Share

คารวะบิดา

last update publish date: 2026-02-12 16:11:23

เรือนหลักเงียบสงบ เสียงฝีเท้าบ่าวรับใช้เบาบางในยามเช้า หลี่เหวินเจิ้งนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้หอม ใบหน้าขรึม เย็นชา สวมอาภรณ์ขุนนางอย่างเรียบร้อย ข้างกายคือหลิ่วซื่อกับหลี่ซินเหยา

เมื่อเห็นร่างบางก้าวเข้ามา หลิ่วซื่อถึงกับชะงัก ปลายนิ้วที่จับถ้วยชาสั่นไหวเล็กน้อย หลี่ซินเหยาหน้าซีด ดวงตาเบิกกว้างอย่างไม่อาจปิดบัง เพราะคนที่ควรตายไปแล้วกำลังยืนอยู่ตรงหน้า

หลี่ซินหรานทำความเคารพอย่างงดงาม คุกเข่าลงช้า ๆ ตามธรรมเนียม

"ลูกมาคารวะท่านพ่อเจ้าค่ะ"

เสียงนางราบเรียบ กิริยานิ่งสงบราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น หลี่เหวินเจิ้งเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มองนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า แววตานั้นมิใช่ดีใจ หากเป็นความแปลกใจปนเย็นชา

"ได้ยินว่าวันนั้นไม่สบาย อาการเจ้าดีขึ้นแล้วหรือ"

คำถามนั้นฟังดูเหมือนห่วงใยแต่ไร้ความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง

"เจ้าค่ะ"

หลี่ซินหรานตอบสั้น ๆ แล้วก้มหน้า หลิ่วซื่อรีบตั้งสติ ยิ้มอ่อนโยนอย่างที่ฝึกมานับสิบปี

"เมื่อวานข้าคิดว่าซินหรานเพียงสลบไป จึงสั่งให้ปล่อยกลับเรือน นึกไม่ถึงว่านางจะฟื้นได้เร็วถึงเพียงนี้"

น้ำเสียงอ่อนโยน แฝงความเมตตา หากใต้รอยยิ้ม ดวงตากลับแข็งกร้าว หลี่ซินเหยาก้าวออกมาหนึ่งก้าว เอ่ยเสียงสั่นเล็กน้อย

"พี่ใหญ่ เมื่อวานท่านทำให้พวกเราตกใจนัก หากไม่สบาย เหตุใดไม่บอกเล่าแต่แรกเจ้าคะ"

คำพูดนั้นฟังดูห่วงใยแต่คนฟังย่อมได้ยินว่าเป็นการโยนความผิดอย่างแนบเนียน หลี่ซินหรานเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาสงบนิ่งไร้ข้อโต้แย้ง

"เป็นความผิดของข้าเองเจ้าค่ะ ทำให้ท่านพ่อและฮูหยินรองกังวล"

คำพูดนั้นทำให้หลิ่วซื่อชะงักงันก่อนเก็บสีหน้าเป็นสงบนิ่งเช่นเดิม ทั้งที่ภายในใจคุกรุ่นไปด้วยอารมณ์โกรธ

หลี่เหวินเจิ้งเคยให้เรียกนางว่าท่านแม่ นางก็เชื่อฟังมาตลอด แต่เมื่อคำเรียกขานเปลี่ยนไปนับว่าคุณหนูใหญ่ผู้นี้กล้าท้าทายนางแล้ว จากคนที่เคยร้องไห้ขอความเมตตามาตลอด วันนี้กลับนิ่งจนชวนหวาดหวั่น

หลี่เหวินเจิ้งสีแม้หน้าไม่เปลี่ยนแปลงกลับเอ่ยขึ้นอย่างไม่ค่อยพอใจนัก

"เหตุใดไม่เรียกท่านแม่"

น้ำเสียงแข็งกระด้างขึ้นมาทันใดดั่งคนที่เคยกดข่มผู้อื่นมานาน แต่หลี่ซินหรานยังคงเงียบต่อไป เขาจึงถอนหายใจพยักหน้าเล็กน้อย

"วันนี้ข้าจะไม่ถือสาเจ้าเห็นว่าเจ้าไม่สบาย กลับไปพักผ่อน อย่าสร้างเรื่องให้วุ่นวายอีก เรื่องนี้ข้าจะทดเอาไว้ค่อยว่ากันวันหลัง"

คำตัดสินนั้นหมายหัวนางชัดเจน ไม่มีการไต่ถามหรือตรวจสอบ ไม่มีแม้คำถามที่ห่วงใยว่าเมื่อวานเกิดอะไรขึ้นกับนางบ้าง

หลี่ซินหรานก้มศีรษะต่ำ

"เจ้าค่ะ"

ก่อนลุกขึ้น นางเหลือบมองหลิ่วซื่อกับหลี่ซินเหยาเพียงชั่วอึดใจ แววตานั้นไม่โกรธแค้นหากเป็นความสงบนิ่งดั่งผิวน้ำก่อนเกิดพายุ นางหมุนตัวจากไปอย่างสำรวม ทิ้งไว้เพียงความเย็นเยียบที่ค่อย ๆ แทรกซึมในเรือนหลัก

หลิ่วซื่อกำถ้วยชาแน่น ชาร้อนลวกฝ่ามือแต่กลับไม่รู้สึกเจ็บ เพราะสิ่งที่น่ากลัวกว่าคือคนที่ควรตายไปแล้วกลับมายืนอย่างสงบเหยียบหน้านางอยู่เช่นนี้

หลังออกจากเรือนหลักหลี่ซินหรานยังไม่กลับเรือนตนเอง นางหยุดยืนที่ทางเดินหิน แสงแดดอ่อนยามเช้าทอแสงบางผ่านกิ่งไม้ที่ยังไม่ผลิใบ

"พี่ใหญ่"

เสียงอ่อนหวานดังขึ้นด้านหลัง

หลี่ซินเหยาเดินตามออกมา ใบหน้ายังซีดเล็กน้อย แต่ยังพยายามยิ้ม

"เมื่อวานท่านทำให้ทุกคนตกใจจริง ๆ หากท่านไม่สบาย ควรบอกกล่าวแต่เนิ่น ๆ จะได้ไม่เกิดเรื่องเข้าใจผิด"

คำพูดฟังดูมีเหตุผลแต่แฝงการตำหนิอย่างแนบเนียน หลี่ซินหรานหันกลับไปด้วยสีหน้าเรียบสงบ

"เจ้าเข้าใจผิดแล้ว"

หลี่ซินเหยาชะงัก

"เมื่อวานข้าไม่ได้ไม่สบาย"

"แต่ข้า กำลังจะตาย"

คำพูดนั้นแผ่วเบาแต่เน้นย้ำชัดเจน บ่าวรับใช้สองสามคนที่เดินผ่านต่างชะงักฝีเท้าโดยไม่รู้ตัว

หลิ่วซื่อที่เดินตามออกมาสมทบ ใบหน้าตึงขึ้นเล็กน้อยแต่ยังคงยิ้มให้นาง

"ซินหราน เจ้าอย่าพูดเกินจริงไปเลย เรื่องเมื่อวานเป็นเรื่องภายใน หากพูดเช่นนี้ต่อหน้าคนอื่นจะทำให้จวนเสียชื่อได้"

หลี่ซินหรานก้มศีรษะเล็กน้อย ท่าทางนอบน้อม

"ฮูหยินกล่าวถูกต้อง"

"ข้าจึงตั้งใจจะจัดการให้เรียบร้อย"

หลิ่วซื่อได้ฟังก็ขมวดคิ้ว

"จัดการหรือ"

หลี่ซินหรานหันไปทางบ่าวรับใช้ที่ยืนใกล้ แล้วกล่าวเสียงนิ่ง

"ข้าสูญเสียทรัพย์สินส่วนตัวไปทั้งหมด"

"เครื่องประดับ เสื้อผ้า เงินส่วนตัว รวมถึงตำราที่ท่านแม่ข้าทิ้งไว้"

บ่าวรับใช้หน้าเปลี่ยนสีเพราะนี่ไม่ใช่เรื่องเล็ก

"ตามกฎของจวน"

"ทรัพย์สินบุตรสาว ย่อมต้องคืนแก่เจ้าของ"

"ข้าจึงตั้งใจจะขอให้พ่อบ้านตรวจสอบบัญชี และเชิญผู้ใหญ่ในจวนเป็นพยาน"

คำว่า ผู้ใหญ่ในจวนทำให้หลิ่วซื่อหน้าซีดลงเล็กน้อยเพราะนั่นหมายถึงเรื่องจะไม่จบเงียบ ๆ หลี่ซินเหยารีบพูดขึ้นอย่างร้อนรน

"พี่ใหญ่ คงเป็นความเข้าใจผิด บ่าวรับใช้อาจเก็บผิดที่ก็ได้เจ้าค่ะ"

หลี่ซินหรานยิ้มบาง ๆ

"ไม่เป็นไร ข้าชอบความชัดเจน"

นางหันไปมองหลิ่วซื่อ ดวงตาสงบนิ่งจนอ่านไม่ออก

"ฮูหยินคุมจวนมาหลายปี ย่อมไม่ปล่อยให้บ่าวลักทรัพย์คุณหนูได้จริงหรือไม่"

คำถามนั้นสุภาพแต่เหมือนคมมีดจ่ออยู่ที่คอ หากหลิ่วซื่อปฏิเสธเท่ากับยอมรับว่าการคุมจวนหละหลวม หากยอมรับก็เท่ากับรับว่าทรัพย์สินอยู่ที่ตน

หลิ่วซื่อฝืนยิ้ม

"แน่นอน ข้าจะให้คนตรวจสอบให้"

หลี่ซินหรานพยักหน้า มิใช่การเคารพแต่ท่าทางของนางทำให้อีกฝ่ายกำลังรู้สึกด้อยกว่า

"เช่นนั้นก็ดี ข้าไม่อยากให้คนภายนอกเข้าใจผิดว่าจวนตระกูลหลี่ฆ่าบุตรสาวคนโต แล้วยังยึดทรัพย์อีก"

บ่าวรับใช้หลายคนก้มหน้าลงทันที หลี่ซินหรานยิ้มก่อนทำความเคารพเล็กน้อย

"ข้าขอตัว"

นางเดินจากไปอย่างสงบทิ้งไว้เพียงสองแม่ลูกที่ยืนแข็งทื่อ หลิ่วซื่อกำชายแขนเสื้อแน่น เล็บจิกลงเนื้อจนเจ็บ

การที่เด็กหัวอ่อนคนหนึ่งเคยอยู่ใต้อาณัติของนางเกิดดวงแข็งขึ้นมาและกลับกลายเป็นอีกคน นอกจากไม่มีความกลัวเช่นเดิมยังไร้ความเคารพนางในฐานะผู้มีอำนาจในจวนที่เปรียบดั่งมารดา

"ไม่ให้เกียรติข้าแล้วยังกล้าท้าทายข้าหรือ"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คุณหนูไร้ค่ากับองค์ชายพิการ   ตอนพิเศษ 5 บทส่งท้าย

    เสียงแตรสังข์ดังก้องกังวานไปทั่วนครหลวง ขบวนเดินทัพของอาหู่และ แม่ทัพเกาเทียนเล่อเคลื่อนเข้าสู่ประตูวังอย่างยิ่งใหญ่ ขบวนนี้ไม่ได้พกพาอาวุธมาเพื่อรบ แต่พกพาเอาเหล้าป่าหมื่นไหและ สมุนไพรล้ำค่ามาเพื่อฉลองอาหู่ในชุดขุนนางหนานเจียงที่ดูภูมิฐานขึ้น แต่ยังคงท่าทางนักเลงโตเหมือนเดิม เดินนำขบวนเคียงข้างแม่ทัพเกาที่สวมชุดเกราะอ่อนสีเงินสง่างาม ตามมาด้วยหูเจี้ยนและเกาชิงชิง คู่ข้าวใหม่ปลามันที่เดินจูงมือกันมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม"ดูสิ เมืองหลวงวันนี้สว่างยังกับกลางวัน ลูกชายฝ่าบาทนี่ดวงแข็งจริง ๆ ได้ขึ้นบัลลังก์พร้อมเมียสวยขนาดนี้"อาหู่กระซิบพลางหัวเราะลั่นจนขุนนางวังหลวงที่เดินผ่านถึงกับสะดุ้งภายในพระที่นั่งบรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้นานาพันธุ์สลับกับกลิ่นอายความเข้มข้นของสุราชั้นเลิศ จักรพรรดิเซียวจิ่งเยี่ยนและฮองเฮาอวี้หลัน ประทับบนบัลลังก์คู่ดูสง่างามดั่งเทพเซียนลงมาจุติโต๊ะเสวยจัดแบ่งตามลำดับอย่างอบอุ่นโต๊ะอาวุโสมีเซียวจิ่งอัน หลี่ซินหราน เฉินเฟิง หลี่ซินเหยา อาหู่ เซียวหลัน และเกาเทียนเล่อ นั่งล้อมวงกันราวกับสหายที่ร่วมรบกันมาแรมปี เสียงพูดคุยหัวเราะของพวกเขาทำให้อำนาจที่เคย

  • คุณหนูไร้ค่ากับองค์ชายพิการ   ตอนพิเศษ 4 งานสมรส

    ทันทีที่ข่าวพยัคฆ์หนุ่มสยบแม่เสือดาวแพร่ไปถึงหูของฮ่องเต้เซียวจิ่งอัน พระองค์ทรงพระสรวลเสียงดังลั่นตำหนัก ทรงรีบสั่งการให้เบิกสมบัติล้ำค่าจากคลังหลวง ทั้งผ้าไหมทองคำ หยกประดับ และอาวุธระดับตำนาน ส่งไปประเคนให้หลานชายถึงหนานเจียงหนัก ๆ โดยส่ง รัชทายาทเซียวจิ่งเยี่ยนและเหล่ามังกรแฝด ทั้งสี่พระองค์เดินทางไปเป็นตัวแทนพระองค์บรรยากาศที่หน้าด่านหนานเจียงคึกคักอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ขบวนม้าของรัชทายาทช่างสง่างาม แต่อลังการไม่แพ้กันคือขบวนของ แม่ทัพเฉินเฟิงและหลี่ซินเหยาที่พาลูกชายทั้งสองคนคือเฉินหยาง และเฉินหมิงมาร่วมแสดงความยินดี"อาหู่ ข้าขนดาบเหล็กไหลมาให้ลูกสะใภ้เจ้าโดยเฉพาะ เห็นว่าดุนักไม่ใช่รึ" เฉินเฟิงตะโกนทักทายสหายรักที่ยืนหน้าบานรอรับแขกอยู่หน้าจวน"ฮ่าๆๆ! มาเลยสหายรัก วันนี้ข้าเตรียมเหล้าไว้รับรองพวกเจ้าจนถึงเช้า" อาหู่หัวเราะพลางกอดคอสหายทั้งสองเข้างานลานกว้างใจกลางเมืองหนานเจียงถูกเนรมิตให้เป็นสถานที่จัดงานแต่งที่ผสมผสานระหว่างความหรูหราของราชวงศ์และความดิบเถื่อนของนักรบหนานเจียง แสงโคมไฟนับหมื่นดวงส่องสว่างแข่งกับแสงดาว เสียงกลองศึกสลับกับเสียงพิณหวานหูหูเจี้ยน ในชุดเจ้า

  • คุณหนูไร้ค่ากับองค์ชายพิการ   ตอนพิเศษ 3 พยัคฆ์อยากมีคู่

    ภายในห้องโถงจวนแม่ทัพเกาเทียนเล่อ บรรยากาศอึมครึมลงทันตา เมื่อแม่ทัพเกาเรียกเกาชิงชิงมายืนต่อหน้า โดยมีหูเจี้ยน นั่งกอดอกทำหน้ายียวนอยู่ข้าง ๆ"ชิงชิง เจ้าทำเกินไปแล้วนะ" แม่ทัพเกาตบโต๊ะเสียงดัง"เจ้าลืมที่ข้าสอนรึ วิชาการต่อสู้และธนูที่ข้าถ่ายทอดให้เจ้า เพราะเจ้าเป็นลูกกำพร้าของน้องชายข้าที่พลีชีพในสนามรบ ข้าเลี้ยงเจ้ามาเพื่อให้เจ้าปกป้องตัวเอง ไม่ได้ให้เจ้าเอาไปเที่ยวไล่กัดกับแขกของข้าเช่นนี้"เกาชิงชิงก้มหน้านิ่ง ขอบตาเริ่มร้อนผ่าวเพราะความน้อยใจ "แต่เขาจะล่าสัตว์ในเขตที่ข้าดูแลนะเจ้าคะท่านพ่อ""หุบปาก! ถึงเจ้าจะเก่งกาจเพียงใด ข้าก็ไม่เคยอนุญาตให้เจ้าไปเป็นทหารรบราฆ่าฟันกับใคร ข้าอยากให้เจ้าเป็นสตรีที่สง่างาม ไม่ใช่แม่เสือป่าเช่นนี้ ขอโทษคุณชายหูเดี๋ยวนี้!"เกาชิงชิงเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะหันไปทางหูเจี้ยนแล้วสะบัดเสียงใส่ "ขอโทษ" จากนั้นนางก็วิ่งหนีเข้าห้องไปทันที ทิ้งให้หูเจี้ยนนั่งงงพลางรู้สึกผิดขึ้นมานิด ๆ ที่ทำให้สตรีที่ดูเข้มแข็งขนาดนั้นต้องโดนดุเมื่อหูเจี้ยนกลับถึงเมืองหนานเจียง เขายังคงวนเวียนคิดถึงใบหน้าดุ ๆ แต่แฝงไปด้วยความเศร้าของเกาชิงชิง รวมถึงฝีมือธนูที่ทัดเทียมกั

  • คุณหนูไร้ค่ากับองค์ชายพิการ   ตอนพิเศษ 2 คู่บารมี

    หลังจากงานพิธีอำลาตาเฒ่ากระบอกยาผ่านพ้นไป ความเศร้าโศกเริ่มจางหายไปตามกาลเวลา เหลือเพียงปณิธานที่ต้องสานต่อ องค์รัชทายาททรงเริ่มปฏิบัติภารกิจตรวจการรอบนครหลวงเพื่อดูแลสารทุกข์สุกดิบของราษฎรตามรอยพระราชบิดาข้างกายของพระองค์คือ เฉินหยาง ลูกชายคนโตของแม่ทัพเฉินเฟิงและหลี่ซินเหยา ซึ่งบัดนี้รั้งตำแหน่งรองแม่ทัพและองครักษ์คู่ใจ ทั้งสองเติบโตมาด้วยกันดั่งพี่น้อง คนหนึ่งคือมังกรผู้ปกครองอีกคนคือพยัคฆ์ขาวผู้พิทักษ์"เฉินหยาง เจ้าว่าวันนี้ตลาดทิศตะวันออกดูคึกคักผิดปกติหรือไม่" รัชทายาทตรัสพลางทอดพระเนตรวิถีชีวิตผู้คน"ทูลรัชทายาท เป็นเพราะใกล้เทศกาลโคมไฟพะย่ะค่ะ ราษฎรต่างพากันเตรียมงานเลี้ยงฉลองความสงบสุขของแผ่นดิน" เฉินหยางตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งขรึมตามแบบฉบับตระกูลเฉินภารกิจสุดท้ายของวันคือการเข้าพบ มหาอัครเสนาบดีหวังอี้เทียน เพื่อหารือเรื่องการปฏิรูปการศึกษาในราชสำนัก ทันทีที่ทั้งสองก้าวเข้าสู่จวนที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่ทรงพลัง มหาอัครเสนาบดีก็รีบออกมาต้อนรับ"กระหม่อมขอประทานอภัยที่ให้ทรงรอนานพะย่ะค่ะ พอดีบุตรีของกระหม่อมกำลังจัดเตรียมน้ำชาเพื่อต้อนรับพระองค์อยู่"ทันใดนั้น สตรีนางหนึ่งใน

  • คุณหนูไร้ค่ากับองค์ชายพิการ   ตอนพิเศษ 1 บทเรียนสุดท้ายกับอาจารย์ตาเฒ่า

    ในบ่ายวันที่อากาศอบอ้าว จดหมายจากนกสื่อสารปีกสีเงินสามฉบับส่งถึงวังหลวง, จวนแม่ทัพ และหนานเจียง เนื้อความในจดหมายสั้นและห้วนตามสไตล์ ตาเฒ่ากระบอกยา ว่า "ข้าแก่แล้ว สังขารข้าคงอยู่ได้อีกไม่นาน วิชาที่ข้ามีข้าไม่อยากให้มันตายไปกับโลงศพ ส่งลูกบ้านละหนึ่งคนมาหาข้าที่หุบเขาไร้นามภายในเจ็ดวัน ใครช้า ข้าจะถือว่าสิ้นวาสนาต่อกัน" ข่าวนี้ทำเอาเหล่าพ่อแม่นั่งไม่ติดพื้น ทุกคนต่างรู้ว่านี่คือโอกาสสุดท้ายที่จะได้รับสืบทอดวิชาที่เปลี่ยนคนตายให้ฟื้นได้ หลังจากปรึกษากันอย่างเคร่งครัด ตัวแทนรุ่นที่หนึ่งจึงถูกเลือก เซียวหลิน องค์หญิงแฝดผู้พี่ ตัวแทนจากวังหลวง นางมีพื้นฐานจากมารดาและมุ่งมั่นจะเป็นหมอหญิงที่เก่งที่สุด เฉินหมิง ลูกชายคนเล็กตระกูลเฉิน แม้จะเป็นขุนนางกรมโยธา แต่เขามีสมาธิสูงและเข้าใจเรื่องกลไกธาตุ ซึ่งจำเป็นต่อการสกัดยาชั้นสูง หูหลัน ลูกสาวคนเล็กหนานเจียง นางมีความใกล้ชิดกับพฤกษศาสตร์ป่าไม้มากที่สุดในสองพี่น้องของอาหู่ การเดินทางสู่หุบเขาไร้นามไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งสามคนต้องเดินทางร่วมกันโดยไม่มีผู้ช่วยหรือทหารติดตาม ทันทีที่เข้าสู่เขตป่าหมอก พวกเขาต้องเจอกับเขาวงกตพฤกษาที่ตาเฒ่าจัดวา

  • คุณหนูไร้ค่ากับองค์ชายพิการ   การเติบโตของทายาท

    กาลเวลาผันผ่านล่วงเลยมาถึงยี่สิบปี แผ่นดินเซียวไม่เพียงแต่สงบสุข แต่ยังเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด ภายใต้การดูแลของทายาทแห่งหลี่ซินหรานและเซียวจิ่งอัน องค์รัชทายาทเซียวจิ่งเยี่ยน แฝดคนโตของราชวงศ์ บุรุษผู้มีความเคร่งขรึมและเด็ดขาดเหมือนพระราชบิดา แต่มีนัยน์ตาที่แฝงความอ่อนโยนเหมือนมารดา เขาไม่เพียงแต่เก่งการปกครอง แต่ยังเป็นจอมทัพที่ได้รับการยอมรับจากทหารทั่วแผ่นดิน ในวัยยี่สิบเศษ เขาสามารถบริหารราชกิจแทนฮ่องเต้ได้อย่างไร้ที่ติ ราชเลขาเซียวอวี่ แฝดผู้น้องผู้ที่ตาเฒ่ากระบอกยาเคยย่นจมูกใส่เพราะหน้าเหมือนตา บัดนี้กลายเป็นนักปราชญ์อันดับหนึ่งของแผ่นดิน เขามีความจำที่เลิศเลอและไหวพริบปฏิภาณในการวางแผนการเมืองได้อย่างแยบยล เป็นขุนพลฝ่ายบุ๋นที่คอยคานอำนาจและอุดช่องโหว่ให้พี่ชายได้อย่างสมบูรณ์แบบ องค์หญิงเซียวหลิน ธิดาแฝดองค์โต นางสืบทอดวิชาการแพทย์มาอย่างเต็มเปี่ยม นางเปิดสถานพยาบาลประชาราษฎร์ทั่วแคว้นพัฒนาการผ่าตัดและร่วมกับตำราของตาเฒ่า จนโรคร้ายไม่สามารถกล้ำกรายแผ่นดินเซียวได้อีก องค์หญิงเซียวเฟย แฝดหญิงคนน้อง รั้งตำแหน่งราชทูต นางเป็นผู้ที่นำกองเรือเซียวออกสู่มหาสมุทร ค้าขายกับดินแ

  • คุณหนูไร้ค่ากับองค์ชายพิการ   ย้ายเข้าตำหนักองค์ชาย

    เช้าวันถัดมา ขันทีประจำตำหนักมารายงานว่า "ทูลองค์ชาย ข้างนอกมีข่าวว่าท่านลำเอียงเข้าข้างว่าที่ชายา" เซียวจิ่งอันวางพู่กันลงอย่างไม่รีบร้อน "ปล่อยไป" "แต่ข่าวลือนั้นกระทบพระเกียรติพะย่ะค่ะ" เขาไม่ตอบ สายตาคมนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง "ใครปล่อยข่าว" ขันทีลังเล ก่อนตอบ "ต้นทางมาจากตำหนักองค์หญิง

    last updateLast Updated : 2026-03-17
  • คุณหนูไร้ค่ากับองค์ชายพิการ   คำพูดที่ไม่มีใครอยากฟัง

    หมอหลวงมาถึงในเวลาไม่นาน เขาคุกเข่าตรวจชีพจร สีหน้าครุ่นคิดก่อนกล่าวเสียงหนักแน่น "องค์หญิงทรงตกพระทัยอย่างรุนแรง กระหม่อมจะถวายยากล่อมประสาท" ขันทีรีบรับคำ เตรียมถ้วยยา หลี่ซินหรานขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางมองเงียบ ๆ ยานั้นหากให้ไปองค์หญิงจะไม่รอด "ขออภัย" เสียงนุ่มนวลดังขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายท

    last updateLast Updated : 2026-03-17
  • คุณหนูไร้ค่ากับองค์ชายพิการ   อวสานอัปยศ

    เสียงฝีเท้าของคนทั้งห้าดังสะท้อนก้องไปตามทางเดินหินของวิหารโลหิตที่ลึกลงไปใต้ดิน ยิ่งลึกอากาศยิ่งเย็นเยียบและชื้นแฉะ ทว่าสิ่งที่ทำให้หลี่ซินหรานต้องหยุดชะงักไม่ใช่ความหนาวเย็น แต่เป็นกลิ่นหอมอ่อนๆ ของหญ้าน้ำค้างสวรรค์และจันทน์เทศพันปีที่ลอยมาตามลม กลิ่นที่นางจำได้ขึ้นใจว่ามันคือกลิ่นเฉพาะตัวที่ติดอ

    last updateLast Updated : 2026-04-05
  • คุณหนูไร้ค่ากับองค์ชายพิการ   ศิษย์พี่ ศิษย์น้อง

    กลางดึกท่ามกลางป่าหนานเจียงที่มืดมิด เสียงแมลงป่าเงียบหายไปอย่างประหลาด ราวกับสิ่งมีชีวิตทุกชนิดกำลังกลั้นหายใจด้วยความหวาดกลัวต่ออำนาจมืดที่ปกคลุมอยู่ ในวงล้อมอาคมของตาเฒ่ากระบอกยา แสงสีม่วงทองยังคงหมุนวนรอบตัวเซียวจิ่งอันและหลี่ซินหรานอย่างต่อเนื่องเหงื่อผุดขึ้นตามใบหน้าคมคายของรัชทายาทหนุ่ม พลั

    last updateLast Updated : 2026-04-05
More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status