Startseite / LGBTQ+ / คุณเธียรอย่าตื๊อ / 06 เด็กขี้งอนกับคนขี้แกล้ง

Teilen

06 เด็กขี้งอนกับคนขี้แกล้ง

last update Zuletzt aktualisiert: 24.01.2026 16:21:02

เธียรวิญช์ตามช่อไม้กลับมาที่บ้าน แวะที่บ้านของเจ้าตัวก่อนแล้วถึงได้รู้ว่าไม่อยู่ เลยกลับมาดูที่บ้านของตัวเอง เป็นอย่างที่คิดจริง ๆ ช่อไม้แอบมานอนอยู่ที่นี่คนเดียว วันนี้พ่อกับแม่ออกไปทำธุระกันข้างนอก ป่านนี้เลยยังไม่กลับ เด็กดื้อคนนี้ก็ยังไม่ยอมกลับบ้าน

ดวงตาคมกวาดมองไปรอบ ๆ เห็นปิ่นโตของใบบัวตั้งอยู่บนโต๊ะในสภาพที่ยังดูดีไม่มีอะไรเสียหาย ครั้นเดินเข้ามาใกล้คนที่นอนอยู่ในเปลถึงได้เห็นว่าหลับไปเสียแล้ว

“คุณช่อ!!”

“อือ ฮะ โอ๊ย!”

มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย พยายามกลั้นขำ ที่เห็นช่อไม้ตกใจเพราะเสียงเรียกจนรีบดีดตัวลุกขึ้นจนตกจากเปลนั่งก้นจ้ำเบ้าอยู่บนพื้น ดีที่เปลไม่ได้สูงมากนัก ใบหน้าจิ้มลิ้มเหยเกเพราะความเจ็บ ทั้งยังงัวเงียจากอาการง่วงนอน

“ที่แท้ก็แอบมานอนอู้อยู่ที่บ้านพี่นี่เอง ทั้งที่เป็นเวลางานแท้ ๆ”

“เราไม่ได้อู้นะ!” เมื่อถูกกล่าวหาก็รีบโต้กลับไปทันที ก่อนจะเอ่ยออกไปด้วยใบหน้างอง้ำ “เห็นเราเจ็บทำไมยังไม่ช่วยอีก”

“ก็คุณช่องอนพี่อยู่ พี่ก็นึกว่าไม่ต้องการให้พี่ช่วยเสียอีก”

“ชิ! เราลุกขึ้นเองก็ได้”

หากขอร้องให้ช่วยก็คงไม่ใช่คุณช่อ ในเมื่อไม่อยากช่วยก็จะไม่ขอ พยายามลุกขึ้นทั้งที่ข้อเท้ายังรู้สึกเจ็บอยู่ ทว่าคนขี้แกล้งกลับเดินมาช้อนตัวช่อไม้อุ้มขึ้นพาเดินไปวางให้นั่งลงบนเก้าอี้ ช่อไม้เองก็ไม่ขัดขืนอะไร

“เดี๋ยวพี่จะกลับไปที่ฟาร์ม ถ้าคุณช่อไม่อยากไปก็อยู่ที่นี่ เดี๋ยวพี่พากลับไปส่งที่บ้าน”

“ไม่ต้อง! เรากลับเองได้ เชิญคุณเธียรเอาปิ่นโตนี่กลับไปที่ฟาร์มได้เลย ไม่ต้องมาสนใจเรา” ที่แท้ก็แค่กลับมาเอาปิ่นโต คิดว่าจะมาง้อกันเสียอีก คงจะเอาไปกินกับผู้หญิงคนนั้นสองคนน่ะสิ เขาไม่ไปขัดความสุขหรอก กลับบ้านไปอยู่กับคุณหญิงย่ายังจะดีเสียกว่า

ช่อไม้สะบัดหน้าหนีพร้อมกับเดินออกไปทันที ไม่รอให้เธียรวิญช์ต้องเสียเวลาไปส่ง แม้จะเดินขากะเผลกแบบนี้ไปจนกว่าจะถึงบ้านก็ตาม

เสียงมอเตอร์ไซค์ดังตามหลังมาก่อนจะชะล่อรถขี่มาประกบข้าง ช่อไม้ก็ยังคงทำเป็นไม่สนใจเดินต่อไปเรื่อย ๆ ราวกับมองไม่เห็นอย่างไรอย่างนั้น

“คุณช่อขึ้นรถเถอะ เดี๋ยวพี่ไปส่ง”

“...”

ดื้อ.. ยิ่งโตยิ่งดื้อ แต่ไม่รู้ว่าทำไมเธียรวิญช์ถึงไม่ได้รู้สึกโมโห หรือรำคาญใจกับนิสัยนี้ของช่อไม้เลย

ในเมื่อช่อไม้ไม่ยอมขึ้นรถมาดี ๆ เธียรวิญช์เลยเลือกที่จะลงจากรถแล้วเข็นตามหลังคนน้อง เดินมาส่งจนถึงบ้าน เจ้าตัวเพียงเหลือบมองด้วยหางตาทำหน้ามุ่ยใส่ก่อนจะเดินเข้าบ้านไปไม่พูดไม่จา

“เอาใจยากจังโว้ย” บ่นพึมพำกับตัวเองเบา ๆ พลางยกยิ้มขำท่าทีของช่อไม้ ก่อนจะขี่รถกลับไปที่ฟาร์มอีกครั้ง

ปิ่นโตของใบบัวถูกส่งคืนให้เจ้าของในสภาพที่ยังดูดีเหมือนตอนที่อีกฝ่ายนำมันมา เธียรวิญช์ไม่ได้ตั้งใจจะเอากลับมากินกับใบบัว เพราะที่ผ่านมาตนไม่เคยลิ้มลองรสมือของเธอเลยสักครั้ง คนที่กินคือไทยต่างหาก เรื่องนี้เธียรวิญช์สั่งไว้ไม่ให้พูด เพราะไม่อยากให้ใบบัวเสียน้ำใจ แต่พอมาวันนี้ได้เห็นท่าทีของช่อไม้ก็พอจะรู้แล้วว่าเป็นเพราะอะไร อย่างนั้นเขาเองก็ไม่ควรปล่อยเอาไว้

“ต่อไปไม่ต้องเอามาให้พี่แล้วนะ รบกวนบัวเปล่า ๆ ที่นี่มีโรงครัวอยู่แล้ว บัวไม่จำเป็นต้องเหนื่อยทำมาให้พี่”

“แต่บัวเต็มใจนะจ๊ะ บัวอยากมาให้พี่เธียรกิน”

“เอาเป็นว่าพี่พูดคำไหนคำนั้นแล้วกัน”

“ก็ได้จ้ะ” หญิงสาวหน้าหงอยลงทันที ไม่กล้าจะโต้เถียง หรือรบเร้าอะไรออกไป

“พี่ต้องไปทำงานแล้ว บัวก็กลับบ้านไปก่อนเถอะ”

แม้จะไม่ได้ไล่กันตรง ๆ แต่จากประโยคที่พูดมาฟังดูก็รู้ว่ากำลังไล่กัน หากเป็นคนอื่นพูดเธอก็คงไม่ได้รู้สึกอะไร ยังคงหน้าหนาอยู่ที่นี่ต่อ ทว่าพอเป็นเจ้าของฟาร์มคนที่ตัวเองชื่นชอบมานานหลายปีเป็นคนพูดก็ไม่กล้าที่จะดื้อรั้นอยู่ต่อให้อีกฝ่ายไม่พอใจ จึงทำได้เพียงพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินคอตกออกไปจากฟาร์ม

“นายหัว แล้วคุณช่อไม่มากันเออะ หรือว่าหวิบหนัดจนไม่อยากมาแล้ว” (นายหัวคุณช่อไม่มาด้วยเหรอ หรือว่าโกรธมากจนไม่อยากมาแล้ว)

“คุณช่ออยากหวิบก็ให้คุณเขาหวิบไป”

“นายหัวไม่ง้อหิดเออะ” (นายหัวจะไม่ง้อหน่อยเหรอ)

“ไม่ละ ทำไมต้องง้อ” เอ่ยออกมาอย่างไม่ยี่หระ ครั้นเหลือบดูลูกน้องถึงได้เห็นว่าไทยกำลังทำหน้ากวน ๆ ราวกับไม่เชื่อสิ่งที่เขาพูด “ไม่มีงานทำหรือไง?”

ไทยไม่ได้ตอบกลับอะไร เพียงแต่อมยิ้ม ค้อมหัวให้กับเจ้านายของตนก่อนจะเดินไปอีกทาง

.

.

ดอกมะลิถูกทิ้งลงในถาดสเตนเลสดอกแล้วดอกเล่า นั่งถอนหายใจจนคุณหญิงเพ็ญศรีเริ่มจับสังเกตเห็นว่าหลายชายมีอาการแปลกไปตั้งแต่กลับมาถึงบ้าน ทั้งที่เพิ่งออกไปทำงานได้ไม่ถึงครึ่งวัน ครั้นถามเจ้าตัวก็บอกว่าเจ็บขาเลยลางานกลับมาอยู่ที่บ้าน ทว่าสีหน้าดูไม่ใช่อย่างนั้น ในเมื่อไม่อยากบอกคุณหญิงเพ็ญศรีเลยไม่ถามอะไรมากไปกว่านี้

“ทำได้หรือเปล่าช่อไม้”

“ไม่ได้ครับ”

ช่อไม้ตั้งใจจะมานั่งทำพวงมาลัยกับคุณหญิงย่าแต่ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะปกติไม่ได้ทำอะไรอย่างนี้แม้ว่าจะเห็นคุณหญิงย่าทำมาตั้งแต่เด็กจนโต

“ถ้าใจไม่นิ่ง ไม่จดจ่อ ยังไงก็ทำไม่ได้หรอก” การร้อยมาลัยถือว่าเป็นการฝึกสมาธิอย่างหนึ่ง

เป็นอย่างที่คุณหญิงย่าพูด ตอนนี้เขาไม่ได้มีสมาธิจดจ่อกับสิ่งที่กำลังทำ มัวแต่ว้าวุ่นคิดเรื่องไรสาระที่ทำให้หงุดหงิดใจ

กริ่ง~

เสียงกริ่งหน้าประตูรั้วทำให้คนที่กำลังนั่งหน้างอคอหักหันขวับไปมองทันที แม่บ้านเดินออกไปเปิดประตู ครั้นเห็นว่าเป็นใครก็ลุกขึ้นวิ่งหนีขึ้นชั้นบนเสียงดังตึงตัง จนคุณหญิงเพ็ญศรีสะดุ้งตกใจ เธอคงต้องเรียกมาดุสักหน่อยแล้ว ไม่ใช่แค่เพราะวิ่งเสียงดัง แต่เพราะกลัวว่าจะเกิดอันตรายมากกว่า ข้อเท้าก็ยังไม่ทันหายดี

“คุณท่านคะ คุณเธียรมาค่ะ”

“สวัสดีครับคุณหญิงย่า”

“สวัสดีจ้ะ มานั่งก่อนสิ”

เธียรวิญช์เห็นช่อไม้ตั้งแต่เดินเข้ามาแล้ว คงจะยังโกรธกันถึงได้วิ่งหนีไปอย่างนั้น โทรหาก็ไม่รับสาย

“คุณหญิงย่ากำลังร้อยมาลัยอยู่เหรอครับ”

“ใช่จ้ะ พรุ่งนี้วันพระ ย่าจะใส่บาตรสักหน่อย พ่อเธียรมาใส่ด้วยกันไหม”

“ได้ครับ”

ปกติแล้วจะมีพระสงฆ์เดินบิณฑบาตในหมู่บ้านทุกวันพระ คุณหญิงย่าท่านเลยได้ใส่บาตรทุกอาทิตย์ เพราะหากจะให้ออกไปหน้าตลาดก็คงจะไม่ไหว ส่วนเธียรวิญช์ตื่นเช้ามาก็มัวแต่ทำอย่างอื่นค่อยได้ใส่บาตรมาแต่ไหนแต่ไร

“แล้ววันนี้พ่อเธียรมาที่บ้านย่า มาหาช่อไม้หรือ”

“ครับ”

“วิ่งขึ้นห้องไปแล้วนั่น พ่อเธียรขึ้นไปสิ”

“งั้นผมขออนุญาตนะครับ”

เมื่อได้รับอนุญาตเธียรวิญช์เลยตั้งใจจะขึ้นไปอธิบายให้ช่อไม้ได้เข้าใจ ทว่าเจ้าของกลับล็อกกลอนเสียหนาแน่น เรียกเท่าไรก็ไม่ขานรับ แอบอยู่ในห้องอย่างนั้นไม่แม้แต่จะส่งเสียงใด ๆ ตอบกลับมา

“คุณช่อ”

หลายนาทีที่เธียรวิญช์ยืนเคาะประตูเรียกคนน้อง ครั้นเห็นว่าเจ้าของห้องใจแข็งเพียงใดจึงล้มเลิกความพยายาม เลือกที่จะส่งข้อความไปอธิบายแทน จากนั้นถึงได้ลงไปบอกลาคุณหญิงย่าแล้วกลับบ้านตัวเอง

ครั้นเสียงหน้าห้องเงียบไปช่อไม้ถึงได้แง้มประตูออกมาดู ก่อนจะวิ่งไปที่หน้าต่างชะโงกหน้าออกไปดู เธียรวิญช์กลับไปแล้ว ปากบางเม้มติดกันแน่นพยายามกลั้นยิ้มหลังจากได้อ่านข้อความที่คนพี่อธิบายทิ้งเอาไว้ให้หายข้องใจ

ที่จริงคุณเธียรก็แคร์เราอยู่เหมือนกันนะเนี่ย

🍊🍊🍊

เช้าวันต่อมาช่อไม้ตื่นตั้งแต่เช้าติดรถผู้เป็นแม่มาลงที่ฟาร์มแทนที่จะรอเธียรวิญช์มารับเหมือนทุกที ยังคงทำเป็นเล่นตัวไม่ยอมหายงอนง่าย ๆ มาถึงก็ไปทำหน้าตัวเองอย่างเช่นคนงานคนอื่น ๆ เจอกับไทยพอดีเลยให้ขับรถไปส่งที่สวนส้ม เพราะหากให้เดินไปก็ไกลพอส้มควร

เธียรวิญช์รับปากว่าจะตื่นมาใส่บาตรพร้อมกับคุณย่าก็ต้องผิดคำพูดตื่นมาก็มัวแต่ยุ่ง ๆ เรื่องในบ้าน

“ทำไมวันนี้คุณช่อไม่มาพร้อมคุณเธียรครับ”

“เรารีบ ก็เลยมาก่อน”

“แต่นี่มันยังไม่ถึงเวลางานทีหนิครับ” (แต่นี่มันยังไม่ถึงเวลางานเลยนะครับ)

สำหรับคนงานคนอื่นที่ทำงานที่นี่อยู่แล้วหากมาเช้าขนาดนี้ก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ แต่สำหรับช่อไม้ที่มาพร้อมเธียรวิญช์ทุกวันนี่สิ หรือว่ายังโกรธกันเรื่องเมื่อวานอยู่ ไทยได้แค่คิดเองเออเองเพราะไม่กล้าก้าวก่ายมากนัก ถ้าเป็นนายหัวคงพอกล้าถามอยู่หรอก

“เราแค่อยากมาเร็วไม่ได้หรือไง แปลกตรงไหน”

“ม่ายครับม่าย ผมถามเฉย ๆ คุณช่ออยากมาตอนไหนก็ได้ครับ แฮะ” (ไม่ครับไม่ ผมแค่ถามดู คุณช่ออยากมาตอนไหนก็มาได้ครับ)

ไทยหัวเราะแห้งละล่ำละลักพูดครั้นคนสนิทของเจ้านายเริ่มจะเปลี่ยนน้ำเสียงเหมือน ทว่าไม่ได้รู้สึกน่ากลัวเลยแม้แต่น้อย

ช่อไม้หันมองซ้ายมองขวาก็ไม่เจอใคร ทุกอย่างรอบตัวเงียบสนิทหลังจากไทยขอตัวไปทำธุระของตัวเอง ช่อไม้เดินไปเรื่อย ๆ ตามทาง ก่อนจะหยุดนิ่งสูดจมูกดมกลิ่นที่ลอยมาตามลม กลิ่นหอมของแกงอะไรสักอย่าง คงจะมาจากโรงครัวคิดได้อย่างนั้นก็ก้าวเท้าไปตามทางตามกลิ่นหอมชวนท้องร้องทันที

เสียงพูดคุยกันของแม่ครัวดังแซ่ กลิ่นหอมที่ก่อนหน้านี้ชัดขึ้นเมื่อมาถึงต้นกำเนิดของมัน

“ทำแกงอะไรกันอยู่ครับ”

“อ้าว! ช่อไม้ไสวันนี้มาเร็ว” (อ้าว ช่อไม้ทำไมวันนี้มาเร็ว)

“แค่อยากมาเร็วน่ะครับ” ช่อไม้ไม่เข้าใจว่าแค่มาเร็วทำไมทุกคนถึงพากันสงสัยนัก

“มานั่งก่อน หิวม้าย แกงแค่สุกแล้วสักเดียว” (มานั่งก่อน หิวหรือเปล่า แกงใกล้จะเสร็จแล้วรอแป๊บหนึ่ง)

“จริง ๆ ก็กินมาจากบ้านแล้ว แต่กลิ่นหอมจนเริ่มหิวขึ้นมาอีกแล้วครับ”

“ฮ่า ๆ รอสักเดียว”

แม่ครัวต่างหัวเราะร่ากับเด็กหนุ่มตัวเล็กแต่กินเก่งเกินกว่าที่คิด ทุกคนล้วนทำงานที่ฟาร์มมานาน อายุบางคนก็รุ่นราวคราวเดียวกับแม่ของตน ช่อไม้เลยเหมือนกับลูกหลานคนหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะเป็นคนสนิทของนายหัว ทว่าสถานะของช่อไม้ในฟาร์มแห่งนี้ก็คือคนงานคนหนึ่ง ช่อไม้สะดวกใจที่จะให้ทุกคนทำตัวเป็นกันเองมากกว่าคิดเล็กคิดน้อยเรื่องที่เขาสนิทกับเธียรวิญช์ จะได้ไม่ต้องพยายามพูดภาษากลางกับเขาเหมือนเวลาคุยกับเธียรวิญช์

ไม่สิ.. ตอนนี้เราสองคนไม่ได้สนิทกันสักหน่อย

“อยู่ที่นี่นี่เอง”

เสียงทุ้มเข้มดังขึ้น ทำเอาช่อไม้กลืนน้ำลายลงคอดังอึก ไม่คิดว่าเธียรวิญช์จะตามมาเร็วขนาดนี้ น้าสาวคงจะเป็นคนบอกว่าเขาออกมาพร้อมคุณแม่

“สวัสดีค่ะคุณเธียร”

“สวัสดีครับ” เธียรวิญช์หันไปยิ้มทักทาย สวัสดีกับพวกแม่ครัว ก่อนจะหันมาให้ความสนใจกับช่อไม้อีกครั้ง

ร่างสูงโปร่งเดินมานั่งลงที่โต๊ะข้าง ๆ ช่อไม้ เสียงหอบหายใจที่ดังเบา ๆ นั่นทำให้ช่อไม้พอเดาได้ว่าจะเดินหาเขาจนทั่วแล้วก่อนจะมาที่นี่

กระนั้นช่อไม้ก็ยังคงนั่งเงียบไม่พูดอะไรทั้งยังเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ไม่ใช่ว่ายังโกรธหรือน้อยใจอะไรเรื่องเมื่อวาน เพียงแค่ไม่รู้จะพูดอะไรก็แค่นั้น ทั้งที่ปกติเป็นคนพูดเก่งแท้ ๆ

“ทำไมมาก่อนไม่รอพี่ หรือไม่ก็โทรมาบอกก่อนสิ คุณช่อรีบมาคนเดียวทำไม”

“ก็เราอยากมา” เอ่ยเสียงอ้อมแอ้มคล้ายกับรู้สึกผิด

“ยังงอนพี่อยู่เหรอ”

“เราไม่ได้งอนสักหน่อย แค่ไม่อยากมากับคุณเธียร ไม่อยากกลับพร้อมคุณเธียรด้วย” หันขวับมาเถียงกลับอย่างไม่ยอมความ แม้ว่าจะงอนจริง ๆ อย่างที่ถูกกล่าวหามาก็ตาม แต่เรื่องอะไรต้องยอมรับให้คนพี่ได้ใจ

แต่ท่าทางแบบนี้บอกให้ใครฟังใครเขาจะเชื่อ คุณช่อหนอคุณช่อ

“อ้าว... งั้นเย็นนี้พี่คงต้องไปที่โรงครัวแปรรูปคนเดียวน่ะสิ วันนี้เขาทำพายส้มด้วย ว่าจะให้คุณช่อไปลองชิมสักหน่อย” เธียรวิญช์ตีหน้าเศร้า พูดราวกับเสียดายที่ช่อไม้ไม่ได้ไปด้วยกัน “แต่ก็ช่วยไม่ได้นี่เนอะ ก็คุณช่อไม่อยากไปกับพี่”

“จริง ๆ เราก็ไปช่วยชิมได้ ถ้าคุณเธียรอยากให้ไป” ไม่ทันขาดคำช่อไม้ก็พลันพูดโพล่งขึ้น แค่ได้ยินชื่อเมนูขนมน้ำลายก็สอแล้ว มันต้องอร่อยมากแน่ ๆ

“ไหนบอกไม่อยากไปกับพี่ไง”

“เราไปพราะคุณเธียรขอต่างหาก”

“พี่ขอ?”

“ใช่สิ ก็คุณเธียรกำลังขอให้เราไปอยู่นี่ไง ไม่อย่างนั้นจะบอกว่าอยากให้เราไปชิมทำไม”

ช่อไม้ยังคงเถียงตาใส ทำเอาเธียรวิญช์ถึงกับกลั้นขำสุดชีวิต มีประโยคไหนกันที่เขาขอให้คนน้องไปด้วยกัน นอกเสียจากพูดไปเพราะแกล้งเด็กขี้งอนเพื่อดูว่าจะเล่นตัวได้นานแค่ไหนหากเอาของกินมาล่อ แต่ช่อไม้ก็คือช่อไม้ สามารถพูดอะไรก็ได้เพื่อให้ตัวเองชนะ ซึ่งมันก็ดูน่ารักดีสำหรับเขา

“ก็ได้พี่ขอให้ไปก็ได้ ถ้าอย่างนั้นตอนเย็นไปด้วยกัน โอเคไหม”

“อือ!!”

จากที่หน้าบึ้งก่อนนี้กลายเป็นยิ้มแป้น ตาแป๋วขึ้นมาทันที

น่ารักจนใจเจ็บไปหมดแล้ว

#คุณเธียรอย่าตื๊อ

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   07 เถ้าแก่ส่วนปาล์ม

    นอกจากฟาร์มกลิ่นมณฑาแล้วยังมีสวนปาล์มอีกประมาณสองพันกว่าต้น ปกติพ่อจะเป็นคนดูแล แต่วันนี้ต้องพาแม่ไปเยี่ยมป้าพิณกว่าจะกลับกันก็คงตอนเย็น ๆ เธียรวิญช์เลยต้องเป็นคนมาเอง“คุณช่อเอาน้ำให้พี่หน่อย”เจ้าของสวนเดินหอบมาแต่ไกล นาน ๆ ครั้งได้มาทำงานที่นี่เหนื่อยใช่เล่นเหมือนกัน เพราะปาล์มรายหนึ่งหนักเกือบสี่สิบโล จริง ๆ ก็มีลูกน้องเกือบยี่สิบคนที่ทำอยู่แล้ว ทว่ามาถึงที่นี่แล้วจะให้นั่งอยู่เฉย ๆ ก็คงไม่ได้คนที่นั่งแกว่งเท้าอยู่ท้ายกระบะเอาแก้วตักน้ำเย็น ๆ ในกระติกส่งให้กับเธียรวิญช์ พร้อมกับกินขนมที่ได้มาจากโรงครัวเมื่อวานตอนเย็นหลังจากได้ชิมพายส้มไปแล้ว“กินไหม”ขนมปังในมือที่ตัวเองกัดไปแล้วถูกยื่นไปให้เธียรวิญช์อย่างคนมีน้ำใจจนลืมคิดไปว่าตัวเองกินไปแล้ว กระนั้นเธียรวิญช์ก็ไม่ได้นึกรังเกียจ แค่น้องเป็นคนยื่นมาให้ก็กินทันทีไม่คิดขัดใจ ส่วนที่เหลือช่อไม้ก็เอาเข้าปากตัวเองจนหมดในคำเดียว“ยุงกัดหรือเปล่า พี่บอกแล้วให้คุณช่อใส่ขายาวมา”“ก็กลัวมันร้อนนี่”“เลยไม่สนว่ายุงจะกัดน่ะเหรอ”ดวงหน้าหวานหงอยลงครั้นโดนดุเพราะไม่เชื่อฟัง ครั้งนี้ช่อไม้ไม่รู้จะเถียงอะไรเพราะยุงกัดขาอย่างที่คนพี่ว่าจริง ๆ อีกอ

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   06 เด็กขี้งอนกับคนขี้แกล้ง

    เธียรวิญช์ตามช่อไม้กลับมาที่บ้าน แวะที่บ้านของเจ้าตัวก่อนแล้วถึงได้รู้ว่าไม่อยู่ เลยกลับมาดูที่บ้านของตัวเอง เป็นอย่างที่คิดจริง ๆ ช่อไม้แอบมานอนอยู่ที่นี่คนเดียว วันนี้พ่อกับแม่ออกไปทำธุระกันข้างนอก ป่านนี้เลยยังไม่กลับ เด็กดื้อคนนี้ก็ยังไม่ยอมกลับบ้านดวงตาคมกวาดมองไปรอบ ๆ เห็นปิ่นโตของใบบัวตั้งอยู่บนโต๊ะในสภาพที่ยังดูดีไม่มีอะไรเสียหาย ครั้นเดินเข้ามาใกล้คนที่นอนอยู่ในเปลถึงได้เห็นว่าหลับไปเสียแล้ว“คุณช่อ!!”“อือ ฮะ โอ๊ย!”มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย พยายามกลั้นขำ ที่เห็นช่อไม้ตกใจเพราะเสียงเรียกจนรีบดีดตัวลุกขึ้นจนตกจากเปลนั่งก้นจ้ำเบ้าอยู่บนพื้น ดีที่เปลไม่ได้สูงมากนัก ใบหน้าจิ้มลิ้มเหยเกเพราะความเจ็บ ทั้งยังงัวเงียจากอาการง่วงนอน“ที่แท้ก็แอบมานอนอู้อยู่ที่บ้านพี่นี่เอง ทั้งที่เป็นเวลางานแท้ ๆ”“เราไม่ได้อู้นะ!” เมื่อถูกกล่าวหาก็รีบโต้กลับไปทันที ก่อนจะเอ่ยออกไปด้วยใบหน้างอง้ำ “เห็นเราเจ็บทำไมยังไม่ช่วยอีก”“ก็คุณช่องอนพี่อยู่ พี่ก็นึกว่าไม่ต้องการให้พี่ช่วยเสียอีก”“ชิ! เราลุกขึ้นเองก็ได้”หากขอร้องให้ช่วยก็คงไม่ใช่คุณช่อ ในเมื่อไม่อยากช่วยก็จะไม่ขอ พยายามลุกขึ้นทั้งที่ข้อเท้

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   05 คู่แข่งในวัยเด็ก

    ใบหน้าจิ้มลิ้มเหยเกขึ้นเพราะความเจ็บ รู้สึกเหมือนข้อเท้าบวมยิ่งกว่าเมื่อวานเสียอีก ทั้งที่กินยาไปแล้ว แต่เหมือนจะไม่ช่วยอะไรเลย นอกจากทำให้ง่วงนอน ส่วนความเจ็บทุเลาลงไปเพียงครู่หนึ่งพอหมดฤทธิ์ยาก็กลับมาเจ็บซ้ำอีก เหมือนจะมีไข้อ่อน ๆ ตามมาด้วย ลำบากคุณแม่ต้องมาคอยเช็ดตัวให้เมื่อคืนนี้“สวัสดีครับน้าวาด ผมซื้อน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋มาฝากครับ ส่วนอันนี้ของคุณช่อครับน้ำเต้าหู้ทรงเครื่อง”เธียรวิญช์ตื่นไปตลาดตั้งแต่เช้า ซื้อน้ำเต้าหู้เจ้าเก่าเจ้าเดิมที่สมัยเรียนชอบแวะไปซื้อก่อนเข้าโรงเรียนเกือบทุกวัน จำได้ดีว่าช่อไม้ชอบกินแบบไหนเลยตั้งใจซื้อมาฝาก ทั้งยังถือโอกาสถามอาการของช่อไม้ด้วย“ขอบคุณมากนะเธียร” ปานวาดแย้มยิ้มพร้อมรับถุงน้ำเต้าหู้มาถือเอาไว้“แล้วคุณช่อเป็นยังไงบ้างครับ ที่ข้อเท้ายังเจ็บมาหรือเปล่า”“เมื่อเช้าน้าเพิ่งเอาข้าวเอายาไปกิน เมื่อคืนก็มีไข้เช็ดตัวให้ทั้งคืน คงจะเจ็บมากอยู่”“ผมขอโทษนะครับที่ดูแลน้องไม่ดี น้องเลยต้องเจ็บตัวแบบนี้”“ความผิดของเธียรที่ไหนกัน” เธอรู้นิสัยของลูกชายเธอดี ต่อให้เธียรวิญช์คอยเฝ้าไม่ละสายตา ช่อไม้ก็คงยังซนเหมือนเดิม เรื่องที่ช่อไม้เจ็บตัวกลับบ้านมาเธ

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   04 ใครเด็กกว่ากัน

    ทำงานมาสามวันวันนี้ช่อไม้ได้ออกมาเปิดหูเปิดตาข้างนอกสักที หลังจากเห็นแค่สวนส้ม ทุ่งหญ้ากว้างสีเขียว ไหนจะไก่ กับวัวนั่นอีก ในที่สุดเขาก็สามารถเกาะติดเธียรวิญช์เข้าตัวเมืองมาจนได้ แม้ว่าต้องแผลงฤทธิ์ใช้ความเอาแต่ใจของตัวเองจนโดนคุณแม่ตำหนิก็ตาม“วันนี้ห้ามดื้อนะคุณช่อ พี่ต้องคุยงานไม่ได้มาคอยเฝ้า”“เราดื้อที่ไหน คุณเธียรกล่าวหากันซึ่ง ๆ หน้าแบบนี้ได้ยังไง” เถียงกลับทันควัน ไม่ยอมรับต่อคำกล่าวหาที่คนพี่ว่ามา“ครับไม่ดื้อก็ไม่ดื้อ”ใบหน้าหวานงอง้ำ คิ้วขมวดเข้าหากันอย่างไม่สบอารมณ์ ครั้นคนพี่หัวเราะเยาะกัน เขาพูดอะไรผิดไปตรงไหน เขาไม่ได้ดื้ออย่างที่คุณเธียรว่ามาสักหน่อยเธียรวิญช์เหลือบตามองเด็กหนุ่มข้าง ๆ ที่กอดอกเบือนหน้าหนีไปมองนอกหน้าต่าง ช่อไม้ก็ยังคงเป็นช่อไม้อยู่วันยังค่ำระยะทางเกือบเก้าสิบกิโลเมตรกว่าจะมาเข้าตัวเมือง เธียรวิญช์แวะคุยธุระที่บริษัทส่งออกสินค้าแปรรูป ปล่อยให้ช่อไม้นั่งรออยู่ในรถคนเดียว แทนที่จะพาไปด้วย ให้นั่งรอเฉย ๆ หน้าห้องก็ยังดี อยู่คนเดียวแบบนี้เหงาจะตายสิบกว่านาทีแล้วที่เธียรวิญช์หายเข้าไปในบริษัทนั้น ช่อไม้ไม่รู้ว่าจะทำอะไรนอกจากนั่งเฉย ๆ หรือไม่ก็เอนเบาะนอน

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   03 เจ้านายอะไรใจดำ

    หลังจากเรียนรู้งานไปได้หนึ่งวันเต็ม วันนี้เป็นวันที่สองของการเริ่มลงมือทำงานเองจริง ๆ ตอนแรกช่อไม้คิดว่าเธียรวิญช์คงรับปากแม่ของเขาไปอย่างนั้น ไม่ให้ทำงานที่ฟาร์มจริง ๆ หรอก แต่ผิดคาดเพราะดูท่าแล้วน่าจะตั้งตารอใช้งานเขาเยี่ยงทาสอยู่แน่ ๆ เมื่อวานนี้ก็คงหลอกกันให้ตายใจสินะช่อไม้ตื่นตั้งแต่เช้าเพราะคุณแม่มาตาม เนื่องจากเรื่องเมื่อวานถูกคุณหญิงย่ารายงานให้ฟังว่าตนไปทำงานสายจนเธียรวิญช์ต้องมาตามถึงที่บ้าน วันนี้เลยต้องจำใจลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวออกจากบ้านไปพร้อมกับแม่ก่อนตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า ปาดวาดแวะมาส่งช่อไม้ที่หน้าบ้านเธียรวิญช์เสร็จก็เลี้ยวรถขับไปทำงานไม่ต้องกดกริ่ง หรือตะโกนเรียกให้เหนื่อยประตูรั้วก็เปิดอ้าออกต้อนรับทันที เพราะลูกชายเจ้าของบ้านตื่นมารดน้ำต้นไม้ตั้งแต่เช้า ช่อไม้มองหน้าคนอายุมากกว่าเพียงครู่ ไม่ได้กล่าวทักทายอะไร พลันสายตาเหลือบไปเห็นลูกหมาตัวเล็กสีขาวขนปุกปุยกำลังวิ่งเล่นอยู่ใต้ถุนบ้านใบหน้าหวานก็เผยยิ้มอ่อน เดินไปหาทันที“หมาน้อย น่ารักจังเลย”ช่อไม้เพิ่งเคยเห็นมันครั้งแรก เมื่อก่อนบ้านเธียรวิญช์ไม่เคยเลี้ยงหมาหรือแมวเพราะช่อมาเล่นที่นี่บ่อย เธียรวิญช์เลยหลีกเลี่ยงก

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   02 ฟาร์มกลิ่มมณฑา

    ฟาร์มกลิ่นมณฑาสร้างขึ้นตั้งแต่เธียรวิญช์ยังไม่เกิด เป็นการดูแลสืบต่อกันมารุ่นต่อรุ่น โดยที่มีคุณปู่เป็นเจ้าของก่อนที่ท่านจะเสียและส่งต่อให้กับลูกชายอย่างอรุณรัตน์จากนั้นหลังเรียนจบเธียรวิญช์ก็กลายเป็นคนที่รับช่วงต่อจากพ่ออีกทีเนื้อที่ของฟาร์มอยู่ที่ 700 ไร่ ถูกแบ่งเป็นสัดเป็นส่วนอย่างดี ทั้งโรงเรือนไก่ไข่ ฟาร์มโคนม คอกม้า โรงเก็บของ โรงงานแปรรูปขนาดกลาง โรงครัวแบ่งเป็นสองฝั่งคือโรงครัวสำหรับคนงาน และโรงครัวสำหรับแปรรูปอาหาร โซนสุดท้ายทางฝั่งขวาถูกแบ่งเนื้อที่ไปประมาณ 100 ไร่ ทำเป็นสวนส้มโชกุน เรียกได้ว่าเป็นฟาร์มที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดตรัง และเป็นที่รู้จักแพร่หลาย เพราะที่นี่จะเปิดรับนักท่องเที่ยวให้เข้ามาชมฟาร์มแค่ปีละห้าครั้งเท่านั้น ระยะเวลาขึ้นอยู่กับทางเจ้าของเป็นคนกำหนด รายได้ต่อปีเฉลี่ยแล้วก็หลายสิบล้านนอกจากนี้เธียรวิญช์เพิ่งสร้างบ้านใกล้กับฟาร์มเพื่อสะดวกต่อการพักผ่อนหากวันไหนเหนื่อยจนไม่อยากขับรถกลับบ้าน แม้ว่าระยะทางจากบ้านที่ตนอาศัยอยู่กับพ่อแม่ห่างจากฟาร์มแค่หกกิโลก็ตาม“วันนี้พี่จะพาเดินดูงานก่อนแล้วกัน”เพิ่งจะวันแรกหากให้เริ่มทำงานเลยเห็นทีเจ้าตัวได้โวยวายพอดี เธียรวิ

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status