LOGINบนรถยนต์สีดำคันหรู
“ไปร้านชุดของคุณเยี่ย”
หวังเจิ้นบอกกับสวี่เหยาที่กำลังขับรถโดยมีเว่ยหวั่นนั่งอยู่ข้างคนขับ
เมื่อถึงร้านชุดดังกล่าว หวังเจิ้นก็เรียกเว่ยหวั่นลงจากรถ
“คุณตามผมมา” เขาพูดแล้วก็เดินนำเข้าร้าน
เยี่ยซูหัว เจ้าของร้านออกมาทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“ประธานหวัง”
สายตาเธอเหลือบมองหญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านข้างเขา
“คุณผู้หญิงสวยมากเลยค่ะ รับรองว่างานพรุ่งนี้จะสวยเด่นที่สุดในงาน”
เธอรีบจูงมือเว่ยหวั่นเข้าไปลองชุด ปล่อยให้หวังเจิ้นและสวี่หยางนั่งรออยู่โซฟาด้านนอก
เว่ยหวั่นเห็นเยี่ยซูหัวเลือกชุดให้เธอลองสวมหลายชุดก็รีบพูดขึ้น
“คุณเยี่ยคะ ฉันไปงานในฐานะเลขา เป็นผู้ติดตาม ขอเป็นชุดธรรมดาเรียบๆ ก็พอค่ะ ไม่อยากเด่นกว่าแขกในงาน”
“ไม่ได้หรอกค่ะ ถึงคุณจะเป็นเลขา แต่ก็เป็นเลขาประธานหวัง แต่งเรียบๆ ไม่ได้ ต้องสวยหรูให้เจ้านายนะคะ จะได้ไม่อายคนอื่นเขา”
เยี่ยซูหัวตอบพลางหัวเราะ
“คุณลองทีละชุด และออกไปให้ประธานหวังเลือกด้วยตัวเองดีกว่าค่ะ”
เว่ยหวั่นถอนหายใจ เธอลองชุดทั้งเดรสสายเดี่ยว เกาะอก แล้วออกไปให้หวังเจิ้นดู
ชายหนุ่มที่นั่งอ่านนิตยสารละสายตาจากหน้าหนังสือเงยหน้าดูหญิงสาวที่เดินออกมา
เห็นสตรีในชุดเดรสเกาะอกรัดรูป เน้นส่วนโค้งเว้าทั้งบนและล่างของหญิงสาวชัดเจน เนินหน้าอกอวบอิ่ม เอวคอด สะโพกกลมกลึงได้รูปสวย
เขาตะลึงและกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว เมื่อตั้งสติได้จึงวางท่าทางให้ปกติ
“ชุดสีชมพูแบบนี้ดีแล้ว ขับผิวดี แต่ปิดให้มิดชิดหน่อย”
เขากระแอมเล็กน้อย
“ผมพาเลขาไปทำงาน ไม่ได้พาไปให้เป็นเป้าสายตาคนในงาน”
ความจริงคือเป็นเป้าสายตาคนในงานคงไม่เท่าไหร่ แต่หากตัวเขาเองมองนานๆ คงเก็บอาการไม่อยู่
แม้ว่าจะเจอผู้หญิงสวยมาหลายคน แต่ก็ไม่มีใครทำให้รู้สึกใจสั่นเช่นนี้มาก่อน
สวี่เหยาเห็นอาการผิดปกติของเจ้านายตนก็อมยิ้ม ปีนี้เจ้านายอายุย่างเข้าสามสิบ ไม่ได้เรียกผู้หญิงมาหาถึงสามปี นึกว่าจะผิดปกติไร้อารมณ์เสียแล้ว
เขาลุกขึ้นไปกระซิบเยี่ยซูหัว “ปิดหน้าอกให้มิดชิดกว่านี้หน่อยครับ”
เรื่องรสนิยมเจ้านายมีหรือที่เขาจะไม่รู้ แต่จะให้หวังเจิ้นพูดเองคงจะไม่เหมาะสม
“ได้ค่ะ” เยี่ยซูหัวหัวเราะชอบใจ
“พรุ่งนี้มาแต่งตัวที่ร้านนะคะ จะแต่งหน้าทำผมให้พร้อมกันเลย”
เธอบอกสวี่เหยาแต่ได้ยินถึงหูของหวังเจิ้น
“ครับ”
สวี่เหยารับคำ แล้วกลับมานั่งรอด้านข้างของหวังเจิ้น
เมื่อขึ้นรถ หวังเจิ้นก็บอกกับเว่ยหวั่น
“คุยกับครอบครัวคุณให้ดีเรื่องงานพรุ่งที่ที่ต้องกลับค่ำ ผมให้ค่าล่วงเวลาคุ้มค่าแน่นอน”
เว่ยหวั่นได้ยินก็สงสัยอยู่บ้าง เรื่องพวกนี้เจ้านายไม่จำเป็นต้องกำชับ เขาพูดราวกับว่าเธอจะมีปัญหากับคนที่บ้าน
แต่ก็ดูใส่ใจดีอยู่เหมือนกัน
........
เย็นวันถัดมา
รถสีดำคันใหญ่แบรนด์หรูเข้าจอดหน้าโรงแรมที่จัดงานเลี้ยงดินเนอร์ สายตาของผู้ที่อยู่บริเวณหน้าโรงแรมต่างจับจ้องไปที่เจ้าของรถเป็นตาเดียว
บุรุษรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหล่อเข้มก้าวลงจากรถอย่างสง่างาม เขายืนข้างรถ ยื่นมือให้หญิงสาวอีกคนที่อยู่ภายในจับเพื่อลงจากรถ
สตรีใบหน้ารูปไข่ดวงตากลมโตเป็นประกายสดใส ริมฝีปากอวบอิ่ม รูปร่างอรชรอ้อนแอ้น สัดส่วนโค้งเว้าได้รูปสะกดสายตาผู้คน
“นั่นประธานหวังนี่ มากับใครน่ะ” เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้น
“ไม่ใช่คุณหยางนี่นา ไม่เคยเห็นหน้า”
“คนนี้สวยกว่าคุณหยางเยอะมาก”
“แฟนใหม่ประธานหวังหรือเปล่า”
แต่ละคนต่างสอบถามหาข้อมูลของหญิงสาวที่เพิ่งลงจากรถ หลายคนถ่ายรูปและอัดคลิปแล้วโพสลงโซเชียลทันที
หวังเจิ้นไม่สนใจเสียงซุบซิบนินทาเหล่านั้น เขายกแขนของตนขึ้นเพื่อให้เว่ยหวั่นควงแขนเข้างาน
“ไม่ต้องประหม่า ไม่ต้องอาย”
เขาพูดเสียงราบเรียบบอกหญิงสาว
เว่ยหวั่นสูดหายใจเข้าจนลึก เธอไม่ได้ออกงานแบบนี้มาหลายปี รู้สึกประหม่าอยู่บ้าง แต่เมื่อฟังคำของหวังเจิ้น เธอจึงวางมาดราวกับสตรีในวงสังคมชั้นสูงได้อย่างแนบเนียน
งานเลี้ยงวันนี้เป็นงานเลี้ยงที่เชิญแขกคนสำคัญจากบริษัทที่มีชื่อเสียงในเมืองหนานอันมาพบปะพูดคุยเรื่องธุรกิจ นอกจากนั้นยังมีสิ่งของหายากราคาสูงมาประมูลในงานนี้
เมื่อหวังเจิ้นเข้ามาภายในงาน ประธานของแต่ละบริษัทก็จ้องมองเขา พร้อมกับก้าวเท้ามาหาเพื่อทักทาย
“ประธานหวัง ดีใจที่ได้พบนะครับ”
เมิ่งซานเดินมาหาคนแรก เขาเหลือบตามองสตรีด้านข้างหวังเจิ้น
“คุณผู้หญิงคนนี้หน้าตาคุ้นๆ ไม่ทราบว่าชื่ออะไรหรือครับ”
เว่ยหวั่นออกอาการประหม่าเล็กน้อย เธอลังเลยังไม่ตอบคำถามของอีกฝ่ายจนหวังเจิ้นเป็นผู้ตอบแทน
“นี่คุณเว่ย เลขาของผมเองครับ”
เมิ่งอวิ่นเฉินเดินเข้ามาพอดี เขามองเว่ยหวั่นไม่ละสายตา
“หวันหวั่น”
เว่ยหวั่นเม้มริมฝีปากเล็กน้อยก่อนตอบ
“สวัสดีค่ะประธานเมิ่งซาน รองประธานเมิ่งอวิ่นเฉิน”
หวังเจิ้นเลิกคิ้วประหลาดใจเล็กน้อย เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าหญิงสาวจะรู้จักกับนักธุรกิจระดับนี้
“หวันหวั่น คุยกับผมสักครู่ได้ไหม”
เมิ่งอวิ่นเฉินพูดเสียงไม่ดังนัก
นัยน์ตาหงส์จ้องมองสายตาสื่อถึงความไม่พอใจ
“เกรงว่าจะไม่ได้นะครับ คุณเว่ยถือว่าอยู่ในเวลาทำงาน พูดคุยเล่นไม่ได้”
เขาจับมือของหญิงสาวแล้วเดินจากพ่อลูกตระกูลเมิ่ง
หวังเจิ้นพาเว่ยหวั่นมายืนหลบด้านข้าง ประธานบริษัทคนอื่นๆ ยังคงทยอยมาทักทายเขา
“ประธานเมิ่ง ผมชื่อเว่ยหลิน ประธานบริษัทหย่งเหอ”
บุรุษวัยกลางคนเข้ามาทักทายด้วยความนอบน้อม
หวังเจิ้นก้มศีรษะให้เล็กน้อยเป็นการทักทาย เขาไม่ชอบจับมือกับคนแปลกหน้า
“สวัสดีครับ”
ขณะที่เว่ยหลินกำลังปลื้มใจที่ได้เจอกับหวังเจิ้น เว่ยหลันก็พูดขึ้นเสียงดัง
“นี่มันนางลูกคนโตของคุณพ่อนี่คะ”
หลุดปากออกมาจนรู้ว่าตัวเองไม่ได้สำรวมกิริยา เว่ยหลันก็ปิดปากแล้วยืนด้านหลังบิดาทันที
เว่ยหลินมองผู้หญิงที่ยืนข้างหลังหวังเจิ้น เขาเพ่งมองไม่กี่วินาทีก็ส่งเสียงด้วยความดีใจ
“หวันหวั่น สบายดีไหมลูก”
เว่ยหวั่นอึกอัก เธอเหลือบมองบุรุษด้านข้างก่อนตอบ
“สบายดีค่ะ”
หวังเจิ้นตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาไม่คิดว่าจะพาเลขาตัวเองมางานรวมญาติเสียได้
“คุณจะอยู่คุยหรือเปล่า ผมจะไปทางด้านนั้น”
ยังไม่ทันที่เว่ยหวั่นจะตอบ เว่ยหลินก็รีบพูดทันที
“ผมอยากคุยกับประธานหวังมากกว่า ลูกสาวผมคุยเมื่อไหร่ก็ได้”
เว่ยหลันได้แต่ถลึงตาใส่เว่ยหวั่นด้วยความอิจฉา
ไม่ได้เจอหลายปีนึกว่าพี่สาวคนละแม่จะอยู่อย่างลำบาก คิดไม่ถึงเลยว่าจะได้ดิบได้ดีอยู่ข้างกายประธานบริษัทหวังเซิ่ง
ทั้งหล่อและรวย ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย
เธอรอจังหวะว่าจะเข้าไปพูดจาเหน็บแนมพี่สาว แต่เสิ่นหลงคู่หมั้นหนุ่มเรียกเธอให้ไปทักทายกับเพื่อนของเขา
เธอส่งสายตาให้กับเว่ยหวั่น เดาความหมายได้ไม่ยาก
ฝากไว้ก่อนเถอะ เดี๋ยวจะมาจัดการ
สายตากราดเกรี้ยวส่งมา จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นสายตาที่อ่อนหวานส่งกลับไปให้คู่หมั้นของตน
“ค่ะ ที่รัก ไปเดี๋ยวนี้ค่ะ”
ยกแรกยังหนักขนาดนี้ ยกต่อไปเหนื่อยแน่นอน
เว่ยหวั่นคิดพลางลอบถอนหายใจ
ไม่ผิดจากที่คาด หวังเจิ้นที่เพิ่งสลัดเว่ยหลินหลุดก็เจอกับหยางลี่ลี่และเจียงเหวินเหวินทันที
นัยน์ตาหงส์ส่งสัญญานให้เว่ยหวั่น
“ประธานหวัง”
หญิงสาวทั้งสองเอ่ยพร้อมกัน และเดินเข้ามาแทบจะเบียดกันจนล้ม
ไม่อายหรือไงนะ
เว่ยหวั่นแสร้งยิ้มอ่อนหวานแล้วเดินไปควงแขนหวังเจิ้นอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
“ขออภัยนะคะ คืนนี้ท่านประธานมาทำงานค่ะ”
“เธอมีสิทธิ์อะไรมาเกาะแขนแฟนฉัน” หยางลี่ลี่พูดขึ้นด้วยความโมโห
“ใช่ อยากถูกตบตรงนี้เลยมั้ย” เจียงเหวินเหวินพลั้งปากพูดออกมา
หวังเจิ้นจ้องมองเธอทันที จนเจียงเหวินเหวินสะดุ้งไม่กล้าพูดจา
“หากคุณสองคนมีปัญหาหรือก่อเรื่องให้ท่านประธานเสียหน้า คืนนี้ท่านประธานคงต้องอยู่กับฉันตลอดเวลา แต่ถ้าคุณทั้งสองวางตัวดี ฉันก็จะปล่อยให้ท่านประธานมีเวลาอยู่กับพวกคุณ”
เว่ยหวั่นพูดน้ำเสียงจริงจัง
“ตกลงจะเลือกอะไรคะ วางตัวเป็นกุลสตรีเรียบร้อยเพียบพร้อมหรือเป็นสตรีมีปัญหา”
สิ้นคำพูดของเว่ยหวั่น ทั้งหยางลี่ลี่และเจียงเหวินเหวินก็เหลือบตามองผู้คนรอบข้าง พวกเธอตกใจเล็กน้อยก่อนวางตัวเป็นลูกผู้ดีมีตระกูล
หวังเจิ้นอมยิ้มชอบใจ เว่ยหวั่นผู้นี้ช่างกล้าพูดตรงๆ กับหญิงทั้งสองคนนี้ และที่น่าสนใจก็คือ ทั้งสองกลับเชื่อฟังจนน่าประหลาดใจ
ราวกับเป็นศิษย์ที่ถูกครูดุ เป็นลูกที่ถูกแม่สอนก็ไม่ปาน
บริษัทหวังเซิ่ง “ถ้าทำงานเสร็จแล้วจะกลับก่อนก็ได้นะครับ”สวี่เหยาถือแฟ้มเอกสารมายื่นให้กับเว่ยหวั่น “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันคงอยู่เตรียมงานของพรุ่งนี้ด้วย”เว่ยหวั่นยิ้มตอบ เธอชำเลืองสายตามองเข้าไปในห้องทำงานของประธาน เห็นว่าหวังเจิ้นยังคงนั่งทำงานสีหน้าเคร่งเครียด แล้วอย่างนี้เลขาอย่างเธอจะกลับก่อนได้อย่างไร แต่เมื่อใกล้เวลาหนึ่งทุ่ม หญิงสาวยังไม่เห็นทีท่าว่าหวังเจิ้นและสวี่เหยาจะกลับสักที เธอจึงตัดสินใจไม่รอ เก็บกระเป๋ากลับพร้อมกับชิงหยาฉินเพื่อนร่วมงานที่เพิ่งทำงานเสร็จ ขณะที่เธอรอข้ามถนนหน้าบริษัทก็มีรถสีขาวคันใหญ่มาจอดเทียบข้างหน้า กระจกรถถูกลดลงมองเห็นคนขับรถได้ชัดเจน “หวันหวั่นขึ้นรถสิ เดี๋ยวผมไปส่ง”เมิ่งอวิ่นเอินน้องชายของเมิ่งอวิ่นเฉินส่งเสียงเรียก เมื่อเห็นว่าเธอลังเลใจเขาจึงพูดเร่ง “รถหลังบีบแตรแล้ว ขึ้นรถเถอะ จะได้คุยกันด้วย” เว่ยหวั่นที่รอจะข้ามถนนเมื่อเจอสถานการณ์เช่นนี้เธอจึงยอมขึ้นรถของเมิ่งอวิ่นเอิน ถ้าเธอไม่ขึ้นรถคงติดเป็นทางยาว เป็นเวลาเดียวกันกับรถคันสีดำขับออกมาจากบริษัท เจ้าของรถเห็นภาพนี้
บริษัทหวังเซิ่งหวังเจิ้นมาถึงบริษัทตั้งแต่เช้า เมื่อเข้ามาในห้องทำงานก็เห็นเว่ยหวั่นกำลังจัดกองเอกสารอย่างตั้งใจเขาเดินเข้าไปถึงข้างหลังเธอ ห่างเพียงไม่กี่ก้าว แต่เธอก็ยังไม่รู้สึกตัวชายหนุ่มยืนอมยิ้ม รอดูตอนเธอสะดุ้งตกใจเมื่อเห็นว่าเขาอยู่ในห้องในระหว่างที่เขายืนรออยู่นั้น เว่ยหวั่นก็เดินถอยหลังจนมาชนร่างกำยำของเขา“อุ๊ย”หญิงสาวอุทานด้วยความตกใจ ร่างบางที่ชนตั้งหลักไม่อยู่ เมื่อเห็นว่าจะล้มเธอจึงคว้าแขนของหวังเจิ้นตามสัญชาตญาณชายหนุ่มรีบคว้าตัวเธอมาอยู่ในอ้อมแขน ถ้าไม่ทำเช่นนี้มีหวังคงได้ลงไปนอนกองกับพื้นทั้งคู่เรือนร่างอวบอิ่มอยู่ในอ้อมแขนเขาอีกครั้ง หวังเจิ้นรับรู้ถึงความนุ่มเด้งของหญิงสาว มือก็รีบผลักเธอให้ออกห่างจากตัวด้วยความไวอยู่ในท่านี้นานไม่ได้ เดี๋ยวของขึ้นเขากระแอมแก้เขิน“เลขาเว่ยออกไปทำงานเถอะ”“ขอโทษค่ะ” เว่ยหวั่นพูดพลางรีบออกจากห้องใช่แน่ๆ ท่านประธานไม่ชอบผู้หญิง ก็ดีนะ จะได้ทำงานกับเขาอย่างสบายใจหญิงสาวคิดแล้วก็อมยิ้มอารมณ์ดี“ฉันต้องอยู่ให้ห่างจากเลขาเว่ย” หวังเจิ้นพึมพำกับตัวเองแล้วทำไมไม่เอามาใกล้เลยล่ะ ในเมื่อมีความรู้สึกแบบนี้ความคิดบางอย่างแล่นเข้า
หลังจากที่พูดคุยธุระกับคนที่ต้องการจนเสร็จ หวังเจิ้นนั่งนิ่งเงียบข้างหญิงสาวทั้งสองได้ไม่นาน เจียงเหวินเหวินก็ปลีกตัวไปเป็นพิธีกรงานประมูลบนเวที ส่วนหยางลี่ลี่ก็พุ่งตัวไปรอชมของที่นำมาประมูลด้วยความสนใจ หวังเจิ้นจึงอาศัยโอกาสนี้รีบจูงมือของเว่ยหวั่นกลับทันที “เร็วๆ รีบกลับก่อนที่จะมีคนมาอีก” เว่ยหวั่นเดินตามบุรุษร่างสูง เธอใส่รองเท้าส้นสูงก้าวเท้าได้ทีละสั้นๆ ส่วนเขาก้าวขาหนึ่งครั้งเท่ากับเธอต้องก้าวเท้าสองถึงสามครั้ง เธอพยายามเดินให้ทันเขาจนมาถึงประตูทางเข้าโรงแรม ก็สะดุดเข้ากับขอบประตูจนเซและจะล้มลง หวังเจิ้นที่จูงมือเธออยู่รวบร่างอวบอิ่มเข้าสู่อ้อมแขน หน้าอกแนบหน้าอก หน้าท้องแนบหน้าท้อง สะโพกกลมกลึงเต็มฝ่ามือ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่เธอใช้ลอยเข้าจมูกเขา ความนุ่มนิ่มอวบอิ่มของเธอเขาสัมผัสได้อย่างชัดเจน ชายหนุ่มรีบปล่อยหญิงสาวออกทันใด เขาเดินไปที่รถให้สวี่เหยาเรียกรถแท็กซี่และนั่งไปส่งเว่ยหวั่นที่บ้าน ส่วนเขาขับรถกลับบ้านคนเดียว กลิ่นและสัมผัสเช่นนี้ทำให้เขาคิดถึงคืนนั้นเมื่อสามปีก่อน ความรู้สึกเข้ามาสู่จิต
บนรถยนต์สีดำคันหรู“ไปร้านชุดของคุณเยี่ย”หวังเจิ้นบอกกับสวี่เหยาที่กำลังขับรถโดยมีเว่ยหวั่นนั่งอยู่ข้างคนขับเมื่อถึงร้านชุดดังกล่าว หวังเจิ้นก็เรียกเว่ยหวั่นลงจากรถ“คุณตามผมมา” เขาพูดแล้วก็เดินนำเข้าร้านเยี่ยซูหัว เจ้าของร้านออกมาทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“ประธานหวัง”สายตาเธอเหลือบมองหญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านข้างเขา“คุณผู้หญิงสวยมากเลยค่ะ รับรองว่างานพรุ่งนี้จะสวยเด่นที่สุดในงาน”เธอรีบจูงมือเว่ยหวั่นเข้าไปลองชุด ปล่อยให้หวังเจิ้นและสวี่หยางนั่งรออยู่โซฟาด้านนอกเว่ยหวั่นเห็นเยี่ยซูหัวเลือกชุดให้เธอลองสวมหลายชุดก็รีบพูดขึ้น“คุณเยี่ยคะ ฉันไปงานในฐานะเลขา เป็นผู้ติดตาม ขอเป็นชุดธรรมดาเรียบๆ ก็พอค่ะ ไม่อยากเด่นกว่าแขกในงาน”“ไม่ได้หรอกค่ะ ถึงคุณจะเป็นเลขา แต่ก็เป็นเลขาประธานหวัง แต่งเรียบๆ ไม่ได้ ต้องสวยหรูให้เจ้านายนะคะ จะได้ไม่อายคนอื่นเขา”เยี่ยซูหัวตอบพลางหัวเราะ“คุณลองทีละชุด และออกไปให้ประธานหวังเลือกด้วยตัวเองดีกว่าค่ะ”เว่ยหวั่นถอนหายใจ เธอลองชุดทั้งเดรสสายเดี่ยว เกาะอก แล้วออกไปให้หวังเจิ้นดูชายหนุ่มที่นั่งอ่านนิตยสารละสายตาจากหน้าหนังสือเงยหน้าดูหญิงสาวที่เดินออกมาเห็นสตรี
คอนโด A ใจกลางเมือง“เป่าเปา หม่าม้ามาแล้ว”เว่ยหวั่นหอบถุงใส่อาหารพะรุงพะรังกลับคอนโด มีเด็กชายแก้มป่องวิ่งออกมาต้อนรับ“หม่าม้าไปไหนมา อี้อี้คิดถึง”“หม่าม้าไปทำงานจ้ะ มีของกินมาฝากเป่าเปากับน้าเฉิงเยอะแยะเลย”เธอเดินเอาของไปวางบนโต๊ะ มือเรียวหยิบถุงขนมแกะให้เว่ยหลินอี้ด้วยความว่องไว“ขอบคุณครับ”เด็กชายตัวน้อยรับแล้วไปนั่งกินอย่างเอร็ดอร่อยบนโซฟา“ซื้อของกลับขนาดนี้ ได้งานแล้วใช่ไหมล่ะ”เฉิงม่านฉีเดินออกมาจากห้องครัว ในมือถือน้ำผลไม้มาสองขวด“ดื่มให้หายเหนื่อยก่อน แล้วเล่ามาซะดีๆ”เธอดึงเพื่อนมานั่งคุยที่โต๊ะอาหาร สายตาเหลือบมองเว่ยหลินอี้ที่กำลังจดจ่ออยู่กับการ์ตูนในโทรทัศน์“หา พรุ่งนี้ทำงานเข้าทำงาน เร็วมาก”เฉิงม่านฉีตาโตตกใจ บริษัทนี้ไม่ให้เวลาเตรียมตัวเลยสักนิด“เร็วสิดี จะได้มีเงินเข้าเร็วๆ” เว่ยหวั่นยิ้มดีใจ“จัดการคน ฉันว่านะ เรื่องผู้หญิงของประธานหวังแน่นอน ไม่งั้นเขาไม่สัมภาษณ์ด้วยตัวเองหรอก”เฉิงม่านฉีถือหลอดน้ำแกว่งไปมาพร้อมทำท่าทางวิเคราะห์“ก็น่าจะอย่างนั้นนะ” เว่ยหวั่นพยักหน้าเห็นด้วย“หวันหวั่นต้องลุยเต็มที่ อย่ายอมแพ้ล่ะ”เว่ยหวั่นเห็นท่าทางของเพื่อนสาวก็หัวเราะชอ
สามปีผ่านไปบริษัทหวังเซิ่งหวังเจิ้นที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ เขาไปดูแลบริษัทสาขาต่างประเทศ ประเทศละครึ่งปี กลับมาอีกทีก็ครบสามปีพอดี“ฉันมาพบประธานหวัง”เจียงเหวินเหวินแต่งกายอย่างสวยงามมารอพบหวังเจิ้นตั้งแต่เช้า“มาพบประธานหวังมีธุระอะไร”เสียงของหญิงสาวอีกคน ใบหน้าสวยหยิ่ง เดินเข้ามาพร้อมกับปรายตามองเจียงเหวินเหวินด้วยความดูแคลน“ไม่จำเป็นต้องมีธุระก็มาได้ ประธานหวังให้ฉันเข้าพบได้ตลอดเวลา”เจียงเหวินเหวินเชิดหน้าใส่หญิงสาวคนนั้น“หน้าด้าน”หยางลี่ลี่เอ่ย เธอเดินไปหาเลขาสาวหน้าห้องที่เพิ่งมาถึงบริษัท“ประธานหวังมาหรือยัง”เลขาสาวมองผู้หญิงทั้งสองคนด้วยความอึดอัด ไม่รู้ต้องแก้ไขปัญหาในสถานการณ์เช่นนี้อย่างไร“คุณหยางเข้าไปนั่งรอในห้องรับรองได้เลยค่ะ”เธอตอบเสียงสั่น สายตามองเจียงเหวินเหวินที่ส่งสายตากดดันมายังเธอ“คุณเจียงก็เข้าไปรอด้านในได้เช่นกันค่ะ”ได้ยินดังนั้นหญิงสาวสองคนก็รีบเข้าไปนั่งรอที่ห้องรับรองแขกด้านหน้าห้องประธาน เลขาคนเดิมยกกาแฟมาให้ทั้งสองแล้วรีบไปทันที“เธอมาหาหวังเจิ้นทำไม”หยางลี่ลี่ถาม ตาคู่สวยมองจ้องเจียงเหวินเหวินด้วยความไม่พอใจ“มารื้อฟื้นความทรงจำน่ะ”เจี




![ภรรยา[ไม่]ร้ายของนักแข่ง](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


