Masuk
“คุณแม่คะ ป้าดามาแล้ว”
เสียงใสแจ๋วของหนูน้อยพิณต้าร์ดังออกมาจากในบ้านพร้อมกับ กระโดดโลดเต้นดีใจที่เห็นน้าดาเคลื่อนรถเข้ามาจอดบริเวณหน้าบ้าน
ภัทรลดายิ้มกว้างเมื่อเห็นเจ้าตัวเล็กวิ่งออกมาต้อนรับแต่เธอก็ไม่สามารถโอบอุ้มลูกของรุ่นน้องได้เพราะสองมือหอบหิ้วทั้งของกินทั้งของเล่นพะรุงพะรังเต็มไปหมด
"หอบหิ้วอะไรมาเยอะแยะคะพี่ดา จีนบอกแล้วว่าไม่ต้องซื้ออะไรมาฝาก”
เสียงบ่นของรุ่นน้องที่เคยเรียนร่วมมหาลัยเดียวกันพร้อมกับเดินออกมาหา ทั้งคู่สนิทกันมาหลายปีจนตอนนี้เจ้าตัวก็ชิงแต่งงานจนมีลูกสาวอายุห้าขวบแล้ว”
“แค่นี้เอง พี่มากินข้าวที่บ้านเธอเกือบทุกวันเกรงใจยิ่งกว่าอีก”
เธอยิ้มหวานออกมาแล้วยื่นข้าวของเหล่านั้นให้ก่อนจะหันกลับไปอุ้มเจ้าตัวเล็กที่เงยหน้ายิ้มแฉ่งจนเห็นฟันหล่อขึ้นไว้ในอกพร้อมกับก้มหอมแก้มซ้ายแก้มขวา
“ป้าดาขา พรุ่งนี้พิณต้าร์ปิดเทอมแล้วค่ะ”
“ปิดเทอมแล้วเหรอ ทำไมไวจัง”
หญิงสาวทำตากรอกมองบนเหมือนครุ่นคิดเพื่อหยอกเย้าเจ้าตัวเล็กจนหนูน้อยทำหน้ามุ้ยเพราะคิดว่าคนเป็นป้าลืมสัญญา
ด้วยความที่เด็กน้อยรักเธอเป็นแม่ทูนหัวเข้าขั้นติดเธอแจเลยก็ว่าได้จึงมักไปนอนค้างที่บ้านเธออยู่บ่อย ๆ แต่มาช่วงหลังนี้เด็กน้อยต้องสอบปิดเทอมเธอจึงงดให้ไปนอนที่บ้าน
พิณต้าร์ยังคงงอแงไม่ยินยอม หญิงสาวจึงยื่นข้อเสนอว่าถ้าปิดเทอมแล้วจะพาเธอไปนอนด้วยบ่อย ๆ
“ป้าดาลืมสัญญาที่ให้ไว้กับพิณต้าร์แล้วเหรอคะ” หนูน้อยย่นคิ้ว ปากเล็กเม้มเข้าหากันแววตาหม่นลงเพราะรู้สึกเหมือนผิดหวัง
ท่าทางที่ดูผิดหวังของหลานพลอยทำให้เธอรู้สึกเอ็นดูในความน่าชัง “ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะ ป้าไม่ได้บอกสักหน่อยว่าจะไม่พากลับไปนอนด้วย สัญญาก็ต้องเป็นสัญญาสิคะ”
“เย้ ๆ พิณต้าร์จะได้ไปนอนบ้านป้าดาแล้ว”
สองแขนเล็กชูขึ้นเหนือหัวยิ้มกว้างจนเห็นฟันซี่เล็ก แก้มกลม ๆ ยกขึ้นชิดขอบตา
“สรุปแล้วไม่รู้ว่าใครเป็นแม่ของแกนะคะ เห็นติดพี่ดามากกว่าจีนอีก”
“นั่นสิหรือพี่จะรับพิณต้าร์มาเป็นลูกบุญธรรมดี” เธอเอ่ยเย้าแหย่เพราะรู้ดีว่าจริยาหวงลูกเสียยิ่งกว่าจงอางหวงไข่อีก
“ไม่ได้นะคะ จีนมีลูกแค่คนเดียวเอง พี่ดาชอบเด็กขนาดนี้ทำไมไม่หาแฟนแล้วแต่งงานมีลูกสักคนล่ะคะ”
จริยาเอ่ยถามแม้จะรู้คำตอบอยู่แล้วว่ารุ่นพี่ต้องส่ายหน้าปฏิเสธอีกเหมือนเคย “ไม่อยากมีพันธะ” มักจะเป็นคำตอบที่ได้ยิน
“แค่เลี้ยงลูก พี่เลี้ยงได้นะจีน แต่พี่ไม่อยากมีผัว”
ภัทรลดาหันกลับไปตอบพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะปล่อยเจ้าตัวเล็กลงเพื่อไปกินไอศกรีมของโปรดที่เธอซื้อมาฝาก
“พี่ยังฝั่งใจเรื่องครอบครัวอยู่อีกเหรอคะ”
“อือ...”
คำตอบสั้น ๆ ที่ไม่ต้องมีคำอธิบายอะไรเยอะแยะเพราะทุกอย่างแสดงออกทางสีหน้าหมดแล้ว
ภัทรลดาเติบโตขึ้นมาท่ามกลางความไม่พร้อมจนครอบครัวแตกแยก แม่ติดเหล้า ติดการพนันแถมยังทุบตีเธอจนเกิดเป็นแผลเป็นในจิตใจตลอดมา
‘มึงไม่ใช่ลูกกู กูเก็บมึงมาเลี้ยง’
ประโยคเด็ดที่เธอมักได้ยินเป็นประจำตั้งแต่เรียนอยู่ประถม ความอบอุ่นจากครอบครัวนะเหรอ อย่าหวังว่าเธอจะได้รับ
เมื่อพ่อกับแม่เลิกกันก็เป็นฝ่ายพ่อที่หอบเอาเธอกับน้องไปอยู่กับย่าที่ต่างจังหวัด แต่มันก็เหมือนกับหนีเสือปะจระเข้อยู่ดี
เธอกับน้องไม่ใช่หลานคนโปรดจึงมักถูกเกลียดชังและใช้งานหนักอยู่ดี ส่วนพ่อก็ลอยตัว พอได้เมียใหม่ท่านก็ไม่มาสนใจดูดำดูดีเธอกับน้องอีกเลย
ภัทรลดาเติบโตกับน้องมาด้วยความยากลำบากแต่เธอก็ยังใฝ่ดี ทำงานส่งตัวเองเรียนจนจบปริญญาตรี
...มันก็ไม่แปลกที่เธอจะเย็นชากับเรื่องความรัก
“โธ่ พี่ดามันก็ไม่ได้หมายความว่าชีวิตการมีครอบครัวมันจะแย่ไปหมดทุกคนนี่คะ”
“แต่ทุกครอบครัวที่เห็นก็ไม่ได้ดีนี่ แม้แต่ตัวจีนเองไม่ใช่เหรอ”
คำพูดจี้จุดใจดำทำเอาจริยาพูดไม่ออกเพราะมันก็คือเรื่องจริงที่ตัวเธอก็มักจะมีปัญหากับสามีอยู่บ่อย ๆ ซึ่งปัญหานั้นก็คือ “เรื่องเงิน”
“โอเค จีนไม่เถียงกับพี่ดาแล้ว เดี๋ยวจีนเข้าไปทำกับข้าวนะคะ ฝากดูแลเจ้าพิณต้าร์ด้วย”
“จ้ะ”
ภัทรลดาตอบรับคำสั้น ๆ ก่อนจะหันไปเล่นกับเจ้าตัวเล็กที่เปิดกล่องของเล่นรออยู่แล้ว
หญิงสาวมองความน่ารักของหลานแล้วได้แต่รู้สึกเอ็นดู ความรู้สึกแบบนี้มันมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ยิ่งเวลาที่ถูกคนตัวเล็กซักถามเพราะความอยากรู้และไร้เดียงสาเธอยิ่งมีความสุขที่เห็นการเติบโตขึ้นทุกวัน
แต่เธอจะมีครอบครัวได้อย่างไรในเมื่อแม่เธอยังทำตัวเป็นนางลำยอง...
ฟังไม่ผิดหรอกกับคำว่าลำยองเพราะหลังจากที่เรียนจบมัธยมปลายเธอกับน้องสาวตัดสินใจตามหาแม่ทั้ง ๆ ที่ตั้งแต่เลิกรากับพ่อไปท่านไม่เคยติดต่อกลับมาหาบ้างเลย
ภาพจดจำเมื่อสิบปีที่แล้วที่เธอกับน้องสาวเห็นคือผู้หญิงตัวเล็กร่างกายซูบผอม ผิวดำหยาบกร้านกำลังนั่งก๊งเหล้าขาวกับคนในสลัมย่านศรีนครินทร์
แม่จำเธอกับน้องไม่ได้เสียด้วยซ้ำเพราะสภาพของแม่กับเธอต่างกันราวฟ้ากับเหว สภาพของท่านยามนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับคนจรจัดไร้บ้าน
“กลับมาแล้วเหรอพี่ดา อ้าว พาเจ้าตัวเล็กมาด้วย”
ภัทรระวีย่อตัวลงทักทายพร้อมกับยกมือยีหัวเจ้าตัวเล็กก่อนจะเงยหน้าสบตาคนเป็นพี่
“แม่กลับไปที่โน้นอีกแล้วนะ”
ได้ยินแบบนั้นภัทรลดาถึงกับถอนหายใจ เธอต้องทำอย่างไรถึงจะขอร้องให้แม่เลิกเหล้าได้ ต่อให้เธอกับน้องสาวไปตามกลับมากี่ครั้งท่านก็หนีกลับไปที่นั่นอยู่ดี
แจ่มจันทร์คือชื่อของแม่ แต่คนในสลัมแห่งนั้นมักจะเรียกว่าอีจันทร์ ทั้งที่ตัวท่านเองไม่ได้มีญาติอยู่ที่นั้นสักคนแต่ทำไมกลับไปผูกพันอยู่ในสลัมมากกว่าลูกตัวเองนะ
งานแต่งงานจัดขึ้นเล็ก ๆ เชิญแค่แขกคนสนิทมาร่วมงานเท่านั้นรวมไปถึงพี่นุชและพี่ชุนที่มาร่วมงานครั้งนี้ด้วย“ต่อไปพี่ก็จะเรียกไอ้ดาไม่ได้แล้วสินะ”“พี่ก็ลองเรียกดูสิ ท่านประธานจะได้อันเชิญให้พี่ไปหางานใหม่” พี่ชุนก็ยังคงเหมือนเดิมเอ่ยปากแซวแต่สุดท้ายก็ได้กินมะเงกเหมือนเคย“เรียกได้สิคะ ทำไมจะเรียกไม่ได้ ดาก็ยังเป็นดาคนเดิม”หญิงสาวเอื้อมไปจับมือพี่นุชเพราะนึกขอบคุณเธออยู่ในทีที่คอยช่วยเหลือมาเสมอพิธีรดน้ำสังข์เริ่มขึ้นตามฤกษ์ที่หลวงตาที่วัดให้มาทุกคนต่างอวยพรให้ทั้งคู่รักกันยาวนานเหมือนเส้นด้ายที่ยาวจนสุดก้อด้ายความสุขที่มีแต่เสียงหัวเราะสร้างความชื่นมื่นให้กับพิธี ทุกอย่างลงร่องลงรอย แม้ระยะทางที่ผ่านมันจะเจ็บปวดอยู่บ้างแต่สุดท้ายแล้วทุกอย่างมันก็ผ่านไปได้ด้วยดี....“คุณคะ ลูกร้อง เอานมมาให้ดาทีค่ะ”ร่างสูงสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงร้องบอกหลังจากที่เพิ่งนอนหลับไปได้ไม่ถึงชั่วโมงเสียด้วยซ้ำแล้วรีบลุกเดินไปหยิบนมที่ภัทรลดาปั้มไว้ในตู้แช่เอาไปให้กว่าสามวันมาแล้วที่พี่เลี้ยงเด็กขอลากลับบ้านเพราะพ่อป่วยหน้าที่เลี้ยงลูกช่วยภรรยาจึงตกเป็นของเขาตอนนี้เจ้าตัวเล็กเข้าสู่วัยหกเดือนแล้วสิ่ง
ใครจะไปกล้าปิดบัง เมียจับผิดและต่อเรื่องราวเก่งขนาดนี้...“แม่ไม่สนใจหรอกว่าใครจะรู้หรือไม่รู้เพราะยังไงแกก็วางมือจากวงการนี้แล้วแม่ก็สบายใจ แต่ที่แม่แปลกใจมากกว่าก็คือทำไมตาภูถึงมากับหนูพริ้งได้” คุณหญิงหันไปถามด้วยความสงสัย จึงทำให้สายตาทุกคู่หันไปมองเป็นตาเดียว“เออ...คือว่าพริ้งเห็นข่าวแล้วเป็นห่วงค่ะ เลยขอให้คุณภูมาส่ง”“แต่บ้านหนูพริ้งก็มีคนขับรถนะ” คุณหญิงยังจี้ถามไม่หยุดจนภูเพชรถอนหายใจออกมาเบาๆแล้วเดินเข้าไปจับมือหญิงสาว“ผมกำลังตามจีบพริ้งพราวอยู่ครับ” เขายืดอกรับอย่างมาดแมน“เราดูๆ กันอยู่ค่ะ ก็พี่ต้นบอกเองนี่คะ ว่าให้เปิดใจให้คนที่เขารักเรา พริ้งก็เลยยอมเปิดใจให้คุณภู”หญิงสาวบอกด้วยความเขินอายแต่มันกลับเป็นเรื่องที่น่ายินดีเสียมากกว่าที่ความรักเข้าคู่ถูกรอยสักที“มึงเลิกเล่นการพนันได้แล้วใช่ไหม” ต้นน้ำเดินเข้าไปกระซิบถามคนน้อง ไม่มีผู้หญิงคนไหนรับได้หรอกที่ผู้ชายที่ตัวเองรักติดการพนันเพราะมันทำให้หมดตัวมานักต่อนักแล้ว“ไม่ต้องห่วง ผมเลิกขาดตั้งแต่พี่เกือบแจกลูกปืนผมแล้ว”สองคนหัวเราะร่วนสร้างความประหลาดใจให้กับคุณหญิงอยู่ไม่น้อยเพราะเมื่อก่อนเห็นไม่เข้ารอยกันแต่ตอนนี้ดันเ
“...คาดว่าคุณต้นน้ำน่าจะเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ”เพล้ง!!เสียงแก้วน้ำที่กำลังจะยกขึ้นดื่มตกแตกเพราะมือเล็กไม่มีเรี่ยวแรงจะถือมันได้อีกต่อไปเมื่อเห็นข่าวที่เพิ่งถ่ายทอดสดจบลง“มะ ไม่จริง” เธอพึมพำออกมาเสียงฮึดฮัดในคอที่ไม่สามารถกลั่นออกมาเป็นเสียงสะอื้นได้เพราะมันตีบตันและเจ็บปวดไปทั้งใจร่างเล็กเซถลาจนแทบล้มแต่ยังดีที่มีแม่บ้านคอยประคองไว้ สภาพของคุณหญิงพิศมัยเองก็ไม่ต่างกันกับภัทรลดา“ดาจะไปหาคุณต้นค่ะ” หญิงสาวพยุงตัวเองและเรียกสติกลับมา มือเรียวกุมไปที่หน้าท้องบอกกับลูกว่าให้คุ้มครองพ่อของหนูด้วยวิริยะดึงแขนลูกสะใภ้เอาไว้ “คุณพ่ออย่าห้ามดาเลยนะคะ ดาอยากไปเห็นกับตา ดามั่นใจค่ะว่าเขาต้องปลอดภัย” น้ำเสียงสั่นพรั่งพรูออกมาพร้อมน้ำตาที่ไหลอาบสองแก้ม“พ่อไม่ได้ห้ามแต่พ่อกับแม่จะไปกับหนูด้วย” คุณหญิงพิศมัยพยักหน้ารับแล้วทั้งสามก็รีบตรงไปยังบริษัททันทีเหตุการณ์ทุกอย่างสงบลงแล้วรวมถึงเพลิงไหม้จากแรงระเบิด เจ้าหน้าที่ได้กันคนที่ไม่เกี่ยวข้องไม่ให้เข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุ“ฉันเป็นภรรยาเขาค่ะ ส่วนนี้คือพ่อกับแม่ของคนที่ติดอยู่ในรถ พวกเราขอเข้าไปดูที่เกิดเหตุหน่อยได้ไหมคะ”ภัทรลดาพยายามเอ่ยขอร้อ
“ดาก็รักคุณต้นค่ะ” เป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่ชายหนุ่มได้ยินคำว่ารักจากปากผู้หญิงที่ตัวเองรักและเขาก็หวังว่าจะได้ยินคำว่ารักแบบนี้ไปตลอดชีวิตภายในบริษัทประกันภัยฝ่ายบริหารให้พนักงานเลิกงานก่อนเวลาและรอรับข้อความแจ้งว่าวันถัดไปจะได้เข้ามาทำงานตามปกติหรือไม่บริเวณหน้าบริษัทเต็มไปด้วยนักข่าวจากทุกสำนักมารอทำข่าวจนต้นน้ำต้องเข้าทางด้านหลังเพื่อไปเจรจายื่นหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ทั้งที่ความจริงแล้วเขาไม่ได้ขาวร้อยเปอร์เซ็นสักหน่อย“นายครับ เราคงต้องเอาแผนสำรองที่เคยคิดกันไว้ออกมาใช้แล้ว”เดนิสที่มาดักรอเจ้านายตัวเองอยู่ที่ลานจอดรถเปิดประตูเข้าไปนั่งเคียงข้างเจ้านายที่นั่งอยู่ฝั่งคนขับต้นน้ำนิ่งไปชั่วครู่เหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรสักอย่างอยู่ “ผมสงสัยว่าน่าจะมีนักพนันคนไทยแค้นที่เสียเงินหลายสิบล้าน ก็เลยเอาเรื่องนี้ไปแจ้งกับทางการ ผมได้ให้เรือคาสิโนเดินทางกลับฮ่องกงไปแล้วครับ”คนอย่างเดนิสรอบคอบเสมอไม่เคยมีสักครั้งที่ลูกน้องคนนี้จะทำให้เขาผิดหวัง แม้ว่าจะมีเรื่องที่ทำให้จวนตัวจนแทบเอาตัวไม่รอดแต่เดนิส ก็มักจะปกป้องเขาเท่าชีวิตเกือบทุกครั้งแล้วไอ้แผนสำรองที่ว่าก็คือการส่งตัวเดนิสให้กับตำ
“คุณต้นพาดามาที่บริษัททำไมคะ”ภัทรลดาเงยคอมองผ่านหน้าต่างออกไปด้านนอกเมื่อรถเคลื่อนมาอยู่ที่หน้าบริษัทที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดีเมื่อเช้าชายหนุ่มไปรับหล่อนแต่เข็มสั้นของนาฬิกายังไม่หมุนไปหยุดอยู่ที่เลขแปดเสียด้วยซ้ำ ถามว่าจะพาไปไหนก็ไม่ตอบ“ก็พามาทำงานด้วยยังไงล่ะครับ ผมไม่อยากปล่อยให้คุณอยู่บ้านคนเดียว อีกอย่างคุณจริยาก็พาลูกกลับไปเยี่ยมพ่อแม่ที่ต่างจังหวัด เกิดคุณเป็นลมเป็นแล้งไปจะทำยังไง”ใบหน้ากรุ้มกริ่มยิ้มด้วยอย่างละมุนแล้วดึงมือเรียวขึ้นมาจุมพิตอย่างแผ่วเบา นิ้วโป้งยาวเขี่ยหลังมือไปมาแต่ดวงตาก็ไม่ได้ล่ะไปจากคนตัวเล็กที่กำลังสอดสองเหมือนมองหาใคร“ไม่เห็นต้องพามาเลยค่ะ ดาอยู่เองได้ อีกอย่างดาลาออกจากที่นี่แล้วนะคะ ตั้งแต่ที่เกิดเรื่องป่านนี้คนอื่นคงลือเรื่องของเราไปไหนต่อไหนกันแล้วมั่ง”สีหน้าหญิงสาวยังคงมีความกังวลอยู่บ้างแต่ต้นน้ำกลับเลือกที่จะเอื้อมมือไปลูบหัวทุย ๆ“เอาอีกแล้วนะที่รัก ใส่ใจความคิดของคนอื่นอีกแล้ว ผมบอกแล้วไงว่าคนที่ผมแคร์และเป็นห่วงมากที่สุดคือคุณ เพราะฉะนั้นคนที่คุณต้องสนใจมากกว่าคนเหล่านั้นก็คือผม”เป็นอีกครั้งที่น้ำเสียงอบอุ่นคอยเตือนสติให้เธอกลับมามองจุดนี้
ภัทรลดายิ้มรับกับความหวังดีของแม่สามีพร้อมกับยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณ มันเป็นอะไรที่น่าแปลกใจเสียมากกว่าเมื่อก่อนหล่อนกับคุณหญิงพิศมัยแทบจะกินหัวกันแต่ตอนนี้จูบปากเป็นแม่ลูกกันเสียอย่างนั้นหลังอาหารมื้อเย็นผ่านไปโต๊ะสีขาวตัวยาวซึ่งตั้งอยู่สนามหญ้าหน้าบ้านจึงเป็นที่ที่ทุกคนมานั่งรวมตัวพูดคุยกันเพื่อย่อยอาหาร“ตอนนี้หนูท้องได้กี่เดือนแล้วล่ะ หนูดา” วิริยะเอ่ยถามพรางจิ๊บชาโบราณแก้วโปรด“อีกไม่กี่วันก็จะเข้าห้าเดือนแล้วค่ะ สัปดาห์หน้าคุณหมอก็นัดตรวจเพศของเด็ก” รอยยิ้มของว่าที่คุณแม่ผุดขึ้นพร้อมกับมือน้อย ๆ ลูบไปที่หน้าท้องนูน“แล้วหนูดาอยากได้ลูกผู้หญิงหรือผู้ชายล่ะ แต่แม่อยากได้หลานสาวนะ”“ดาก็อยากได้ลูกสาวค่ะ อยากแต่งตัวน่ารัก ๆ ให้กับแก”“แต่ผมอยากได้ลูกชายมากกว่า” คนตัวโตที่เดินถือจานผลไม้ออกมาให้เอ่ยทักท้วง“แต่ดาอยากได้ผู้หญิง ถ้าได้ผู้ชายแล้วเป็นแบบคุณขึ้นมาจะทำยังไง”“แบบผม? แบบผมแล้วมันเป็นแบบไหน” ชายหนุ่มงุนงงว่าเขาทำอะไรไม่ดีหรือหญิงสาวถึงไม่อยากให้ลูกชายเป็นแบบเขา“ก็แบบ....” หญิงสาวชะงักไปนิดหนึ่งเพราะดันหาข้ออ้างไม่ได้“เห็นไหม ไม่มี ถ้าไม่มีแสดงว่าผมก็เป็นพ่อที่ดีได้” หญิงสาวถึ







