LOGINหยางหมิงจูที่กินอิ่มนอนหลังอยู่ๆก็ถูกปลุกขึ้นมา ร่างสูงนั่งลงก่อนจะบีบแก้มนางดึงไปมาเพื่อให้ตื่น คนตัวเล็กหงุดหงิดที่ถูกกวนตอนนอนและจำไม่ได้ว่าตัวเองทะลุมิติมาอยู่ในร่างคนอื่นจึงยกเท้าถีบเข้าเต็มแรง มู่หรงเยี่ยนถึงกับตกเตียงลงไปก้นจ้ำเบ้า ใบหน้าหล่อเหลาแดงก่ำก่อนจะลุกขึ้นยืนเดินไปที่เตียงแล้วจับไหล่นางยกขึ้นมาให้นั่งเอ่ยเสียงเข้ม
"หยางหมิงจู เจ้ากล้ายิ่งนักวันนี้ทำเรื่องสมควรตายกี่ครั้งแล้ว"
ร่างบางหัวสั่นหัวคลอนเมื่อถูกเขย่าตัวก่อนจะงัวเงียลืมตาขึ้นมา สายตาเห็นชายหนุ่มรูปร่างหล่อเหลา สองมือยกขึ้นลูบไล้ก่อนจะเอาแขนคล้องคอ ใบหน้าหวานยื่นไปจุ๊บปากหนาได้รูปก่อนจะผละออกมามองหน้าแล้วเอ่ย
"พ่อรูปหล่อของเจ๊ วันนี้แต่คอสเพลย์หรือจ๊ะ ลุคนี้ขยี้ใจมาก ว่าแต่วันนี้สวมบทท่านอ๋องหรือท่านโหวกันล่ะ หรือว่าแม่ทัพเย็นชา ชุดก็ไฮโซปักดิ้นทองซะด้วยลงทุนมาก เหมาทั้งคืนคิดเท่าไหร่เจ๊ไม่สวยแต่รวยมากนะ อืมจุ๊บ!!"
มู่หรงเยี่ยนหน้าแดงจนเขียวเมื่อถูกสตรีน่ารังเกียจสัมผัสไปถึงสองครั้ง เขาบีบไหล่นางอย่างแรงจนหยางหมิงจูนิ่วหน้าหายจากอาการงัวเงียทันที
"โอ๊ย..เจ็บนะโว้ย อยากตายเหรอหาเรื่องเจ๊เนี่ย"
แต่เมื่อตื่นเต็มตาก็เจอสายตามัจจุราชที่จ้องมาเขม็ง สามีของแถมของร่างเดิม นางถึงกับตัวชาอุทานออกมา
"โอ่ว..นี่มันมู่หรงเยี่ยน สามีของแถมนี่หว่า"
"สามีของแถม? หยางหมิงจูเจ้าเพ้อเจ้ออะไร อย่ามาแกล้งเสียสติมาคุยกันให้รู้เรื่อง จดหมายลับของข้าที่เผาไปกับปลาในสระที่เลี้ยงไว้เจ้าควรมีคำตอบหรือไม่"
หยางหมิงจูเย็นวาบเสียวสันหลังทันที ไม่ใช่กลัวเขาเรื่องนกกับปลาที่จับมาย่างกิน แต่ไม่รู้ว่าตอนสะลึมสะลือเผลอพูดอะไรไปบ้าง แต่ดูท่าจะไม่มีเพราะเขาไม่ได้เอ่ยอะไรมากกว่านั้น ร่างบางผลักเขาออกแล้วนั่งขัดสมาธิยกแขนขึ้นมากอดอกเอ่ยสั้นๆ
"คำตอบคือ...หิว"
"หิว!! หิวแล้วไม่มีอย่างอื่นให้กินหรืออย่างไร"
ลำคอระหงเอียงเล็กน้อย จ้องมองเขาด้วยสายตาที่กำลังประเมินคนตรงหน้า แต่กิริยาที่กำลังกอดอกเอียงคอแล้วมองเขานั้น มู่หรงเยี่ยนหายใจติดขัดทันที เขาไม่เคยมองว่านางงดงาม นางมีแต่พฤติกรรมน่ารังเกียจ แต่เหตุใดคืนนี้นางช่างดูไร้เดียงสา กำลังจะยิ้มมุมปากก็หุบทันทีที่นางตอบกลับมา
"ก็พระองค์ไม่ให้ห้องครัวส่งอาหารแต่ไม่ได้บอกว่าห้ามหาอาหารเองนี่เพคะ หม่อมฉันแค่เอาชีวิตรอด ท่านอ๋องอัตคัดหม่อมฉันเข้าใจแต่งมาสองเดือนเนื้อสักชิ้นยังไม่เคยได้กิน ท่านอ๋องเราหย่ากันเถอะ หม่อมฉันอยากกลับไปอยู่ชนบทเหมือนเดิมอย่างน้อยก็ยังล่าไก่ป่ากระต่ายมาอิ่มท้อง"
"หย่ารึ อย่างเจ้าหย่าจากข้าไปจะทำอะไรได้อีก ล่าไก่ป่า ล่ากระต่ายป่าคุณหนูเช่นเจ้าเคยชินกับการมีบ่าวไพร่กล้าเอ่ยวาจาอวดอ้าง"
หยางหมิงจูกระเถิบไปสุดหัวเตียงยกขามากอดเข่า แล้วแนบแก้มลงไปเอียงคอมองเขาตาแป๋วและเอ่ยวาจาโอ้อวดทันที
"หม่อมฉันแค่ทิ้งผ้าเช็ดหน้าสักผืน นายพรานทั้งตำบลเกรงจะเอาเนื้อมาวางจนเต็มลานบ้าน ใครใช้ให้หม่อมฉันงามล่มเมืองเพียงนี้ มีแต่คนตาถั่วที่มองไม่ออก ว่าแต่นี่ดึกแล้วทรงรบกวนเวลานอนคนอื่นบาปนะเพคะ"
ม่หรงเยี่ยนกำมือแน่น กล้าเอ่ยเรื่องหย่าพอทน แต่เอ่ยถึงชายอื่นเข้าไม่ทนแน่ๆ เขาเอ่ยเสียงเข้ม
"หย่าหรืออย่าได้หวัง ในเมื่อเจ้ากล้าปีนเตียงข้าก็ต้องยอมรับผลที่ตามมา หึ"
ร่างสูงลุกขึ้นสะบัดชายเสื้อเดินไปที่ประตู หยางหมิงจูปิดปากหาวเอ่ยตามหลัง
"กลับดีๆไม่ส่งนะเพคะ อย่าลืมปิดประตูเรือนให้ด้วยล่ะ ดึกๆลมแรงหม่อมฉันบอบบาง"
มู่หรงเยี่ยน".............."
ปัง!! เสียงปิดประตูกระแทกอย่างแรง หยางหมิงจูส่ายหน้าตะโกนกลับไป
"ที่บ้านไม่เคยสอนมารยาทหรือ มือห่างเท้าห่างเช่นนี้อย่ามีลูกนะสงสารเด็ก"
คนที่ยืนอยู่ด้านนอกอยากกลับเข้าไปสั่งสอนนางให้รู้ว่าเขาเป็นใครและนางเป็นใคร แต่พอจะย้อนกลับเข้ามาองครักษ์ของเขาก็เร่งมาตามทันที"
"ท่านอ๋อง คุณหนูเฉินไม่สบาย ทางสาวใช้ของนางให้มาแจ้งพ่ะย่ะค่ะ"
"นี่ยามห้ายแล้ว ไปจวนเฉินยามวิกาลชื่อเสียงนางจะเสียหายได้ ให้ส่งหมอไปแทนก็แล้วกัน"
หย่งฉีเกาหัวแกรกๆ ปกติหากทางนั้นมาแจ้งว่าคุณหนูเฉินโหรวโหรวไม่สบายท่านอ๋องจะไปเยี่ยมทันที แต่วันนี้กลับให้ส่งหมอไปแทน ส่วนร่างสูงเดินกลับเข้าข้างในก่อนจะเบียดคนตัวเล็กนอนหน้าตาเฉย หยางหมิงจูลุกขึ้นมามองตาขวางก่อนจะเอ่ย
"ตำหนักพระองค์ไฟไหม้หรือน้ำท่วมเพคะ ถึงมาหารบกวนชาวบ้านเนี่ย"
"เจ้าเป็นเมียข้านอนด้วยกันไม่ได้หรือ"
"ทอดพระเนตรสิเพคะ เตียงเล็กเพียงนี้หม่อมฉันคนเดียวก็เต็มแล้ว"
"อย่าเรื่องมากที่ไม่ยอมนอนเพราะหวังว่าข้าจะทำเรื่องอื่นสินะ อย่าเพ้อฝันนักเลย"
หยางหมิงจูไม่เอ่ยต่อ นางโยนหมอนกับผ้าห่มลงไปด้านล่าง วาดเท้าคร่อมร่างเขาแล้วก้าวลงจากเตียง เอาผ้านวมผืนเก่าปูก่อนจะนอนไม่สนใจตัวก่อกวน มาได้วันเดียวต้องมาเจออะไรก็ไม่รู้
ส่วนร่างสูงลุกมาม้วนผ้านวมห่อตัวนางแล้วโยนลงบนเตียงหยางหมิงจูจะลุกเขากอดเอาไว้เอาขาพาดทับทำให้นางลุกไม่ได้แล้วนอนหลับหน้าตาเฉย
"ท่านอ๋อง หม่อมฉันพอมีเงินเก็บ พระองค์น่าจะต้องหาหมอนะเพคะ ท่าทางจะประชวรหนัก"
คนตัวโตไม่ตอบกลับ ส่วนหยางหมิงจูจำใจต้องหลับไปเพราะนางเพลียมาก ตกดึกมู่หรงเยี่ยนจึงได้ลุกออกไป เขาห่มผ้าให้นางแล้วนั่งมอง รู้สึกเหมือนนางมีเรื่องบางอย่างเบื้องลึกเบื้องหลังสกุลหยางมีอะไรซ่อนอยู่
ร่างสูงลุกออกไปเพราะหย่งฉีส่งพิราบสื่อสารกลับไปว่ายังไม่ได้รับข่าวสาร และทางนั้นก็ส่งกลับมาใหม่ มู่หรงเยี่ยนมีเรื่องงานต้องหารือ คนตัวเล็กเองหลับเป็นตาย ต่อให้ฟ้าถล่มลงมาก็ไม่ตื่น
ตราคำสั่งและคำสั่งถูกเขารวบเอาไว้หมด แล้วองค์ชายสามล่ะ เวินอี้โหรวหันไปหน้าประตูก็เห็นฉลองพระองค์สีทองยืนสง่ากลางลาน มีองค์ชายสามที่ถูกจับกดเอาไว้พร้อมกับทหารอีกเกือบร้อยคน ทุกคนถูกมัดมือไพล่หลัง เวินอี้โหรวหันกลับมา เฉินหลงเทียนเอ่ยกับนาง"เจ้าทำร้ายน้องสาวข้าจนนางเกือบตาย หากไม่ใช่แม่ทัพเจียงผ่านมาเจอแล้วช่วยเอาไว้เสี่ยวโหรวคงไม่รอด จากนี้ไปเจ้าต้องใช้ความผิดที่ทำกับนาง""มะ ไม่จริง ข้าผลักนางลงมาสูงขนาดนั้น นางจะไม่ตายได้ยังไง ไม่จริง ไม่จริ๊งงงง""เจ้าไม่ยอมรับก็ไม่เป็นไร ส่วนองค์ชายสามคงช่วยเจ้าไม่ได้หรอก เฮ้อ จะว่าไปข้าก็เหนือยจริงๆ เนื่องจากพวกเจ้าไม่ยอมลงมือสักที ข้าเองก็ต้องไปหาเมียกับลูกที่เพิ่งคลอด จึงต้องเล่นละครนิดหน่อยให้พวกเจ้ายอมลงมือสักทีจะได้เก็บกวาดหมดจด"มู่ชิงเฟิงที่ได้ยินถึงกับหันไปมองหน้ามู่หรงเยี่ยน ส่วนมู่หรงอวี้ที่ถูกเสียงดังรบกวนจนนอนไม่หลับก็ออกมาจากนั้นจึงประสานมือทำความเคารพฮ่องเต้"เสด็จพ่อ ดึกแล้วมิทรงพักผ่อนเล่าพ่ะย่ะค่ะ เรื่องพวกนี้มีขุนนางทำอยู่แล้ว""พี่ชายเจ้าเตรียมสังหารเจ้าในวันพรุ่งนี้เจ้ายังใจเย็น!!?..."มู่หรงอวี้พยักห
มู่ชิงเฟิงจะอาศัยการล่าสัตว์พรุ่งนี้กำจัดไอ้คนไม่เอาไหนแต่ปากดีเนี่ยเสียเลย เมื่อฮ่องเต้อิ่มแล้วก็เข้าพัก ขุนนางอายุมากต่างก็ไปพักผ่อนเช่นกัน มีเพียงกลุ่มองค์ชายบางกลุ่มที่ยังนั่งดื่มและพูดคุยยามโฉ่วมู่หรงเยี่ยนที่นัดแนะกับเฉินหลงเทียนเอาไว้ก็เดินออกมาด้านนอก เสียงของเฉินหลงเทียนปลุกเอาคนทั้งตำหนักต้องตื่นขึ้นมา"ท่านอ๋อง องค์ชายห้าทรงประทับอยู่เรือนพระองค์หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ"มู่หรงเยี่ยนแสร้งหาวก่อนจะเอ่ย"มีอะไรหรือ ท่านหาองค์ชายห้าทำไมกัน"โหรวโหรว นาง นางหายไปกระหม่อมหาไม่เจอเลยพ่ะย่ะค่ะ ท่านปู่อาการกำเริบ นางบอกว่าตามมาเพื่อดูแลท่านปู่แต่ตอนนี้ต้องการตัวนางแต่คนกลับไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน"มู่หรงเยี่ยนเข้าใจจึงเรียกหาฮั่วหย่งฉี"หย่งฉีไปเรียกองค์ชายห้ามาหน่อย""พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง"ฮั่วหยงฉีนหายไปไม่ถึงครึ่งถ้วยชาก็พามู่หรงอวี้มา ขุนนางและองครักษ์ต่างตกใจ ส่วนเสนาบดีเฉินนอนกุมหน้าอกอยู่ในห้อง ทำท่าราวกับคนที่ไม่ไหวหายใจไม่ออกจนไปได้ทุกเมื่อ "คุณหนูเฉินไปที่ไหนกัน นี่มันยามโฉ่วแล้วนะ""องค์ชายห้าจะช่วยอะไรได้หรือคุณชายเฉิน""องค์ชายห้าจมูกไวอาจได้กลิ่นนาง องค์ชายช่วย
ยามเว่ยเป็นเวลาที่กำหนดส่งมอบและตรวจนับ มู่ชิงเฟิงได้สัตว์ป่ามาเป็นลูกหมูป่าหนึ่งตัว กระต่ายเจ็ดตัวและไก่ป่าแปดตัวนับว่าเยอะกว่าบรรดาองค์ชายทุกคน ส่วนองค์ชายห้าได้กวางมาหนึ่งตัว เขาอุ้มมันกลับเอามาทั้งเป็น มู่ชิงเฟิงเยาะเย้ยถากถางทันที"น้องห้า เจ้าไม่ใช่มีฝีมือหรอกหรือ เหตุใดได้กวางมาเพียงตัวเดียวกันเล่า""ได้ยินว่าเจ้าเจอเสือขาวแล้วเหตุใดถึงไม่ได้มันมา"ฮ่องเต้ตรัสถามมู่หรงอวี้ เพราะมีคนแจ้งว่าองค์ชายห้าพบเจอเสือขาว แต่มู่หรงอวี้กลับไม่ได้มา ชายหนุ่มประสานมือก่อนจะเอ่ย"ทูลเสด็จพ่อ เดิมทีลูกเจอเสือขาวได้ก็จริง แต่ลูกมีเหตุผลปล่อยมันไปพ่ะย่ะค่ะ"ฮ่องเต้เงยพระพักตร์ก่อนจะตรัสถาม"เสือขาวนั้นหายากเหตุใดเจ้าถึงปล่อยไป ล่าได้มาเพียงแค่ตัวเดียวเจ้าก็ชนะแล้วมิใช่หรือ"มู่หรงอวี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เบา"ตอนที่ลูกกำลังจะยิงมันปรากฏว่าลูกของมันสองตัววิ่งมาหาแม่เสือ มันไม่ได้ระวังภัยและนอนลงให้นมลูก ฉะนั้นลูกจึงไม่อาจพรากแม่พวกมันมาได้พ่ะย่ะค่ะ เสด็จพ่อหากพระองค์จะทรงเมตตาได้โปรดออกคำสั่งห้ามใครล่าเสือขาวตัวนั้นได้ไหมพ่ะย่ะค่ะ ลูกเกรงว่าคนที่อยากชนะจะไม่เลือกวิธีการ"มู่
เฉินหลงเทียนไปแล้วมู่หรงเยี่ยนหัวเราะเบาๆ ฮั่วหย่งฉีส่ายหน้าให้กับความเจ้าเล่ห์ของฉินอ๋อง นี่หากเจอพระชายาจริงๆจะเป็นเช่นไรหนอ พระนางหรือจะยอมอยู่นิ่งๆให้ท่านอ๋องชี้นกเป็นไม้ฝ่ายเฉินหลงเทียนที่เดินออกจากห้องมาก็เจอเข้ากับเจียงเฟยหรงที่เพิ่งไปตรวจเวรยาม ร่างสูงสง่าเดินมาตรงหน้าเขาแต่เฉินหลงเทียนกลับสะบัดหน้าเดินหนีไม่ทักทายสักคำ เขาได้แต่คำนวณต่อไปจะลำดับญาติอย่างไร เขาแต่งงานกับเจียงเฟยซินก็จะกลายเป็นน้องเขยของเจียงเฟยหรง ส่วนเจียงเฟยหรงแต่งงานกับโหรวเอ๋อร์ก็กลายมาเป็นเป็นน้องเขยของเขา มันช่างวุ่นวายแท้ๆ ส่วนเจียงเฟยหรงก็งงเป็นไก่ตาแตกที่ถูกเมิน ไอ้หมอนี่เป็นอะไรไปอีกล่ะ คนสกุลเฉินนี่แปลกประหลาดเสียจริง นอกจากเมียเขาแล้วที่เหลือมีคนปกติบ้างไหม ตาเฒ่าเสนาบดีเฉินก็ปลูกดอกหลันฮวาที่ต้องเลี้ยงด้วยยาพิษถึงจะงดงาม หลานชายก็เป็นพวกผีเข้าผีออก เฮ้อเหนื่อยใจแทนเมียจริงๆที่มีญาติเช่นนี้ เว่ยจื่อชวนที่เดินผ่านมาและได้เห็นเหตุการณ์ตรงหน้าก็เอ่ยถามคนข้างๆ"อาไช่พวกเขาดูแปลกๆนะ"คนที่กำลังงอนอยู่ก็เอ่ยกลับแบบขอไปที"ไม่มีใครแปลกเท่าท่านแล้วล่ะ"เว่ยจื่อชวน"..............
มู่หรงเยี่ยนเอ่ยจบก็เดินจากไป คำพูดเขาฟังเหมือนกำลังเป็นห่วงแต่หากฟังแล้วคิดตามเขากำลังบอกว่านางร้อนตัวเป็นจริงอย่างคำพูดขององครักษ์ของเขา มันเกิดอะไรขึ้น เมื่อก่อนหยางหมิงจูและเจียงเฟยเย่วอยู่เมืองหลวงนางรู้สึกว่าควบคุมบุรุษสองคนนี้ได้ แต่เพราะเหตุใดหลังจากทั้งสองคนหายไปแทนที่สถาณการณ์จะดีกว่าเดิมกลับกลายเป็นว่าสองคนนี้ควบคุมยากขึ้นกว่าเดิม อาจถึงขั้นควบคุมไม่ได้แล้ว ปกติเรียกนางโหรวโหรวตอนนี้ทุกคำมีแต่คำว่าคุณหนูเฉินมู่หรงอวี้องค์ชายห้านั่งอยู่ในห้อง เขาก้มหน้าไม่กล้าสบตากับลูกพี่ลูกน้องคนนี้เท่าไหร่นัก มู่หรงเยี่ยนเอ่ยถามเสียงเย็น"ก่อนหน้าเจ้าชอบดูถูกเมียข้าตลอดเวลา ด้วยนิสัยเจ้าแม้จะปากมากแต่ก็ไม่ชอบออกหน้า ไหนบอกมาสิเจ้าทำไปเพื่ออะไร""ก็มิใช่พระองค์มิชอบนางหรอกหรือ""เจ้าอยากเอาใจข้าจึงทำเช่นนั้นหรือ""ข้าชอบนางต่างหากใครใช้ให้นางตาถั่วไปชอบท่านกันเล่า""หืมมมมมมมมมมมม"เสียงลากยาวทำเอามู่หรงอวี้หน้าซีด เขาเผลอเอ่ยออกไปได้ยังไง เดิมเขาชอบหยางหมิงจูจริงๆ แต่ใครใช้ให้นางปีนเตียงฉินอ๋องเล่า เขาก็เลยดูถูกนางเวลาอยู่ต่อหน้าเพื่อระบายแค้น แล้วนี่เสด็จพี่จะมาคาดคั้
หลังจากหยุดพักสองคืนยามเฉินก็ออกเดินทางต่อไปยังตำหนักฤดูร้อน ลานล่าสัตว์อยู่ไม่ไกล ฮ่องเต้แค่เพียงแปลกพระทัยที่หลานชายจัดการให้เข้าพักที่ตำหนัก ปกติจะตั้งกระโจมเพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศธรรมชาติ ขบวนเคลื่อนไปเรื่อยๆ มู่ชิงเฟิงได้ลอบไปพบกับเวินอี้โหรวเรียบร้อยแล้ว นางติดต่อกับคนของทางราชวงศ์เก่าเพื่อเตรียมการใช้กองทัพเพื่อล้อมฮ่องเต้และขุนนางติดตามเอาไว้ รถม้าของเวินอี้โหรวอยู่ๆก็มีผ้าสีชมพูผืนเล็กๆเพิ่มมามันถูกผูกเอาไว้ที่ด้านหน้า มู่หรงเยี่ยนยกยิ้มมุมปาก ช่างเป็นคู่รักที่น่าสงเคราะห์ให้ลงไปนอนกอดกันในหลุมเสียจริงๆทั้งสองทำเรื่องบัดสีที่ห้องเมื่อคืนคงคิดไม่ถึงว่าเขากับเว่ยจื่อชวนจะพบเจอ คงต้องดูแล้วว่าจะอดทนรอจนถึงลานล่าสัตว์หรือไม่ เจียงเฟยฟรงเตะม้ามาทางเขาเพื่อพูดคุยแผนการที่วางไว้"ท่านอ๋อง...องครักษ์ที่จัดเตรียมเอาไว้เดิมองค์ชายสามเอาคนของตนเข้ามาปะปน แต่ตอนนี้ถูกกำจัดแล้วสับเปลี่ยนออกไปหมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ""เช่นนั้นก็ดี.....ท่านทำตามแผนเถอะ ปกป้องฝ่าบาทให้ดี""เอ่อ..แล้วคุณหนูเฉินคนนั้น...""ช่างเถอะ ท่านยังมีอะไรอีกไหม ถ้าไม่มีก็กลับไปประจำตำแหน่งเถอะ วุ่นวายมาก
เจียงเฟยเย่วกำลังหลับไปก็รู้สึกมีไอร้อนมาอยู่ข้างๆ ซิ่วซิ่วนอนอยู่ข้างล่างไม่ใช่หรือ ยายกระต่ายน้อยจะขึ้นมาบนเตียงนางทำไม ร่างบางที่หันหลังกำลังจะหันกลับมาอยู่ๆวงแขนแข็งแรงก็กอดเอวบางนางเอาไว้ เจียงเฟยเย่วดีดผึงทันที เมื่อสายตาเห็นชัดว่าเป็นใครก็หันไปคว้าหมอนมาทุ่มอย่างเอาเป็นเอาตาย"เว่ยจื่อ
ร่างสูงสาวเท้าเข้าไปในเรือนทิ้งซิ่วซิ่วเอาไว้กับองครักษ์ของตน หวังเสี่ยวไช่ที่ปกติไม่เคยสนใจสตรีก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ส่วนซิ่วซิ่วที่กำลังถูกหิ้วก็เอ่ยออกมา เพราะนางถูกคอเสื้อรัดลำคอเอาไว้"ท่าน...จะให้ข้าขาดใจตายหรือไง แค่กๆๆ""อ้อ แม่นางน้อยซิ่วซิ่วข้าขออภัยด้วย"หวังเสี่ยวไช่ปล่อยคอเสื้อทันที
เมื่อเจียงเฟยเย่วกลับมาถึงจวนสกุลเว่ย นางก็ตรงดิ่งเข้าไปอาบน้ำชำระล้างร่างกายทันที ร่างบางเอนกายพิงขอบอ่างพลางหลับตาพริ้มปล่อยให้อารมณ์ล่องลอย...หากนับรวมวันนี้ นางเพิ่งมาติดอยู่ในร่างนี้ได้เพียงห้าวันเท่านั้น แรกเริ่มเดิมทีหญิงสาวรู้สึกว่าชีวิตในยุคโบราณนี่มันช่างน่าเบื่อหน่ายไร้รสชาติจะตายชัก! ท
บัดนี้ ณ ลานเรือนหลังยามนี้คงเหลือเพียงสตรีสี่คน หยางหมิงจูหันไปสั่งคนของตนเอง“ชุ่ยชุ่ย...เอาเผือกที่ลอกเปลือกแล้วไปบดให้ละเอียด ข้ามีธุระจะเจรจากับเว่ยฮูหยินตามลำพัง""ซิ่วซิ่ว... เจ้าก็ไปช่วยนางทำงานเล็กๆ น้อยเถอะข้ามีเรื่องสำคัญต้องพูดคุยกับพระชายา"เจียงเฟยเย่วสั่งสำทับอีกคน สองสาวใช้รับคำสั่ง







