Masukริวพยักหน้าเท่าที่จะทำได้ภายใต้แรงบีบ ดวงตาเบิกกว้างเปล่งแสงระยิบระยับ แม้จะเจ็บปวดจากการถูกบีบคอ แต่แทนที่เขาจะกลัวพี่ T ในตอนนี้ เขากลับตื่นเต้นแทนเวลาที่เห็นสีหน้าที่ออกคำสั่งในตอนนี้ มองใบหน้าสวยตรงหน้าอย่างหลงใหล
ธามคลายมือผ่อนคลายนิดหนึ่ง แต่ยังวางไว้ที่ลำคออย่างหลวม ๆ เขาเริ่มขยับสะโพกขึ้นลงช้า ๆ ด้วยอย่างเป็นจังหวะ ไม่นานเสียงเนื้อกระทบเนื้อก็ดังขึ้นสะท้อนไปทั่วห้อง สายตาของธามและริวสบตากันอย่างไม่ละสายตา ขณะที่ช่วงล่างกำลังดำเนินกิจกรรมเข้าด้ายเข้าเข็มที่ทำให้ทั้งคู่ต่างก็เสียวซ่านไปทั้งร่าง
“นี่แหละ... แบบที่พี่ชอบ...การที่เห็นริวดิ้นรนอยากขยับ แต่ก็ขัดคำสั่งไม่ได้ มันเร้าใจมาก” เสียงของธามต่ำและแหบพร่าเต็มไปด้วยความเสียว ในตอนนี้ร่างกายเขากำลังร้อนรุ่มไปด้วยเปลวเพลิงที่ทำให้แทบคลั่ง
“พี่ T...อ๊ะ... อ้า” ริวครางเสียงกระเส่าความสุขถาโถมจนแทบล้นออกมา อยากที่จะเป็นฝ่ายขย่มใส่ร่างบางตรงหน้าให้แหลกเหลวด้วยตัวเอง แต่เขาก็พยายามนิ่งห้ามใจตัวเองให้ทำตามคำสั่งคนพี่อย่างเต็มที่
“แบบนี้สิ...แบบนี้แหละ...รู้สึกดีใช่ไหม ถูกขย่มแบบนี้เสียวใช่ไหม” ธามเร่งจังหวะขึ้นมือหนึ่งกดคอริวเอาไว้ อีกมือหนึ่งลูบไล้ไปตามเรือนร่างที่ถูกมัดไปด้วยเชือกอย่างหลงใหล
“อ๊าา...ครับพี่ ข้างในตัวพี่ T ดีมากเลยครับ ซี้ดดด...ทำผมเสียวจนแทบคลั่งจะแย่แล้ว” ริวครางเสียงสั่น ความรู้สึกผสมกันระหว่างเจ็บกับความเสียวทำให้เขาแทบบ้า เขาอยากจะเป็นฝ่ายขยับ ทำให้ร่างตรงหน้านี้เสียวด้วยตัวเองบ้าง
“นายชอบใช่ไหม ชอบที่โดนพี่ทำแบบนี้...ตอบมา!” ธามบดสะโพกแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนเสียงเตียงกระทบผนังห้องเกิดจังหวะไม่หยุด เล็บเขาจิกแน่นลงบนผิวที่อกแกร่งของริว
“ชอบครับ ผมชอบครับ ขย่มมาแรง ๆ เลยครับ อ๊าส์” ริวหลับตาแน่น เขารู้สึกว่าตัวเองใกล้ที่จะเสร็จแล้ว
“รู้ไหมว่า นายเป็นไม่กี่คนที่ไม่กลัวพี่ หรือขอร้องให้พี่หยุดกลางคัน คนอื่นร้องขอให้หยุด แต่นาย...กลับขอให้ฉันทำต่อ” ดวงตาของธามวาววับขึ้นทันที มือที่กดคอแน่นขึ้นอีก เขาเร่งสะโพกรัวไม่หยุด
“ผมชอบ...ทุกอย่างที่พี่ทำ อ๊ะ ผมใกล้แล้ว” ริวยิ้มเอ่ยออกมาด้วยเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยคราวเสียว
“ยังไม่ได้! อดทนไว้... ยังไม่ถึงเวลา” ธามเอ่ยสั่งเสียงแข็งสะโพกยังคงขยับขึ้นลงเคลื่อนไหวไม่หยุด
ริวกัดฟันแน่นร่างกายเกร็งเต็มที่ เหงื่อผุดพรายเต็มตัว ทำให้เตียงนอนที่รองรับร่างเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เสียวที่แก่นกายโดนบีบรัดจากภายในตัวคนพี่ทำให้ร่างกายทำให้เขาแทบสิ้นสติ แม้ใจอยากจะปฏิเสธคำสั่งนั้นของอีกฝ่าย แต่ริวกลับพบว่า ตัวเองไม่อาจปฏิเสธคำสั่งของคนพี่ได้เลย
“อ๊าส์” ธามรู้สึกได้ถึงอารมณ์ที่พุ่งขึ้นสูง เขาใกล้ที่จะเสร็จแล้วอีกนิดเดียวเท่านั้น
“พี่ครับ ผมขอ...ผมไม่ไหวแล้ว” ริวครางเสียงสั่นวิงวอนด้วยน้ำตาที่เริ่มซึม ร่างกายเขาแทบจะระเบิดแล้วที่ต้องทนต่อความเสียวที่พุ่งขึ้นแบบนี้
“อดทน! รอเสร็จไปพร้อมกัน” ธามคำรามเสียงต่ำ มือจับแก่นกายตัวเองที่สั่นไม่หยุดชักรูดมันด้วยมืออย่างรัวเร็ว ไปตามจังหวะที่สะโพกตัวเองขย่มขึ้นลงบนแก่นกายใหญ่
“พร้อมกัน! อ๊าส์” ธามร้องออกมาในที่สุดร่างกายเกร็งทั้งตัว เขาปล่อยมือที่จับแก่นกายตัวเองให้เป็นอิสระ ปล่อยให้แก่นกายตัวเองปลดปล่อยมวลน้ำสีขาวขุ่นออกมาราดไปทั่วทั้งร่างของริว
“อ่าส์!”
ริวเปล่งเสียงร้องครางออกมาทันทีที่ได้รับอนุญาต ช่วงล่างกระดกขึ้นเสียบแก่นกายตัวเองเข้าไปในตัวคนพี่ที่ลอยตัวเองจนสุดลำ ปลดปล่อยมวลน้ำกามที่อุ่น ๆ ข้างในตัวคนพี่อย่างไม่ยั้ง หลังจากที่อดทนมานานแก่นกายของเขาปลดปล่อยออกมาอย่างรุนแรง ราวกับสายน้ำที่กักเก็บไว้นานแล้วทะลักออกมา ทำให้มีน้ำสีขาวขุ่นบางส่วนไหลทะลักสวนออกมาจากส่วนโคนของถุงยาง
ทั้งสองคนหยุดนิ่งหอบหายใจร่างกายเหงื่อชุ่มและอ่อนระโหย ธามค่อย ๆ ขยับตัวออกทิ้งตัวนอนลงข้าง ๆ ริว ดวงตาครึ่งเปิดด้วยความเหนื่อยล้าและความพึงพอใจ
“ดีมาก นายทำได้ดีมาก” ธามกระซิบเสียงแผ่ว มือเอื้อมไปลูบใบหน้าของริวเบา ๆ
“ขอบคุณครับ พี่ช่วยแก้มัดให้ผมหน่อยได้ไหมครับ” ริวตอบเสียงแหบพร่าหายใจเข้าออกอย่างรุนแรง ลำคอยังคงรู้สึกเจ็บจากการถูกบีบ แต่ความสุขที่ได้รับก็ทำให้เขาไม่สนใจความเจ็บปวดนั้น
“เจ็บตรงไหนไหม” ธามลุกขึ้นช้า ๆ หันมาแก้เชือกที่มัดริวอย่างระมัดระวัง ทั้งที่ปกติเขาไม่เคยใส่ใจคนที่นอนด้วยมากขนาดนี้ แม้เขาจะเป็นแพทย์ แต่ก็ไม่เคยสนใจคู่นอนที่เจอกันเพียงครั้งเดียวแต่อย่างใด เมื่อแก้เชือกเสร็จเขาค่อย ๆ นวดข้อมือและไหล่ให้ริวเบา ๆ
“ไม่มากครับ แค่มือชาและคอเจ็บนิดหน่อย” ริวตอบพลางยิ้มดีใจที่ได้เห็นอีกด้านของธามที่ดูห่วงใยและอ่อนโยน แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ตาม
“ดี” ธามพยักหน้าก่อนจะลุกขึ้นยืน
“พี่จะไปอาบน้ำก่อน นายพักสักครู่แล้วค่อยตามมา ห้องน้ำอยู่ทางนั้น” เขาชี้ไปที่ประตูห้องน้ำที่อยู่อีกด้านหนึ่งของห้องนอนก่อนที่จะเดินเข้าไป
ริวมองตามร่างเปลือยของธามที่เดินเข้าห้องน้ำไป รู้สึกทั้งพึงพอใจและสับสนในเวลาเดียวกัน ประสบการณ์ที่เพิ่งผ่านมาทั้งเร่าร้อนและรุนแรงกว่าที่เขาเคยเจอมา แต่มันกลับทำให้เขารู้สึกมีชีวิตชีวามากกว่าที่เคยเป็น
เขาใช้เวลาสักพักเพื่อให้ร่างกายฟื้นตัว ดึงถุงยางที่ส่วนหัวเต็มไปด้วยน้ำโยนทิ้งไปข้างเตียง ก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้องน้ำบ้าง พบว่าคนพี่กำลังยืนให้น้ำไหลผ่านร่างกาย ห้องน้ำกว้างขวาง มีทั้งอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่และฝักบัวแบบเรนชาวเวอร์
“ผมขอเข้าไปอาบด้วยได้ไหมครับ” ริวหยุดหน้าห้องน้ำ ยังไม่เข้าไปหาอีกฝ่ายแต่เอ่ยขออนุญาตก่อน
“เข้ามาได้” ธามบอกโดยไม่หันมามองเปิดน้ำอุ่นให้ไหลแรงขึ้น
ริวเข้าไปยืนใต้สายน้ำเดียวกับพี่ T รู้สึกดีเมื่อน้ำอุ่นไหลผ่านร่างกายที่เมื่อยล้า ล้างเอาเหงื่อ คาวน้ำกาม และความเหนื่อยล้าออกไป
“เป็นไงบ้าง รู้สึกอย่างไรกับสิ่งที่เราทำไปในคืนนี้” ธามช่วยสระผมให้ริวด้วยเจลล้างผมกลิ่นหอมอ่อน ๆ มือนวดหนังศีรษะเบา ๆ อย่างผู้ชำนาญ
“รู้สึกดีมากครับ ผมไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้มาก่อน แต่มันทำให้ผมรู้สึกแปลกใหม่มาก” ริวตอบตามตรง
“ไม่ใช่ทุกคนจะชอบแบบนี้” ธามมือลูบไปตามรอยแดงบนคอริวที่เกิดจากการบีบของเขาเอง ก่อนจะลูบไล้ไปตามรอยเส้นสีแดงตามลำตัวริวที่เกิดจากการถูกเชือกเสียดสี
“ผมไม่รู้ครับ ผมแค่รู้สึกดีเมื่อได้ทำกับพี่” ริวใบหน้าขึ้นสีแดงเมื่อเอ่ยประโยคนี้ออกไป
ธามชะงักไปชั่วขณะหนึ่งก่อนจะกลับมาเป็นปกติ เขาช่วยล้างตัวให้ริวต่อ ถูสบู่ให้ทั่วร่าง โดยเฉพาะบริเวณที่มีรอยแดง มือของเขาจะสัมผัสผิวส่วนนี้ของริวอย่างอ่อนโยนอย่างไม่น่าเชื่อ จากคนที่เพิ่งทำร้ายร่างกายริวไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน
“พี่ T พี่ทำแบบนี้กับทุกคนที่พี่นอนด้วยเหรอ ทั้งการออกคำสั่งและการดูแลหลังจากนั้น” ริวอดถามไม่ได้ เขาหัวใจแทบหยุดเต้น เมื่อเห็นว่าคนพี่ไม่ได้ตอบประโยคก่อนหน้านี้ แต่ต่อมากลับดูแลเขาเป็นอย่างดี ทำให้ริวอดคิดขึ้นมาไม่ได้ว่าพี่ T ทำแบบนี้กับคู่นอนทุกคนหรือเปล่า
“ไม่ หลายคนพี่ก็แค่มีความสัมพันธ์แบบธรรมดาทั่วไปเพื่อระบายเท่านั้น ส่วนน้อยจะเจอคนที่แมตช์ด้วยแล้วอยากลองทำแบบนี้ถ้าอีกฝ่ายสมยอม แต่ส่วนใหญ่ก็จะหนีไปหลังจากที่พี่เริ่มทำรุนแรง และพี่มักจะโดนด่าว่าวิปริต” ธามตอบสั้น ๆ เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยขึ้นต่อ
“พี่ไม่เคยดูแลใครหลังจากเสร็จกิจ ปกติพี่จะให้เงินพวกเขา และบอกให้ออกจากห้องไปเลย ไม่อยากให้อยู่ที่นี่นาน”
“แล้วทำไมผมถึงได้รับการปฏิบัติพิเศษ” ริวถามต่อ
“ไม่รู้ บางทีเพราะนายไม่กี่คนที่ไม่หนีไป หรือไม่ก็เพราะนายดูเหมือนหมาน้อยที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษมั้ง” ธามตอบตามตรงขณะปิดน้ำและเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัว เขาไม่รู้ทำไมเหมือนกันว่า ทำไมตัวเองถึงไม่ไล่หนุ่มคนนี้ออกไปจากห้อง
“ขอบคุณนะครับที่ดูแลผม” ริวยิ้มแม้จะไม่ค่อยพอใจนักที่ถูกเรียกว่าหมาน้อยก็ตาม
ธามยื่นผ้าเช็ดตัวให้โดยไม่ตอบอะไร เขาเช็ดตัวจนแห้งแล้วเดินออกไปยังห้องนอน ก่อนหยิบชุดนอนสีดำมาสวม
ริวรีบเดินตามออกมาก่อนที่จะเดินออกจากห้องเพื่อไปสวมเสื้อผ้าของตัวเอง แต่ก็ชะงักเมื่อมีเสียงเอ่ยเรียกจากทางด้านหลัง
“ใส่นี่ไปก่อน ตอนนี้ดึกแล้ว อีกไม่นานคงจะเช้า นายค้างที่นี่พักเอาแรงไปก่อนก็ได้ พระอาทิตย์ขึ้นค่อยกลับ” ธามเอ่ยขึ้นพร้อมหยิบชุดนอนอีกชุดแล้วยื่นให้
“ขอบคุณครับ” ริวรับชุดนอนด้วยความประหลาดใจ ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะให้ค้างคืนจากที่ก่อนหน้านี้เพิ่งบอกว่าไม่เคยให้อยู่ต่อ
“นอนหลับให้สบาย แต่อย่าข้ามเส้นล่ะ ทันทีที่พระอาทิตย์ขึ้น นายต้องออกไปทันที เพราะพี่ต้องออกไปทำงานแต่เช้า ประตูห้องล็อกอัตโนมัติ” ทั้งคู่ขึ้นเตียงนอน ธามนอนหันหลังให้ กั้นขอบเขตไว้อย่างชัดเจน
“ได้ครับ” ริวตอบเสียงแผ่วรับรู้ถึงความห่างเหินและผิดหวังเล็กน้อย แม้จะเข้าใจธรรมชาติของความสัมพันธ์นี้ดี
ธามดับไฟทิ้งให้ห้องจมอยู่ในความมืด มีเพียงแสงจากตึกข้างนอกลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา ริวนอนมองเงาร่างของธามที่หันหลังให้ เขาอยากจะเอื้อมมือไปกอด แต่ก็ทำได้แค่ขยับเข้าไปใกล้เงียบ ๆ หวังให้ความอบอุ่นส่งผ่านไปได้บ้าง
เขาหลับตาลงปล่อยให้ความอ่อนล้าโอบล้อมเข้าสู่นิทรา โดยไม่รู้เลยว่า วันพรุ่งนี้โลกของเขากำลังจะเปลี่ยนไปอย่างไม่คาดคิด
เช้าวันใหม่พระอาทิตย์ขึ้นสู่ท้องฟ้าส่องแสงลอดผ้าม่านเข้าภายในห้อง ริวก็ตื่นขึ้นมาท่ามกลางความเงียบแสง เขามองไปรอบ ๆ และพบว่าพี่ T ไม่อยู่แล้วตามที่อีกฝ่ายได้บอกไว้
ริวลุกขึ้นนั่งรู้สึกเมื่อยไปทั่วร่าง โดยเฉพาะข้อมือและลำคอที่มีรอยช้ำเล็กน้อย เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก่อนจะตกใจเมื่อเห็นว่า เป็นเวลาเก้าโมงครึ่งเข้าไปแล้วทั้งที่เขามีเรียนตอนสิบโมง
เขารีบลุกไปอาบน้ำแต่งตัวก่อนจะเดินออกจากห้องนอน แล้วพบว่าพี่ T ได้เตรียมกาแฟกับขนมปังไว้บนโต๊ะพร้อมกระดาษโน้ตใบเล็ก ๆ
“กินอะไรก่อนออกไป - T”
ริวยิ้มบาง ๆ กินขนมปังและดื่มกาแฟอย่างเร่งรีบ เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าอีกฝ่ายจะเป็นห่วงเป็นใยตัวเองจนเตรียมอาหารเช้าไว้ให้ด้วย ความใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ ทำให้หัวใจของเขารู้สึกอบอุ่นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
เมื่อกินเสร็จริวจัดการล้างแก้วและจานให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินออกจากห้องลงลิฟต์ไปที่ชั้นล่างออกจากคอนโด โดยไม่ล่วงรู้เลยว่า โชคชะตากำลังจะนำพาเขาให้กลับมาพบกับคนที่วันไนต์สแตนด์ด้วยอีกครั้ง
ภาพตรงหน้าที่ริวเข้ามาภายในห้องเห็น คือผู้ชายแปลกหน้าในสภาพที่ไร้เสื้อผ้าบนร่างกาย กำลังซุกไซ้ซอกคอแฟนตัวเองที่ในตอนนี้เองก็อยู่ในสภาพที่ไร้เสื้อผ้าบนร่างกายเหมือนกัน ซอกคอขาวและตามร่างกายของคนพี่ในตอนนี้ เต็มไปด้วยร่องรอยน่ารังเกียจที่ผู้ชายแปลกหน้าทิ้งเอาไว้ ความโกรธ ความหึงหวงปะทุขึ้นมาภายในใจจนออกมาข้างนอกอย่างห้ามไม่อยู่“มึงเป็นใคร! ทำอะไรกลับแฟนกู”พลั่ก! พลั่ก!ริวไม่สนใจคำตอบของอีกฝ่ายแต่อย่างใด ความโกรธที่มันพวยพุ่งทำให้เขาควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ พุ่งตัวเขาไปดึงร่างผู้ชายปริศนาที่คร่อมตัวหมอธามออกมา เขากระหน่ำชกต่อยใบหน้าอีกฝ่ายเต็มแรงอย่างไม่ยั้งมือเขาไม่สนใจว่าความจริงมันเป็นยังไงในตอนนี้เขาเพียงต้องการระบายความโกรธ อัดเจ้าหมอนี่ให้เละยิ่งกว่าโจ๊ก ด้วยอาศัยจังหวะที่เจ้าตัวไม่ทันระวัง ริวอัดใส่อีกฝ่ายไม่ยั้งจนมุมปากทั้งสองข้างต่างก็เลือดกบปาก ใบหน้าเขียวฟกช้ำไปหมด แต่ริวก็ยังไม่พอใจชกใส่ใบหน้าอีกฝ่ายไม่หยุดเคล้ง!“อั๊กก”“ไอ้หมาบ้าเอ๊ย! มึงระวังตัวไว้เถอะ” พร้อมอาศัยจังหวะที่ถีบอีกฝ่ายล้มได้รีบเก็บของตัวเองวิ่งออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว“อัก! มึงอย่าคิดจะหนีได้” ริวรีบลุก
หลังโดนไล่ให้ออกมาจากงานศพพ่อของริว ธามก็ไม่ได้รีบเร่งที่จะกลับคอนโดหรือไปทำงานที่โรงพยาบาลแต่อย่างใด เขาขับรถคันเดิมมุ่งหน้าไปยังบาร์ลับที่เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงร้านในความทรงจำของตัวเองแทนเข้ามาภายในร้านมองบรรยากาศที่แทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยนอกจากคนที่ดูบางตาลงไปมากก็ปลงใจ แม้ร้านนี้จะมีความทรงจำแย่ ๆ และดีผสมกันไป เขาเลิกมาที่นี่ได้หลายปีมากแล้ว หลังจากที่เลิกกับแฟนเก่าไปความจริงเขาก็ไม่อยากที่จะก้าวย่างเข้ามาภายในบาร์นี้แต่อย่างใด แต่เหล้าและวิสกี้ที่อยู่ในห้องนั้นเขาทั้งดื่มทั้งเททิ้งจนไม่มีเหลือแล้ว นอกจากบาร์แห่งนี้ที่เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงแล้ว เขาก็ไม่รู้ว่ามีที่ไหนอีกที่จะสามารถนั่งดื่มเหล้าได้ตลอดทั้งวัน เขาเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์นั่งที่มีบาร์เทนเดอร์ที่คุ้นเคยดูแลอยู่“เอ้า! นี่มันธามนี่ ไม่เจอกันนานเลย อะไรดลใจให้มาที่นี่วันนี้ล่ะ” บาร์เทนเดอร์ที่จำธาม ลูกค้าประจำสมัยก่อนได้ก็เอ่ยทักทาย“แค่ไม่มีที่ไปเท่านั้นแหละ เอาเหมือนเดิม หมดก็เติมมาได้เรื่อย ๆ เลย” ธามนั่งเก้าอี้เอ่ยตอบอย่างไร้อารมณ์ ในตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์ที่จะต่อร้องหรือหยอกเล่นกับใคร“คงจะเป็นเรื่องใหญ่สินะ ไ
ภายในห้องของธามที่คอนโด แสงไฟภายในห้องไม่ถูกเปิดทำให้ภายในห้องมีแต่แสงสลัวที่มาจากนอกห้อง ภายในห้องมีแต่ความเงียบงัน กลิ่นวิสกี้เกรดดีผสมกับเหล้าเกรดดีอีกหลายชนิดลอยอวลไปทั่วห้อง พร้อมกับร่างของธามในเวลานี้ที่เมาปลิ้นนั่งอยู่บนโซฟาใบหน้าเขาซีดเซียว รอยคล้ำใต้ตาชัดเจนจากการไม่หลับไม่นอน ผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อเชิ้ตหลุดลุ่ย และเข็มขัดที่ยังคาเอวจากเมื่อวานเย็น รอบตัวเต็มไปด้วยขวดเหล้ามากมายที่ถูกเปิดดื่มจนหมดธามไม่รู้ว่าตัวเขาดื่มเหล้าไปมากแค่ไหนแล้วระหว่างสองวันที่ผ่านมา นับตั้งแต่ที่เขาผ่าตัดพลาดธามก็กลับห้องไม่ได้โผล่หน้าไปที่โรงพยาบาลอีก เขาสายตาเหม่อลอยยกขวดเหล้าขึ้นมาจิบ เฝ้ามองสายฝนที่โหมกระหน่ำภายนอกห้อง เสียงฝนกระทบกระจกหน้าต่างดังสม่ำเสมอ สายฝนในตอนนี้ราวกับรู้ความในใจเขาที่กำลังเศร้าเสียใจจึงตกลงมาไม่หยุด“มันไม่ควรผิดพลาด...มึงควรช่วยพ่อริวเอาไว้ได้สิ”ธามมือปิดหน้าเอ่ยออกมาเสียงดังขณะที่น้ำตาค่อย ๆ ไหลออกมา เขายังไม่เข้าใจว่าตัวเองทำผิดพลาดตรงไหน จากที่มันนควรเป็นการผ่าตัดเป็นไปได้ด้วยดี แต่มันกลับมีความผิดพลาดเกิดขึ้นจนไม่สามารถที่จะยื้อชีวิตพ่อริวเอาไว้ได้ในหัวเขาค่อย ๆ
“วันนี้ผมมีเคสด่วนอะไรไหมครับคุณพยายาบาลพิมพ์แข”“วันนี้คุณหมอมีแต่ตรวจเยี่ยมอาการคนไข้เท่านั้นค่ะ”ธามรับรายงานจากพยาบาลพิมพ์แขขณะเดินไปพร้อมกัน วันนี้เป็นอย่างที่เขาคิดว่าไม่ค่อยมีงานอะไร นาน ๆ ทีจะมีวันที่เหมือนจะว่างแบบนี้สักครั้งหนึ่งในรอบหลายเดือน ถ้าไม่มีเคสด่วนเข้ามาเลยวันนี้ก็ถือว่าเป็นวันที่ชิลวันหนึ่งวันนี้ธามตั้งใจที่จะเตรียมเซอร์ไพรส์ริวในคืนนี้ หลังจากที่พวกเราเป็นแฟนกัน ทั้งที่พวกเขาควรที่จะได้สวีตหวานแหววด้วยกัน แต่ตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมานั้นมีแต่เรื่องเกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวันทั้งหมอปาล์มขอลาหยุดพักผ่อนอย่างไม่มีสาเหตุเป็นเวลาหลายวัน ทำให้อาจารย์ที่เป็นคนรับผิดชอบอย่างธามวุ่นมากในช่วงนี้ ริวเองหลังจากที่กลับจากค่ายก็ต้องเตรียมอ่านหนังสือสอบ ทำให้ไม่มีเวลาว่างที่จะมาเจอหน้ากันมากนักแถมเมื่อสองวันก่อนยังมีเรื่องพ่อเข้ามาอีก วันนั้นริวว่างจึงตั้งใจมาหา จากที่พวกเขาจะได้ชีวิตหวานแหววสวีตกัน กลายเป็นริวต้องมาคอยปลอบใจธามซะงั้นคืนนี้ธามจึงตั้งใจที่จะชวนริวไปเดตด้วยกันครั้งแรกหลังจากที่เป็นแฟนกันที่ห้องซะหน่อย และก็เพื่อขอบคุณที่อีกฝ่ายพร้อมที่จะเดินไปด้วยกัน พร้อมที่จะเ
“อ๊าส์ สดชื่นจริง ๆ วันนี้” ริวตื่นนอนในยามเช้าอย่างมีความสุข เมื่อวานเขาได้เป็นแฟนกับหมอธามจริง ๆ ซะที หลังจากที่เป็นเพียงวันไนต์สแตนด์มานาน“เสียดาย ถ้าไม่ใช่ว่าเข้าค่ายอยู่นะ...จะจัดถึงเช้าเลย” ริวมองที่นอนที่ยับยู่ยี่เป็นหลักฐานบ่งบอกว่า เมื่อคืนนั้นผ่านกิจกรรมเข้าจังหวะที่ร้อนแรงมาเมื่อคืนนั้นริวไม่สามารถจัดให้หนำใจได้เพราะที่นี่คือค่าย ตีสองหมอธามก็ต้องออกจากระต๊อบเขาไปแล้ว เพื่อกันไม่ให้คนที่ตื่นเช้าสงสัย“รีบเก็บของดีกว่า วันนี้ต้องกลับแล้ว” ริวรีบเก็บของแล้วออกไปทันที เขาถือกล้องถ่ายวิดีโอบันทึกบรรยากาศช่วงเวลานี้เอาไว้ทำคลิป“สวัสดีตอนเช้าครับพี่ปาล์ม” ริวเห็นหมอธามก็เอ่ยทักทายยามเช้า“สวัสดีครับ” ปาล์มตอบกลับไปด้วยใบหน้าที่ซีดขาว รอบดวงตาดำเป็นแพนด้า น้ำเสียงหอบแห้ง“พี่ป่วยเหรอครับ ทำไมหน้าพี่ดูซีด ๆ” ริวเห็นใบหน้าหมอปาล์มดูไม่ดีก็เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“ไม่เป็นไรครับ แค่นอนน้อยนิดหน่อย พี่ขอตัวไปที่อื่นก่อนนะ” สิ่งที่เห็นเมื่อคืนยังติดตาทำให้เขาไม่สามารถที่จะลืมมันไปได้ เขาไม่สะดวกใจที่จะคุยกับริวหรือหมอธามในเวลานี้“พี่ปาล์มแปลกจังเช้านี้” ริวสงสัยแต่ก็ไม่ได้ตามไปเซ้าซ
ก๊อก ๆ“รู้ใช่ไหมว่า ต้องทำยังไงฉันถึงจะหายโกรธ” ทันทีที่ประตูกระต๊อบริวเปิดออก ธามก็ยิ้มมองเรือนร่างอีกฝ่ายที่สวมเพียงผ้าขนหนูสีขาวตัวบางพันรอบเอว“ผมรอพี่อยู่ครับ” ริวยิ้มกว้างดึงร่างคนพี่ที่อยู่หน้าประตูให้เข้ามาภายในห้องก่อนที่จะปิดประตู พอหันไปอีกทีก็พบคนพี่นั้นนั่งลงบนฟูกนอนรอเขาอยู่แล้ว“เข้ามาทำให้ฉันหายโกรธเร็ว ๆ เจ้าหมาน้อย” ธามแกะกระดุมเสื้อเอ่ยเรียกริวเสียงกระเส่าได้สัญญาณจากคนพี่ริวก็ไม่รอช้าที่จะกระโจนเข้าใส่คนพี่ เขาช่วยคนพี่ถอดเสื้อผ้าที่รกหูรกตาออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะประกบปากจูบอีกฝ่ายอย่างหิวกระหาย นี่ก็เป็นเวลาหลายวันแล้วที่พวกเขาไม่ได้ทำอะไรแบบนี้กันมือริวลูบไล้ร่างกายสีขาวของหมอธามลงต่ำไปจนถึงแก่นกายร้อนที่เริ่มขยายตัว เขาใช้มือตัวเองจับมันชักรูดขึ้นลงอย่างเป็นจังหวะ ธามเองก็ไม่ปล่อยให้ริวได้ทำอะไรตามใจตัวเอง เขาใช้มือทั้งสองข้างถอดผ้าขนหนูที่พันเอวอีกฝ่ายโยนทิ้งไป ใช้มือทั้งสองข้างจับแก่นกายใหญ่ของริวชักรูดมันบ้างอย่างรวดเร็ว“คืนนี้...ผมจะทำให้พี่หายโกรธเองครับ” ริวกระซิบข้างหูหมอธามเสียงแผ่วเบา ซุกไซ้ซอกคอสีขาวอย่างหิวกระหาย ใจอยากที่จะทิ้งรอยรักเอาไว้ แต
เขาเปิดก๊อกน้ำล้างหน้าด้วยน้ำเย็นเพื่อเรียกสติ สมองของธามทำงานอย่างรวดเร็ว วิเคราะห์สถานการณ์และพยายามหาทางออกเขาไม่สามารถปฏิเสธการรักษาคนไข้รายนี้ได้โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร และเขาก็ไม่อยากให้คนไข้ต้องถูกย้ายโรงพยาบาลในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ มะเร็งตับระยะที่สามต้องการการรักษาอย่างเร่งด่วน คนไข้ที่มาที
ที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังใจกลางกรุงเทพมหานคร วันใหม่ของหมอธาม เวชวานิช เริ่มต้นขึ้นตามกิจวัตรที่เป๊ะราวกับเครื่องจักร เขาเข้าร่วมประชุมทีมแพทย์ตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า ตรวจผู้ป่วยในตั้งแต่แปดโมง และต่อด้วยคลินิกผู้ป่วยนอกจนถึงเที่ยง ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น ภายใต้กรอบเวลาที่วางไว้อย่างเป็นระบบ เช่นเดี
“เคยถูกมัดมาก่อนไหม” ธามถามขณะเดินเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลังริว ใช้มือที่จับเชือกลูบไล้ไปตามแผ่นหลังแกร่ง“ไม่เคยครับ แต่ผม…อยากลองดู” ริวตอบตามตรง ส่วนประโยคท้ายนั้นมีความสั่นนิดหน่อยในน้ำเสียง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาจะโดนมัด“เอามือไพล่หลัง และอยู่นิ่ง ๆ ล่ะ จะได้ไม่มัดแรงจนเสียดสีกับผิว” ธามยิ้มมุมปาก
“พี่ชอบควบคุม ชอบมีอำนาจเหนือกว่า...ชอบให้อีกฝ่ายทำตามคำสั่ง ใหม่แบบนี้ริวเคยมีประสบการณ์หรือยัง” ธามโน้มตัวเข้าใกล้เล็กน้อยเอ่ยที่ข้างหูอีกฝ่าย กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของเขาอบอวนในระยะหายใจ“แล้วบางครั้ง...ก็ชอบทำให้เจ็บด้วย แบบนี้ริวพอจะรับไหวไหมครับ” เสียงของเขาเบาลงจนแทบเป็นกระซิบริวกลืนน้ำลายเบา







