Startseite / LGBTQ+ / คุณเธียรอย่าตื๊อ / 05 คู่แข่งในวัยเด็ก

Teilen

05 คู่แข่งในวัยเด็ก

last update Zuletzt aktualisiert: 24.01.2026 16:20:42

ใบหน้าจิ้มลิ้มเหยเกขึ้นเพราะความเจ็บ รู้สึกเหมือนข้อเท้าบวมยิ่งกว่าเมื่อวานเสียอีก ทั้งที่กินยาไปแล้ว แต่เหมือนจะไม่ช่วยอะไรเลย นอกจากทำให้ง่วงนอน ส่วนความเจ็บทุเลาลงไปเพียงครู่หนึ่งพอหมดฤทธิ์ยาก็กลับมาเจ็บซ้ำอีก เหมือนจะมีไข้อ่อน ๆ ตามมาด้วย ลำบากคุณแม่ต้องมาคอยเช็ดตัวให้เมื่อคืนนี้

“สวัสดีครับน้าวาด ผมซื้อน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋มาฝากครับ ส่วนอันนี้ของคุณช่อครับน้ำเต้าหู้ทรงเครื่อง”

เธียรวิญช์ตื่นไปตลาดตั้งแต่เช้า ซื้อน้ำเต้าหู้เจ้าเก่าเจ้าเดิมที่สมัยเรียนชอบแวะไปซื้อก่อนเข้าโรงเรียนเกือบทุกวัน จำได้ดีว่าช่อไม้ชอบกินแบบไหนเลยตั้งใจซื้อมาฝาก ทั้งยังถือโอกาสถามอาการของช่อไม้ด้วย

“ขอบคุณมากนะเธียร” ปานวาดแย้มยิ้มพร้อมรับถุงน้ำเต้าหู้มาถือเอาไว้

“แล้วคุณช่อเป็นยังไงบ้างครับ ที่ข้อเท้ายังเจ็บมาหรือเปล่า”

“เมื่อเช้าน้าเพิ่งเอาข้าวเอายาไปกิน เมื่อคืนก็มีไข้เช็ดตัวให้ทั้งคืน คงจะเจ็บมากอยู่”

“ผมขอโทษนะครับที่ดูแลน้องไม่ดี น้องเลยต้องเจ็บตัวแบบนี้”

“ความผิดของเธียรที่ไหนกัน” เธอรู้นิสัยของลูกชายเธอดี ต่อให้เธียรวิญช์คอยเฝ้าไม่ละสายตา ช่อไม้ก็คงยังซนเหมือนเดิม เรื่องที่ช่อไม้เจ็บตัวกลับบ้านมาเธอไม่ได้คิดว่าเป็นความผิดของเธียรวิญช์แม้แต่นิดเดียว ทว่าคนที่รับปากว่าจะดูแลน้องให้ดีกลับทำหน้ารู้สึกผิดราวกับตนเองเป็นต้นเหตุอย่างไรอย่างนั้น “อยากขึ้นไปดูน้องสักหน่อยไหม”

“ได้เหรอครับ”

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นขออนุญาตนะครับน้าวาด”

เจ้าของบ้านยิ้มรับ ความจริงเธียรวิญช์จะขอขึ้นไปเองก็ได้ ไม่ต้องรอให้เธออนุญาต เพราะเมื่อตอนเด็ก ๆ เจ้าตัวก็เข้าออกบ้านหลังนี้อยู่เป็นประจำ แม้ว่าส่วนใหญ่จะโดนช่อไม้ลากมาก็ตาม

ร่างสูงโปร่งเดินขึ้นมาชั้นสองของบ้าน เคาะประตูห้องเรียกคนด้านในอยู่เกือบสองนาทีก็ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา จึงถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไปก็เห็นร่างเล็กนอนมุดอยู่ในผ้าห่ม พลางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ภายในห้องนอนถูกตกแต่งด้วยโทนสีฟ้าขาวเหมือนตอนเด็กไม่มีผิด ชั้นหนังสือมุมห้องเต็มไปด้วยหนังสือนิยายและการ์ตูน เมื้อก่อนไม่เห็นมันจะเยอะขนาดนี้ คงสะสมมาเรื่อย ๆ เพราะเป็นความชอบอย่างหนึ่งที่ช่อไม้เคยบอก คนน้องเคยเอามาให้อ่านอยู่เรื่องหนึ่งมันก็สนุกดี แต่ทว่าตอนฟังช่อไม้เล่าให้ฟังสนุกกว่าอ่านเองเสียอีก

“คุณช่อ”

เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยเรียกเจ้าของห้องเสียงเบาพลางนั่งลงบนเตียงข้าง ๆ มองคนน้องที่กำลังนอนหลับลึกจนไม่รู้สึกตัวทั้งที่เขาอยู่ใกล้ขนาดนี้ มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นน้อย ๆ ปัดปอยผมที่ปรกใบหน้าทัดหูแผ่วเบา อังหลังมือลงบนหน้าผากมน รับรู้ได้ถึงความร้อนจากพิษไข้

“อือ~” เสียงร้องอื้ออึงในลำคอดังขึ้นเมื่อถูกรบกวนเวลานอน พลันเปลือกตาสีอ่อนยกขึ้นเล็กน้อยเผยให้เห็นดวงตากลมเพียงเสี้ยวหนึ่ง พยายามเปรับสายตารับแสงภายในห้อง

“ยังเจ็บมากหรือเปล่า”

“คุณเธียรเหรอ”

“ครับ”

น้ำเสียงอู้อี้เอ่ยถามราวกับคนสะลึมสะลือ จิตใจสำนึกลึก ๆ สั่งการให้ช่อไม้ขยับตัวไปนอนหนุนตักเธียรวิญช์ ทั้งยังจับมือหนาให้วางลงบนศีรษะตัวเอง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าควรทำอย่างไร เพราะเมื่อก่อนนั้นช่อไม้จะชอบให้เธียรวิญช์ลูบหัวให้เสมอเวลานอนด้วยกัน

ไม่นานก็ได้ยินเสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ บ่งบอกว่าคนตัวเล็กได้นอนหลับไปอีกคราแล้ว

เธียรวิญช์นั่งให้น้องหนุนตักอยู่อย่างนั้นนานเกือบสามสิบนาที อาการปวดหลังก็เริ่มถามหา จนต้องยกหัวทุยให้กลับไปนอนที่หมอนตามเดิม ห่มผ้าให้เสร็จสรรพก็ออกมาจากห้อง ปล่อยให้ช่อไม้ได้พักผ่อน พรุ่งนี้อาการก็คงจะดีขึ้น

🍊🍊🍊

วันต่อมา

อาการไข้ของช่อไม้ดีขึ้นตั้งแต่คืนก่อน ข้อเท้าก็ดีขึ้นมากสามารถเดินเหินได้สะดวกขึ้น แม้จะเจ็บแปลบอยู่บ้างเวลาลงน้ำหนักเยอะเกินไป วันนี้เลยตั้งใจออกจากบ้านมาทำงานที่ฟาร์ม เพราะกลัวว่าเธียรวิญช์จะบ่นเอาได้ที่หยุดงานไปหลายวัน อีกเหตุผลหนึ่งคือกลัวว่าจะโดนหักเงินเดือน

มาถึงฟาร์มเธียรวิญช์ก็ปลีกตัวไปคุยงานกับทีมงานจากกองถ่ายที่จะมาขอเช่าสถานที่ถ่ายหนัง ส่วนช่อไม้ก็มีหน้าที่ต้องทำเหมือนกัน งานเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะทำได้ไม่หนักเกินไปสำหรับคนที่ขายังไม่ค่อยจะดีก็คือเก็บไข่ไก่

ผ่านไปเกือบชั่วโมงหน้าที่ช่อไม้ก็เสร็จเรียบร้อย ระหว่างที่กำลังนั่งเอาไข่ไก่จัดใส่แผงก็มีหญิงสาวร่างสมส่วนเดินเข้ามา ช่อไม้มองใบหน้าสวยถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางสีปากแดงแจ๊ด ทั้งยังลอนผมมาเสียสวย ในมือของเธอมีปิ่นโตสเตนเลสสีเงินตรงมาตรงที่เขานั่งอยู่ รอยยิ้มที่ประดับหน้าเมื่อครู่หายวับไปกับตาเมื่อเห็นว่ามีคู่แข่งในวัยเด็กของเธออยู่ที่นี่

“มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ไปเป็นเด็กเมืองกรุงแล้วจะกลับมาอีกทำไม”

เสียงแหลมใสเอ่ยถามช่อไม้ เธอไม่ได้มาที่ฟาร์มหลายวันเลยไม่รู้ว่าช่อไม้กลับมาอยู่บ้านเกิดตัวเองแล้ว ล่าสุดที่รู้ข่าวคือคู่แข่งของเธอคนนี้หลังจากจบมัธยมปลายก็ไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ

ไม่รู้จะกลับมาอีกทำไม

“เราจะอยู่ไหนก็เรื่องของเรา เกี่ยวกับอะไรกับเธอ”

“ชิ! เหม็นขี้หน้าชะมัด”

“เราก็เหม็นหน้าขี้ ๆ ของเธอเหมือนกัน”

ช่อไม้ยืนขึ้นบนแคร่ไม้ไผ่ ตอกกลับไปอย่างไม่ยอมความ ตั้งแต่ไหนแต่ไรใบบัวมักจะชอบหาเรื่องตนอยู่เสมอ แข่งกันมาทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน กิจกรรม หรืออะไรก็ตาม โดยเฉพาะเรื่องของเธียรวิญช์ที่ช่อไม้ไม่มีทางยอมได้ และอีกฝ่ายก็ไม่ยอมรามือไปง่าย ๆ เพราะเธอชอบมาเจาะแจ๊ะกับคนพี่ ในตอนนั้นช่อไม้เลยไม่ชอบหน้าใบบัวเอาเสียมาก ๆ เห็นกันเป็นไม่ได้ต้องมีปากมีเสียงกันตลอด

แม้ว่าจะไม่ได้เจอกันมาหลายปี แต่ช่อไม้ก็จำได้ไม่เคยลืม ลูกสาวผู้ใหญ่บ้านที่ทำตนใหญ่ยิ่งกว่าพ่อ พ่อก็นิสัยดีอยู่หรอก แต่ลูกสาวนี่สิไม่รู้ไปเรียนรู้นิสัยหยาบคายแบบนี้มาจากใคร ผ่านมาก็หลายปีแล้วไม่คิดเลยว่าใบบัวจะยังวิ่งแจ้นตามก้นเธียรวิญช์อยู่อีก

“ช่อไม้! ไอ้ลูกหมา”

“ว่าใครลูกหมาฮะ! ยัยใบบัวเน่า!”

แต่มีหรือที่ช่อไม้จะยอมเป็นฝ่ายถูกกระทำคนเดียว ปากร้ายมาก็ร้ายกลับ ไม่ยอมอยู่แล้ว แม้ว่าจะเป็นผู้ชายแต่แล้วยังไง เขาก็มีศักดิ์ศรีเหมือนกันจะให้ผู้หญิงมาข่มได้ยังไง อีกอย่างสมัยนี้ทุกคนเท่าเทียมกันแล้วไม่ว่าจะชายหรือหญิง

คนงานที่นั่งอยู่ด้วยกันมองหน้ากันไปมาอย่างเลิ่กลั่กไม่รู้ว่าควรห้ามศึกที่กำลังจะเกิดขึ้นดีหรือเปล่า อายุก็พอ ๆ กัน ไม่ใช่ว่าจะเด็กนักทำไมถึงยังทำตัวเหมือนเด็กสิบขวบกันอีกก็ไม่รู้ แค่นึกก็ปวดหัวแทนนายหัวแล้วจริง ๆ

“มีไรกันครับ ใจร่ม ๆ อย่ารบกัน” (มีอะไรกันครับ ใจเย็น ๆ อย่าทะเลาะกัน)

เสียงเข้มตะโกนดังมาแต่ไกล เป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากไทยลูกน้องคนสนิทของเธียรวิญช์ที่เห็นท่าไม่ดีก็รีบวิ่งมาห้ามศึกเอาไว้เสียก่อน กับช่อไม้ไทยอาจจะไม่ค่อยได้เจอหรือพูดคุยด้วยบ่อยนัก แต่กับใบบัวเรียกได้ว่าเจอหน้าจนเอือมเสียแล้ว

“พี่เธียรอยู่ไหน ฉันเอาข้าวมาให้พี่เธียร”

“คุณเธียรแหลงธุระอยู่ครับ ยังไม่ว่าง ส่งปิ่นโตมาให้ผมก็ได้ เดี๋ยวผมเอาไปให้เอง” (คุณเธียรคุยธุระอยู่ยังไม่ว่าง ส่งปิ่นโตมาเดี๋ยวผมเอาไปให้เอง)

“ไม่ต้อง ฉันจะให้เอง” ใบบัวยังคงดื้อดึงที่จะส่งปิ่นโตที่เธอตั้งใจทำให้กับเธียรวิญช์ด้วยมือตัวเอง ว่าจบก็นั่งลงบนแคร่วางปิ่นโตไว้ข้าง ๆ ยกขาขึ้นไขว่ห้าง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดกล้องถ่ายรูป “หลบไปสิ ฉันไม่อยากให้เสี้ยวของตัวนายมาติดอยู่ในรูปของฉัน”

“เหรอ”

ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ นอกจากไม่ยอมหลบไปแล้วยังนั่งยองลงข้าง ๆ ใกล้ชิดยิ่งกว่าเดิมทั้งเอื้อมมือไปกดถ่ายภาพรัว ๆ ราวกับต้องการยั่วประสาทอีกฝ่าย

“นี่!!”

ช่อไม้ยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ แอบยิ้มมุมปากเชิดหน้าเชิดตาใส่อย่างสะใจที่ทำให้อีกฝ่ายอารมณ์เสียขึ้นมาได้ก่อนจะเดินหนีไปที่อื่น อยู่ไม่ไกลจากจุดที่เธียรวิญช์คุยงาน นั่งมองคนพี่พาทีมงานเดินชมฟาร์ม คงอีกสักพักกว่าจะกลับมาตรงนี้ ไม่รู้ว่าใบบัวจะอยู่รอเจอให้ได้เลยหรือยังไง

ไม่อยากให้เจอกันเลย!

ไม่ชอบเลยจริง ๆ

กว่าเธียรวิญช์จะคุยงานเสร็จ ช่อไม้ก็นั่งดึงต้นหญ้าเตียนเป็นวงกว้าง ถอนหายใจทิ้งจนนับครั้งไม่ได้ งานตัวเองก็ยังมีให้ทำอยู่หรอกแต่กลับมานั่งเฝ้ามองเธียรวิญช์อยู่ไกล ๆ แทน

“มานั่งทำอะไรตรงนี้ เก็บไข่เสร็จแล้วเหรอ”

“ชิ!”

“...?” คิ้วเข้มเลิกขึ้นด้วยความสงสัย ครั้นอีกฝ่ายทำหน้างอง้ำใส่กันราวกับกำลังไม่พอใจอะไรเขาอยู่อย่างไรอย่างนั้น เมื่อเช้าก็ยังดี ๆ อยู่เลย ไม่รู้ว่าเป็นอะไรขึ้นมาอีก

นอกจากไม่ตอบแล้วยังเดินหนีกันไปหน้าตาเฉย ปล่อยให้เธียรวิญช์ยืนงงอยู่อย่างนั้น ก่อนจะเดินตามหลังมาติด ๆ

“พี่เธียร!” เสียงแหลมใสตะโกนเรียนชื่อคนที่รออยู่เนิ่นนาน ในที่สุดก็มาเสียที

“...” ทันทีที่เห็นหน้าใบบัวก็พอจะเข้าใจแล้วว่าอาการที่ช่อไม้เป็นตอนนี้สาเหตุมาจากอะไร

“บัวทำกับข้าวใส่ปิ่นโตมาให้จ้ะ พี่เธียรจะกินเลยไหมจ๊ะ”

“กินไปไม่รู้จะท้องเสียหรือเปล่า”

เด็กขี้งอนเอ่ยขึ้นเสียงเบา ลอยหน้าลอยตาไปทางอื่น ราวกับพูดกับอากาศไม่ได้เจาะจงจะว่าใคร แต่มีหรือที่คนฟังจะไม่รู้ว่าตนกำลังโดนเหน็บแนม

“กับข้าวฝีมือฉันอร่อยจะตาย เอามาให้ทีไรพี่เธียรก็กินหมดตลอด”

“!!!”

ยิ่งได้ยินอย่างนั้นใบหน้าจิ้มลิ้มยิ่งงอง้ำกว่าเดิม ตวัดสายตาไปมองคนพี่ ทว่ายังไม่คิดจะยอมแพ้ เดินไปหยิบปิ่นโตของใบบัวที่นำมาให้เธียร

“งั้นเราขอลองชิมบ้างว่ามันจะอร่อยขนาดไหน”

“ไม่ได้!! ฉันทำมาให้พี่เธียร”

“ก็เราอยากลองชิม หรือว่าจริง ๆ แล้วมันไม่อร่อย หรือเธอแอบใส่ยาเสน่ห์มาให้คุณเธียร ถ้าเป็นแบบนั้นจะทำยังไง”

เธียรวิญช์ยิ้มขำกับคำพูดที่คิดเองเออเองของช่อไม้ กระนั้นก็ยังไม่ยอมคืนปิ่นโตให้กับเจ้าของ ทั้งยังเดินอุ้มหนีเดินออกไป ใบบัวตั้งใจจะเดินตามไปแย่งคืนมา แต่กลับถูกเธียรวิญช์ห้ามไว้เสียก่อน

“เดี๋ยวพี่ไปเอาคืนเอง บัวอยู่นี่เถอะ เราไปเดี๋ยวก็ทะเลาะกันอีก”

“แต่... ก็ได้จ้ะ งั้นบัวรอที่นี่นะ” พอเป็นคำพูดของเธียรวิญช์เธอก็ไม่กล้าดื้อรั้น ยอมทำตามอย่างว่าง่าย

ช่อไม้เดินออกมาถึงหน้าฟาร์มก็เจอกับคนที่รู้จักพอดี เลยขอให้เขาพามาส่งที่บ้าน จากนั้นก็เดินต่อไปที่บ้านเธียรวิญช์ วางปิ่นโตไว้บนโต๊ะกินข้าว ก่อนจะพาตัวเองไปนอนบนเปลที่ผูกไว้กับเสาใต้ถุนเรือนสองต้น พร้อมกับอุ้มลูกหมาตัวน้อยขึ้นมาตั้งไว้บนอก

“กินของที่คนอื่นเอามาให้สุ่มสี่สุ่มห้าได้ยังไง ทีเมื่อก่อนนะบอกช่อว่า ใครเอาอะไรมาให้ก็ห้ามกินนะต้องรู้จักระวังตัว แต่ดูตัวเองตอนนี้สิ” คำบ่นกระปอดกระแปดของช่อไม้ ไม่ได้ทำให้ลูกหมาเข้าใจเลยแม้แต่น้อย “พ่อของนายใช้ไม่ได้เลยใช่ไหมส้มหวาน”

ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิด ความจริงแล้วเขาก็แอบอิจฉาอยู่ลึก ๆ ที่เธียรวิญช์กินอาหารที่ใบบัวทำมาให้ ไม่รู้หรอกว่าจะอร่อยอย่างที่เจ้าตัวโม้ไว้หรือเปล่า แต่เขานี่สิแค่ไข่เจียวยังทอดไหม้ อย่าหวังว่าจะทำอาหารอย่างอื่นให้เธียรวิญช์กินเลย

เจ้าส้มหวานที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวกระดิกหางไปมาราวกับชวนเล่น ทว่าช่อไม้กลับไม่มีอารมณ์จะเล่นด้วย ทำเพียงแค่กอดเอาไว้ ก่อนที่ความอึดอัดจะทำให้ส้มหวานกระโดดหนีไป

“อือ! เรากำลังเศร้าอยู่นะยังจะวิ่งหนีเราไปอีก ปลอบกันหน่อยก็ไม่ได้”

เสียงงอแงดังขึ้นครั้นไม่มีอะไรได้ดั่งใจ รู้อย่างนี้นอนอยู่ที่บ้านตัวเองไม่มาที่นี่เสียยังจะดีกว่า พ่อกับแม่คุณเธียรก็ไม่รู้ไปไหน บ้านเงียบขนาดนี้ทำให้เหงาอยู่ไม่น้อย เขาไม่ชอบอยู่คนเดียวแบบนี้เลยจริง ๆ

#คุณเธียรอย่าตื๊อ

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   07 เถ้าแก่ส่วนปาล์ม

    นอกจากฟาร์มกลิ่นมณฑาแล้วยังมีสวนปาล์มอีกประมาณสองพันกว่าต้น ปกติพ่อจะเป็นคนดูแล แต่วันนี้ต้องพาแม่ไปเยี่ยมป้าพิณกว่าจะกลับกันก็คงตอนเย็น ๆ เธียรวิญช์เลยต้องเป็นคนมาเอง“คุณช่อเอาน้ำให้พี่หน่อย”เจ้าของสวนเดินหอบมาแต่ไกล นาน ๆ ครั้งได้มาทำงานที่นี่เหนื่อยใช่เล่นเหมือนกัน เพราะปาล์มรายหนึ่งหนักเกือบสี่สิบโล จริง ๆ ก็มีลูกน้องเกือบยี่สิบคนที่ทำอยู่แล้ว ทว่ามาถึงที่นี่แล้วจะให้นั่งอยู่เฉย ๆ ก็คงไม่ได้คนที่นั่งแกว่งเท้าอยู่ท้ายกระบะเอาแก้วตักน้ำเย็น ๆ ในกระติกส่งให้กับเธียรวิญช์ พร้อมกับกินขนมที่ได้มาจากโรงครัวเมื่อวานตอนเย็นหลังจากได้ชิมพายส้มไปแล้ว“กินไหม”ขนมปังในมือที่ตัวเองกัดไปแล้วถูกยื่นไปให้เธียรวิญช์อย่างคนมีน้ำใจจนลืมคิดไปว่าตัวเองกินไปแล้ว กระนั้นเธียรวิญช์ก็ไม่ได้นึกรังเกียจ แค่น้องเป็นคนยื่นมาให้ก็กินทันทีไม่คิดขัดใจ ส่วนที่เหลือช่อไม้ก็เอาเข้าปากตัวเองจนหมดในคำเดียว“ยุงกัดหรือเปล่า พี่บอกแล้วให้คุณช่อใส่ขายาวมา”“ก็กลัวมันร้อนนี่”“เลยไม่สนว่ายุงจะกัดน่ะเหรอ”ดวงหน้าหวานหงอยลงครั้นโดนดุเพราะไม่เชื่อฟัง ครั้งนี้ช่อไม้ไม่รู้จะเถียงอะไรเพราะยุงกัดขาอย่างที่คนพี่ว่าจริง ๆ อีกอ

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   06 เด็กขี้งอนกับคนขี้แกล้ง

    เธียรวิญช์ตามช่อไม้กลับมาที่บ้าน แวะที่บ้านของเจ้าตัวก่อนแล้วถึงได้รู้ว่าไม่อยู่ เลยกลับมาดูที่บ้านของตัวเอง เป็นอย่างที่คิดจริง ๆ ช่อไม้แอบมานอนอยู่ที่นี่คนเดียว วันนี้พ่อกับแม่ออกไปทำธุระกันข้างนอก ป่านนี้เลยยังไม่กลับ เด็กดื้อคนนี้ก็ยังไม่ยอมกลับบ้านดวงตาคมกวาดมองไปรอบ ๆ เห็นปิ่นโตของใบบัวตั้งอยู่บนโต๊ะในสภาพที่ยังดูดีไม่มีอะไรเสียหาย ครั้นเดินเข้ามาใกล้คนที่นอนอยู่ในเปลถึงได้เห็นว่าหลับไปเสียแล้ว“คุณช่อ!!”“อือ ฮะ โอ๊ย!”มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย พยายามกลั้นขำ ที่เห็นช่อไม้ตกใจเพราะเสียงเรียกจนรีบดีดตัวลุกขึ้นจนตกจากเปลนั่งก้นจ้ำเบ้าอยู่บนพื้น ดีที่เปลไม่ได้สูงมากนัก ใบหน้าจิ้มลิ้มเหยเกเพราะความเจ็บ ทั้งยังงัวเงียจากอาการง่วงนอน“ที่แท้ก็แอบมานอนอู้อยู่ที่บ้านพี่นี่เอง ทั้งที่เป็นเวลางานแท้ ๆ”“เราไม่ได้อู้นะ!” เมื่อถูกกล่าวหาก็รีบโต้กลับไปทันที ก่อนจะเอ่ยออกไปด้วยใบหน้างอง้ำ “เห็นเราเจ็บทำไมยังไม่ช่วยอีก”“ก็คุณช่องอนพี่อยู่ พี่ก็นึกว่าไม่ต้องการให้พี่ช่วยเสียอีก”“ชิ! เราลุกขึ้นเองก็ได้”หากขอร้องให้ช่วยก็คงไม่ใช่คุณช่อ ในเมื่อไม่อยากช่วยก็จะไม่ขอ พยายามลุกขึ้นทั้งที่ข้อเท้

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   05 คู่แข่งในวัยเด็ก

    ใบหน้าจิ้มลิ้มเหยเกขึ้นเพราะความเจ็บ รู้สึกเหมือนข้อเท้าบวมยิ่งกว่าเมื่อวานเสียอีก ทั้งที่กินยาไปแล้ว แต่เหมือนจะไม่ช่วยอะไรเลย นอกจากทำให้ง่วงนอน ส่วนความเจ็บทุเลาลงไปเพียงครู่หนึ่งพอหมดฤทธิ์ยาก็กลับมาเจ็บซ้ำอีก เหมือนจะมีไข้อ่อน ๆ ตามมาด้วย ลำบากคุณแม่ต้องมาคอยเช็ดตัวให้เมื่อคืนนี้“สวัสดีครับน้าวาด ผมซื้อน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋มาฝากครับ ส่วนอันนี้ของคุณช่อครับน้ำเต้าหู้ทรงเครื่อง”เธียรวิญช์ตื่นไปตลาดตั้งแต่เช้า ซื้อน้ำเต้าหู้เจ้าเก่าเจ้าเดิมที่สมัยเรียนชอบแวะไปซื้อก่อนเข้าโรงเรียนเกือบทุกวัน จำได้ดีว่าช่อไม้ชอบกินแบบไหนเลยตั้งใจซื้อมาฝาก ทั้งยังถือโอกาสถามอาการของช่อไม้ด้วย“ขอบคุณมากนะเธียร” ปานวาดแย้มยิ้มพร้อมรับถุงน้ำเต้าหู้มาถือเอาไว้“แล้วคุณช่อเป็นยังไงบ้างครับ ที่ข้อเท้ายังเจ็บมาหรือเปล่า”“เมื่อเช้าน้าเพิ่งเอาข้าวเอายาไปกิน เมื่อคืนก็มีไข้เช็ดตัวให้ทั้งคืน คงจะเจ็บมากอยู่”“ผมขอโทษนะครับที่ดูแลน้องไม่ดี น้องเลยต้องเจ็บตัวแบบนี้”“ความผิดของเธียรที่ไหนกัน” เธอรู้นิสัยของลูกชายเธอดี ต่อให้เธียรวิญช์คอยเฝ้าไม่ละสายตา ช่อไม้ก็คงยังซนเหมือนเดิม เรื่องที่ช่อไม้เจ็บตัวกลับบ้านมาเธ

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   04 ใครเด็กกว่ากัน

    ทำงานมาสามวันวันนี้ช่อไม้ได้ออกมาเปิดหูเปิดตาข้างนอกสักที หลังจากเห็นแค่สวนส้ม ทุ่งหญ้ากว้างสีเขียว ไหนจะไก่ กับวัวนั่นอีก ในที่สุดเขาก็สามารถเกาะติดเธียรวิญช์เข้าตัวเมืองมาจนได้ แม้ว่าต้องแผลงฤทธิ์ใช้ความเอาแต่ใจของตัวเองจนโดนคุณแม่ตำหนิก็ตาม“วันนี้ห้ามดื้อนะคุณช่อ พี่ต้องคุยงานไม่ได้มาคอยเฝ้า”“เราดื้อที่ไหน คุณเธียรกล่าวหากันซึ่ง ๆ หน้าแบบนี้ได้ยังไง” เถียงกลับทันควัน ไม่ยอมรับต่อคำกล่าวหาที่คนพี่ว่ามา“ครับไม่ดื้อก็ไม่ดื้อ”ใบหน้าหวานงอง้ำ คิ้วขมวดเข้าหากันอย่างไม่สบอารมณ์ ครั้นคนพี่หัวเราะเยาะกัน เขาพูดอะไรผิดไปตรงไหน เขาไม่ได้ดื้ออย่างที่คุณเธียรว่ามาสักหน่อยเธียรวิญช์เหลือบตามองเด็กหนุ่มข้าง ๆ ที่กอดอกเบือนหน้าหนีไปมองนอกหน้าต่าง ช่อไม้ก็ยังคงเป็นช่อไม้อยู่วันยังค่ำระยะทางเกือบเก้าสิบกิโลเมตรกว่าจะมาเข้าตัวเมือง เธียรวิญช์แวะคุยธุระที่บริษัทส่งออกสินค้าแปรรูป ปล่อยให้ช่อไม้นั่งรออยู่ในรถคนเดียว แทนที่จะพาไปด้วย ให้นั่งรอเฉย ๆ หน้าห้องก็ยังดี อยู่คนเดียวแบบนี้เหงาจะตายสิบกว่านาทีแล้วที่เธียรวิญช์หายเข้าไปในบริษัทนั้น ช่อไม้ไม่รู้ว่าจะทำอะไรนอกจากนั่งเฉย ๆ หรือไม่ก็เอนเบาะนอน

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   03 เจ้านายอะไรใจดำ

    หลังจากเรียนรู้งานไปได้หนึ่งวันเต็ม วันนี้เป็นวันที่สองของการเริ่มลงมือทำงานเองจริง ๆ ตอนแรกช่อไม้คิดว่าเธียรวิญช์คงรับปากแม่ของเขาไปอย่างนั้น ไม่ให้ทำงานที่ฟาร์มจริง ๆ หรอก แต่ผิดคาดเพราะดูท่าแล้วน่าจะตั้งตารอใช้งานเขาเยี่ยงทาสอยู่แน่ ๆ เมื่อวานนี้ก็คงหลอกกันให้ตายใจสินะช่อไม้ตื่นตั้งแต่เช้าเพราะคุณแม่มาตาม เนื่องจากเรื่องเมื่อวานถูกคุณหญิงย่ารายงานให้ฟังว่าตนไปทำงานสายจนเธียรวิญช์ต้องมาตามถึงที่บ้าน วันนี้เลยต้องจำใจลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวออกจากบ้านไปพร้อมกับแม่ก่อนตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า ปาดวาดแวะมาส่งช่อไม้ที่หน้าบ้านเธียรวิญช์เสร็จก็เลี้ยวรถขับไปทำงานไม่ต้องกดกริ่ง หรือตะโกนเรียกให้เหนื่อยประตูรั้วก็เปิดอ้าออกต้อนรับทันที เพราะลูกชายเจ้าของบ้านตื่นมารดน้ำต้นไม้ตั้งแต่เช้า ช่อไม้มองหน้าคนอายุมากกว่าเพียงครู่ ไม่ได้กล่าวทักทายอะไร พลันสายตาเหลือบไปเห็นลูกหมาตัวเล็กสีขาวขนปุกปุยกำลังวิ่งเล่นอยู่ใต้ถุนบ้านใบหน้าหวานก็เผยยิ้มอ่อน เดินไปหาทันที“หมาน้อย น่ารักจังเลย”ช่อไม้เพิ่งเคยเห็นมันครั้งแรก เมื่อก่อนบ้านเธียรวิญช์ไม่เคยเลี้ยงหมาหรือแมวเพราะช่อมาเล่นที่นี่บ่อย เธียรวิญช์เลยหลีกเลี่ยงก

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   02 ฟาร์มกลิ่มมณฑา

    ฟาร์มกลิ่นมณฑาสร้างขึ้นตั้งแต่เธียรวิญช์ยังไม่เกิด เป็นการดูแลสืบต่อกันมารุ่นต่อรุ่น โดยที่มีคุณปู่เป็นเจ้าของก่อนที่ท่านจะเสียและส่งต่อให้กับลูกชายอย่างอรุณรัตน์จากนั้นหลังเรียนจบเธียรวิญช์ก็กลายเป็นคนที่รับช่วงต่อจากพ่ออีกทีเนื้อที่ของฟาร์มอยู่ที่ 700 ไร่ ถูกแบ่งเป็นสัดเป็นส่วนอย่างดี ทั้งโรงเรือนไก่ไข่ ฟาร์มโคนม คอกม้า โรงเก็บของ โรงงานแปรรูปขนาดกลาง โรงครัวแบ่งเป็นสองฝั่งคือโรงครัวสำหรับคนงาน และโรงครัวสำหรับแปรรูปอาหาร โซนสุดท้ายทางฝั่งขวาถูกแบ่งเนื้อที่ไปประมาณ 100 ไร่ ทำเป็นสวนส้มโชกุน เรียกได้ว่าเป็นฟาร์มที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดตรัง และเป็นที่รู้จักแพร่หลาย เพราะที่นี่จะเปิดรับนักท่องเที่ยวให้เข้ามาชมฟาร์มแค่ปีละห้าครั้งเท่านั้น ระยะเวลาขึ้นอยู่กับทางเจ้าของเป็นคนกำหนด รายได้ต่อปีเฉลี่ยแล้วก็หลายสิบล้านนอกจากนี้เธียรวิญช์เพิ่งสร้างบ้านใกล้กับฟาร์มเพื่อสะดวกต่อการพักผ่อนหากวันไหนเหนื่อยจนไม่อยากขับรถกลับบ้าน แม้ว่าระยะทางจากบ้านที่ตนอาศัยอยู่กับพ่อแม่ห่างจากฟาร์มแค่หกกิโลก็ตาม“วันนี้พี่จะพาเดินดูงานก่อนแล้วกัน”เพิ่งจะวันแรกหากให้เริ่มทำงานเลยเห็นทีเจ้าตัวได้โวยวายพอดี เธียรวิ

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status