LOGINผมยังคงมองกระจกหลังอยู่สักพักใหญ่ ๆ ขณะที่เท้าก็เหยียบคันเร่งไปเรื่อย ๆ แต่ก็ไร้ซึ่งวี่แววของคุณภัทร คาดว่าน่าจะตามไม่ทันนั่นแหละนะ
ผมขับรถเลี้ยวเข้ามาจอที่หน้าประตูบ้านหลังพอเหมาะ ที่ถูกกั้นด้วยประตูรั้วไม้สีสาวสะอาดตา ไอ้น้องชายตัวดีของผม ก็กระโดดลงรถไปทันทีที่เห็นว่าแม่กานดาในวัยหกสิบสองปีกำลังเดินจ้ำอ้าวยิ้มร่าออกมาเปิดประตูรั้วให้ และพากันเดินนำหน้าไปยืนรอที่หน้าบ้าน ผมขับรถเข้ามาจอดในตัวบ้านอย่างเคยชิน เดินลงจากรถมากอดแม่ด้วยความคิดถึง
“แม่กับน้องเข้าบ้านก่อนเลยนะ เดี๋ยวกรไปปิดประตูรั้วก่อน”
“จ้า รีบตามมานะลูก”
ผมยิ้มให้แม่ เบี่ยงตัวออกมาปิดประตูรั้วหน้าบ้าน สายตาก็ยังคงลอบมองไปที่หน้าบ้าน เพื่อดูว่าคุณภัทรได้ตามมาไหม เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรผิดปกติ ผมจึงดึงประตูบ้านปิดทันที
มันเป็นธรรมดาที่ผมกับน้องจะกลับมาหาแม่ทุกสัปดาห์ ถึงแม้ว่าแม่จะมีน้าแจ่ม แม่บ้านที่ผมจ้างมาเพื่อช่วยดูแลและอยู่คุยกับแม่แล้ว ผมกับเจ้ากัซก็ยังอดห่วงแม่ไม่ได้อยู่ดี และด้วยความที่บ้านและที่ผมกับน้องอยู่นั้นมันก็ไม่ได้ห่างกันมากเท่าไหร่ มันจึงทำให้ผมกับน้องมีเวลากลับมาหาแม่บ่อยขึ้น
“น้าแจ่ม แม่เป็นไงบ้างครับ”
“โอ๊ย น้าจะบอกให้นะคุณกร แม่กานดาของคุณกรเนี่ย แข็งแรงกว่าน้าซะอีก”
“แสดงว่าน้าแจ่มดูแลดีใช่ไหมครับ”
“น้าไม่ได้ดูแลอะไรเลย ล่าสุดเมื่อเช้าน้าไปยกถังน้ำหนัก ๆ เผลอแป๊บเดียวป้ากานดายกไปเรียบร้อยแล้ว”
“แม่ต้องระวังตัวด้วยนะครับ ของหนัก ๆ ให้น้าแจ่มทำไปเถอะครับ”
“แม่ไม่เป็นไรนะกร แจ่มมันก็ดูแลทุกอย่างในบ้านแล้ว แม่ก็อยากทำอะไรบ้าง แม่เบื่อ”
“โอเคครับ โอเค แต่แม่ต้องสัญญากับกรว่าจะไม่หักโหมนะครับ”
“แม่ไม่หักโหมหรอก ถ้าแม่ป่วยขึ้นมา เดี๋ยวแกก็ดุแม่อีก”
สิ้นสุดคำพูดแม่กานดา ทุกคนถึงกลับลั่นหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข และผมเองก็อยู่ทานอาหารกับแม่ในช่วงหัวค่ำอีกครั้ง ถึงแม้ว่าท้องจะยังคงอิ่มอยู่ก็เถอะนะ แต่กาสรกินข้าวกับแม่ยังคงอบอุ่นเสมอ
ตกดึกมาผมจัดการอาบน้ำแต่งตัว เตรียมพร้อมที่จะนอนแบบไม่ต้องคิดอะไร ผมหยิบมือถือที่แบตหมดตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้มาชาร์จแบต รอเพียงไม่นานเครื่องก็เปิดทำงานโดยอัตโนมัติ ผมเช็กข้อความสักครู่ ก็เห็นว่ามีข้อความจากอั๋นทักมาบอกว่าจะไปทำงานต่างจังหวัดกับเจ้านาย5วัน ไอ้ความรู้สึกอยากร้องไห้ทั้งที่เหมือนจะรู้ว่าเขาโกหกแต่ก็ยังอยากตอกย้ำคำโกหกนั้นให้ลึกเข้าไปอีก
'ไปที่ไหน'
'พรุ่งนี้ไปเพชรบุรี แต่วันที่เหลือเห็นเจ้านายว่าไปทางเหนือ แต่ยังไม่รู้ว่าที่ไหน'
'อั๋นยังรักกรอยู่ไหม'
'ทำไมกรถามแปลก ๆ'
'กรถามว่าอั๋นยังรักกรอยู่ไหม'
'ก็ต้องรักสิ ถามแปลก ๆ อั๋นนอนก่อนนะ พรุ่งนี้ตื่นเช้า'
'อืม'
"เพชรบุรีหรอ"
ผมหยิบมือถือขึ้นมา เมื่อเห็นว่าเวลาตอนนี้ก็เกือบจะสามทุ่มแล้ว คิดกลับไปกลับมาว่าจะโทรไปลาพักร้อนกับคุณภัทรดีไหม แต่ดูจากนิสัยคิดว่าโทรไปลาพักร้อนกับคุณน้าชมจันทร์ดีกว่า ฉันยังคงเดินใช้นิ้วมือเคาะมือถือ วนไปวนมาอยู่แบบนั้นสักพัก
"เฮ้อ!"
ผมได้แต่ถอนหายใจเบา ๆ อย่างคิดไม่ตกและกดต่อสายไปยังเบอร์มือถือของคุณน้าชมจันทร์เพื่อขอใช้พักร้อนแบบกะทันหันทันที และเพราะที่ร้านไม่ได้มีปัญหาอะไรน้าชมจันทร์เองก็ใจดีมากให้ผมหยุดได้ตามสบายโดยไม่ถามเหตุผลอะไรอีกด้วย
“...”“ผ่านไปสองวัน กว่าเจ้าหน้าที่จะพบภัทรก็กลายเป็นศพไปแล้ว ตอนนั้นน้าเสียใจมาก และระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังนำร่างของภัทรที่เสียชีวิต จะขึ้นรถเพื่อจะนำไปชันสูตรที่โรงพยาบาล”“...”“กรเชื่อไหม ตอนนั้นจู่ๆก็เกิดเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าที่ดังมาก น้าจำเหตุการณ์นั้นได้ติดตา และมันมีพายุเข้าแบบแทบจะพัดทุกอย่างหายไปเลยจนทุกคนที่อยู่ตรงนั้นรวมถึงไทยมุงแตกตื่นวิ่งหายกันไปหมดเลย และจู่ๆ ภัทรที่น้าและทุกคนคิดว่าตายไปแล้ว..”“...”“น้าได้ยินเสียงจริงนะ น้าได้ยินว่า เก้าสิบวัน”“...”“ตอนนั้นน้าจำได้เลยว่ามันคือเสียงภัทร..กรเชื่อไหมน้าคลานฝ่าลมที่พัดกรรโชกนั้นไปเปิดห่อผ้าดิบดู มันคือภัทร ภัทรที่ลืมตามองน้าอยู่จริงๆ”“มีเรื่องเหลือเชื่อขนาดนี้เลยหรอครับ”“ถ้าน้าไม่เจอกับตัว น้าก็คงคิดเหมือนกรนั่นแหละ..แต่นี่มันเกิดกับภัทรขึ้นมาจริงๆ”“แล้วเป็นยังไงต่อหรอครับน้า”“กู้ภัยก็ตกใจ เขายัง
ถึงแม้ผมไม่อยากจะเชื่อ แต่ต้องยอมรับว่ามันคือเรื่องจริง ภัทรเสียแล้วจริง ๆ และผมได้ช่วยงานศพของภัปฏิเสธจริงๆ มันเป็นการสูญสียที่กะทันหัน จนผมเองรู้สึกช็อกและไม่รู้เลยว่าน้าชมจันทร์จะช็อกมากแค่ไหนแต่ในระหว่างที่จัดงานศพของภัทร ผมเองก็ไม่เห็นว่าน้าชมจันทร์จะร้องไห้ในงาน แต่ทุกเช้าที่ผมมาช่วยงานจะเห็นดวงตาที่ถูกปกปิดด้วยเครื่องสำอางนั้นบวมเล็กน้อย ซึ่งนั่นเป็นหลักฐานชั้นดีว่าน้าชมจันทร์เองก็เจ็บปวดไม่ใช่น้อยจนเมื่อผ่านพ้นเรื่องงานศพของภัทรไปได้หลายสัปดาห์ ผมยังคงต้องทำงานเช่นเดิม ชีวิตกลับมาวนลูบ ตื่นนอน ไปทำงาน กลับบ้าน นอน แบบเดิมอย่างเบื่อหน่าย หลายครั้งที่ผมมีความรู้สึกคิดถึงอิริยาบถทร อยากคุยอยากเจอ แต่ก็ไม่เคยได้สัมผัสถึงการมีอยู่นั้น หลายครั้งที่อยู่บ้านคนเดียวแล้วรู้สึกเหมือนมีใครมองอยู่ แต่ก็คงเป็นไปแค่เรื่องที่คิดไปเอง และหลายครั้งที่ผมพูดลอย ๆ ขึ้นมาว่าคิดถึง อยากเจอ .. แต่ก็ไร้ซึ่งภาพ เสียง กลิ่น สัมผัส หรือแม้แต่ความฝัน ผมขับรถมาจอดที่หน้าบ้านหลังใหญ่ที่ไม่เคยมาเลยสักครั้ง ผมเปิดแชตที่น้าชมจันทร์ส่งโลเคชั่นมาให้อีกครั
เราสามคนหัวเราะร่าราวกับว่ามันเป็นเรื่องสนุกสนาน ผมอยู่คุยจิปาถะกับน้าชมจันทร์และภัทรจนค่ำ ก็ขอตัวกลับเพราะวันนี้น้าชมจันทร์ขอเฝ้าภัทรเอง และผมต้องเร่งเคลียร์เอกสารเพราะกำลังจะปิดยอดขายรายปีด้วย ผมคอยช่วยน้าชมจันทร์สลับกันเฝ้าภัทรที่อาการเริ่มดีขึ้นมามากแล้ว อยู่แบบนั้น และฟังภัทรบ่นอยากกลับบ้านหลายต่อหลายรอบ จนแทบจะเป็นเรื่องปกติ“พี่กร”“ว่าไงภัทร”“ผมชอบพี่นะ”“พี่ก็ชอบภัทรนะ ภัทรเป็นน้องที่ดีที่สุดที่พี่เจอมาเลย”“แต่ผมไม่ได้อยากเป็นน้องนี่หว่า”“ภัทร..”“ผมรู้แล้ว..ก็แค่หยอกเล่นไหมล่ะ”“มา..ทานผลไม้หน่อยพี่ปอกแอปเปิลให้แล้ว”“ครับ..แต่ว่านะพี่กร ภัทรอาจจะได้กลับบ้านเร็ว ๆ นี้แล้วนะ”“กลับก็ดีนะสิ ที่บ้านไม่มีกลิ่นยา ไม่ใช่ที่สะสมเชื้อโรคด้วย จะได้หายไวไว”“แต่ผมอะ..อาจจะไม่ได้เจอพี่อีกแล้วนะ”“จะลาออกจากการเป็นเจ้าของร้าน แล้วหนีไปต่างประเท
- ธนากร - หลังจากวันที่ผมตัดขาดความสัมพันธ์ของผมกับอั๋น ก็ไม่มีการคุกคามหรือติดต่อมาจากเขาอีกเลย และเหมือนกับว่าอั๋นก็ไม่ได้มาเก็บของที่ผมเอาออกไว้ที่หน้าบ้านด้วย ซึ่งมันก็แปลกและน่าสงสัย แต่ด้วยความที่คิดว่าจะตัดออกแล้ว ผมก็ไม่อยากยุ่งกับเขาแล้วจริง ๆ ผมใช้ชีวิตไปทำงาน กลับบ้านนอน อยู่แบบนี้ก็สบายดีไม่ได้ทุกข์ได้ร้อนอะไร และรู้สึกว่าผมก็ไม่ได้โวยวายหรือเสียดายอะไรมากมาย นอกจากเวลา..“คุณภัทร! คุณภัทรได้ยินหมี่ไหมคะ”“...”“คุณภัทร!ผู้จัดการคะคุณภัทรเป็นลม” ผมลุกออกจากเก้าอีกทำงานเดินไปหน้าร้านที่มีเสียงของมัดหมี่มาเรียกด้วยความตกใจ พักหลังมานี้ผมรู้สึกถึงความผิดปกติของภัทร ที่ทั้งโทรมและดูอิดโรยมาก ความสดใส ขี้แกล้งของภัทรหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ผมเองก็จำไม่ได้ รู้ตัวอีกทีภัทรก็กลายเป็นคนที่ไม่มีชีวิตชีวาไปแล้ว“ภัทร ได้ยินกรมั้ย”“...”“ภัทร
“ไม่ได้!” ผมพูดแทรกเข้าไปอย่างทันควัน ทำให้ผมเห็นสีหน้าของภัทรเองที่ดูแปลกใจเล็กน้อย แต่ผมคิดดีแล้ว ผมจะไม่ทำให้ภัทรมาเดือดร้อนเรื่องอั๋นเพราะผมอีกเด็ดขาด เงินก้อนที่แล้วผมยังไม่มีปัญญาคืน ครั้งนี้อั๋นมาเรียกร้องขอเป็นล้าน ผมหรืออั๋นก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะได้รับความช่วยเหลือนี้แม้สักนิด“กร แต่อั๋นต้องใช้เงิน”“เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นอั๋น เราเป็นแค่เพื่อนกันคุณจำได้ไหม”“กร..อั๋นขอโทษ แต่ถ้ากรไม่ช่วยอั๋น อั๋นต้องตายแน่ ๆ”“ผมว่ามันก็เรื่องของคุณนะ ครั้งที่แล้วผมช่วยแล้วคุณยังไม่มีสมองคิด ครั้งนี้ก็แล้วแต่เวรแต่กรรมของคุณเถอะ อ่อ..เสื้อผ้าข้าวของ ผมจะเก็บโยนไว้ให้หน้าบ้าน ถ้าพรุ่งนี้เช้าคุณไม่มาเอา ก็ไปตามเก็บที่รถขยะแล้วกันนะ ต่อไปนี้เป็นต้นไป ผมกับคุณ ไม่รู้จักกัน” ผมร่ายยาวก่อนจะตัดสายนั้นทิ้งอย่างไม่ไยดี ความรู้สึกหนักอกที่แบกจนอึดอัดมาหลายวัน วันนี้รู้สึกโล่งขึ้นมามากอย่างบอกไม่ถูก“พี่แน่
“งั้นก๋วยเตี๋ยว”“โห..พี่ก็ไม่เขินตัวบิดอะไรแบบนี้หน่อยหรอ”“ไม่เอาหรอก เขินมากเดี๋ยวปวดแก้ม”ผมยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว ผมก็ไม่รู้หรอกนะว่าทำไม แต่ผมรู้สึกมาตลอดว่า เวลาที่ภัทรอยู่ใกล้ๆ ผมรู้สึกสบายใจแบบมากที่สุด เหมือนไม่ต้องคิดอะไร เป็นตัวของตัวเองที่สุด เป็นความรู้สึกที่ผมรู้สึกดีมากที่สุดจริง ๆ“ไม่อยากคบกับผมจริงอะ ผมหล่อนะ”” คนอะไรหลงตัวเองขนาดนี้”“นี่ไม่ได้หลงตัวเองนะ..แต่อยากบอกว่านอกจากผมจะหล่อแล้ว ยังอร่อยด้วย”“ไม่ต้องโฆษณา พี่ไม่หลงคำโฆษณาเกินเชื่อแน่นอน”“ว้า..เสียใจจังตกพี่กรไม่ติด”“มัวเล่นอยู่นั่นแหละ ภัทรจะกินอะไรคิดได้ยัง”“อ่าว..นึกว่าจะไปกินก๋วยเตี๋ยว”“ก๋วยเตี๋ยวกลับไปกินที่นนก็ได้ ไหนๆ ก็มาทะเลทั้งทีต้องซีฟู้ดละมั้ย”“อะไรก็ได้อะตอนนี้ ผมหิ๊วหิว..แทบจะกินพี่ได้ทั้งตัวละ”“เกินไป..ภัทรจอดรถไว้ไหนหรอ”“ผม.
“ไม่รู้เลยครับ ถ้าท้องพี่ไม่ร้องดังดั่งฟ้าร้องวันพายุเข้าน่ะนะ”“เวอร์”“เอ้า..เวอร์ก็เวอร์ ลุกมากินข้าวกัน ค่อยนอนต่อ”ผมลุกจากที่นอน สาวเท้าเดินตามภัทรมาใกล้โต๊ะที่วางอาหาร หย่อนก้นลงนั่งหยิบน่องไก่น่องโตมากินแบบไม่ได้ติดผู้ดีอะไรแล้ว วิน
ครืด ครืด!ครืด ครืด!ผมเอื้อมมือไปหยิบมือถือมาปิดนาฬิกาปลุก เมื่อแสดงให้เห็นว่าตอนนี้เป็นเวลาตีห้าครึ่งแล้ว ผมกำลังจะปลุกพี่กรให้แต่งตัวเตรียมไปเที่ยวดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ทะเลหมอก ก็สัมผัสได้ถึงว่ามีคนนอนหนุนแขนผมอยู่ ผมค่อย
ผมพาพี่กรเดินทางทันทีที่เก็บของเสร็จ ปลายทางคืออำเภอปาย สถานที่ที่หลายคนบอกว่าสวยและหน้าหนาวคืออากาศดีมาก และผมเองก็ยังไม่เคยไปสักครั้งเหมือนกัน ผมเริ่มขับรถออกจากชะอำมุ่งหน้าสู่ปลายทางที่อำเภอปายทันที ผมขับรถมาได้สักพักก็เห็นว่าพี่กรนอนหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ คาดว่าน่าจะเหนื่อยจากการร้องไห้
ผมขับรถมาจนถึงหน้าโรงแรมหรูที่เดียวกับที่เห็นว่าแฟนของพี่กรเช็กอินไว้ โรงแรมนี้ใหญ่โตมากจนผมเองก็อดที่จะชื่นชมไม่ได้ และที่สำคัญอยู่ใจกลางหาดชะอำ ผมจัดการจอดรถเรียบร้อยเดินมาเช็กอินห้องพัก และก็คงเรียกว่าโชคดีเพราะยังมีห้องเหลือให้ผมเข้าพักเอนหลังโดยที่ไม่รู้เลยว่า ผมจะหาพี่กรกับแฟนได้ที่







