Share

ตอนที่ 3 รับสมัครเลขา

Author: Yuyueyuan
last update Last Updated: 2026-02-13 06:44:07

สามปีผ่านไป

บริษัทหวังเซิ่ง

หวังเจิ้นที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ เขาไปดูแลบริษัทสาขาต่างประเทศ ประเทศละครึ่งปี กลับมาอีกทีก็ครบสามปีพอดี

“ฉันมาพบประธานหวัง”

เจียงเหวินเหวินแต่งกายอย่างสวยงามมารอพบหวังเจิ้นตั้งแต่เช้า

“มาพบประธานหวังมีธุระอะไร”

เสียงของหญิงสาวอีกคน ใบหน้าสวยหยิ่ง เดินเข้ามาพร้อมกับปรายตามองเจียงเหวินเหวินด้วยความดูแคลน

“ไม่จำเป็นต้องมีธุระก็มาได้ ประธานหวังให้ฉันเข้าพบได้ตลอดเวลา”

เจียงเหวินเหวินเชิดหน้าใส่หญิงสาวคนนั้น

“หน้าด้าน”

หยางลี่ลี่เอ่ย เธอเดินไปหาเลขาสาวหน้าห้องที่เพิ่งมาถึงบริษัท

“ประธานหวังมาหรือยัง”

เลขาสาวมองผู้หญิงทั้งสองคนด้วยความอึดอัด ไม่รู้ต้องแก้ไขปัญหาในสถานการณ์เช่นนี้อย่างไร

“คุณหยางเข้าไปนั่งรอในห้องรับรองได้เลยค่ะ”

เธอตอบเสียงสั่น สายตามองเจียงเหวินเหวินที่ส่งสายตากดดันมายังเธอ

“คุณเจียงก็เข้าไปรอด้านในได้เช่นกันค่ะ”

ได้ยินดังนั้นหญิงสาวสองคนก็รีบเข้าไปนั่งรอที่ห้องรับรองแขกด้านหน้าห้องประธาน เลขาคนเดิมยกกาแฟมาให้ทั้งสองแล้วรีบไปทันที

“เธอมาหาหวังเจิ้นทำไม”

หยางลี่ลี่ถาม ตาคู่สวยมองจ้องเจียงเหวินเหวินด้วยความไม่พอใจ

“มารื้อฟื้นความทรงจำน่ะ”

เจียงเหวินเหวินหัวเราะพลางยิ้มมุมปากให้หยางลี่ลี่

“คุณหยางเป็นแฟนประธานหวัง แต่ก็แค่นั้น เพราะกลางคืนเขาอยู่กับฉัน”

เธอพูดยั่วให้อีกฝ่ายโมโห

“มารยา”

หยางลี่ลี่ยกแก้วกาแฟสาดใส่เจียงเหวินเหวิน เป็นจังหวะเดียวกันกับที่หวังเจิ้นเปิดประตูเข้ามาพอดี

“กรี๊ด”

เจียงเหวินเหวินกรีดร้องตกใจ เธอหันมองชายหนุ่มที่เพิ่งเข้ามาแล้วทำหน้าตาน่าสงสาร

“ประธานหวังคะ ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะ คุณหยางหึงหวงรุนแรงอีกแล้ว”

เธอหยิบกระดาษทิชชูมาซับกาแฟที่เลอะตัวเอง ปากก็รีบฟ้องทันใด

“คุณเป็นอะไรหรือเปล่า”

หวังเจิ้นรีบเดินไปดูเจียงเหวินเหวิน เมื่อเห็นว่ากาแฟที่สาดแค่อุ่น ไม่ได้ร้อนมากก็รู้สึกโล่งอก

“ไปทำความสะอาดตัวเถอะ เดี๋ยวเลขาเอาชุดมาให้เปลี่ยน”

“นางนี่มีชุดอยู่ที่บริษัทด้วยหรือคะ”

หยางลี่ลี่ขึ้นเสียงถามชายหนุ่ม หน้าตาไม่พอใจชัดเจน

“ชุดพนักงาน หากคุณเสื้อเลอะแบบนี้ ก็ต้องใส่ชุดพนักงานเช่นกัน”

หวังเจิ้นเก็บอารมณ์หงุดหงิด เขาเดินหนีเข้าห้องทำงานของตัวเอง ให้สวี่เหยาคอยดูแลผู้หญิงสองคนนี้แทน

สวี่หยางแอบถอนหายใจ เรื่องระหว่างหยางลี่ลี่และเจียงเหวินเหวินทำให้เสียสุขภาพจิตทุกครั้ง

“ท่านประธาน”

สวี่เหยากำลังจะเอ่ยปาก ก็ถูกหวังเจิ้นพูดแทรก

“สวี่เหยา ประกาศรับสมัครเลขาเพิ่มด่วน เอาคนที่จบจิตวิทยา หรือไม่ก็คนที่สามารถรับมือสองคนนี้ได้”

หวังเจิ้นถอนหายใจ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยล้า เดินทางด้วยเครื่องบินหลายชั่วโมงก็เพลียอยู่แล้ว เจอเรื่องของผู้หญิงสองคนนี้อีกทำให้รู้สึกเสียพลังงานเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

“ได้เลยครับ”

สวี่เหยาเปลี่ยนสีหน้าเป็นสดใสทันใด

“จะรีบดำเนินการครับ” ขายาวก้าวออกนอกห้องด้วยความดีใจ

........

สถานีรถไฟความเร็วสูง เมืองหนานอัน

หญิงสาวหน้าตาสะสวยคนหนึ่งอุ้มเด็กน้อยหน้าตาน่ารักในอ้อมแขน สายตามองรอบสถานีรถไฟ ก่อนย้อนคิดถึงอดีต

“กลับมาจนได้”

เธอพูดพึมพำกับตัวเองแล้วอุ้มเด็กน้อยเดินออกจากสถานี

“หวันหวั่น”

“ม่านฉี”

เว่ยหวั่นหันหน้าไปทางต้นเสียง ยกแขนข้างหนึ่งโบกให้ผู้ร้องเรียก

“เป่าเปา เรียกคุณน้าหน่อยสิจ้ะ” เธอพูดกับเด็กน้อยในอ้อมแขน

“คุณน้า”

เด็กชายแก้มป่องมองจ้องหญิงสาวที่เดินมาใกล้ตาไม่กระพริบ

“หล่อจริงเชียว น้าชื่อเฉิงม่านฉีนะจ๊ะ ไหนขอน้าอุ้มหน่อย”

มือเรียวยกขึ้นมาทำท่าจะอุ้ม เด็กน้อยอ้าแขนโอบคอหญิงสาวให้เธออุ้มทันที

“เจ้าชู้ไม่เบา”

เว่ยหวั่นหัวเราะให้เจ้าก้อนแป้งน้อยของตน

“ไปกันเถอะ ฉันเพิ่งย้ายเข้าบ้านใหม่ ยกให้หวันหวั่นคนดีพักเลยหนึ่งห้อง”

เฉิงม่านฉีพูดอย่างมีความสุข เธอเป็นเพื่อนสนิทของเว่ยหวั่น ไปเรียนต่อต่างประเทศเพิ่งกลับมาถึงไม่กี่วัน เว่ยหวั่นก็ติดต่อมาพอดี

         มีเพื่อนมาอยู่ด้วยกันจะได้ไม่เหงา

         “ขออยู่ไม่นานนะ ถ้าหาที่พักได้จะรีบย้ายออก”

เว่ยหวั่นพูดด้วยความเกรงใจ

         “จะรีบทำไมล่ะ ใช่มั้ยเป่าเปา ไม่สิ น้าต้องเรียกว่าอี้อี้ตัวน้อย”

เฉิงม่านฉีพูดกับเด็กน้อยที่หัวเราะอารมณ์ดี เธอเดินนำหน้าไปยังรถที่มารอรับ

         “ฉันเตรียมคาร์ซีทให้หลานชายสุดหล่อเชียวนะ” เธอพูดอวดเว่ยหวั่น

“จะอยู่ด้วยกันไม่กี่วันไม่ได้นะ ไม่คุ้ม”

         “จ้า เพื่อนคนดี” เว่ยหวั่นหัวเราะ “ช่วยเลี้ยงหลานด้วยนะ”

         “ได้เลย”

         ........

         คอนโด A ใจกลางเมือง

         หลังจากจัดของเรียบร้อยแล้ว เว่ยหวั่นก็ปล่อยให้เว่ยหลินอี้ หรือ อี้อี้ลูกชายตัวน้อยนั่งเล่นของเล่นอยู่ด้านข้าง

         “มีลูกเร็วก็ดีนะ แถมยังหล่ออีกด้วย”

เฉิงม่านฉีมองเด็กน้อยพลางพูดปลอบใจเพื่อน

         ช่วงที่เว่ยหวั่นมีเรื่อง เธอไม่ได้อยู่ในประเทศ จึงไม่ได้คอยให้กำลังใจเพื่อน

         เว่ยหวั่นมองตาม

“ก็จริง ช่วงนี้กำลังดื้อเลยล่ะ ใกล้จะสองขวบครึ่งแล้ว”

         “แล้วพากลับมา จะพาไปหาพ่อหรือเปล่า”

         “ไม่หรอก พาไปหาก็ใช่ว่าพ่อจะชอบใจ หลานคนนี้คงไม่อยากรู้จักหรอกมั้ง”

เว่ยหวั่นเปิดโน้ตบุ๊ค ค้นหาตำแหน่งงานที่น่าสนใจ

         “ที่พากลับมาเพราะจะให้ชื่อมาอยู่ในทะเบียนบ้านที่นี่น่ะ เวลาเข้าเรียนจะได้สะดวก”

เธออธิบายให้เฉิงม่านฉีฟัง

         “จริงด้วยสินะ ใกล้เข้าโรงเรียนแล้ว” เฉิงม่านฉีหยิบขนมแล้วยื่นให้เด็กน้อย

         “อี้อี้ น้าให้ขนม อร่อยนะ”

         เด็กชายแก้มป่องวางของเล่นทันทีแล้วรับขนมอย่างรวดเร็ว

“ขอบคุณน้าเฉิง”

         “พูดเก่งแล้วนะเนี่ย” หญิงสาวหัวเราะเอ็นดู

         “ช่วงนี้อยู่บ้านใช่มั้ย ฝากเลี้ยงอี้อี้ด้วยนะ” เว่ยหวั่นพูด สายตามองอีเมล์ที่เพิ่งได้รับ

         “ได้สิ ฉันขายของออนไลน์ อยู่บ้านแทบตลอดเวลา มีเวลาเล่นกับอี้อี้ทั้งวัน”

         “ส่งใบสมัครไม่ถึงห้านาทีก็ได้อีเมล์ให้ไปสัมภาษณ์แล้ว”

เว่ยหวั่นตาโต พูดกับเพื่อนสาวด้วยความตื่นเต้น

         “บริษัทอะไร”

เฉิงม่านฉีมองหน้าจอ สายตามองหาชื่อบริษัท

         “หวังเซิ่ง เป็นไง เจ๋งใช่ไหมล่ะ”

         “ที่สุด ประธานหวังเจ้าของบริษัทก็นิสัยดีอยู่นะ ฉันเคยเจอครั้งสองครั้งสมัยอยู่ต่างประเทศ”

         “ก็ดีน่ะสิ”

เว่ยหวั่นถอนหายใจโล่งอก หันไปบอกเจ้าก้อนแป้งตัวน้อย

“เป่าเปา เก็บของเล่นได้แล้วจ้ะ หม่าม้าจะพาเข้านอน”

เด็กชายตัวน้อยหน้าบูดไม่พอใจ แต่ก็ไม่เถียงแม่ของตัวเอง เขาเก็บของเล่นใส่กล่องอย่างเชื่อฟัง

“โอ้ย น่ารัก ว่านอนสอนง่าย ฉันอยากมีลูกแบบนี้บ้าง ต้องหาพ่อเด็กแถวไหนถึงจะได้แบบนี้”

เว่ยหวั่นมองค้อนเฉิงม่านฉี สายตาราวกับอยากจะกัดจมเขี้ยว

“หาได้ตามโรงแรม ฉันพาไปมั้ย”

เธอพูดแล้วก็เดินนำเว่ยหลินอี้ตัวน้อยเข้าห้องนอน

........

 บริษัทหวังเซิ่ง

“คุณเว่ยหวั่นใช่ไหมคะ เชิญที่ห้องประชุมเล็กชั้นห้าสิบหกได้เลยค่ะ”

พนักงานฝ่ายประชาสัมพันธ์บอกเมื่อหญิงสาวเดินทางไปถึง

“ไม่ใช่สัมภาษณ์ที่แผนกบุคคลหรือคะ”

เว่ยหวั่นถามด้วยความแปลกใจ

“ตำแหน่งที่คุณสมัคร กรรมการสัมภาษณ์คนละชุดกับตำแหน่งอื่นค่ะ”

ชั้นห้าสิบหก

หน้าห้องประชุมเล็ก หญิงสาวยืนสงบสติอารมณ์ครู่หนึ่งก่อนเปิดประตูเข้าไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“สวัสดีค่ะ”

เว่ยหวั่นก้มศีรษะให้กับผู้ที่อยู่ในห้องประชุม เธอเงยหน้าขึ้น พบว่ามีเพียงบุรุษสองคนในห้องเท่านั้น

“คุณเว่ยหวั่น เชิญนั่งครับ” สวี่เหยากล่าวด้วยวาจาสุภาพ

“ค่ะ”

นัยน์ตาหงส์กวาดมองสตรีที่เข้ามาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ริมฝีปากบางไม่ได้เอ่ยอันใดออกมา

“คุณเว่ยหวั่นสนใจงานตำแหน่งเลขาใช่ไหมครับ คุณรู้หรือไม่ว่างานเลขาต้องทำอะไรบ้าง”

สวี่เหยาเริ่มสัมภาษณ์ทันที

“ทราบค่ะ ดิฉันเคยทดลองงานเป็นเลขามาก่อนหน้านี้”

เว่ยหวั่นเล่าเรื่องงานที่เธอเคยทำอย่างละเอียด

“แต่ที่นี่อาจจะต้องเพิ่มหน้าที่นะครับ หน้าที่ในการจัดการ เอ่อ คน ไม่ให้ทะเลาะหรือก่อเรื่องขึ้น”

หญิงสาวเม้มริมฝีปากเล็กน้อยก่อนตอบฉะฉาน

“ดิฉันไม่แน่ใจว่าจะทำได้ดีมากแค่ไหน แต่จะตั้งใจทำงานตามที่รับมอบหมายอย่างสุดความสามารถค่ะ”

“เราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่า”

อยู่ดีๆ หวังเจิ้นก็พูดขึ้น

เว่ยหวั่นทำตาโตประหลาดใจ เธอหันมองบุรุษที่ถาม จากนั้นก็ส่ายศีรษะ

“ไม่เคยเจอค่ะ”

หวังเจิ้นขมวดคิ้วครุ่นคิด เขาก็คิดว่าตนเองไม่เคยเจอเธอ แต่เสียงของเธอเหมือนจะเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน

มือหนาเปิดดูใบประวัติของหญิงสาว

“คุณร้องเพลงด้วยหรือ”

“ใช่ค่ะ บางครั้งดิฉันก็รับร้องเพลงตามร้านอาหารหรืองานต่างๆ” เว่ยหวั่นกล่าวอย่างไม่ปิดบัง

“อ่อ” ชายหนุ่มพยักหน้าทำท่าเข้าใจ

บางทีเขาอาจเคยได้ยินเสียงของเธอที่ร้านอาหารก็เป็นไปได้ 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวของท่านประธาน   ตอนที่ 8 เข้าโรงพยาบาล

    บริษัทหวังเซิ่ง “ถ้าทำงานเสร็จแล้วจะกลับก่อนก็ได้นะครับ”สวี่เหยาถือแฟ้มเอกสารมายื่นให้กับเว่ยหวั่น “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันคงอยู่เตรียมงานของพรุ่งนี้ด้วย”เว่ยหวั่นยิ้มตอบ เธอชำเลืองสายตามองเข้าไปในห้องทำงานของประธาน เห็นว่าหวังเจิ้นยังคงนั่งทำงานสีหน้าเคร่งเครียด แล้วอย่างนี้เลขาอย่างเธอจะกลับก่อนได้อย่างไร แต่เมื่อใกล้เวลาหนึ่งทุ่ม หญิงสาวยังไม่เห็นทีท่าว่าหวังเจิ้นและสวี่เหยาจะกลับสักที เธอจึงตัดสินใจไม่รอ เก็บกระเป๋ากลับพร้อมกับชิงหยาฉินเพื่อนร่วมงานที่เพิ่งทำงานเสร็จ ขณะที่เธอรอข้ามถนนหน้าบริษัทก็มีรถสีขาวคันใหญ่มาจอดเทียบข้างหน้า กระจกรถถูกลดลงมองเห็นคนขับรถได้ชัดเจน “หวันหวั่นขึ้นรถสิ เดี๋ยวผมไปส่ง”เมิ่งอวิ่นเอินน้องชายของเมิ่งอวิ่นเฉินส่งเสียงเรียก เมื่อเห็นว่าเธอลังเลใจเขาจึงพูดเร่ง “รถหลังบีบแตรแล้ว ขึ้นรถเถอะ จะได้คุยกันด้วย” เว่ยหวั่นที่รอจะข้ามถนนเมื่อเจอสถานการณ์เช่นนี้เธอจึงยอมขึ้นรถของเมิ่งอวิ่นเอิน ถ้าเธอไม่ขึ้นรถคงติดเป็นทางยาว เป็นเวลาเดียวกันกับรถคันสีดำขับออกมาจากบริษัท เจ้าของรถเห็นภาพนี้

  • คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวของท่านประธาน   ตอนที่ 7 เริ่มสนิท

    บริษัทหวังเซิ่งหวังเจิ้นมาถึงบริษัทตั้งแต่เช้า เมื่อเข้ามาในห้องทำงานก็เห็นเว่ยหวั่นกำลังจัดกองเอกสารอย่างตั้งใจเขาเดินเข้าไปถึงข้างหลังเธอ ห่างเพียงไม่กี่ก้าว แต่เธอก็ยังไม่รู้สึกตัวชายหนุ่มยืนอมยิ้ม รอดูตอนเธอสะดุ้งตกใจเมื่อเห็นว่าเขาอยู่ในห้องในระหว่างที่เขายืนรออยู่นั้น เว่ยหวั่นก็เดินถอยหลังจนมาชนร่างกำยำของเขา“อุ๊ย”หญิงสาวอุทานด้วยความตกใจ ร่างบางที่ชนตั้งหลักไม่อยู่ เมื่อเห็นว่าจะล้มเธอจึงคว้าแขนของหวังเจิ้นตามสัญชาตญาณชายหนุ่มรีบคว้าตัวเธอมาอยู่ในอ้อมแขน ถ้าไม่ทำเช่นนี้มีหวังคงได้ลงไปนอนกองกับพื้นทั้งคู่เรือนร่างอวบอิ่มอยู่ในอ้อมแขนเขาอีกครั้ง หวังเจิ้นรับรู้ถึงความนุ่มเด้งของหญิงสาว มือก็รีบผลักเธอให้ออกห่างจากตัวด้วยความไวอยู่ในท่านี้นานไม่ได้ เดี๋ยวของขึ้นเขากระแอมแก้เขิน“เลขาเว่ยออกไปทำงานเถอะ”“ขอโทษค่ะ” เว่ยหวั่นพูดพลางรีบออกจากห้องใช่แน่ๆ ท่านประธานไม่ชอบผู้หญิง ก็ดีนะ จะได้ทำงานกับเขาอย่างสบายใจหญิงสาวคิดแล้วก็อมยิ้มอารมณ์ดี“ฉันต้องอยู่ให้ห่างจากเลขาเว่ย” หวังเจิ้นพึมพำกับตัวเองแล้วทำไมไม่เอามาใกล้เลยล่ะ ในเมื่อมีความรู้สึกแบบนี้ความคิดบางอย่างแล่นเข้า

  • คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวของท่านประธาน   ตอนที่ 6 ช่วยแก้ปัญหา

    หลังจากที่พูดคุยธุระกับคนที่ต้องการจนเสร็จ หวังเจิ้นนั่งนิ่งเงียบข้างหญิงสาวทั้งสองได้ไม่นาน เจียงเหวินเหวินก็ปลีกตัวไปเป็นพิธีกรงานประมูลบนเวที ส่วนหยางลี่ลี่ก็พุ่งตัวไปรอชมของที่นำมาประมูลด้วยความสนใจ หวังเจิ้นจึงอาศัยโอกาสนี้รีบจูงมือของเว่ยหวั่นกลับทันที “เร็วๆ รีบกลับก่อนที่จะมีคนมาอีก” เว่ยหวั่นเดินตามบุรุษร่างสูง เธอใส่รองเท้าส้นสูงก้าวเท้าได้ทีละสั้นๆ ส่วนเขาก้าวขาหนึ่งครั้งเท่ากับเธอต้องก้าวเท้าสองถึงสามครั้ง เธอพยายามเดินให้ทันเขาจนมาถึงประตูทางเข้าโรงแรม ก็สะดุดเข้ากับขอบประตูจนเซและจะล้มลง หวังเจิ้นที่จูงมือเธออยู่รวบร่างอวบอิ่มเข้าสู่อ้อมแขน หน้าอกแนบหน้าอก หน้าท้องแนบหน้าท้อง สะโพกกลมกลึงเต็มฝ่ามือ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่เธอใช้ลอยเข้าจมูกเขา ความนุ่มนิ่มอวบอิ่มของเธอเขาสัมผัสได้อย่างชัดเจน ชายหนุ่มรีบปล่อยหญิงสาวออกทันใด เขาเดินไปที่รถให้สวี่เหยาเรียกรถแท็กซี่และนั่งไปส่งเว่ยหวั่นที่บ้าน ส่วนเขาขับรถกลับบ้านคนเดียว กลิ่นและสัมผัสเช่นนี้ทำให้เขาคิดถึงคืนนั้นเมื่อสามปีก่อน ความรู้สึกเข้ามาสู่จิต

  • คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวของท่านประธาน   ตอนที่ 5 งานเลี้ยงดินเนอร์

    บนรถยนต์สีดำคันหรู“ไปร้านชุดของคุณเยี่ย”หวังเจิ้นบอกกับสวี่เหยาที่กำลังขับรถโดยมีเว่ยหวั่นนั่งอยู่ข้างคนขับเมื่อถึงร้านชุดดังกล่าว หวังเจิ้นก็เรียกเว่ยหวั่นลงจากรถ“คุณตามผมมา” เขาพูดแล้วก็เดินนำเข้าร้านเยี่ยซูหัว เจ้าของร้านออกมาทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“ประธานหวัง”สายตาเธอเหลือบมองหญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านข้างเขา“คุณผู้หญิงสวยมากเลยค่ะ รับรองว่างานพรุ่งนี้จะสวยเด่นที่สุดในงาน”เธอรีบจูงมือเว่ยหวั่นเข้าไปลองชุด ปล่อยให้หวังเจิ้นและสวี่หยางนั่งรออยู่โซฟาด้านนอกเว่ยหวั่นเห็นเยี่ยซูหัวเลือกชุดให้เธอลองสวมหลายชุดก็รีบพูดขึ้น“คุณเยี่ยคะ ฉันไปงานในฐานะเลขา เป็นผู้ติดตาม ขอเป็นชุดธรรมดาเรียบๆ ก็พอค่ะ ไม่อยากเด่นกว่าแขกในงาน”“ไม่ได้หรอกค่ะ ถึงคุณจะเป็นเลขา แต่ก็เป็นเลขาประธานหวัง แต่งเรียบๆ ไม่ได้ ต้องสวยหรูให้เจ้านายนะคะ จะได้ไม่อายคนอื่นเขา”เยี่ยซูหัวตอบพลางหัวเราะ“คุณลองทีละชุด และออกไปให้ประธานหวังเลือกด้วยตัวเองดีกว่าค่ะ”เว่ยหวั่นถอนหายใจ เธอลองชุดทั้งเดรสสายเดี่ยว เกาะอก แล้วออกไปให้หวังเจิ้นดูชายหนุ่มที่นั่งอ่านนิตยสารละสายตาจากหน้าหนังสือเงยหน้าดูหญิงสาวที่เดินออกมาเห็นสตรี

  • คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวของท่านประธาน   ตอนที่ 4 เริ่มทำงาน

    คอนโด A ใจกลางเมือง“เป่าเปา หม่าม้ามาแล้ว”เว่ยหวั่นหอบถุงใส่อาหารพะรุงพะรังกลับคอนโด มีเด็กชายแก้มป่องวิ่งออกมาต้อนรับ“หม่าม้าไปไหนมา อี้อี้คิดถึง”“หม่าม้าไปทำงานจ้ะ มีของกินมาฝากเป่าเปากับน้าเฉิงเยอะแยะเลย”เธอเดินเอาของไปวางบนโต๊ะ มือเรียวหยิบถุงขนมแกะให้เว่ยหลินอี้ด้วยความว่องไว“ขอบคุณครับ”เด็กชายตัวน้อยรับแล้วไปนั่งกินอย่างเอร็ดอร่อยบนโซฟา“ซื้อของกลับขนาดนี้ ได้งานแล้วใช่ไหมล่ะ”เฉิงม่านฉีเดินออกมาจากห้องครัว ในมือถือน้ำผลไม้มาสองขวด“ดื่มให้หายเหนื่อยก่อน แล้วเล่ามาซะดีๆ”เธอดึงเพื่อนมานั่งคุยที่โต๊ะอาหาร สายตาเหลือบมองเว่ยหลินอี้ที่กำลังจดจ่ออยู่กับการ์ตูนในโทรทัศน์“หา พรุ่งนี้ทำงานเข้าทำงาน เร็วมาก”เฉิงม่านฉีตาโตตกใจ บริษัทนี้ไม่ให้เวลาเตรียมตัวเลยสักนิด“เร็วสิดี จะได้มีเงินเข้าเร็วๆ” เว่ยหวั่นยิ้มดีใจ“จัดการคน ฉันว่านะ เรื่องผู้หญิงของประธานหวังแน่นอน ไม่งั้นเขาไม่สัมภาษณ์ด้วยตัวเองหรอก”เฉิงม่านฉีถือหลอดน้ำแกว่งไปมาพร้อมทำท่าทางวิเคราะห์“ก็น่าจะอย่างนั้นนะ” เว่ยหวั่นพยักหน้าเห็นด้วย“หวันหวั่นต้องลุยเต็มที่ อย่ายอมแพ้ล่ะ”เว่ยหวั่นเห็นท่าทางของเพื่อนสาวก็หัวเราะชอ

  • คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวของท่านประธาน   ตอนที่ 3 รับสมัครเลขา

    สามปีผ่านไปบริษัทหวังเซิ่งหวังเจิ้นที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ เขาไปดูแลบริษัทสาขาต่างประเทศ ประเทศละครึ่งปี กลับมาอีกทีก็ครบสามปีพอดี“ฉันมาพบประธานหวัง”เจียงเหวินเหวินแต่งกายอย่างสวยงามมารอพบหวังเจิ้นตั้งแต่เช้า“มาพบประธานหวังมีธุระอะไร”เสียงของหญิงสาวอีกคน ใบหน้าสวยหยิ่ง เดินเข้ามาพร้อมกับปรายตามองเจียงเหวินเหวินด้วยความดูแคลน“ไม่จำเป็นต้องมีธุระก็มาได้ ประธานหวังให้ฉันเข้าพบได้ตลอดเวลา”เจียงเหวินเหวินเชิดหน้าใส่หญิงสาวคนนั้น“หน้าด้าน”หยางลี่ลี่เอ่ย เธอเดินไปหาเลขาสาวหน้าห้องที่เพิ่งมาถึงบริษัท“ประธานหวังมาหรือยัง”เลขาสาวมองผู้หญิงทั้งสองคนด้วยความอึดอัด ไม่รู้ต้องแก้ไขปัญหาในสถานการณ์เช่นนี้อย่างไร“คุณหยางเข้าไปนั่งรอในห้องรับรองได้เลยค่ะ”เธอตอบเสียงสั่น สายตามองเจียงเหวินเหวินที่ส่งสายตากดดันมายังเธอ“คุณเจียงก็เข้าไปรอด้านในได้เช่นกันค่ะ”ได้ยินดังนั้นหญิงสาวสองคนก็รีบเข้าไปนั่งรอที่ห้องรับรองแขกด้านหน้าห้องประธาน เลขาคนเดิมยกกาแฟมาให้ทั้งสองแล้วรีบไปทันที“เธอมาหาหวังเจิ้นทำไม”หยางลี่ลี่ถาม ตาคู่สวยมองจ้องเจียงเหวินเหวินด้วยความไม่พอใจ“มารื้อฟื้นความทรงจำน่ะ”เจี

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status