Share

‘โฮ่ง! โฮ่ง!

last update Tanggal publikasi: 2026-04-01 15:26:58

“พี่ชอบควบคุม ชอบมีอำนาจเหนือกว่า...ชอบให้อีกฝ่ายทำตามคำสั่ง ใหม่แบบนี้ริวเคยมีประสบการณ์หรือยัง” ธามโน้มตัวเข้าใกล้เล็กน้อยเอ่ยที่ข้างหูอีกฝ่าย กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของเขาอบอวนในระยะหายใจ

“แล้วบางครั้ง...ก็ชอบทำให้เจ็บด้วย แบบนี้ริวพอจะรับไหวไหมครับ” เสียงของเขาเบาลงจนแทบเป็นกระซิบ

ริวกลืนน้ำลายเบา ๆ มือกำแก้วแน่นขึ้นเล็กน้อยหันหน้าหลบสายตาพี่ T ที่สบมา เขายกขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดแล้ววางลงอย่างมั่นใจ

“ทำไมผมจะรับไม่ไหวล่ะครับ ตามโพรไฟล์ที่บอก กล้าที่จะเจ็บ...ถ้ามันทำให้รู้สึกดี ถ้าพี่ทำให้ผมรู้สึกดีได้ ผมก็กล้าทำครับ” ริวตอบชัดถ้อยชัดคำขณะจ้องมองเข้าไปในดวงตาอีกฝ่าย

ธามยิ้มรับคำตอบด้วยแววตาพึงพอใจ ก่อนจะเรียกเช็คบิลอย่างเงียบ ๆ ไม่นานนักทั้งคู่ก็เดินเคียงข้างกันออกจากบาร์ ท่ามกลางบรรยากาศยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวและแสงสีจากไฟยามค่ำคืน

ระหว่างทางไปยังลานจอดรถ ธามเอื้อมแตะหลังของริวเบา ๆ แรงพอให้รู้สึก แต่ไม่ถึงกับทำให้เจ็บ เป็นสัมผัสที่เจตนาเรียกความสนใจ เขารู้สึกได้ถึงแรงสะดุ้งเพียงน้อยจากอีกฝ่าย ราวกับความตื่นเต้นปะปนความตื่นตกใจในแบบของคนที่ยังไม่คุ้นเคยกับสถานการณ์แบบนี้ ดูคล้ายมือใหม่ที่พึ่งหัดนัด

“ถ้าไม่สบายใจตรงไหน บอกพี่ได้เลยนะ” ธามเอ่ยเบา ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงรอยยิ้มที่ไม่แน่ชัดว่า แกล้งหรือจริงจัง มือของเขาเลื่อนไล้จากแผ่นหลังขึ้นมาที่ต้นคอ ปลายนิ้วนิ้วค่อย ๆ ลูบสัมผัสลงบนผิวอุ่นอย่างจงใจ ก่อนจะกดเบา ๆ อย่างมีความหมายจนร่างริวขนลุกซู่

“มะ...ไม่มีอะไรครับ ผมแค่ตื่นเต้นนิดหน่อย” ริวเอ่ยตอบไปอย่างตะกุกตะกักกลัวว่าพี่ T จะรู้ว่าตัวเองเป็นมือใหม่

“ไม่ต้องตื่นเต้นหรอก ตอนนี้ยังไม่ถึงตอนที่จะต้องตื่นเต้น พอไปถึงคอนโด ตอนนั้นนายจะตื่นเต้นไม่หยุดเลย” ธามเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม เขารู้สึกสนุกกับการได้แกล้งเด็กตรงหน้าที่เหมือนหมาตัวใหญ่ที่กำลังซุกซน

“จะว่าไปเราต้องมีคำปลอดภัยไว้ด้วยนะ เผื่อวันไหน…นายทนไม่ไหวขึ้นมา” ทันทีที่ขึ้นมานั่งบนรถธามก็จับพวงมาลัยเอ่ยขึ้น

“พี่คิดว่าผมจะทนไม่ไหวเหรอครับ” ริวหันกลับมามองเขาแววตาเต็มไปด้วยประกายความซุกซนเต็มไปด้วยคล้ายท้าทาย

“ก็พี่ยังไม่เคยเห็นว่า เราทนได้แค่ไหน…เผื่อไว้ก็ไม่เสียหายใช่ไหม” ธามยิ้มมุมปาก

“บางที...พี่อาจจะรุนแรงกว่าที่นายเคยเจอก็ได้นะ” เสียงเขาเบาลงขณะโน้มตัวมากระซิบใกล้ใบหูอีกฝ่าย

“แล้ว…พี่อยากให้ผมพูดว่าอะไร ถ้าเกิดมันเกินไปจนผมทนไม่ไหว” ริวกลืนน้ำลายเบา ๆ รู้สึกลมหายใจอุ่นของอีกฝ่ายปะทะกับผิวที่หู

“คำว่า ‘หยุด’ มันฟังดูขัดอารมณ์ไปนิดในเวลานั้น” ธามถอยออกมาเล็กน้อย มองหน้าอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มขำปนขบขัน

“งั้นเอาเป็นอย่างนี้เป็นไง ถ้ารู้สึกว่าไม่ไหวจริง ๆ ให้เห่าออกมาดัง ‘โฮ่ง! โฮ่ง!’ แบบหมาอะ” เขาเกลี่ยคางตัวเองช้า ๆ คล้ายใช้เวลาคิด ก่อนจะยิ้มกว้างขึ้นเขาทำเสียงประกอบอย่างเจตนาล้อเลียนพร้อมเลิกคิ้วใส่

“แบบนั้นจะได้รู้ไงว่า นายยังเป็นเด็กดีของพี่อยู่หรือเปล่า” ธามมองหนุ่มตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม

“พี่คิดว่าผมเป็นหมาของพี่เหรอเนี่ย” ริวเบิกตากว้างนิดหนึ่งก่อนหลุดหัวเราะเบา ๆ เมื่อรู้ว่าคนตรงหน้ามองเห็นตัวเขาเป็นอะไร

“พี่ก็แค่คิดว่า มันเหมาะกับนายดี...เจ้าหมาตัวใหญ่” ธามเอ่ยขณะใช้นิ้วแตะที่แก้มของริวเบา ๆ

“งั้นก็แล้วแต่พี่เลยครับ…คืนนี้ ผมเป็นอะไรก็ได้ที่พี่อยากให้เป็น” ริวหัวเราะในลำคอ แววตาเต็มไปด้วยความคึกคะนองที่ไม่ปิดบัง

คำพูดของริวทำให้ธามรู้สึกหัวใจกำลังเต้นรัวเร็ว มือของธามวางลงบนต้นขาของริวอย่างแผ่วเบา นิ้วยาวลูบไล้บนผิวเนื้อที่มีเพียงยีนกั้น บางเบาพอจะส่งแรงอุ่นผ่านขึ้นมาถึงใต้ผิวหนัง

ริวรู้สึกได้ว่าจุดสัมผัสนั้นค่อย ๆ เลื่อนสูงขึ้น...แล้วหยุดกะทันหันก่อนจะย้อนกลับลงมาอย่างจงใจ

“พี่ครับ...” เขาแทบต้องกลั้นหายใจเอ่ยเรียกเสียงสั่น

“ถ้าพี่ทำแบบนี้ต่อไป…ผมคงทนไม่ไหวก่อนถึงห้องแน่ ๆ” เสียงของริวแผ่วต่ำและสั่นนิด ๆ ความรู้สึกเสียววาบพุ่งไล่จากแผ่นหลังจนถึงท้ายทอย

ธามยกยิ้มมุมปากไม่ได้หันไปมองราวกับถ้อยคำเมื่อครู่เป็นเพียงเสียงลมที่พัดผ่าน สายตายังคงจับจ้องถนนเบื้องหน้าอย่างนิ่งสงบ แต่นิ้วมือทั้งห้าที่วางอยู่บนต้นขาของริวกลับกดแน่นขึ้นทีละนิดบีบต้นขาอีกฝ่าย สายตาแอบชำเรืองมองกลางกายริวที่เริ่มตื่น

“ก็ไม่ใช่ว่า พี่อยากให้นายปลดปล่อยเร็วขนาดนั้น” เขาพูดด้วยเสียงเนิบช้าแล้วนิ้วนั้นก็ค่อย ๆ ล่าถอย ก่อนมือทั้งหมดจะเลื่อนกลับไปที่พวงมาลัย แต่ไม่วายบีบต้นขาของริวแรง ๆ ทิ้งท้ายจนอีกฝ่ายสะดุ้ง

“อดทนไว้หน่อยนะ...ลูกหมาน้อย”

“คะ...ครับ”

ริวขานรับเบา ๆ แก้มร้อนวาบเมื่อถูกเรียกแบบนั้น แต่แทนที่จะรู้สึกต่อต้านความรู้สึกกลับคล้ายโดนปลุกสัญชาตญาณบางอย่างให้ตื่นขึ้น ความตื่นเต้นไหลพล่านไปทั้งร่าง...และไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

เมื่อถึงคอนโด ลิฟต์ส่วนตัวรับทั้งคู่ขึ้นสู่ชั้นสามสิบแปดบรรยากาศในลิฟต์เงียบกริบ แต่ไม่ใช่ความเงียบแบบอึดอัด มันคือความเงียบที่เต็มแรงปรารถนาภายในความเงียบนี้มีภูเขาไฟที่ใกล้ที่จะปะทุ

“พี่อยู่คนเดียวเหรอครับ” ริวถามขึ้นเพื่อทำลายความเงียบ สายตาเหลือบมองตัวเลขชั้นที่ไต่ขึ้นอย่างช้า ๆ ใกล้ที่จะไปถึงจุดสูงสุดของคอนโดนี้แล้ว

“อืม” ธามตอบสั้น ๆ ก่อนจะก้าวเข้าใกล้ระยะห่างที่เคยมีค่อย ๆ หายไป จนในที่สุดริวต้องถอยหลังไปชิดผนังลิฟต์

“มีปัญหาอะไรไหม” มือของธามวางลงบนผนังข้างศีรษะของริว ใบหน้าของเขาโน้มลงมาช้า ๆ จนลมหายใจอุ่นของทั้งสองแทบหลอมรวมกัน

“ไม่ครับ...” ริวส่ายหน้าเบา ๆ พร้อมส่งยิ้มมั่นใจกลับไป

“แค่สงสัยว่า ผมจะครางได้ดังแค่ไหน...ก็เท่านั้นเอง” ริวเอื้อมมือไปแตะแขนของธามเบา ๆ ราวกับต้องการจะง้อ

แต่ไม่ทันที่มือจะสัมผัสชัด ๆ ธามก็คว้าไว้ทันที มือเขากระชับแน่นแรงพอให้ริวสะดุ้ง

“อย่าแตะพี่ โดยไม่ได้รับอนุญาต” เสียงนั้นเข้ม และเย็นชาจนริวรู้สึกขนลุก

“ขะ...ขอโทษครับ” ริวตอบอย่างรวดเร็ว ตกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปในพริบตา

“ดีแล้ว” ธามคลายมือออกแล้วลูบเบา ๆ ตรงบริเวณที่บีบเมื่อครู่ราวกับจะปลอบโยน

“ต่อไป...ทุกอย่างต้องได้รับอนุญาตจากพี่ก่อน เข้าใจไหม” เขากระซิบเบา ๆ ที่ข้างหูริวที่พยักหัวอย่างเข้าใจ

“นายไม่ต้องห่วง...ถึงนายจะตะโกนยังไง ก็ไม่มีใครได้ยิน เพราะที่นี่...เก็บเสียงได้หมด” ธามเอ่ยเสียงแหบพร้อมเป่าลมใส่หูอีกฝ่ายทิ้งท้าย

ลิฟต์มาถึงชั้น 38 เสียงติ๊งเบา ๆ ดังขึ้นพร้อมกับประตูลิฟต์ที่เปิดออกสู่ห้องสุดหรูของธาม ริวเดินตามเข้าไปด้านในก่อนจะชะงักเล็กน้อย ภาพเบื้องหน้าเหมือนฉากในหนังสไตล์คลาสสิก กระจกบานใหญ่เปิดรับแสงเมืองกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนเต็มตา เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นดูแพงและสวยจนไม่อาจละสายตา

“ห้องพี่สวยมากเลยครับ...” ริวพูดอย่างอดไม่ได้ สายตากวาดมองรอบห้องที่ถูกจัดอย่างประณีต เกินกว่าจะคิดว่าคนที่อยู่ในห้องแบบนี้จะอยู่คนเดียว

“ห้องพี่สวยมากครับ วิวแบบนี้…ห้องนี้คงราคาสูงน่าดูเลยนะครับ” ริวชมขณะเดินตรงไปที่กระจกบานใหญ่ มองวิวเมืองเบื้องหน้าตึกระฟ้าส่องแสงระยิบระยับในยามค่ำคืนราวกับอัญมณีที่ลอยอยู่บนฟ้า

“จะดื่มอีกไหม” ธามไม่ได้ตอบอีกฝ่าย เขาเพียงเดินไปยังโต๊ะวางเครื่องดื่ม หยิบแก้วคริสตัลออกมาสองใบก่อนรินวิสกี้ลงไปด้วยท่วงท่าคล่องแคล่ว

“ไม่ดีกว่าครับ ผมอยากมีสติเต็มร้อย...สำหรับคืนนี้” ริวหันกลับมายิ้มดวงตาเปล่งประกายวาววับ

ธามพยักหน้าเล็กน้อย รินเครื่องดื่มให้ตัวเองเพียงแก้วเดียว แล้วจิบช้า ๆ ดวงตาไม่เคยละจากหนุ่มน้อยตรงหน้าเลย สายตาของเขาในเวลานี้เหมือนสัตว์ร้ายที่กำลังมองเหยื่อของตัวเอง

“ถอดเสื้อออก” ธามวางแก้ววิสกี้ในมือลง ออกคำสั่งเปล่งออกมาเรียบเฉย แต่น้ำเสียงนั้นแน่วแน่จนไม่มีช่องว่างให้ลังเลหรือปฏิเสธ

ริวกลืนน้ำลายเบา ๆ แม้หัวใจจะเต้นแรงขึ้นทุกวินาที เพราะตรงจุดนี้เป็นกระจกบานใหญ่ที่ไม่มีอะไรจะปิดกั้นเลย ถ้าคนที่อยู่ตึกอื่นจะมองมา เขายอมทำตามอย่างว่างง่ายด้วยหัวใจที่เริ่มเต้นรัว ๆ มือค่อย ๆ ปลดเสื้อคอวีสีดำออก เผยให้เห็นแผงอกที่ไม่ได้ใหญ่มาก แต่ได้รูปและสมส่วน ผิวขาวยิ่งเด่นชัดภายใต้แสงสลัวของห้องหรู

“ที่เหลือด้วย” ธามพูดต่อน้ำเสียงไม่ได้เปลี่ยนไป แต่ในแววตากลับมีประกายแวบผ่าน

ริวค่อย ๆ ถอดกางเกงและกางเกงในออกจนหมด จนร่างกายเปลือยเปล่าเบื้องหน้าพี่ T ที่จ้องมาอย่างไม่ละสายตา เขายืนเงียบไม่ขยับ ท่ามกลางแสงไฟจากเมืองที่ทอดผ่านกระจกเข้ามาภายในห้อง ปล่อยให้พี่ T ได้จ้องมองทุกสัดส่วนของตัวเองอย่างเต็มที่ รวมทั้งส่วนกลางกายที่กำลังเริ่มขยับขยาย

เมื่อเผชิญกับสายตาที่ราวจะกลืนกินเขาไปทั้งร่าง ริวก็รู้สึกอายหน่อย ๆ แต่ภายในหัวใจนั้นมีแต่ตื่นเต้นที่แล่นวาบไปทั่วร่าง

ธามเดินเข้ามาใกล้หนุ่มน้อยที่เปลือยตัวต่อหน้าเขา สายตาของเขากวาดไปทั่วร่างที่เปลือยเปล่าอย่างไม่ปิดบัง มือค่อย ๆ ลูบไล้ไปตามเรือนร่างที่มีกล้ามของริวอย่างเบามือ แต่กลับทำให้ร่างอีกฝ่ายสั่นเทาราวกับลูกหมาน้อยที่พึ่งขึ้นมาจากน้ำจนหนาวสั่นไปทั้งร่าง

“สวยดี” เพียงเสียงชมสั้น ๆ ก็ทำให้ริวใบหน้าแดงซ่าน เขินอายยิ่งกว่าการที่ตัวเองต้องมาเปลือยเปล่าโดยที่ด้านหลังเป็นกระจกซะอีก

“ยืนนิ่ง ตรงนั้น อย่าขยับ” ธามผละออกจากร่างอีกฝ่ายเอ่ยออกคำสั่งเสียงเข้ม

ริวกลั้นหายใจตามคำสั่ง พยายามรักษาความสงบนิ่งแม้ลมหายใจเริ่มกระชั้น มองร่างบางที่เดินไปหายไปในความมืดหายเข้าไปในห้องอีกฝั่งด้วยหัวใจที่หวั่นไหว และเมื่อกลับออกมาในมืออีกฝ่ายก็มีเชือกสีดำเส้นเล็กอยู่ในมือ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คุณหมอกับหมาเด็กของเขา   บางที...ความรักก็ไม่ได้จะสมหวังกันทุกคน

    ภาพตรงหน้าที่ริวเข้ามาภายในห้องเห็น คือผู้ชายแปลกหน้าในสภาพที่ไร้เสื้อผ้าบนร่างกาย กำลังซุกไซ้ซอกคอแฟนตัวเองที่ในตอนนี้เองก็อยู่ในสภาพที่ไร้เสื้อผ้าบนร่างกายเหมือนกัน ซอกคอขาวและตามร่างกายของคนพี่ในตอนนี้ เต็มไปด้วยร่องรอยน่ารังเกียจที่ผู้ชายแปลกหน้าทิ้งเอาไว้ ความโกรธ ความหึงหวงปะทุขึ้นมาภายในใจจนออกมาข้างนอกอย่างห้ามไม่อยู่“มึงเป็นใคร! ทำอะไรกลับแฟนกู”พลั่ก! พลั่ก!ริวไม่สนใจคำตอบของอีกฝ่ายแต่อย่างใด ความโกรธที่มันพวยพุ่งทำให้เขาควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ พุ่งตัวเขาไปดึงร่างผู้ชายปริศนาที่คร่อมตัวหมอธามออกมา เขากระหน่ำชกต่อยใบหน้าอีกฝ่ายเต็มแรงอย่างไม่ยั้งมือเขาไม่สนใจว่าความจริงมันเป็นยังไงในตอนนี้เขาเพียงต้องการระบายความโกรธ อัดเจ้าหมอนี่ให้เละยิ่งกว่าโจ๊ก ด้วยอาศัยจังหวะที่เจ้าตัวไม่ทันระวัง ริวอัดใส่อีกฝ่ายไม่ยั้งจนมุมปากทั้งสองข้างต่างก็เลือดกบปาก ใบหน้าเขียวฟกช้ำไปหมด แต่ริวก็ยังไม่พอใจชกใส่ใบหน้าอีกฝ่ายไม่หยุดเคล้ง!“อั๊กก”“ไอ้หมาบ้าเอ๊ย! มึงระวังตัวไว้เถอะ” พร้อมอาศัยจังหวะที่ถีบอีกฝ่ายล้มได้รีบเก็บของตัวเองวิ่งออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว“อัก! มึงอย่าคิดจะหนีได้” ริวรีบลุก

  • คุณหมอกับหมาเด็กของเขา   ไปตายไกลๆซะ

    หลังโดนไล่ให้ออกมาจากงานศพพ่อของริว ธามก็ไม่ได้รีบเร่งที่จะกลับคอนโดหรือไปทำงานที่โรงพยาบาลแต่อย่างใด เขาขับรถคันเดิมมุ่งหน้าไปยังบาร์ลับที่เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงร้านในความทรงจำของตัวเองแทนเข้ามาภายในร้านมองบรรยากาศที่แทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยนอกจากคนที่ดูบางตาลงไปมากก็ปลงใจ แม้ร้านนี้จะมีความทรงจำแย่ ๆ และดีผสมกันไป เขาเลิกมาที่นี่ได้หลายปีมากแล้ว หลังจากที่เลิกกับแฟนเก่าไปความจริงเขาก็ไม่อยากที่จะก้าวย่างเข้ามาภายในบาร์นี้แต่อย่างใด แต่เหล้าและวิสกี้ที่อยู่ในห้องนั้นเขาทั้งดื่มทั้งเททิ้งจนไม่มีเหลือแล้ว นอกจากบาร์แห่งนี้ที่เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงแล้ว เขาก็ไม่รู้ว่ามีที่ไหนอีกที่จะสามารถนั่งดื่มเหล้าได้ตลอดทั้งวัน เขาเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์นั่งที่มีบาร์เทนเดอร์ที่คุ้นเคยดูแลอยู่“เอ้า! นี่มันธามนี่ ไม่เจอกันนานเลย อะไรดลใจให้มาที่นี่วันนี้ล่ะ” บาร์เทนเดอร์ที่จำธาม ลูกค้าประจำสมัยก่อนได้ก็เอ่ยทักทาย“แค่ไม่มีที่ไปเท่านั้นแหละ เอาเหมือนเดิม หมดก็เติมมาได้เรื่อย ๆ เลย” ธามนั่งเก้าอี้เอ่ยตอบอย่างไร้อารมณ์ ในตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์ที่จะต่อร้องหรือหยอกเล่นกับใคร“คงจะเป็นเรื่องใหญ่สินะ ไ

  • คุณหมอกับหมาเด็กของเขา   ขอโทษ

    ภายในห้องของธามที่คอนโด แสงไฟภายในห้องไม่ถูกเปิดทำให้ภายในห้องมีแต่แสงสลัวที่มาจากนอกห้อง ภายในห้องมีแต่ความเงียบงัน กลิ่นวิสกี้เกรดดีผสมกับเหล้าเกรดดีอีกหลายชนิดลอยอวลไปทั่วห้อง พร้อมกับร่างของธามในเวลานี้ที่เมาปลิ้นนั่งอยู่บนโซฟาใบหน้าเขาซีดเซียว รอยคล้ำใต้ตาชัดเจนจากการไม่หลับไม่นอน ผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อเชิ้ตหลุดลุ่ย และเข็มขัดที่ยังคาเอวจากเมื่อวานเย็น รอบตัวเต็มไปด้วยขวดเหล้ามากมายที่ถูกเปิดดื่มจนหมดธามไม่รู้ว่าตัวเขาดื่มเหล้าไปมากแค่ไหนแล้วระหว่างสองวันที่ผ่านมา นับตั้งแต่ที่เขาผ่าตัดพลาดธามก็กลับห้องไม่ได้โผล่หน้าไปที่โรงพยาบาลอีก เขาสายตาเหม่อลอยยกขวดเหล้าขึ้นมาจิบ เฝ้ามองสายฝนที่โหมกระหน่ำภายนอกห้อง เสียงฝนกระทบกระจกหน้าต่างดังสม่ำเสมอ สายฝนในตอนนี้ราวกับรู้ความในใจเขาที่กำลังเศร้าเสียใจจึงตกลงมาไม่หยุด“มันไม่ควรผิดพลาด...มึงควรช่วยพ่อริวเอาไว้ได้สิ”ธามมือปิดหน้าเอ่ยออกมาเสียงดังขณะที่น้ำตาค่อย ๆ ไหลออกมา เขายังไม่เข้าใจว่าตัวเองทำผิดพลาดตรงไหน จากที่มันนควรเป็นการผ่าตัดเป็นไปได้ด้วยดี แต่มันกลับมีความผิดพลาดเกิดขึ้นจนไม่สามารถที่จะยื้อชีวิตพ่อริวเอาไว้ได้ในหัวเขาค่อย ๆ

  • คุณหมอกับหมาเด็กของเขา   รอยร้าว

    “วันนี้ผมมีเคสด่วนอะไรไหมครับคุณพยายาบาลพิมพ์แข”“วันนี้คุณหมอมีแต่ตรวจเยี่ยมอาการคนไข้เท่านั้นค่ะ”ธามรับรายงานจากพยาบาลพิมพ์แขขณะเดินไปพร้อมกัน วันนี้เป็นอย่างที่เขาคิดว่าไม่ค่อยมีงานอะไร นาน ๆ ทีจะมีวันที่เหมือนจะว่างแบบนี้สักครั้งหนึ่งในรอบหลายเดือน ถ้าไม่มีเคสด่วนเข้ามาเลยวันนี้ก็ถือว่าเป็นวันที่ชิลวันหนึ่งวันนี้ธามตั้งใจที่จะเตรียมเซอร์ไพรส์ริวในคืนนี้ หลังจากที่พวกเราเป็นแฟนกัน ทั้งที่พวกเขาควรที่จะได้สวีตหวานแหววด้วยกัน แต่ตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมานั้นมีแต่เรื่องเกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวันทั้งหมอปาล์มขอลาหยุดพักผ่อนอย่างไม่มีสาเหตุเป็นเวลาหลายวัน ทำให้อาจารย์ที่เป็นคนรับผิดชอบอย่างธามวุ่นมากในช่วงนี้ ริวเองหลังจากที่กลับจากค่ายก็ต้องเตรียมอ่านหนังสือสอบ ทำให้ไม่มีเวลาว่างที่จะมาเจอหน้ากันมากนักแถมเมื่อสองวันก่อนยังมีเรื่องพ่อเข้ามาอีก วันนั้นริวว่างจึงตั้งใจมาหา จากที่พวกเขาจะได้ชีวิตหวานแหววสวีตกัน กลายเป็นริวต้องมาคอยปลอบใจธามซะงั้นคืนนี้ธามจึงตั้งใจที่จะชวนริวไปเดตด้วยกันครั้งแรกหลังจากที่เป็นแฟนกันที่ห้องซะหน่อย และก็เพื่อขอบคุณที่อีกฝ่ายพร้อมที่จะเดินไปด้วยกัน พร้อมที่จะเ

  • คุณหมอกับหมาเด็กของเขา   โดนจับแต่งงาน

    “อ๊าส์ สดชื่นจริง ๆ วันนี้” ริวตื่นนอนในยามเช้าอย่างมีความสุข เมื่อวานเขาได้เป็นแฟนกับหมอธามจริง ๆ ซะที หลังจากที่เป็นเพียงวันไนต์สแตนด์มานาน“เสียดาย ถ้าไม่ใช่ว่าเข้าค่ายอยู่นะ...จะจัดถึงเช้าเลย” ริวมองที่นอนที่ยับยู่ยี่เป็นหลักฐานบ่งบอกว่า เมื่อคืนนั้นผ่านกิจกรรมเข้าจังหวะที่ร้อนแรงมาเมื่อคืนนั้นริวไม่สามารถจัดให้หนำใจได้เพราะที่นี่คือค่าย ตีสองหมอธามก็ต้องออกจากระต๊อบเขาไปแล้ว เพื่อกันไม่ให้คนที่ตื่นเช้าสงสัย“รีบเก็บของดีกว่า วันนี้ต้องกลับแล้ว” ริวรีบเก็บของแล้วออกไปทันที เขาถือกล้องถ่ายวิดีโอบันทึกบรรยากาศช่วงเวลานี้เอาไว้ทำคลิป“สวัสดีตอนเช้าครับพี่ปาล์ม” ริวเห็นหมอธามก็เอ่ยทักทายยามเช้า“สวัสดีครับ” ปาล์มตอบกลับไปด้วยใบหน้าที่ซีดขาว รอบดวงตาดำเป็นแพนด้า น้ำเสียงหอบแห้ง“พี่ป่วยเหรอครับ ทำไมหน้าพี่ดูซีด ๆ” ริวเห็นใบหน้าหมอปาล์มดูไม่ดีก็เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“ไม่เป็นไรครับ แค่นอนน้อยนิดหน่อย พี่ขอตัวไปที่อื่นก่อนนะ” สิ่งที่เห็นเมื่อคืนยังติดตาทำให้เขาไม่สามารถที่จะลืมมันไปได้ เขาไม่สะดวกใจที่จะคุยกับริวหรือหมอธามในเวลานี้“พี่ปาล์มแปลกจังเช้านี้” ริวสงสัยแต่ก็ไม่ได้ตามไปเซ้าซ

  • คุณหมอกับหมาเด็กของเขา   เขาไม่ควรมาที่นี่เลย

    ก๊อก ๆ“รู้ใช่ไหมว่า ต้องทำยังไงฉันถึงจะหายโกรธ” ทันทีที่ประตูกระต๊อบริวเปิดออก ธามก็ยิ้มมองเรือนร่างอีกฝ่ายที่สวมเพียงผ้าขนหนูสีขาวตัวบางพันรอบเอว“ผมรอพี่อยู่ครับ” ริวยิ้มกว้างดึงร่างคนพี่ที่อยู่หน้าประตูให้เข้ามาภายในห้องก่อนที่จะปิดประตู พอหันไปอีกทีก็พบคนพี่นั้นนั่งลงบนฟูกนอนรอเขาอยู่แล้ว“เข้ามาทำให้ฉันหายโกรธเร็ว ๆ เจ้าหมาน้อย” ธามแกะกระดุมเสื้อเอ่ยเรียกริวเสียงกระเส่าได้สัญญาณจากคนพี่ริวก็ไม่รอช้าที่จะกระโจนเข้าใส่คนพี่ เขาช่วยคนพี่ถอดเสื้อผ้าที่รกหูรกตาออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะประกบปากจูบอีกฝ่ายอย่างหิวกระหาย นี่ก็เป็นเวลาหลายวันแล้วที่พวกเขาไม่ได้ทำอะไรแบบนี้กันมือริวลูบไล้ร่างกายสีขาวของหมอธามลงต่ำไปจนถึงแก่นกายร้อนที่เริ่มขยายตัว เขาใช้มือตัวเองจับมันชักรูดขึ้นลงอย่างเป็นจังหวะ ธามเองก็ไม่ปล่อยให้ริวได้ทำอะไรตามใจตัวเอง เขาใช้มือทั้งสองข้างถอดผ้าขนหนูที่พันเอวอีกฝ่ายโยนทิ้งไป ใช้มือทั้งสองข้างจับแก่นกายใหญ่ของริวชักรูดมันบ้างอย่างรวดเร็ว“คืนนี้...ผมจะทำให้พี่หายโกรธเองครับ” ริวกระซิบข้างหูหมอธามเสียงแผ่วเบา ซุกไซ้ซอกคอสีขาวอย่างหิวกระหาย ใจอยากที่จะทิ้งรอยรักเอาไว้ แต

  • คุณหมอกับหมาเด็กของเขา   เป็นลูกหมาเชื่อฟังทุกคำสั่ง

    เขาเปิดก๊อกน้ำล้างหน้าด้วยน้ำเย็นเพื่อเรียกสติ สมองของธามทำงานอย่างรวดเร็ว วิเคราะห์สถานการณ์และพยายามหาทางออกเขาไม่สามารถปฏิเสธการรักษาคนไข้รายนี้ได้โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร และเขาก็ไม่อยากให้คนไข้ต้องถูกย้ายโรงพยาบาลในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ มะเร็งตับระยะที่สามต้องการการรักษาอย่างเร่งด่วน คนไข้ที่มาที

  • คุณหมอกับหมาเด็กของเขา   ลูกคนไข้

    ที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังใจกลางกรุงเทพมหานคร วันใหม่ของหมอธาม เวชวานิช เริ่มต้นขึ้นตามกิจวัตรที่เป๊ะราวกับเครื่องจักร เขาเข้าร่วมประชุมทีมแพทย์ตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า ตรวจผู้ป่วยในตั้งแต่แปดโมง และต่อด้วยคลินิกผู้ป่วยนอกจนถึงเที่ยง ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น ภายใต้กรอบเวลาที่วางไว้อย่างเป็นระบบ เช่นเดี

  • คุณหมอกับหมาเด็กของเขา   ขอเข้าไปอาบด้วยได้ไหมครับ

    ริวพยักหน้าเท่าที่จะทำได้ภายใต้แรงบีบ ดวงตาเบิกกว้างเปล่งแสงระยิบระยับ แม้จะเจ็บปวดจากการถูกบีบคอ แต่แทนที่เขาจะกลัวพี่ T ในตอนนี้ เขากลับตื่นเต้นแทนเวลาที่เห็นสีหน้าที่ออกคำสั่งในตอนนี้ มองใบหน้าสวยตรงหน้าอย่างหลงใหลธามคลายมือผ่อนคลายนิดหนึ่ง แต่ยังวางไว้ที่ลำคออย่างหลวม ๆ เขาเริ่มขยับสะโพกขึ้นลง

  • คุณหมอกับหมาเด็กของเขา   เชื่อสิ...เราจะชอบมัน

    “เคยถูกมัดมาก่อนไหม” ธามถามขณะเดินเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลังริว ใช้มือที่จับเชือกลูบไล้ไปตามแผ่นหลังแกร่ง“ไม่เคยครับ แต่ผม…อยากลองดู” ริวตอบตามตรง ส่วนประโยคท้ายนั้นมีความสั่นนิดหน่อยในน้ำเสียง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาจะโดนมัด“เอามือไพล่หลัง และอยู่นิ่ง ๆ ล่ะ จะได้ไม่มัดแรงจนเสียดสีกับผิว” ธามยิ้มมุมปาก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status