Home / LGBTQ+ / คุณเธียรอย่าตื๊อ / 04 ใครเด็กกว่ากัน

Share

04 ใครเด็กกว่ากัน

Author: Chenaimei
last update Last Updated: 2026-01-24 16:20:20

ทำงานมาสามวันวันนี้ช่อไม้ได้ออกมาเปิดหูเปิดตาข้างนอกสักที หลังจากเห็นแค่สวนส้ม ทุ่งหญ้ากว้างสีเขียว ไหนจะไก่ กับวัวนั่นอีก ในที่สุดเขาก็สามารถเกาะติดเธียรวิญช์เข้าตัวเมืองมาจนได้ แม้ว่าต้องแผลงฤทธิ์ใช้ความเอาแต่ใจของตัวเองจนโดนคุณแม่ตำหนิก็ตาม

“วันนี้ห้ามดื้อนะคุณช่อ พี่ต้องคุยงานไม่ได้มาคอยเฝ้า”

“เราดื้อที่ไหน คุณเธียรกล่าวหากันซึ่ง ๆ หน้าแบบนี้ได้ยังไง” เถียงกลับทันควัน ไม่ยอมรับต่อคำกล่าวหาที่คนพี่ว่ามา

“ครับไม่ดื้อก็ไม่ดื้อ”

ใบหน้าหวานงอง้ำ คิ้วขมวดเข้าหากันอย่างไม่สบอารมณ์ ครั้นคนพี่หัวเราะเยาะกัน เขาพูดอะไรผิดไปตรงไหน เขาไม่ได้ดื้ออย่างที่คุณเธียรว่ามาสักหน่อย

เธียรวิญช์เหลือบตามองเด็กหนุ่มข้าง ๆ ที่กอดอกเบือนหน้าหนีไปมองนอกหน้าต่าง ช่อไม้ก็ยังคงเป็นช่อไม้อยู่วันยังค่ำ

ระยะทางเกือบเก้าสิบกิโลเมตรกว่าจะมาเข้าตัวเมือง เธียรวิญช์แวะคุยธุระที่บริษัทส่งออกสินค้าแปรรูป ปล่อยให้ช่อไม้นั่งรออยู่ในรถคนเดียว แทนที่จะพาไปด้วย ให้นั่งรอเฉย ๆ หน้าห้องก็ยังดี อยู่คนเดียวแบบนี้เหงาจะตาย

สิบกว่านาทีแล้วที่เธียรวิญช์หายเข้าไปในบริษัทนั้น ช่อไม้ไม่รู้ว่าจะทำอะไรนอกจากนั่งเฉย ๆ หรือไม่ก็เอนเบาะนอนลงไป แล้วก็กลับมานั่งใหม่อีกครั้ง ทำอยู่อย่างนี้จนนับครั้งไม่ได้ ช่อไม้ตัดสินใจดับเครื่องยนต์หยิบเอากุญแจลงมาจากรถ ไม่ลืมที่จะล็อกรถเอาไว้ ก่อนจะเดินออกไปจากโรงจอดรถ

ดีกว่านั่งอุดอู้อยู่ในรถเป็นไหน ๆ

เธียรวิญช์คุยงานเสร็จกลับมาที่รถก็ไม่เจอคนที่มาด้วยกันแล้ว แถมรถยังล็อกอีก มองไปรอบ ๆ ก็ไม่แม้แต่เงา ครั้นเดินหาไปเรื่อย ๆ ถึงได้เห็นว่าไปนั่งอยู่หน้าป้อมยาม กำลังยิ้มหัวอย่างสนุกสนาน ก็รู้อยู่หรอกว่าเป็นเด็กคุยเก่งแต่ไม่คิดว่าจะคุยกับทุกคนที่ไม่รู้จักได้ง่ายขนาดนี้ ไม่รู้จักระวังตัวเอาเสียเลย

“คุณช่อ มาทำอะไรตรงนี้” เสียงทุ้มเข้มเอ่ยเรียก ทำให้คนที่กำลังคุยโม้หันมามองกัน

“แค่ออกมาเดินเล่น เจอคุณลุงยามเลยมานั่งคุยด้วย คุณลุงคุยสนุกมากเลย”

เชื่อเขาเลยจริง ๆ

“พี่คุยงานเสร็จแล้ว ไปกันเถอะ รบกวนคุณลุงแย่แล้ว”

“ไม่รบกวนอะไรหรอกพ่อหนุ่ม ไอ้หนูนี่มันคุยเก่ง นาน ๆ ทีจะมีคนมานั่งคุยด้วยแบบนี้”

“งั้นวันหลังถ้าผมมาอีก จะแวะมาหานะครับ”

“ได้สิ”

“งั้นผมขอตัวพาน้องกลับก่อนนะครับ”

“กลับดี ๆ ล่ะ”

“ผมไปก่อนนะครับคุณลุง ดูแลสุขภาพด้วยนะครับ”

ช่อไม้ยกมือไหว้ลาชายวัยกลางคน เดินตามหลังเธียรวิญช์มาด้วยใบหน้าอิ่มเอม คิดถูกจริง ๆ ที่ลงจากรถแล้วได้ไปนั่งคุยกับลุงยาม แกเล่าเรื่องสนุก ๆ ให้ฟังจนกลายเป็นถูกคอกันเสียอย่างนั้น ถือว่าเป็นเรื่องดี ๆ ของวันนี้เลยก็ว่าได้

ขึ้นรถมาเธียรวิญช์ก็เตรียมท่าจะดุอีกคนทันที ทว่าพอเห็นน้องยิ้มมีความสุขก็พูดไม่ออก เอาไว้ครั้งหน้าค่อยเตือนให้ระวังตัวมากกว่านี้ก็แล้วกัน ครั้งนี้ไม่มีอะไรไม่ได้เกิดขึ้นก็ปล่อยผ่านไปก่อน ไม่อยากทำให้ช่อไม้น้อยใจจนทำหน้าบึ้งตึงอีก

“เราจะไปไหนกันต่อเหรอคุณเธียร”

“เดี๋ยวแวะซื้อของไปเยี่ยมป้าพิณครับ ท่านไม่ค่อยสบายไหน ๆ ก็มาแล้วเลยจะไปเยี่ยมท่านสักหน่อย”

“ป้าพิณ?”

“พี่สาวของแม่พี่ไง ที่เมื่อก่อนซื้อขนมมาฝากคุณช่อบ่อย ๆ”

“เราจำไม่ได้”

“ก็ไม่แปลกหรอก ตอนนั้นคุณช่อก็ยังเด็ก ไม่ได้เจอกันนานก็คงจะลืม”

ช่อไม้พยายามคิดว่าป้าพิณที่เธียรวิญช์พูดถึงคือใคร แต่ไม่ว่านึกเท่าไรก็นึกไม่ออก คงจะจริงอย่างที่คุณเธียรว่า ตอนนั้นเขายังเด็กคงจะหลงลืมไปบ้างพอไม่เจอกัน เป็นเรื่องปกติ

ใช้เวลาเดินทางไม่นานก็มาถึงบ้านป้าพิณที่ว่า แต่ใครจะคิดว่าจะอยู่ติดกับทะเล กระจกรถถูกลดลงจนสุด ยื่นหน้าออกไปรับลมเย็นจากทะเล แสงแดดตอนเที่ยงไม่ได้ทำให้ช่อไม้รู้สึกร้อนจนรำคาญ นานมากแล้วที่ไม่ได้มาเที่ยวทะเล คิดถึงกลิ่นเค็ม เสียงคลื่นที่กระทบโขดหิน ลมธรรมชาติที่พัดโกรกแทบจะตลอดเวลา บรรยากาศที่ช่อไม้คิดถึง

แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องหักห้ามใจไม่ให้วิ่งไปที่ชายหาด เพราะโดนลากให้ตามมาที่บ้านหลังใหญ่ เธียรวิญช์แวะเยี่ยมคุณป้าแท้ ๆ ของตนเอง พูดคุยกันด้วยความคิดถึง เพราะตั้งแต่ท่านมีครอบครัวก็พากันย้ายมาอยู่ใกล้ตัวเมือง ไปมาหาสู่ก็ลำบากด้วยระยะทางที่ไกลกัน และเวลาที่ไม่ตรงกัน วันนี้ได้เข้าเมืองทั้งทีเลยถือโอกาสมาเยี่ยมเยือนสักหน่อย

“คุณเธียร เราขอไปเดินเล่นได้ไหม”

ช่อไม้ขยับเข้าไปชิดแผ่นหลังกว้าง กระซิบกระซาบขอเธียรวิญช์ ไม่รู้ว่าให้นั่งอยู่ตรงนี้ไปทำไม เพราะเขาเองก็ไม่ได้สนิทสนมนัก ได้คุยทักทายกันไปบ้างแล้ว เลยไม่รู้ว่าจะพูดคุยอะไรอีก ส่วนใหญ่ป้าพิณก็ถามไถ่หลานชายของเธอเสียมากกว่า

“ครับ พี่ขอคุยกับป้าพิณก่อน คุณช่อห้ามเดินไปไหนไกลนะครับ ห้ามดื้อห้ามซน”

“เรารู้แล้วน่า เราไปนะ”

“ครับ”

เมื่อได้รับคำอนุญาตก็ยิ้มแป้นขึ้นทัน ยกมือไหว้ผู้หลักผู้ใหญ่ตามมารยาท ก่อนจะเดินออกไปหน้าบ้าน ทันทีที่พ้นสายตาเธียวิญช์ ก็กระโดดโลดเต้นวิ่งปรี่ไปหาทะเลที่อยู่ไม่ไกลทันที

รองเท้าผ้าใบถูกถอดวางเอาไว้ใต้ต้นไม้ ปล่อยให้เท้าเปล่าได้สัมผัสกับทรายละเอียด พับขากางเกงยีนขึ้นมาสองถึงสามทบ พร้อมที่จะเดินลงไปเตะน้ำทะเลเล่น

บนหาดที่นี่มีคนไม่มากนัก ไม่รู้ว่าเพราะเป็นวันทำงาน หรือว่าไม่ค่อยมีคนรู้จักที่นี่ หรือเป็นเพราะอยู่อีกฝั่งหนึ่งที่ไกลจากหน้าหาดใหญ่ ๆ อย่างนั้นก็ดีแล้ว จะได้ไม่วุ่นวาย

ช่อไม้เดินมาเรื่อย ๆ ก็เจอกับเด็กผู้ชายตัวเล็กกำลังนั่งเล่นทรายอยู่คนเดียว เห็นอย่างนั้นก็เข้าไปทักทายราวกับรู้จักกัน

“สวัสดีหนูน้อย” ใบหน้าหวานยกยิ้มกว้างอย่างเป็นมิตร ผิดกับเด็กอีกคนที่เงยหน้ามองกันเงียบ ๆ ไม่พูดไม่จา “ขอเล่นด้วยได้ไหม”

“เล่นกับผมเหรอฮะ?”

“อือ อยากเล่นด้วย ได้ไหม”

พวกของเล่นมากมายที่ตั้งอยู่บนทราย ช่อไม้อยากเล่นด้วยไม่ได้พูดหยอก หรือหาเรื่องทำความรู้จัก

“ได้ฮะ”

ร่างเล็กนั่งลงตรงหน้าเด็กน้อยโดยไม่สนใจว่ากางเกงตัวเองจะเลอะหรือเปล่า หยิบเอาพรวนตักดิน ตักทรายใส่พิมพ์รูปสามเหลี่ยมจนแน่น ก่อนจะวางลงไปบนทรายอีกที ค่อย ๆ ทำจนเป็นรูปเป็นร่าง ส่วนเจ้าของของเล่นนั่งมองตาแป๋วด้วยความสนใจ เพราะตนไม่สามารถทำอย่างที่พี่ชายคนนี้ทำได้

“สวยไหม”

“สวยฮะ ผมอยากทำด้วย”

“นี่ ๆ ทำแบบนี้”

ช่อไม้สอนเด็กน้อยทำอย่างที่ตัวเองทำ ชวนกันเล่นอยู่สองคน ไม่ได้สนใจรอบข้างว่าจะมีใครมองมาหรือเปล่า คงน่าตลกหากมีคนรู้ว่าเขาและเด็กคนนี้ไม่ได้รู้จักกันเลยแม้แต่ชื่อ เขาก็แค่มาขอเล่นด้วย แต่ราวกับว่าเราสนิทสนมกันอย่างไรอย่างนั้น

“อ๊ะ!!”

“ฮ่า ๆ ๆ”

“นี่!! เด็กนิสัยไม่ดี มาทำของคนอื่นเขาพังแบบนี้ได้ยังไง”

คิ้วสวยขมวดติดกันด้วยความไม่พอใจ อีกทั้งเด็กน้อยตรงหน้ายังส่งเสียงร้องไห้งอแง เมื่อจู่ ๆ ก็มีเด็กโข่งตัวอ้วนที่ไหนไม่รู้วิ่งมาแตะปราสาททรายที่เขาและเด็กน้อยตั้งใจสร้างขึ้น นอกจากไม่ขอโทษแล้วยังหัวเราะชอบใจอีกต่างหาก ก่อนจะวิ่งหนีไป

“เดี๋ยวพี่ไปจัดการให้ ไม่ต้องร้องนะ” เอ่ยบอกเด็กน้อยเสียงอ่อน ก่อนจะลุกขึ้นวิ่งไล่ตามเด็กคนนั้นไปติด ๆ “หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”

อย่างน้อยทำผิดก็ควรขอโทษกันสิ นี่ยังทำคนอื่นเขาร้องไห้อีก ลูกเต้าเหล่าใครทำไมถึงได้นิสัยแย่ขนาดนี้ เขาไม่ยอมหรอกนะ รู้จักช่อไม้น้อยไปเสียแล้ว เขาไม่มีทางยอมเป็นฝ่ายโดนกระทำคนเดียวแน่ ต่อให้อีกคนจะเป็นเด็กก็เถอะ

“แน่จริงก็วิ่งตาให้ทันเซ่!” กลับมาอีกครั้งทั้งที่เท้าก็ยังคงวิ่งไม่หยุด

นี่เป็นเพราะเขากำลังเผชิญกับความท้าทายอีกครั้ง!

ไม่มีทาง!

ความรู้สึกเด็กขาด!

“หยุดนี่ไม่หยุดวิ่งสักที!”

กลิ่นทุ้มหวานอย่างเห็นได้ชัดดังลั่นคุณรู้พอทำให้เท้ามันไม่หยุดหยุดนิ่งนิ่ง...

ท,!

“โอ๊ย!” พลาดท่าได้

หลักสูตรไม่ดูตามล่าตาเรือถึงไม่เห็นว่ามีคนขุดหลุมที่นั่นจนถึงหลุมจนเหลืองหน้าคะ … ด้วยความตกใจรีบดีดตัวลุกขึ้นนั่งไม่ทันได้ยืนล้มลงไปนั่งบนทรายอีกครั้งเจ็บแปลบๆ วิจารณ์ภาพยนตร์ชอบใจของเด็กโคลงกำลังเยาะเย้ยเขาจนน้ำตาเริ่มแข็งไม่ขึ้นเขาไม่อยากแพ้ง่ายจนลุกไม่ไหว

“ไม่มีอะไรเลยครับ”

ฟังทุ้มนุ่มของพวกคุณเอ่ยถามกัน ช่อไม้ที่โด่งดังไม่คุ้นหน้าหรือคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยรู้จักมาก่อนการรับรู้ต้องรออะไรออกไป...

“ บ้าไปแล้ว!”

“คุณเธียรฮู~”

มองเห็นได้ทันทีที่คนมักจะนึกถึงคลิปครื่องที่ออกมาอย่างไม่นึกถึงอาย เนื้อหาสูงมุ่งไปที่มองที่ตรงนั้นใกล้ไม้เพียงเสี้ยววิกลับมาสนใจเด็กที่นั่งกองอยู่ในขณะนี้

“ทำไมเลอะทรายไปทั้งตัวแล้วแบบนี้ที่นี่รองเท้าแตะทำไม”

“เจ็บมากเราเจ็บมาก”

เฟียรวิญช์จับเท้าพลิกเพียงเล็กน้อยไม่เคยมองว่ามันผิดรูปหรืออะไรที่ยอดเยี่ยมที่สุดแพลง

“แล้วทำไมตัวถึงได้เลอะแบบนี้”

“เด็กตำหนิเรามักจะวิ่งตามมาขอโทษ”

“คุณชอน!” หนังทุ้มเอ่ยขึ้นเสียงเข้มความเข้มข้นของรสชาติออกมาเป็นพิเศษกับหนักอกหนักใจ “คุณช่อเป็นเด็กสิบขวบหรือว่ายังทะเลาะกับเด็กที่อายุไม่ถึงสิบขวบตามลำดับ”

“เขาแกล้งเรา”

“พี่หมดคำจะพูดกับคุณจริง ๆ”

เล็กเบะลงเตรียมรองเท้าปากออกมาอีกครั้งไม่ได้ช่วยเขาจัดการเด็กคนนั้นแล้วยังตำหนิกันอีก

“ใช่!”

“ ลุกขึ้นขี่หลังพี่” เดียรวิญช์นั่งยองๆ ข้างหลังให้กับคนๆ หนึ่ง “รีบไปที่จุดเริ่มต้นที่เห็นได้ชัดอยู่ไม่มีการอายคนเขาหรือไง”

ครั้นดูเหมือนมองรอบ ๆ ถึงได้เห็นว่ามีคนจำนวนมากที่ยางอายจะทำให้ต้องฝืนตัวเองขึ้นบนแผ่นหลังเพดานคนพี่สั่ง

ส่วนช่อไม้จะร้อยเจ็ดสิบ แต่เพราะร่างกายรู้สึกว่าไม่ได้รู้สึกว่านักคนส่วนใหญ่ที่กินเก่งแต่กลับไม่มีพุงยวนเลยเล็กน้อยเพียงเล็กน้อย

ดูหนังยังดังสะอึกสะอื้นอื้นไม่หายเธียรววิญช์พาน้องมาล้างเนื้อล้างตัวของป้าพิณก่อนบอกเจ้าของลาเจ้าของบ้านและพาช่อไม้ไปสุขอนามัยที่อยู่ที่บ้านจะใช้เวลาที่นักตรวจจะตรวจพบว่าพบกับแพลงอย่างที่เขาคิดไว้จริง ๆ

“วันหลังพี่จะไม่พาคุณไปไหนแล้ว”

“แต่เราตลอดเวลา”

“ ใช่เรื่องที่คุณช่อต้องไปวิ่งไล่ตามเด็กเพียงแค่ตัวจนต้องเจ็บตัวแบบนี้”

“แล้วทำไมเราต้องยอมด้วยเล่า!” ช่อไม้ยังคงเหมือนเดิมอย่างไม่ต้องนึกถึงที่จะยอมจำนน

“เมื่อไรจะเลิกดื้อแบบนี้บางพี่ต้องยังไงถึงจะฟังตลอดไป”

“ไม่รู้!เราไม่ได้รู้ว่าคุณเธียรใจร้ายเตือน.. คุณเดียรดุเราอีกแล้วคุณเธียรใจร้ายที่สุดเลย”

ช่อไม้ไม่ได้ปรับแต่งตัวเองผิดในเรื่องนี้อาจไม่อยากปล่อยให้โดนแกล้ง เพื่อตรวจสอบมากไปกว่าการขอโทษเสียหน่อยแต่ดูคุณเดียรตอนนี้สินอกจากทำหน้านิ่วคิ้วขมวดแล้วยังต่อว่ากันอีก

ใจร้าย! ใจร้ายที่สุด!

เดียรวิญเหลือบตามองคนข้างๆ ที่เบือนหน้าอื่นๆ ทางดูก็รู้ว่าน้อยใจกัน แต่หากไม่ดุบ้างช่อไม้ก็จะเอาแต่ใจตัวเองเป็นผลที่ไม่เป็นผลให้เด็กนั้นเป็นเพียงอายุเกินสิบขวบด้วยซ้ำ ทว่าช่ออายุยี่สิบสี่แล้วก็จะเล่าที่ไหนกันที่ไปวิ่งไล่เด็กจนเจ็บตัวอย่างนี้

ตอนเด็กดื้อยังไงโตมาดื้อยิ่งกว่านั้น

จะต้องใช้วิธีไหนถึงจะกำราบเด็กคนนี้สามารถอยู่ได้

#คุณเดียร์อย่าตื๊อ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   07 เถ้าแก่ส่วนปาล์ม

    นอกจากฟาร์มกลิ่นมณฑาแล้วยังมีสวนปาล์มอีกประมาณสองพันกว่าต้น ปกติพ่อจะเป็นคนดูแล แต่วันนี้ต้องพาแม่ไปเยี่ยมป้าพิณกว่าจะกลับกันก็คงตอนเย็น ๆ เธียรวิญช์เลยต้องเป็นคนมาเอง“คุณช่อเอาน้ำให้พี่หน่อย”เจ้าของสวนเดินหอบมาแต่ไกล นาน ๆ ครั้งได้มาทำงานที่นี่เหนื่อยใช่เล่นเหมือนกัน เพราะปาล์มรายหนึ่งหนักเกือบสี่สิบโล จริง ๆ ก็มีลูกน้องเกือบยี่สิบคนที่ทำอยู่แล้ว ทว่ามาถึงที่นี่แล้วจะให้นั่งอยู่เฉย ๆ ก็คงไม่ได้คนที่นั่งแกว่งเท้าอยู่ท้ายกระบะเอาแก้วตักน้ำเย็น ๆ ในกระติกส่งให้กับเธียรวิญช์ พร้อมกับกินขนมที่ได้มาจากโรงครัวเมื่อวานตอนเย็นหลังจากได้ชิมพายส้มไปแล้ว“กินไหม”ขนมปังในมือที่ตัวเองกัดไปแล้วถูกยื่นไปให้เธียรวิญช์อย่างคนมีน้ำใจจนลืมคิดไปว่าตัวเองกินไปแล้ว กระนั้นเธียรวิญช์ก็ไม่ได้นึกรังเกียจ แค่น้องเป็นคนยื่นมาให้ก็กินทันทีไม่คิดขัดใจ ส่วนที่เหลือช่อไม้ก็เอาเข้าปากตัวเองจนหมดในคำเดียว“ยุงกัดหรือเปล่า พี่บอกแล้วให้คุณช่อใส่ขายาวมา”“ก็กลัวมันร้อนนี่”“เลยไม่สนว่ายุงจะกัดน่ะเหรอ”ดวงหน้าหวานหงอยลงครั้นโดนดุเพราะไม่เชื่อฟัง ครั้งนี้ช่อไม้ไม่รู้จะเถียงอะไรเพราะยุงกัดขาอย่างที่คนพี่ว่าจริง ๆ อีกอ

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   06 เด็กขี้งอนกับคนขี้แกล้ง

    เธียรวิญช์ตามช่อไม้กลับมาที่บ้าน แวะที่บ้านของเจ้าตัวก่อนแล้วถึงได้รู้ว่าไม่อยู่ เลยกลับมาดูที่บ้านของตัวเอง เป็นอย่างที่คิดจริง ๆ ช่อไม้แอบมานอนอยู่ที่นี่คนเดียว วันนี้พ่อกับแม่ออกไปทำธุระกันข้างนอก ป่านนี้เลยยังไม่กลับ เด็กดื้อคนนี้ก็ยังไม่ยอมกลับบ้านดวงตาคมกวาดมองไปรอบ ๆ เห็นปิ่นโตของใบบัวตั้งอยู่บนโต๊ะในสภาพที่ยังดูดีไม่มีอะไรเสียหาย ครั้นเดินเข้ามาใกล้คนที่นอนอยู่ในเปลถึงได้เห็นว่าหลับไปเสียแล้ว“คุณช่อ!!”“อือ ฮะ โอ๊ย!”มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย พยายามกลั้นขำ ที่เห็นช่อไม้ตกใจเพราะเสียงเรียกจนรีบดีดตัวลุกขึ้นจนตกจากเปลนั่งก้นจ้ำเบ้าอยู่บนพื้น ดีที่เปลไม่ได้สูงมากนัก ใบหน้าจิ้มลิ้มเหยเกเพราะความเจ็บ ทั้งยังงัวเงียจากอาการง่วงนอน“ที่แท้ก็แอบมานอนอู้อยู่ที่บ้านพี่นี่เอง ทั้งที่เป็นเวลางานแท้ ๆ”“เราไม่ได้อู้นะ!” เมื่อถูกกล่าวหาก็รีบโต้กลับไปทันที ก่อนจะเอ่ยออกไปด้วยใบหน้างอง้ำ “เห็นเราเจ็บทำไมยังไม่ช่วยอีก”“ก็คุณช่องอนพี่อยู่ พี่ก็นึกว่าไม่ต้องการให้พี่ช่วยเสียอีก”“ชิ! เราลุกขึ้นเองก็ได้”หากขอร้องให้ช่วยก็คงไม่ใช่คุณช่อ ในเมื่อไม่อยากช่วยก็จะไม่ขอ พยายามลุกขึ้นทั้งที่ข้อเท้

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   05 คู่แข่งในวัยเด็ก

    ใบหน้าจิ้มลิ้มเหยเกขึ้นเพราะความเจ็บ รู้สึกเหมือนข้อเท้าบวมยิ่งกว่าเมื่อวานเสียอีก ทั้งที่กินยาไปแล้ว แต่เหมือนจะไม่ช่วยอะไรเลย นอกจากทำให้ง่วงนอน ส่วนความเจ็บทุเลาลงไปเพียงครู่หนึ่งพอหมดฤทธิ์ยาก็กลับมาเจ็บซ้ำอีก เหมือนจะมีไข้อ่อน ๆ ตามมาด้วย ลำบากคุณแม่ต้องมาคอยเช็ดตัวให้เมื่อคืนนี้“สวัสดีครับน้าวาด ผมซื้อน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋มาฝากครับ ส่วนอันนี้ของคุณช่อครับน้ำเต้าหู้ทรงเครื่อง”เธียรวิญช์ตื่นไปตลาดตั้งแต่เช้า ซื้อน้ำเต้าหู้เจ้าเก่าเจ้าเดิมที่สมัยเรียนชอบแวะไปซื้อก่อนเข้าโรงเรียนเกือบทุกวัน จำได้ดีว่าช่อไม้ชอบกินแบบไหนเลยตั้งใจซื้อมาฝาก ทั้งยังถือโอกาสถามอาการของช่อไม้ด้วย“ขอบคุณมากนะเธียร” ปานวาดแย้มยิ้มพร้อมรับถุงน้ำเต้าหู้มาถือเอาไว้“แล้วคุณช่อเป็นยังไงบ้างครับ ที่ข้อเท้ายังเจ็บมาหรือเปล่า”“เมื่อเช้าน้าเพิ่งเอาข้าวเอายาไปกิน เมื่อคืนก็มีไข้เช็ดตัวให้ทั้งคืน คงจะเจ็บมากอยู่”“ผมขอโทษนะครับที่ดูแลน้องไม่ดี น้องเลยต้องเจ็บตัวแบบนี้”“ความผิดของเธียรที่ไหนกัน” เธอรู้นิสัยของลูกชายเธอดี ต่อให้เธียรวิญช์คอยเฝ้าไม่ละสายตา ช่อไม้ก็คงยังซนเหมือนเดิม เรื่องที่ช่อไม้เจ็บตัวกลับบ้านมาเธ

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   04 ใครเด็กกว่ากัน

    ทำงานมาสามวันวันนี้ช่อไม้ได้ออกมาเปิดหูเปิดตาข้างนอกสักที หลังจากเห็นแค่สวนส้ม ทุ่งหญ้ากว้างสีเขียว ไหนจะไก่ กับวัวนั่นอีก ในที่สุดเขาก็สามารถเกาะติดเธียรวิญช์เข้าตัวเมืองมาจนได้ แม้ว่าต้องแผลงฤทธิ์ใช้ความเอาแต่ใจของตัวเองจนโดนคุณแม่ตำหนิก็ตาม“วันนี้ห้ามดื้อนะคุณช่อ พี่ต้องคุยงานไม่ได้มาคอยเฝ้า”“เราดื้อที่ไหน คุณเธียรกล่าวหากันซึ่ง ๆ หน้าแบบนี้ได้ยังไง” เถียงกลับทันควัน ไม่ยอมรับต่อคำกล่าวหาที่คนพี่ว่ามา“ครับไม่ดื้อก็ไม่ดื้อ”ใบหน้าหวานงอง้ำ คิ้วขมวดเข้าหากันอย่างไม่สบอารมณ์ ครั้นคนพี่หัวเราะเยาะกัน เขาพูดอะไรผิดไปตรงไหน เขาไม่ได้ดื้ออย่างที่คุณเธียรว่ามาสักหน่อยเธียรวิญช์เหลือบตามองเด็กหนุ่มข้าง ๆ ที่กอดอกเบือนหน้าหนีไปมองนอกหน้าต่าง ช่อไม้ก็ยังคงเป็นช่อไม้อยู่วันยังค่ำระยะทางเกือบเก้าสิบกิโลเมตรกว่าจะมาเข้าตัวเมือง เธียรวิญช์แวะคุยธุระที่บริษัทส่งออกสินค้าแปรรูป ปล่อยให้ช่อไม้นั่งรออยู่ในรถคนเดียว แทนที่จะพาไปด้วย ให้นั่งรอเฉย ๆ หน้าห้องก็ยังดี อยู่คนเดียวแบบนี้เหงาจะตายสิบกว่านาทีแล้วที่เธียรวิญช์หายเข้าไปในบริษัทนั้น ช่อไม้ไม่รู้ว่าจะทำอะไรนอกจากนั่งเฉย ๆ หรือไม่ก็เอนเบาะนอน

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   03 เจ้านายอะไรใจดำ

    หลังจากเรียนรู้งานไปได้หนึ่งวันเต็ม วันนี้เป็นวันที่สองของการเริ่มลงมือทำงานเองจริง ๆ ตอนแรกช่อไม้คิดว่าเธียรวิญช์คงรับปากแม่ของเขาไปอย่างนั้น ไม่ให้ทำงานที่ฟาร์มจริง ๆ หรอก แต่ผิดคาดเพราะดูท่าแล้วน่าจะตั้งตารอใช้งานเขาเยี่ยงทาสอยู่แน่ ๆ เมื่อวานนี้ก็คงหลอกกันให้ตายใจสินะช่อไม้ตื่นตั้งแต่เช้าเพราะคุณแม่มาตาม เนื่องจากเรื่องเมื่อวานถูกคุณหญิงย่ารายงานให้ฟังว่าตนไปทำงานสายจนเธียรวิญช์ต้องมาตามถึงที่บ้าน วันนี้เลยต้องจำใจลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวออกจากบ้านไปพร้อมกับแม่ก่อนตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า ปาดวาดแวะมาส่งช่อไม้ที่หน้าบ้านเธียรวิญช์เสร็จก็เลี้ยวรถขับไปทำงานไม่ต้องกดกริ่ง หรือตะโกนเรียกให้เหนื่อยประตูรั้วก็เปิดอ้าออกต้อนรับทันที เพราะลูกชายเจ้าของบ้านตื่นมารดน้ำต้นไม้ตั้งแต่เช้า ช่อไม้มองหน้าคนอายุมากกว่าเพียงครู่ ไม่ได้กล่าวทักทายอะไร พลันสายตาเหลือบไปเห็นลูกหมาตัวเล็กสีขาวขนปุกปุยกำลังวิ่งเล่นอยู่ใต้ถุนบ้านใบหน้าหวานก็เผยยิ้มอ่อน เดินไปหาทันที“หมาน้อย น่ารักจังเลย”ช่อไม้เพิ่งเคยเห็นมันครั้งแรก เมื่อก่อนบ้านเธียรวิญช์ไม่เคยเลี้ยงหมาหรือแมวเพราะช่อมาเล่นที่นี่บ่อย เธียรวิญช์เลยหลีกเลี่ยงก

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   02 ฟาร์มกลิ่มมณฑา

    ฟาร์มกลิ่นมณฑาสร้างขึ้นตั้งแต่เธียรวิญช์ยังไม่เกิด เป็นการดูแลสืบต่อกันมารุ่นต่อรุ่น โดยที่มีคุณปู่เป็นเจ้าของก่อนที่ท่านจะเสียและส่งต่อให้กับลูกชายอย่างอรุณรัตน์จากนั้นหลังเรียนจบเธียรวิญช์ก็กลายเป็นคนที่รับช่วงต่อจากพ่ออีกทีเนื้อที่ของฟาร์มอยู่ที่ 700 ไร่ ถูกแบ่งเป็นสัดเป็นส่วนอย่างดี ทั้งโรงเรือนไก่ไข่ ฟาร์มโคนม คอกม้า โรงเก็บของ โรงงานแปรรูปขนาดกลาง โรงครัวแบ่งเป็นสองฝั่งคือโรงครัวสำหรับคนงาน และโรงครัวสำหรับแปรรูปอาหาร โซนสุดท้ายทางฝั่งขวาถูกแบ่งเนื้อที่ไปประมาณ 100 ไร่ ทำเป็นสวนส้มโชกุน เรียกได้ว่าเป็นฟาร์มที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดตรัง และเป็นที่รู้จักแพร่หลาย เพราะที่นี่จะเปิดรับนักท่องเที่ยวให้เข้ามาชมฟาร์มแค่ปีละห้าครั้งเท่านั้น ระยะเวลาขึ้นอยู่กับทางเจ้าของเป็นคนกำหนด รายได้ต่อปีเฉลี่ยแล้วก็หลายสิบล้านนอกจากนี้เธียรวิญช์เพิ่งสร้างบ้านใกล้กับฟาร์มเพื่อสะดวกต่อการพักผ่อนหากวันไหนเหนื่อยจนไม่อยากขับรถกลับบ้าน แม้ว่าระยะทางจากบ้านที่ตนอาศัยอยู่กับพ่อแม่ห่างจากฟาร์มแค่หกกิโลก็ตาม“วันนี้พี่จะพาเดินดูงานก่อนแล้วกัน”เพิ่งจะวันแรกหากให้เริ่มทำงานเลยเห็นทีเจ้าตัวได้โวยวายพอดี เธียรวิ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status