로그인จวนสกุลเว่ย
หลังจากปีนลงมาจากต้นไม้ เจียงเฟยเย่ว ก็ตรงดิ่งไปยังห้องครัวทันที ในใจยังคงนึกถึงภาพสตรีที่สบตากันเมื่อครู่... นางรู้สึกคุ้นเคยกับหยางหมิงจูคนนั้นอย่างประหลาด ช่างเถอะ! กะอีแค่ไปเจอหน้าสักครั้งจะกลัวอะไร อย่างมากหากพูดไม่เข้าหูก็ตบกันอีกรอบ ตบมาตบกลับไม่โกง ตัวแม่จะแคร์เพื่อ! ชายาอ๋องแล้วอย่างไร? ไอ้คนแซ่เว่ยนี่ก็อีกคน ต้องหาทางหย่าขาดจากกันให้ได้ เมืองหลวงเฮงซวยนี่มันน่าอยู่ตรงไหนกัน ศิวิไลซ์ตรงไหนกัน
เมื่อนางมาถึงห้องครัว บ่าวไพร่ต่างพากันกระโดดหลบไปอีกทางด้วยความหวาดกลัว ด้วยว่าฮูหยินน้อยคนนี้จิตใจชั่วร้ายชอบทุบตีด่าทอยิ่งนัก ทว่าเจียงเฟยเย่วหาได้สนใจสายตาใคร นางลงมือนวดแป้งเพื่อทำขนมเปี๊ยะทันที พลางสั่งให้ ซิ่วซิ่ว ไปหาซื้อถั่วเหลืองมากวนทำไส้ นางอยากทำขนมชนิดนี้เพราะว่ามันคือของโปรดของ 'เอมี่' เพื่อนรักในชาติก่อนของนาง ยามนี้คิดถึงเพื่อนเหลือเกิน จึงอยากทำออกมาเพื่อคลายความเหงา
เจียงเฟยเย่วอบขนมไปหลายเตาจนส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ กระทั่งกลิ่นหอมหวานนั้นลอยข้ามกำแพงไปยังจวนอ๋องข้าง ๆ ... ทำเอาหยางหมิงจูที่กำลังนอนหลับอยู่ ถึงกับนอนฝันหวานว่าตัวเองกำลังนั่งกินขนมเปี๊ยะดูซีรีส์อยู่กับ มินนี่ อย่างสำราญบานใจ นางนอนสูดกลิ่นฟุดฟิดทั้งที่ยังหลับตา
ส่วนด้านเจียงเฟยเย่วทำขนมเสร็จได้มากมาย แบกกลับเรือนไปกินเองกล่องหนึ่ง และจัดใส่อีกกล่องอย่างดีตั้งใจจะหิ้วไปจวนอ๋องในวันรุ่งขึ้น รอให้ไอ้คางคกแห้งนั่นกลับมาก่อนเถอะ นางจะยอมลดราวาศอกคุยดีด้วยว่านางยอมไปขอโทษพระชายาฉินอ๋องอะไรนั่น บางทีข้อเสนอเรื่องหย่าอาจจะมีหวังขึ้นมาบ้าง จากนั้นก็เอ่ยกับบ่าวไพร่
"ที่เหลือพวกเจ้าเอาไปแบ่งกันกิน ใครไม่กินเพราะกลัวข้าใส่ยาพิษก็ช่าง ปัญหาพวกเจ้าไม่ใช่ปัญหาของข้า"
เจียงเฟยเย่วเอ่ยเสียงเรียบพลาดยกมือปัดฝุ่นแป้ง
"ฮูหยินน้อย... ท่านจะไม่แบ่งไว้ให้ใต้เท้าเว่ยบ้างหรือเจ้าคะ" ซิ่วซิ่วเอ่ยถามอ้อมแอ้ม
"แบ่งทำไม?" เจียงเฟยเย่วเบ้ปากอย่างนึกรังเกียจก่อนจะสะบัดหน้าเอ่ยต่อ
"แป้ง ถั่ว น้ำตาล ฟืน ถ่าน ทั้งหมดนี้ล้วนแต่เงินของข้าทั้งนั้น! นอกจากยืมสถานที่ห้องครัวที่นี่แล้ว ไม่มีอะไรเป็นของไอ้คางคกที่หน้าคว่ำในรอยตีนวัวตอนหน้าแล้งนั่นสักนิด... กลับได้แล้วซิ่วซิ่ว ข้าเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว!"
พูดจบฮูหยินน้อยคนงามก็สะบัดชายเสื้อเดินออกจากห้องครัวไปทันที ทิ้งให้บรรดาแม่ครัวและคนงานยืนอ้าปากค้าง หน้าตาเลิ่กลั่กพยายามตีความคำด่า คางคกหน้าคว่ำในรอยตีนวัวตอนหน้าแล้ง... นี่มันหน้าตาอัปลักษณ์ระดับไหนกันแน่หนอใต้เท้าเว่ย
เจียงเฟยเย่วกลับมานั่งชงชาดื่มสบายอารมณ์พร้อมกับหยิบขนมเข้าปาก ทว่าไม่นานนักบุคคลที่นางไม่อยากเห็นหน้าที่สุดแต่ยังจำเป็นต้องพึ่งพาก็ย่างกรายมาถึง
เขาหย่อนกายลงนั่งตรงข้ามกับนาง สายตาจับจ้องไปยังขนมเปี๊ยะส่งกลิ่นหอมอบอวลในมือ ขนาดอาไช่คนสนิทของเขายังแอบกินจนปากมันแถมยังชมไม่ขาดปากว่าฮูหยินน้อยทำขนมอร่อยยิ่งนัก แต่นางกลับไม่มีน้ำใจส่งให้เขาเลยสักชิ้น ร่างสูงแสร้งกระแอมพลางเอ่ยขึ้น
"เข้าครัวทำของว่างตั้งมากมาย จะไม่เผื่อแผ่เจ้าของบ้านสักหน่อยหรือ"
เจียงเฟยเย่วตวัดสายตาจ้องกลับอย่างกวนประสาท ก่อนจะบรรจงคีบขนมชิ้นใหม่เข้าปากพลางกัดคำเล็ก ๆ เคี้ยวโชว์ต่อหน้าต่อตาเพื่อยั่วยวนกวนโทสะเขา ทว่าเว่ยจื่อชวนกลับไม่ได้โกรธเคือง ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วสาวเท้าตรงดิ่งมาหานางทันที
หญิงสาวนึกว่าเขาจะเข้ามาทำร้ายจึงรีบขยับตัวตั้งการ์ดเตรียมรับมือเต็มที่ แต่ชายหนุ่มกลับโน้มตัวลงมาอย่างรวดเร็ว ก้มลงงับขนมเปี๊ยะส่วนที่เหลือจากปากของนางไปหน้าตาเฉย... ซ้ำร้ายยังไม่พอแค่นั้นเขาประกบริมฝีปากลงมาบดจูบนางอย่างลึกซึ้ง ใช้เรียวลิ้นเกี่ยวกระตวัดกวาดเอาขนมชิ้นเล็กที่นางเคี้ยวอยู่ในปากไปจนสิ้นซาก
เจียงเฟยเย่วนั่งเบิกตากว้าง สมองค้างเติ่งไปชั่วขณะ... ครั้นพอตั้งสติได้ นึกขึ้นได้ว่าโดนลวนลามก็ลุกพรวดชี้หน้าเขา มือไม้สั่น ด้วยความโมโหขีดสุด
"ไอ้คนแซ่เว่ย นี่มัน... นี่มันจูบแรกของข้านะ ถือดียังไงมาทำแบบนี้!"
เว่ยจื่อชวนจุดรอยยิ้มเจ้าเล่ห์มุมปาก ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก
"ลืมไปแล้วหรือ... ก่อนที่เจ้าจะตกน้ำเจ้าเป็นคนวางยาข้าเองนะฮูหยิน คืนนั้นน่ะ... มันมากกว่าจูบเสียอีก"
"กรี๊ดดด ไอ้บ้า ไอ้โรคจิต ไอ้ ๆ ๆ ๆ ไอ้คางคกอัปลักษณ์ ออกไปจากเรือนของข้าเดี๋ยวนี้เลยนะ"
ชายหนุถ่มหัวเราะในลำคอพลางลุกขึ้นยืนจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ก่อนจะหันมาสั่งเสียงเรียบ
"อาบน้ำเปลี่ยนชุดเสีย ตอนเย็นข้าจะพาเจ้าไปจวนอ๋อง เพื่อขอพระราชทานอภัยจากฉินอ๋องและพระชายา"
เอ่ยจบก็หมุนตัวเดินจากไปทิ้งให้เจียงเฟยเย่วยืนเต้นเร่า ๆ สบถด่าไล่หลังด้วยความโมโหสุดขีดแต่กลับทำอะไรเขาไม่ได้เลยสักอย่าง
ตราคำสั่งและคำสั่งถูกเขารวบเอาไว้หมด แล้วองค์ชายสามล่ะ เวินอี้โหรวหันไปหน้าประตูก็เห็นฉลองพระองค์สีทองยืนสง่ากลางลาน มีองค์ชายสามที่ถูกจับกดเอาไว้พร้อมกับทหารอีกเกือบร้อยคน ทุกคนถูกมัดมือไพล่หลัง เวินอี้โหรวหันกลับมา เฉินหลงเทียนเอ่ยกับนาง"เจ้าทำร้ายน้องสาวข้าจนนางเกือบตาย หากไม่ใช่แม่ทัพเจียงผ่านมาเจอแล้วช่วยเอาไว้เสี่ยวโหรวคงไม่รอด จากนี้ไปเจ้าต้องใช้ความผิดที่ทำกับนาง""มะ ไม่จริง ข้าผลักนางลงมาสูงขนาดนั้น นางจะไม่ตายได้ยังไง ไม่จริง ไม่จริ๊งงงง""เจ้าไม่ยอมรับก็ไม่เป็นไร ส่วนองค์ชายสามคงช่วยเจ้าไม่ได้หรอก เฮ้อ จะว่าไปข้าก็เหนือยจริงๆ เนื่องจากพวกเจ้าไม่ยอมลงมือสักที ข้าเองก็ต้องไปหาเมียกับลูกที่เพิ่งคลอด จึงต้องเล่นละครนิดหน่อยให้พวกเจ้ายอมลงมือสักทีจะได้เก็บกวาดหมดจด"มู่ชิงเฟิงที่ได้ยินถึงกับหันไปมองหน้ามู่หรงเยี่ยน ส่วนมู่หรงอวี้ที่ถูกเสียงดังรบกวนจนนอนไม่หลับก็ออกมาจากนั้นจึงประสานมือทำความเคารพฮ่องเต้"เสด็จพ่อ ดึกแล้วมิทรงพักผ่อนเล่าพ่ะย่ะค่ะ เรื่องพวกนี้มีขุนนางทำอยู่แล้ว""พี่ชายเจ้าเตรียมสังหารเจ้าในวันพรุ่งนี้เจ้ายังใจเย็น!!?..."มู่หรงอวี้พยักห
มู่ชิงเฟิงจะอาศัยการล่าสัตว์พรุ่งนี้กำจัดไอ้คนไม่เอาไหนแต่ปากดีเนี่ยเสียเลย เมื่อฮ่องเต้อิ่มแล้วก็เข้าพัก ขุนนางอายุมากต่างก็ไปพักผ่อนเช่นกัน มีเพียงกลุ่มองค์ชายบางกลุ่มที่ยังนั่งดื่มและพูดคุยยามโฉ่วมู่หรงเยี่ยนที่นัดแนะกับเฉินหลงเทียนเอาไว้ก็เดินออกมาด้านนอก เสียงของเฉินหลงเทียนปลุกเอาคนทั้งตำหนักต้องตื่นขึ้นมา"ท่านอ๋อง องค์ชายห้าทรงประทับอยู่เรือนพระองค์หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ"มู่หรงเยี่ยนแสร้งหาวก่อนจะเอ่ย"มีอะไรหรือ ท่านหาองค์ชายห้าทำไมกัน"โหรวโหรว นาง นางหายไปกระหม่อมหาไม่เจอเลยพ่ะย่ะค่ะ ท่านปู่อาการกำเริบ นางบอกว่าตามมาเพื่อดูแลท่านปู่แต่ตอนนี้ต้องการตัวนางแต่คนกลับไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน"มู่หรงเยี่ยนเข้าใจจึงเรียกหาฮั่วหย่งฉี"หย่งฉีไปเรียกองค์ชายห้ามาหน่อย""พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง"ฮั่วหยงฉีนหายไปไม่ถึงครึ่งถ้วยชาก็พามู่หรงอวี้มา ขุนนางและองครักษ์ต่างตกใจ ส่วนเสนาบดีเฉินนอนกุมหน้าอกอยู่ในห้อง ทำท่าราวกับคนที่ไม่ไหวหายใจไม่ออกจนไปได้ทุกเมื่อ "คุณหนูเฉินไปที่ไหนกัน นี่มันยามโฉ่วแล้วนะ""องค์ชายห้าจะช่วยอะไรได้หรือคุณชายเฉิน""องค์ชายห้าจมูกไวอาจได้กลิ่นนาง องค์ชายช่วย
ยามเว่ยเป็นเวลาที่กำหนดส่งมอบและตรวจนับ มู่ชิงเฟิงได้สัตว์ป่ามาเป็นลูกหมูป่าหนึ่งตัว กระต่ายเจ็ดตัวและไก่ป่าแปดตัวนับว่าเยอะกว่าบรรดาองค์ชายทุกคน ส่วนองค์ชายห้าได้กวางมาหนึ่งตัว เขาอุ้มมันกลับเอามาทั้งเป็น มู่ชิงเฟิงเยาะเย้ยถากถางทันที"น้องห้า เจ้าไม่ใช่มีฝีมือหรอกหรือ เหตุใดได้กวางมาเพียงตัวเดียวกันเล่า""ได้ยินว่าเจ้าเจอเสือขาวแล้วเหตุใดถึงไม่ได้มันมา"ฮ่องเต้ตรัสถามมู่หรงอวี้ เพราะมีคนแจ้งว่าองค์ชายห้าพบเจอเสือขาว แต่มู่หรงอวี้กลับไม่ได้มา ชายหนุ่มประสานมือก่อนจะเอ่ย"ทูลเสด็จพ่อ เดิมทีลูกเจอเสือขาวได้ก็จริง แต่ลูกมีเหตุผลปล่อยมันไปพ่ะย่ะค่ะ"ฮ่องเต้เงยพระพักตร์ก่อนจะตรัสถาม"เสือขาวนั้นหายากเหตุใดเจ้าถึงปล่อยไป ล่าได้มาเพียงแค่ตัวเดียวเจ้าก็ชนะแล้วมิใช่หรือ"มู่หรงอวี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เบา"ตอนที่ลูกกำลังจะยิงมันปรากฏว่าลูกของมันสองตัววิ่งมาหาแม่เสือ มันไม่ได้ระวังภัยและนอนลงให้นมลูก ฉะนั้นลูกจึงไม่อาจพรากแม่พวกมันมาได้พ่ะย่ะค่ะ เสด็จพ่อหากพระองค์จะทรงเมตตาได้โปรดออกคำสั่งห้ามใครล่าเสือขาวตัวนั้นได้ไหมพ่ะย่ะค่ะ ลูกเกรงว่าคนที่อยากชนะจะไม่เลือกวิธีการ"มู่
เฉินหลงเทียนไปแล้วมู่หรงเยี่ยนหัวเราะเบาๆ ฮั่วหย่งฉีส่ายหน้าให้กับความเจ้าเล่ห์ของฉินอ๋อง นี่หากเจอพระชายาจริงๆจะเป็นเช่นไรหนอ พระนางหรือจะยอมอยู่นิ่งๆให้ท่านอ๋องชี้นกเป็นไม้ฝ่ายเฉินหลงเทียนที่เดินออกจากห้องมาก็เจอเข้ากับเจียงเฟยหรงที่เพิ่งไปตรวจเวรยาม ร่างสูงสง่าเดินมาตรงหน้าเขาแต่เฉินหลงเทียนกลับสะบัดหน้าเดินหนีไม่ทักทายสักคำ เขาได้แต่คำนวณต่อไปจะลำดับญาติอย่างไร เขาแต่งงานกับเจียงเฟยซินก็จะกลายเป็นน้องเขยของเจียงเฟยหรง ส่วนเจียงเฟยหรงแต่งงานกับโหรวเอ๋อร์ก็กลายมาเป็นเป็นน้องเขยของเขา มันช่างวุ่นวายแท้ๆ ส่วนเจียงเฟยหรงก็งงเป็นไก่ตาแตกที่ถูกเมิน ไอ้หมอนี่เป็นอะไรไปอีกล่ะ คนสกุลเฉินนี่แปลกประหลาดเสียจริง นอกจากเมียเขาแล้วที่เหลือมีคนปกติบ้างไหม ตาเฒ่าเสนาบดีเฉินก็ปลูกดอกหลันฮวาที่ต้องเลี้ยงด้วยยาพิษถึงจะงดงาม หลานชายก็เป็นพวกผีเข้าผีออก เฮ้อเหนื่อยใจแทนเมียจริงๆที่มีญาติเช่นนี้ เว่ยจื่อชวนที่เดินผ่านมาและได้เห็นเหตุการณ์ตรงหน้าก็เอ่ยถามคนข้างๆ"อาไช่พวกเขาดูแปลกๆนะ"คนที่กำลังงอนอยู่ก็เอ่ยกลับแบบขอไปที"ไม่มีใครแปลกเท่าท่านแล้วล่ะ"เว่ยจื่อชวน"..............
มู่หรงเยี่ยนเอ่ยจบก็เดินจากไป คำพูดเขาฟังเหมือนกำลังเป็นห่วงแต่หากฟังแล้วคิดตามเขากำลังบอกว่านางร้อนตัวเป็นจริงอย่างคำพูดขององครักษ์ของเขา มันเกิดอะไรขึ้น เมื่อก่อนหยางหมิงจูและเจียงเฟยเย่วอยู่เมืองหลวงนางรู้สึกว่าควบคุมบุรุษสองคนนี้ได้ แต่เพราะเหตุใดหลังจากทั้งสองคนหายไปแทนที่สถาณการณ์จะดีกว่าเดิมกลับกลายเป็นว่าสองคนนี้ควบคุมยากขึ้นกว่าเดิม อาจถึงขั้นควบคุมไม่ได้แล้ว ปกติเรียกนางโหรวโหรวตอนนี้ทุกคำมีแต่คำว่าคุณหนูเฉินมู่หรงอวี้องค์ชายห้านั่งอยู่ในห้อง เขาก้มหน้าไม่กล้าสบตากับลูกพี่ลูกน้องคนนี้เท่าไหร่นัก มู่หรงเยี่ยนเอ่ยถามเสียงเย็น"ก่อนหน้าเจ้าชอบดูถูกเมียข้าตลอดเวลา ด้วยนิสัยเจ้าแม้จะปากมากแต่ก็ไม่ชอบออกหน้า ไหนบอกมาสิเจ้าทำไปเพื่ออะไร""ก็มิใช่พระองค์มิชอบนางหรอกหรือ""เจ้าอยากเอาใจข้าจึงทำเช่นนั้นหรือ""ข้าชอบนางต่างหากใครใช้ให้นางตาถั่วไปชอบท่านกันเล่า""หืมมมมมมมมมมมม"เสียงลากยาวทำเอามู่หรงอวี้หน้าซีด เขาเผลอเอ่ยออกไปได้ยังไง เดิมเขาชอบหยางหมิงจูจริงๆ แต่ใครใช้ให้นางปีนเตียงฉินอ๋องเล่า เขาก็เลยดูถูกนางเวลาอยู่ต่อหน้าเพื่อระบายแค้น แล้วนี่เสด็จพี่จะมาคาดคั้
หลังจากหยุดพักสองคืนยามเฉินก็ออกเดินทางต่อไปยังตำหนักฤดูร้อน ลานล่าสัตว์อยู่ไม่ไกล ฮ่องเต้แค่เพียงแปลกพระทัยที่หลานชายจัดการให้เข้าพักที่ตำหนัก ปกติจะตั้งกระโจมเพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศธรรมชาติ ขบวนเคลื่อนไปเรื่อยๆ มู่ชิงเฟิงได้ลอบไปพบกับเวินอี้โหรวเรียบร้อยแล้ว นางติดต่อกับคนของทางราชวงศ์เก่าเพื่อเตรียมการใช้กองทัพเพื่อล้อมฮ่องเต้และขุนนางติดตามเอาไว้ รถม้าของเวินอี้โหรวอยู่ๆก็มีผ้าสีชมพูผืนเล็กๆเพิ่มมามันถูกผูกเอาไว้ที่ด้านหน้า มู่หรงเยี่ยนยกยิ้มมุมปาก ช่างเป็นคู่รักที่น่าสงเคราะห์ให้ลงไปนอนกอดกันในหลุมเสียจริงๆทั้งสองทำเรื่องบัดสีที่ห้องเมื่อคืนคงคิดไม่ถึงว่าเขากับเว่ยจื่อชวนจะพบเจอ คงต้องดูแล้วว่าจะอดทนรอจนถึงลานล่าสัตว์หรือไม่ เจียงเฟยฟรงเตะม้ามาทางเขาเพื่อพูดคุยแผนการที่วางไว้"ท่านอ๋อง...องครักษ์ที่จัดเตรียมเอาไว้เดิมองค์ชายสามเอาคนของตนเข้ามาปะปน แต่ตอนนี้ถูกกำจัดแล้วสับเปลี่ยนออกไปหมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ""เช่นนั้นก็ดี.....ท่านทำตามแผนเถอะ ปกป้องฝ่าบาทให้ดี""เอ่อ..แล้วคุณหนูเฉินคนนั้น...""ช่างเถอะ ท่านยังมีอะไรอีกไหม ถ้าไม่มีก็กลับไปประจำตำแหน่งเถอะ วุ่นวายมาก
เจียงเฟยเย่วกำลังหลับไปก็รู้สึกมีไอร้อนมาอยู่ข้างๆ ซิ่วซิ่วนอนอยู่ข้างล่างไม่ใช่หรือ ยายกระต่ายน้อยจะขึ้นมาบนเตียงนางทำไม ร่างบางที่หันหลังกำลังจะหันกลับมาอยู่ๆวงแขนแข็งแรงก็กอดเอวบางนางเอาไว้ เจียงเฟยเย่วดีดผึงทันที เมื่อสายตาเห็นชัดว่าเป็นใครก็หันไปคว้าหมอนมาทุ่มอย่างเอาเป็นเอาตาย"เว่ยจื่อ
จวนสกุลเว่ยเสียงอื้ออึงในเรือนทำเอามินนี่นอนอุดหูอยู่ในห้องถึงกับต้องลุกขึ้นมา เธอตื่นมาในร่างนี้ได้สองวันแล้ว จากความทรงจำยายนี่ตบตีกับผู้หญิงคนหนึ่งเหมือนจะมีตำแหน่งเป็นพระชายาอ๋องคนหนึ่ง ทั้งสองคนตีกันจนตกน้ำตกท่า เดิมหยางหมิงจูคนนั้นต้องแต่งกับเว่ยจื่อชวนราชครูเย็นชาคนนี้ แต่ไม่รู้ท
เอมี่พยายามหยีตาก่อนจะปรับโฟกัส ทำไมมีแต่คนสวมชุดจีนถ่ายละครเหรอ ไม่สิเธออยู่ในสนามทดสอบรถและกำลังไลฟ์สดไปด้วย ก่อนจะหันซ้ายหันขวาหาเพื่อนสาว "มินนี่อยู่ไหนอ่ะ แค่กๆๆ เฮ้ย...ทำไมฉันพูดภาษาจีนล่ะ เดี๋ยวนะ"สายตามองไปรอบๆ ยกมือตัวเองขึ้นมาดู เอมี่ลุกไปหาที่ส่องดูตนเอง กระทั่งชักเอากระบี่
บรื้นนนนนน เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มท้องถนน เอมี่สาวไทยใจเกินร้อยกับมินนี่สาวจีนเพื่อนเลิฟที่เรียนมาด้วยกันเพราะเอมี่ไปเรียนที่จีนตั้งแต่จบมัธยมต้น ตอนนี้ทั้งสองเป็นวิศกรของบริษัทรถยนต์แบรนด์ดังแบรนหนึ่ง วันนี้ทั้งคู่ต้องมาทดสอบสมรรถนะของรถรุ่นใหม่ที่จะออกสู่ตลาดเอมี่เป็นคนขับส่วนมินนี่นั่งข้







