Share

ตอนที่ 8 เข้าโรงพยาบาล

Penulis: Yuyueyuan
last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-22 08:34:28

บริษัทหวังเซิ่ง

         “ถ้าทำงานเสร็จแล้วจะกลับก่อนก็ได้นะครับ”

สวี่เหยาถือแฟ้มเอกสารมายื่นให้กับเว่ยหวั่น

         “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันคงอยู่เตรียมงานของพรุ่งนี้ด้วย”

เว่ยหวั่นยิ้มตอบ เธอชำเลืองสายตามองเข้าไปในห้องทำงานของประธาน เห็นว่าหวังเจิ้นยังคงนั่งทำงานสีหน้าเคร่งเครียด

         แล้วอย่างนี้เลขาอย่างเธอจะกลับก่อนได้อย่างไร

         แต่เมื่อใกล้เวลาหนึ่งทุ่ม หญิงสาวยังไม่เห็นทีท่าว่าหวังเจิ้นและสวี่เหยาจะกลับสักที เธอจึงตัดสินใจไม่รอ เก็บกระเป๋ากลับพร้อมกับชิงหยาฉินเพื่อนร่วมงานที่เพิ่งทำงานเสร็จ

         ขณะที่เธอรอข้ามถนนหน้าบริษัทก็มีรถสีขาวคันใหญ่มาจอดเทียบข้างหน้า กระจกรถถูกลดลงมองเห็นคนขับรถได้ชัดเจน

         “หวันหวั่นขึ้นรถสิ เดี๋ยวผมไปส่ง”

เมิ่งอวิ่นเอินน้องชายของเมิ่งอวิ่นเฉินส่งเสียงเรียก เมื่อเห็นว่าเธอลังเลใจเขาจึงพูดเร่ง

         “รถหลังบีบแตรแล้ว ขึ้นรถเถอะ จะได้คุยกันด้วย”

         เว่ยหวั่นที่รอจะข้ามถนนเมื่อเจอสถานการณ์เช่นนี้เธอจึงยอมขึ้นรถของเมิ่งอวิ่นเอิน ถ้าเธอไม่ขึ้นรถคงติดเป็นทางยาว

         เป็นเวลาเดียวกันกับรถคันสีดำขับออกมาจากบริษัท เจ้าของรถเห็นภาพนี้เข้าพอดี

         “นั่นคุณเว่ยนี่ครับ” สวี่เหยาพูดออกมาอย่างลืมตัว

         ชายหนุ่มนัยน์ตาหงส์ที่มองเห็นตั้งแต่แรกพูดอย่างไม่สบอารมณ์

“บ้านเลขาเว่ยอยู่กันสามคน คงจะเป็นหนึ่งในนั้น”

สวี่เหยาเหลือบตามองเจ้านายตนผ่านทางกระจกหลังรถ เขาจับอารมณ์ของอีกฝ่ายจากน้ำเสียงและสีหน้าที่เปลี่ยนไปของหวังเจิ้น

“สงสัยอาจจะเป็นเพื่อนหรือไม่ก็แฟนของเพื่อนมั้งครับ ถ้าเป็นแฟนคุณเว่ย คุณเว่ยคงขึ้นรถตั้งแต่แรกไม่รอให้เปิดกระจกเรียก”

“ก็มีเหตุผล”

หวังเจิ้นตอบ มือหนาหยิบโทรศัพท์มือถือมาเปิดดูก่อนชำเลืองมองทิศทางของรถคันสีขาวนั้นเป็นระยะ

........

“หวันหวั่น สบายดีไหม ฉันบังเอิญได้ยินอวิ่นเฉินต่อว่าเหวยน่าเรื่องของเธอ”

เมิ่งอวิ่นเอินกล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง

“ไม่เป็นไรหรอก แค่นี้เรื่องเล็ก เรื่องใหญ่กว่านี้ยังผ่านมาได้” เว่ยหวั่นตอบ

เธอและเมิ่งอวิ่นเอินเป็นเพื่อนร่วมรุ่นมหาวิทยาลัยเดียวกัน อายุน้อยกว่าเมิ่งอวิ่นเฉินหนึ่งปี ตอนที่หมั้นกับเมิ่ง อวิ่นเฉินจึงถูกเมิ่งอวิ่นเอิ่นเรียกว่าพี่สะใภ้อยู่พักใหญ่

ตอนนี้กลับมาเรียกเหมือนเดิม ฟังแล้วสบายใจกว่าเยอะ

“เขาก็ไม่ได้รู้สึกดีกับเหวยน่าหรอกนะ เพียงแต่ว่าถูกสถานการณ์บีบบังคับ”

เมิ่งอวิ่นเอินพูดเสียงเบา

“ไม่ต้องอธิบายหรอก”

เว่ยหวั่นตัดบท หลังจากคืนวันนั้นที่คลิปถูกปล่อย อาทิตย์ถัดมาก็มีข่าวว่าเมิ่งอวิ่นเฉินหมั้นกับหญิงสาวคนใหม่ เป็นลูกสาวของเพื่อนแม่เขา

ไม่ว่าเขาจะรักฝูเหวยน่าหรือไม่ แต่เมื่อวานที่เธอถูกสาดน้ำและโดนตบหน้า เขาก็ไม่เข้ามาปกป้อง ยังดีตรงที่เขาก็ไม่เข้าข้างฝูเหวยน่าเหมือนกัน

ผู้ชายนิสัยแบบนี้ ไม่สมควรให้เธอรักจริงๆ

จะอธิบายด้วยเหตุผลที่ดีแค่ไหนก็ไม่อยากฟังและไม่จำเป็นต้องรู้แล้ว

“หวันหวั่นพักอยู่ที่ไหน จะไปส่งให้ถึงหน้าประตูเลย”

“ไม่ต้องหรอก ฉันต่อรถไฟใต้ดินได้”

เว่ยหวั่นรีบปฏิเสธ

“กลัวอะไร เราเป็นเพื่อนกันนะ”

เมิ่งอวิ่นเอินหันมองหญิงสาวสีหน้าผิดหวัง

เขาเป็นเพื่อนกับเว่ยหวั่นมาหลายปี ช่วยเหลือกันมาก็หลายครั้ง สนิทจนเข้าใจนิสัยมากกว่าเมิ่งอวิ่นเฉินที่เป็นคู่หมั้นเสียอีก เพียงแค่อายุน้อยกว่า จึงต้องให้เมิ่งอวิ่นเฉินเป็นคนหมั้นกับเธอแทน

หากเขาเป็นคู่หมั้นเธอ คงไม่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น

พูดว่าเสียใจก็สายไปแล้ว

“งั้นไปส่งฉันที่คอนโดก็ได้” เว่ยหวั่นตอบพลางถอนหายใจ

หน้าทางเข้าโครงการคอนโด A

“ให้เข้าไปส่งข้างในไหม มีตั้งหลายตึก จะได้ไม่ต้องเดินไกล”

เมิ่งอวิ่นเอินพูดสายตามองเข้าไปในโครงการของคอนโดเห็นหมู่ตึกจำนวนมาก

“ไม่ต้องหรอก อยู่ตึกที่ไม่ไกลเท่าไหร่ เอารถเข้าไปต้องแลกบัตรเสียเวลา”

หญิงสาวพูด เท้าก้าวลงจากรถด้วยความรวดเร็ว

“ขอบใจนะ”

เธอบอกเขาแล้วหันหลังเดินจากไปทันที

เมิ่งอวิ่นเอินมองตามหลัง สายตาจับจ้องที่แผ่นหลังของหญิงสาว

หลังจากวันที่เกิดเรื่อง เขาต้องเดินทางไปเรียนต่อที่ต่างประเทศพอดี จึงไม่ได้ดูแลเธออย่างที่ควรจะทำ ช่วงเวลานั้นเขาตั้งใจเรียนมากจนเรียนจบภายในระยะเวลาสามปีตามที่หลักสูตรกำหนด

ตอนนี้เรียนจบแล้ว มีเวลากลับมาใกล้ชิดเธอเหมือนเดิม

แต่ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสแค่ไหน

........

ตอนเช้า เว่ยหวั่นเดินออกมาถึงหน้าโครงการคอนโดด้วยใบหน้าสดใส เจ้าก้อนแป้งตัวน้อยของเธอใส่ชุดว่ายน้ำแล้ววิ่งมาอวดความน่ารักตั้งแต่เช้า

ถ้าไม่ติดว่าต้องทำงาน เธอคงตามเฉิงม่านฉีพาอี้อี้น้อยไปสวนน้ำด้วยอีกคน

ปี๊บ ปี๊บ

เสียงแตรรถดังขึ้นจนเธอต้องหันไปมอง

สายตาเห็นรถคันขาวที่คุ้นตา กระจกรถถูกลดลงเหมือนเดิมและผู้ชายคนเดิมก็เรียกเธอขึ้นรถดั่งเช่นเมื่อวาน

“ไม่เป็นไร ฉันไปเองได้”

เว่ยหวั่นปฏิเสธ เธอเดินเลี่ยงเพื่อที่จะขึ้นรถเมล์

“ขึ้นรถเมล์ต่อด้วยนั่งรถไฟใต้ดินเวลานี้เนี่ยนะ คนเยอะมาก ให้ฉันไปส่งเถอะ”

เมิ่งอวิ่นเอินตะโกนเสียงดัง

“ไม่ต้อง”

หญิงสาวยังคงเดินต่อไปเรื่อยๆ

แต่ชายหนุ่มก็ไม่ละความพยายาม เขาขับรถช้าๆ ตามหลังเธอ

“เฮ้อ ก็ได้”

เว่ยหวั่นตัดสินใจเดินขึ้นรถเมิ่งอวิ่นเอิน

“ยอมแค่วันนี้นะ”

“เอาน่า ช่วงนี้ฉันว่างงาน เพิ่งเรียนจบขอที่บ้านพักผ่อนหนึ่งปี มีเวลาให้หวันหวั่นตลอดเวลาเลยนะ”

เมิ่งอวิ่นเอินพูดน้ำเสียงเอาใจ

“ไม่จำเป็น”

“นี่เธอจะ ‘ไม่’ กับฉันทุกครั้งไม่ได้นะ”

เมิ่งอวิ่นเอินหัวเราะ เขาชินกับการดื้อรั้นแต่ใจอ่อนของหญิงสาวแล้ว อ้อนนิดหน่อยเธอก็ใจอ่อนทุกครั้ง

เว่ยหวั่นลงจากรถเมื่อถึงหน้าบริษัท เธอเดินเข้าประตูก็พบกับบรรยากาศที่เงียบจนผิดสังเกต

“เกิดอะไรขึ้นหรือคะ”

เธอเข้าไปกระซิบถามฝ่ายประชาสัมพันธ์

“ก็วันนี้ท่านประธานมาตั้งแต่เช้า ไม่ยอมขึ้นไปที่ชั้นห้าสิบหก แต่นั่งอยู่ที่โต๊ะริมกระจกด้านล่าง ตรงนั้นไงคะ”

ฝ่ายประชาสัมพันธ์พยักเพยิดหน้า ตอบเสียงเบา

เว่ยหวั่นหันมองตาม เห็นหวังเจิ้นนั่งไขว่ห้างดื่มกาแฟสีหน้าคล้ายกับมีเรื่องไม่พอใจ

“มิน่า ไม่มีใครกล้าส่งเสียงดัง ฉันขึ้นไปทำงานดีกว่าค่ะ”

เว่ยหวั่นกระซิบตอบแล้วรีบสาวเท้าไปทางลิฟท์อย่างรวดเร็ว

ที่โต๊ะทำงาน เว่ยหวั่นมองแฟ้มเอกสารที่วางกองเรียงบนโต๊ะด้วยความตกใจ

“ทำไมเยอะขนาดนี้”

สวี่เหยาเดินถือแฟ้มเข้ามาหาเธอ

“ยังมีอีกครับ” เขาวางแฟ้มลงบนโต๊ะแล้วยิ้มให้เธอด้วยความเห็นใจ

“ประธานหวังบอกให้ตรวจสอบข้อมูลปีก่อนๆ เปรียบเทียบแล้วสรุปให้ด้วย”

“อ่อ ค่ะ ได้ค่ะ” เว่ยหวั่นถอนหายใจ

“สู้สู้” เธอพูดกับตัวเองก่อนที่จะเริ่มทำงาน

สวี่เหยายิ้มให้ เขากำมือแล้วยกแขน ขยับขึ้นลงสองสามครั้ง

“สู้ๆ นะครับ”

เมื่อเว่ยหวั่นเริ่มเปิดแฟ้มอ่าน เธอก็ประสบปัญหา ข้อมูลหลายอย่างไม่ครบ หญิงสาวลุกไปถามเพื่อนร่วมงานก็ไม่มีใครรู้ข้อมูล ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกัน

ให้ไปถามท่านประธาน

เธอจึงต้องเดินเข้าเดินออกไปถามหวังเจิ้นแทบทุกสิบห้านาที

“เลขาเว่ย ถ้าจะเปิดประตูบ่อยขนาดนี้ คุณยกงานเข้ามาทำในห้องผมก็ได้นะ โต๊ะตรงนั้นยังว่าง”

หวังเจิ้นทำสีหน้าหงุดหงิด นัยน์ตาหงส์เหลือบมองไปที่สวี่เหยา

“เปิดประตูเข้าออกบ่อยท่านประธานเสียสมาธิ เดี๋ยวผมไปช่วยยกแฟ้มเข้ามาเอง”

สวี่เหยาที่นั่งทำงานอีกมุมของห้องรีบเดินไปทำหน้าที่ของตนเองทันที

เวลาประมาณสี่โมงครึ่ง เสียงโทรศัพท์มือถือของเว่ยหวั่นดังขึ้น

“ฉีฉี มีเรื่องอะไร”

เธอถามปลายสาย

“ได้ จะรีบไปเดี๋ยวนี้”

เว่ยหวั่นกดวางสาย รีบเก็บกระเป๋าด้วยความร้อนใจ

“ประธานหวัง เลขาสวี่ฉันกลับก่อนนะคะ พรุ่งนี้จะมาทำงานต่อ”

ไม่รอให้ชายหนุ่มทั้งสองคนตอบ เธอก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากนอกห้อง

........

“หวันหวั่น”

เสียงเมิ่งอวิ่นเอินร้องเรียกเธอ

เว่ยหวั่นขึ้นรถของอีกฝ่ายทันที

“ไปโรงพยาบาลเด็กที่หนึ่ง” เธอพูดน้ำเสียงกระวนกระวาย

“ได้”

เมิ่งอวิ่นเอินเห็นสีหน้าของเธอไม่สู้ดี เขาไม่ถามต่อ เหยียบคันเร่งบึ่งรถพาเธอไปยังจุดหมายที่ต้องการ

........

“หึ นัดกันไว้สินะ”

หวังเจิ้นอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ เปิดกล้องวงจรปิดของบริษัทดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาอู๋โม่เหยียน

“คืนนี้เจอกัน”

........

โรงพยาบาลเด็กเมืองหนานอันอันดับที่หนึ่ง

“คุณหมอคะ อี้อี้เป็นอะไรมากไหมคะ”

เว่ยหวั่นถามหมอที่กำลังดูแผ่นฟิล์มเอกซเรย์ของเด็กชายตัวน้อย

 “น้องเว่ยหลินอี้กระดูกข้อเท้าหักค่ะ การรักษาต้องจัดกระดูกและใส่เฝือก อาจต้องนอนดูอาการที่นี่ก่อนนะคะ ถ้าไม่มีอะไรผิดปกติถึงจะกลับบ้านได้ค่ะ”

“ค่ะ”

เว่ยหวั่นออกจากห้องตรวจไปหาเว่ยหลินอี้ที่นั่งอยู่กับเฉิงม่านฉี

 “ไม่กี่คนก็ถึงคิวรักษาแล้ว” เฉิงม่านฉีบอก

“ฉันดูแลหลานไม่ดีจนเกิดอุบัติเหตุ เดี๋ยวช่วยออกค่ารักษานะ”

“ไม่ต้องๆ” เว่ยหวั่นรีบปฏิเสธ

“ค่ารักษาไม่ได้แพงมาก ฉันแค่รับงานไปร้องเพลงสองสามวันก็ได้แล้ว”

“แต่ว่า” เฉิงม่านฉีสีหน้าสลด

“ดูแลหลานให้ฉันด้วย คงต้องนอนโรงพยาบาลสักสองสามวัน”

เธอพูดกับเพื่อนสาวแล้วไปนั่งข้างเด็กชายตัวน้อย

“เป่าเปาเจ็บมากไหม”

เธอถามลูกชายน้ำเสียงสงสาร

“อี้อี้ไม่เจ็บ” เด็กน้อยตอบหน้าตาไร้เดียงสา

“คุณลุงบอกว่าจะซื้อของเล่นมาให้อี้อี้เล่นแก้เบื่อ”

นิ้วป้อมของเด็กน้อยชี้ไปทางเมิ่งอวิ่นเอินที่ถือถุงพะรุงพะรังเข้ามา

เขาปล่อยให้เว่ยหวั่นลงจากรถแล้วจึงไปหาที่จอดรถ เมื่อขึ้นมาที่ตึกก็พบว่าผู้ป่วยคือลูกชายของเว่ยหวั่น จึงไปซื้อขนมและของเล่นก่อนกลับมาอีกครั้ง

“ขอบคุณลุงเมิ่งสิ”

เว่ยหวั่นบอกเด็กน้อย

“ขอบคุณลุงเมิ่ง”

 เว่ยหลินอี้พูดเสียงใส เขารับขนมมากินอย่างเอร็ดอร่อย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวของท่านประธาน   ตอนที่ 8 เข้าโรงพยาบาล

    บริษัทหวังเซิ่ง “ถ้าทำงานเสร็จแล้วจะกลับก่อนก็ได้นะครับ”สวี่เหยาถือแฟ้มเอกสารมายื่นให้กับเว่ยหวั่น “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันคงอยู่เตรียมงานของพรุ่งนี้ด้วย”เว่ยหวั่นยิ้มตอบ เธอชำเลืองสายตามองเข้าไปในห้องทำงานของประธาน เห็นว่าหวังเจิ้นยังคงนั่งทำงานสีหน้าเคร่งเครียด แล้วอย่างนี้เลขาอย่างเธอจะกลับก่อนได้อย่างไร แต่เมื่อใกล้เวลาหนึ่งทุ่ม หญิงสาวยังไม่เห็นทีท่าว่าหวังเจิ้นและสวี่เหยาจะกลับสักที เธอจึงตัดสินใจไม่รอ เก็บกระเป๋ากลับพร้อมกับชิงหยาฉินเพื่อนร่วมงานที่เพิ่งทำงานเสร็จ ขณะที่เธอรอข้ามถนนหน้าบริษัทก็มีรถสีขาวคันใหญ่มาจอดเทียบข้างหน้า กระจกรถถูกลดลงมองเห็นคนขับรถได้ชัดเจน “หวันหวั่นขึ้นรถสิ เดี๋ยวผมไปส่ง”เมิ่งอวิ่นเอินน้องชายของเมิ่งอวิ่นเฉินส่งเสียงเรียก เมื่อเห็นว่าเธอลังเลใจเขาจึงพูดเร่ง “รถหลังบีบแตรแล้ว ขึ้นรถเถอะ จะได้คุยกันด้วย” เว่ยหวั่นที่รอจะข้ามถนนเมื่อเจอสถานการณ์เช่นนี้เธอจึงยอมขึ้นรถของเมิ่งอวิ่นเอิน ถ้าเธอไม่ขึ้นรถคงติดเป็นทางยาว เป็นเวลาเดียวกันกับรถคันสีดำขับออกมาจากบริษัท เจ้าของรถเห็นภาพนี้

  • คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวของท่านประธาน   ตอนที่ 7 เริ่มสนิท

    บริษัทหวังเซิ่งหวังเจิ้นมาถึงบริษัทตั้งแต่เช้า เมื่อเข้ามาในห้องทำงานก็เห็นเว่ยหวั่นกำลังจัดกองเอกสารอย่างตั้งใจเขาเดินเข้าไปถึงข้างหลังเธอ ห่างเพียงไม่กี่ก้าว แต่เธอก็ยังไม่รู้สึกตัวชายหนุ่มยืนอมยิ้ม รอดูตอนเธอสะดุ้งตกใจเมื่อเห็นว่าเขาอยู่ในห้องในระหว่างที่เขายืนรออยู่นั้น เว่ยหวั่นก็เดินถอยหลังจนมาชนร่างกำยำของเขา“อุ๊ย”หญิงสาวอุทานด้วยความตกใจ ร่างบางที่ชนตั้งหลักไม่อยู่ เมื่อเห็นว่าจะล้มเธอจึงคว้าแขนของหวังเจิ้นตามสัญชาตญาณชายหนุ่มรีบคว้าตัวเธอมาอยู่ในอ้อมแขน ถ้าไม่ทำเช่นนี้มีหวังคงได้ลงไปนอนกองกับพื้นทั้งคู่เรือนร่างอวบอิ่มอยู่ในอ้อมแขนเขาอีกครั้ง หวังเจิ้นรับรู้ถึงความนุ่มเด้งของหญิงสาว มือก็รีบผลักเธอให้ออกห่างจากตัวด้วยความไวอยู่ในท่านี้นานไม่ได้ เดี๋ยวของขึ้นเขากระแอมแก้เขิน“เลขาเว่ยออกไปทำงานเถอะ”“ขอโทษค่ะ” เว่ยหวั่นพูดพลางรีบออกจากห้องใช่แน่ๆ ท่านประธานไม่ชอบผู้หญิง ก็ดีนะ จะได้ทำงานกับเขาอย่างสบายใจหญิงสาวคิดแล้วก็อมยิ้มอารมณ์ดี“ฉันต้องอยู่ให้ห่างจากเลขาเว่ย” หวังเจิ้นพึมพำกับตัวเองแล้วทำไมไม่เอามาใกล้เลยล่ะ ในเมื่อมีความรู้สึกแบบนี้ความคิดบางอย่างแล่นเข้า

  • คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวของท่านประธาน   ตอนที่ 6 ช่วยแก้ปัญหา

    หลังจากที่พูดคุยธุระกับคนที่ต้องการจนเสร็จ หวังเจิ้นนั่งนิ่งเงียบข้างหญิงสาวทั้งสองได้ไม่นาน เจียงเหวินเหวินก็ปลีกตัวไปเป็นพิธีกรงานประมูลบนเวที ส่วนหยางลี่ลี่ก็พุ่งตัวไปรอชมของที่นำมาประมูลด้วยความสนใจ หวังเจิ้นจึงอาศัยโอกาสนี้รีบจูงมือของเว่ยหวั่นกลับทันที “เร็วๆ รีบกลับก่อนที่จะมีคนมาอีก” เว่ยหวั่นเดินตามบุรุษร่างสูง เธอใส่รองเท้าส้นสูงก้าวเท้าได้ทีละสั้นๆ ส่วนเขาก้าวขาหนึ่งครั้งเท่ากับเธอต้องก้าวเท้าสองถึงสามครั้ง เธอพยายามเดินให้ทันเขาจนมาถึงประตูทางเข้าโรงแรม ก็สะดุดเข้ากับขอบประตูจนเซและจะล้มลง หวังเจิ้นที่จูงมือเธออยู่รวบร่างอวบอิ่มเข้าสู่อ้อมแขน หน้าอกแนบหน้าอก หน้าท้องแนบหน้าท้อง สะโพกกลมกลึงเต็มฝ่ามือ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่เธอใช้ลอยเข้าจมูกเขา ความนุ่มนิ่มอวบอิ่มของเธอเขาสัมผัสได้อย่างชัดเจน ชายหนุ่มรีบปล่อยหญิงสาวออกทันใด เขาเดินไปที่รถให้สวี่เหยาเรียกรถแท็กซี่และนั่งไปส่งเว่ยหวั่นที่บ้าน ส่วนเขาขับรถกลับบ้านคนเดียว กลิ่นและสัมผัสเช่นนี้ทำให้เขาคิดถึงคืนนั้นเมื่อสามปีก่อน ความรู้สึกเข้ามาสู่จิต

  • คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวของท่านประธาน   ตอนที่ 5 งานเลี้ยงดินเนอร์

    บนรถยนต์สีดำคันหรู“ไปร้านชุดของคุณเยี่ย”หวังเจิ้นบอกกับสวี่เหยาที่กำลังขับรถโดยมีเว่ยหวั่นนั่งอยู่ข้างคนขับเมื่อถึงร้านชุดดังกล่าว หวังเจิ้นก็เรียกเว่ยหวั่นลงจากรถ“คุณตามผมมา” เขาพูดแล้วก็เดินนำเข้าร้านเยี่ยซูหัว เจ้าของร้านออกมาทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“ประธานหวัง”สายตาเธอเหลือบมองหญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านข้างเขา“คุณผู้หญิงสวยมากเลยค่ะ รับรองว่างานพรุ่งนี้จะสวยเด่นที่สุดในงาน”เธอรีบจูงมือเว่ยหวั่นเข้าไปลองชุด ปล่อยให้หวังเจิ้นและสวี่หยางนั่งรออยู่โซฟาด้านนอกเว่ยหวั่นเห็นเยี่ยซูหัวเลือกชุดให้เธอลองสวมหลายชุดก็รีบพูดขึ้น“คุณเยี่ยคะ ฉันไปงานในฐานะเลขา เป็นผู้ติดตาม ขอเป็นชุดธรรมดาเรียบๆ ก็พอค่ะ ไม่อยากเด่นกว่าแขกในงาน”“ไม่ได้หรอกค่ะ ถึงคุณจะเป็นเลขา แต่ก็เป็นเลขาประธานหวัง แต่งเรียบๆ ไม่ได้ ต้องสวยหรูให้เจ้านายนะคะ จะได้ไม่อายคนอื่นเขา”เยี่ยซูหัวตอบพลางหัวเราะ“คุณลองทีละชุด และออกไปให้ประธานหวังเลือกด้วยตัวเองดีกว่าค่ะ”เว่ยหวั่นถอนหายใจ เธอลองชุดทั้งเดรสสายเดี่ยว เกาะอก แล้วออกไปให้หวังเจิ้นดูชายหนุ่มที่นั่งอ่านนิตยสารละสายตาจากหน้าหนังสือเงยหน้าดูหญิงสาวที่เดินออกมาเห็นสตรี

  • คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวของท่านประธาน   ตอนที่ 4 เริ่มทำงาน

    คอนโด A ใจกลางเมือง“เป่าเปา หม่าม้ามาแล้ว”เว่ยหวั่นหอบถุงใส่อาหารพะรุงพะรังกลับคอนโด มีเด็กชายแก้มป่องวิ่งออกมาต้อนรับ“หม่าม้าไปไหนมา อี้อี้คิดถึง”“หม่าม้าไปทำงานจ้ะ มีของกินมาฝากเป่าเปากับน้าเฉิงเยอะแยะเลย”เธอเดินเอาของไปวางบนโต๊ะ มือเรียวหยิบถุงขนมแกะให้เว่ยหลินอี้ด้วยความว่องไว“ขอบคุณครับ”เด็กชายตัวน้อยรับแล้วไปนั่งกินอย่างเอร็ดอร่อยบนโซฟา“ซื้อของกลับขนาดนี้ ได้งานแล้วใช่ไหมล่ะ”เฉิงม่านฉีเดินออกมาจากห้องครัว ในมือถือน้ำผลไม้มาสองขวด“ดื่มให้หายเหนื่อยก่อน แล้วเล่ามาซะดีๆ”เธอดึงเพื่อนมานั่งคุยที่โต๊ะอาหาร สายตาเหลือบมองเว่ยหลินอี้ที่กำลังจดจ่ออยู่กับการ์ตูนในโทรทัศน์“หา พรุ่งนี้ทำงานเข้าทำงาน เร็วมาก”เฉิงม่านฉีตาโตตกใจ บริษัทนี้ไม่ให้เวลาเตรียมตัวเลยสักนิด“เร็วสิดี จะได้มีเงินเข้าเร็วๆ” เว่ยหวั่นยิ้มดีใจ“จัดการคน ฉันว่านะ เรื่องผู้หญิงของประธานหวังแน่นอน ไม่งั้นเขาไม่สัมภาษณ์ด้วยตัวเองหรอก”เฉิงม่านฉีถือหลอดน้ำแกว่งไปมาพร้อมทำท่าทางวิเคราะห์“ก็น่าจะอย่างนั้นนะ” เว่ยหวั่นพยักหน้าเห็นด้วย“หวันหวั่นต้องลุยเต็มที่ อย่ายอมแพ้ล่ะ”เว่ยหวั่นเห็นท่าทางของเพื่อนสาวก็หัวเราะชอ

  • คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวของท่านประธาน   ตอนที่ 3 รับสมัครเลขา

    สามปีผ่านไปบริษัทหวังเซิ่งหวังเจิ้นที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ เขาไปดูแลบริษัทสาขาต่างประเทศ ประเทศละครึ่งปี กลับมาอีกทีก็ครบสามปีพอดี“ฉันมาพบประธานหวัง”เจียงเหวินเหวินแต่งกายอย่างสวยงามมารอพบหวังเจิ้นตั้งแต่เช้า“มาพบประธานหวังมีธุระอะไร”เสียงของหญิงสาวอีกคน ใบหน้าสวยหยิ่ง เดินเข้ามาพร้อมกับปรายตามองเจียงเหวินเหวินด้วยความดูแคลน“ไม่จำเป็นต้องมีธุระก็มาได้ ประธานหวังให้ฉันเข้าพบได้ตลอดเวลา”เจียงเหวินเหวินเชิดหน้าใส่หญิงสาวคนนั้น“หน้าด้าน”หยางลี่ลี่เอ่ย เธอเดินไปหาเลขาสาวหน้าห้องที่เพิ่งมาถึงบริษัท“ประธานหวังมาหรือยัง”เลขาสาวมองผู้หญิงทั้งสองคนด้วยความอึดอัด ไม่รู้ต้องแก้ไขปัญหาในสถานการณ์เช่นนี้อย่างไร“คุณหยางเข้าไปนั่งรอในห้องรับรองได้เลยค่ะ”เธอตอบเสียงสั่น สายตามองเจียงเหวินเหวินที่ส่งสายตากดดันมายังเธอ“คุณเจียงก็เข้าไปรอด้านในได้เช่นกันค่ะ”ได้ยินดังนั้นหญิงสาวสองคนก็รีบเข้าไปนั่งรอที่ห้องรับรองแขกด้านหน้าห้องประธาน เลขาคนเดิมยกกาแฟมาให้ทั้งสองแล้วรีบไปทันที“เธอมาหาหวังเจิ้นทำไม”หยางลี่ลี่ถาม ตาคู่สวยมองจ้องเจียงเหวินเหวินด้วยความไม่พอใจ“มารื้อฟื้นความทรงจำน่ะ”เจี

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status