แชร์

ตอนที่ 4 เริ่มทำงาน

ผู้เขียน: Yuyueyuan
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-14 08:14:45

คอนโด A ใจกลางเมือง

“เป่าเปา หม่าม้ามาแล้ว”

เว่ยหวั่นหอบถุงใส่อาหารพะรุงพะรังกลับคอนโด มีเด็กชายแก้มป่องวิ่งออกมาต้อนรับ

“หม่าม้าไปไหนมา อี้อี้คิดถึง”

“หม่าม้าไปทำงานจ้ะ มีของกินมาฝากเป่าเปากับน้าเฉิงเยอะแยะเลย”

เธอเดินเอาของไปวางบนโต๊ะ มือเรียวหยิบถุงขนมแกะให้เว่ยหลินอี้ด้วยความว่องไว

“ขอบคุณครับ”

เด็กชายตัวน้อยรับแล้วไปนั่งกินอย่างเอร็ดอร่อยบนโซฟา

“ซื้อของกลับขนาดนี้ ได้งานแล้วใช่ไหมล่ะ”

เฉิงม่านฉีเดินออกมาจากห้องครัว ในมือถือน้ำผลไม้มาสองขวด

“ดื่มให้หายเหนื่อยก่อน แล้วเล่ามาซะดีๆ”

เธอดึงเพื่อนมานั่งคุยที่โต๊ะอาหาร สายตาเหลือบมองเว่ยหลินอี้ที่กำลังจดจ่ออยู่กับการ์ตูนในโทรทัศน์

“หา พรุ่งนี้ทำงานเข้าทำงาน เร็วมาก”

เฉิงม่านฉีตาโตตกใจ บริษัทนี้ไม่ให้เวลาเตรียมตัวเลยสักนิด

“เร็วสิดี จะได้มีเงินเข้าเร็วๆ” เว่ยหวั่นยิ้มดีใจ

“จัดการคน ฉันว่านะ เรื่องผู้หญิงของประธานหวังแน่นอน ไม่งั้นเขาไม่สัมภาษณ์ด้วยตัวเองหรอก”

เฉิงม่านฉีถือหลอดน้ำแกว่งไปมาพร้อมทำท่าทางวิเคราะห์

“ก็น่าจะอย่างนั้นนะ” เว่ยหวั่นพยักหน้าเห็นด้วย

“หวันหวั่นต้องลุยเต็มที่ อย่ายอมแพ้ล่ะ”

เว่ยหวั่นเห็นท่าทางของเพื่อนสาวก็หัวเราะชอบใจ

“ฉันไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอแล้วนะ ตั้งแต่มีเป่าเปาฉันเข้มแข็งขึ้นมาก พร้อมขึ้นโรงพักได้ตลอดเวลา”

“โอ้ย สงสารตำรวจ อย่าได้ไปหาเรื่องทะเลาะกับใครถ้าไม่จำเป็นดีกว่า”

สองสาวหัวเราะและพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน

........

ผับเย่ไฉ่

ห้องรับรองแขกส่วนตัว

“ว่าไงคุณหวังเจิ้น ไม่ได้เจอหลายปีเลยนะ”

อู๋โม่เหยียน หนุ่มหล่อร่างสูงเจ้าของผับกล่าวกับเพื่อนสนิทด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“จำได้ว่านายเพิ่งไปหาฉันที่อังกฤษนะ”

หวังเจิ้นเดินเข้ามานั่ง สายตามองไปทั่วห้อง

“สาวสวยพวกนี้ฉันเรียกมาเอง เผื่อว่านายอยากจะ อื้ม ฮ่าฮ่า”

“ให้ออกไป” บุรุษที่เพิ่งเข้ามาเอ่ยเสียงราบเรียบ

อู๋โม่เหยียนอยากจะแซวเพื่อนของตนต่อ แต่เมื่อเห็นสีหน้าเย็นชาของเขาก็โบกมือไล่ผู้หญิงสามคนที่อยู่ในห้องให้ออกไป

“นายน่ะ ตั้งใจจะรักษาศีลหรือไง” เขาถอนหายใจพร้อมนั่งลงเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม

“ไม่ถูกใจ”

หวังเจิ้นพูด มือหยิบแก้วไวน์ตรงหน้าขึ้นมาจิบ

“แล้วเจียงเหวินเหวินล่ะ ทำไมไม่ไปหาเธอ”

หวังเจิ้นส่ายศีรษะ เขานึกถึงครั้งที่ไปหาเจียงเหวินเหวิน เพียงแค่เขากอดเธอ ความรู้สึกที่ได้รับช่างแตกต่างกับผู้หญิงในคืนนั้นราวกับเป็นคนละคน

จะให้ทำต่อก็ไม่มีอารมณ์

หลังจากนั้นเขาจึงไม่ไปหาเธอตอนกลางคืนอีก

“ตอนนั้นคงเพราะฤทธิ์ยา อะไรอะไรถึงได้หอมหวาน”

อู๋โม่เหยียนทำท่าวิเคราะห์ สายตาเหลือบมองเพื่อนของตนเป็นระยะ

“ก็คงอย่างนั้น”

“นายรับเลขามาใหม่นี่” อู๋โม่เหยียนสายตาแพรวพราวเปลี่ยนหัวข้อสนทนาทันที

“เอามาห้ามสองคนทะเลาะกัน” หวังเจิ้นพูดเสียงเรียบ

“เหอะ พรุ่งนี้ฉันไปแอบดูหน้าตาเลขาใหม่ดีกว่าว่าจะสวยขนาดไหน”

อู๋โม่เหยียนยิ้มมุมปาก เทไวน์ใส่แก้วให้หวังเจิ้นอย่างเอาใจ

“ไร้สาระ” นัยน์ตาหงส์มองกลับไม่สบอารมณ์

........

เช้าวันรุ่งขึ้น เว่ยหวั่นอาบน้ำแต่งตัวให้เจ้าก้อนแป้งน้อยเหมือนกับทุกวัน

“หม่าม้าไปทำงานกลับกี่โมง” เด็กชายแก้มป่องทำหน้าตาสงสัย

“กลับตอนเย็นจ้ะ เป่าเปาอยู่กับน้าเฉิงเป็นเด็กดี อย่าดื้อนะ”

มือเรียวจับแก้มลูกชายด้วยความหมั่นเขี้ยว

“อี้อี้ไม่เคยดื้อ หม่าม้ากลับบ้านซื้อขนมมาให้ด้วยนะ”

“จ้ะ”

หญิงสาวยกนิ้วขึ้นมาเกี่ยวก้อยกับลูกชาย เธอก้มหน้าหอมแก้มป่องทั้งสองข้างของเขาก่อนออกไปทำงาน

........

บริษัทหวังเซิ่ง ชั้นห้าสิบหก

“คุณเว่ยหวั่นมาเช้าเชียวนะครับ ตรงนี้คือโต๊ะทำงานของคุณ”

สวี่เหยายิ้มทักทายพร้อมกับแนะนำสถานที่และเพื่อนร่วมงานแก่หญิงสาว

บรรดาเลขาหญิงอีกสามคนต่างต้อนรับเธอด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและทักทายอย่างเป็นกันเอง

เว่ยหวั่นศึกษางานที่ต้องทำอย่างตั้งใจ จนกระทั่งเข้าสู่เวลาใกล้พักรับประทานอาหารกลางวัน

“ประธานหวังมาหรือยัง”

หญิงสาวในรองเท้าส้นสูงเดินมาถามที่โต๊ะทำงานของเลขา

“แหม ใจตรงกันเลยนะ”

หญิงสาวอีกคนสวมชุดเดรสสีแดงบาดตาก้าวเท้าเข้ามาในเวลาไล่เลี่ยกัน

“ประธานหวังอยู่หรือเปล่า”

ทั้งสองถามฝ่ายเลขา จากนั้นก็จ้องตากันราวกับเป็นการแข่งขันที่ดุเดือด

“คุณเว่ย จัดการเลยค่ะ” ชิงหยาฉิน เลขาอีกคนกระซิบข้างหูของเว่ยหวั่น

เว่ยหวั่นผงกศีรษะ สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วลุกเดินไปทางหญิงสาวทั้งสอง

“คุณหยางลี่ลี่ คุณเจียงเหวินเหวิน รบเข้าพบท่านประธานตามคิวนะคะ”

เธอผายมือเชิญหญิงสาวทั้งสองให้ไปรอที่ห้องพักรับรอง

หยางลี่ลี่ปรายสายตามองเว่ยหวั่น

“เลขาใหม่งั้นหรือ”

“ใช่ค่ะ เชิญค่ะ” เว่ยหวั่นยิ้มให้เธออย่างสุภาพ

“ทำไมต้องรอคิวด้วย ฉันก็จอดรถพร้อมกับคุณหยางนะ”

เจียงเหวินเหวินเชิดหน้าใส่หยางลี่ลี่ ตั้งท่าจะเดินไปเบียดหน้าประตูเพื่อเข้าห้องรับรอง

“ระวังล้มนะคะ ชุดพนักงานยังไม่ส่งมาค่ะ ถ้าชุดเปื้อนไม่มีให้เปลี่ยนนะคะ”

เว่ยหวั่นพูดตามข้อมูลที่ได้รับ ผู้หญิงสองคนนี้ทะเลาะกันจนชุดเลอะเป็นประจำ

หยางลี่ลี่และเจียงเหวินเหวินได้ยินก็ยืดตัวตรงและเดินเข้าห้องรับรองทีละคนอย่างเรียบร้อย พวกเธอค่อยไปสู้กันทางสายตาในห้องต่อ

........

“เข้าไปรอกันในห้องแล้วครับ ยังเรียบร้อยดี”

สวี่เหยารายงานหวังเจิ้น

บุรุษหน้าตาคมคายพยักหน้า

“ด่านแรกผ่านไปได้ รอด่านต่อไป” เขากล่าวแล้วอ่านรายงานในมือต่อ

........

ในห้องรับรองแขก เว่ยหวั่นถือน้ำเปล่าเข้ามาเสิร์ฟหญิงสาวทั้งสอง

“ใกล้เที่ยงแล้ว น้ำแร่จากฝรั่งเศสจะทำให้สดชื่นและรับประทานอาหารอร่อยขึ้นค่ะ”

เธอยิ้มอ่อนโยนแล้วหยิบแก้วน้ำวางบนโต๊ะเตี้ยด้านหน้าคนทั้งสอง

ทุกครั้งที่ผ่านมาเสิร์ฟกาแฟ เวลาสาดใส่กันจะร้อนลวกผิวและเป็นคราบเลอะบนเสื้อผ้า คราวนี้เว่ยหวั่นจึงเปลี่ยนเป็นน้ำแร่ ได้ประโยชน์และไม่มีรอยเปื้อนบนเสื้อผ้า

หยางลี่ลี่และเจียงเหวินเหวินมองแก้วน้ำตรงหน้า พวกเธอลังเลใจที่จะหยิบขึ้นมาดื่ม

“น้ำแร่เกรดพรีเมี่ยมส่งตรงมาจากฝรั่งเศสเลยนะคะ ดูฟองด้านบนสิคะ บางเบาดุจขนนกและอ่อนนุ่มละมุนลิ้น”

เว่ยหวั่นแนะนำน้ำแร่ดั่งผู้เชี่ยวชาญ เธอลอบมองปฏิกิริยาของคนทั้งสองก่อนออกนอกห้อง

มองจากกระจกภายนอก เห็นหญิงสาวยกแก้วน้ำมาดื่มอย่างเสียไม่ได้

ของดี ใครๆ ก็เสียดาย

........

“ด่านที่สอง ผ่าน”

หวังเจิ้นถอนหายใจโล่งอก เขาวางรายงานลงบนโต๊ะแล้วลุกขึ้นยืน

“สวี่หยาง ไปกันเถอะ ด่านที่สามต้องจัดการเองแล้ว”

เขาเดินไปที่ห้องรับรองแขก เปิดประตูแล้วพูดกับแขกทั้งสองของตน

“คุณหยาง คุณเจียง ผมสั่งอาหารไว้ให้แล้วนะ พวกคุณไปทานอาหารที่ห้องอาหารได้เลย บ่ายนี้ผมมีนัดคุยงานข้างนอก ไปล่ะนะ”

เขาไม่หยุดหายใจให้ถูกพูดแทรก เดินออกจากหน้าห้องทันที

“คุณเว่ย ไปด้วยกันกับผม”

ขายาวขยับอย่างรวดเร็ว เว่ยหวั่นตั้งตัวไม่ทันต้องรีบหยิบกระเป๋าแล้ววิ่งตามเจ้านายด้วยความเร็ว

เธอเข้าไปในลิฟท์แล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ให้หายเหนื่อย

“คุณเว่ยทำได้ดีมากครับ”

สวี่หยางเอ่ยชม

นัยน์ตาหงส์จ้องมองหญิงสาว

“เดี๋ยวฉันเลี้ยงข้าวเอง”

ร้านอาหาร

“คุณเว่ยสั่งได้เลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ”

สวี่เหยาเอ่ยแทนหวังเจิ้น

“ขอบคุณค่ะ”

หญิงสาวยิ้มตอบ เธอมองเมนูแล้วสั่งอาหารอย่างคล่องแคล่ว

“สปาเกตตี้คาโบนาร่าหนึ่งที่ทานที่นี่นะคะ และก็มักกะโรนีอบชีสสองกล่องกลับบ้าน แยกใบเสร็จค่ะ”

เธอพูดกับพนักงานแล้วหันมายิ้มให้ชายหนุ่มทั้งสองคนที่นั่งร่วมโต๊ะ

“คิดรวมกันเลย” หวังเจิ้นบอกก่อนที่พนักงานจะเดินไป

“ขอบคุณนะคะ ฉันเอาไปฝากคนที่บ้านค่ะ”

เว่ยหวั่นบอกพร้อมกับก้มศีรษะขอบคุณ

“ที่บ้านอยู่กันสองคนหรือครับ”

สวี่เหยาชวนคุยไม่ให้เกิดความเงียบ ทั้งยังต้องการรู้เรื่องของอีกฝ่ายมากขึ้น

“ไม่ใช่ค่ะ อยู่กันสามคน”

เว่ยหวั่นตั้งใจซื้อกลับไปฝากเจ้าก้อนแป้งน้อยของเธอและก็ฝากเฉิงม่านฉี

“ถ้าไม่พอสั่งเพิ่มได้นะ” หวังเจิ้นที่นั่งฟังอยู่พูดขึ้น

“ไม่เป็นไรค่ะ กลับบ้านต้องทำอาหารเพิ่มอยู่แล้ว” หญิงสาวตอบด้วยความเกรงใจ

“ใช่สิ คุณเว่ย น้ำแร่ที่คุณซื้อมาไปเบิกเงินคืนด้วย แล้วทำเรื่องให้แผนกจัดซื้อนำเข้ามาในบริษัท จะได้ไม่ต้องลำบากอีก” หวังเจิ้นนึกขึ้นได้จึงพูดออกมา

“ได้ค่ะท่านประธาน”

เสียงข้อความในโทรศัพท์ของหวังเจิ้นดังขึ้น เขาเปิดอ่าน นัยน์ตาหงส์ชำเลืองมองหญิงสาวที่นั่งฝั่งตรงข้าม

“พรุ่งนี้ผมต้องไปงานเลี้ยงดินเนอร์ คุณเว่ยต้องไปกับผมด้วย”

ชายหนุ่มเห็นรายชื่อผู้ร่วมงาน มีทั้งหยางลี่ลี่ที่เป็นแขกและเจียงเหวินเหวินเป็นพิธีกร งานพรุ่งนี้น่าจะยุ่งวุ่นวายอยู่ไม่น้อย

 เว่ยหวั่นมีสีหน้าตกใจเล็กน้อย แต่ก็ตกปากรับคำทันที

“ได้ค่ะ”

พรุ่งนี้อี้อี้ตัวน้อยต้องให้เฉิงม่านฉีส่งเข้านอนสินะ เธอคงต้องบอกลูกน้อยล่วงหน้า

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวของท่านประธาน   ตอนที่ 8 เข้าโรงพยาบาล

    บริษัทหวังเซิ่ง “ถ้าทำงานเสร็จแล้วจะกลับก่อนก็ได้นะครับ”สวี่เหยาถือแฟ้มเอกสารมายื่นให้กับเว่ยหวั่น “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันคงอยู่เตรียมงานของพรุ่งนี้ด้วย”เว่ยหวั่นยิ้มตอบ เธอชำเลืองสายตามองเข้าไปในห้องทำงานของประธาน เห็นว่าหวังเจิ้นยังคงนั่งทำงานสีหน้าเคร่งเครียด แล้วอย่างนี้เลขาอย่างเธอจะกลับก่อนได้อย่างไร แต่เมื่อใกล้เวลาหนึ่งทุ่ม หญิงสาวยังไม่เห็นทีท่าว่าหวังเจิ้นและสวี่เหยาจะกลับสักที เธอจึงตัดสินใจไม่รอ เก็บกระเป๋ากลับพร้อมกับชิงหยาฉินเพื่อนร่วมงานที่เพิ่งทำงานเสร็จ ขณะที่เธอรอข้ามถนนหน้าบริษัทก็มีรถสีขาวคันใหญ่มาจอดเทียบข้างหน้า กระจกรถถูกลดลงมองเห็นคนขับรถได้ชัดเจน “หวันหวั่นขึ้นรถสิ เดี๋ยวผมไปส่ง”เมิ่งอวิ่นเอินน้องชายของเมิ่งอวิ่นเฉินส่งเสียงเรียก เมื่อเห็นว่าเธอลังเลใจเขาจึงพูดเร่ง “รถหลังบีบแตรแล้ว ขึ้นรถเถอะ จะได้คุยกันด้วย” เว่ยหวั่นที่รอจะข้ามถนนเมื่อเจอสถานการณ์เช่นนี้เธอจึงยอมขึ้นรถของเมิ่งอวิ่นเอิน ถ้าเธอไม่ขึ้นรถคงติดเป็นทางยาว เป็นเวลาเดียวกันกับรถคันสีดำขับออกมาจากบริษัท เจ้าของรถเห็นภาพนี้

  • คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวของท่านประธาน   ตอนที่ 7 เริ่มสนิท

    บริษัทหวังเซิ่งหวังเจิ้นมาถึงบริษัทตั้งแต่เช้า เมื่อเข้ามาในห้องทำงานก็เห็นเว่ยหวั่นกำลังจัดกองเอกสารอย่างตั้งใจเขาเดินเข้าไปถึงข้างหลังเธอ ห่างเพียงไม่กี่ก้าว แต่เธอก็ยังไม่รู้สึกตัวชายหนุ่มยืนอมยิ้ม รอดูตอนเธอสะดุ้งตกใจเมื่อเห็นว่าเขาอยู่ในห้องในระหว่างที่เขายืนรออยู่นั้น เว่ยหวั่นก็เดินถอยหลังจนมาชนร่างกำยำของเขา“อุ๊ย”หญิงสาวอุทานด้วยความตกใจ ร่างบางที่ชนตั้งหลักไม่อยู่ เมื่อเห็นว่าจะล้มเธอจึงคว้าแขนของหวังเจิ้นตามสัญชาตญาณชายหนุ่มรีบคว้าตัวเธอมาอยู่ในอ้อมแขน ถ้าไม่ทำเช่นนี้มีหวังคงได้ลงไปนอนกองกับพื้นทั้งคู่เรือนร่างอวบอิ่มอยู่ในอ้อมแขนเขาอีกครั้ง หวังเจิ้นรับรู้ถึงความนุ่มเด้งของหญิงสาว มือก็รีบผลักเธอให้ออกห่างจากตัวด้วยความไวอยู่ในท่านี้นานไม่ได้ เดี๋ยวของขึ้นเขากระแอมแก้เขิน“เลขาเว่ยออกไปทำงานเถอะ”“ขอโทษค่ะ” เว่ยหวั่นพูดพลางรีบออกจากห้องใช่แน่ๆ ท่านประธานไม่ชอบผู้หญิง ก็ดีนะ จะได้ทำงานกับเขาอย่างสบายใจหญิงสาวคิดแล้วก็อมยิ้มอารมณ์ดี“ฉันต้องอยู่ให้ห่างจากเลขาเว่ย” หวังเจิ้นพึมพำกับตัวเองแล้วทำไมไม่เอามาใกล้เลยล่ะ ในเมื่อมีความรู้สึกแบบนี้ความคิดบางอย่างแล่นเข้า

  • คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวของท่านประธาน   ตอนที่ 6 ช่วยแก้ปัญหา

    หลังจากที่พูดคุยธุระกับคนที่ต้องการจนเสร็จ หวังเจิ้นนั่งนิ่งเงียบข้างหญิงสาวทั้งสองได้ไม่นาน เจียงเหวินเหวินก็ปลีกตัวไปเป็นพิธีกรงานประมูลบนเวที ส่วนหยางลี่ลี่ก็พุ่งตัวไปรอชมของที่นำมาประมูลด้วยความสนใจ หวังเจิ้นจึงอาศัยโอกาสนี้รีบจูงมือของเว่ยหวั่นกลับทันที “เร็วๆ รีบกลับก่อนที่จะมีคนมาอีก” เว่ยหวั่นเดินตามบุรุษร่างสูง เธอใส่รองเท้าส้นสูงก้าวเท้าได้ทีละสั้นๆ ส่วนเขาก้าวขาหนึ่งครั้งเท่ากับเธอต้องก้าวเท้าสองถึงสามครั้ง เธอพยายามเดินให้ทันเขาจนมาถึงประตูทางเข้าโรงแรม ก็สะดุดเข้ากับขอบประตูจนเซและจะล้มลง หวังเจิ้นที่จูงมือเธออยู่รวบร่างอวบอิ่มเข้าสู่อ้อมแขน หน้าอกแนบหน้าอก หน้าท้องแนบหน้าท้อง สะโพกกลมกลึงเต็มฝ่ามือ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่เธอใช้ลอยเข้าจมูกเขา ความนุ่มนิ่มอวบอิ่มของเธอเขาสัมผัสได้อย่างชัดเจน ชายหนุ่มรีบปล่อยหญิงสาวออกทันใด เขาเดินไปที่รถให้สวี่เหยาเรียกรถแท็กซี่และนั่งไปส่งเว่ยหวั่นที่บ้าน ส่วนเขาขับรถกลับบ้านคนเดียว กลิ่นและสัมผัสเช่นนี้ทำให้เขาคิดถึงคืนนั้นเมื่อสามปีก่อน ความรู้สึกเข้ามาสู่จิต

  • คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวของท่านประธาน   ตอนที่ 5 งานเลี้ยงดินเนอร์

    บนรถยนต์สีดำคันหรู“ไปร้านชุดของคุณเยี่ย”หวังเจิ้นบอกกับสวี่เหยาที่กำลังขับรถโดยมีเว่ยหวั่นนั่งอยู่ข้างคนขับเมื่อถึงร้านชุดดังกล่าว หวังเจิ้นก็เรียกเว่ยหวั่นลงจากรถ“คุณตามผมมา” เขาพูดแล้วก็เดินนำเข้าร้านเยี่ยซูหัว เจ้าของร้านออกมาทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“ประธานหวัง”สายตาเธอเหลือบมองหญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านข้างเขา“คุณผู้หญิงสวยมากเลยค่ะ รับรองว่างานพรุ่งนี้จะสวยเด่นที่สุดในงาน”เธอรีบจูงมือเว่ยหวั่นเข้าไปลองชุด ปล่อยให้หวังเจิ้นและสวี่หยางนั่งรออยู่โซฟาด้านนอกเว่ยหวั่นเห็นเยี่ยซูหัวเลือกชุดให้เธอลองสวมหลายชุดก็รีบพูดขึ้น“คุณเยี่ยคะ ฉันไปงานในฐานะเลขา เป็นผู้ติดตาม ขอเป็นชุดธรรมดาเรียบๆ ก็พอค่ะ ไม่อยากเด่นกว่าแขกในงาน”“ไม่ได้หรอกค่ะ ถึงคุณจะเป็นเลขา แต่ก็เป็นเลขาประธานหวัง แต่งเรียบๆ ไม่ได้ ต้องสวยหรูให้เจ้านายนะคะ จะได้ไม่อายคนอื่นเขา”เยี่ยซูหัวตอบพลางหัวเราะ“คุณลองทีละชุด และออกไปให้ประธานหวังเลือกด้วยตัวเองดีกว่าค่ะ”เว่ยหวั่นถอนหายใจ เธอลองชุดทั้งเดรสสายเดี่ยว เกาะอก แล้วออกไปให้หวังเจิ้นดูชายหนุ่มที่นั่งอ่านนิตยสารละสายตาจากหน้าหนังสือเงยหน้าดูหญิงสาวที่เดินออกมาเห็นสตรี

  • คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวของท่านประธาน   ตอนที่ 4 เริ่มทำงาน

    คอนโด A ใจกลางเมือง“เป่าเปา หม่าม้ามาแล้ว”เว่ยหวั่นหอบถุงใส่อาหารพะรุงพะรังกลับคอนโด มีเด็กชายแก้มป่องวิ่งออกมาต้อนรับ“หม่าม้าไปไหนมา อี้อี้คิดถึง”“หม่าม้าไปทำงานจ้ะ มีของกินมาฝากเป่าเปากับน้าเฉิงเยอะแยะเลย”เธอเดินเอาของไปวางบนโต๊ะ มือเรียวหยิบถุงขนมแกะให้เว่ยหลินอี้ด้วยความว่องไว“ขอบคุณครับ”เด็กชายตัวน้อยรับแล้วไปนั่งกินอย่างเอร็ดอร่อยบนโซฟา“ซื้อของกลับขนาดนี้ ได้งานแล้วใช่ไหมล่ะ”เฉิงม่านฉีเดินออกมาจากห้องครัว ในมือถือน้ำผลไม้มาสองขวด“ดื่มให้หายเหนื่อยก่อน แล้วเล่ามาซะดีๆ”เธอดึงเพื่อนมานั่งคุยที่โต๊ะอาหาร สายตาเหลือบมองเว่ยหลินอี้ที่กำลังจดจ่ออยู่กับการ์ตูนในโทรทัศน์“หา พรุ่งนี้ทำงานเข้าทำงาน เร็วมาก”เฉิงม่านฉีตาโตตกใจ บริษัทนี้ไม่ให้เวลาเตรียมตัวเลยสักนิด“เร็วสิดี จะได้มีเงินเข้าเร็วๆ” เว่ยหวั่นยิ้มดีใจ“จัดการคน ฉันว่านะ เรื่องผู้หญิงของประธานหวังแน่นอน ไม่งั้นเขาไม่สัมภาษณ์ด้วยตัวเองหรอก”เฉิงม่านฉีถือหลอดน้ำแกว่งไปมาพร้อมทำท่าทางวิเคราะห์“ก็น่าจะอย่างนั้นนะ” เว่ยหวั่นพยักหน้าเห็นด้วย“หวันหวั่นต้องลุยเต็มที่ อย่ายอมแพ้ล่ะ”เว่ยหวั่นเห็นท่าทางของเพื่อนสาวก็หัวเราะชอ

  • คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวของท่านประธาน   ตอนที่ 3 รับสมัครเลขา

    สามปีผ่านไปบริษัทหวังเซิ่งหวังเจิ้นที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ เขาไปดูแลบริษัทสาขาต่างประเทศ ประเทศละครึ่งปี กลับมาอีกทีก็ครบสามปีพอดี“ฉันมาพบประธานหวัง”เจียงเหวินเหวินแต่งกายอย่างสวยงามมารอพบหวังเจิ้นตั้งแต่เช้า“มาพบประธานหวังมีธุระอะไร”เสียงของหญิงสาวอีกคน ใบหน้าสวยหยิ่ง เดินเข้ามาพร้อมกับปรายตามองเจียงเหวินเหวินด้วยความดูแคลน“ไม่จำเป็นต้องมีธุระก็มาได้ ประธานหวังให้ฉันเข้าพบได้ตลอดเวลา”เจียงเหวินเหวินเชิดหน้าใส่หญิงสาวคนนั้น“หน้าด้าน”หยางลี่ลี่เอ่ย เธอเดินไปหาเลขาสาวหน้าห้องที่เพิ่งมาถึงบริษัท“ประธานหวังมาหรือยัง”เลขาสาวมองผู้หญิงทั้งสองคนด้วยความอึดอัด ไม่รู้ต้องแก้ไขปัญหาในสถานการณ์เช่นนี้อย่างไร“คุณหยางเข้าไปนั่งรอในห้องรับรองได้เลยค่ะ”เธอตอบเสียงสั่น สายตามองเจียงเหวินเหวินที่ส่งสายตากดดันมายังเธอ“คุณเจียงก็เข้าไปรอด้านในได้เช่นกันค่ะ”ได้ยินดังนั้นหญิงสาวสองคนก็รีบเข้าไปนั่งรอที่ห้องรับรองแขกด้านหน้าห้องประธาน เลขาคนเดิมยกกาแฟมาให้ทั้งสองแล้วรีบไปทันที“เธอมาหาหวังเจิ้นทำไม”หยางลี่ลี่ถาม ตาคู่สวยมองจ้องเจียงเหวินเหวินด้วยความไม่พอใจ“มารื้อฟื้นความทรงจำน่ะ”เจี

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status