Masukหลังจากที่พูดคุยธุระกับคนที่ต้องการจนเสร็จ หวังเจิ้นนั่งนิ่งเงียบข้างหญิงสาวทั้งสองได้ไม่นาน เจียงเหวินเหวินก็ปลีกตัวไปเป็นพิธีกรงานประมูลบนเวที ส่วนหยางลี่ลี่ก็พุ่งตัวไปรอชมของที่นำมาประมูลด้วยความสนใจ
หวังเจิ้นจึงอาศัยโอกาสนี้รีบจูงมือของเว่ยหวั่นกลับทันที
“เร็วๆ รีบกลับก่อนที่จะมีคนมาอีก”
เว่ยหวั่นเดินตามบุรุษร่างสูง เธอใส่รองเท้าส้นสูงก้าวเท้าได้ทีละสั้นๆ ส่วนเขาก้าวขาหนึ่งครั้งเท่ากับเธอต้องก้าวเท้าสองถึงสามครั้ง
เธอพยายามเดินให้ทันเขาจนมาถึงประตูทางเข้าโรงแรม ก็สะดุดเข้ากับขอบประตูจนเซและจะล้มลง
หวังเจิ้นที่จูงมือเธออยู่รวบร่างอวบอิ่มเข้าสู่อ้อมแขน หน้าอกแนบหน้าอก หน้าท้องแนบหน้าท้อง สะโพกกลมกลึงเต็มฝ่ามือ
กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่เธอใช้ลอยเข้าจมูกเขา ความนุ่มนิ่มอวบอิ่มของเธอเขาสัมผัสได้อย่างชัดเจน
ชายหนุ่มรีบปล่อยหญิงสาวออกทันใด เขาเดินไปที่รถให้สวี่เหยาเรียกรถแท็กซี่และนั่งไปส่งเว่ยหวั่นที่บ้าน ส่วนเขาขับรถกลับบ้านคนเดียว
กลิ่นและสัมผัสเช่นนี้ทำให้เขาคิดถึงคืนนั้นเมื่อสามปีก่อน
ความรู้สึกเข้ามาสู่จิตใจอีกครั้ง ร่างกายก็เปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน
เขาจะต้องกลับวิลล่าของตนเพื่อปลดปล่อยให้ผ่อนคลาย
........
บนรถแท็กซี่
“ประธานหวังเป็นอะไรหรือคะ”
เว่ยหวั่นถามสวี่เหยาด้วยความสงสัย
เธอถูกเขากอดในที่สาธารณะ แม้จะเป็นอุบัติเหตุ แต่ก็ควรเป็นเธอที่ตกใจและรีบหนีไปด้วยความอาย ทำไมกลับเป็นประธานหวังที่มีอาการเสียเอง
สวี่เหยาหัวเราะแห้ง ท่านประธานของเขาไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อน แต่เขาเป็นผู้ชายไหนเลยจะไม่เข้าใจผู้ชายด้วยกัน
“ประธานหวังแทบจะไม่ถูกเนื้อต้องตัวกับผู้หญิง ตอนนี้คงรีบกลับไปอาบน้ำนอนแล้วล่ะครับ”
“อ่อ ท่านประธานไม่ได้รังเกียจผู้หญิงใช่ไหมคะ” เว่ยหวั่นถามเพื่อความแน่ใจ
หรือประธานหวังของเธอจะมีรสนิยมทางเพศที่แตกต่างออกไป เธอจะได้วางตัวถูก
“ไม่ได้รังเกียจหรอกครับ”
สวี่เหยารีบปฏิเสธทันควัน
“ถ้าประธานหวังไม่ชอบผู้หญิงก็ควรบอกคุณหยางกับคุณเจียงนะคะ พอพวกเธอรู้จะได้ไม่มารบกวนอีก”
โอ้ย ชักจะไปกันใหญ่
สวี่เหยาร้องในใจ
“ประธานหวังชอบผู้หญิงครับ แต่ค่อนข้างเลือกเยอะนิดหน่อย” เขาตอบน้ำเสียงหนักแน่น
“อ่อ ค่ะ ฉันทราบแล้ว”
เว่ยหวั่นพยักหน้าเข้าใจแล้วก็ไม่ถามต่อ รอสังเกตด้วยตัวเองน่าจะแน่นอนกว่า
........
วิลล่าของหวังเจิ้น
ชายหนุ่มนัยน์ตาหงส์นอนแช่น้ำเย็นในอ่างอาบน้ำหลังจากกระทำการบางอย่างสำเร็จ
“เฮ้อ ทำไมต้องมีอารมณ์ตอนที่คิดถึงผู้หญิงคนนั้น และตอนที่ถูกตัวเลขาเว่ยด้วยนะ”
เขาพูดรำพึงรำพันกับตัวเอง
“หรือว่าฉันชอบผู้หญิงรูปร่างแบบนี้ อวบอึ๋ม นุ่ม เนียน” เขาหยุดคิดครู่หนึ่ง
“แต่ว่ากลิ่นหอมก็คุ้นเคย เสียงก็เหมือนเคยได้ยิน”
เขาหลับตานึกถึงความทรงจำที่พร่าเลือนในคืนนั้น
แม้ว่าจะถูกวางยาแต่ความรู้สึกดีที่ได้แนบชิดกับหญิงสาวยังจำได้ชัดเจน
“ถ้าได้ยินเสียงร้องครางของเธอ ก็คงชี้ตัวได้ถูกคน” เขาพูดออกมาก่อนที่จะมุดหน้าลงไปใต้น้ำ
ขืนคิดบ้าๆ อีกมีหวังต้องทำบางอย่างอีกหลายรอบ
........
เช้าวันถัดมา บริษัทหวังเซิ่ง
“ฉันจัดการลบคลิปและรูปเมื่อคืนของนายและคุณเลขาสุดสวยจนเกลี้ยงอินเตอร์เน็ตแล้วนะ”
อู๋โม่เหยียนนั่งไขว่ห้างบนโซฟา จิบกาแฟด้วยใบหน้าร่าเริง
“ขอบใจ”
หวังเจิ้นเอ่ยเสียงเรียบ
เมื่อคืนหลังจากออกจากห้องน้ำเขาก็นึกขึ้นได้จึงโทรบอกอู๋โม่เหยียนให้จัดการเรื่องนี้
นึกไม่ถึงว่าจะจัดการได้เรียบร้อยและรวดเร็วกว่าที่คิดไว้เยอะนัก
“ว่าแต่ ใกล้ชิดกันแนบแน่นเชียวนะ”
อู๋โม่เหยียนยิ้มยียวน ก่อกวนให้เพื่อนสนิทเสียอาการเพราะแซวเรื่องผู้หญิงเป็นกิจกรรมที่เขาชื่นชอบมากที่สุด
“อุบัติเหตุน่ะ” หวังเจิ้นยังคงตอบเสียงราบเรียบ
“อย่าให้เห็นว่าสนใจลูกน้องสาวสุดสวยละกัน”
ระหว่างที่อู๋โม่เหยียนแซวเพื่อนอย่างสนุกสนาน สวี่เหยาก็เดินเข้ามารายงาน
“ประธานหวัง ด้านล่างเกิดเรื่องนิดหน่อยครับ”
เขาลังเลครู่หนึ่ง ก่อนพูด
“เกิดเรื่องอะไรขึ้น” อู๋โม่เหยียนถามด้วยความสนใจ
“เลขาเว่ยถูกคนมาหาเรื่องครับ ตอนนี้กำลังทะเลาะกันอยู่ข้างล่าง”
“หืม ใครกัน”
หวังเจิ้นถามพร้อมกับลุกขึ้นยืนทันที
“คู่หมั้นลูกชายคนโตของประธานเมิ่งบริษัทเทียนซานมาหาเรื่องเลขาเว่ย เลขาเว่ยไม่ยอมเลยยื้อยุดกันมาสักพักแล้ว”
สวี่เหยาชำเลืองสายตาดูเจ้านายหนุ่ม เขาอยากรู้ว่าเจ้านายจะมีปฏิกิริยาอย่างไรกับเรื่องนี้
“ดีที่ยังสู้คนเป็น”
หวังเจิ้นชมออกมา เขาลุกขึ้นเพื่อที่จะลงไปดูสถานการณ์
“โอ้โห ถึงขนาดที่ท่านประธานลงไปดูด้วยตัวเอง ไม่ธรรมดา”
อู๋โม่เหยียนแกล้งพูดแล้วลุกขึ้นตามไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ชั้นหนึ่ง หน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์
ฝูเหวยน่า คู่หมั้นคนใหม่ของเมิ่งอวิ่นเฉินยกมือชี้หน้าเว่ยหวั่น พร้อมกับต่อว่าด้วยความโมโห
“แกมาอ่อยอวิ่นเฉินใช่ไหม เมื่อวานเขาถึงไม่ยอมคุยกับฉัน ฉันไม่ให้พวกแกกลับไปคบกันอีกครั้งหรอก”
เธอพูดด้วยเสียงอันดัง
“กลับไปถามเขาดูสิว่าทำไมไม่คุยด้วย เขาเป็นผู้ชายที่ไม่พอใจก็เงียบอยู่แล้วนี่”
เว่ยหวั่นตอบกลับ เธอถลกแขนเสื้อให้อยู่เหนือข้อศอกเตรียมพร้อมหากต้องลงไม้ลงมือ
“นังตอแหล”
ฝูเหวยน่าง้างมือพุ่งตัวเข้าใส่เว่ยหวั่นด้วยความเร็ว
โครม
เสียงของหญิงสาวที่ก้าวเท้าด้วยความเร็วถูกถีบบริเวณต้นขาจนล้มลงกับพื้น
เป็นเว่ยหวั่นที่ยกขาถีบอีกฝ่ายอย่างคล่องแคล่ว
“แก ฉันจะแจ้งความ ข้อหาทำร้ายร่างกาย” ฝูเหวยน่าพูดด้วยความโมโห
“ผมก็คงต้องแจ้งความกลับเช่นกัน ตั้งแต่เรื่องบุกรุก ก่อความวุ่นวาย อ่อ แล้วที่คุณยกมือเตรียมจะเข้ามาตบคนของผม กล้องวงจรปิดมีหลักฐานพร้อม”
หวังเจิ้นพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น เขาไม่ได้พูดเล่น มือหนายกขึ้นส่งเป็นสัญญานให้พนักงานจัดการตามที่พูด
“ประธานหวัง คุณกล้าหรือ รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร พ่อฉันเป็นเจ้าของบริษัทกวงหมิง ว่าที่พ่อสามีเป็นเจ้าของบริษัทเทียนซานเชียวนะ”
เธอขึ้นเสียงใส่ชายหนุ่มด้วยความโมโห
“มูลค่าของทั้งสองบริษัทรวมกันแล้วได้แค่บริษัทลูกเล็กๆ ของหวังเซิ่งเท่านั้น ไม่มีค่าให้ใส่ใจ”
นัยน์ตาหงส์ปรายสายตามองอีกฝ่ายด้วยความเย็นชา
เว่ยหวั่นมองประธานบริษัทของตน ในใจพลางอดชื่นชมและต่อว่าไม่ได้
ทั้งเย่อหยิ่งและอวดดี แต่ก็ดูมีมาดไม่เบา
“จะแจ้งความก็เชิญเลย ฉันพร้อมขึ้นโรงพักตลอดเวลา”
เว่ยหวั่นพูดกับฝูเหวยน่า ท่าทางไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
“อย่าให้ฉันเห็นว่าอยู่กับอวิ่นเฉินนะ ไม่อย่างนั้นฉันไม่ปล่อยเธอแน่”
ฝูเหวยน่าจ้องเว่ยหวั่นราวกับอยากกินเลือดกินเนื้อ เธอหยิบกระเป๋าถือแล้วเดินกระฟัดกระเฟียดจากไปโดยไม่ลา
“ไม่ต้องห่วงนะครับ เราดำเนินคดีตามกฎหมายแน่นอน”
อู๋โม่เหยียนยกมือป้องปากตะโกนบอกด้วยน้ำเสียงสดใส
“ขอโทษค่ะ”
เว่ยหวั่นก้มศีรษะ เธอกล่าวขอโทษหวังเจิ้น
“ไม่ใช่ความผิดของเธอ พนักงานบริษัทที่นี่มีเป็นพันคน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้”
หวังเจิ้นเอ่ยเสียงราบเรียบ
แต่เป็นครั้งแรกที่ประธานบริษัทลงมาจัดการด้วยตัวเอง
อู๋โม่เหยียนยิ้มมุมปากก่อนส่งยิ้มให้กับสวี่เหยา
เลขาหนุ่มส่งยิ้มตอบราวกับเข้าใจความนัยที่อีกฝ่ายต้องการสื่อ
“ไปทำงานกันได้แล้ว”
ประธานหนุ่มกล่าวบอกพนักงานทุกคนที่แอบมองอยู่ไม่ไกล
ทุกคนรีบกลับไปทำงานด้วยความรวดเร็ว เว่ยหวั่นรีบเดินไปอยู่ข้างหลังสวี่เหยาทันที
........
คฤหาสน์ตระกูลหวัง
“ถ้าแม่ไม่โทรเรียกก็ไม่คิดจะกลับบ้านมากินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันใช่ไหม”
ไช่ฮุ่ยซินพูดกับบุตรชายบ้านตน
“ลูกเรามีงานที่ต้องทำตั้งเยอะแยะ คุณก็รู้” หวังไท่ สามีของไช่ฮุ่ยซินพูดแทนหวังเจิ้น
“แต่คุณก็ยังทำงานไปด้วยมีเมียไปด้วยนะ” ไช่ฮุ่ยซินพูดเข้าเรื่องที่ต้องการ
“ผมทำงานด้วยมีเมียด้วย แต่ไม่ต้องฟังแม่บ่นนะ”
ผู้เป็นสามีตอบอย่างรวดเร็ว
หวังเจิ้นหัวเราะให้กับชายหญิงคู่นี้ ผ่านมากี่ปีๆ ก็เถียงกันแทบตลอดเวลา
เขาลงนั่งโซฟาด้านข้าง
“ทำงานก่อนแล้วค่อยมีเมียก็ได้” มือหนาเอื้อมไปบีบนวดแขนของมารดาตน
“อายุก็สามสิบแล้ว ต้องมีหลานให้แม่กับพ่ออุ้มได้แล้ว”
ไช่ฮุ่ยซินถอนหายใจใส่บุตรชาย
“สามสิบยังหนุ่มอยู่เลย พ่อกับแม่ก็เพิ่งห้าสิบนิดๆ ยังมีแรงรอเลี้ยงหลาน”
“ไม่ต้องแก้ตัว คบกับหนูลี่ลี่มาก็หลายปีแล้ว แต่งงานได้แล้ว แม่ไม่ชอบให้ยายเจียงคนนั้นมาทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของเรา”
ไช่ฮุ่ยซินมองค้อนหวังเจิ้น
“อย่าคิดว่าแม่ไม่รู้นะ”
“อย่าพูดถึงสองคนนั้น ขอเวลาผมอีกหน่อยนะ เผื่อเนื้อคู่กำลังจะเกิด”
หวังเจิ้นพูดออดอ้อน ก่อนหาเหตุผลสนับสนุน
“ลี่ลี่ก็เพิ่งจะอายุยี่สิบสี่เอง ไม่จำเป็นต้องรีบ เผื่อจะเจอผู้ชายในฝันตอนยี่สิบห้าก็ได้”
“พูดไปเรื่อยน่ะเรา แม่ให้เวลาแค่หนึ่งปี ถ้ายังไม่เจอเนื้อคู่อีกก็เป็นผู้ชายในฝันให้หนูลี่ลี่ไปซะ”
ไช่ฮุ่ยซินพูดน้ำเสียงจริงจัง สายตากวาดไปที่หวังไท่ ห้ามปรามว่าไม่ต้องออกความคิดเห็น
“ได้เลย ถ้าผมแต่งงาน ขอหยุดฮันนีมูนหนึ่งปี ให้พ่อมาทำงานแทนนะ”
หวังเจิ้นกล่าวติดตลก
“พ่อเพิ่งจะหยุดพักได้ไม่เท่าไหร่ ไม่เอา งั้นยังไม่ต้องแต่งงาน”
หวังไท่รีบปฏิเสธทันที เข้าทางหวังเจิ้นที่โปรยไว้
“ไม่ต้องเลยพ่อลูกคู่นี้”
ไช่ฮุ่ยซินมองค้อนปะหลับปะเหลือกใส่สามีและลูกชาย
บริษัทหวังเซิ่ง “ถ้าทำงานเสร็จแล้วจะกลับก่อนก็ได้นะครับ”สวี่เหยาถือแฟ้มเอกสารมายื่นให้กับเว่ยหวั่น “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันคงอยู่เตรียมงานของพรุ่งนี้ด้วย”เว่ยหวั่นยิ้มตอบ เธอชำเลืองสายตามองเข้าไปในห้องทำงานของประธาน เห็นว่าหวังเจิ้นยังคงนั่งทำงานสีหน้าเคร่งเครียด แล้วอย่างนี้เลขาอย่างเธอจะกลับก่อนได้อย่างไร แต่เมื่อใกล้เวลาหนึ่งทุ่ม หญิงสาวยังไม่เห็นทีท่าว่าหวังเจิ้นและสวี่เหยาจะกลับสักที เธอจึงตัดสินใจไม่รอ เก็บกระเป๋ากลับพร้อมกับชิงหยาฉินเพื่อนร่วมงานที่เพิ่งทำงานเสร็จ ขณะที่เธอรอข้ามถนนหน้าบริษัทก็มีรถสีขาวคันใหญ่มาจอดเทียบข้างหน้า กระจกรถถูกลดลงมองเห็นคนขับรถได้ชัดเจน “หวันหวั่นขึ้นรถสิ เดี๋ยวผมไปส่ง”เมิ่งอวิ่นเอินน้องชายของเมิ่งอวิ่นเฉินส่งเสียงเรียก เมื่อเห็นว่าเธอลังเลใจเขาจึงพูดเร่ง “รถหลังบีบแตรแล้ว ขึ้นรถเถอะ จะได้คุยกันด้วย” เว่ยหวั่นที่รอจะข้ามถนนเมื่อเจอสถานการณ์เช่นนี้เธอจึงยอมขึ้นรถของเมิ่งอวิ่นเอิน ถ้าเธอไม่ขึ้นรถคงติดเป็นทางยาว เป็นเวลาเดียวกันกับรถคันสีดำขับออกมาจากบริษัท เจ้าของรถเห็นภาพนี้
บริษัทหวังเซิ่งหวังเจิ้นมาถึงบริษัทตั้งแต่เช้า เมื่อเข้ามาในห้องทำงานก็เห็นเว่ยหวั่นกำลังจัดกองเอกสารอย่างตั้งใจเขาเดินเข้าไปถึงข้างหลังเธอ ห่างเพียงไม่กี่ก้าว แต่เธอก็ยังไม่รู้สึกตัวชายหนุ่มยืนอมยิ้ม รอดูตอนเธอสะดุ้งตกใจเมื่อเห็นว่าเขาอยู่ในห้องในระหว่างที่เขายืนรออยู่นั้น เว่ยหวั่นก็เดินถอยหลังจนมาชนร่างกำยำของเขา“อุ๊ย”หญิงสาวอุทานด้วยความตกใจ ร่างบางที่ชนตั้งหลักไม่อยู่ เมื่อเห็นว่าจะล้มเธอจึงคว้าแขนของหวังเจิ้นตามสัญชาตญาณชายหนุ่มรีบคว้าตัวเธอมาอยู่ในอ้อมแขน ถ้าไม่ทำเช่นนี้มีหวังคงได้ลงไปนอนกองกับพื้นทั้งคู่เรือนร่างอวบอิ่มอยู่ในอ้อมแขนเขาอีกครั้ง หวังเจิ้นรับรู้ถึงความนุ่มเด้งของหญิงสาว มือก็รีบผลักเธอให้ออกห่างจากตัวด้วยความไวอยู่ในท่านี้นานไม่ได้ เดี๋ยวของขึ้นเขากระแอมแก้เขิน“เลขาเว่ยออกไปทำงานเถอะ”“ขอโทษค่ะ” เว่ยหวั่นพูดพลางรีบออกจากห้องใช่แน่ๆ ท่านประธานไม่ชอบผู้หญิง ก็ดีนะ จะได้ทำงานกับเขาอย่างสบายใจหญิงสาวคิดแล้วก็อมยิ้มอารมณ์ดี“ฉันต้องอยู่ให้ห่างจากเลขาเว่ย” หวังเจิ้นพึมพำกับตัวเองแล้วทำไมไม่เอามาใกล้เลยล่ะ ในเมื่อมีความรู้สึกแบบนี้ความคิดบางอย่างแล่นเข้า
หลังจากที่พูดคุยธุระกับคนที่ต้องการจนเสร็จ หวังเจิ้นนั่งนิ่งเงียบข้างหญิงสาวทั้งสองได้ไม่นาน เจียงเหวินเหวินก็ปลีกตัวไปเป็นพิธีกรงานประมูลบนเวที ส่วนหยางลี่ลี่ก็พุ่งตัวไปรอชมของที่นำมาประมูลด้วยความสนใจ หวังเจิ้นจึงอาศัยโอกาสนี้รีบจูงมือของเว่ยหวั่นกลับทันที “เร็วๆ รีบกลับก่อนที่จะมีคนมาอีก” เว่ยหวั่นเดินตามบุรุษร่างสูง เธอใส่รองเท้าส้นสูงก้าวเท้าได้ทีละสั้นๆ ส่วนเขาก้าวขาหนึ่งครั้งเท่ากับเธอต้องก้าวเท้าสองถึงสามครั้ง เธอพยายามเดินให้ทันเขาจนมาถึงประตูทางเข้าโรงแรม ก็สะดุดเข้ากับขอบประตูจนเซและจะล้มลง หวังเจิ้นที่จูงมือเธออยู่รวบร่างอวบอิ่มเข้าสู่อ้อมแขน หน้าอกแนบหน้าอก หน้าท้องแนบหน้าท้อง สะโพกกลมกลึงเต็มฝ่ามือ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่เธอใช้ลอยเข้าจมูกเขา ความนุ่มนิ่มอวบอิ่มของเธอเขาสัมผัสได้อย่างชัดเจน ชายหนุ่มรีบปล่อยหญิงสาวออกทันใด เขาเดินไปที่รถให้สวี่เหยาเรียกรถแท็กซี่และนั่งไปส่งเว่ยหวั่นที่บ้าน ส่วนเขาขับรถกลับบ้านคนเดียว กลิ่นและสัมผัสเช่นนี้ทำให้เขาคิดถึงคืนนั้นเมื่อสามปีก่อน ความรู้สึกเข้ามาสู่จิต
บนรถยนต์สีดำคันหรู“ไปร้านชุดของคุณเยี่ย”หวังเจิ้นบอกกับสวี่เหยาที่กำลังขับรถโดยมีเว่ยหวั่นนั่งอยู่ข้างคนขับเมื่อถึงร้านชุดดังกล่าว หวังเจิ้นก็เรียกเว่ยหวั่นลงจากรถ“คุณตามผมมา” เขาพูดแล้วก็เดินนำเข้าร้านเยี่ยซูหัว เจ้าของร้านออกมาทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“ประธานหวัง”สายตาเธอเหลือบมองหญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านข้างเขา“คุณผู้หญิงสวยมากเลยค่ะ รับรองว่างานพรุ่งนี้จะสวยเด่นที่สุดในงาน”เธอรีบจูงมือเว่ยหวั่นเข้าไปลองชุด ปล่อยให้หวังเจิ้นและสวี่หยางนั่งรออยู่โซฟาด้านนอกเว่ยหวั่นเห็นเยี่ยซูหัวเลือกชุดให้เธอลองสวมหลายชุดก็รีบพูดขึ้น“คุณเยี่ยคะ ฉันไปงานในฐานะเลขา เป็นผู้ติดตาม ขอเป็นชุดธรรมดาเรียบๆ ก็พอค่ะ ไม่อยากเด่นกว่าแขกในงาน”“ไม่ได้หรอกค่ะ ถึงคุณจะเป็นเลขา แต่ก็เป็นเลขาประธานหวัง แต่งเรียบๆ ไม่ได้ ต้องสวยหรูให้เจ้านายนะคะ จะได้ไม่อายคนอื่นเขา”เยี่ยซูหัวตอบพลางหัวเราะ“คุณลองทีละชุด และออกไปให้ประธานหวังเลือกด้วยตัวเองดีกว่าค่ะ”เว่ยหวั่นถอนหายใจ เธอลองชุดทั้งเดรสสายเดี่ยว เกาะอก แล้วออกไปให้หวังเจิ้นดูชายหนุ่มที่นั่งอ่านนิตยสารละสายตาจากหน้าหนังสือเงยหน้าดูหญิงสาวที่เดินออกมาเห็นสตรี
คอนโด A ใจกลางเมือง“เป่าเปา หม่าม้ามาแล้ว”เว่ยหวั่นหอบถุงใส่อาหารพะรุงพะรังกลับคอนโด มีเด็กชายแก้มป่องวิ่งออกมาต้อนรับ“หม่าม้าไปไหนมา อี้อี้คิดถึง”“หม่าม้าไปทำงานจ้ะ มีของกินมาฝากเป่าเปากับน้าเฉิงเยอะแยะเลย”เธอเดินเอาของไปวางบนโต๊ะ มือเรียวหยิบถุงขนมแกะให้เว่ยหลินอี้ด้วยความว่องไว“ขอบคุณครับ”เด็กชายตัวน้อยรับแล้วไปนั่งกินอย่างเอร็ดอร่อยบนโซฟา“ซื้อของกลับขนาดนี้ ได้งานแล้วใช่ไหมล่ะ”เฉิงม่านฉีเดินออกมาจากห้องครัว ในมือถือน้ำผลไม้มาสองขวด“ดื่มให้หายเหนื่อยก่อน แล้วเล่ามาซะดีๆ”เธอดึงเพื่อนมานั่งคุยที่โต๊ะอาหาร สายตาเหลือบมองเว่ยหลินอี้ที่กำลังจดจ่ออยู่กับการ์ตูนในโทรทัศน์“หา พรุ่งนี้ทำงานเข้าทำงาน เร็วมาก”เฉิงม่านฉีตาโตตกใจ บริษัทนี้ไม่ให้เวลาเตรียมตัวเลยสักนิด“เร็วสิดี จะได้มีเงินเข้าเร็วๆ” เว่ยหวั่นยิ้มดีใจ“จัดการคน ฉันว่านะ เรื่องผู้หญิงของประธานหวังแน่นอน ไม่งั้นเขาไม่สัมภาษณ์ด้วยตัวเองหรอก”เฉิงม่านฉีถือหลอดน้ำแกว่งไปมาพร้อมทำท่าทางวิเคราะห์“ก็น่าจะอย่างนั้นนะ” เว่ยหวั่นพยักหน้าเห็นด้วย“หวันหวั่นต้องลุยเต็มที่ อย่ายอมแพ้ล่ะ”เว่ยหวั่นเห็นท่าทางของเพื่อนสาวก็หัวเราะชอ
สามปีผ่านไปบริษัทหวังเซิ่งหวังเจิ้นที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ เขาไปดูแลบริษัทสาขาต่างประเทศ ประเทศละครึ่งปี กลับมาอีกทีก็ครบสามปีพอดี“ฉันมาพบประธานหวัง”เจียงเหวินเหวินแต่งกายอย่างสวยงามมารอพบหวังเจิ้นตั้งแต่เช้า“มาพบประธานหวังมีธุระอะไร”เสียงของหญิงสาวอีกคน ใบหน้าสวยหยิ่ง เดินเข้ามาพร้อมกับปรายตามองเจียงเหวินเหวินด้วยความดูแคลน“ไม่จำเป็นต้องมีธุระก็มาได้ ประธานหวังให้ฉันเข้าพบได้ตลอดเวลา”เจียงเหวินเหวินเชิดหน้าใส่หญิงสาวคนนั้น“หน้าด้าน”หยางลี่ลี่เอ่ย เธอเดินไปหาเลขาสาวหน้าห้องที่เพิ่งมาถึงบริษัท“ประธานหวังมาหรือยัง”เลขาสาวมองผู้หญิงทั้งสองคนด้วยความอึดอัด ไม่รู้ต้องแก้ไขปัญหาในสถานการณ์เช่นนี้อย่างไร“คุณหยางเข้าไปนั่งรอในห้องรับรองได้เลยค่ะ”เธอตอบเสียงสั่น สายตามองเจียงเหวินเหวินที่ส่งสายตากดดันมายังเธอ“คุณเจียงก็เข้าไปรอด้านในได้เช่นกันค่ะ”ได้ยินดังนั้นหญิงสาวสองคนก็รีบเข้าไปนั่งรอที่ห้องรับรองแขกด้านหน้าห้องประธาน เลขาคนเดิมยกกาแฟมาให้ทั้งสองแล้วรีบไปทันที“เธอมาหาหวังเจิ้นทำไม”หยางลี่ลี่ถาม ตาคู่สวยมองจ้องเจียงเหวินเหวินด้วยความไม่พอใจ“มารื้อฟื้นความทรงจำน่ะ”เจี







