Home / วาย / คุณหัวขโมยที่รัก / ตอนที่ 8.2 แอบตาม

Share

ตอนที่ 8.2 แอบตาม

Author: JAOTUNTEE
last update Last Updated: 2026-02-25 21:30:21

- ภูริภัทร -

ผมยังคงสงสัยว่าทำไมพี่กรถึงขับรถเร็วขึ้น หรือเขาเห็นว่าผมแอบตามเขามา ถึงจะขับเร็วขึ้นเท่าไหร่แต่ก็คงไม่หนีผมไปได้ไกลนักหรอก ผมใช้สกิลนักแข่งขับปาดซ้าย-ขวาไม่นานนักก็มาถึงรถของเป้าหมายที่ลดความเร็วลงมาค่อนข้างเยอะ และใช้ช่วงทิ้งระยะห่างเพื่อขับตามพี่กรไปเงียบ ๆ

ผมยังคงขับรถตามมาจนถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปจากที่พวกเราอยู่ค่อนข้างเยอะ เราใช้เวลาขับมาประมาณสองชั่วโมงเห็นจะได้ เพราะตอนนี้บรรยากาศค่อนข้างสลัวมาก และยิ่งตอนนี้เป็นช่วงหน้าหนาวด้วยแล้วยิ่งทำให้มืดลงเข้าไปอีก

พี่กรขับรถมาจอดหน้าบ้านเดี่ยว ซึ่งเป็นบ้านไม้สองชั้นสีขาวสะอาดตาที่ถึงแม้จะมีไฟจากถนนที่ห่างไปเล็กน้อยส่องให้ความสว่างได้ไม่มากนัก แต่ก็ยังคงสว่างมากพอที่จะเห็นความสะอาดตาของบ้านหลังนี้ ผมขยับจอดรถห่างออกไปไม่มากนัก ดับเครื่องและลงจากรถออกมาดูให้แน่ใจ ก็เห็นว่าน้องชายของพี่กรเดินกอดกับผู้หญิง   สูงวัยร่างท้วมไปยืนรอพที่หน้าบ้าน ผ่านไปสักระยะก็มีพี่กรเดินมายืนที่หน้าบ้าน ผมรีบวิ่งขึ้นบนรถและแอบมองอยู่แบบนั้นราวกับกลัวถูกจับได้ พี่กรหันซ้าย หันขวาที่หน้าบ้านสักพักก็ปิดประตูแล้วเดินตามเข้าบ้านไป

ผมเดินลงมาจากรถอีกครั้ง เดินเข้ามาใกล้บ้านของพี่กรมากขึ้น ผมเกาะประตูรั้วหาช่องที่พอส่องเข้าไปให้เห็นในบ้านเพียงเล็กน้อย แต่ก็ไม่เห็นอะไรมากนัก ผมยืนเกาะรั้วชะเง้อดูแบบนั้นสักพักใหญ่ ๆ ได้ยินเสียงคนหัวเราะชอบใจมีความสุขดังออกมาจากในบ้าน แค่ได้ยินเสียงพี่กรหัวเราะผมก็ใจชื้นขึ้นมาแล้วจริง ๆ อย่างน้อยวันนี้พี่กรก็ได้อยู่กับครอบครัว

   ผมคิดได้ดังนั้นก็ปล่อยมือที่เกาะรั้วราวกับตุ๊กแกออก ถอยหลังเดินกลับมาที่รถอย่างอารมณ์ดี ผมไม่รู้ว่าผมทำตัวเป็นตุ๊กแกไปนานเท่าไหร่แต่พอหยิบมือถือมาดูเวลาก็เห็นว่าตอนนี้ก็สี่ทุ่มกว่าไปแล้ว และเพราะพรุ่งนี้ผมยังต้องกลับเข้าร้านเพื่อเคลียร์เอกสารเพราะใกล้ปิดยอดสิ้นเดือนแล้วด้วย นั่นเลยเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องขับรถกลับคอนโดอย่างช่วยไม่ได้

ผมบิดขี้เกียจบนเตียงนอนไปมา หลังจากถูกปลุกด้วยนาฬิกาปลุก ทำกิจวัตรประจำวันเรียบร้อย และเดินออกมาพร้อมที่จะไปมองหน้าพี่กรทันที การเดินทางมาทำงานของผมก็เหมือนทุกวันที่ใคร ๆ ก็รู้ว่าเวลาเช้า ๆ แบบนี้รถย่อมติดเป็นเรื่องธรรมดา

ผมเองก็เหมือนคนอื่นจอดรถติดไฟแดงอย่างน่าเบื่อหน่าย สายตามองไปยังรถข้างหน้าที่เห็นว่าถูกสัญญาณไฟปล่อยออกไปและ ถูกหยุด สลับกันไปมาหลายต่อหลายครั้ง

ก๊อก!

ผมเลื่อนกระจกรถลงทันทีที่เห็นว่ามีเด็กผู้หญิงหน้าตาจิ้มลิ้มมายืนเคาะกระจกรถอยู่ด้านข้าง

“พี่คะ ซื้อพวงมาลัยมั้ยคะ”

“พวงมาลัยไม่เอาครับ”

“งั้น นมมั้ยคะอร่อยนะ”

“นมพี่ก็ไม่รับครับ .. แต่พี่ขอซื้อดอกไม้ในตะกร้านั้นได้ไหม”

ผมชี้นิ้วไปที่ตะกร้าที่น้องสะพายไว้ด้านหลัง ซึ่งถูกบรรจุด้วยดอกกุหลาบหลายสีอยู่หลายดอก เด็กผู้หญิงหันกลับมามองผมเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าตกลง และยื่นตะกร้ามาให้ผม น่าจะให้เลือกว่าผมจะซื้อดอกไหนนั่นแหละนะ

“พี่รับหมดเลย อ่ะ!นี่เงิน ไม่ต้องทอนนะ”

ผมบอกน้อง พลางหยิบธนบัตรใบสีเทาสองใบยื่นไปให้น้องผู้หญิง น้องที่ได้ยินแบบนั้นก็อ้าปากตกใจ และไหว้ขอบคุณผมหลายต่อหลายครั้ง พร้อมกับนำช่อดอกไม้ยื่นให้ผมทั้งตะกร้าสานนั้น ผมเงยหน้ามองน้องเขาอย่างงุนงง ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรน้องก็ก้มหัวให้อีกครั้งและวิ่งออกไปด้วยความดีใจอย่างรวดเร็ว

ผมยังคงมองตามน้องไปอย่างไม่ละสายตา เห็นภาพที่น้องวิ่งนำเงินที่ได้ไปโชว์ให้ผู้หญิงสูงวัยที่ยืนเตรียมของให้น้องดู ใช้เวลาเล็กน้อยน้องผู้หญิงก็ชี้นิ้วมาทางรถที่ผมจอดอยู่ และผู้หญิงสูงวัยก็ก้มหัวให้ผมแทนการขอบคุณ ผมที่เห็นเช่นนั้นก็ได้แต่ก้มหัวตอบผู้ใหญ่ จัดการนำดอกไม้มาวางไว้ข้างคนขับและปิดกระจกขึ้นทันที ก็เป็นจังหวะเดียวกับที่สัญญาณจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียวพอดี

ผมเลี้ยวรถเข้ามาจอดหน้าร้านตามปกติ มองหารถของพี่กรก็ยังไม่เห็นว่าพี่กรมา จึงได้แต่อุ้มตะกร้าสานกับดอกกุหลาบหลายสิบดอกในนั้นลงมาจากรถเดินเข้ามาในร้านก็เจอน้องสามคนในร้านกำลังเตรียมเปิดร้านกันตามปกติ ทักทายพูดกันกับน้อง ๆ ก่อนเดินเข้ามาหลังร้าน

ผมหยิบดอกไม้ที่แห้งเฉาในแจกันใบใหญ่ที่ถูกตั้งไว้ที่โต๊ะทานอาหารในห้องพนักงานออกลงถังขยะ ล้าง และเปลี่ยนน้ำเรียบร้อยก่อนจะนำดอกไม้ที่ซื้อมาเมื่อเช้าลงไปไว้ในแจกันใบนั้นแทน ชื่นชมฝีมือตัวเองพักใหญ่ก็เดินมานั่งเช็กกองเอกสารงบประมาณทันที

ผมนั่งทำงาน จนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเท่าไหร่ มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่มัดหมี่เดินเข้ามาถามว่าผมทานข้าวหรือยังนั่นแหละ ผมผละใบหน้าจากจอโน๊ตบุ๊คมาดูเวลาที่นาฬิกาติดผนังก็พบว่าตอนนี้เกือบจะเที่ยงแล้ว และผมยังไม่รู้สึกว่าพี่กรมาทำงานเลยด้วยซ้ำ

“ผู้จัดการมาหรือยัง”

“ผู้จัดการลาพักร้อนนะคะ คุณน้าชมจันทร์โทรเข้ามาแจ้งเมื่อเช้าแล้วค่ะ”

” พักร้อน?”

“ใช่ค่ะ”

“เราเปลี่ยนกันทานข้าวได้เลยนะ พี่จะรีบเคลียร์เอกสาร”

มัดหมี่พยักหน้าตอบ แล้วเดินออกไปข้างนอกตามเดิม ผมที่เพิ่งรู้ว่าพี่กรขอใช้พักร้อน แต่ไม่ได้เป็นการลาพักร้อนที่แจ้งล่วงหน้าและไปขอลาโดยตรงที่คุณแม่มันดูน่าสงสัยเป็นอย่างมาก และตอนนี้ก็เป็นห่วงพี่กรมากเช่นกัน

ผมใช้เวลาเคลียร์เอกสารแบบพนักงานรับเหมา เมื่อจัดการเคลียร์เอกสารที่จำเป็นเรียบร้อยแหงนหน้ามองนาฬิกาพบว่าตอนนี้เป็นเวลาห้าโมงกว่าแล้ว ผมบิดขี้เกียจไล่ความเมื่อยเล็กน้อย

หยิบมือถือมาดูว่าพี่กรเคลื่อนไหวอะไรมั้ย แต่ก็ไม่พบว่าพี่กรมีการเคลื่อนไหวอะไร ผมจึงเสียมารยาทเข้าไปดูเพื่อนที่พี่กรมีเพื่อหาผู้ชายอีกคนหนึ่ง และเนื่องจากพี่กรมีเพื่อนในโซเชียลไม่มากนัก เลื่อนหาเพียงไม่นานก็พบกับบุคคลที่ผมต้องการ

ผมที่เคยเห็นหน้าผู้ชายคนนี้จากมือถือพี่กรเพียงครั้งเดียว แต่กลับกลายเป็นว่าผมนั้นจำได้แม่น ผมเลื่อนเข้าไปดูก็พบว่าผู้ชายคนนี้เช็กอินที่หนึ่งแต่เพราะไม่รู้ว่าทั้งสองคนไปด้วยกันไหม

ถ้าจู่ ๆ ผมโผล่ไปแต่พี่กรไปพักร้อนกับแฟนจริง ๆ จะกลายเป็นผมละลาบละล้วงไปไหมแต่ความเป็นห่วงของผมก็ชนะ ในใจคิดแค่ว่าถ้าไปถึง เห็นว่าพี่กรมากับแฟนแบบมีความสุขจริง ๆ ก็คิดซะว่าผมจะได้สบายใจ แต่ถ้าเป็นแบบที่ผมคิดจริง ๆ ในเวลาที่พี่กรรู้สึกแย่พี่กรก็จะได้ไม่ต้องอยู่คนเดียว

“เพชรบุรีหรอ สองชั่วโมงก็น่าจะถึง”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คุณหัวขโมยที่รัก   ตอนที่ 10.1 ปาย อินเลิฟ

    ครืด ครืด!ครืด ครืด!ผมเอื้อมมือไปหยิบมือถือมาปิดนาฬิกาปลุก เมื่อแสดงให้เห็นว่าตอนนี้เป็นเวลาตีห้าครึ่งแล้ว ผมกำลังจะปลุกพี่กรให้แต่งตัวเตรียมไปเที่ยวดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ทะเลหมอก ก็สัมผัสได้ถึงว่ามีคนนอนหนุนแขนผมอยู่ ผมค่อย ๆ โฟกัสสายตาในความมืดก้มมองคนอ้อมกอด แต่อีกใจก็มีความกลัวเล็กน้อยว่านี่คงไม่ใช่ความฝันหรือผีอำอะไรหรอกนะ ยิ่งนอนต่างที่แล้วเมื่อคืนก็เพลียมากไม่ได้จุดธูปไหว้เจ้าที่เจ้าทางซะด้วยผมเพ่งตามองไปยังคนที่นอนหนุนแขนข้าง ๆ ก็ต้องถอนหายใจแบบโล่งใจ เพราะนี่คือพี่กรที่นอนกอดผมอยู่แน่น ผมไม่ได้ขยับหรืออะไร ปล่อยให้พี่กรนอนกอดผมไปแบบนั้น บอกได้คำเดียวว่าตอนนี้ทะเลหมอกอะไรนั่นก็ไม่อยากไปแล้วเพราะตอนนี้ผมมีความสุขมาก มากที่สุดผมโอบแขนไปกอดตอบพี่กร ถึงแม้ในใจจะรู้นะว่าพี่กรน่าจะหนาวเลยขยับหาความอบอุ่น แต่แบบนี้ผมยินดีมาก ไม่ว่าจะเหตุผลอะไรผมก็ไม่ขัดหรอกนะ ขอแค่อยู่แบบนี้อีกนิด“อีกสิบนาทีค่อยตื่นละกัน”เรานอนกอดกันอยู่แบบนั้นสักพัก จนเวลาผ่านไปพอสมควรแล้วผมก็เขย่าป

  • คุณหัวขโมยที่รัก   ตอนที่ 10.1 ปาย อินเลิฟ

    ผมพาพี่กรเดินทางทันทีที่เก็บของเสร็จ ปลายทางคืออำเภอปาย สถานที่ที่หลายคนบอกว่าสวยและหน้าหนาวคืออากาศดีมาก และผมเองก็ยังไม่เคยไปสักครั้งเหมือนกัน ผมเริ่มขับรถออกจากชะอำมุ่งหน้าสู่ปลายทางที่อำเภอปายทันที ผมขับรถมาได้สักพักก็เห็นว่าพี่กรนอนหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ คาดว่าน่าจะเหนื่อยจากการร้องไห้เป็นเวลาที่นานมาก และผมเองก็ไม่อยากกวนพี่กรสักเท่าไหร่ผมขับรถไปด้วยความเร็วที่จัดว่าเร็วมากอยู่ เพราะใจอยากพาพี่กรไปให้ทันในช่วงเช้าแต่จากระยะทางและเวลาคาดว่าจะไม่ทัน และเกรงว่าหากขับด้วยความเร็วมากตลอดสาย ใบสั่งจะไปที่บ้านจนคุณแม่ช็อกก็เป็นได้เมื่อคิดได้แบบนั้นผมจึงลดความเร็วมาขับด้วยความเร็วที่กฎหมายกำหนด พี่กรก็มีตื่นมาคุยเป็นเพื่อนบ้าง นอนบ้าง และผมเองที่วันนี้ก็เร่งงานด้วย และขับรถเยอะด้วยก็มีอาการเหมือนจะรู้สึกเพลียบ้างเล็กน้อย จึงขับไปพักไปเป็นระยะผมใช้เวลาขับไปพักไป จากเพชรบุรีมาถึงอำเภอปาย ใช้เวลา สิบชั่วโมงพอดิบพอดี และก่อนเข้าอำเภอปายผมเองได้โทรจองที่พักไว้แล้ว เราจึงมาถึงและเข้าพักได้เลย“พี่กรนอนได้ไหม”“ได้สิ”

  • คุณหัวขโมยที่รัก   ตอนที่ 9.2 กอดแรกที่ริมทะเล

    และอาจจะเพราะพี่กรเอาแต่ก้มหน้า เขาเลยไม่เห็นว่าผมยืนข้าง ๆ หรือเปล่าไม่แน่ใจ ผ่านไปเล็กน้อยที่สองคนนั้นเดินกลับไปทางโรงแรมก็เห็นว่าพี่กรกำลังก้มหน้าก้มตาเดินตามสองคนนั้นไปเช่นกันผมที่เริ่มทนเห็นพี่กรที่เป็นแบบนี้ไม่ไหว คว้าแขนพี่กรเอาไว้จนพี่กรเองก็สะดุ้งพร้อมกับสะบัดมือผมจนหลุด ก่อนจะแหงนหน้ามามองที่ผม ผมไม่รู้ว่าพี่กรรู้สึกยังไงแต่ทันทีที่พี่กรเห็นผม ผมรู้สึกว่าพี่กรเริ่มร่างกายสั่นระริกอีกครั้งแม้ไฟที่ส่องจากถนนจะสาดมาถึงที่ ที่เรายืนอยู่ได้ไม่มากนัก แต่ผมกลับเห็นใบหน้าพี่กรที่อยู่ใต้หมวกปีกกว้างใบใหญ่ได้อย่างชัดเจน ดวงตาที่มีสีแดง ที่เต็มไปด้วยน้ำตาที่คลอในดวงตาที่พร้อมจะไหลออกมาทุกเมื่อราวกับคนที่เจ็บปวดแสนสาหัสแต่กลั้นความเสียใจนั้นไว้ มันช่างบีบหัวใจของผมจริง ๆผมเองก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา บรรยากาศรอบตัวเงียบจากเสียงผู้คน ได้ยินแค่เสียงคลื่นจากทะเลที่สาดกระทบชายหาดเท่านั้น เราสองคนยืนมองหน้ากันอยู่แบบนั้น และเป็นผมเองที่ทนเห็นภาพนี้ของพี่กรไม่ไหวผมเอื้อมมือไปดึงแขนพี่กรเบา ๆ เข้ามาสวมกอดช้า ๆ เพื่อปลอบใจคนตรงหน้า และพี่กรเองก็ไม่ได้ขัดขืนแม้แต่น้

  • คุณหัวขโมยที่รัก   ตอนที่ 9.1 กอดแรกที่ริมทะเล

    ผมขับรถมาจนถึงหน้าโรงแรมหรูที่เดียวกับที่เห็นว่าแฟนของพี่กรเช็กอินไว้ โรงแรมนี้ใหญ่โตมากจนผมเองก็อดที่จะชื่นชมไม่ได้ และที่สำคัญอยู่ใจกลางหาดชะอำ ผมจัดการจอดรถเรียบร้อยเดินมาเช็กอินห้องพัก และก็คงเรียกว่าโชคดีเพราะยังมีห้องเหลือให้ผมเข้าพักเอนหลังโดยที่ไม่รู้เลยว่า ผมจะหาพี่กรกับแฟนได้ที่ไหน และที่นี่ก็ไม่ใช่เล็ก ๆ ผมนอนคิดไปมาสักพักก็นึกขึ้นว่าหรือจะลงไปถามที่ล็อบบี้ดี เมื่อคิดได้ดังนั้นผมเดินออกจากห้องรีบวิ่งลงมาที่ล็อบบี้โรงแรมทันที พนักงานที่เห็นผมวิ่งหน้าตาตื่นมาก็ตกใจถามผมกันพัลวัน“ลูกค้าเป็นอะไรหรือเปล่าคะ”“เปล่าครับ พอดีผมอยากขอสอบถามผู้เข้าพักได้ไหมครับ”“เอ่อ..เป็นนโยบายของโรงแรม ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลคนพักได้ค่ะ”“นิดหนึ่งก็ไม่ได้หรอครับ”“ไม่ได้จริง ๆ ค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ”ผมที่เห็นความหนักแน่นของพนักงานเองก็รู้แล้วว่าวิธีนี้ไม่น่าจะได้ ผมจึงเดินมานั่งพักที่โซฟาแบบครุ่นคิดหาวิธีอีกครั้ง ผมล้วงมือหยิบมือถือในกระเป๋าออกมาดูก็ยังไม่เห็นการอัปเดตอะไรของพี่กร รวมถึงของ

  • คุณหัวขโมยที่รัก   ตอนที่ 8.2 แอบตาม

    - ภูริภัทร -ผมยังคงสงสัยว่าทำไมพี่กรถึงขับรถเร็วขึ้น หรือเขาเห็นว่าผมแอบตามเขามา ถึงจะขับเร็วขึ้นเท่าไหร่แต่ก็คงไม่หนีผมไปได้ไกลนักหรอก ผมใช้สกิลนักแข่งขับปาดซ้าย-ขวาไม่นานนักก็มาถึงรถของเป้าหมายที่ลดความเร็วลงมาค่อนข้างเยอะ และใช้ช่วงทิ้งระยะห่างเพื่อขับตามพี่กรไปเงียบ ๆผมยังคงขับรถตามมาจนถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปจากที่พวกเราอยู่ค่อนข้างเยอะ เราใช้เวลาขับมาประมาณสองชั่วโมงเห็นจะได้ เพราะตอนนี้บรรยากาศค่อนข้างสลัวมาก และยิ่งตอนนี้เป็นช่วงหน้าหนาวด้วยแล้วยิ่งทำให้มืดลงเข้าไปอีกพี่กรขับรถมาจอดหน้าบ้านเดี่ยว ซึ่งเป็นบ้านไม้สองชั้นสีขาวสะอาดตาที่ถึงแม้จะมีไฟจากถนนที่ห่างไปเล็กน้อยส่องให้ความสว่างได้ไม่มากนัก แต่ก็ยังคงสว่างมากพอที่จะเห็นความสะอาดตาของบ้านหลังนี้ ผมขยับจอดรถห่างออกไปไม่มากนัก ดับเครื่องและลงจากรถออกมาดูให้แน่ใจ ก็เห็นว่าน้องชายของพี่กรเดินกอดกับผู้หญิง สูงวัยร่างท้วมไปยืนรอพที่หน้าบ้าน ผ่านไปสักระยะก็มีพี่กรเดินมายืนที่หน้าบ้าน ผมรีบวิ่งขึ้นบนรถและแอบมองอยู่แบบนั้นราวกับกลัว

  • คุณหัวขโมยที่รัก   ตอนที่ 8.1 แอบตาม

    ผมยังคงมองกระจกหลังอยู่สักพักใหญ่ ๆ ขณะที่เท้าก็เหยียบคันเร่งไปเรื่อย ๆ แต่ก็ไร้ซึ่งวี่แววของคุณภัทร คาดว่าน่าจะตามไม่ทันนั่นแหละนะผมขับรถเลี้ยวเข้ามาจอที่หน้าประตูบ้านหลังพอเหมาะ ที่ถูกกั้นด้วยประตูรั้วไม้สีสาวสะอาดตา ไอ้น้องชายตัวดีของผม ก็กระโดดลงรถไปทันทีที่เห็นว่าแม่กานดาในวัยหกสิบสองปีกำลังเดินจ้ำอ้าวยิ้มร่าออกมาเปิดประตูรั้วให้ และพากันเดินนำหน้าไปยืนรอที่หน้าบ้าน ผมขับรถเข้ามาจอดในตัวบ้านอย่างเคยชิน เดินลงจากรถมากอดแม่ด้วยความคิดถึง“แม่กับน้องเข้าบ้านก่อนเลยนะ เดี๋ยวกรไปปิดประตูรั้วก่อน”“จ้า รีบตามมานะลูก”ผมยิ้มให้แม่ เบี่ยงตัวออกมาปิดประตูรั้วหน้าบ้าน สายตาก็ยังคงลอบมองไปที่หน้าบ้าน เพื่อดูว่าคุณภัทรได้ตามมาไหม เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรผิดปกติ ผมจึงดึงประตูบ้านปิดทันทีมันเป็นธรรมดาที่ผมกับน้องจะกลับมาหาแม่ทุกสัปดาห์ ถึงแม้ว่าแม่จะมีน้าแจ่ม แม่บ้านที่ผมจ้างมาเพื่อช่วยดูแลและอยู่คุยกับแม่แล้ว ผมกับเจ้ากัซก็ยังอดห่วงแม่ไม่ได้อยู่ดี และด้วยความที่บ้านและที่ผมกับน้องอยู่นั้นมันก็ไม่ได้ห่างกันมากเท่าไหร่ มันจึงทำให้ผมกับ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status