FAZER LOGINบทที่ 11 อาจารย์พิเศษ
เช้าวันจันทร์ที่แสนจะวุ่นวาย รดาในชุดกระโปรงสั้นทรงเอเสื้อนักศึกษารัดรูปเพราะเมื่อวานไม่ได้กลับห้องนอนค้างห้องอิงเอย เช้านี้เลยต้องยืมชุดนักศึกษาอิงเอยใส่มาก่อน
ตึก ตึก ตึก
เสียงฝีเท้าดังถี่ตามจังหวะการวิ่งของทั้งสามที่กำลังเร่งรีบเพราะวันนี้ตื่นสาย และที่ซวยไปกว่านั้นคาบแรกวันนี้จะมีอาจารย์พิเศษมาบรรยายและอาจารย์ที่จะมาวันนี้เป็นถึงศาสตราจารย์คงจะเคี่ยวและดุน่าดู
เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด เสียงแจ้งเตือนไลน์กลุ่ม
“ใครส่งข้อความอะไรมาแต่เช้าวะ ไม่ดูเวลาบ้างเลยว่าตอนนี้มันเป็นเวลานอน” อิงเอยตื่นมาด้วยความงัวเงียเมื่อเสียงข้อความดังรบกวนปลุกให้ตื่น
“รดา อ่านให้หน่อยไลน์กลุ่มนังเชอมันคงส่งข้อความมาปลุกพวกเรา” รดาที่นอนอยู่ริมสุดบนเตียง มือเล็กขยี้ตาอย่างงัวเงียเอื้อมหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างเตียง
“อิงเอย กิ่งแก้ว ตื่นได้แล้ววันนี้เรามีฟังบรรยายพิเศษ” รดาร้องขึ้นน้ำเสียงร้อนรนเมื่ออ่านข้อความที่เชอรี่ส่งเข้ามาในกลุ่ม
ร่างบางกระโดดลงจากเตียง คว้าผ้าเช็ดตัวสีขาววิ่งหายเข้าห้องน้ำไปและกลับออกมาในเวลาแค่10นาที
“รดา ชุดนักศึกษาอยู่ในตู้แกเลือกเอาเลยจะใส่ชุดไหน” อิงเอยยืนอยู่หน้าประตูห้องน้ำโดยมีผ้าเช็ดตัวผืนเดียวพันรอบตัวเตรียมพร้อมเพื่ออาบน้ำ
08:15 น. ห้องเรียนคณะบริหารธุรกิจ
“ขออนุญาตค่ะ” มือเล็กที่สั่นเล็กน้อยยกขึ้นเคาะประตูเมื่อเปิดเข้ามาเจอเหล่านักศึกษาคนอื่นนั่งกันอยู่เต็มห้องเพราะตอนนี้เลยเวลาเข้าเรียนไป15นาทีแล้ว และยิ่งไปกว่านั้นวิทยากรที่จะมาบรรยายพิเศษในครั้งนี้ยืนหันหลังกำลังคุยอะไรสักอย่างกับเจ้าหน้าที่อยู่บนเวที
เสียงคุ้นหูที่ดังจากด้านล่างเรียกความสนใจให้กองทัพหันหลังกลับไป ดวงตาสีน้ำตาลคมเข้มเจอเข้ากับเด็กสาวที่เขาพยายามมองหาตั้งแต่มาถึงแต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ และโทรหาก็ไม่รับสาย นาฬิกาข้อมือเรือนหรูถูกยกขึ้นดูเวลาอีกครั้งเพราะแน่ใจว่าตอนนี้ได้เวลาเข้าเรียนมาแล้ว15นาที
"วันนี้มีเรียนกี่โมงครับ” เสียงทุ้มถามขึ้นใบหน้าเรียบนิ่ง
รดายืนนิ่งมือสองข้างกำเข้าหากันแน่น ริมฝีปากบางซืดเผือดเมื่อเห็นว่าบุคคลที่ยืนอยู่บนเวทีนั้นคือใครยิ่งสร้างความประหม่าและเกรงกลัวมากขึ้นกว่าเดิม
“เอ่อ..8โมงค่ะ” อิงเอยตอบออกไปเสียงสั่นเครือ ถึงจะรู้จักกับกองทัพมาก่อนแต่พอตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ก็รู้สึกกลัวอยู่ไม่น้อย
“เชิญนั่งครับ เก้าอี้ด้านหน้าว่างอยู่3ตัวพอดี” เมื่อเห็นท่าทีของรดาที่ยืนหน้าซีดมือสั่นก็อดสงสารไม่ได้จึงไม่อาจแกล้งต่อไปได้
“ขอบคุณค่ะ” เมื่อได้รับอนุญาตทั้งสามเดินเข้าไปนั่งยังเก้าอี้ที่ว่างอยู่ด้านหน้า
การบรรยายเริ่มขึ้น
“ทุกคนหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาและช่วยทำบททดสอบก่อนเรียนก่อนนะครับ สแกนคิวอาร์โค้ตด้านหน้าและเริ่มลงมือทำได้เลย ผมให้เวลา15นาทีครับ” รดาล้วงโทรศัพท์มือถือจากกระเป๋าสะพายขึ้นมาหลังจากนั้นก็หันหน้าไปคุยกับเพื่อนสีหน้ากังวลเหมือนกำลังมีปัญหาอะไรสักอย่าง
กองทัพที่ยืนอยู่ด้านบนเวทีสังเกตเห็นและพอจะจับใจความได้ว่าโทรศัพท์มือถือของเธอน่าจะแบตหมดเพราะในห้องมีเพียงรดาคนเดียวที่ตอนนี้ไม่ได้ทำแบบทดสอบ กองทัพส่งข้อความหาเลขาคนสนิทที่นั่งทำงานรออยู่ห้องพักด้านหลังเวที
{เอก เอาโทรศัพท์เครื่องส่วนตัวของผมในกระเป๋ามาให้รดาด้านหน้าเวทีด้วย ตอนนี้}
ไม่นานเลขาหนุ่มก็ปรากฏตัวอยู่ด้านหน้าเวทีพร้อมโทรศัพท์มือถือแบรนด์ดัง เดินตรงไปยังตำแหน่งที่เด็กสาวนั่งอยู่
“คุณรดา โทรศัพท์ครับ นี่ครับรหัสปลดล็อกหน้าจอ”
“เอ่อ..”
“คุณกองทัพให้เอามาให้ครับ”
“ขอบคุณค่ะ” มือเรียวเล็กยื่นไปรับโทรศัพท์จากชายหนุ่ม ดวงตากลมโตมองขึ้นไปยังด้านบนเวทีก็เจอกับสายตาคมเข้มที่กำลังมองมาที่เธอก่อนแล้ว
“แม้รดา คุณหมอนี่รู้ใจเธอจังเลยนะ แค่มองตาก็รู้ใจกันแล้ว”
“อิงเอยพูดอะไรของเธอ รีบทำของตัวเองไปเลย เสร็จหรือยัง”
รดารีบใส่รหัสปลดล็อกหน้าจอและสแกนคิวอาร์โค้ตเพื่อเข้าทำแบบทดสอบ ใช้เวลาไม่ถึง10นาทีก็กดส่งแบบทดสอบและเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า
หัวข้อการบรรยายวันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการทำธุรกิจตั้งแต่การวางแผน การเจรจา ไปจนถึงการบริหาร
“หน้าที่ของผู้บริหารคืออะไรครับ” กองทัพถามขึ้นก่อนที่จะเริ่มบรรยายหัวข้อสุดท้ายของวันนี้
“เชิญครับ” เสียงทุ้มเอ่ยอนุญาตเมื่อมีนักศึกษายกมือขึ้นเพื่อตอบคำถาม
“หน้าที่ของผู้บริหารคือ การบริหารจัดการลูกน้องรวมถึงพนักงานทุกคนที่อยู่ภายในบริษัทค่ะ”
“ถูกต้องครับ แต่ก็ยังไม่ถูกต้องทั้งหมด หน้าที่จริงๆ ของผู้บริหารคือทำทุกอย่างเพื่อให้บริษัทหรือองค์กรเจริญก้าวหน้า นั่นหมายความว่าทุกอย่างตั้งแต่ระดับจิตใจของพนักงาน แม่บ้าน รปภ.ไปจนถึงลูกค้า การที่บริษัทจะพัฒนาไปได้ต้องอาศัยคนทุกกลุ่ม พนักงานทุกคน ผู้บริหารไม่ได้มีหน้าที่แค่สั่ง แต่ต้องคิดวิเคราะห์ทุกอย่างมาดีที่สุดแล้วถึงจะกระจายคำสั่งนั้นลงไปตามหน่วยงานที่รับผิดชอบ ผมพูดมาถึงตรงนี้แล้วพอจะให้คำตอบผมได้หรือยังว่าจริงๆ แล้วหน้าที่ของผู้บริหารนั้นคืออะไร”
“ถ้าไม่มีคนตอบ ผมขออนุญาตชี้เองนะครับว่าผมอยากให้ใครตอบ” หลายคนในห้องต่างก้มหน้างุดเพราะกลัวจะได้ตอบคำถาม สายตาคมเข้มกวาดสายตาไปรอบและมาหยุดอยู่ที่โซนด้านหน้า
“ด้านหน้าครับ คนที่มาสายเมื่อเช้า ส่งตัวแทนลุกขึ้นตอบหนึ่งคนครับ”
“รดา แกลุกขึ้นตอบเลย ถึงแกจะตอบผิดคุณหมอก็ไม่ว่าอะไรแกหรอก” อิงเอยสะกิดแขนด้านซ้ายของรดาเป็นจังหวะเดียวที่แขนด้านขวาก็โดนกิ่งแก้วสะกิดเช่นกัน รดาจำใจต้องลุกขึ้นตอบคำถาม
“ในความคิดหนู หนูคิดว่าหน้าที่ของผู้บริหารคือ รปภ. แม่บ้านและแม่ครัวค่ะเพราะเป็นหน้าที่ที่สำคัญมาก คอยดูแลความปลอดภัยให้พนักงานและทรัพย์สินของบริษัท พนักงานและทรัพย์สินจะปลอดภัยผู้บริหารต้องทำงานเพื่อปกป้องสิ่งสำคัญนี้ไว้ แม่บ้านเป็นตัวแทนของภาพลักษณ์บริษัทการที่บริษัทจะมีภาพลักษณ์ที่ดีผู้บริหารต้องสร้างภาพลักษณ์ให้กับองค์กร ถัดมาที่หน้าที่แม่ครัว ทุกคนอิ่มท้องเพราะมีแม่ครัวคอยทำอาหารให้ทานเปรียบเสมือนผู้บริหารที่คอยทำหน้าที่หาวัตถุดิบมาป้อนให้พนักงานทุกฝ่ายช่วยกันปรุงอาหาร เพราะฉะนั้นถ้าไม่มีวัตถุดิบก็ไม่สามารถปรุงอาหารได้ แต่ถ้ามีวัตุดิบดีแต่คนทำไม่มีฝีมือในการปรุงให้อร่อยได้ก็ไม่มีประโยชน์ เพราะฉะนั้นการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดีนั้นย่อมเป็นสิ่งสำคัญ ขอบคุณค่ะ” สิ้นเสียงคำตอบของรดาเสียงปรบมือแสดงความชื่นชมก็ดังก้องไปทั่วห้องเรียน ชายหนุ่มที่ทำหน้าที่วิทยากรในวันนี้ถึงกับอึ้งที่ได้ฟังคำตอบจากลูกศิษย์คนพิเศษ แนวความคิดแบบนี้คือแนวความคิดของผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จ คาดไม่ถึงว่านักศึกษาปี4จะมีแนวความคิดที่กว้างไกลแบบนี้ รอยยิ้มพอใจผุดขึ้นมุมปาก
“ใช่ครับ นั่นคือสิ่งที่ผู้บริหารต้องทำ”
“และหัวข้อการบรรยายวันนี้ก็สิ้นสุดลงเพียงเท่านี้ มีนักศึกษาคนไหนไม่เข้าใจต้องการสอบถามเพิ่มเติม พิมพ์ข้อความส่งเข้ามาทางไลน์ได้เลยครับ”
เมื่อสิ้นสุดชั่วโมงบรรยายพิเศษนักศึกษาทุกคนต่างทยอยเดินออกจากห้องจะเหลือก็แต่กลุ่มของรดา4คน ที่ยังยืนอยู่ที่เดิมไม่ยอมเดินตามเพื่อนร่วมห้องออกไป
“โทรศัพท์ค่ะ ขอบคุณที่ให้ยืมนะคะ” เมื่อมั่นใจว่าทุกคนเดินออกจากห้องไปกันหมดแล้ว รดาจึงเดินเข้าไปหากองทัพที่กำลังเก็บของอยู่บนเวทีโดยมีเอกเลขาคนสนิทคอยช่วยอยู่ข้างๆ มือด้านขวาที่ถือโทรศัพท์อยู่ในมือยื่นไปตรงหน้าชายหนุ่ม สายตาก้มมองพื้นไม่กล้าสบตา
“แล้วโทรศัพท์เป็นอะไร” ความจริงเขาก็อยากรู้ว่าโทรศัพท์เด็กสาวเป็นอะไรหรือแค่แบตหมดธรรมดา
“ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ อยู่ดีๆ เครื่องมันก็ดับไปเฉยๆ”
“ถ้างั้นก็เอาเครื่องนี้ไปใช้ก่อน” เอกหันขวับมองหน้าเจ้านายหนุ่มอย่างไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยินเพราะโทรศัพท์เครื่องนี้เป็นเครื่องส่วนตัวของกองทัพขนาดเอกที่เป็นเลขาคนสนิทยังไม่ได้รับอนุญาตให้แตะต้องเลย
“นายครับ” กองทัพเอียงหน้ามองตามเสียงเรียกเพียงนิด แต่เมื่อเห็นสีหน้าเรียบนิ่งเอกจึงไม่กล้าพูดอะไรต่อ
“เปล่าครับนาย” ในระหว่างนั้นก็เหลือบสายตามองไปทางเด็กสาวที่ยังยืนนิ่งถือโทรศัพท์อยู่ในมือ
โทรศัพท์เครื่องนี้เป็นเครื่องสำรองของกองทัพเอาไว้ใช้ติดต่อกับกลุ่มเพื่อนเท่านั้น แต่ส่วนมากก็ไม่ค่อยได้ใช้งานอยู่แล้วเพราะมีอีกเครื่องที่กองทัพใช้งานประจำ นานๆ ครั้งจะหยิบออกมาชาร์จแบตที
“งั้นหนูขอตัวไปเรียนคาบต่อไปนะคะ”
“รอเดี๋ยว เอกไปหยิบแจ็กเกตในรถให้ผมที” ประโยคแรกพูดกับรดาประโยคหลังหันไปสั่งเลขาคนสนิท
“นายครับ แจ็กเกตครับ” แจ็กเกตแบรนด์ดังราคาหลายหมื่นถูกส่งให้ชายหนุ่ม ก่อนที่จะถูกส่งต่อให้เด็กสาว
“ใส่ซะ วันหลังก็ช่วยแต่งตัวให้ถูกระเบียบด้วย” รดาได้แต่ยืนงงก้มมองชุดนักศึกษาที่ตัวเองใส่วันนี้อีกครั้งว่ามีตรงไหนที่มันผิดระเบียบ กระโปรงทรงเอ เสื้อนักศึกษาสีขาว เข็มขัดตรามหาลัยก็ถูกต้องทุกอย่าง แล้วมีตรงไหนที่ผิดระเบียบ
“ก็ถูกระเบียบหมดนี่คะ” รดาพูดขึ้นหลังจากที่สำรวจตัวเองอีกครั้ง
“หายใจออกหรือไง”
“../..” รดายืนทำหน้างงยิ่งกว่าเดิมเมื่อเห็นสีหน้าไม่ค่อยพอใจของกองทัพ แต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าเธอนั้นทำอะไรผิด แต่ก็ยอมสวมแจ็กเกตสีดำที่กองทัพส่งมาให้ถึงจะตัวใหญ่ไปหน่อยแต่ก็ไม่ได้เกะกะรุ่มร่ามมากเพราะเสื้อถูกออกแบบมาให้ใส่ได้ทั้งหญิงและชาย
“ยืนทำอะไรอยู่ ไม่ไปเรียนคาบต่อไปล่ะ”
“ขอบคุณค่ะ” รดายกมือไหว้ขอบคุณก่อนจะเดินหันหลังลงจากเวทีเพื่อไปเรียนคาบเรียนถัดไป
หลังจากบรรยายพิเศษเสร็จกองทัพก็มานั่งสรุปรายงานส่งให้อาจารย์ประจำภาค ชายหนุ่มนั่งทำงานอย่างอารมณ์ดีกว่าปกติทุกวัน
“นายครับ วันนี้ดูนายอารมณ์ดีเป็นพิเศษนะครับ” สายตาคมเข้มตวัดขึ้นมองเจ้าของคำถามด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
“ไม่มีอะไรทำเหรอครับ งานที่โรงพยาบาลเคลียร์หมดแล้วเหรอ” ถึงเอกจะทำงานกับกองทัพได้ไม่นานแต่ก็ถือว่าเป็นคนที่รู้ใจกองทัพมากที่สุด เพราะฉะนั้นจึงรู้ดีว่าชายหนุ่มกำลังไม่พอใจและเขาต้องทำอย่างไรถึงจะเป็นการดีที่สุดตอนนี้
“รับทราบครับ จะรีบเคลียร์ให้เสร็จทั้งหมดภายในวันนี้ครับ”
เวลาล่วงเลยมาจนถึงช่วงเที่ยง นักศึกษาต่างพากันเดินเพ่นพ่านเพราะเป็นเวลาพักเที่ยง ต่างพากันเดินไปที่โรงอาหารเพื่อรับประทานอาหารเที่ยง บ้างก็พากันขับรถออกไปทานร้านข้างนอก
กองทัพซึ่งเป็นคนทานอาหารค่อนข้างตรงเวลายกเว้นวันนั้นจะติดธุระสำคัญที่ไม่สามารถปลีกตัวออกมาได้ ร่างกายที่เปรียบเสมือนนาฬิกาเรือนที่สองเริ่มส่งสัญญาณเตือนว่าตอนนี้ได้เวลาอาหารเที่ยงแล้ว
“นายจะรับอาหารที่นี่หรือจะแวะทานข้างนอกก่อนเข้าโรงพยาบาลครับ” เอกเลขาคนสนิทถามขึ้นเมื่อมองนาฬิกาที่หน้าคอมพิวเตอร์ตอนนี้บ่งบอกเวลาเที่ยงพอดี
“../..” ไร้คำตอบจากเจ้านายหนุ่ม โทรศัพท์แบรนด์ดังถูกยกขึ้นมาต่อสายหาใครบางคนรอสายไม่นานปลายสายก็กดรับ
“สวัสดีค่ะ”
“อยู่ไหน” เมื่อปลายสายกดรับก็เอ่ยถามคำถามที่ตนอยากรู้ทันที
“เอ่อ..หนูอยู่ที่โรงอาหารคณะค่ะ” รดาได้ยินเสียงก็รู้ทันทีว่าคนที่โทรเข้ามานั้นคือเจ้าของโทรศัพท์นั่นเอง
“สั่งข้าวเผื่อผมด้วย อีก10 นาทีผมไป..ตุ๊ด” สิ้นเสียงคำพูดสายก็ตัดไปทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้ปลายสายถามกลับอะไรเลย
ชายหนุ่มหุ่นนายแบบทั้งสองกำลังสาวเท้าเดินเข้าไปยังโรงอาหารคณะบริหารธุรกิจ เสื้อเชิ้ตสีขาวที่ผูกไทอย่างเป็นระเบียบเมื่อเช้าบัดนี้ถูกปลดออก กระดุม3เม็ดบนถูกปลดออกจากรังโชว์หน้าอกแกร่งที่ไร้ไรขนเฉกเช่นผู้ชายทั่วไป
“ที่นี่ไม่มีข้าวไรต์เบอร์รี่หรือข้าวกล้องขาย ข้าวขาวธรรมดาคุณทานได้ใช่ไหมคะ” เมื่อคุณหมอหนุ่มเดินมาหยุดข้างโต๊ะที่รดาและเพื่อนนั่งอยู่โดยมีเพื่อนชายร่วมคณะนั่งอยู่ด้วย3-4คน และมีเก้าอี้ว่างตรงหัวโต๊ะแค่หนึ่งตัว
“../..” ไร้ซึ่งคำตอบจากชายหนุ่มมีเพียงแววตาดุดันกวาดสายตามองรอบโต๊ะ จนเชอรี่ที่นั่งอยู่ด้านขวาข้างรดารีบลุกขึ้นสลับที่นั่งทันที
“เชิญคุณหมอนั่งตรงนี้ก็ได้ค่ะ”
ตอนเย็นหลังเลิกเรียน
“รดาแล้ววันนี้แกกลับบ้านยังไง ให้ฉันไปส่งไหม”
ตอนที่34 งานแต่งงาน 5 เดือนผ่านไปหลังจากที่ญาดาพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนานนับเดือนก็ได้กลับไปพักฟื้นต่อที่บ้าน จนมาถึงวันนี้ร่างกายเริ่มดีขึ้นใกล้จะกลับมาเป็นปกติเกือบร้อยเปอร์เซ็นทางด้านผู้ใหญ่ของกองทัพก็รับรู้และยินดีที่ลูกชายคนเล็กของบ้านจะมีแฟน ที่สำคัญที่บ้านคุณหมอหนุ่มยังรู้ดีตั้งแต่ต้นว่าลูกชายตัวเองแอบหลงรักเด็กผู้หญิงที่อยู่เมืองไทย เพราะตลอดระยะเวลาที่ชายหนุ่มไปเรียนเมืองนอกกว่าสิบปีไม่เคยมีแฟนเลยสักคน ชีวิตมีแต่เรียนกับสนามแข่งรถ และยังแอบพกรูปเด็กผู้หญิงผมเปียติดตัวตลอดเวลาถึงขนาดใส่กรอบเล็กๆ วางไว้ในห้องนอนการคบหาระหว่างทั้งสองคนอยู่ในการรับรู้และยินดีจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย แต่มีอีกหนึ่งคนที่จะดีใจมากเป็นพิเศษคงหนีไม้พ้น..ทัพบก ผู้ที่ใฝ่ฝันอยากมีน้องสาวเป็นของตัวเอง และหลงรักเด็กสาวตั้งแต่เจอหน้ากันครั้งแรกเมื่อตอนสั่งอาหารแล้วไรเดอร์สาวขับรถมอเตอร์ไซค์ฝ่าสายฝนที่ตกหนักเพื่อนำอาหารมาส่ง เด็กสาวที่เปียกปอนไปทั่วตัวแต่ก็ยังยิ้มร่า เด็กสาวที่มีรอยยิ้มสดใสให้ทุกครั้งที่เจอกัน เด็กสาวที่อยากได้มาเป็นน้องสาวที่น่ารัก อ้อนเก่ง“รดา อาทิตย์หน้าตารางงานพี่ว่างเราพาคุณแม่ท่าน
ตอนที่33 คำตอบจากแม่ยาย ครืด ครืด ครืด เสียงโทรศัพท์รดาที่วางอยู่โต๊ะข้างหัวเตียงดังขึ้น“สวัสดีครับ” กองทัพหยิบมากดรับสายเมื่อเห็นว่าคนที่โทรเข้ามานั้นคือพี่ชายของเด็กสาว“คุณหมอเหรอครับ”“ครับ ตอนนี้รดาหลับอยู่ครับ คุณธนามีธุระด่วนจะคุยกับรดาไหมครับ ผมจะปลุกเธอให้”“ไม่มีครับ แค่ผมกลับมาที่ห้องพักแล้วไม่เจออยู่ที่นี่เลยโทรหานะครับ”“รดาหลับอยู่ที่ห้องทำงานผมครับ ช่วงเย็นคุณป้าน่าจะย้ายขึ้นมาพักฟื้นที่ห้องนี้นะครับ”“ขอบคุณคุณหมอมากนะครับ ผมไม่รบกวนแล้ว สวัสดีครับ”หลังจากที่วางสายเสร็จกองทัพก็ลุกเดินออกจากห้องไปและลงไปยังชั้นสามเป็นแผนกหัวใจและทรวงอก ห้อง ICU ที่อยู่ติดกับเคาน์เตอร์พยาบาลซึ่งมีคนไข้ชื่อญาดานอนรอดูอาการอยู่หลังการผ่าตัด“คนไข้เป็นอย่างไรบ้างครับ” กองทัพเดินเข้าไปในห้องพร้อมหยิบชาร์จที่เสียบอยู่ที่ปลายเตียงขึ้นมากวาดสายตาอ่าน“ความดันปกติ ชีพจรเต้นคงที่ คนไข้ฟื้นแล้วหลังจากออกจากห้องผ่าตัด ปฏิกิริยาทุกอย่างปกติและพึ่งหลับไปเมื่อสักครู่ค่ะ”“ร่างกายตอบสนองต่อการรักษาดี ช่วงเย็นรายงานอาการให้ผมทราบอีกที ถ้าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงผมจะย้ายคนไข้ขึ้นไปพักฟื้นด้านบน” เหมือนยกภ
ตอนที่32 รางวัลคนเก่ง “รางวัลพี่ล่ะครับ” เมื่อทั้งสองกลับขึ้นมาบนห้องพักส่วนตัวยังไม่ทันที่ประตูปิดสนิทดีคุณหมอหนุ่มก็ทวงถามหารางวัลทันที“รางวัลอะไรของคุณ รีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้วค่ะมีแต่กลิ่นแอลกอฮอล์” มือเล็กออกแรงผลักตรงหลังให้เดินไปยังห้องน้ำเพราะตอนนี้เธอแทบจะทนดมกลิ่นแอลกอฮอล์ในตัวชายหนุ่มไม่ไหว"นวดไหล่ให้พี่หน่อย ผ่าตัดตั้งหลายชั่วโมง..เมื่อยมาก" ยังไม่ทันที่รดาจะหันหลังออกจากห้องน้ำก็เจอเสียงอ้อนของคุณหมอหนุ่ม“อาบเสร็จแล้วเดี๋ยวหนูนวดให้นะคะ” รดาไม่ได้ปฏิเสธเลยทีเดียวแต่เลือกที่จะยื่นข้อเสนอต่อรองหรือเรียกอีกอย่างว่าการเอาตัวรอด“ต้องแช่น้ำอุ่นแล้วนวดไปด้วยกล้ามเนื้อถึงจะผ่อนคลาย” หลักการทางกายภาพถูกงัดขึ้นมาต้อนเด็กสาวให้จนมุม“เดี๋ยวเสื้อผ้าหนูเปียก ไม่มีชุดใหม่เปลี่ยน”“พี่สั่งให้เอกซื้อมาให้หนูใหม่แล้วสิบชุด อยู่ในตู้” เกมโอเวอร์สุดท้ายรดาก็เป็นฝ่ายแพ้ เดินไปเปิดน้ำอุ่นและผสมสบู่ลงในอ่างกุชชี่ขณะที่กองทัพจัดการถอดเสื้อผ้าออกจนหมดและตอนนี้มีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่พันรอบเอว“ว๊าย! คุณจะทำอะไรคะ” เชือกที่ผูกอยู่ที่เอวคอดถูกดึงออกโดยฝีมือของชายหนุ่มที่ตอนนี้ยืนซ้อน
ตอนที่31 หน้าห้องผ่าตัด“ขอโทษครับผมลืมเคาะประตู” ทั้งสองผละออกจากกันอัตโนมัติเหมือนเกิดแรงผลักของประจุไฟฟ้าขั้วบวกกับขั้วบวกหน้าห้องผ่าตัดเจ้าหน้าที่เข็นเตียงผู้ป่วยออกจากห้องพักหลังจากเตรียมความพร้อมก่อนทำการผ่าตัดมายังห้องผ่าตัดแผนกศัลยกรรม หญิงวัย 58 ปีนอนหน้าซีดปากซีดไร้เลือดฝาดอยู่บนเตียงสีหน้าเป็นกังวล“แม่คะ แม่ต้องสู้นะคะหนูกับพี่ธนาจะรอแม่อยู่ด้านนอก คุณหมอเก่งมากแม่ไม่ต้องกังวลนะคะ” มือเรียวเล็กทั้งสองข้างยื่นไปกุมมือผู้เป็นมารดาด้านที่มีสายน้ำเกลือเสียบคาอยู่และอีกข้างก็มีเครื่องวัดออกซิเจนติดอยู่“จ๊ะลูก” ญาดาตอบกลับบุตรสาวเสียงแผ่วใบหน้าฝืนยิ้ม ยกมืออีกข้างมากุมมือบุตรสาวและบุตรชายออกแรงบีบเล็กน้อย“ผมกับน้องรอแม่อยู่ด้านนอกนะครับ” เสียงทุ้มอ่อนนุ่มสั่นเครือเล็กน้อยของชายหนุ่มคนที่ดูแลแม่มาตั้งแต่ผู้เป็นบิดาเสียไป ถึงข้างนอกจะดูเข้มแข็งแต่ข้างในก็แอบกลัวอยู่ไม่น้อยเพราะรู้ถึงสุขภาพร่างกายของผู้เป็นมารดาอย่างดีว่าตอนนี้เข้าขั้นวิกฤตแค่ไหน“ธนาอย่าลืมที่สัญญากับแม่นะลูก” ก่อนเข้าไปด้านในยังไม่ลืมย้ำเตือนบุตรชายคนโตอีกรอบ“ครับแม่ แม่ก็อย่าลืมที่สัญญากับผมไว้นะครับ ว่าแม่
ตอนที่30 สู่ขอไม่เป็นทางการ“รดา พี่เอาหนังสือมาให้เผื่อหนูอยากอ่าน” กองทัพเปิดประตูเข้ามาได้จังหวะได้ยินตอนที่รดาคุยกับพี่ชายพอดี“ถามผมก็ได้ครับ ผมยินดีแสดงความบริสุทธิ์ใจทุกอย่าง” กองทัพเดินเข้าหยุดยืนขนาบข้างเด็กสาว ในมือยังถือหนังสือวารสารด้านธุรกิจของต่างประเทศที่รดาชอบอ่าน ซึ่งเล่มนี้เป็นเล่มใหม่ที่เขาฝากเพื่อนซื้อมาพึ่งส่งมาถึงเมื่อวันก่อน"ความจริงผมก็ไม่อยากยุ่งเรื่องส่วนตัวของพวกคุณหรอกนะครับ แต่ฐานะการใช้ชีวิตของพวกเรากับคุณมันต่างกันมาก” ธนาชี้แจงเหตุผลให้คุณหมอหนุ่มฟังอย่างนอบน้อมและมีเหตุผล“ผมเข้าใจครับ และก็ไม่แปลกใจที่คุณจะเป็นห่วงรดา เราไม่เคยเจอกันหรือรู้จักกันมาก่อน พอเจอกันครั้งแรกผมก็มาแนะนำตัวในฐานะคนรักของน้องสาวคุณ เป็นใครก็ตกใจครับ แต่ผมอยากจะบอกคุณว่าผมกับรดารู้จักกันตั้งแต่ห้าปีก่อนตอนที่ผมยังเรียนแพทย์อยู่ที่โปแลนด์ แค่ขาดการติดต่อกันไปช่วงที่ผมไปต่อfellowที่อเมริกา มาเจอกันอีกครั้งตอนที่รดาเกิดอุบัติเหตุเมื่อสี่เดือนก่อนและได้เรียนรู้กันอย่างจริงจังช่วงที่รดาไปฝึกงานที่บริษัท คุณอาจจะมองว่าระยะเวลามันสั้นแต่เชื่อเถอะครับว่าผมรักเธอจริงๆ ผมรีบทำหน้าที่ของ
ตอนที่29 พบแม่ยายในฐานะแฟนของลูกสาวช่วงสายของอีกวัน“รดาตื่นได้แล้วครับ สายแล้วนะ” กองทัพเดินมาหย่อนสะโพกข้างขอบเตียง เสียงทุ้มนุ่มก้มลงกระซิบข้างหูคนตัวเล็กที่นอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มบนเตียง“อือ..หนูขออีกห้านาที” เสียงครางงึมงำในลำคอ ตาสองข้างยังปิดสนิท“หมดแรงขนาดลุกไม่ขึ้นเลยเหรอ หืม” หนวดเคราที่กำลังขึ้นเป็นตอสีดำเสียดสีกับลำคอใต้ซอกใบหูจนคนที่นอนหลับอยู่รู้สึกจักจี้จากการรบกวน“พี่หมอ หนูขออีกห้านาทีนะคะ” เสียงหวานเอ่ยอ้อนคว้ามือหนาที่วางพาดอยู่บนตัวเข้ามากอดแนบใบหน้า จนกองทัพทำตัวไม่ถูกจำต้องจำยอมตามคำขอและทำได้เพียงนั่งนิ่งๆ รอเวลา“หนูครับ วันนี้พี่จะพาหนูไปเยี่ยมคุณแม่ที่โรงพยาบาล ถ้าไม่ยอมตื่นคุณแม่ท่านจะรอนานเอานะครับ” สิ้นคำพูดรดาก็ดีดตัวลุกขึ้นจากที่นอนทันที“คุณจะพาหนูไปเยี่ยมแม่ที่โรงพยาบาลจริงๆ เหรอคะ” ร่างบางโผเข้ากอดชายหนุ่มอย่างลืมตัว หน้าอกคัพB ใต้เสื้อนอนตัวเล็กเสียดสีกับอกแกร่งจนกองทัพสัมผัสถึงความนุ่มเด้งได้“ถ้ายังอยากไปเยี่ยมแม่ พี่แนะนำให้ปล่อยพี่ก่อนครับ ก่อนที่หนูจะต้องนอนหมดแรงอยู่บนเตียงจนออกไปไหนไม่ได้” เสียงกระท่อนกระแท่นเอ่ยบอกติดๆ ขัด ขณะที่จิตสำนึกกำล
ตอนที่24 มารผจญ“เอ้า..สวัสดีค่ะน้องรดา กองทัพตื่นหรือยังคะ” นิสาเอ่ยทักน้ำเสียงปกติเมื่อเห็นคนที่มาเปิดประตูไม่ใช่คู่หมั้นหนุ่มแต่เป็นเลขาของเขาแทนเมื่อเปิดประตูออกไปก็เจอกับนิสาคู่หมั้นของชายหนุ่มเจ้าของห้องยืนอยู่หน้าประตูพร้อมกับกระเป๋าเสื้อผ้าใบโต ไอร้อนจากเตาเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความชาไปทั่
บทที่3 คนไข้ของคุณหมอ ก๊อก ก๊อก ก๊อก เคาะประตูสามครั้งอย่างมีมารยาท “เชิญครับ” เจ้าของห้องเอ่ยอนุญาต รดารีบเปิดประตูเข้าไปด้านในโดยไม่ทันสังเกตป้ายที่ติดอยู่ประตูหน้าห้อง “ทานข้าวหรือยัง” ประโยคทักทายที่เจ้าของห้องเอ่ยขึ้นโดยที่สายตายังจ้องอยู่ที่แฟ้มเอกสารตรงหน้า “ทานแล้วค่ะ เอ่อ..คือว่า หนู..
บทที่2 คนไข้ของคุณหมอ “เชิญคนไข้ที่ห้องน้ำเลยค่ะ เดินเองได้ใช่ไหมคะ ให้พี่ช่วยไหม” รดาค่อยๆ ก้าวเท้าลงจากเตียง เมื่อเท้าสัมผัสพื้นค่อยๆ ทิ้งน้ำหนักลงปลายเท้าและพยุงตัวให้ยืนตรง เมื่อทรงตัวได้แล้วเท้าเล็กค่อยๆ เดินไปยังห้องน้ำโดยมีพยาบาลสาวคอยพยุงอยู่ข้างๆ สายตาของกองทัพโฟกัสที่ร่างเพรียวจนพ้นขอบปร
แนะนำตัวละคร กองทัพ ศาสตราจารย์นายแพทย์เธียรวิชญ์ เศรษฐบุตรกุญชร อายุ 26 ปี ส่วนสูง 190 เซนติเมตร การศึกษา จบระดับมัธยมศึกษาตอนปลายด้วยการสอบเทียบระบบ General Educational Development (GED) ตอนอายุ 16 ปี และเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรี Medical University of Lublin 6 ปี ที่ประเทศโปแลนด์ และศึกษาต่อแพท







