาเบิกตาโตหน้าซีดอย่างตื่นตระหนก

"คะ คุณหนูใหญ่ ตายแล้วขอรับ"

คนในที่นั้นต่างตกใจแต่ไม่กล้าส่งเสียง คราแรกคิดว่าฮูหยินเพียงแค่ลงโทษให้หลาบจำ ไม่คิดว่าจะทำรุนแรงถึงแก่ชีวิต

"คุณหนู คุณหนู ฮือ ๆ"

เสี่นวเฉียวร้องให้สะอื้นวิ่งโผเข้ามาอย่างน่าเวทนา หลี่ซินเหยาตกใจรับเข้ามาเกาะแขนมารดา

"อย่าให้มันเข้ามา!"

"เอาตัวออกไปไกล ๆ แล้วลากคุณหนูใหญ่เข้าไปขังไว้ที่เดิม เรื่องนี้ห้ามแพร่งพรายออกไป คืนนี้จุดไฟเผาซะ เดี๋ยวข้าจะบอกนายท่านเองว่าไฟไหม้เป็นอุบัติเหตุ"

"บ่าวรับใช้ต่างก้มหน้าจำใจรับคำสั่งแล้วพาศพของหลี่ซินหรานไปไว้ที่เรือนร้างเช่นเดิม

"ท่านแม่เจ้าคะ จะทำอย่างไรดีเจ้าคะพี่ใหญ่ตายแล้ว"

หลี่ซินเหยามีท่าทางตื่นกลัวไม่ต่างจากคนอื่น นางเงยหน้ามองมารดาแล้วรีบหลบสายตา เกรงว่าหากท่านแม่ไม่พอใจนางขึ้นมาอีกคนนางอาจมีจุดจบเหมือนพี่สาว

หลิ่วซื่อยังนิ่งสงบแต่ในใจเต็มไปด้วยความตื่นเต้น จะว่านางไม่ได้ตั้งใจให้หลี่ซินหรานตายก็ไม่ใช่ ในเมื่อโอกาสทองมาถึงนางก็ควรใช้ให้คุ้มค่า ถึงอย่างไรหลี่เหวินเจิ้งก็ไม่เอาโทษกับนางถึงบุตรสาวคนโตจะตายไปก็ตาม

"ทำตามที่แม่บอก เจ้าอยู่เงียบ ๆ แม่จะจัดการเอง"

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • คุณหนูไร้ค่ากับองค์ชายพิการ   ความลับที่เก็บซ่อน

    ท่ามกลางความเงียบงันหลังจากการล่าถอยของนางกำนัลใหญ่ กลิ่นอายของความตึงเครียดในห้องมิได้จางหายไปตามฝีเท้าของนางกำนัลผู้นั้น หลี่ซินหรานยังคงนั่งอยู่บนขอบเตียง ลมหายใจของนางหอบถี่เล็กน้อยจากความเหนื่อยล้าที่ใช้พลังวิญญาณผ่านจี้หยกมากเกินไป ในขณะที่เซียวจิ่งอันยังคงนิ่งค้างอยู่ในท่าทางเดิม ดวงตาคมกริบจ้องมองสตรีเบื้องหน้าเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ"เจ้ากล้าดีอย่างไร" น้ำเสียงของเขาเบาหวิวแต่กลับทรงพลังจนน่าขนลุก "เจ้ากล้าใช้ร่างกายตนเองมาเป็นเกราะกำบัง เจ้าคิดว่าข้าจะซาบซึ้งจนมอบหัวใจให้เจ้า หรือคิดว่าข้าจะฆ่าปิดปากเจ้าเสียตอนนี้"หลี่ซินหรานแค่นยิ้ม นางมิได้แสดงท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย มือเรียวบางเอื้อมไปหยิบผ้าสะอาดมาเช็ดเข็มเงินที่ปนเปื้อนเลือดสีดำคล้ำซึ่งเป็นพิษตกค้างจากแผ่นหลังของเขา"องค์ชายเจ็ด ท่านอาจจะฆ่าหมอทั่วไปเพื่อปิดปากได้" นางเงยหน้าขึ้น สบตาเขาด้วยแววตาของผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า "แต่ท่านฆ่าหมอที่รู้วิธีถอนพิษชนิดพิเศษไม่ได้หรอกเพคะ"นางเว้นจังหวะครู่เดียวก็เผยคำพูดบางอย่างออกมาที่ทำให้เศียวจิ่งอันนึกไม่ถึง "องค์ชายแกล้งขาพิการหากไม่มีหม่อมฉัน อีกไม่นานท่านพิการจริง ๆ และจ

  • คุณหนูไร้ค่ากับองค์ชายพิการ   รักษาองค์ชายเจ็ด

    ภายในห้องอักษรที่เงียบสงัด เซียวจิ่งอันยังคงนั่งนิ่งอยู่บนรถเข็น สายตาของเขาเย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็งในฤดูหนาว เขาจ้องมองสตรีที่ยืนเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่เริ่มแปรเปลี่ยนจากความระแวงเป็นความสงสัย"เจ้าบอกให้ข้าควบคุมเจ้าให้ได้อย่างนั้นหรือ" เขาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เสียงนั้นต่ำทุ้มแฝงไปด้วยอำนาจที่ทำให้คนฟังรู้สึกครั่นคร้าม "รู้หรือไม่ว่าคำพูดนี้ หากเป็นผู้อื่นกล่าว ข้าคงสั่งตัดลิ้นมันไปแล้ว"หลี่ซินหรานมิได้หลบสายตา นางก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกหนึ่งก้าว กลิ่นอายสมุนไพรอ่อน ๆ จากตัวนางลอยไปกระทบจมูกของเขา เป็นกลิ่นที่สะอาดและทำให้จิตใจที่เคยหนักอึ้งของเขาสงบลงอย่างประหลาด"คนที่จะตัดลิ้นหม่อมฉันได้ ต้องเป็นคนที่มองว่าหม่อมฉันไร้ค่าเท่านั้นเพคะ" นางตอบพลางย่อกายลงเบื้องหน้าเขาอย่างเป็นธรรมชาติ มือเรียวเอื้อมออกไปคว้าข้อมือของเขาขึ้นมาอีกครั้งโดยมิได้ขออนุญาตเซียวจิ่งอันชะงัก ร่างกายของเขาตื่นตัวสัญชาตญาณสั่งให้เขาสะบัดออก แต่เมื่อสัมผัสได้ถึงปลายนิ้วนุ่มที่วางลงบนจุดชีพจรอย่างแม่นยำ เขากลับปล่อยให้นางทำตามใจ"ชีพจรขององค์ชายยังคงเต้นผิดจังหวะในบางช่วง เป็นเพราะพิษตกค้างที่ฝังลึกในเส้น

  • คุณหนูไร้ค่ากับองค์ชายพิการ   สยบข่าวลือด้วยความกลัว

    ฝนหยุดตกก่อนยามสามแต่ข่าวลือไม่เคยหยุดตาม คำสั่งย้ายแพร่ไปทั้งวังภายในครึ่งคืน ยามเช้า เสียงกระซิบดังทั่วทางเดิน "ว่าที่ชายาย้ายเข้าแล้วจริงหรือ" "ยังไม่อภิเษกก็อยู่ร่วมตำหนัก" "องค์ชายเจ็ดทรงลำเอียงถึงเพียงนี้" คำพูดเหล่านั้นลอยเข้าหูคนในตำหนักไม่ขาดสาย ภายในเรือนข้างของตำหนักหลัก หลี่ซินหรานกำลังอ่านบัญชียาสมุนไพรเมื่อคืนอย่างละเอียด เสี่ยวเฉียวกระซิบอย่างร้อนใจ "คุณหนู ข่าวข้างนอกแรงมากเจ้าค่ะ" "แรงเพียงใด" "เขาว่าท่านจงใจวางยาเพื่อย้ายเข้ามาใกล้ชิดองค์ชาย" มือที่เปิดหน้ากระดาษหยุดลงเพียงชั่วครู่ ก่อนจะดำเนินต่อ "ยิ่งแรง ยิ่งมีคนร้อนตัว" เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา ขันทีเอกประจำตำหนักค้อมกาย "องค์ชายเรียกพบ" ภายในห้องอักษรเงียบสนิท องค์ชายเจ็ดนั่งอยู่หลังโต๊ะเตี้ย สีหน้าสงบเกินกว่าจะอ่านใจได้เมื่อหลี่ซินหรานคุกเข่า เขาไม่ได้ให้ลุกทันที "ข่าวลือวันนี้ เจ้าได้ยินหรือยัง" "ได้ยินแล้วเพคะ" "รู้สึกอย่างไร" คำถามนั้นฟังดูเหมือนไม่สำคัญแต่แท้จริงคือการชั่งใจ "ผู้ที่ปล่อยข่าวหวังให้หม่อมฉันเสียชื่อและให้องค์ชายเสียพระเกียรติ" เขาไม่ตอบรับ ไม่ปฏิเสธเพียงกล่าวว่า "เจ้าทนได้หรื

  • คุณหนูไร้ค่ากับองค์ชายพิการ   ย้ายเข้าตำหนักองค์ชาย

    เช้าวันถัดมา ขันทีประจำตำหนักมารายงานว่า "ทูลองค์ชาย ข้างนอกมีข่าวว่าท่าน ลำเอียงเข้าข้างว่าที่ชายา" เซียวจิ่งอันวางพู่กันลงอย่างไม่รีบร้อน "ปล่อยไป" "แต่ข่าวลือนั้นกระทบพระเกียรติพ่ะย่ะค่ะ" เขาไม่ตอบ สายตาคมนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง "ใครปล่อยข่าว" ขันทีลังเล ก่อนตอบ "ต้นทางมาจากตำหนักองค์หญิงซูเหยา" เขาเพียงพยักหน้าราวกับไม่ใส่ใจนัก "อืม" อีกด้านหนึ่ง หลี่ซินหรานได้รับเชิญไปเข้าเฝ้าฮองเฮา ในท้องพระโรงฝ่ายในฮองเฮานั่งนิ่งสายตาสำรวจนางตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า "ได้ยินว่าเจ้าทำให้องค์ชายเจ็ดต้องออกหน้า" คำกล่าวไม่ดังมากแต่หนักอึ้งในใจคนฟัง หลี่ซินหรานคุกเข่าตอบ "หม่อมฉันมิได้เจตนา" "แต่ผลลัพธ์คือเขาเอ่ยปาก" บรรยากาศตึงเครียดจากแรงกดดันของผู้มีอำนาจจริง "เจ้าคิดว่าตนเองสำคัญถึงเพียงนั้นหรือ" คำถามราบเรียบแฝงความคมกริบ หลี่ซินหรานเงยหน้าขึ้นอย่างสงบ "หม่อมฉันไม่กล้าคิดเช่นนั้น หม่อมฉันเพียงทำในสิ่งที่ควรทำ" ฮองเฮานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยต่อ "ดี เช่นนั้นพิสูจน์ให้เห็นว่าเจ้าไม่ใช่ภาระของตำหนักองค์ชาย" นี่คือคำเตือนของเบื้องสูง ถ้าข่าวลือยังไม่หยุดนางอาจถูกปลดจากการหมั้นหมายได้ ตอ

  • คุณหนูไร้ค่ากับองค์ชายพิการ   องค์ชายออกหน้า

    สองวันหลังเหตุการณ์ช่วยองค์หญิงเย่หลัน ฝ่ายในกลับเงียบผิดปกติเป็นความเงียบแต่ไม่สงบระหว่างทางเดินหินอ่อน เสียงกระซิบดังตามหลังทุกครั้งที่หลี่ซินหรานก้าวผ่าน"นางรู้เรื่องพิษได้อย่างไร""เข้าวังวันแรกก็สร้างเรื่องแล้ว""หรือเป็นคนวางเอง แล้วแสร้งช่วยเหลือ"คำพูดไม่ได้ดังแต่ตั้งใจให้ได้ยิน เสี่ยวเฉียวทึ่เดินตามหลังกำมือแน่น"คุณหนู พวกนางกล่าวหาท่านชัด ๆ เหตุใดไม่ชี้แจงเจ้าคะ"หลี่ซินหรานเดินต่อไปอย่างสงบ"ยิ่งชี้แจง ยิ่งเหมือนแก้ตัว""แต่หากปล่อยไว้...""ข่าวลือมีอายุของมัน"นางเอ่ยเรียบ ๆ"หากไม่มีคนเติมเชื้อไฟ เดี๋ยวมันก็ดับเอง"คำพูดนั้นเหมือนมั่นใจ แต่ในวังหลวง ข่าวลือไม่เคยดับเองเย็นวันนั้น เบี้ยหวัดที่ควรส่งมาถึงตำหนักกลับล่าช้า อาหารเย็นที่นำมากลับเย็นชืด และมีรอยช้ำบนผักอย่างเห็นได้ชัดเสี่ยวเฉียวหน้าแดงด้วยความโกรธ"นี่จงใจแกล้งกันเห็น ๆ"หลี่ซินหรานใช้ตะเกียบเขี่ยผักเบา ๆ"ไม่ใช่แกล้ง แต่กำลังลองใจ""ลองใจ?""ดูว่าข้าจะโวยวายหรือไม่"นางวางตะเกียบแล้วยกถ้วยชาขึ้นจิบ สีหน้าไม่เปลี่ยน"หากข้าไปร้องเรียน จะยิ่งดูเหมือนคนมีความผิดแล้วพยายามเอาเรื่องอื่นมากลบ"เสี่ยวเฉียวจึงเงีย

  • คุณหนูไร้ค่ากับองค์ชายพิการ   คำพูดที่ไม่มีใครอยากฟัง

    หมอหลวงมาถึงในเวลาไม่นาน เขาคุกเข่าตรวจชีพจร สีหน้าครุ่นคิดก่อนกล่าวเสียงหนักแน่น"องค์หญิงทรงตกพระทัยอย่างรุนแรง กระหม่อมจะถวายยากล่อมประสาท"ขันทีรีบรับคำ เตรียมถ้วยยา หลี่ซินหรานขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางมองเงียบ ๆ ยานั้นหากให้ไปองค์หญิงจะไม่รอด"ขออภัย"เสียงนุ่มนวลดังขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายทุกสายตาหันมามองนางเป็นจุดเดียว"โลหิตที่พระโอษฐ์มีสีคล้ำ มิใช่อาการจากความตกใจ"หลี่ซินหรานเอ่ยช้า ๆ ชัดถ้อยชัดคำหมอหลวงชะงัก สีหน้าไม่พอใจ"เจ้าคือใคร กล้าขัดคำวินิจฉัยของข้า""หม่อมฉันเป็นเพียงว่าที่ชายาองค์ชายเจ็ด"นางตอบอย่างสุภาพ"แต่หากถวายยานั้น ชีพจรจะยิ่งอ่อนลง"ความเงียบเข้าปกคลุมไปทั่วองค์หญิงอีกคนหนึ่งหัวเราะเยาะ"เจ้ารู้ดีกว่าหมอหลวงหรือ"หลี่ซินหรานไม่ตอบ นางเพียงชี้ไปที่ปลายนิ้วของเย่หลัน"ปลายเล็บเขียวคล้ำ ลมหายใจมีกลิ่นฝาด นี่คืออาการของพิษสะสม ไม่ใช่โรคเฉียบพลัน"จี้หยกอุ่นขึ้นเล็กน้อย ราวกับยืนยันความคิดของนางหมอหลวงหน้าซีดวาบเขาก้มลงตรวจอีกครั้งก่อนจะรีบเปลี่ยนสีหน้า"รีบเปลี่ยนตำรับยา!"เสียงสั่งการดังขึ้นทันทีผ่านไปครึ่งชั่วยาม องค์หญิงเย่หลันพ้นขีดอันตราย ข่าวแพร่สะพัดไปท

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status