Masukภาพตรงหน้าที่ริวเข้ามาภายในห้องเห็น คือผู้ชายแปลกหน้าในสภาพที่ไร้เสื้อผ้าบนร่างกาย กำลังซุกไซ้ซอกคอแฟนตัวเองที่ในตอนนี้เองก็อยู่ในสภาพที่ไร้เสื้อผ้าบนร่างกายเหมือนกัน ซอกคอขาวและตามร่างกายของคนพี่ในตอนนี้ เต็มไปด้วยร่องรอยน่ารังเกียจที่ผู้ชายแปลกหน้าทิ้งเอาไว้ ความโกรธ ความหึงหวงปะทุขึ้นมาภายในใจจนออกมาข้างนอกอย่างห้ามไม่อยู่“มึงเป็นใคร! ทำอะไรกลับแฟนกู”พลั่ก! พลั่ก!ริวไม่สนใจคำตอบของอีกฝ่ายแต่อย่างใด ความโกรธที่มันพวยพุ่งทำให้เขาควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ พุ่งตัวเขาไปดึงร่างผู้ชายปริศนาที่คร่อมตัวหมอธามออกมา เขากระหน่ำชกต่อยใบหน้าอีกฝ่ายเต็มแรงอย่างไม่ยั้งมือเขาไม่สนใจว่าความจริงมันเป็นยังไงในตอนนี้เขาเพียงต้องการระบายความโกรธ อัดเจ้าหมอนี่ให้เละยิ่งกว่าโจ๊ก ด้วยอาศัยจังหวะที่เจ้าตัวไม่ทันระวัง ริวอัดใส่อีกฝ่ายไม่ยั้งจนมุมปากทั้งสองข้างต่างก็เลือดกบปาก ใบหน้าเขียวฟกช้ำไปหมด แต่ริวก็ยังไม่พอใจชกใส่ใบหน้าอีกฝ่ายไม่หยุดเคล้ง!“อั๊กก”“ไอ้หมาบ้าเอ๊ย! มึงระวังตัวไว้เถอะ” พร้อมอาศัยจังหวะที่ถีบอีกฝ่ายล้มได้รีบเก็บของตัวเองวิ่งออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว“อัก! มึงอย่าคิดจะหนีได้” ริวรีบลุก
หลังโดนไล่ให้ออกมาจากงานศพพ่อของริว ธามก็ไม่ได้รีบเร่งที่จะกลับคอนโดหรือไปทำงานที่โรงพยาบาลแต่อย่างใด เขาขับรถคันเดิมมุ่งหน้าไปยังบาร์ลับที่เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงร้านในความทรงจำของตัวเองแทนเข้ามาภายในร้านมองบรรยากาศที่แทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยนอกจากคนที่ดูบางตาลงไปมากก็ปลงใจ แม้ร้านนี้จะมีความทรงจำแย่ ๆ และดีผสมกันไป เขาเลิกมาที่นี่ได้หลายปีมากแล้ว หลังจากที่เลิกกับแฟนเก่าไปความจริงเขาก็ไม่อยากที่จะก้าวย่างเข้ามาภายในบาร์นี้แต่อย่างใด แต่เหล้าและวิสกี้ที่อยู่ในห้องนั้นเขาทั้งดื่มทั้งเททิ้งจนไม่มีเหลือแล้ว นอกจากบาร์แห่งนี้ที่เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงแล้ว เขาก็ไม่รู้ว่ามีที่ไหนอีกที่จะสามารถนั่งดื่มเหล้าได้ตลอดทั้งวัน เขาเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์นั่งที่มีบาร์เทนเดอร์ที่คุ้นเคยดูแลอยู่“เอ้า! นี่มันธามนี่ ไม่เจอกันนานเลย อะไรดลใจให้มาที่นี่วันนี้ล่ะ” บาร์เทนเดอร์ที่จำธาม ลูกค้าประจำสมัยก่อนได้ก็เอ่ยทักทาย“แค่ไม่มีที่ไปเท่านั้นแหละ เอาเหมือนเดิม หมดก็เติมมาได้เรื่อย ๆ เลย” ธามนั่งเก้าอี้เอ่ยตอบอย่างไร้อารมณ์ ในตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์ที่จะต่อร้องหรือหยอกเล่นกับใคร“คงจะเป็นเรื่องใหญ่สินะ ไ
ภายในห้องของธามที่คอนโด แสงไฟภายในห้องไม่ถูกเปิดทำให้ภายในห้องมีแต่แสงสลัวที่มาจากนอกห้อง ภายในห้องมีแต่ความเงียบงัน กลิ่นวิสกี้เกรดดีผสมกับเหล้าเกรดดีอีกหลายชนิดลอยอวลไปทั่วห้อง พร้อมกับร่างของธามในเวลานี้ที่เมาปลิ้นนั่งอยู่บนโซฟาใบหน้าเขาซีดเซียว รอยคล้ำใต้ตาชัดเจนจากการไม่หลับไม่นอน ผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อเชิ้ตหลุดลุ่ย และเข็มขัดที่ยังคาเอวจากเมื่อวานเย็น รอบตัวเต็มไปด้วยขวดเหล้ามากมายที่ถูกเปิดดื่มจนหมดธามไม่รู้ว่าตัวเขาดื่มเหล้าไปมากแค่ไหนแล้วระหว่างสองวันที่ผ่านมา นับตั้งแต่ที่เขาผ่าตัดพลาดธามก็กลับห้องไม่ได้โผล่หน้าไปที่โรงพยาบาลอีก เขาสายตาเหม่อลอยยกขวดเหล้าขึ้นมาจิบ เฝ้ามองสายฝนที่โหมกระหน่ำภายนอกห้อง เสียงฝนกระทบกระจกหน้าต่างดังสม่ำเสมอ สายฝนในตอนนี้ราวกับรู้ความในใจเขาที่กำลังเศร้าเสียใจจึงตกลงมาไม่หยุด“มันไม่ควรผิดพลาด...มึงควรช่วยพ่อริวเอาไว้ได้สิ”ธามมือปิดหน้าเอ่ยออกมาเสียงดังขณะที่น้ำตาค่อย ๆ ไหลออกมา เขายังไม่เข้าใจว่าตัวเองทำผิดพลาดตรงไหน จากที่มันนควรเป็นการผ่าตัดเป็นไปได้ด้วยดี แต่มันกลับมีความผิดพลาดเกิดขึ้นจนไม่สามารถที่จะยื้อชีวิตพ่อริวเอาไว้ได้ในหัวเขาค่อย ๆ
“วันนี้ผมมีเคสด่วนอะไรไหมครับคุณพยายาบาลพิมพ์แข”“วันนี้คุณหมอมีแต่ตรวจเยี่ยมอาการคนไข้เท่านั้นค่ะ”ธามรับรายงานจากพยาบาลพิมพ์แขขณะเดินไปพร้อมกัน วันนี้เป็นอย่างที่เขาคิดว่าไม่ค่อยมีงานอะไร นาน ๆ ทีจะมีวันที่เหมือนจะว่างแบบนี้สักครั้งหนึ่งในรอบหลายเดือน ถ้าไม่มีเคสด่วนเข้ามาเลยวันนี้ก็ถือว่าเป็นวันที่ชิลวันหนึ่งวันนี้ธามตั้งใจที่จะเตรียมเซอร์ไพรส์ริวในคืนนี้ หลังจากที่พวกเราเป็นแฟนกัน ทั้งที่พวกเขาควรที่จะได้สวีตหวานแหววด้วยกัน แต่ตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมานั้นมีแต่เรื่องเกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวันทั้งหมอปาล์มขอลาหยุดพักผ่อนอย่างไม่มีสาเหตุเป็นเวลาหลายวัน ทำให้อาจารย์ที่เป็นคนรับผิดชอบอย่างธามวุ่นมากในช่วงนี้ ริวเองหลังจากที่กลับจากค่ายก็ต้องเตรียมอ่านหนังสือสอบ ทำให้ไม่มีเวลาว่างที่จะมาเจอหน้ากันมากนักแถมเมื่อสองวันก่อนยังมีเรื่องพ่อเข้ามาอีก วันนั้นริวว่างจึงตั้งใจมาหา จากที่พวกเขาจะได้ชีวิตหวานแหววสวีตกัน กลายเป็นริวต้องมาคอยปลอบใจธามซะงั้นคืนนี้ธามจึงตั้งใจที่จะชวนริวไปเดตด้วยกันครั้งแรกหลังจากที่เป็นแฟนกันที่ห้องซะหน่อย และก็เพื่อขอบคุณที่อีกฝ่ายพร้อมที่จะเดินไปด้วยกัน พร้อมที่จะเ
“อ๊าส์ สดชื่นจริง ๆ วันนี้” ริวตื่นนอนในยามเช้าอย่างมีความสุข เมื่อวานเขาได้เป็นแฟนกับหมอธามจริง ๆ ซะที หลังจากที่เป็นเพียงวันไนต์สแตนด์มานาน“เสียดาย ถ้าไม่ใช่ว่าเข้าค่ายอยู่นะ...จะจัดถึงเช้าเลย” ริวมองที่นอนที่ยับยู่ยี่เป็นหลักฐานบ่งบอกว่า เมื่อคืนนั้นผ่านกิจกรรมเข้าจังหวะที่ร้อนแรงมาเมื่อคืนนั้นริวไม่สามารถจัดให้หนำใจได้เพราะที่นี่คือค่าย ตีสองหมอธามก็ต้องออกจากระต๊อบเขาไปแล้ว เพื่อกันไม่ให้คนที่ตื่นเช้าสงสัย“รีบเก็บของดีกว่า วันนี้ต้องกลับแล้ว” ริวรีบเก็บของแล้วออกไปทันที เขาถือกล้องถ่ายวิดีโอบันทึกบรรยากาศช่วงเวลานี้เอาไว้ทำคลิป“สวัสดีตอนเช้าครับพี่ปาล์ม” ริวเห็นหมอธามก็เอ่ยทักทายยามเช้า“สวัสดีครับ” ปาล์มตอบกลับไปด้วยใบหน้าที่ซีดขาว รอบดวงตาดำเป็นแพนด้า น้ำเสียงหอบแห้ง“พี่ป่วยเหรอครับ ทำไมหน้าพี่ดูซีด ๆ” ริวเห็นใบหน้าหมอปาล์มดูไม่ดีก็เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“ไม่เป็นไรครับ แค่นอนน้อยนิดหน่อย พี่ขอตัวไปที่อื่นก่อนนะ” สิ่งที่เห็นเมื่อคืนยังติดตาทำให้เขาไม่สามารถที่จะลืมมันไปได้ เขาไม่สะดวกใจที่จะคุยกับริวหรือหมอธามในเวลานี้“พี่ปาล์มแปลกจังเช้านี้” ริวสงสัยแต่ก็ไม่ได้ตามไปเซ้าซ
ก๊อก ๆ“รู้ใช่ไหมว่า ต้องทำยังไงฉันถึงจะหายโกรธ” ทันทีที่ประตูกระต๊อบริวเปิดออก ธามก็ยิ้มมองเรือนร่างอีกฝ่ายที่สวมเพียงผ้าขนหนูสีขาวตัวบางพันรอบเอว“ผมรอพี่อยู่ครับ” ริวยิ้มกว้างดึงร่างคนพี่ที่อยู่หน้าประตูให้เข้ามาภายในห้องก่อนที่จะปิดประตู พอหันไปอีกทีก็พบคนพี่นั้นนั่งลงบนฟูกนอนรอเขาอยู่แล้ว“เข้ามาทำให้ฉันหายโกรธเร็ว ๆ เจ้าหมาน้อย” ธามแกะกระดุมเสื้อเอ่ยเรียกริวเสียงกระเส่าได้สัญญาณจากคนพี่ริวก็ไม่รอช้าที่จะกระโจนเข้าใส่คนพี่ เขาช่วยคนพี่ถอดเสื้อผ้าที่รกหูรกตาออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะประกบปากจูบอีกฝ่ายอย่างหิวกระหาย นี่ก็เป็นเวลาหลายวันแล้วที่พวกเขาไม่ได้ทำอะไรแบบนี้กันมือริวลูบไล้ร่างกายสีขาวของหมอธามลงต่ำไปจนถึงแก่นกายร้อนที่เริ่มขยายตัว เขาใช้มือตัวเองจับมันชักรูดขึ้นลงอย่างเป็นจังหวะ ธามเองก็ไม่ปล่อยให้ริวได้ทำอะไรตามใจตัวเอง เขาใช้มือทั้งสองข้างถอดผ้าขนหนูที่พันเอวอีกฝ่ายโยนทิ้งไป ใช้มือทั้งสองข้างจับแก่นกายใหญ่ของริวชักรูดมันบ้างอย่างรวดเร็ว“คืนนี้...ผมจะทำให้พี่หายโกรธเองครับ” ริวกระซิบข้างหูหมอธามเสียงแผ่วเบา ซุกไซ้ซอกคอสีขาวอย่างหิวกระหาย ใจอยากที่จะทิ้งรอยรักเอาไว้ แต
เขาเปิดก๊อกน้ำล้างหน้าด้วยน้ำเย็นเพื่อเรียกสติ สมองของธามทำงานอย่างรวดเร็ว วิเคราะห์สถานการณ์และพยายามหาทางออกเขาไม่สามารถปฏิเสธการรักษาคนไข้รายนี้ได้โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร และเขาก็ไม่อยากให้คนไข้ต้องถูกย้ายโรงพยาบาลในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ มะเร็งตับระยะที่สามต้องการการรักษาอย่างเร่งด่วน คนไข้ที่มาที
ที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังใจกลางกรุงเทพมหานคร วันใหม่ของหมอธาม เวชวานิช เริ่มต้นขึ้นตามกิจวัตรที่เป๊ะราวกับเครื่องจักร เขาเข้าร่วมประชุมทีมแพทย์ตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า ตรวจผู้ป่วยในตั้งแต่แปดโมง และต่อด้วยคลินิกผู้ป่วยนอกจนถึงเที่ยง ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น ภายใต้กรอบเวลาที่วางไว้อย่างเป็นระบบ เช่นเดี
ริวพยักหน้าเท่าที่จะทำได้ภายใต้แรงบีบ ดวงตาเบิกกว้างเปล่งแสงระยิบระยับ แม้จะเจ็บปวดจากการถูกบีบคอ แต่แทนที่เขาจะกลัวพี่ T ในตอนนี้ เขากลับตื่นเต้นแทนเวลาที่เห็นสีหน้าที่ออกคำสั่งในตอนนี้ มองใบหน้าสวยตรงหน้าอย่างหลงใหลธามคลายมือผ่อนคลายนิดหนึ่ง แต่ยังวางไว้ที่ลำคออย่างหลวม ๆ เขาเริ่มขยับสะโพกขึ้นลง
“เคยถูกมัดมาก่อนไหม” ธามถามขณะเดินเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลังริว ใช้มือที่จับเชือกลูบไล้ไปตามแผ่นหลังแกร่ง“ไม่เคยครับ แต่ผม…อยากลองดู” ริวตอบตามตรง ส่วนประโยคท้ายนั้นมีความสั่นนิดหน่อยในน้ำเสียง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาจะโดนมัด“เอามือไพล่หลัง และอยู่นิ่ง ๆ ล่ะ จะได้ไม่มัดแรงจนเสียดสีกับผิว” ธามยิ้มมุมปาก
![สถานะลับ(รับ)สถานะรัก [เมะxเมะ]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






