Home / LGBTQ+ / คุณเธียรอย่าตื๊อ / 02 ฟาร์มกลิ่มมณฑา

Share

02 ฟาร์มกลิ่มมณฑา

Author: Chenaimei
last update Last Updated: 2026-01-23 20:28:13

ฟาร์มกลิ่นมณฑาสร้างขึ้นตั้งแต่เธียรวิญช์ยังไม่เกิด เป็นการดูแลสืบต่อกันมารุ่นต่อรุ่น โดยที่มีคุณปู่เป็นเจ้าของก่อนที่ท่านจะเสียและส่งต่อให้กับลูกชายอย่างอรุณรัตน์จากนั้นหลังเรียนจบเธียรวิญช์ก็กลายเป็นคนที่รับช่วงต่อจากพ่ออีกที

เนื้อที่ของฟาร์มอยู่ที่ 700 ไร่ ถูกแบ่งเป็นสัดเป็นส่วนอย่างดี ทั้งโรงเรือนไก่ไข่ ฟาร์มโคนม คอกม้า โรงเก็บของ โรงงานแปรรูปขนาดกลาง โรงครัวแบ่งเป็นสองฝั่งคือโรงครัวสำหรับคนงาน และโรงครัวสำหรับแปรรูปอาหาร โซนสุดท้ายทางฝั่งขวาถูกแบ่งเนื้อที่ไปประมาณ 100 ไร่ ทำเป็นสวนส้มโชกุน เรียกได้ว่าเป็นฟาร์มที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดตรัง และเป็นที่รู้จักแพร่หลาย เพราะที่นี่จะเปิดรับนักท่องเที่ยวให้เข้ามาชมฟาร์มแค่ปีละห้าครั้งเท่านั้น ระยะเวลาขึ้นอยู่กับทางเจ้าของเป็นคนกำหนด รายได้ต่อปีเฉลี่ยแล้วก็หลายสิบล้าน

นอกจากนี้เธียรวิญช์เพิ่งสร้างบ้านใกล้กับฟาร์มเพื่อสะดวกต่อการพักผ่อนหากวันไหนเหนื่อยจนไม่อยากขับรถกลับบ้าน แม้ว่าระยะทางจากบ้านที่ตนอาศัยอยู่กับพ่อแม่ห่างจากฟาร์มแค่หกกิโลก็ตาม

“วันนี้พี่จะพาเดินดูงานก่อนแล้วกัน”

เพิ่งจะวันแรกหากให้เริ่มทำงานเลยเห็นทีเจ้าตัวได้โวยวายพอดี เธียรวิญช์เลยตั้งใจที่จะพาเดินชมในฟาร์ม พร้อมสอนงานไปด้วย

ความจริงแล้วตอนเด็ก ๆ ช่อไม้เองก็เคยมาที่ฟาร์มอยู่หลายครั้ง แต่มันก็นานมากจนแทบจำไม่ได้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน ยังไง ตอนนั้นช่อไม้ไม่ได้สนใจหรือสังเกตภายในฟาร์มสักเท่าไร เพียงแค่พ่อของคุณเธียรพามาก็วิ่งเล่นซนไปอย่างนั้น ทว่าเป้าหมายหลักจริง ๆ คือการได้กินส้มฟรีที่นี่ต่างหาก

“หากคุณช่อสงสัยตรงไหนก็ให้ถามพี่”

“...”

คนตัวเล็กฟังที่คนพี่พูดแต่ไม่ได้ตอบโต้อะไรกลับไป เพียงแค่เดินตามหลังเงียบ ๆ ปล่อยให้เธียรวิญช์พูดอยู่อย่างนั้นคนเดียว ทั้งยังแอบเก็บส้มที่ต้นกินหน้าตาเฉย เปลือกที่ปอกก็เก็บใส่กระเป๋าหน้าอกของชุดเอี๊ยมไม่ทิ้งหลักฐานเอาไว้ให้โดนจับได้ แต่หารู้คนที่อยู่ใกล้ชิดกับส้มพวกนี้มาตั้งแต่เกิด แค่แกะเปลือกของมันนิดเดียวจมูกก็ได้กลิ่นแล้ว

“คุณช่อสงสัยตรงไหนไหม”

“หืม? อือ”

ช่อไม้ส่ายหัวไปมาจนเส้นผมพลิ้วไหวไปตามแรง ครั้นจู่ ๆ คนที่เดินนำอยู่ด้านหน้าหันมาถามกันไม่ทันตั้งตัว แก้มสองข้างทำหน้าที่กักเก็บส้มเอาไว้จนป่องนูนเหมือนก้อนแป้งกลมก็ไม่ปาน กระนั้นยังทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ไขว้มือที่กำส้มอยู่ทั้งสองข้างไว้ด้านหลัง ทำหน้าซื่อตาใสเดินเบี่ยงตัวนำหน้าเธียรวิญช์ไป ก่อนจะรีบเคี้ยวส้มในปากแล้วกลืนลงคอ

อร่อย.. ส้มโชกุนที่สวนคุณเธียรยังอร่อยเหมือนเดิม อร่อยกว่าที่อื่น ๆ ที่เคยซื้อกิน

ใบหน้าจิ้มลิ้มยกยิ้มอย่างมีความสุข คิดว่าตัวเองตีเนียนได้ดีจนไม่โดนจับได้ เธียรวิญช์ไม่มีทางรู้แน่นอน โดยที่ไม่ได้หันมามองเลยว่าคนที่เดินตามหลังกำลังแอบขำกับท่าทางและนิสัยเด็กน้อยของตนเองอยู่

“วันนี้ให้คุณช่อทำงานง่าย ๆ ก่อนแล้วกัน”

“อะไรครับ”

“ช่วยพี่เก็บไก่ไข่ไปส่งที่ตลาด”

หลังจากสอนการทำงานในสวนส้มไปแล้ว ก็พามาที่โรงเรือนไก่ไข่ วันนี้มีพ่อค้า แม่ค้าในตลาดสั่งไข่กันมาหลายเจ้า เธียรเลยถือโอกาสนี้ให้น้องได้ลองทำอะไรง่าย ๆ ดูก่อน แม้ว่าปกติแล้วจะมีคนงานคอยทำหน้าที่ในส่วนนี้อยู่แล้วก็ตาม

“เราไม่ชอบกลิ่นข้างในนั้น”

จำได้ว่าครั้งแรกที่เข้าไปมันเป็นกลิ่นที่ช่อไม้ไม่ชอบถึงขั้นเวียนหัว ตาลาย เป็นกลิ่นสาบ กินฟาง อาหาร ขี้ไก่ ผสมปนเปกันไปหมด ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้เพียงแค่ไม่ชอบกลิ่นของมันก็เท่านั้น

“มานี่สิ”

ร่างสูงเดินนำไปที่นั่งพักคนงานใกล้ ๆ หยิบเอาถุงมือและหน้ากากอนามัยส่งให้กับช่อไม้ เธียรวิญช์รู้ดีว่าน้องไม่ชอบ แต่นั่นก็เป็นแค่ตอนเด็ก ๆ ไม่คิดว่าโตจนป่านนี้แล้วยังจะเหมือนเดิมอยู่อีก

“คุณเธียรไม่ใส่เหรอ”

“พี่ชินแล้ว”

มันอาจเป็นกลิ่นที่ไม่พึ่งประสงค์เท่าไรนัก แต่เธียรอยู่กับมันมาตั้งแต่เล็กจนโต อะไรแบบนี้ถือเป็นเรื่องปกติ

ตะกร้าไม้สานที่แขวนอยู่ข้างโรงเรียนถูกหยิบมาใช้สองใบ ให้ตนเองหนึ่งใบ และช่อไม้หนึ่งใบ จากนั้นก็พากันเข้ามาในโรงเรือนเริ่มลงมือเก็บไข่

ในตอนแรกดูเหมือนช่อไม้จะกล้า ๆ กลัว ๆ ไม่ค่อยอยากจะหยิบอยากจะจับ แต่พอได้เริ่มทำจริง ๆ กลายเป็นสนุกไปเสียอย่างนั้น เดินเก็บไข่ไก่จนเพลิน บางทียังแวะคุยกับไก่ให้ออกไข่มาให้เก็บเยอะ ๆ อีกต่างหาก

“นี่เจ้าไก่ เบ่งไข่ออกมาอีกสิ จะเอาแต่นอนอู้แบบนี้ไม่ได้นะ”

“คุยกับมันรู้เรื่องหรือไงคุณช่อ”

“ไก่มันก็มีหู ต้องรู้เรื่องอยู่แล้วสิ คุณเธียรเลี้ยงมันมาไม่รู้หรือไง”

“ปีนี้คุณช่ออายุเท่าไรแล้ว”

“ยี่สิบสี่ เอ๊ะ! นี่คุณเธียรจำไม่ได้เหรอ” ใช่สิ สิบปีที่ผ่านมาคุณเธียรไม่ได้อยู่ฉลองวันเกิดกับเขาเหมือนอย่างทุกปีนี่ นึกแล้วน่าน้อยใจชะมัด

“จำได้ พี่ก็แค่ถามดู เพราะคุณช่อตอนนี้เหมือนเด็กน้อยสิบขวบมากกว่าคนอายุยี่สิบสี่เสียอีก”

“นะ นี่!”

ไม่รู้ว่าที่เธียรวิญช์พูดหมายความว่ายังไง กำลังว่าเขาที่ทำตัวไม่สมกับอายุยี่สิบสี่ หรือชมว่าเขาน่ารักเหมือนตอนเด็ก หากเป็นคุณเธียรคนเมื่อก่อนความหมายของประโยคที่เอ่ยออกมาอาจหมายถึงอย่างหลัง แต่คุณเธียรตอนนี้คงตั้งใจว่าเขาแน่ ๆ

ยิ่งช่อไม้ทำหน้าเหลอหลา พูดไม่ออก อีกทั้งยังทำหน้ามุ่ยใส่ยิ่งทำให้เธียรวิญช์ชอบใจจนหลุดขำเบา ๆ ราวกับมีความสุขที่ได้แกล้งกัน

ส่วนช่อไม้ที่ไม่รู้จะเถียงอะไรก็ฟึดฟัดอยู่กับตัวเอง บ่นพึมพำแผ่วเบาไม่ให้อีกฝ่ายได้ยิน แยกออกไปเก็บไข่ไก่อีกฝั่ง เพื่อที่จะได้ไม่ต้องอยู่ใกล้ ๆ กัน

ใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงกว่าจะเก็บไข่ไก่จนหมด เพราะช่อไม้มัวแต่พิรี้พิไรเล่นอยู่กับไก่ บ่นเธียรวิญช์ให้ไก่ฟัง แต่แทนที่เธียรวิญช์จะห้ามหรือรีบเร่งให้เร็วขึ้น กลับกลายเป็นว่าเดินยิ้มตามหลังไปเฉย ๆ อย่างนั้น

“เสร็จแล้วยกใส่หลังรถเลยนะ วันนี้ผมเอาไปส่งที่ตลาดเอง”

เจ้าของฟาร์มเอ่ยบอกคนงานที่กำลังนำไข่ใส่ในแผงไข่กระดาษ พลันสายตาเหลือบไปเห็นคนตัวเล็กที่แอบอู้ไปนั่งหลบอยู่หลังต้นไม้ ก่อนจะเดินเข้าไปดูถึงได้เห็นว่าไม่ได้มานั่งหลบ แต่แอบมาเล่นกับแมวต่างหาก เป็นแมวจรที่อยู่ในฟาร์มมานาน พวกแม่ครัวให้ข้าวให้น้ำกินจนมันอยู่ที่นี่ไม่ไปเสียอย่างนั้น เลยตั้งชื่อให้มันว่าเจ้าเทาตามสีของขน

“ชอบให้เราเกาคางเหรอ หืม?”

“คุณช่อ” เสียงเรียกของเธียรวิญช์ทำเอาร่างเล็กสะดุ้งโหยง ชักมือออกจากตัวแมวด้วยความตกใจ ใบหน้าเหลอหลาเลิ่กลั่กหันมองคนพี่ตาแป๋ว “ขนแมวเข้าจมูกเดี๋ยวก็เป็นหวัดอีกหรอกคุณช่อ”

“เราไม่ได้อ่อนแอเหมือนตอนเด็ก ๆ แล้วสักหน่อย”

ตอนเด็ก ๆ ช่อไม้จะถูกกำชับเอาไว้ว่าห้ามเล่นกับหมา กับแมวเด็ดขาด เพราะเจ้าตัวเป็นภูมิแพ้ เวลาขนสัตว์เข้าจมูกทีไรก็จะจามจนน้ำมูก น้ำตาไหล บางครั้งหนักจนมีไข้ตามมา เรียกได้ว่าเป็นเด็กที่ภูมิคุ้มกันต่ำจนน่าเป็นห่วง ทว่าพอโตมาก็เริ่มดีขึ้นเนื่องจากการดูแลตัวเองเป็นอย่างดี ทั้งออกกำลังกาย กินผัก ผลไม้มากขึ้น หมอแนะนำมายังไงช่อไม้ก็ทำอย่างนั้น แม้ว่าโรคภูมิแพ้ที่เป็นจะไม่ได้หายขาด แต่ก็ดีขึ้นเยอะมากไม่จำเป็นต้องกินยา

“พี่ไม่ได้ว่าคุณช่ออ่อนแอ แค่เป็นห่วง”

“เราไม่เชื่อ คุณเธียรไม่ได้เป็นห่วงเราจริง ๆ เหมือนที่พูดหรอก”

ตั้งแต่เจอกันเมื่อวานจนวันนี้ สิ่งหนึ่งที่เธียรวิญช์รับรู้ได้อีกหนึ่งอย่างที่เปลี่ยนไปของช่อไม้ คืออีกฝ่ายมักจะมีความคิดต่อต้านและตรงกันข้ามกับสิ่งที่เขาพูด หากเขาไปขวา ช่อไม้จะไปซ้าย บอกอย่างนี้ เชื่ออย่างนู้น กระนั้นพฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้ทำให้เธียรวิญช์หงุดหงิดแม้แต่น้อย รังแต่อยากจะแกล้งเสียมากกว่า

“แล้วแต่คุณช่อจะคิดก็แล้วกัน” ถ้าช่อไม้คิดอย่างนั้นเขาก็ไม่อยากแก้ต่างอะไร ยังไงเสียการกระทำก็คงพิสูจน์ได้มากกว่าคำพูด

“...”

“ลุกขึ้นมาครับ พี่จะพาไปล้างมือ”

“...”

คนตัวเล็กช้อนตามองคนพี่ครู่หนึ่งก่อนจะลุกขึ้นเดินไปล้างมือตามคำสั่ง จากนั้นกลับมาที่รถ วันนี้คุณเธียรจะพาเขาไปที่ตลาดด้วยกัน จริง ๆ ก็ไม่ได้อยากไปด้วยหรอก เพียงแต่คิดถึงไอศกรีมร้านป้านกเลยตั้งใจว่าจะแวะซื้อเพราะเหตุผลนี้เลยยอมไปด้วย

รถกระบะตอนเดียวแอร์ไม่ได้เย็นมากนัก เพราะเอาไว้ใช้งานในฟาร์ม เลยต้องเปิดกระจกเพื่อรับลมธรรมชาติ

ช่อไม้ยื่นหน้าออกไปรับลม แย้มยิ้มออกมาราวกับมีความสุข ลืมเรื่องที่น้อยใจคนพี่ก่อนหน้านี้ไปหมดสิ้น บรรยายแถวบ้านยังดีเหมือนเดิม มองไปทางไหนก็สบายตา อาจเป็นเพราะไม่ได้อยู่ในตัวเมือง เป็นเพียงอำเภอเล็ก ๆ รถเลยไม่ได้พลุกพล่านวุ่นวาย ต้นไม้ต้นหญ้าก็มีให้มองสลับกับบ้านคน

วันนี้อากาศดี ท้องฟ้าสว่างสีสดใส ก้อนเมฆสีขาวจับก้อนลอยไปตามทิศของแรงลม ช่อไม้ไม่ได้ใช้เวลามองธรรมชาติแบบนี้นานมากแล้ว เพราะมัวแต่จดจ่ออยู่กับสิ่งอื่น ๆ ใช้ชีวิตอย่างสนุกสุดเหวี่ยง หลงแสงสีไปชั่วขณะ แต่พอเรียนจบได้กลับมาอยู่บ้านถึงได้รู้ว่านี่ที่ที่เหมาะกับเขาจริง ๆ

“คุณเธียร”

“ว่าไง” จากที่เงียบมาตลอดทาง จู่ ๆ คนตัวเล็กก็หันขวับมายิ้มให้

“ถ้าไปส่งไข่ที่ตลาดเสร็จ แวะซื้อไอติมร้านคุณป้า แล้วไปขับรถเล่นกันไหม” เสียงหวานเอ่ยถามเสียงเจื้อยแจ้ว ดวงตากลมเป็นประกาย คาดหวังว่าคนอีกคนจะยอมตอบตกลง

“ไม่ได้ วันนี้มีงานต้องทำอีกเยอะ”

“ชิ! ไม่เห็นจะตามใจเหมือนเมื่อก่อนเลย”

ส่งเสียงลอดไรฟันเบา ๆ คล้ายกับคนไม่ได้ดั่งใจ ก่อนจะเบือนหน้าออกไปนอกรถอีกครั้ง พึมพำกับตัวเองแผ่วเบา ทว่าเธียรวิญช์ได้ยินชัดทุกคำ คนฟังส่ายหัวน้อย ๆ พลางยกยิ้มมุมปากราวกับนึกสนุก

มาถึงตลาดเธียรวิญช์ก็ยกเอาไข่ไก่ไปให้ตามร้านที่สั่งเอาไว้ รวมถึงร้านขายของชำ ร้านค้าขายปลีกต่าง ๆ

“เราอยากกินอันนี้”

“เอาสิ เดี๋ยวพี่จ่ายให้”

“ก็ต้องอย่างนั้นอยู่แล้ว เพราะเราไม่ได้เอาเงินมา”

ช่อไม้ตอบกลับตาใส ถึงเธียรวิญช์ไม่บอกว่าจะจ่ายให้ เขาก็ขอให้จ่ายอยู่ดี เพราะทั้งเนื้อทั้งตัวไม่ได้มีเงินสักบาท หากไม่ใช่คนที่มาด้วยกันเป็นคนจ่าย เขาก็คงอดกินไข่ปิ้งทรงเครื่องนี้แน่ ๆ

“เอาสองไม้ครับ”

“กินหมดเหรอคุณช่อ” ดูจากตัวแล้วไม่น่าจะกินไข่หกลูกคนเดียวหมด

“ไม่หมดก็ให้คุณเธียรกินไง”

เธียรวิญช์หมดคำจะพูด เพียงถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะหยิบเงินจ่ายให้กับแม่ค้า ช่อไม้เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร เวลาซื้ออะไรมากินด้วยกัน พอกินไม่หมดคนที่ต้องรับผิดชอบก็หนีไม่พ้นคุณเธียรคนนี้

ไม่รู้ตอนนี้เจ้าตัวลืมไปหรือว่าตั้งแง่ตั้งงอนเขาเรื่องในอดีตอยู่ ถึงได้แสดงออกมาราวกับไม่เคยมีเรื่องอะไรให้คับข้องใจ มันอาจจะเป็นผลดีก็ได้ บางทีเราสองคนอาจจะกลับมาสนิทกันอีกครั้งได้เร็วขึ้น

“อยากกินอะไรอีกไหม”

“ไอติม! ตอนที่ช่อไปเรียนมหา’ลัย ช่อคิดถึงไอติมร้านคุณป้ามาก ไม่มีที่ไหนอร่อยเท่าร้านคุณป้าอีกแล้ว” พอได้เริ่มพูด ช่อไม้ก็ลืมตัวไปทัน เผลอกลับมาแทนชื่อตัวเองเวลาคุยกับเธียรวิญช์เสียอย่างนั้น ทั้งที่ตั้งใจไว้ว่าจะเปลี่ยนตัวเอง ไม่ทำอะไรเหมือนตอนเด็ก ๆ กับคุณเธียรอีกแท้ ๆ

“ไม่เบื่อบ้างหรือไง ตอนเด็ก ๆ คุณช่อก็กินอยู่ทุกวัน”

“ฮึ! ช่อกินได้ทุกวันไม่---”

ในจังหวะที่เผลอสบตาเข้ากับอีกฝ่าย คล้ายกับถูกดึงสติให้กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัวอีกครั้ง ใบหน้าคมเข้มกำลังแย้มยิ้มน้อย ๆ ยิ่งทำให้ช่อไม้ทำตัวไม่ถูก

“พูดต่อสิ”

“ไม่ต้องมาตีเนียนหลอกชวนเราคุยเลย ระ เราไม่อยากคุยกับคุณเธียร!”

“ไม่แทนตัวเองว่าช่อแล้วเหรอ”

“...”

“พี่ชอบที่คุณช่อแทนตัวเองด้วยชื่อเหมือนตอนเด็ก ๆ มากกว่านะ”

“แต่เราไม่ชอบ”

พอไปไม่เป็นก็ทำทีเป็นโวยวาย รีบเดินหนีไปที่รถ เธียรวิญช์เดินตามมาติด ๆ ขึ้นมาบนรถก่อนจะขับออกไป พลางพูดขึ้นทำลายความเงียบ

“ที่คุณช่อแทนตัวเองแบบนั้นก็น่ารักดี แต่มันดูห่างเหินยังไงชอบกล”

ไม่ว่าช่อไม้จะแทนตัวเองยังไงสำหรับเขามันก็ดูน่ารักไปเสียหมด เพียงแต่เวลาได้ยินจะวูบหนึ่งที่รู้สึกเหมือนเราห่างเหินกัน ราวกับไม่รู้จักกันมาก่อน

ช่อไม้เงียบไป ไม่ได้โต้เถียง หรือตอบกลับ ทำทีเป็นไม่ได้ยิน แม้ว่าในใจตอนนี้กำลังเต้นระส่ำจนแทบจะกระเด็นกระดอนออกมาจากอก บางครั้งคุณเธียรก็พูดออกมาตรง ๆ จนเขาเองก็ตั้งตัวไม่ทัน หากเป็นตัวเด็ก ๆ คงดีใจที่ได้ยินคำหวานชวนฝันอะไรแบบนี้ ต่างจากตอนนี้ที่ต้องเก็บอาการ และความรู้สึกเอาไว้ให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้

แม้มันจะยากมากก็เถอะ!

#คุณเธียรอย่าตื๊อ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   07 เถ้าแก่ส่วนปาล์ม

    นอกจากฟาร์มกลิ่นมณฑาแล้วยังมีสวนปาล์มอีกประมาณสองพันกว่าต้น ปกติพ่อจะเป็นคนดูแล แต่วันนี้ต้องพาแม่ไปเยี่ยมป้าพิณกว่าจะกลับกันก็คงตอนเย็น ๆ เธียรวิญช์เลยต้องเป็นคนมาเอง“คุณช่อเอาน้ำให้พี่หน่อย”เจ้าของสวนเดินหอบมาแต่ไกล นาน ๆ ครั้งได้มาทำงานที่นี่เหนื่อยใช่เล่นเหมือนกัน เพราะปาล์มรายหนึ่งหนักเกือบสี่สิบโล จริง ๆ ก็มีลูกน้องเกือบยี่สิบคนที่ทำอยู่แล้ว ทว่ามาถึงที่นี่แล้วจะให้นั่งอยู่เฉย ๆ ก็คงไม่ได้คนที่นั่งแกว่งเท้าอยู่ท้ายกระบะเอาแก้วตักน้ำเย็น ๆ ในกระติกส่งให้กับเธียรวิญช์ พร้อมกับกินขนมที่ได้มาจากโรงครัวเมื่อวานตอนเย็นหลังจากได้ชิมพายส้มไปแล้ว“กินไหม”ขนมปังในมือที่ตัวเองกัดไปแล้วถูกยื่นไปให้เธียรวิญช์อย่างคนมีน้ำใจจนลืมคิดไปว่าตัวเองกินไปแล้ว กระนั้นเธียรวิญช์ก็ไม่ได้นึกรังเกียจ แค่น้องเป็นคนยื่นมาให้ก็กินทันทีไม่คิดขัดใจ ส่วนที่เหลือช่อไม้ก็เอาเข้าปากตัวเองจนหมดในคำเดียว“ยุงกัดหรือเปล่า พี่บอกแล้วให้คุณช่อใส่ขายาวมา”“ก็กลัวมันร้อนนี่”“เลยไม่สนว่ายุงจะกัดน่ะเหรอ”ดวงหน้าหวานหงอยลงครั้นโดนดุเพราะไม่เชื่อฟัง ครั้งนี้ช่อไม้ไม่รู้จะเถียงอะไรเพราะยุงกัดขาอย่างที่คนพี่ว่าจริง ๆ อีกอ

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   06 เด็กขี้งอนกับคนขี้แกล้ง

    เธียรวิญช์ตามช่อไม้กลับมาที่บ้าน แวะที่บ้านของเจ้าตัวก่อนแล้วถึงได้รู้ว่าไม่อยู่ เลยกลับมาดูที่บ้านของตัวเอง เป็นอย่างที่คิดจริง ๆ ช่อไม้แอบมานอนอยู่ที่นี่คนเดียว วันนี้พ่อกับแม่ออกไปทำธุระกันข้างนอก ป่านนี้เลยยังไม่กลับ เด็กดื้อคนนี้ก็ยังไม่ยอมกลับบ้านดวงตาคมกวาดมองไปรอบ ๆ เห็นปิ่นโตของใบบัวตั้งอยู่บนโต๊ะในสภาพที่ยังดูดีไม่มีอะไรเสียหาย ครั้นเดินเข้ามาใกล้คนที่นอนอยู่ในเปลถึงได้เห็นว่าหลับไปเสียแล้ว“คุณช่อ!!”“อือ ฮะ โอ๊ย!”มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย พยายามกลั้นขำ ที่เห็นช่อไม้ตกใจเพราะเสียงเรียกจนรีบดีดตัวลุกขึ้นจนตกจากเปลนั่งก้นจ้ำเบ้าอยู่บนพื้น ดีที่เปลไม่ได้สูงมากนัก ใบหน้าจิ้มลิ้มเหยเกเพราะความเจ็บ ทั้งยังงัวเงียจากอาการง่วงนอน“ที่แท้ก็แอบมานอนอู้อยู่ที่บ้านพี่นี่เอง ทั้งที่เป็นเวลางานแท้ ๆ”“เราไม่ได้อู้นะ!” เมื่อถูกกล่าวหาก็รีบโต้กลับไปทันที ก่อนจะเอ่ยออกไปด้วยใบหน้างอง้ำ “เห็นเราเจ็บทำไมยังไม่ช่วยอีก”“ก็คุณช่องอนพี่อยู่ พี่ก็นึกว่าไม่ต้องการให้พี่ช่วยเสียอีก”“ชิ! เราลุกขึ้นเองก็ได้”หากขอร้องให้ช่วยก็คงไม่ใช่คุณช่อ ในเมื่อไม่อยากช่วยก็จะไม่ขอ พยายามลุกขึ้นทั้งที่ข้อเท้

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   05 คู่แข่งในวัยเด็ก

    ใบหน้าจิ้มลิ้มเหยเกขึ้นเพราะความเจ็บ รู้สึกเหมือนข้อเท้าบวมยิ่งกว่าเมื่อวานเสียอีก ทั้งที่กินยาไปแล้ว แต่เหมือนจะไม่ช่วยอะไรเลย นอกจากทำให้ง่วงนอน ส่วนความเจ็บทุเลาลงไปเพียงครู่หนึ่งพอหมดฤทธิ์ยาก็กลับมาเจ็บซ้ำอีก เหมือนจะมีไข้อ่อน ๆ ตามมาด้วย ลำบากคุณแม่ต้องมาคอยเช็ดตัวให้เมื่อคืนนี้“สวัสดีครับน้าวาด ผมซื้อน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋มาฝากครับ ส่วนอันนี้ของคุณช่อครับน้ำเต้าหู้ทรงเครื่อง”เธียรวิญช์ตื่นไปตลาดตั้งแต่เช้า ซื้อน้ำเต้าหู้เจ้าเก่าเจ้าเดิมที่สมัยเรียนชอบแวะไปซื้อก่อนเข้าโรงเรียนเกือบทุกวัน จำได้ดีว่าช่อไม้ชอบกินแบบไหนเลยตั้งใจซื้อมาฝาก ทั้งยังถือโอกาสถามอาการของช่อไม้ด้วย“ขอบคุณมากนะเธียร” ปานวาดแย้มยิ้มพร้อมรับถุงน้ำเต้าหู้มาถือเอาไว้“แล้วคุณช่อเป็นยังไงบ้างครับ ที่ข้อเท้ายังเจ็บมาหรือเปล่า”“เมื่อเช้าน้าเพิ่งเอาข้าวเอายาไปกิน เมื่อคืนก็มีไข้เช็ดตัวให้ทั้งคืน คงจะเจ็บมากอยู่”“ผมขอโทษนะครับที่ดูแลน้องไม่ดี น้องเลยต้องเจ็บตัวแบบนี้”“ความผิดของเธียรที่ไหนกัน” เธอรู้นิสัยของลูกชายเธอดี ต่อให้เธียรวิญช์คอยเฝ้าไม่ละสายตา ช่อไม้ก็คงยังซนเหมือนเดิม เรื่องที่ช่อไม้เจ็บตัวกลับบ้านมาเธ

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   04 ใครเด็กกว่ากัน

    ทำงานมาสามวันวันนี้ช่อไม้ได้ออกมาเปิดหูเปิดตาข้างนอกสักที หลังจากเห็นแค่สวนส้ม ทุ่งหญ้ากว้างสีเขียว ไหนจะไก่ กับวัวนั่นอีก ในที่สุดเขาก็สามารถเกาะติดเธียรวิญช์เข้าตัวเมืองมาจนได้ แม้ว่าต้องแผลงฤทธิ์ใช้ความเอาแต่ใจของตัวเองจนโดนคุณแม่ตำหนิก็ตาม“วันนี้ห้ามดื้อนะคุณช่อ พี่ต้องคุยงานไม่ได้มาคอยเฝ้า”“เราดื้อที่ไหน คุณเธียรกล่าวหากันซึ่ง ๆ หน้าแบบนี้ได้ยังไง” เถียงกลับทันควัน ไม่ยอมรับต่อคำกล่าวหาที่คนพี่ว่ามา“ครับไม่ดื้อก็ไม่ดื้อ”ใบหน้าหวานงอง้ำ คิ้วขมวดเข้าหากันอย่างไม่สบอารมณ์ ครั้นคนพี่หัวเราะเยาะกัน เขาพูดอะไรผิดไปตรงไหน เขาไม่ได้ดื้ออย่างที่คุณเธียรว่ามาสักหน่อยเธียรวิญช์เหลือบตามองเด็กหนุ่มข้าง ๆ ที่กอดอกเบือนหน้าหนีไปมองนอกหน้าต่าง ช่อไม้ก็ยังคงเป็นช่อไม้อยู่วันยังค่ำระยะทางเกือบเก้าสิบกิโลเมตรกว่าจะมาเข้าตัวเมือง เธียรวิญช์แวะคุยธุระที่บริษัทส่งออกสินค้าแปรรูป ปล่อยให้ช่อไม้นั่งรออยู่ในรถคนเดียว แทนที่จะพาไปด้วย ให้นั่งรอเฉย ๆ หน้าห้องก็ยังดี อยู่คนเดียวแบบนี้เหงาจะตายสิบกว่านาทีแล้วที่เธียรวิญช์หายเข้าไปในบริษัทนั้น ช่อไม้ไม่รู้ว่าจะทำอะไรนอกจากนั่งเฉย ๆ หรือไม่ก็เอนเบาะนอน

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   03 เจ้านายอะไรใจดำ

    หลังจากเรียนรู้งานไปได้หนึ่งวันเต็ม วันนี้เป็นวันที่สองของการเริ่มลงมือทำงานเองจริง ๆ ตอนแรกช่อไม้คิดว่าเธียรวิญช์คงรับปากแม่ของเขาไปอย่างนั้น ไม่ให้ทำงานที่ฟาร์มจริง ๆ หรอก แต่ผิดคาดเพราะดูท่าแล้วน่าจะตั้งตารอใช้งานเขาเยี่ยงทาสอยู่แน่ ๆ เมื่อวานนี้ก็คงหลอกกันให้ตายใจสินะช่อไม้ตื่นตั้งแต่เช้าเพราะคุณแม่มาตาม เนื่องจากเรื่องเมื่อวานถูกคุณหญิงย่ารายงานให้ฟังว่าตนไปทำงานสายจนเธียรวิญช์ต้องมาตามถึงที่บ้าน วันนี้เลยต้องจำใจลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวออกจากบ้านไปพร้อมกับแม่ก่อนตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า ปาดวาดแวะมาส่งช่อไม้ที่หน้าบ้านเธียรวิญช์เสร็จก็เลี้ยวรถขับไปทำงานไม่ต้องกดกริ่ง หรือตะโกนเรียกให้เหนื่อยประตูรั้วก็เปิดอ้าออกต้อนรับทันที เพราะลูกชายเจ้าของบ้านตื่นมารดน้ำต้นไม้ตั้งแต่เช้า ช่อไม้มองหน้าคนอายุมากกว่าเพียงครู่ ไม่ได้กล่าวทักทายอะไร พลันสายตาเหลือบไปเห็นลูกหมาตัวเล็กสีขาวขนปุกปุยกำลังวิ่งเล่นอยู่ใต้ถุนบ้านใบหน้าหวานก็เผยยิ้มอ่อน เดินไปหาทันที“หมาน้อย น่ารักจังเลย”ช่อไม้เพิ่งเคยเห็นมันครั้งแรก เมื่อก่อนบ้านเธียรวิญช์ไม่เคยเลี้ยงหมาหรือแมวเพราะช่อมาเล่นที่นี่บ่อย เธียรวิญช์เลยหลีกเลี่ยงก

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   02 ฟาร์มกลิ่มมณฑา

    ฟาร์มกลิ่นมณฑาสร้างขึ้นตั้งแต่เธียรวิญช์ยังไม่เกิด เป็นการดูแลสืบต่อกันมารุ่นต่อรุ่น โดยที่มีคุณปู่เป็นเจ้าของก่อนที่ท่านจะเสียและส่งต่อให้กับลูกชายอย่างอรุณรัตน์จากนั้นหลังเรียนจบเธียรวิญช์ก็กลายเป็นคนที่รับช่วงต่อจากพ่ออีกทีเนื้อที่ของฟาร์มอยู่ที่ 700 ไร่ ถูกแบ่งเป็นสัดเป็นส่วนอย่างดี ทั้งโรงเรือนไก่ไข่ ฟาร์มโคนม คอกม้า โรงเก็บของ โรงงานแปรรูปขนาดกลาง โรงครัวแบ่งเป็นสองฝั่งคือโรงครัวสำหรับคนงาน และโรงครัวสำหรับแปรรูปอาหาร โซนสุดท้ายทางฝั่งขวาถูกแบ่งเนื้อที่ไปประมาณ 100 ไร่ ทำเป็นสวนส้มโชกุน เรียกได้ว่าเป็นฟาร์มที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดตรัง และเป็นที่รู้จักแพร่หลาย เพราะที่นี่จะเปิดรับนักท่องเที่ยวให้เข้ามาชมฟาร์มแค่ปีละห้าครั้งเท่านั้น ระยะเวลาขึ้นอยู่กับทางเจ้าของเป็นคนกำหนด รายได้ต่อปีเฉลี่ยแล้วก็หลายสิบล้านนอกจากนี้เธียรวิญช์เพิ่งสร้างบ้านใกล้กับฟาร์มเพื่อสะดวกต่อการพักผ่อนหากวันไหนเหนื่อยจนไม่อยากขับรถกลับบ้าน แม้ว่าระยะทางจากบ้านที่ตนอาศัยอยู่กับพ่อแม่ห่างจากฟาร์มแค่หกกิโลก็ตาม“วันนี้พี่จะพาเดินดูงานก่อนแล้วกัน”เพิ่งจะวันแรกหากให้เริ่มทำงานเลยเห็นทีเจ้าตัวได้โวยวายพอดี เธียรวิ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status