Share

ตอนที่ 6 ช่วยแก้ปัญหา

Penulis: Yuyueyuan
last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-20 07:43:21

หลังจากที่พูดคุยธุระกับคนที่ต้องการจนเสร็จ หวังเจิ้นนั่งนิ่งเงียบข้างหญิงสาวทั้งสองได้ไม่นาน เจียงเหวินเหวินก็ปลีกตัวไปเป็นพิธีกรงานประมูลบนเวที ส่วนหยางลี่ลี่ก็พุ่งตัวไปรอชมของที่นำมาประมูลด้วยความสนใจ

         หวังเจิ้นจึงอาศัยโอกาสนี้รีบจูงมือของเว่ยหวั่นกลับทันที

         “เร็วๆ รีบกลับก่อนที่จะมีคนมาอีก”

         เว่ยหวั่นเดินตามบุรุษร่างสูง เธอใส่รองเท้าส้นสูงก้าวเท้าได้ทีละสั้นๆ ส่วนเขาก้าวขาหนึ่งครั้งเท่ากับเธอต้องก้าวเท้าสองถึงสามครั้ง

         เธอพยายามเดินให้ทันเขาจนมาถึงประตูทางเข้าโรงแรม ก็สะดุดเข้ากับขอบประตูจนเซและจะล้มลง

         หวังเจิ้นที่จูงมือเธออยู่รวบร่างอวบอิ่มเข้าสู่อ้อมแขน หน้าอกแนบหน้าอก  หน้าท้องแนบหน้าท้อง สะโพกกลมกลึงเต็มฝ่ามือ

         กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่เธอใช้ลอยเข้าจมูกเขา ความนุ่มนิ่มอวบอิ่มของเธอเขาสัมผัสได้อย่างชัดเจน

         ชายหนุ่มรีบปล่อยหญิงสาวออกทันใด เขาเดินไปที่รถให้สวี่เหยาเรียกรถแท็กซี่และนั่งไปส่งเว่ยหวั่นที่บ้าน ส่วนเขาขับรถกลับบ้านคนเดียว

         กลิ่นและสัมผัสเช่นนี้ทำให้เขาคิดถึงคืนนั้นเมื่อสามปีก่อน

         ความรู้สึกเข้ามาสู่จิตใจอีกครั้ง ร่างกายก็เปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน

         เขาจะต้องกลับวิลล่าของตนเพื่อปลดปล่อยให้ผ่อนคลาย

         ........

         บนรถแท็กซี่

         “ประธานหวังเป็นอะไรหรือคะ”

เว่ยหวั่นถามสวี่เหยาด้วยความสงสัย

         เธอถูกเขากอดในที่สาธารณะ แม้จะเป็นอุบัติเหตุ แต่ก็ควรเป็นเธอที่ตกใจและรีบหนีไปด้วยความอาย ทำไมกลับเป็นประธานหวังที่มีอาการเสียเอง

         สวี่เหยาหัวเราะแห้ง ท่านประธานของเขาไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อน แต่เขาเป็นผู้ชายไหนเลยจะไม่เข้าใจผู้ชายด้วยกัน

         “ประธานหวังแทบจะไม่ถูกเนื้อต้องตัวกับผู้หญิง ตอนนี้คงรีบกลับไปอาบน้ำนอนแล้วล่ะครับ”

         “อ่อ ท่านประธานไม่ได้รังเกียจผู้หญิงใช่ไหมคะ” เว่ยหวั่นถามเพื่อความแน่ใจ

         หรือประธานหวังของเธอจะมีรสนิยมทางเพศที่แตกต่างออกไป เธอจะได้วางตัวถูก

         “ไม่ได้รังเกียจหรอกครับ”

สวี่เหยารีบปฏิเสธทันควัน

“ถ้าประธานหวังไม่ชอบผู้หญิงก็ควรบอกคุณหยางกับคุณเจียงนะคะ พอพวกเธอรู้จะได้ไม่มารบกวนอีก”

โอ้ย ชักจะไปกันใหญ่

สวี่เหยาร้องในใจ

“ประธานหวังชอบผู้หญิงครับ แต่ค่อนข้างเลือกเยอะนิดหน่อย” เขาตอบน้ำเสียงหนักแน่น

“อ่อ ค่ะ ฉันทราบแล้ว”

เว่ยหวั่นพยักหน้าเข้าใจแล้วก็ไม่ถามต่อ รอสังเกตด้วยตัวเองน่าจะแน่นอนกว่า

........

วิลล่าของหวังเจิ้น

ชายหนุ่มนัยน์ตาหงส์นอนแช่น้ำเย็นในอ่างอาบน้ำหลังจากกระทำการบางอย่างสำเร็จ

“เฮ้อ ทำไมต้องมีอารมณ์ตอนที่คิดถึงผู้หญิงคนนั้น และตอนที่ถูกตัวเลขาเว่ยด้วยนะ”

เขาพูดรำพึงรำพันกับตัวเอง

“หรือว่าฉันชอบผู้หญิงรูปร่างแบบนี้ อวบอึ๋ม นุ่ม เนียน” เขาหยุดคิดครู่หนึ่ง

“แต่ว่ากลิ่นหอมก็คุ้นเคย เสียงก็เหมือนเคยได้ยิน”

เขาหลับตานึกถึงความทรงจำที่พร่าเลือนในคืนนั้น

แม้ว่าจะถูกวางยาแต่ความรู้สึกดีที่ได้แนบชิดกับหญิงสาวยังจำได้ชัดเจน

“ถ้าได้ยินเสียงร้องครางของเธอ ก็คงชี้ตัวได้ถูกคน” เขาพูดออกมาก่อนที่จะมุดหน้าลงไปใต้น้ำ

ขืนคิดบ้าๆ อีกมีหวังต้องทำบางอย่างอีกหลายรอบ

........

เช้าวันถัดมา บริษัทหวังเซิ่ง

“ฉันจัดการลบคลิปและรูปเมื่อคืนของนายและคุณเลขาสุดสวยจนเกลี้ยงอินเตอร์เน็ตแล้วนะ”

อู๋โม่เหยียนนั่งไขว่ห้างบนโซฟา จิบกาแฟด้วยใบหน้าร่าเริง

“ขอบใจ”

หวังเจิ้นเอ่ยเสียงเรียบ

เมื่อคืนหลังจากออกจากห้องน้ำเขาก็นึกขึ้นได้จึงโทรบอกอู๋โม่เหยียนให้จัดการเรื่องนี้

นึกไม่ถึงว่าจะจัดการได้เรียบร้อยและรวดเร็วกว่าที่คิดไว้เยอะนัก

“ว่าแต่ ใกล้ชิดกันแนบแน่นเชียวนะ”

อู๋โม่เหยียนยิ้มยียวน ก่อกวนให้เพื่อนสนิทเสียอาการเพราะแซวเรื่องผู้หญิงเป็นกิจกรรมที่เขาชื่นชอบมากที่สุด

“อุบัติเหตุน่ะ” หวังเจิ้นยังคงตอบเสียงราบเรียบ

“อย่าให้เห็นว่าสนใจลูกน้องสาวสุดสวยละกัน”

ระหว่างที่อู๋โม่เหยียนแซวเพื่อนอย่างสนุกสนาน สวี่เหยาก็เดินเข้ามารายงาน

“ประธานหวัง ด้านล่างเกิดเรื่องนิดหน่อยครับ”

เขาลังเลครู่หนึ่ง ก่อนพูด

“เกิดเรื่องอะไรขึ้น” อู๋โม่เหยียนถามด้วยความสนใจ

“เลขาเว่ยถูกคนมาหาเรื่องครับ ตอนนี้กำลังทะเลาะกันอยู่ข้างล่าง”

“หืม ใครกัน”

หวังเจิ้นถามพร้อมกับลุกขึ้นยืนทันที

“คู่หมั้นลูกชายคนโตของประธานเมิ่งบริษัทเทียนซานมาหาเรื่องเลขาเว่ย เลขาเว่ยไม่ยอมเลยยื้อยุดกันมาสักพักแล้ว”

สวี่เหยาชำเลืองสายตาดูเจ้านายหนุ่ม เขาอยากรู้ว่าเจ้านายจะมีปฏิกิริยาอย่างไรกับเรื่องนี้

“ดีที่ยังสู้คนเป็น”

หวังเจิ้นชมออกมา เขาลุกขึ้นเพื่อที่จะลงไปดูสถานการณ์

“โอ้โห ถึงขนาดที่ท่านประธานลงไปดูด้วยตัวเอง ไม่ธรรมดา”

อู๋โม่เหยียนแกล้งพูดแล้วลุกขึ้นตามไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น

ชั้นหนึ่ง หน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์

ฝูเหวยน่า คู่หมั้นคนใหม่ของเมิ่งอวิ่นเฉินยกมือชี้หน้าเว่ยหวั่น พร้อมกับต่อว่าด้วยความโมโห

“แกมาอ่อยอวิ่นเฉินใช่ไหม เมื่อวานเขาถึงไม่ยอมคุยกับฉัน ฉันไม่ให้พวกแกกลับไปคบกันอีกครั้งหรอก”

เธอพูดด้วยเสียงอันดัง

“กลับไปถามเขาดูสิว่าทำไมไม่คุยด้วย เขาเป็นผู้ชายที่ไม่พอใจก็เงียบอยู่แล้วนี่”

เว่ยหวั่นตอบกลับ เธอถลกแขนเสื้อให้อยู่เหนือข้อศอกเตรียมพร้อมหากต้องลงไม้ลงมือ

“นังตอแหล”

ฝูเหวยน่าง้างมือพุ่งตัวเข้าใส่เว่ยหวั่นด้วยความเร็ว

โครม

เสียงของหญิงสาวที่ก้าวเท้าด้วยความเร็วถูกถีบบริเวณต้นขาจนล้มลงกับพื้น

เป็นเว่ยหวั่นที่ยกขาถีบอีกฝ่ายอย่างคล่องแคล่ว

“แก ฉันจะแจ้งความ ข้อหาทำร้ายร่างกาย” ฝูเหวยน่าพูดด้วยความโมโห

“ผมก็คงต้องแจ้งความกลับเช่นกัน ตั้งแต่เรื่องบุกรุก ก่อความวุ่นวาย อ่อ แล้วที่คุณยกมือเตรียมจะเข้ามาตบคนของผม กล้องวงจรปิดมีหลักฐานพร้อม”

หวังเจิ้นพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น เขาไม่ได้พูดเล่น มือหนายกขึ้นส่งเป็นสัญญานให้พนักงานจัดการตามที่พูด

“ประธานหวัง คุณกล้าหรือ รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร พ่อฉันเป็นเจ้าของบริษัทกวงหมิง ว่าที่พ่อสามีเป็นเจ้าของบริษัทเทียนซานเชียวนะ”

เธอขึ้นเสียงใส่ชายหนุ่มด้วยความโมโห

“มูลค่าของทั้งสองบริษัทรวมกันแล้วได้แค่บริษัทลูกเล็กๆ ของหวังเซิ่งเท่านั้น ไม่มีค่าให้ใส่ใจ”

นัยน์ตาหงส์ปรายสายตามองอีกฝ่ายด้วยความเย็นชา

เว่ยหวั่นมองประธานบริษัทของตน ในใจพลางอดชื่นชมและต่อว่าไม่ได้

ทั้งเย่อหยิ่งและอวดดี แต่ก็ดูมีมาดไม่เบา

“จะแจ้งความก็เชิญเลย ฉันพร้อมขึ้นโรงพักตลอดเวลา”

เว่ยหวั่นพูดกับฝูเหวยน่า ท่าทางไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย

“อย่าให้ฉันเห็นว่าอยู่กับอวิ่นเฉินนะ ไม่อย่างนั้นฉันไม่ปล่อยเธอแน่”

ฝูเหวยน่าจ้องเว่ยหวั่นราวกับอยากกินเลือดกินเนื้อ เธอหยิบกระเป๋าถือแล้วเดินกระฟัดกระเฟียดจากไปโดยไม่ลา

“ไม่ต้องห่วงนะครับ เราดำเนินคดีตามกฎหมายแน่นอน”

อู๋โม่เหยียนยกมือป้องปากตะโกนบอกด้วยน้ำเสียงสดใส

“ขอโทษค่ะ”

เว่ยหวั่นก้มศีรษะ เธอกล่าวขอโทษหวังเจิ้น

“ไม่ใช่ความผิดของเธอ พนักงานบริษัทที่นี่มีเป็นพันคน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้”

หวังเจิ้นเอ่ยเสียงราบเรียบ

แต่เป็นครั้งแรกที่ประธานบริษัทลงมาจัดการด้วยตัวเอง

อู๋โม่เหยียนยิ้มมุมปากก่อนส่งยิ้มให้กับสวี่เหยา

เลขาหนุ่มส่งยิ้มตอบราวกับเข้าใจความนัยที่อีกฝ่ายต้องการสื่อ

“ไปทำงานกันได้แล้ว”

ประธานหนุ่มกล่าวบอกพนักงานทุกคนที่แอบมองอยู่ไม่ไกล

ทุกคนรีบกลับไปทำงานด้วยความรวดเร็ว เว่ยหวั่นรีบเดินไปอยู่ข้างหลังสวี่เหยาทันที

........

คฤหาสน์ตระกูลหวัง

“ถ้าแม่ไม่โทรเรียกก็ไม่คิดจะกลับบ้านมากินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันใช่ไหม”

ไช่ฮุ่ยซินพูดกับบุตรชายบ้านตน

“ลูกเรามีงานที่ต้องทำตั้งเยอะแยะ คุณก็รู้” หวังไท่ สามีของไช่ฮุ่ยซินพูดแทนหวังเจิ้น

“แต่คุณก็ยังทำงานไปด้วยมีเมียไปด้วยนะ” ไช่ฮุ่ยซินพูดเข้าเรื่องที่ต้องการ

“ผมทำงานด้วยมีเมียด้วย แต่ไม่ต้องฟังแม่บ่นนะ”

ผู้เป็นสามีตอบอย่างรวดเร็ว

หวังเจิ้นหัวเราะให้กับชายหญิงคู่นี้ ผ่านมากี่ปีๆ ก็เถียงกันแทบตลอดเวลา

เขาลงนั่งโซฟาด้านข้าง

“ทำงานก่อนแล้วค่อยมีเมียก็ได้” มือหนาเอื้อมไปบีบนวดแขนของมารดาตน

“อายุก็สามสิบแล้ว ต้องมีหลานให้แม่กับพ่ออุ้มได้แล้ว”

ไช่ฮุ่ยซินถอนหายใจใส่บุตรชาย

“สามสิบยังหนุ่มอยู่เลย พ่อกับแม่ก็เพิ่งห้าสิบนิดๆ ยังมีแรงรอเลี้ยงหลาน”

“ไม่ต้องแก้ตัว คบกับหนูลี่ลี่มาก็หลายปีแล้ว แต่งงานได้แล้ว แม่ไม่ชอบให้ยายเจียงคนนั้นมาทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของเรา”

ไช่ฮุ่ยซินมองค้อนหวังเจิ้น

“อย่าคิดว่าแม่ไม่รู้นะ”

“อย่าพูดถึงสองคนนั้น ขอเวลาผมอีกหน่อยนะ เผื่อเนื้อคู่กำลังจะเกิด”

หวังเจิ้นพูดออดอ้อน ก่อนหาเหตุผลสนับสนุน

“ลี่ลี่ก็เพิ่งจะอายุยี่สิบสี่เอง ไม่จำเป็นต้องรีบ เผื่อจะเจอผู้ชายในฝันตอนยี่สิบห้าก็ได้”

“พูดไปเรื่อยน่ะเรา แม่ให้เวลาแค่หนึ่งปี ถ้ายังไม่เจอเนื้อคู่อีกก็เป็นผู้ชายในฝันให้หนูลี่ลี่ไปซะ”

ไช่ฮุ่ยซินพูดน้ำเสียงจริงจัง สายตากวาดไปที่หวังไท่ ห้ามปรามว่าไม่ต้องออกความคิดเห็น

“ได้เลย ถ้าผมแต่งงาน ขอหยุดฮันนีมูนหนึ่งปี ให้พ่อมาทำงานแทนนะ”

หวังเจิ้นกล่าวติดตลก

“พ่อเพิ่งจะหยุดพักได้ไม่เท่าไหร่ ไม่เอา งั้นยังไม่ต้องแต่งงาน”

หวังไท่รีบปฏิเสธทันที เข้าทางหวังเจิ้นที่โปรยไว้

“ไม่ต้องเลยพ่อลูกคู่นี้”

ไช่ฮุ่ยซินมองค้อนปะหลับปะเหลือกใส่สามีและลูกชาย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวของท่านประธาน   ตอนที่ 8 เข้าโรงพยาบาล

    บริษัทหวังเซิ่ง “ถ้าทำงานเสร็จแล้วจะกลับก่อนก็ได้นะครับ”สวี่เหยาถือแฟ้มเอกสารมายื่นให้กับเว่ยหวั่น “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันคงอยู่เตรียมงานของพรุ่งนี้ด้วย”เว่ยหวั่นยิ้มตอบ เธอชำเลืองสายตามองเข้าไปในห้องทำงานของประธาน เห็นว่าหวังเจิ้นยังคงนั่งทำงานสีหน้าเคร่งเครียด แล้วอย่างนี้เลขาอย่างเธอจะกลับก่อนได้อย่างไร แต่เมื่อใกล้เวลาหนึ่งทุ่ม หญิงสาวยังไม่เห็นทีท่าว่าหวังเจิ้นและสวี่เหยาจะกลับสักที เธอจึงตัดสินใจไม่รอ เก็บกระเป๋ากลับพร้อมกับชิงหยาฉินเพื่อนร่วมงานที่เพิ่งทำงานเสร็จ ขณะที่เธอรอข้ามถนนหน้าบริษัทก็มีรถสีขาวคันใหญ่มาจอดเทียบข้างหน้า กระจกรถถูกลดลงมองเห็นคนขับรถได้ชัดเจน “หวันหวั่นขึ้นรถสิ เดี๋ยวผมไปส่ง”เมิ่งอวิ่นเอินน้องชายของเมิ่งอวิ่นเฉินส่งเสียงเรียก เมื่อเห็นว่าเธอลังเลใจเขาจึงพูดเร่ง “รถหลังบีบแตรแล้ว ขึ้นรถเถอะ จะได้คุยกันด้วย” เว่ยหวั่นที่รอจะข้ามถนนเมื่อเจอสถานการณ์เช่นนี้เธอจึงยอมขึ้นรถของเมิ่งอวิ่นเอิน ถ้าเธอไม่ขึ้นรถคงติดเป็นทางยาว เป็นเวลาเดียวกันกับรถคันสีดำขับออกมาจากบริษัท เจ้าของรถเห็นภาพนี้

  • คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวของท่านประธาน   ตอนที่ 7 เริ่มสนิท

    บริษัทหวังเซิ่งหวังเจิ้นมาถึงบริษัทตั้งแต่เช้า เมื่อเข้ามาในห้องทำงานก็เห็นเว่ยหวั่นกำลังจัดกองเอกสารอย่างตั้งใจเขาเดินเข้าไปถึงข้างหลังเธอ ห่างเพียงไม่กี่ก้าว แต่เธอก็ยังไม่รู้สึกตัวชายหนุ่มยืนอมยิ้ม รอดูตอนเธอสะดุ้งตกใจเมื่อเห็นว่าเขาอยู่ในห้องในระหว่างที่เขายืนรออยู่นั้น เว่ยหวั่นก็เดินถอยหลังจนมาชนร่างกำยำของเขา“อุ๊ย”หญิงสาวอุทานด้วยความตกใจ ร่างบางที่ชนตั้งหลักไม่อยู่ เมื่อเห็นว่าจะล้มเธอจึงคว้าแขนของหวังเจิ้นตามสัญชาตญาณชายหนุ่มรีบคว้าตัวเธอมาอยู่ในอ้อมแขน ถ้าไม่ทำเช่นนี้มีหวังคงได้ลงไปนอนกองกับพื้นทั้งคู่เรือนร่างอวบอิ่มอยู่ในอ้อมแขนเขาอีกครั้ง หวังเจิ้นรับรู้ถึงความนุ่มเด้งของหญิงสาว มือก็รีบผลักเธอให้ออกห่างจากตัวด้วยความไวอยู่ในท่านี้นานไม่ได้ เดี๋ยวของขึ้นเขากระแอมแก้เขิน“เลขาเว่ยออกไปทำงานเถอะ”“ขอโทษค่ะ” เว่ยหวั่นพูดพลางรีบออกจากห้องใช่แน่ๆ ท่านประธานไม่ชอบผู้หญิง ก็ดีนะ จะได้ทำงานกับเขาอย่างสบายใจหญิงสาวคิดแล้วก็อมยิ้มอารมณ์ดี“ฉันต้องอยู่ให้ห่างจากเลขาเว่ย” หวังเจิ้นพึมพำกับตัวเองแล้วทำไมไม่เอามาใกล้เลยล่ะ ในเมื่อมีความรู้สึกแบบนี้ความคิดบางอย่างแล่นเข้า

  • คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวของท่านประธาน   ตอนที่ 6 ช่วยแก้ปัญหา

    หลังจากที่พูดคุยธุระกับคนที่ต้องการจนเสร็จ หวังเจิ้นนั่งนิ่งเงียบข้างหญิงสาวทั้งสองได้ไม่นาน เจียงเหวินเหวินก็ปลีกตัวไปเป็นพิธีกรงานประมูลบนเวที ส่วนหยางลี่ลี่ก็พุ่งตัวไปรอชมของที่นำมาประมูลด้วยความสนใจ หวังเจิ้นจึงอาศัยโอกาสนี้รีบจูงมือของเว่ยหวั่นกลับทันที “เร็วๆ รีบกลับก่อนที่จะมีคนมาอีก” เว่ยหวั่นเดินตามบุรุษร่างสูง เธอใส่รองเท้าส้นสูงก้าวเท้าได้ทีละสั้นๆ ส่วนเขาก้าวขาหนึ่งครั้งเท่ากับเธอต้องก้าวเท้าสองถึงสามครั้ง เธอพยายามเดินให้ทันเขาจนมาถึงประตูทางเข้าโรงแรม ก็สะดุดเข้ากับขอบประตูจนเซและจะล้มลง หวังเจิ้นที่จูงมือเธออยู่รวบร่างอวบอิ่มเข้าสู่อ้อมแขน หน้าอกแนบหน้าอก หน้าท้องแนบหน้าท้อง สะโพกกลมกลึงเต็มฝ่ามือ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่เธอใช้ลอยเข้าจมูกเขา ความนุ่มนิ่มอวบอิ่มของเธอเขาสัมผัสได้อย่างชัดเจน ชายหนุ่มรีบปล่อยหญิงสาวออกทันใด เขาเดินไปที่รถให้สวี่เหยาเรียกรถแท็กซี่และนั่งไปส่งเว่ยหวั่นที่บ้าน ส่วนเขาขับรถกลับบ้านคนเดียว กลิ่นและสัมผัสเช่นนี้ทำให้เขาคิดถึงคืนนั้นเมื่อสามปีก่อน ความรู้สึกเข้ามาสู่จิต

  • คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวของท่านประธาน   ตอนที่ 5 งานเลี้ยงดินเนอร์

    บนรถยนต์สีดำคันหรู“ไปร้านชุดของคุณเยี่ย”หวังเจิ้นบอกกับสวี่เหยาที่กำลังขับรถโดยมีเว่ยหวั่นนั่งอยู่ข้างคนขับเมื่อถึงร้านชุดดังกล่าว หวังเจิ้นก็เรียกเว่ยหวั่นลงจากรถ“คุณตามผมมา” เขาพูดแล้วก็เดินนำเข้าร้านเยี่ยซูหัว เจ้าของร้านออกมาทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“ประธานหวัง”สายตาเธอเหลือบมองหญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านข้างเขา“คุณผู้หญิงสวยมากเลยค่ะ รับรองว่างานพรุ่งนี้จะสวยเด่นที่สุดในงาน”เธอรีบจูงมือเว่ยหวั่นเข้าไปลองชุด ปล่อยให้หวังเจิ้นและสวี่หยางนั่งรออยู่โซฟาด้านนอกเว่ยหวั่นเห็นเยี่ยซูหัวเลือกชุดให้เธอลองสวมหลายชุดก็รีบพูดขึ้น“คุณเยี่ยคะ ฉันไปงานในฐานะเลขา เป็นผู้ติดตาม ขอเป็นชุดธรรมดาเรียบๆ ก็พอค่ะ ไม่อยากเด่นกว่าแขกในงาน”“ไม่ได้หรอกค่ะ ถึงคุณจะเป็นเลขา แต่ก็เป็นเลขาประธานหวัง แต่งเรียบๆ ไม่ได้ ต้องสวยหรูให้เจ้านายนะคะ จะได้ไม่อายคนอื่นเขา”เยี่ยซูหัวตอบพลางหัวเราะ“คุณลองทีละชุด และออกไปให้ประธานหวังเลือกด้วยตัวเองดีกว่าค่ะ”เว่ยหวั่นถอนหายใจ เธอลองชุดทั้งเดรสสายเดี่ยว เกาะอก แล้วออกไปให้หวังเจิ้นดูชายหนุ่มที่นั่งอ่านนิตยสารละสายตาจากหน้าหนังสือเงยหน้าดูหญิงสาวที่เดินออกมาเห็นสตรี

  • คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวของท่านประธาน   ตอนที่ 4 เริ่มทำงาน

    คอนโด A ใจกลางเมือง“เป่าเปา หม่าม้ามาแล้ว”เว่ยหวั่นหอบถุงใส่อาหารพะรุงพะรังกลับคอนโด มีเด็กชายแก้มป่องวิ่งออกมาต้อนรับ“หม่าม้าไปไหนมา อี้อี้คิดถึง”“หม่าม้าไปทำงานจ้ะ มีของกินมาฝากเป่าเปากับน้าเฉิงเยอะแยะเลย”เธอเดินเอาของไปวางบนโต๊ะ มือเรียวหยิบถุงขนมแกะให้เว่ยหลินอี้ด้วยความว่องไว“ขอบคุณครับ”เด็กชายตัวน้อยรับแล้วไปนั่งกินอย่างเอร็ดอร่อยบนโซฟา“ซื้อของกลับขนาดนี้ ได้งานแล้วใช่ไหมล่ะ”เฉิงม่านฉีเดินออกมาจากห้องครัว ในมือถือน้ำผลไม้มาสองขวด“ดื่มให้หายเหนื่อยก่อน แล้วเล่ามาซะดีๆ”เธอดึงเพื่อนมานั่งคุยที่โต๊ะอาหาร สายตาเหลือบมองเว่ยหลินอี้ที่กำลังจดจ่ออยู่กับการ์ตูนในโทรทัศน์“หา พรุ่งนี้ทำงานเข้าทำงาน เร็วมาก”เฉิงม่านฉีตาโตตกใจ บริษัทนี้ไม่ให้เวลาเตรียมตัวเลยสักนิด“เร็วสิดี จะได้มีเงินเข้าเร็วๆ” เว่ยหวั่นยิ้มดีใจ“จัดการคน ฉันว่านะ เรื่องผู้หญิงของประธานหวังแน่นอน ไม่งั้นเขาไม่สัมภาษณ์ด้วยตัวเองหรอก”เฉิงม่านฉีถือหลอดน้ำแกว่งไปมาพร้อมทำท่าทางวิเคราะห์“ก็น่าจะอย่างนั้นนะ” เว่ยหวั่นพยักหน้าเห็นด้วย“หวันหวั่นต้องลุยเต็มที่ อย่ายอมแพ้ล่ะ”เว่ยหวั่นเห็นท่าทางของเพื่อนสาวก็หัวเราะชอ

  • คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวของท่านประธาน   ตอนที่ 3 รับสมัครเลขา

    สามปีผ่านไปบริษัทหวังเซิ่งหวังเจิ้นที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ เขาไปดูแลบริษัทสาขาต่างประเทศ ประเทศละครึ่งปี กลับมาอีกทีก็ครบสามปีพอดี“ฉันมาพบประธานหวัง”เจียงเหวินเหวินแต่งกายอย่างสวยงามมารอพบหวังเจิ้นตั้งแต่เช้า“มาพบประธานหวังมีธุระอะไร”เสียงของหญิงสาวอีกคน ใบหน้าสวยหยิ่ง เดินเข้ามาพร้อมกับปรายตามองเจียงเหวินเหวินด้วยความดูแคลน“ไม่จำเป็นต้องมีธุระก็มาได้ ประธานหวังให้ฉันเข้าพบได้ตลอดเวลา”เจียงเหวินเหวินเชิดหน้าใส่หญิงสาวคนนั้น“หน้าด้าน”หยางลี่ลี่เอ่ย เธอเดินไปหาเลขาสาวหน้าห้องที่เพิ่งมาถึงบริษัท“ประธานหวังมาหรือยัง”เลขาสาวมองผู้หญิงทั้งสองคนด้วยความอึดอัด ไม่รู้ต้องแก้ไขปัญหาในสถานการณ์เช่นนี้อย่างไร“คุณหยางเข้าไปนั่งรอในห้องรับรองได้เลยค่ะ”เธอตอบเสียงสั่น สายตามองเจียงเหวินเหวินที่ส่งสายตากดดันมายังเธอ“คุณเจียงก็เข้าไปรอด้านในได้เช่นกันค่ะ”ได้ยินดังนั้นหญิงสาวสองคนก็รีบเข้าไปนั่งรอที่ห้องรับรองแขกด้านหน้าห้องประธาน เลขาคนเดิมยกกาแฟมาให้ทั้งสองแล้วรีบไปทันที“เธอมาหาหวังเจิ้นทำไม”หยางลี่ลี่ถาม ตาคู่สวยมองจ้องเจียงเหวินเหวินด้วยความไม่พอใจ“มารื้อฟื้นความทรงจำน่ะ”เจี

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status