LOGINค่ำคืนในกรุงเทพมหานครยังคงพลุกพล่านและเต็มไปด้วยแสงสี ทว่าภายในคลับส่วนตัวระดับวีไอพีบนชั้นดาดฟ้าของโรงแรมหรูย่านเพลินจิต บรรยากาศกลับเงียบสงบและเป็นส่วนตัวอย่างยิ่ง แสงไฟสีเหลืองนวลตาสะท้อนกับแก้วคริสตัลเจียระไนบนเคาน์เตอร์บาร์หินอ่อนสีดำขลับ เคล้าคลอด้วยเสียงเพลงแจ๊สที่เปิดคลอเบา ๆ
กวินทร์นั่งอยู่ที่มุมมุมหนึ่งของโซฟาหนังแท้สีน้ำตาลเข้ม เสื้อสูทตัวนอกถูกถอดพาดไว้กับพนักพิง เนคไทถูกปลดออกจนหลุดลุ่ย แขนเสื้อเชิ้ตพับขึ้นลวก ๆ เผยให้เห็นท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและเส้นเลือดที่ปูดโปน ชายหนุ่มหมุนแก้วบรรจุซิงเกิลมอลต์วิสกี้ในมือไปมา ดวงตาคมกริบเหม่อมองก้อนน้ำแข็งทรงกลมที่กำลังละลายช้า ๆ ราวกับกำลังใช้มันเป็นจุดรวมสติที่แตกกระเจิงของตนเอง
ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะเตี้ยกระจกใส คือร่างสูงโปร่งของนายแพทย์หนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลาและบุคลิกสุขุมนุ่มลึก ‘หมอภัค’ หรือ นพ. ภควัต ศัลยแพทย์ฝีมือดีและเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่คบหากับกวินทร์มาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม
หมอภัคขยับแว่นสายตากรอบเงินให้เข้าที่ นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนหลังเลนส์ใสมองเพื่อนรักที่เอาแต่นั่งกระดกเหล้าเงียบ ๆ มาเกือบชั่วโมงแล้วด้วยแววตาระอาใจ
“ถ้ามึงนัดกูมาเพื่อมานั่งดูมึงเมาเงียบ ๆ แบบนี้ กูจะกลับไปตรวจชาร์ตคนไข้ต่อแล้วนะ”
หมอภัคเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความกวนประสาทอยู่ในที
“โรงพยาบาลกูมีเคสผ่าตัดรออยู่ ไม่ได้ว่างมานั่งดมกลิ่นวิสกี้กับประธานบริษัทอสังหาฯ ที่จู่ ๆ ก็สติแตกหรอกนะ”
กวินทร์ชะงักมือที่กำลังจะยกแก้วขึ้นดื่ม เขาปรายตามองเพื่อนสนิท ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ วางแก้วคริสตัลลงบนโต๊ะเสียงดัง
กึก
“กูไม่ได้สติแตก กูแค่หงุดหงิด” กวินทร์เถียงคอเป็นเอ็น แม้สภาพของเขาในตอนนี้จะดูย้อนแย้งกับคำพูดอย่างสิ้นเชิง
“หงุดหงิดเรื่องอะไร หุ้นตก ผู้ถือหุ้นงี่เง่า หรือว่า...”
หมอภัคหรี่ตามองอย่างจับผิด มุมปากยกยิ้มรู้ทัน “เรื่องเด็กในอุปการะของมึง”
รังสีอำมหิตแผ่กระจายออกจากร่างของกวินทร์ทันทีที่ได้ยินคำนั้น เขาขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน ภาพใบหน้าหวาน ๆ ที่เชิดขึ้นอย่างดื้อรั้นท้าทาย พร้อมกับคำพูดตอกหน้าของเจ้าขาเมื่อเย็น ยังคงดังก้องอยู่ในหัว
‘อาต่างหากที่กำลังล้ำเส้นความสุขของหนูอยู่’
“ยายเด็กนั่นชักจะปีนเกลียวหนักขึ้นทุกวัน”
กวินทร์เริ่มระบายความอัดอั้นออกมา น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือไปด้วยความกรุ่นโกรธ
“วันนี้กูอุตส่าห์ขับรถไปรับถึงมหาลัย แต่กลับไปยืนยิ้มระรื่นให้ไอ้เด็กผู้ชายหน้าจืดที่ไหนก็ไม่รู้ พอเตือนด้วยความหวังดี ก็หาว่ากูไปตีกรอบกักขัง ไปล้ำเส้นความสุข มึงคิดดูสิไอ้ภัค กูทำผิดตรงไหน กูเป็นผู้ปกครอง กูก็ต้องห่วงความปลอดภัยป่าววะ!”
หมอภัคเอนหลังพิงพนักโซฟา ยกแขนขึ้นกอดอก ฟังคำแก้ตัวที่ยืดยาวของเพื่อนรักแล้วก็อดไม่ได้ที่จะหลุดเสียงหัวเราะหึออกมาเบา ๆ
“มึงขำอะไร” กวินทร์ตวัดสายตาขวางใส่
“กูขำความหน้าด้านของมึงไงไอ้กวินทร์” หมอภัคตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ แต่เจ็บแสบถึงทรวง “มึงบอกว่ามึงไปรับเธอเพราะความเป็นห่วง แต่เท่าที่กูฟัง มึงไม่ได้ห่วงความปลอดภัยเธอเลย มึงแค่ทนไม่ได้ที่เห็นเธอไปยิ้มให้ผู้ชายคนอื่นต่างหาก”
“ไม่ใช่โว้ย! กูแค่มองออกว่าไอ้เด็กนั่นมันไว้ใจไม่ได” กวินทร์ปฏิเสธเสียงแข็ง
“อ้อ เหรอ...” ศัลยแพทย์หนุ่มเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง “แล้วที่มึงไปทำตัวกร่าง ประกาศศักดาข่มขู่เด็กมหาลัย ลากแขนหลานสาวตัวเองขึ้นรถ แล้วมานั่งกระดกเหล้าหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่เนี่ย ภาษาแพทย์เขาไม่ได้เรียกว่าอาการห่วงใยของผู้ปกครองหรอกนะเว้ย”
หมอภัคโน้มตัวมาข้างหน้า ประสานมือไว้บนโต๊ะ นัยน์ตาสบเข้ากับดวงตาคมกริบของเพื่อนรักอย่างจริงจัง
“ภาษาชาวบ้านเขาเรียกว่า ‘หมาหวงก้าง’ และถ้าพูดให้ตรงกว่านั้น คือมึงกำลัง ‘หึง’ เขาจนหน้ามืดตามัวต่างหาก”
“ไอ้ภัค!” กวินทร์กระแทกเสียงลั่น “มึงอย่ามาพูดหมา ๆ แบบนี้นะโว้ย เจ้าขาเป็นลูกของไอ้พล เป็นหลานที่กูรับปากจะดูแล กูไม่มีทางคิดอกุศลกับเด็กที่กูเลี้ยงมาสิบเอ็ดปีหรอก”
“งั้นมึงก็ตอบกูมาสิกวินทร์” หมอภัคไม่สะทกสะท้านต่อแรงอารมณ์ของเพื่อน เขายังคงไล่ต้อนอย่างเยือกเย็น “ถ้ามึงคิดกับเธอแค่หลานจริง ๆ ทำไมมึงต้องเดือดร้อนขนาดนี้เวลาเห็นเธอใกล้ชิดกับผู้ชายวัยเดียวกัน ทำไมมึงถึงปล่อยให้เธอไปมีชีวิตวัยรุ่นแบบที่เด็กอายุยี่สิบเอ็ดควรจะมีไม่ได้ ทำไมมึงถึงอยากจะขังเธอไว้ในเพนต์เฮาส์ของมึงคนเดียว”
คำถามเป็นชุดของหมอภัค ราวกับเข็มฉีดยาที่แทงทะลุเปลือกนอกอันแข็งแกร่งของมาเฟียอสังหาฯ กวินทร์อ้าปากจะเถียง แต่คำพูดกลับจุกอยู่ที่ลำคอ ภาพของเจ้าขาในชุดเดรสสายเดี่ยวรัดรูป กลิ่นหอมหวานของวานิลลา และสัมผัสจากริมฝีปากอวบอิ่มที่เขาเกือบจะพ่ายแพ้เมื่อตอนเย็น มันตีวนอยู่ในหัวจนเขาไม่อาจหลอกตัวเองได้อีกต่อไป
เขาไม่ได้มองเธอเป็นหลานมานานแล้ว นานแค่ไหนก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ ๆ คือทุกครั้งที่เห็นเธอเติบโตสวยสะพรั่งขึ้น สัญชาตญาณความเป็นชายของเขามันก็ร้องตะโกนเรียกร้องอยากจะครอบครองเธออย่างบ้าคลั่ง
สิบสี่ปีที่แล้ว…โลกของเด็กผู้หญิงวัยสิบขวบที่ชื่อเจ้าขา พังทลายลงพร้อมกับสายฝนที่โหมกระหน่ำในวันเผาศพคุณพ่อ ฉันยังจำความรู้สึกโดดเดี่ยว หนาวเหน็บ และหวาดกลัวจับใจในวันนั้นได้ดี ญาติพี่น้องที่เคยยิ้มแย้มใจดี บัดนี้กลับกลายร่างเป็นฝูงแร้งกาที่จ้องจะรุมทึ้งสมบัติชิ้นสุดท้ายที่พ่อทิ้งไว้ให้ ฉันกอดรูปหน้าศพพ่อแน่น ร้องไห้จนไม่มีน้ำตาจะไหล ตัวสั่นเทาอยู่มุมศาลา ในหัวคิดแค่ว่าชีวิตนี้ฉันคงไม่เหลือใครอีกแล้ว โลกทั้งใบมันมืดมิดไปหมด จนกระทั่งผู้ชายร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิท ก้าวเข้ามาบังหน้าฉันเอาไว้ ‘กวินทร์ อัครกุล’ นั่นคือชื่อของผู้ชายที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตฉัน เขาเปรียบเสมือนกำแพงหินผาที่แข็งแกร่งและเย็นชา เขาตอกหน้าญาติพวกนั้นจนหน้าหงายด้วยอำนาจและเงินตรา ก่อนจะประกาศรับฉันไปดูแลในฐานะ ‘เด็
ผมยังจำวันแรกที่สายฝนโปรยปรายลงมาตอกย้ำความสูญเสียในศาลาวัดเก่า ๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาได้ดี ในวัยสามสิบเอ็ดปี โลกของ ‘กวินทร์ อัครกุล’ มีแค่การเจรจาธุรกิจ ตัวเลขหลักพันล้าน และการขยายอำนาจ ผมเป็นผู้ชายที่ใช้ชีวิตด้วยเหตุผลและความเด็ดขาด ไม่เคยมีความอ่อนโยน ไม่เคยรู้จักความหมายของคำว่าครอบครัว จนกระทั่งไอ้พล...เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของผมด่วนจากไป ทิ้งสายเลือดเพียงคนเดียวของมันเอาไว้ท่ามกลางฝูงแร้งกาที่จ้องจะฮุบสมบัติ เด็กผู้หญิงวัยสิบขวบ ตัวผอมบาง สวมชุดกระโปรงสีดำยืนร้องไห้กอดรูปหน้าศพพ่อแน่น แววตาของเธอเต็มไปด้วยความหวาดกลัวแต่ก็แฝงความหยิ่งทะนงไม่ยอมแพ้ใคร วินาทีที่ผมก้าวเข้าไปบังหน้าญาติหน้าเงินพวกนั้น แล้วประกาศตัวรับอุปการะเธอในฐานะ ‘ผู้ปกครอง’ ผมสาบานกับตัวเองแค่ว่า ผมจะเลี้ยงดูเด็กคนนี้ให้ดีที่สุดเพื่อตอบแทนเพื่อนรัก 
เสียงเกลียวคลื่นกระทบหาดทรายสีขาวละเอียด ผสานกับสายลมเอื่อยที่พัดพากลิ่นอายของท้องทะเลเข้ามาทางบานกระจกที่เปิดกว้าง บรรยากาศของพูลวิลล่าส่วนตัวสุดหรูบนเกาะมัลดีฟส์ ช่างเงียบสงบและเป็นใจสำหรับการพักผ่อน ทว่าสำหรับกวินทร์ อัครกุล แล้ว ทริปนี้ไม่ใช่แค่การพักผ่อน แต่มันคือการทวงคืนเวลาฮันนีมูนที่เขาเฝ้ารอคอยมาถึงสามปีเต็ม หลังจากยอมใจแข็งทิ้งยัยหนูจันทร์เจ้าไว้ในความดูแลของคุณหญิงแขไขได้สำเร็จ ท่านประธานจอมหวงก็รีบจัดการจองเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว พาภรรยาคนสวยบินลัดฟ้ามาฮันนีมูนย้อนหลังแบบสองต่อสองทันที เพื่อชดเชยช่วงเวลาที่ขาดหายไปตั้งแต่ตอนที่เจ้าขาเริ่มตั้งครรภ์ ทว่าดูเหมือนว่าเป้าหมายของเขาจะไม่ได้ให้ความร่วมมือสักเท่าไหร่ กวินทร์ที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ เดินนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวออกมาจากห้องน
ความเจ็บปวดจากการบีบรัดตัวของมดลูกกินเวลายาวนานกว่าแปดชั่วโมง ภายในห้องคลอดระดับวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำเต็มไปด้วยความตึงเครียด ไม่ใช่จากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แต่มาจากรังสีอำมหิตปนความตื่นตระหนกของประธานอัครกุล กรุ๊ป ที่สวมชุดปลอดเชื้อสีเขียวยืนเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่าง “อ๊ะ...พี่วิน...หนูเจ็บ...” เจ้าขานิ่วหน้า เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายเต็มกรอบหน้าหวาน มือบางจิกทึ้งผ้าปูเตียงสลับกับบีบฝ่ามือหนาของสามีแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ ทว่ากวินทร์กลับไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิด ความกลัวสูญเสียและความสงสารภรรยาจับขั้วหัวใจจนมาเฟียหนุ่มผู้กุมบังเหียนธุรกิจหมื่นล้านถึงกับน้ำตารื้น “อดทนอีกนิดนะคนดี พี่อยู่นี่แล้ว พี่อยู่ตรงนี้” กวินทร์เสียงสั่นพร่า ยกมืออีกข้างขึ้นลูบผมชื้นเหงื่อของภรรยาอย่างทะนุถนอม เ
เงาสะท้อนในกระจกบานใหญ่สูงจรดเพดาน เผยให้เห็นร่างอรชรในชุดเจ้าสาวที่งดงามราวกับภาพวาดฝัน ชุดผ้าไหมเครปสีขาวมุกนำเข้าจากฝรั่งเศส ถูกออกแบบเป็นทรงปาดไหล่ เผยให้เห็นช่วงบอดี้สูทที่ตัดเย็บเข้ารูปอย่างประณีต ไร้ซึ่งคริสตัลระยิบระยับหรือลูกไม้ฟู่ฟ่าให้ดูรกรุงรัง ทว่าความเรียบหรูของการจับจีบผ้าและการทิ้งตัวของชายกระโปรงยาวลากพื้น กลับขับเน้นให้เจ้าสาวดูสง่างาม เลอค่า และที่สำคัญมันช่วยพรางหน้าท้องที่เริ่มนูนขึ้นเล็กน้อยในสัปดาห์ที่สิบเอ็ดได้อย่างแนบเนียน เจ้าขายืนนิ่งงัน ดวงตากลมโตที่ถูกแต่งแต้มอย่างงดงามสั่นระริกขณะจ้องมองภาพตัวเองในกระจก สัมผัสอุ่น ๆ จากฝ่ามือของสตรีสูงวัยที่กำลังช่วยจัดระเบียบชายกระโปรงและผ้าคลุมผมอยู่ด้านหลัง ทำเอาหัวใจของหญิงสาวพองโตด้วยความตื้นตันจนจุกอยู่ที่ลำคอ “พอดีเป๊ะเลย ฝีมือการวาดแพตเทิร์นและการขึ้นโครงของฉันยังไม่ตกสินะ” ค
“โห!” เจไดกับยิหวาร้องประสานเสียงกันด้วยความทึ่ง “คุณหญิงแม่ยอมรับแกแบบร้อยเปอร์เซ็นต์แถมยังเอ็นดูสุด ๆ ไปเลยนะเนี่ย ยินดีด้วยนะเจ้าขา” ยิหวายิ้มกว้างให้เพื่อนอย่างจริงใจ “คุณแม่ท่านตื่นเต้นยิ่งกว่าพี่อีก ท่านหมกตัวอยู่ในห้องตัดเสื้อมาหลายวันแล้ว” กวินทร์ยิ้มกริ่ม ดึงมือเล็กมากุมไว้ “เห็นว่าแอบสั่งนำเข้าผ้าไหมมาเพื่อหนูโดยเฉพาะเลยนะ พี่เองก็ยังไม่เห็นเหมือนกันว่าชุดจะออกมาเป็นแบบไหน” “แล้วดูสิคะนายหญิง มีชุดเจ้าสาวสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่มีชุดเดียวในโลกแล้ว เรามาดูการ์ดกันต่อเลย” เจไดกางแค็ตตาล็อกการ์ดแต่งงานแบบต่าง ๆ ลงบนโต๊ะ “จะเอาธีมหรูหราหมาเห่า ธีมมินิมอล หรือธีมแกสบี้ เชิญจิ้มเลยค่ะ” เจ้าขากวาดสายตามองการ์ดสวยงามนับสิบแบบด้วยความตื่นเต้น หญิงสาวหยิบการ์ดสีขาวมุกที่ประดับด้วยริบบิ้นสีน้
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป...เพนต์เฮาส์หรูบนชั้นสูงสุดของ The Cloud Residence ที่เคยกว้างขวาง บัดนี้กลับดูเวิ้งว้างและอ้างว้างจนน่าใจหาย ความเงียบสงัด
เวลาเที่ยงคืนสิบห้านาที ประตูดิจิทัลของเพนต์เฮาส์ถูกปลดล็อค ร่างบางของเจ้าขาเดินลากเท้าเข้ามาภายในห้องอย่างหมดสภาพ ความเหนื่อยล้าจากการเรียนและการยืนทำงานติดต่อกันหลายชั่วโมง ทำให้เธอแทบจะทรงตัวไม่อยู่ หญิงสาวทิ้งกระเป๋าสะพายลงบนชั้นว
กลิ่นเมล็ดกาแฟคั่วบดหอมกรุ่นลอยอบอวลไปทั่วบริเวณร้านอาหารกึ่งคาเฟ่สไตล์ฝรั่งเศสย่านทองหล่อที่ขึ้นชื่อเรื่องความหรูหราและราคาที่แพงหูฉี่ บรรยากาศในช่วงเย็นวันศุกร์คลาคล่ำไปด้วยลูกค้าระดับไฮเอนด์ ทั้งนักธุรกิจหนุ่มสาวและกลุ่มโซเชียลไลต์
“มึงหลอกคนทั้งโลกได้กวินทร์ แต่มึงหลอกตัวมึงเองไม่ได้หรอก” หมอภัคถอนหายใจยาว เมื่อเห็นเพื่อนรักเงียบไปและมีสีหน้าเจ็บปวด “กูเตือนมึงในฐานะเพื่อนนะ เส้นกั้นระหว่างคำว่าผู้ปกครองกับผู้ชายคนหนึ่ง มันบางมาก และถ้ามึงข้ามมันไปเมื่อไห







