Partager

บทที่ 2

Auteur: Chenaimei
last update Date de publication: 2026-01-23 20:27:53

“คุณช่อล้างหน้าล้างตาเสร็จหรือยัง คุณหญิงย่ารอทานข้าวอยู่”

“เสร็จแล้วครับ เดี๋ยวช่อตามลงไป”

เด็กหนุ่มตอบกลับผู้เป็นแม่ โกหกไปอย่างนั้นทั้งที่เพิ่งจะลืมตาตื่นตอนท่านมาเรียกเมื่อกี้นี้แท้ ๆ

ร่างเล็กลุกลี้ลุกลนวิ่งเข้าห้องน้ำไปล้างหน้า แปรงฟัน ก่อนจะลงมาชั้นล่าง ก็เจอกับคุณหญิงย่าและแม่ของตนกำลังนั่งรอกินข้าวเช้าพร้อมกัน แม้จะยังง่วงอยู่แต่ก็ต้องฝืนตื่นขึ้นมา เพราะคุณแม่ไม่ชอบให้นอนตื่นสาย เกรงว่าจะติดเป็นนิสัย แต่หารู้ไม่ว่าตอนเรียนอยู่มหา’ลัยบางวันกว่าจะตื่นก็เกือบเข้าเรียนสาย ทว่าเพราะเป็นความขยัน และตั้งใจผลการเรียนถึงออกได้ดีมาตลอด อีกทั้งไม่เคยทำให้คุณแม่ท่านต้องหนักใจ

คุณหญิงย่าเพ็ญศรีตักกุ้งในข้าวต้มถ้วยตัวเองให้กับช่อไม้ โชติวรรธน์ ศรีประดับธรรม หลานชายเพียงคนเดียวของเธอ นานวันเข้ายิ่งโตก็ยิ่งหน้าตาละม้ายคล้ายพ่อของตน เวลามองทีไรก็อดคิดถึงลูกชายที่เสียไปแล้วไม่ได้ หากฉัตรฉายยังอยู่คงภูมิใจในตัวลูกชายคนนี้น่าดู ที่ตลอดยี่สิบปีช่อไม้เติบโตมาอย่างดีขนาดนี้

ในสายตาของเพ็ญศรีเธอยังคงเห็นช่อไม้เป็นเพียงเด็กน้อยคนหนึ่งที่เธอเฝ้าถนอมมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก จนตอนนี้เจ้าตัวโตอายุยี่สิบสี่ปีแล้ว

“คุณหญิงย่าไม่ต้องให้ช่อแล้ว กินเถอะครับ กินเยอะ ๆ จะได้แข็งแรง คุณแม่ด้วยนะครับ”

“คุณช่อก็กินเยอะ ๆ”

ปานวาดเอ่ยกับลูกชาย เพราะตั้งแต่ที่ช่อไม้ไปเรียนมหา’ลัย ทุกครั้งที่กลับมาบ้านก็ผอมลงจนน่าใจหาย หลังจากนี้เธอจะขุนให้กลับมาเป็นเจ้าตุ้ยนุ้ยเหมือนเมื่อก่อนให้ได้

ตั้งแต่เรียนจบช่อไม้ก็กลับมาอยู่บ้านได้อาทิตย์กว่าแล้ว ตั้งใจมาหางานทำแถวบ้านเพราะไม่อยากห่างแม่กับย่า อีกอย่างท่านทั้งสองก็อายุเยอะขึ้นทุกวัน อย่างน้อยมีเขาอยู่ด้วยสักคนก็คงพอช่วยเหลืออะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้บ้าง

“คุณช่อได้ดูงานไว้บ้างหรือยัง ว่าอยากทำที่ไหน”

“จริง ๆ ก็ดูไว้บ้างแล้วครับ แต่ส่วนใหญ่อยู่ในตัวเมืองทั้งนั้นเลย” จากที่ตั้งใจว่าจะกลับมาหางานใกล้บ้าน กลายเป็นไกลบ้านเหมือนเดิม การเดินทางไปกลับจากบ้านเข้าตัวเมืองก็ไกลหลายสิบกิโลเมตร รถราก็ขับเองไม่เป็น ให้นั่งรถไปกลับทุกวันก็สะดวกอยู่หรอก แต่คนที่ยังไม่มีงานทำแบบเขาจะเอาเงินมาจากไหนนอกจากแบมือขอแม่กับย่า

“ไปเป็นครูฝึกสอนที่โรงเรียนเดียวกับแม่ไหม แม่จะช่วยฝากฝังให้”

“ไม่เอาครับ ช่อไม่อยากเป็นครูคุณแม่ก็รู้”

ช่อไม้ไม่ชอบงานราชการ ต่อให้แม่จะเป็นคุณครูที่เหลือเวลาอีกสิบปีเอ็ดก็เกษียณแล้วแต่ก็ยังทำงานหนักทุกวัน ช่อไม้เห็นมาตลอดตั้งแต่จำความได้ เท่าที่รู้จากฟังคุณย่าเล่ามาพ่อของเขาก็เป็นตำรวจ และแม้ว่าอาชีพเหล่านี้มันจะมั่นคงช่อไม้ก็ยังไม่ชอบอยู่ดี อีกอย่างคุณหญิงย่าเป็นลูกหลานผู้ดีเก่า ทรัพย์สมบัติที่มีชาตินี้ก็กินไม่หมด หากหางานไม่ได้จริง ๆ ช่อไม้วางแผนไว้ว่าจะเกาะคุณหญิงย่ากินไปสักระยะ

แต่ก็เป็นความคิดตลก ๆ เท่านั้น ขอพักให้หายเหนื่อยจากเรื่องเรียนเมื่อนั้นก็จะเริ่มหางานทำจริง ๆ จัง ๆ

“งั้นไปทำงานกับพี่เธียรไหม คุณช่อเรียนเกี่ยวพวกเกษตรอะไรแบบนี้มานี่ ลองไปให้คุณเธียรสอนงานดูดีกว่านอนอยู่บ้านเฉย ๆ อีกอย่างทั้งฟาร์มทั้งสวนส้มของพี่เขาก็อยู่ไม่ไกล คุณช่อเองก็อยากทำงานใกล้บ้านนี่ แม่ว่าแบบนี้ดีเลยนะ”

“ย่าเห็นด้วยกับแม่นะ ได้ทำงานกับคนที่สนิทกันมีปัญหาอะไรก็คุยด้วยง่าย”

“ไม่เอา ช่อไม่อยากทำกับคุณเธียร แล้วช่อก็ไม่ได้สนิทกับคุณเธียรแล้วด้วย”

“ทำไมล่ะ? ถ้าเป็นเมื่อก่อนคุณช่อคงดีใจกระดี๊กระด๊าน่าดู”

“นั่นมันเมื่อก่อน ตอนนี้ไม่แล้วครับ ช่อไม่อยากยุ่งกับคุณเธียรแล้ว”

“ถ้าพี่เขามาได้ยินคงเสียใจแย่”

ช่อไม้ไม่ได้สนใจที่คุณแม่ท่านพูด ตักข้าวเข้าปากอย่างเร่งรีบ ครั้นพูดถึงชื่อคนที่ไม่เจอกันมานานเกือบสิบปีก็รู้สึกคันยุบยิบในใจอย่างน่าหงุดหงิด ความทรงจำในอดีต คำพูดใจร้ายที่อีกฝ่ายเคยทิ้งเอาไว้ยังเป็นแผลในใจตอกย้ำอยู่ถึงทุกวันนี้

ช่อไม้พยายามเลี่ยงที่จะเจอหน้าคุณเธียรมาตลอดแม้ว่าจะคิดถึงมากแค่ไหนก็ตาม ใช้เวลาตั้งนานกว่าจะตัดใจเลิกรักอีกฝ่ายได้ วันนี้คุณแม่จะให้กลับไปยุ่งเกี่ยวด้วย ไม่เอาด้วยหรอก

ไม่มีทาง!

.

.

“น้าฝากน้องด้วยนะเธียร ช่วยสอนงานน้องหน่อย”

อา..ให้ตายเถอะ โดนคุณแม่ลากมาจนได้

“ได้ครับคุณน้า ผมจะสอนงานน้องให้เอง”

คนถูกฝากฝังรับปากจะช่วยสอนงานให้ด้วยความเต็มใจ แต่เมื่อหันมองหน้าคนที่หลบอยู่หลังแม่แล้ว ดูก็รู้ว่าถูกบังคับมา

“ก็ช่อบอกแล้วไงครับ ว่าไม่อยากทำงานกับคุณเธียร”

“โตจนป่านนี้ยังดื้ออยู่อีกหรือคุณช่อ” เธียรวิชญ์เอ่ยพลางยกมือขึ้นจับศีรษะทุยโยกไปมาเบา ๆ ราวกับคุ้นชิน

“อย่ามาโดนตัวเรา เราไม่ชอบ”

คนอายุมากกว่าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อคนน้องถอยห่างออกไป ทั้งยังเบือนหน้าหนีไปทางอื่นอย่างไม่สบอารมณ์ เปลี่ยนไปเยอะจริง ๆ ไม่เจอกันตั้งนานช่อไม้ที่เคยกระโดดโลดเต้น วิ่งมาเกาะแข้งเกาะขาเขาเหมือนตอนเด็ก ๆ ไม่มีอีกแล้ว เดี๋ยวนี้จะจับนิดจับหน่อยก็ไม่ได้ แม้แต่หน้าอีกฝ่ายก็ยังไม่มองกัน ไหนจะสรรพนามที่แทนตัวเองนั่นอีก

“เอาน่าคุณช่อ ดีกว่าอยู่บ้านเฉย ๆ ทำงานกับพี่เธียรนี่แหละ”

ปานวาดรับรู้มาตลอดว่าช่อไม้กับเธียรวิชญ์ผิดใจกัน แม้จะไม่รู้สาเหตุที่แน่ชัด แต่ท่าทีที่เปลี่ยนไปของลูกชายเธอดูออกว่ามันไม่เหมือนเดิม เธอจึงอยากใช้โอกาสนี้ให้ทั้งสองคนได้ปรับความเข้าใจกัน ยังไงเสียก็โตมาด้วยกัน หากจะมองหน้ากันไม่ติดอย่างนี้ต่อไปก็คงไม่เป็นผลดี ทั้งที่เมื่อก่อนสนิทกันมากแท้ ๆ

“วันนี้ให้คุณช่อกลับบ้านไปทำใจก่อนแล้วกัน พรุ่งนี้ค่อยเริ่มงาน พี่จะไปรับตอนเช้า”

“ไม่ต้อง! เราไปเองได้”

สุดท้ายช่อไม้ก็ยอมทำตามที่แม่บอก คิดเอาไว้ลองทำไปสักพักแล้วค่อยหาเรื่องลาออกก็คงไม่มีปัญหาอะไร จากนั้นหางานที่อื่นได้เมื่อไรเขาจะไปทันที

“เอาอย่างนั้นก็ได้ พรุ่งนี้เจ็ดโมง หวังว่าจะไม่สายนะครับคุณช่อ”

ช่อไม้ไม่ตอบอะไรกลับไป เพียงตวัดตามองเล็กน้อย เดินฟึดฟัดกับตัวเองออกไปจากบ้านของเธียรวิชญ์ โดยที่ไม่รู้เลยว่ามีใครกำลังแอบยิ้มกับท่าทีของตนอยู่

“ขอโทษแทนน้องด้วยนะเธียร”

“ไม่เป็นไรครับ”

เธียรวิชญ์ไม่ได้นึกถือสา เพราะเห็นช่อไม้มาตั้งแต่เกิด อยู่ด้วยกันมาตั้งนานรู้อยู่แล้วว่าน้องนิสัยยังไง ซึ่งไม่ได้เกินความสามารถเขาอยู่แล้ว ยังไงก็เอาช่อไม้อยู่หมัดแน่นอน แม้ว่าสิบปีที่ผ่านมาเราจะไม่ได้ติดต่อกันอีกเลยหลังจากวันนั้นที่เขาปฏิเสธอีกฝ่ายไป แต่ก็ใช่ว่าจะปล่อยผ่านไปเลย พอช่อไม้หายไปจริง ๆ เธียรวิชญ์ก็รู้สึกผิดที่พูดไม่ถนอมน้ำใจน้อง พยายามที่จะโทรหาเพื่อพูดคุยก็ไม่ยอมรับสาย แวะมาหาที่บ้านก็เอาแต่หลับหน้าขังตัวเองอยู่ในห้อง กลายเป็นว่าไม่ได้เจอ ไม่ได้คุยกันอีกเลย

ความสัมพันธ์ฉันพี่น้องระหว่างเราได้แปรเปลี่ยนไปแล้ว ความรู้สึกของช่อไม้ที่เคยมีก็คงไม่เหมือนเดิม ทว่าสำหรับเธียรวิชญ์แล้วเคยเอ็นดูช่อไม้ยังไงตอนนี้ก็ยังคงเป็นอย่างนั้น ยังคงหวังว่าจะได้กลับมาสนิทกันอีกครั้ง

🍊🍊🍊

วันต่อมา

เวลาเจ็ดโมงครึ่งเธียรวิชญ์ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของคนที่น้าปานวาดเพิ่งพามาฝากให้ทำงานกับตัวเอง ไม่แน่ใจว่ายังไม่ตื่น หรือกำลังลีลาที่จะมาเจอหน้าเขากันแน่

เธียรวิชญ์ขี่มอเตอร์ไซค์มาจอดหน้าบ้านช่อไม้ กดกริ่งเรียกเจ้าของบ้านพลางชะเง้อคอมองไปด้านใน เพียงไม่นานก็มีคนออกมาเปิดรั้วให้

“สวัสดีค่ะคุณเธียร”

“สวัสดีครับน้าสาว” ยกมือสวัสดีน้าแม่บ้านอย่างคนมีมารยาท

“มาหาคุณหนูช่อเหรอคะ?”

“ครับ น้องตื่นยังครับ”

“ตื่นแล้วนะคะ น้าเห็นคุณหนูแกลงมาส่งคุณแม่ไปทำงานเมื่อไม่กี่นาทีก่อนนี้เองค่ะ”

“งั้นผมขอเข้าไปหาน้องได้ไหมครับ”

“เชิญค่ะ”

เพราะรู้จักกันมานาน การที่พาเธียรวิญช์เข้ามาในบ้านจึงไม่ใช่เรื่องแปลก เมื่อก่อนนี้ก็เข้าออกที่นี่ราวกับเป็นบ้านตัวเองอาจเป็นเพราะช่อไม้มักจะชักชวนให้มาอยู่เล่นด้วยกัน หรือแม้แต่ตอนที่ช่อไม้ไปเรียนต่อมหาวิทยาลัย เธียรวิญช์ก็แวะมาเยี่ยมเยือนคุณหญิงเพ็ญศรีและคุณหญิงปานวาดอยู่บ่อยครั้ง

“คุณท่านค่ะ คุณเธียรมาค่ะ”

“สวัสดีครับคุณหญิงย่า” เพราะความเคยชินที่เรียกท่านแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก ๆ เลยไม่ใช่เรื่องแปลกแม้ว่าจะไม่ได้เป็นอะไรกันมากกว่าเพื่อนบ้านก็ตาม

“อ้าว พ่อเธียรมานั่งนี่สิ นี่ถ้ามาเร็วกว่านี้คงได้ทานมื้อเช้าด้วยกันแล้ว”

คุณหญิงเพ็ญศรีนึกเสียดายที่เธียรวิญช์มาช้าไปเสียหน่อย เพราะเพิ่งกินมื้อเช้ากันเสร็จไม่กี่นาทีนี้ก่อนที่ปาดวานจะไปทำงาน หากมาเร็วกว่านี้อีกหน่อยคงได้ร่วมโต๊ะด้วยกัน

“ไว้วันหลังผมจะมาให้ทันมื้อเช้านะครับ”

“ได้สิ พุแล้วนะ ถึงย่าจะแก่แต่ก็ไม่ลืมหรอกนะ” หญิงชรายกยิ้มรับ พร้อมเอ่ยถามอีกครั้ง “มาหาช่อไม้หรือ”

“ครับ น้าวาดฝากให้น้องทำงานกับผม แต่นี่มันเลยเวลาแล้ว ผมเลยมาตามน่ะครับ”

“หลานคนนี้นี่ไม่รู้จักรักษาเวลาเลยจริง ๆ ทั้งที่ตื่นตั้งนานแล้วแท้ ๆ”

“ไม่เป็นไรครับ” เธียรวิญช์เอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม เขาไม่ได้จะมาเร่งรีบอะไรช่อไม้ เพียงแต่เขาเองก็ต้องไปทำงานเหมือนกัน จะให้มารอน้องทั้งวันก็คงไม่ได้ เพราะเมื่อวานนี้เขาก็ให้เวลาทำใจไปแล้ว

“สาว ขึ้นไปช่อไม้หน่อย”

“ช่อมาแล้วครับ”

เด็กหนุ่มที่ยืนลุกลี้ลุกลนอยู่ตรงทางเดินลงบันไดเมื่อครู่ ตอบกลับมาเสียงดังนำมาก่อนเจ้าตัว เขาเห็นเธียรวิญช์ผ่านทางหน้าต่างห้องนอนตั้งแต่อีกฝ่ายขี่มอเตอร์ไซค์มาเกือบถึงหน้าบ้าน ช่อไม้ไม่ได้ลืมว่าวันนี้ตนต้องไปทำงานกับเธียรวิญช์ตามที่แม่ได้ฝากฝังเอาไว้ แต่ใจมันยังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้าจริง ๆ จัง ๆ เพราะที่ผ่านมาเขาเอาแต่หลบหน้าคนพี่ พอตกอยู่ในสถานการณ์บีบบังคับแบบก็แอบรู้สึกอึดอัดใจขึ้นมาเล็กน้อย

“ทำไมช้านักละ พ่อเธียรเขาถึงขั้นต้องมาตามถึงที่บ้าน”

“ช่อท้องเสียครับ ก็เลยช้า” ปากพูดออกไปอย่างนั้น แต่ในใจพร่ำขอโทษคุณหญิงย่าซ้ำ ๆ ที่ต้องโกหก

“ท้องเสียหนักหรือเปล่า?”

“...”

“พ่อเธียรถามไม่ได้หรือช่อไม้”

“ได้ยินครับ”

“แล้วทำไมถึงไม่ตอบ”

ใบหน้าจิ้มลิ้มเจื่อนลงเล็กน้อย เมื่อน้ำเสียงของคุณหญิงย่าคล้ายกับกำลังดุกัน ช่อไม้รู้ดีว่าคุณหญิงย่าของตนนั้นเป็นคนเคร่งเรื่องมารยาทประมาณหนึ่ง บางอย่างอาจจะปล่อยผ่านไปได้ ทว่าหากเห็นถึงความไม่สมควรก็จะถูกตักเตือนหรือตำหนิอยู่กลาย ๆ ให้รู้ตัว

“ไม่หนัก เรากินยาแล้ว ดีขึ้นแล้ว”

“จะไปทำงานไหวใช่ไหม”

“ไหว..ครับ” ใจจริงก็อยากบอกว่าไม่ไหวอยู่หรอก แต่ถ้าหากไม่ไปกับคุณเธียรแล้วเลือกอยู่บ้าน วันนี้คงโดนอบรมมารยาทยกใหญ่แน่ ๆ ยิ่งตอนนี้จะยี่สิบสี่แล้วคุณหญิงย่าคงไม่มีทางปล่อยผ่านไปง่าย ๆ เหมือนตอนเด็ก ๆ ที่ยังไม่รู้ประสีประสา

“ถ้าอย่างนั้นย่าฝากน้องด้วยนะพ่อเธียร”

“ครับคุณหญิงย่า”

“ช่อไปนะครับคุณหญิงย่า”

เด็กหนุ่มนั่งลงข้าง ๆ พร้อมกอดคุณหญิงย่าของตน หอมแก้มซ้ายขวาฟอดใหญ่ เรียกเอาขวัญกำลังใจในการทำงานที่ไม่ได้เต็มใจอยากจะไปทำวันนี้

“ตั้งใจทำงานนะ อย่าดื้อกับพ่อเธียรเขามากนัก”

“ครับ”

อ้อนออดคุณหญิงอยู่ไม่นานก็ลุกขึ้นเดินตามเธียรวิญช์มาหน้าบ้าน กวาดตามองสำรวจมอเตอร์ไซค์ของเธียรวิญช์เป็นคันที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน นี่เขาต้องซ้อนท้ายคุณเธียรนั่งคันนี้ไปทำงานจริง ๆ เหรอ เมื่อก่อนนี้เคยนั่งซ้อนท้ายแค่ตอนอีกฝ่ายปั่นจักรยาน คงไม่พาข้างทางที่ไหนหรอกใช่ไหม

“คุณช่อ”

“...” เจ้าของชื่อละสายตาจากรถ ผินหน้ากลับมามองคนเรียก

“พร้อมไหม”

“...”

เพราะมัวแต่สำรวจรถพลางคิดถึงอดีตถึงไม่ทันรู้ตัวว่าระยะห่างของตัวเองกับเธียรวิญช์ห่างกันเพียงหนึ่งฝ่ามือกั้นเท่านั้น เป็นระยะที่ใกล้ที่สุดในรอบสิบปี และนั้นก็ทำให้ช่อไม้ได้รู้ว่า...

ตลอดระยะเวลาสิบปีที่เขาใช้ตัดใจ ดูเหมือนจะสูญเปล่าตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้สบตาคู่นี้อีกครั้ง

#คุณเธียรอย่าตื๊อ
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   บทที่ 35

    วันนี้อากาศดี มองไปทางไหนก็สว่างสดใส ท้องฟ้าปลอดโปร่ง แม้ว่าแสงจากดวงอาทิตย์จะร้อนมากแค่ไหน แต่ก็ยังมีลมพัดเอื่อย ๆ ไม่ขาดสายพอทุเลาความร้อนได้บ้าง ยิ่งได้ร่มเงาจากต้นไม้ยิ่งทำให้รู้สึกเย็นขึ้น ช่อไม้นั่งอ่านหนังสือการ์ตูนจบไปหนึ่งเรื่องก็เริ่มจะง่วงขึ้นมา“คุณเธียรช่อง่วง” เอ่ยบอกคนที่นอนหนุนตักตัว

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   บทที่ 34

    ‘อีกไม่กี่เดือนก็ต้องไปเรียนต่อมหาลัยแล้ว ปีนี้ได้ใช้เวลาอยู่กับคุณช่อยังไม่คุ้มเลย ทำให้คุณช่อน้อยใจจนร้องไห้อยู่หลายครั้ง ปีนี้พี่ไม่มีอะไรจะเขียนเลยนอกจากอยากขอโทษคุณช่อ ขอโทษที่ทำให้ร้องไห้ ขอโทษที่ไม่มีเวลาให้ ถ้าไปเรียนที่นู่นพี่ต้องคิดถึงคุณช่อมากแน่ ๆ คุณช่อเองก็คงคิดถึงพี่เหมือนกันใช่ไหม ตอ

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   บทที่ 33

    “คุณเธียร”“ครับ?”จู่ ๆ ช่อไม้ก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ วางหนังสือในมือขยับมานั่งใกล้ ๆ เธียรวิญช์“จำกล่องจดหมายที่เราเคยเขียนกันตอนเด็ก ๆ ได้ไหม”“กล่องจดหมาย?”“ที่ทุก ๆ วันสุดท้ายของปีเราจะเขียนว่าตลอดปีเจออะไรมาบ้าง พร้อมอธิษฐานขอสิ่งที่ต้องการ”“จริงสิ พี่ลืมไปเลย แล้วตอนนี้คุณช่อยังเก็บไว้อยู

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   บทที่ 32

    2 เดือนต่อมา“คุณแม่ครับ ชิมให้ช่อหน่อยว่ามันอร่อยหรือยัง”ช่อไม้ตักผัดผักใส่จานมาให้คุณแม่ชิม เพราะวันนี้ลงทุนเข้าครัวทำกับข้าวเอง เนื่องจากเป็นวันแห่งความรัก นานทีปีหนช่อไม้ถึงจะเข้าครัวทำอาหารสักที ปกติจะเป็นลูกมือช่วยคุณแม่เสียมากกว่า หากให้ทำทุกวันคงได้เททิ้งมากกว่ากิน“เติมซอสเพิ่มเค็มอีกหน่อย

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   บทที่ 31

    นั่นเลยเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ช่อไม้ติดเธียรวิญช์เป็นตังเมแต่ตั้งแต่จำความได้ และถึงแม้ว่าจะห่างกันไปนานเป็นสิบปี เธียรวิญช์ก็ยังคงเป็นอย่างนั้นอยู่ หากว่าเขาตัดใจจากเธียรวิญช์ได้แล้ว ตอนนี้เขาจะนึกเสียดายไหนนะ จะมีโอกาสได้เจอคนที่ทำทุกอย่างให้เขาได้เหมือนเธียรวิญช์หรือเปล่ารถยนต์เลี้ยวเข้าโรงแร

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   บทที่ 30

    อร่อย!! อร่อยกว่าของตัวเองที่กำลังกินอยู่ด้วยซ้ำ ไอศกรีมกะทิหอม ๆ มัน ๆ หวาน ๆ กินคู่กับขนมปังนุ่ม ๆ เข้ากันอย่างน่าเหลือเชื่อ ดวงตากลมใสเป็นประกายวับขึ้น จนเธียรวิญช์อดยิ้มตามไม่ได้ ที่บอกว่าซื้อมาฝากความจริงแล้วก็แค่อยากกินเอง ซึ่งปกติเธียรวิญช์ไม่ได้ชอบของหวานอยู่แล้ว แต่ที่กินมาตลอดก็เพราะช่อไม้

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   บทที่ 29

    ช่อไม้ช่วยคนงานยกเข่งส้มขึ้นหลังรถกระบะที่เธียรวิญช์จอดเอาไว้ วันนี้ต้องเข้าไปส่งในเมืองตามที่พ่อค้า แม่ค้าสั่งเอาไว้ ประมาณสามถึงสี่เจ้า เธียรวิญช์เลยเลือกที่จะไปเอง โดยมีช่อไม้นั่งไปด้วยกัน ส่วนที่ต้องส่งพ่อค้า แม่ค้าในตลาดแถวบ้านจะให้ไทยเป็นคนเอาไปส่งแทน“ฝากด้วยนะไทย”“ครับ ขับรถดี ๆ ครับนายหัว”

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   บทที่ 13

    “แฮร่!”“นี่! ตกใจหมด” ช่อไม้เป็นคนขวัญอ่อนอยู่แล้ว ยิ่งคิดอะไรเพลิน ๆ จนไม่ทันระวังตัวก็ยิ่งตกใจง่าย“ฮึ..”หญิงสาวตัวเล็กหัวเราะในลำคอเบา ๆ ไม่ได้รู้สึกผิด หรือคิดที่จะขอโทษกันที่ทำให้ช่อไม้ตกใจ“เธอเป็นใคร ทำไมไม่เคยเห็น”“เป็นใครก็ได้โตแล้ว”“มีปัญหาด้านการรับรู้หรือเปล่า เราว่าเธอตอบไม่ตรงคำถาม

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   บทที่ 12

    ช่วงบ่ายของวันช่อไม้เดินหอบมานอนแผ่หลาบนแคร่ใต้ต้นไม้ วันนี้อากาศร้อนอบอ้าวตั้งแต่เช้า เริ่มวันมาช่อไม้ก็ไปเก็บส้มที่สวน กว่าจะเสร็จก็บ่ายโมงกว่าเกือบบ่ายสอง คนงานคนอื่น ๆ ก็แยกกันไปพัก บ้างก็แยกไปคัดส้มในส่วนที่จะนำไปส่งที่ร้านผลไม้ และส่วนที่นำไปส่งโรงครัวเพื่อแปรรูปไปเป็นอย่างอื่น อย่างเช่นส้มกวน

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   บทที่ 9

    เนื่องจากเป็นวันหยุดเลยกินมื้อเช้าช้ากว่าปกติ วันนี้ช่อไม้อาสาออกมาซื้อของที่ตลาดด้วยตัวเอง เนื่องจากหมู่บ้านไม่ได้ไกลจากตลอดมากนักเลยเอาจักรยานคันเก่าคันโปรดมาปัดฝุ่นนำกลับมาใช้งานอีกครั้งระหว่างทางเจอคนรู้จักก็ส่งยิ้มทักทายเขาไปเสียหมด มาถึงตลาดก็หยิบเอากระดาษที่จดไว้ว่าคุณแม่สั่งให้ซื้ออะไรบ้าง

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status