مشاركة

บทที่ 3

مؤلف: Chenaimei
last update تاريخ النشر: 2026-01-23 20:28:13

ฟาร์มกลิ่นมณฑาสร้างขึ้นตั้งแต่เธียรวิญช์ยังไม่เกิด เป็นการดูแลสืบต่อกันมารุ่นต่อรุ่น โดยที่มีคุณปู่เป็นเจ้าของก่อนที่ท่านจะเสียและส่งต่อให้กับลูกชายอย่างอรุณรัตน์จากนั้นหลังเรียนจบเธียรวิญช์ก็กลายเป็นคนที่รับช่วงต่อจากพ่ออีกที

เนื้อที่ของฟาร์มอยู่ที่ 700 ไร่ ถูกแบ่งเป็นสัดเป็นส่วนอย่างดี ทั้งโรงเรือนไก่ไข่ ฟาร์มโคนม คอกม้า โรงเก็บของ โรงงานแปรรูปขนาดกลาง โรงครัวแบ่งเป็นสองฝั่งคือโรงครัวสำหรับคนงาน และโรงครัวสำหรับแปรรูปอาหาร โซนสุดท้ายทางฝั่งขวาถูกแบ่งเนื้อที่ไปประมาณ 100 ไร่ ทำเป็นสวนส้มโชกุน เรียกได้ว่าเป็นฟาร์มที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดตรัง และเป็นที่รู้จักแพร่หลาย เพราะที่นี่จะเปิดรับนักท่องเที่ยวให้เข้ามาชมฟาร์มแค่ปีละห้าครั้งเท่านั้น ระยะเวลาขึ้นอยู่กับทางเจ้าของเป็นคนกำหนด รายได้ต่อปีเฉลี่ยแล้วก็หลายสิบล้าน

นอกจากนี้เธียรวิญช์เพิ่งสร้างบ้านใกล้กับฟาร์มเพื่อสะดวกต่อการพักผ่อนหากวันไหนเหนื่อยจนไม่อยากขับรถกลับบ้าน แม้ว่าระยะทางจากบ้านที่ตนอาศัยอยู่กับพ่อแม่ห่างจากฟาร์มแค่หกกิโลก็ตาม

“วันนี้พี่จะพาเดินดูงานก่อนแล้วกัน”

เพิ่งจะวันแรกหากให้เริ่มทำงานเลยเห็นทีเจ้าตัวได้โวยวายพอดี เธียรวิญช์เลยตั้งใจที่จะพาเดินชมในฟาร์ม พร้อมสอนงานไปด้วย

ความจริงแล้วตอนเด็ก ๆ ช่อไม้เองก็เคยมาที่ฟาร์มอยู่หลายครั้ง แต่มันก็นานมากจนแทบจำไม่ได้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน ยังไง ตอนนั้นช่อไม้ไม่ได้สนใจหรือสังเกตภายในฟาร์มสักเท่าไร เพียงแค่พ่อของคุณเธียรพามาก็วิ่งเล่นซนไปอย่างนั้น ทว่าเป้าหมายหลักจริง ๆ คือการได้กินส้มฟรีที่นี่ต่างหาก

“หากคุณช่อสงสัยตรงไหนก็ให้ถามพี่”

“...”

คนตัวเล็กฟังที่คนพี่พูดแต่ไม่ได้ตอบโต้อะไรกลับไป เพียงแค่เดินตามหลังเงียบ ๆ ปล่อยให้เธียรวิญช์พูดอยู่อย่างนั้นคนเดียว ทั้งยังแอบเก็บส้มที่ต้นกินหน้าตาเฉย เปลือกที่ปอกก็เก็บใส่กระเป๋าหน้าอกของชุดเอี๊ยมไม่ทิ้งหลักฐานเอาไว้ให้โดนจับได้ แต่หารู้คนที่อยู่ใกล้ชิดกับส้มพวกนี้มาตั้งแต่เกิด แค่แกะเปลือกของมันนิดเดียวจมูกก็ได้กลิ่นแล้ว

“คุณช่อสงสัยตรงไหนไหม”

“หืม? อือ”

ช่อไม้ส่ายหัวไปมาจนเส้นผมพลิ้วไหวไปตามแรง ครั้นจู่ ๆ คนที่เดินนำอยู่ด้านหน้าหันมาถามกันไม่ทันตั้งตัว แก้มสองข้างทำหน้าที่กักเก็บส้มเอาไว้จนป่องนูนเหมือนก้อนแป้งกลมก็ไม่ปาน กระนั้นยังทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ไขว้มือที่กำส้มอยู่ทั้งสองข้างไว้ด้านหลัง ทำหน้าซื่อตาใสเดินเบี่ยงตัวนำหน้าเธียรวิญช์ไป ก่อนจะรีบเคี้ยวส้มในปากแล้วกลืนลงคอ

อร่อย.. ส้มโชกุนที่สวนคุณเธียรยังอร่อยเหมือนเดิม อร่อยกว่าที่อื่น ๆ ที่เคยซื้อกิน

ใบหน้าจิ้มลิ้มยกยิ้มอย่างมีความสุข คิดว่าตัวเองตีเนียนได้ดีจนไม่โดนจับได้ เธียรวิญช์ไม่มีทางรู้แน่นอน โดยที่ไม่ได้หันมามองเลยว่าคนที่เดินตามหลังกำลังแอบขำกับท่าทางและนิสัยเด็กน้อยของตนเองอยู่

“วันนี้ให้คุณช่อทำงานง่าย ๆ ก่อนแล้วกัน”

“อะไรครับ”

“ช่วยพี่เก็บไก่ไข่ไปส่งที่ตลาด”

หลังจากสอนการทำงานในสวนส้มไปแล้ว ก็พามาที่โรงเรือนไก่ไข่ วันนี้มีพ่อค้า แม่ค้าในตลาดสั่งไข่กันมาหลายเจ้า เธียรเลยถือโอกาสนี้ให้น้องได้ลองทำอะไรง่าย ๆ ดูก่อน แม้ว่าปกติแล้วจะมีคนงานคอยทำหน้าที่ในส่วนนี้อยู่แล้วก็ตาม

“เราไม่ชอบกลิ่นข้างในนั้น”

จำได้ว่าครั้งแรกที่เข้าไปมันเป็นกลิ่นที่ช่อไม้ไม่ชอบถึงขั้นเวียนหัว ตาลาย เป็นกลิ่นสาบ กินฟาง อาหาร ขี้ไก่ ผสมปนเปกันไปหมด ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้เพียงแค่ไม่ชอบกลิ่นของมันก็เท่านั้น

“มานี่สิ”

ร่างสูงเดินนำไปที่นั่งพักคนงานใกล้ ๆ หยิบเอาถุงมือและหน้ากากอนามัยส่งให้กับช่อไม้ เธียรวิญช์รู้ดีว่าน้องไม่ชอบ แต่นั่นก็เป็นแค่ตอนเด็ก ๆ ไม่คิดว่าโตจนป่านนี้แล้วยังจะเหมือนเดิมอยู่อีก

“คุณเธียรไม่ใส่เหรอ”

“พี่ชินแล้ว”

มันอาจเป็นกลิ่นที่ไม่พึ่งประสงค์เท่าไรนัก แต่เธียรอยู่กับมันมาตั้งแต่เล็กจนโต อะไรแบบนี้ถือเป็นเรื่องปกติ

ตะกร้าไม้สานที่แขวนอยู่ข้างโรงเรียนถูกหยิบมาใช้สองใบ ให้ตนเองหนึ่งใบ และช่อไม้หนึ่งใบ จากนั้นก็พากันเข้ามาในโรงเรือนเริ่มลงมือเก็บไข่

ในตอนแรกดูเหมือนช่อไม้จะกล้า ๆ กลัว ๆ ไม่ค่อยอยากจะหยิบอยากจะจับ แต่พอได้เริ่มทำจริง ๆ กลายเป็นสนุกไปเสียอย่างนั้น เดินเก็บไข่ไก่จนเพลิน บางทียังแวะคุยกับไก่ให้ออกไข่มาให้เก็บเยอะ ๆ อีกต่างหาก

“นี่เจ้าไก่ เบ่งไข่ออกมาอีกสิ จะเอาแต่นอนอู้แบบนี้ไม่ได้นะ”

“คุยกับมันรู้เรื่องหรือไงคุณช่อ”

“ไก่มันก็มีหู ต้องรู้เรื่องอยู่แล้วสิ คุณเธียรเลี้ยงมันมาไม่รู้หรือไง”

“ปีนี้คุณช่ออายุเท่าไรแล้ว”

“ยี่สิบสี่ เอ๊ะ! นี่คุณเธียรจำไม่ได้เหรอ” ใช่สิ สิบปีที่ผ่านมาคุณเธียรไม่ได้อยู่ฉลองวันเกิดกับเขาเหมือนอย่างทุกปีนี่ นึกแล้วน่าน้อยใจชะมัด

“จำได้ พี่ก็แค่ถามดู เพราะคุณช่อตอนนี้เหมือนเด็กน้อยสิบขวบมากกว่าคนอายุยี่สิบสี่เสียอีก”

“นะ นี่!”

ไม่รู้ว่าที่เธียรวิญช์พูดหมายความว่ายังไง กำลังว่าเขาที่ทำตัวไม่สมกับอายุยี่สิบสี่ หรือชมว่าเขาน่ารักเหมือนตอนเด็ก หากเป็นคุณเธียรคนเมื่อก่อนความหมายของประโยคที่เอ่ยออกมาอาจหมายถึงอย่างหลัง แต่คุณเธียรตอนนี้คงตั้งใจว่าเขาแน่ ๆ

ยิ่งช่อไม้ทำหน้าเหลอหลา พูดไม่ออก อีกทั้งยังทำหน้ามุ่ยใส่ยิ่งทำให้เธียรวิญช์ชอบใจจนหลุดขำเบา ๆ ราวกับมีความสุขที่ได้แกล้งกัน

ส่วนช่อไม้ที่ไม่รู้จะเถียงอะไรก็ฟึดฟัดอยู่กับตัวเอง บ่นพึมพำแผ่วเบาไม่ให้อีกฝ่ายได้ยิน แยกออกไปเก็บไข่ไก่อีกฝั่ง เพื่อที่จะได้ไม่ต้องอยู่ใกล้ ๆ กัน

ใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงกว่าจะเก็บไข่ไก่จนหมด เพราะช่อไม้มัวแต่พิรี้พิไรเล่นอยู่กับไก่ บ่นเธียรวิญช์ให้ไก่ฟัง แต่แทนที่เธียรวิญช์จะห้ามหรือรีบเร่งให้เร็วขึ้น กลับกลายเป็นว่าเดินยิ้มตามหลังไปเฉย ๆ อย่างนั้น

“เสร็จแล้วยกใส่หลังรถเลยนะ วันนี้ผมเอาไปส่งที่ตลาดเอง”

เจ้าของฟาร์มเอ่ยบอกคนงานที่กำลังนำไข่ใส่ในแผงไข่กระดาษ พลันสายตาเหลือบไปเห็นคนตัวเล็กที่แอบอู้ไปนั่งหลบอยู่หลังต้นไม้ ก่อนจะเดินเข้าไปดูถึงได้เห็นว่าไม่ได้มานั่งหลบ แต่แอบมาเล่นกับแมวต่างหาก เป็นแมวจรที่อยู่ในฟาร์มมานาน พวกแม่ครัวให้ข้าวให้น้ำกินจนมันอยู่ที่นี่ไม่ไปเสียอย่างนั้น เลยตั้งชื่อให้มันว่าเจ้าเทาตามสีของขน

“ชอบให้เราเกาคางเหรอ หืม?”

“คุณช่อ” เสียงเรียกของเธียรวิญช์ทำเอาร่างเล็กสะดุ้งโหยง ชักมือออกจากตัวแมวด้วยความตกใจ ใบหน้าเหลอหลาเลิ่กลั่กหันมองคนพี่ตาแป๋ว “ขนแมวเข้าจมูกเดี๋ยวก็เป็นหวัดอีกหรอกคุณช่อ”

“เราไม่ได้อ่อนแอเหมือนตอนเด็ก ๆ แล้วสักหน่อย”

ตอนเด็ก ๆ ช่อไม้จะถูกกำชับเอาไว้ว่าห้ามเล่นกับหมา กับแมวเด็ดขาด เพราะเจ้าตัวเป็นภูมิแพ้ เวลาขนสัตว์เข้าจมูกทีไรก็จะจามจนน้ำมูก น้ำตาไหล บางครั้งหนักจนมีไข้ตามมา เรียกได้ว่าเป็นเด็กที่ภูมิคุ้มกันต่ำจนน่าเป็นห่วง ทว่าพอโตมาก็เริ่มดีขึ้นเนื่องจากการดูแลตัวเองเป็นอย่างดี ทั้งออกกำลังกาย กินผัก ผลไม้มากขึ้น หมอแนะนำมายังไงช่อไม้ก็ทำอย่างนั้น แม้ว่าโรคภูมิแพ้ที่เป็นจะไม่ได้หายขาด แต่ก็ดีขึ้นเยอะมากไม่จำเป็นต้องกินยา

“พี่ไม่ได้ว่าคุณช่ออ่อนแอ แค่เป็นห่วง”

“เราไม่เชื่อ คุณเธียรไม่ได้เป็นห่วงเราจริง ๆ เหมือนที่พูดหรอก”

ตั้งแต่เจอกันเมื่อวานจนวันนี้ สิ่งหนึ่งที่เธียรวิญช์รับรู้ได้อีกหนึ่งอย่างที่เปลี่ยนไปของช่อไม้ คืออีกฝ่ายมักจะมีความคิดต่อต้านและตรงกันข้ามกับสิ่งที่เขาพูด หากเขาไปขวา ช่อไม้จะไปซ้าย บอกอย่างนี้ เชื่ออย่างนู้น กระนั้นพฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้ทำให้เธียรวิญช์หงุดหงิดแม้แต่น้อย รังแต่อยากจะแกล้งเสียมากกว่า

“แล้วแต่คุณช่อจะคิดก็แล้วกัน” ถ้าช่อไม้คิดอย่างนั้นเขาก็ไม่อยากแก้ต่างอะไร ยังไงเสียการกระทำก็คงพิสูจน์ได้มากกว่าคำพูด

“...”

“ลุกขึ้นมาครับ พี่จะพาไปล้างมือ”

“...”

คนตัวเล็กช้อนตามองคนพี่ครู่หนึ่งก่อนจะลุกขึ้นเดินไปล้างมือตามคำสั่ง จากนั้นกลับมาที่รถ วันนี้คุณเธียรจะพาเขาไปที่ตลาดด้วยกัน จริง ๆ ก็ไม่ได้อยากไปด้วยหรอก เพียงแต่คิดถึงไอศกรีมร้านป้านกเลยตั้งใจว่าจะแวะซื้อเพราะเหตุผลนี้เลยยอมไปด้วย

รถกระบะตอนเดียวแอร์ไม่ได้เย็นมากนัก เพราะเอาไว้ใช้งานในฟาร์ม เลยต้องเปิดกระจกเพื่อรับลมธรรมชาติ

ช่อไม้ยื่นหน้าออกไปรับลม แย้มยิ้มออกมาราวกับมีความสุข ลืมเรื่องที่น้อยใจคนพี่ก่อนหน้านี้ไปหมดสิ้น บรรยายแถวบ้านยังดีเหมือนเดิม มองไปทางไหนก็สบายตา อาจเป็นเพราะไม่ได้อยู่ในตัวเมือง เป็นเพียงอำเภอเล็ก ๆ รถเลยไม่ได้พลุกพล่านวุ่นวาย ต้นไม้ต้นหญ้าก็มีให้มองสลับกับบ้านคน

วันนี้อากาศดี ท้องฟ้าสว่างสีสดใส ก้อนเมฆสีขาวจับก้อนลอยไปตามทิศของแรงลม ช่อไม้ไม่ได้ใช้เวลามองธรรมชาติแบบนี้นานมากแล้ว เพราะมัวแต่จดจ่ออยู่กับสิ่งอื่น ๆ ใช้ชีวิตอย่างสนุกสุดเหวี่ยง หลงแสงสีไปชั่วขณะ แต่พอเรียนจบได้กลับมาอยู่บ้านถึงได้รู้ว่านี่ที่ที่เหมาะกับเขาจริง ๆ

“คุณเธียร”

“ว่าไง” จากที่เงียบมาตลอดทาง จู่ ๆ คนตัวเล็กก็หันขวับมายิ้มให้

“ถ้าไปส่งไข่ที่ตลาดเสร็จ แวะซื้อไอติมร้านคุณป้า แล้วไปขับรถเล่นกันไหม” เสียงหวานเอ่ยถามเสียงเจื้อยแจ้ว ดวงตากลมเป็นประกาย คาดหวังว่าคนอีกคนจะยอมตอบตกลง

“ไม่ได้ วันนี้มีงานต้องทำอีกเยอะ”

“ชิ! ไม่เห็นจะตามใจเหมือนเมื่อก่อนเลย”

ส่งเสียงลอดไรฟันเบา ๆ คล้ายกับคนไม่ได้ดั่งใจ ก่อนจะเบือนหน้าออกไปนอกรถอีกครั้ง พึมพำกับตัวเองแผ่วเบา ทว่าเธียรวิญช์ได้ยินชัดทุกคำ คนฟังส่ายหัวน้อย ๆ พลางยกยิ้มมุมปากราวกับนึกสนุก

มาถึงตลาดเธียรวิญช์ก็ยกเอาไข่ไก่ไปให้ตามร้านที่สั่งเอาไว้ รวมถึงร้านขายของชำ ร้านค้าขายปลีกต่าง ๆ

“เราอยากกินอันนี้”

“เอาสิ เดี๋ยวพี่จ่ายให้”

“ก็ต้องอย่างนั้นอยู่แล้ว เพราะเราไม่ได้เอาเงินมา”

ช่อไม้ตอบกลับตาใส ถึงเธียรวิญช์ไม่บอกว่าจะจ่ายให้ เขาก็ขอให้จ่ายอยู่ดี เพราะทั้งเนื้อทั้งตัวไม่ได้มีเงินสักบาท หากไม่ใช่คนที่มาด้วยกันเป็นคนจ่าย เขาก็คงอดกินไข่ปิ้งทรงเครื่องนี้แน่ ๆ

“เอาสองไม้ครับ”

“กินหมดเหรอคุณช่อ” ดูจากตัวแล้วไม่น่าจะกินไข่หกลูกคนเดียวหมด

“ไม่หมดก็ให้คุณเธียรกินไง”

เธียรวิญช์หมดคำจะพูด เพียงถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะหยิบเงินจ่ายให้กับแม่ค้า ช่อไม้เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร เวลาซื้ออะไรมากินด้วยกัน พอกินไม่หมดคนที่ต้องรับผิดชอบก็หนีไม่พ้นคุณเธียรคนนี้

ไม่รู้ตอนนี้เจ้าตัวลืมไปหรือว่าตั้งแง่ตั้งงอนเขาเรื่องในอดีตอยู่ ถึงได้แสดงออกมาราวกับไม่เคยมีเรื่องอะไรให้คับข้องใจ มันอาจจะเป็นผลดีก็ได้ บางทีเราสองคนอาจจะกลับมาสนิทกันอีกครั้งได้เร็วขึ้น

“อยากกินอะไรอีกไหม”

“ไอติม! ตอนที่ช่อไปเรียนมหา’ลัย ช่อคิดถึงไอติมร้านคุณป้ามาก ไม่มีที่ไหนอร่อยเท่าร้านคุณป้าอีกแล้ว” พอได้เริ่มพูด ช่อไม้ก็ลืมตัวไปทัน เผลอกลับมาแทนชื่อตัวเองเวลาคุยกับเธียรวิญช์เสียอย่างนั้น ทั้งที่ตั้งใจไว้ว่าจะเปลี่ยนตัวเอง ไม่ทำอะไรเหมือนตอนเด็ก ๆ กับคุณเธียรอีกแท้ ๆ

“ไม่เบื่อบ้างหรือไง ตอนเด็ก ๆ คุณช่อก็กินอยู่ทุกวัน”

“ฮึ! ช่อกินได้ทุกวันไม่---”

ในจังหวะที่เผลอสบตาเข้ากับอีกฝ่าย คล้ายกับถูกดึงสติให้กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัวอีกครั้ง ใบหน้าคมเข้มกำลังแย้มยิ้มน้อย ๆ ยิ่งทำให้ช่อไม้ทำตัวไม่ถูก

“พูดต่อสิ”

“ไม่ต้องมาตีเนียนหลอกชวนเราคุยเลย ระ เราไม่อยากคุยกับคุณเธียร!”

“ไม่แทนตัวเองว่าช่อแล้วเหรอ”

“...”

“พี่ชอบที่คุณช่อแทนตัวเองด้วยชื่อเหมือนตอนเด็ก ๆ มากกว่านะ”

“แต่เราไม่ชอบ”

พอไปไม่เป็นก็ทำทีเป็นโวยวาย รีบเดินหนีไปที่รถ เธียรวิญช์เดินตามมาติด ๆ ขึ้นมาบนรถก่อนจะขับออกไป พลางพูดขึ้นทำลายความเงียบ

“ที่คุณช่อแทนตัวเองแบบนั้นก็น่ารักดี แต่มันดูห่างเหินยังไงชอบกล”

ไม่ว่าช่อไม้จะแทนตัวเองยังไงสำหรับเขามันก็ดูน่ารักไปเสียหมด เพียงแต่เวลาได้ยินจะวูบหนึ่งที่รู้สึกเหมือนเราห่างเหินกัน ราวกับไม่รู้จักกันมาก่อน

ช่อไม้เงียบไป ไม่ได้โต้เถียง หรือตอบกลับ ทำทีเป็นไม่ได้ยิน แม้ว่าในใจตอนนี้กำลังเต้นระส่ำจนแทบจะกระเด็นกระดอนออกมาจากอก บางครั้งคุณเธียรก็พูดออกมาตรง ๆ จนเขาเองก็ตั้งตัวไม่ทัน หากเป็นตัวเด็ก ๆ คงดีใจที่ได้ยินคำหวานชวนฝันอะไรแบบนี้ ต่างจากตอนนี้ที่ต้องเก็บอาการ และความรู้สึกเอาไว้ให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้

แม้มันจะยากมากก็เถอะ!

#คุณเธียรอย่าตื๊อ
استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   บทที่ 35

    วันนี้อากาศดี มองไปทางไหนก็สว่างสดใส ท้องฟ้าปลอดโปร่ง แม้ว่าแสงจากดวงอาทิตย์จะร้อนมากแค่ไหน แต่ก็ยังมีลมพัดเอื่อย ๆ ไม่ขาดสายพอทุเลาความร้อนได้บ้าง ยิ่งได้ร่มเงาจากต้นไม้ยิ่งทำให้รู้สึกเย็นขึ้น ช่อไม้นั่งอ่านหนังสือการ์ตูนจบไปหนึ่งเรื่องก็เริ่มจะง่วงขึ้นมา“คุณเธียรช่อง่วง” เอ่ยบอกคนที่นอนหนุนตักตัว

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   บทที่ 34

    ‘อีกไม่กี่เดือนก็ต้องไปเรียนต่อมหาลัยแล้ว ปีนี้ได้ใช้เวลาอยู่กับคุณช่อยังไม่คุ้มเลย ทำให้คุณช่อน้อยใจจนร้องไห้อยู่หลายครั้ง ปีนี้พี่ไม่มีอะไรจะเขียนเลยนอกจากอยากขอโทษคุณช่อ ขอโทษที่ทำให้ร้องไห้ ขอโทษที่ไม่มีเวลาให้ ถ้าไปเรียนที่นู่นพี่ต้องคิดถึงคุณช่อมากแน่ ๆ คุณช่อเองก็คงคิดถึงพี่เหมือนกันใช่ไหม ตอ

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   บทที่ 33

    “คุณเธียร”“ครับ?”จู่ ๆ ช่อไม้ก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ วางหนังสือในมือขยับมานั่งใกล้ ๆ เธียรวิญช์“จำกล่องจดหมายที่เราเคยเขียนกันตอนเด็ก ๆ ได้ไหม”“กล่องจดหมาย?”“ที่ทุก ๆ วันสุดท้ายของปีเราจะเขียนว่าตลอดปีเจออะไรมาบ้าง พร้อมอธิษฐานขอสิ่งที่ต้องการ”“จริงสิ พี่ลืมไปเลย แล้วตอนนี้คุณช่อยังเก็บไว้อยู

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   บทที่ 32

    2 เดือนต่อมา“คุณแม่ครับ ชิมให้ช่อหน่อยว่ามันอร่อยหรือยัง”ช่อไม้ตักผัดผักใส่จานมาให้คุณแม่ชิม เพราะวันนี้ลงทุนเข้าครัวทำกับข้าวเอง เนื่องจากเป็นวันแห่งความรัก นานทีปีหนช่อไม้ถึงจะเข้าครัวทำอาหารสักที ปกติจะเป็นลูกมือช่วยคุณแม่เสียมากกว่า หากให้ทำทุกวันคงได้เททิ้งมากกว่ากิน“เติมซอสเพิ่มเค็มอีกหน่อย

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   บทที่ 31

    นั่นเลยเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ช่อไม้ติดเธียรวิญช์เป็นตังเมแต่ตั้งแต่จำความได้ และถึงแม้ว่าจะห่างกันไปนานเป็นสิบปี เธียรวิญช์ก็ยังคงเป็นอย่างนั้นอยู่ หากว่าเขาตัดใจจากเธียรวิญช์ได้แล้ว ตอนนี้เขาจะนึกเสียดายไหนนะ จะมีโอกาสได้เจอคนที่ทำทุกอย่างให้เขาได้เหมือนเธียรวิญช์หรือเปล่ารถยนต์เลี้ยวเข้าโรงแร

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   บทที่ 30

    อร่อย!! อร่อยกว่าของตัวเองที่กำลังกินอยู่ด้วยซ้ำ ไอศกรีมกะทิหอม ๆ มัน ๆ หวาน ๆ กินคู่กับขนมปังนุ่ม ๆ เข้ากันอย่างน่าเหลือเชื่อ ดวงตากลมใสเป็นประกายวับขึ้น จนเธียรวิญช์อดยิ้มตามไม่ได้ ที่บอกว่าซื้อมาฝากความจริงแล้วก็แค่อยากกินเอง ซึ่งปกติเธียรวิญช์ไม่ได้ชอบของหวานอยู่แล้ว แต่ที่กินมาตลอดก็เพราะช่อไม้

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   บทที่ 23

    “สวัสดีครับ นี่เป็นผลผลิตจากฟาร์มสด ๆ ใหม่ ๆ ทุกวัน รับรองว่าหากซื้อไปจะไม่ผิดหวังแน่นอนครับ”เสียงหวานใสเจื้อยแจ้วนำเสนอสินค้าที่เอามาวางขายเป็นอย่างดี งานส้มหวานฟาร์มแฟร์วันแรกดูครึกครื้นและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ยอดลงทะเบียนเต็มทั้งสามวัน ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืนช่วงเช้าจะแบ่งลูกค้าที่

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   บทที่ 22

    “...”“ถ้าพี่ทำให้คุณช่อโกรธพี่ขอโทษ”“...”“คุณช่อ” ลมหายใจเริ่มติดขัดขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อกำลังตัดสินใจว่าจะพูดออกไปตอนนี้เลยดีไหม เพราะเขาเองก็คิดวนเรื่องที่ไทยพูดเหมือนกัน ถ้าหากเขาชัดเจนมากกว่านี้จะทำให้ช่อไม้เชื่อใจมากขึ้น ไม่ต้องโกรธหรือน้อยใจเรื่องพวกนั้นอีกได้หรือเปล่า“มีอะไรก็พูดมาสิ เรียกเ

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   บทที่ 21

    “เหนื่อยไหม”ร่างสูงโปร่งเดินเข้ามาถามเด็กหนุ่มที่กำลังช่วยจัดซุ้มสำหรับวางขายสินค้าในงานส้มหวานฟาร์มแฟร์ในอีกสองวันที่จะถึงนี้ช่อไม้ส่ายหน้าไปมา เม้มปากติดกันแน่น ไม่แม้แต่จะหันไปมองคนถาม เพราะไม่รู้จะเก็บสีหน้าและแววตาอย่างไรดีสิ่งที่คิดเอาไว้ดูเหมือนจะไม่ได้เพ้อเจ้อไปเอง เพราะหลายวันที่ผ่านมาเธ

  • คุณเธียรอย่าตื๊อ   บทที่ 20

    หลังจากทุกคนแยกย้ายกันไปทำงานแล้ว ช่อไม้เองก็ต้องกลับไปที่สวนส้มเหมือนกัน วันนี้เขาอู้ไปเป็นชั่วโมงเพราะอยากจะหลบหน้าเจ้าของฟาร์ม“คุณช่อ”เท้าเล็กหยุดชะงัก ปากบางเม้มติดกันแน่น ไม่รู้ว่าเธียรวิญช์ต้องการจะคุยอะไรถึงได้เรียกกัน ช่อไม้พยายามเก็บสีหน้าทุกอย่างก่อนจะหันกลับมามอง“มีอะไรครับ”“เย็นนี้ไป

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status