Share

บทนำ 2

Author: Priyada
last update Petsa ng paglalathala: 2026-03-14 02:20:27

     ใครบ้างในแวดวงธุรกิจจะไม่รู้จัก กวินทร์ อัครกุล มาเฟียอสังหาฯ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดและโหดเหี้ยมที่สุด

         “นี่มันเรื่องภายในครอบครัวนะคะคุณกวินทร์ คุณเป็นแค่เพื่อนของตาพล ไม่เกี่ยวอะไรกับมรดก หรือการดูแลยัยเจ้าขา” ป้าศรีพยายามเถียง แม้เสียงจะสั่นกึก ๆ

         กวินทร์แค่นยิ้มมุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่ได้มีความเป็นมิตรอยู่เลยแม้แต่น้อย เขาสอดมือล้วงกระเป๋ากางเกงทอดมองพวกญาติ ๆ ด้วยสายตาสมเพช

         “บังเอิญว่า เพื่อน’ อย่างผม เป็นคนที่ไอ้พลไว้ใจมากกว่า ‘สายเลือด’ ที่จ้องจะสูบเลือดสูบเนื้ออย่างพวกคุณ”

         กวินทร์หันไปพยักหน้าให้ลูกน้องคนสนิทที่ยืนอยู่หน้าศาลา ทนายความประจำบริษัทเดินถือแฟ้มเอกสารตรงเข้ามาทันที

         “นี่คือพินัยกรรมฉบับสมบูรณ์ของนายพลและภรรยา ที่ทำไว้กับบริษัททนายความของผมเมื่อปีที่แล้ว” กวินทร์ประกาศเสียงดังฟังชัด “ระบุไว้ชัดเจนว่า หากพวกเขาเป็นอะไรไป สิทธิ์ขาดในการดูแลเด็กหญิงจิณณพัต และผู้จัดการมรดกทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียวตกเป็นของผม กวินทร์ อัครกุล”

         คำประกาศนั้นเปรียบเสมือนฟ้าผ่าลงกลางศาลาวัด ญาติพี่น้องทุกคนหน้าซีดเผือด อ้าปากค้าง หมดหนทางจะเถียง เพราะเอกสารตราครุฑที่มีลายเซ็นครบถ้วนคือหลักฐานที่ดิ้นไม่หลุด

         “ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป จิณณพัตคือคนในความดูแลของอัครกุล เรียลเอสเตท ใครหน้าไหนที่คิดจะมาวุ่นวายกับเธอ หรือหวังจะฮุบสมบัติของเธอ เตรียมตัวรับหมายศาลและเตรียมตัวล้มละลายได้เลย ผมพูดคำไหน คำนั้น”

         กวินทร์ตวาดเสียงกร้าว รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาทำให้ญาติพี่น้องต่างพากันก้มหน้าหลบตา และค่อย ๆ สลายตัวแยกย้ายกันไปนั่งที่อื่นอย่างเงียบเชียบ ไม่มีใครกล้าลองดีกับอำนาจมืดของเขา

         เมื่อกำจัดพวกเหลือบไรไปได้ กวินทร์ก็สูดหายใจลึก เขาหมุนตัวกลับมามองเด็กหญิงตัวน้อยที่ยืนอยู่ข้างหลัง

         เจ้าขากำลังเงยหน้ามองเขา นัยน์ตากลมโตที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่ บัดนี้เริ่มมีหยาดน้ำตากลับมาคลอหน่วยอีกครั้ง แต่เธอพยายามเม้มปากแน่นเพื่อกลั้นมันไว้ เด็กคนนี้เข้มแข็ง หยิ่งในศักดิ์ศรี แต่ลึก ๆ แล้วเธอก็คือเด็กสิบขวบที่ใจสลายจากการสูญเสียโลกทั้งใบไป

         กวินทร์เป็นคนไม่ชอบเด็ก เขาเกลียดความวุ่นวาย เกลียดเสียงร้องไห้ และไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะมีลูก แต่เมื่อเห็นแววตาเด็ดเดี่ยวปนเจ็บปวดของลูกสาวเพื่อนรัก หัวใจที่ด้านชาของเขากลับกระตุกวูบ

         ชายหนุ่มย่อตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งกับพื้นศาลา เพื่อให้ระดับสายตาเสมอกับเธอ เขาไม่รู้ว่าจะปลอบเด็กยังไง จึงทำได้เพียงยื่นมือหนาที่หยาบกร้านจากการทำงานหนักออกไปตรงหน้าเธอ

         “เจ้าขา...” เขาเอ่ยเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่พยายามปรับให้อ่อนโยนที่สุดเท่าที่ชีวิตนี้เคยทำมา “จำอาได้ไหม อาวินของหนูไง”

         เจ้าขามองฝ่ามือใหญ่นั้นสลับกับใบหน้าคมคายของคุณอาที่มักจะมานั่งดื่มเหล้าและคุยงานกับคุณพ่อที่บ้านบ่อย ๆ อาวินที่ดุ ๆ แต่ชอบซื้อของเล่นแพง ๆ มาฝากเธอเสมอ

         ความอดทนที่ฝืนเกร็งมาตลอดทั้งวันพังทลายลง

         “อาวิน...”

         เด็กหญิงโผเข้าสวมกอดลำคอแกร่งของชายหนุ่มเต็มแรง น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลทะลักออกมาราวกับเขื่อนแตก เธอซุกใบหน้าเปื้อนน้ำตาลงกับลาดไหล่กว้างของเขา ปล่อยเสียงสะอื้นไห้ออกมาอย่างไม่อายใครอีกต่อไป

         “ฮือออ...อาวินขา...คุณพ่อคุณแม่ไม่อยู่แล้ว เจ้าขาไม่เหลือใครแล้ว พวกเขาทิ้งเจ้าขาไปแล้ว ฮึก...”

         ความเปียกชื้นจากน้ำตาที่ซึมผ่านเสื้อสูทเนื้อดีลงมาถึงผิวหนังทำให้กวินทร์รู้สึกจุกในลำคอ เขายกแขนขึ้นโอบรัดร่างเล็กที่สั่นเทานั้นไว้แน่นอย่างเงอะงะ แต่ก็แฝงไปด้วยความปกป้อง ฝ่ามือใหญ่วางลงบนศีรษะทุยสวย ลูบกลุ่มผมนุ่มนิ่มนั้นเบา ๆ กลิ่นแชมพูกลิ่นวานิลลาอ่อน ๆ ลอยมาแตะจมูกเขา มันเป็นกลิ่นที่บริสุทธิ์และเปราะบางที่สุดในชีวิตอันมืดดำของเขา

         กวินทร์เงยหน้าขึ้น สบตาเข้ากับรูปถ่ายของเพื่อนรักบนแท่นบูชาอีกครั้ง

        ‘หลับให้สบายนะไอ้พล ไม่ต้องห่วงลูก มึงก็รู้ว่ากูเป็นคนรักษาคำพูดแค่ไหน กูสัญญาด้วยเกียรติและชีวิตของกู กูจะดูแลแก้วตาดวงใจของมึงให้ดีที่สุด จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมารังแก หรือทำให้เธอต้องร้องไห้เด็ดขาด’

         “ใครว่าหนูไม่เหลือใคร” กวินทร์กระซิบข้างหูเด็กน้อย น้ำเสียงทุ้มลึกและหนักแน่นดั่งหินผา “หนูยังมีอา อาอยู่นี่ อาวินจะดูแลหนูเอง”

         คำปฏิญาณหน้าไฟในวันนั้น คือจุดเริ่มต้นของพันธนาการที่ผูกมัดชีวิตของคนสองคนเข้าด้วยกันอย่างแยกไม่ออก

         กวินทร์ในวัยสามสิบเอ็ดปีไม่เคยรู้เลยว่าการรับอุปการะเด็กหญิงตัวน้อยที่หยิ่งทะนงคนนี้ จะเข้ามาเปลี่ยนโลกสีเทาของเขาไปตลอดกาล

         และเขาไม่มีทางรู้เลยว่า คำสัญญาด้วยความบริสุทธิ์ใจในฐานะ ‘ผู้ปกครอง’ ในวันนั้น...

         จะกลายเป็น ‘กรงขัง’ ที่กักขังหัวใจของเขาเอง และกลายเป็นความรู้สึก ‘รักต้องห้าม’ ที่ทรมานที่สุดในชีวิต เมื่อกาลเวลาล่วงเลยผ่านไป

         ...

         ...

(11 ปีต่อมา)

         สายฝนยังคงตกหนักเหมือนในวันวาน แต่ความรู้สึกของผู้ชายที่ยืนกางร่มคันใหญ่สีดำ กลับเปลี่ยนไปตลอดกาล

         จากเด็กหญิงตัวผอมบางที่ร้องไห้กอดคอเขาในวันนั้น ได้เติบโตผลิบานเป็นหญิงสาววัยยี่สิบเอ็ดปีที่งดงามราวกับดอกไม้แรกแย้ม รูปร่างอรชรแต่มีส่วนเว้าส่วนโค้งเย้ายวน ผิวพรรณขาวเนียนละเอียด และมีกลิ่นหอมวานิลลาที่บัดนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกไร้เดียงสาอีกต่อไป แต่มันกลับกลายเป็นกลิ่นหอมที่มอมเมาและปั่นป่วนสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวเขาจนแทบคลั่ง

         และที่สำคัญที่สุด ดวงตากลมโตที่เคยเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวในวันนั้น วันนี้มันไม่ได้มองเขาด้วยความเคารพในแบบ ‘คุณอา’ อีกต่อไป

         แต่มันเป็นสายตาของผู้หญิงคนหนึ่งที่มองผู้ชายที่เธอรัก และกำลังเชื้อเชิญให้เขาก้าวข้ามเส้นศีลธรรมที่เขาขีดเอาไว้

         และนั่นคือสิ่งที่กวินทร์ในวัยสี่สิบสองปีหวาดกลัวและปรารถนาที่สุดในเวลาเดียวกัน

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • คุณอาขารับรักหนูเถอะ   ตอนพิเศษ 4 บันทึกของเจ้าขา

    สิบสี่ปีที่แล้ว…โลกของเด็กผู้หญิงวัยสิบขวบที่ชื่อเจ้าขา พังทลายลงพร้อมกับสายฝนที่โหมกระหน่ำในวันเผาศพคุณพ่อ ฉันยังจำความรู้สึกโดดเดี่ยว หนาวเหน็บ และหวาดกลัวจับใจในวันนั้นได้ดี ญาติพี่น้องที่เคยยิ้มแย้มใจดี บัดนี้กลับกลายร่างเป็นฝูงแร้งกาที่จ้องจะรุมทึ้งสมบัติชิ้นสุดท้ายที่พ่อทิ้งไว้ให้ ฉันกอดรูปหน้าศพพ่อแน่น ร้องไห้จนไม่มีน้ำตาจะไหล ตัวสั่นเทาอยู่มุมศาลา ในหัวคิดแค่ว่าชีวิตนี้ฉันคงไม่เหลือใครอีกแล้ว โลกทั้งใบมันมืดมิดไปหมด จนกระทั่งผู้ชายร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิท ก้าวเข้ามาบังหน้าฉันเอาไว้ ‘กวินทร์ อัครกุล’ นั่นคือชื่อของผู้ชายที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตฉัน เขาเปรียบเสมือนกำแพงหินผาที่แข็งแกร่งและเย็นชา เขาตอกหน้าญาติพวกนั้นจนหน้าหงายด้วยอำนาจและเงินตรา ก่อนจะประกาศรับฉันไปดูแลในฐานะ ‘เด็

  • คุณอาขารับรักหนูเถอะ   ตอนพิเศษ 3 บันทึกลับของ ‘คุณอา’

    ผมยังจำวันแรกที่สายฝนโปรยปรายลงมาตอกย้ำความสูญเสียในศาลาวัดเก่า ๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาได้ดี ในวัยสามสิบเอ็ดปี โลกของ ‘กวินทร์ อัครกุล’ มีแค่การเจรจาธุรกิจ ตัวเลขหลักพันล้าน และการขยายอำนาจ ผมเป็นผู้ชายที่ใช้ชีวิตด้วยเหตุผลและความเด็ดขาด ไม่เคยมีความอ่อนโยน ไม่เคยรู้จักความหมายของคำว่าครอบครัว จนกระทั่งไอ้พล...เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของผมด่วนจากไป ทิ้งสายเลือดเพียงคนเดียวของมันเอาไว้ท่ามกลางฝูงแร้งกาที่จ้องจะฮุบสมบัติ เด็กผู้หญิงวัยสิบขวบ ตัวผอมบาง สวมชุดกระโปรงสีดำยืนร้องไห้กอดรูปหน้าศพพ่อแน่น แววตาของเธอเต็มไปด้วยความหวาดกลัวแต่ก็แฝงความหยิ่งทะนงไม่ยอมแพ้ใคร วินาทีที่ผมก้าวเข้าไปบังหน้าญาติหน้าเงินพวกนั้น แล้วประกาศตัวรับอุปการะเธอในฐานะ ‘ผู้ปกครอง’ ผมสาบานกับตัวเองแค่ว่า ผมจะเลี้ยงดูเด็กคนนี้ให้ดีที่สุดเพื่อตอบแทนเพื่อนรัก 

  • คุณอาขารับรักหนูเถอะ   ตอนพิเศษ 2 ทวงคืนฮันนีมูนที่ขาดหาย

    เสียงเกลียวคลื่นกระทบหาดทรายสีขาวละเอียด ผสานกับสายลมเอื่อยที่พัดพากลิ่นอายของท้องทะเลเข้ามาทางบานกระจกที่เปิดกว้าง บรรยากาศของพูลวิลล่าส่วนตัวสุดหรูบนเกาะมัลดีฟส์ ช่างเงียบสงบและเป็นใจสำหรับการพักผ่อน ทว่าสำหรับกวินทร์ อัครกุล แล้ว ทริปนี้ไม่ใช่แค่การพักผ่อน แต่มันคือการทวงคืนเวลาฮันนีมูนที่เขาเฝ้ารอคอยมาถึงสามปีเต็ม หลังจากยอมใจแข็งทิ้งยัยหนูจันทร์เจ้าไว้ในความดูแลของคุณหญิงแขไขได้สำเร็จ ท่านประธานจอมหวงก็รีบจัดการจองเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว พาภรรยาคนสวยบินลัดฟ้ามาฮันนีมูนย้อนหลังแบบสองต่อสองทันที เพื่อชดเชยช่วงเวลาที่ขาดหายไปตั้งแต่ตอนที่เจ้าขาเริ่มตั้งครรภ์ ทว่าดูเหมือนว่าเป้าหมายของเขาจะไม่ได้ให้ความร่วมมือสักเท่าไหร่ กวินทร์ที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ เดินนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวออกมาจากห้องน

  • คุณอาขารับรักหนูเถอะ   ตอนพิเศษ 1 ราชสีห์ถอดเขี้ยว

    ความเจ็บปวดจากการบีบรัดตัวของมดลูกกินเวลายาวนานกว่าแปดชั่วโมง ภายในห้องคลอดระดับวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำเต็มไปด้วยความตึงเครียด ไม่ใช่จากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แต่มาจากรังสีอำมหิตปนความตื่นตระหนกของประธานอัครกุล กรุ๊ป ที่สวมชุดปลอดเชื้อสีเขียวยืนเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่าง “อ๊ะ...พี่วิน...หนูเจ็บ...” เจ้าขานิ่วหน้า เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายเต็มกรอบหน้าหวาน มือบางจิกทึ้งผ้าปูเตียงสลับกับบีบฝ่ามือหนาของสามีแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ ทว่ากวินทร์กลับไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิด ความกลัวสูญเสียและความสงสารภรรยาจับขั้วหัวใจจนมาเฟียหนุ่มผู้กุมบังเหียนธุรกิจหมื่นล้านถึงกับน้ำตารื้น “อดทนอีกนิดนะคนดี พี่อยู่นี่แล้ว พี่อยู่ตรงนี้” กวินทร์เสียงสั่นพร่า ยกมืออีกข้างขึ้นลูบผมชื้นเหงื่อของภรรยาอย่างทะนุถนอม เ

  • คุณอาขารับรักหนูเถอะ   บทส่งท้าย

    เงาสะท้อนในกระจกบานใหญ่สูงจรดเพดาน เผยให้เห็นร่างอรชรในชุดเจ้าสาวที่งดงามราวกับภาพวาดฝัน ชุดผ้าไหมเครปสีขาวมุกนำเข้าจากฝรั่งเศส ถูกออกแบบเป็นทรงปาดไหล่ เผยให้เห็นช่วงบอดี้สูทที่ตัดเย็บเข้ารูปอย่างประณีต ไร้ซึ่งคริสตัลระยิบระยับหรือลูกไม้ฟู่ฟ่าให้ดูรกรุงรัง ทว่าความเรียบหรูของการจับจีบผ้าและการทิ้งตัวของชายกระโปรงยาวลากพื้น กลับขับเน้นให้เจ้าสาวดูสง่างาม เลอค่า และที่สำคัญมันช่วยพรางหน้าท้องที่เริ่มนูนขึ้นเล็กน้อยในสัปดาห์ที่สิบเอ็ดได้อย่างแนบเนียน เจ้าขายืนนิ่งงัน ดวงตากลมโตที่ถูกแต่งแต้มอย่างงดงามสั่นระริกขณะจ้องมองภาพตัวเองในกระจก สัมผัสอุ่น ๆ จากฝ่ามือของสตรีสูงวัยที่กำลังช่วยจัดระเบียบชายกระโปรงและผ้าคลุมผมอยู่ด้านหลัง ทำเอาหัวใจของหญิงสาวพองโตด้วยความตื้นตันจนจุกอยู่ที่ลำคอ “พอดีเป๊ะเลย ฝีมือการวาดแพตเทิร์นและการขึ้นโครงของฉันยังไม่ตกสินะ” ค

  • คุณอาขารับรักหนูเถอะ   บทที่ 35 ว่าที่คุณพ่อจอมหวง 2

    “โห!” เจไดกับยิหวาร้องประสานเสียงกันด้วยความทึ่ง “คุณหญิงแม่ยอมรับแกแบบร้อยเปอร์เซ็นต์แถมยังเอ็นดูสุด ๆ ไปเลยนะเนี่ย ยินดีด้วยนะเจ้าขา” ยิหวายิ้มกว้างให้เพื่อนอย่างจริงใจ “คุณแม่ท่านตื่นเต้นยิ่งกว่าพี่อีก ท่านหมกตัวอยู่ในห้องตัดเสื้อมาหลายวันแล้ว” กวินทร์ยิ้มกริ่ม ดึงมือเล็กมากุมไว้ “เห็นว่าแอบสั่งนำเข้าผ้าไหมมาเพื่อหนูโดยเฉพาะเลยนะ พี่เองก็ยังไม่เห็นเหมือนกันว่าชุดจะออกมาเป็นแบบไหน” “แล้วดูสิคะนายหญิง มีชุดเจ้าสาวสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่มีชุดเดียวในโลกแล้ว เรามาดูการ์ดกันต่อเลย” เจไดกางแค็ตตาล็อกการ์ดแต่งงานแบบต่าง ๆ ลงบนโต๊ะ “จะเอาธีมหรูหราหมาเห่า ธีมมินิมอล หรือธีมแกสบี้ เชิญจิ้มเลยค่ะ” เจ้าขากวาดสายตามองการ์ดสวยงามนับสิบแบบด้วยความตื่นเต้น หญิงสาวหยิบการ์ดสีขาวมุกที่ประดับด้วยริบบิ้นสีน้

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status