LOGINหยางหมิงจูที่กินอิ่มนอนหลังอยู่ๆก็ถูกปลุกขึ้นมา ร่างสูงนั่งลงก่อนจะบีบแก้มนางดึงไปมาเพื่อให้ตื่น คนตัวเล็กหงุดหงิดที่ถูกกวนตอนนอนและจำไม่ได้ว่าตัวเองทะลุมิติมาอยู่ในร่างคนอื่นจึงยกเท้าถีบเข้าเต็มแรง มู่หรงเยี่ยนถึงกับตกเตียงลงไปก้นจ้ำเบ้า ใบหน้าหล่อเหลาแดงก่ำก่อนจะลุกขึ้นยืนเดินไปที่เตียงแล้วจับไหล่นางยกขึ้นมาให้นั่งเอ่ยเสียงเข้ม
"หยางหมิงจู เจ้ากล้ายิ่งนักวันนี้ทำเรื่องสมควรตายกี่ครั้งแล้ว"
ร่างบางหัวสั่นหัวคลอนเมื่อถูกเขย่าตัวก่อนจะงัวเงียลืมตาขึ้นมา สายตาเห็นชายหนุ่มรูปร่างหล่อเหลา สองมือยกขึ้นลูบไล้ก่อนจะเอาแขนคล้องคอ ใบหน้าหวานยื่นไปจุ๊บปากหนาได้รูปก่อนจะผละออกมามองหน้าแล้วเอ่ย
"พ่อรูปหล่อของเจ๊ วันนี้แต่คอสเพลย์หรือจ๊ะ ลุคนี้ขยี้ใจมาก ว่าแต่วันนี้สวมบทท่านอ๋องหรือท่านโหวกันล่ะ หรือว่าแม่ทัพเย็นชา ชุดก็ไฮโซปักดิ้นทองซะด้วยลงทุนมาก เหมาทั้งคืนคิดเท่าไหร่เจ๊ไม่สวยแต่รวยมากนะ อืมจุ๊บ!!"
มู่หรงเยี่ยนหน้าแดงจนเขียวเมื่อถูกสตรีน่ารังเกียจสัมผัสไปถึงสองครั้ง เขาบีบไหล่นางอย่างแรงจนหยางหมิงจูนิ่วหน้าหายจากอาการงัวเงียทันที
"โอ๊ย..เจ็บนะโว้ย อยากตายเหรอหาเรื่องเจ๊เนี่ย"
แต่เมื่อตื่นเต็มตาก็เจอสายตามัจจุราชที่จ้องมาเขม็ง สามีของแถมของร่างเดิม นางถึงกับตัวชาอุทานออกมา
"โอ่ว..นี่มันมู่หรงเยี่ยน สามีของแถมนี่หว่า"
"สามีของแถม? หยางหมิงจูเจ้าเพ้อเจ้ออะไร อย่ามาแกล้งเสียสติมาคุยกันให้รู้เรื่อง จดหมายลับของข้าที่เผาไปกับปลาในสระที่เลี้ยงไว้เจ้าควรมีคำตอบหรือไม่"
หยางหมิงจูเย็นวาบเสียวสันหลังทันที ไม่ใช่กลัวเขาเรื่องนกกับปลาที่จับมาย่างกิน แต่ไม่รู้ว่าตอนสะลึมสะลือเผลอพูดอะไรไปบ้าง แต่ดูท่าจะไม่มีเพราะเขาไม่ได้เอ่ยอะไรมากกว่านั้น ร่างบางผลักเขาออกแล้วนั่งขัดสมาธิยกแขนขึ้นมากอดอกเอ่ยสั้นๆ
"คำตอบคือ...หิว"
"หิว!! หิวแล้วไม่มีอย่างอื่นให้กินหรืออย่างไร"
ลำคอระหงเอียงเล็กน้อย จ้องมองเขาด้วยสายตาที่กำลังประเมินคนตรงหน้า แต่กิริยาที่กำลังกอดอกเอียงคอแล้วมองเขานั้น มู่หรงเยี่ยนหายใจติดขัดทันที เขาไม่เคยมองว่านางงดงาม นางมีแต่พฤติกรรมน่ารังเกียจ แต่เหตุใดคืนนี้นางช่างดูไร้เดียงสา กำลังจะยิ้มมุมปากก็หุบทันทีที่นางตอบกลับมา
"ก็พระองค์ไม่ให้ห้องครัวส่งอาหารแต่ไม่ได้บอกว่าห้ามหาอาหารเองนี่เพคะ หม่อมฉันแค่เอาชีวิตรอด ท่านอ๋องอัตคัดหม่อมฉันเข้าใจแต่งมาสองเดือนเนื้อสักชิ้นยังไม่เคยได้กิน ท่านอ๋องเราหย่ากันเถอะ หม่อมฉันอยากกลับไปอยู่ชนบทเหมือนเดิมอย่างน้อยก็ยังล่าไก่ป่ากระต่ายมาอิ่มท้อง"
"หย่ารึ อย่างเจ้าหย่าจากข้าไปจะทำอะไรได้อีก ล่าไก่ป่า ล่ากระต่ายป่าคุณหนูเช่นเจ้าเคยชินกับการมีบ่าวไพร่กล้าเอ่ยวาจาอวดอ้าง"
หยางหมิงจูกระเถิบไปสุดหัวเตียงยกขามากอดเข่า แล้วแนบแก้มลงไปเอียงคอมองเขาตาแป๋วและเอ่ยวาจาโอ้อวดทันที
"หม่อมฉันแค่ทิ้งผ้าเช็ดหน้าสักผืน นายพรานทั้งตำบลเกรงจะเอาเนื้อมาวางจนเต็มลานบ้าน ใครใช้ให้หม่อมฉันงามล่มเมืองเพียงนี้ มีแต่คนตาถั่วที่มองไม่ออก ว่าแต่นี่ดึกแล้วทรงรบกวนเวลานอนคนอื่นบาปนะเพคะ"
ม่หรงเยี่ยนกำมือแน่น กล้าเอ่ยเรื่องหย่าพอทน แต่เอ่ยถึงชายอื่นเข้าไม่ทนแน่ๆ เขาเอ่ยเสียงเข้ม
"หย่าหรืออย่าได้หวัง ในเมื่อเจ้ากล้าปีนเตียงข้าก็ต้องยอมรับผลที่ตามมา หึ"
ร่างสูงลุกขึ้นสะบัดชายเสื้อเดินไปที่ประตู หยางหมิงจูปิดปากหาวเอ่ยตามหลัง
"กลับดีๆไม่ส่งนะเพคะ อย่าลืมปิดประตูเรือนให้ด้วยล่ะ ดึกๆลมแรงหม่อมฉันบอบบาง"
มู่หรงเยี่ยน".............."
ปัง!! เสียงปิดประตูกระแทกอย่างแรง หยางหมิงจูส่ายหน้าตะโกนกลับไป
"ที่บ้านไม่เคยสอนมารยาทหรือ มือห่างเท้าห่างเช่นนี้อย่ามีลูกนะสงสารเด็ก"
คนที่ยืนอยู่ด้านนอกอยากกลับเข้าไปสั่งสอนนางให้รู้ว่าเขาเป็นใครและนางเป็นใคร แต่พอจะย้อนกลับเข้ามาองครักษ์ของเขาก็เร่งมาตามทันที"
"ท่านอ๋อง คุณหนูเฉินไม่สบาย ทางสาวใช้ของนางให้มาแจ้งพ่ะย่ะค่ะ"
"นี่ยามห้ายแล้ว ไปจวนเฉินยามวิกาลชื่อเสียงนางจะเสียหายได้ ให้ส่งหมอไปแทนก็แล้วกัน"
หย่งฉีเกาหัวแกรกๆ ปกติหากทางนั้นมาแจ้งว่าคุณหนูเฉินโหรวโหรวไม่สบายท่านอ๋องจะไปเยี่ยมทันที แต่วันนี้กลับให้ส่งหมอไปแทน ส่วนร่างสูงเดินกลับเข้าข้างในก่อนจะเบียดคนตัวเล็กนอนหน้าตาเฉย หยางหมิงจูลุกขึ้นมามองตาขวางก่อนจะเอ่ย
"ตำหนักพระองค์ไฟไหม้หรือน้ำท่วมเพคะ ถึงมาหารบกวนชาวบ้านเนี่ย"
"เจ้าเป็นเมียข้านอนด้วยกันไม่ได้หรือ"
"ทอดพระเนตรสิเพคะ เตียงเล็กเพียงนี้หม่อมฉันคนเดียวก็เต็มแล้ว"
"อย่าเรื่องมากที่ไม่ยอมนอนเพราะหวังว่าข้าจะทำเรื่องอื่นสินะ อย่าเพ้อฝันนักเลย"
หยางหมิงจูไม่เอ่ยต่อ นางโยนหมอนกับผ้าห่มลงไปด้านล่าง วาดเท้าคร่อมร่างเขาแล้วก้าวลงจากเตียง เอาผ้านวมผืนเก่าปูก่อนจะนอนไม่สนใจตัวก่อกวน มาได้วันเดียวต้องมาเจออะไรก็ไม่รู้
ส่วนร่างสูงลุกมาม้วนผ้านวมห่อตัวนางแล้วโยนลงบนเตียงหยางหมิงจูจะลุกเขากอดเอาไว้เอาขาพาดทับทำให้นางลุกไม่ได้แล้วนอนหลับหน้าตาเฉย
"ท่านอ๋อง หม่อมฉันพอมีเงินเก็บ พระองค์น่าจะต้องหาหมอนะเพคะ ท่าทางจะประชวรหนัก"
คนตัวโตไม่ตอบกลับ ส่วนหยางหมิงจูจำใจต้องหลับไปเพราะนางเพลียมาก ตกดึกมู่หรงเยี่ยนจึงได้ลุกออกไป เขาห่มผ้าให้นางแล้วนั่งมอง รู้สึกเหมือนนางมีเรื่องบางอย่างเบื้องลึกเบื้องหลังสกุลหยางมีอะไรซ่อนอยู่
ร่างสูงลุกออกไปเพราะหย่งฉีส่งพิราบสื่อสารกลับไปว่ายังไม่ได้รับข่าวสาร และทางนั้นก็ส่งกลับมาใหม่ มู่หรงเยี่ยนมีเรื่องงานต้องหารือ คนตัวเล็กเองหลับเป็นตาย ต่อให้ฟ้าถล่มลงมาก็ไม่ตื่น
ด้านนอกมีเสียงบรรเลงดนตรีงานมงคลดังมาแว่วๆ ส่วนในห้องหยางหมิงจูกำลังเวียนหัวอาเจียน หมอหลวงมาตรวจให้แล้วปรากฏว่านางกำลังตั้งครรภ์ได้เกือบสองเดือนแล้ว ท่านย่าของนางกำลังใช้ผ้าเช็ดหน้าให้หลานสาว เจียงเฟยเย่วที่มาดูแลเพื่อนรักก็นำน้ำบ๊วยมาให้ ท่านย่าจางเอ่ยขอบคุณนางเบาๆ"ขอบคุณฮูหยินน้อยมากเจ้าค่ะ หลานย่าดื่มสักหน่อยเถอะ"หยางหมิงจูพยายามลุกโดยมีเจียงเฟยเย่วประคอง นางตอบกลับหญิงชราด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน"ท่านย่าอย่าได้เอ่ยเช่นนี้ บุญคุณที่ท่านกับท่านปู่และชาวบ้านเหอหนานมีต่อข้ากับน้องสาวนั้นยิ่งใหญ่ ได้ดูแลพระชายาไม่ถือว่าเป็นเรื่องรบกวนอันใดเจ้าค่ะ"หยางหมิงจูดื่มน้ำบ๊วยเรียบร้อยก็ลงไปนอนต่อก่อนจะเอ่ย"ท่านย่า หลานไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ""ใช่แล้วเจ้าค่ะ ท่านย่าออกไปดูชุ่ยชุ่ยเถอะเจ้าค่ะ ยามนี้เจ้าสาวอยู่ห้องหอลำพังคงกำลังตกใจไม่น้อย ทางนี้มีข้ากับซิ่วซิ่วอยู่อย่ากังวลเลยเจ้าค่ะ""เช่นนั้นย่าฝากนางด้วยนะเจ้าคะฮูหยินน้อย""ได้เจ้าค่ะ ข้ากับนางเป็นสหายกันมาสองปีแล้วท่านวางใจได้"ท่านย่าจางออกไปอยู่เป็นเพื่อนช่ยุช่ย เจียงเฟยเย่วให้ซิ่วซิ่วออกไปเอาน้ำร้อนมาเติมก่อนจะเอ่ยกับเพื่อ
หลังกลับมาจากเหอหนานได้เดือนกว่าสองเพื่อนรักยังไม่มีโอกาสได้พบหน้ากันเลยนอกจากส่งจดหมาย วันนี้เจียงเฟยเย่วมาหาเพื่อบอกกล่าวเรื่องที่พี่ชายจะแต่งงานกับเฉินโหรวโหรว ส่วนเจียงเฟยซินจะแต่งานกับเฉินหลงเทียน สองสาวเปิดไหที่เอามาจกาชนบทก่อนที่หยางหมิงจูจะสั่งให้ชุ่ยชุ่ยก่อไฟ"เจ๊มี่ ไม่ต้องต้มก็ได้ไม่ใชเหรอ""ต้มดีกว่า ยุคนี้ไม่มีโรคพยาบาลดีๆ การแพทย์ไม่ก้าวหน้าถ้าขี้แตกจขึ้นมาถึงตายนะมึง""เอาเถอะทำอะไรก็ทำ แค่ฝีมือแกข้าวเปล่าก็อร่อย""ต๊าย แม่คนปากหวาน บ้านทำโรงงานน้ำตาลเหรอย่ะหล่อน"หยางหมิงจูต้มปลาร้าที่เพื่อนรักอยากกินแต่มาต้มที่เรือนเล็กแทนเพราะกลัวกลิ่นจะไปทำให้ทั้งจวนตาเหลือก หยางหมิงจูเลือกใช้กระทะเหล็กเพราะล้างออกได้ หากใช้หม้อดินเผาแล้วกลิ่นเข้าไปติดเพราะมันสามารถดูดซับได้จะเสียหม้อไป เมื่อเดือดจนไม่เหลือเนื้อปลาร้าแล้วก็เททิ้งเอาก้างออกก่อนจะต้มต่อให้น้ำงวดลง จากนั้นพักให้เย็น เจียงเฟยเย่วขูดหัวผักกาดเป็นเส้นฝอย ถึงจะไม่มีมะละกอแต่หัวผักกาดก็แก้ขัดได้ อาจมีกลิ่นแปลกๆนิดหน่อยเท่านั้น พริกเป็นพริกแห้งที่เตรียมมาจากเหอหนานที่ปลุกเอง มะนาวของที่นี่ลูก
หยางหมิงจูล้างหน้าเรียบร้อยก็ไปยังเรือนรับรองเพื่อพบหน้าพ่อแม่สามี ทั้งสองพระองค์กำลังพูดคุยกับชายชราคนหนึ่ง น้ำเสียงดัดจริตเล็กน้อย ฟังก็รู้ว่าเป็นขันที หยางหมิงจูเดินเข้าไปทำความเคารพทั้งสองพระองค์ จากนั้นแม่สามีจึงแนะนำนาง"จูเอ๋อร์ นี่คือเจิ้งกงกง เป็นคนสนิทของไทเฮา พระนางให้เจิ้งกงกงมาส่งข่าวว่าอยากเจอคู่แฝดน่ะ""เพคะเสด็จแม่ ยินดีที่ได้พบใต้เท้าเจิ้งลำบากท่านแล้ว""พระชายาให้เกียรติเกินไปแล้วพ่ะย่ะฮ้า กระหม่อมเป็นเพียงบ่าวคนหนึ่ง""ใต้เท้าเจิ้งอย่าเกรงใจเลย"เมื่อเอ่ยกับขันทีชราเรียบร้อยก็หันไปถามแม่สามีของตน"ว่าแต่เสด็จแม่จะทรงเข้าวังเมื่อไหร่หรือเพคะ""พรุ่งนี้แล้วกัน ไปสักปลายยามเฉินแดดยังไม่ร้อน""เพคะ ชุ่ยชุ่ยอย่าให้ใต้เท้าเจิ้งคอแห้งเล่า"ชุ่ยชุ่ยสอดตั๋วเงินหนึ่งร้อยตำลึงให้กับชายชรา เจิ้งกงกงสัมผัสได้ว่าพระชายาคนนี้อนาคตย่อมรุ่งเรือง ทั้งใจกว้าและรู้ความ เขายิ้มรับไมตรีของนางก่อนจะขอตัว"ขอบพระทัยพระเมตตาพระชายาทั้งสอง กระหม่อมทูลลาท่านอ๋อง ทูลลาพระชายาพ่ะย่ะฮ้า"หยางหมิงจูพยักหน้า ส่วนขันทีชราก็ขอตัวกลับวังทันที เนื่องจากเย็นแล้วหากประตูวังปิดจะ
วันรุ่งขึ้นยามเฉินบรรดาองครักษ์และสาวใช้ช่วยกันขนของขึ้นรถม้า รถม้ากว่าสิบคันจอดเรียงรายหวังเสี่ยวไช่ให้คนของตนที่สาขาเหอหยวนมาช่วยดูแลเจียงซิ่วซิ่วกับแฝดสาม ส่วนเจียงเฟยหรงนั้นรถม้าของเขาสั่งทำพิเศษเพราะต้องไม่ให้แม่ลูกอ่อนโดนลมขณะอยู่เดือน ทางด้านหยางหมิงจูอุ้มคู่แฝดเดินไปหาท่านปู่ท่านย่าและผู้อาวุโสสกุลหยางเพื่อกล่าวอำลา นัยน์ตาของท่านย่าแดงก่ำ นางเฝ้าคิดถึงหลานสาวตลอดเวลา ไม่คิดว่าพอกับมาอยู่ด้วยกันแล้วยังต้องจากกันอีก หยางหมิงจูส่งลูกให้กับท่านย่าสามและท่านย่าสี่ก่อนจะปลอบใจท่านย่าของตนเอง"ท่านย่า...รอให้คู่แฝดโตสักสองขวบหลานสัญญาว่าจะกลับมาหาท่านเจ้าค่ะ""กลับไปอยู่ทางนั้นดูแลตัวเองดีๆ อยู่ทางนั้นหลานตัวคนเดียวไม่มีครอบครัวหนุนหลัง หากเจอคนรังแกจนอยู่ไม่ไหวเหอหนานยังต้องรับหลานกับลูกๆเสมอนะ"ท่านปู่ใหญ่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงชัดเจนกังวาน เขาไม่ได้เพียงแค่พูดให้หลานสาวเท่านั้นแต่เขายังเอ่ยให้มู่หรงเยี่ยนได้ยินอีกด้วย ต่อให้เป็นท่านอ๋องหากรังแกหลานสาวของเขา เขาก้พร้อมจะประมือเช่นกัน หยางหมิงจูกอดเอวท่านปู่ใหญ่ก่อนจะพยักหน้าตอบกลับ"หลานจะจำไว้เจ้าค่ะ ไม
เจียงเฟยเย่วมองหน้าพี่ชาย เจียงเฟยหรงพยักหน้าน้อยๆหลังจากมื้อค่ำนางจึงรับรู้ว่าฮั่วหย่งฉีมิได้ถูกส่งมาดัดนิสัยแต่เพราะพลั้งมือสังหารน้องชายแม่เลี้ยงที่มายั่วยุเขา ตอนนั้นเขาเพิ่งจะสิบสองย่างสิบสามเท่านั้นก็ตัดหัวคนแล้ว ไทเฮาทรงเมตตาให้ชินอ๋องรับมาอยู่ด้วยหากให้อยู่สกุลฮั่วต่อไปอาจสังหารกระทั่งแม่เลี้ยงและลูกๆของนางจนตัวเขาเองเสียอนาคตได้ เมื่อได้รับรู้เรื่องอดีตของฮัวหย่งฉีเจียงเฟยเย่วที่คันปากอยากกระจายข่าวก็เอ่ยกับคนที่กำลังนอนเอนหลังบนเตียงหยอกล้อกับบุตรชาย"ตาเฒ่าข้าอยากไปหาพระชายาสักหน่อยพอดีมีเรื่องจะเม้าท์เอ๊ยมีเรื่องจะทูลพระนาง เกรงว่าไม่ไปตอนนี้จะลืมได้""เรียกสามีดีๆหน่อยทูนหัว มิเช่นนั้นจะไม่อนุญาตนะ"เจียงเฟยเย่วเดินไปหาก่อนจะจุ๊บแก้มเขาแล้วเอ่ย"ท่านพี่...ข้าไปหาพระชายาได้หรือไม่เจ้าคะ"อี๋..เลี่ยนว่ะ เมื่อบ่นในใจเรียบร้อยก็ยิ้มหวานรอคำตอบ เว่ยจื่อชวนพยักหน้ากลับไป"ไม่รู้ท่านอ๋องประทับอยู่ด้วยหรือไม่ เจ้าไปกับซินซิก็เถอะสองคนพี่น้องจะได้ดูแลกัน"เจียงเฟยเย่วกลอกตามองบนหลายล้านรอบ แค่เปิดประตูหลังบ้านก็เข้ารั้วบ้านสกุลหยางแล้ว พี่ชายข้าปลูกบ้านเพื่อข้าเช
หยางหมิงจูและท่านย่าของนางพาพระชายาหานไปหาคู่แฝด คนติดตามอีกว่าสามสิบคนต่างก็หาที่พัก ชินอ๋องยังทรงเป็นคนที่ทรงงานตลอดเวลา ทันทีที่เห็นตลาดหน้าหมู่บ้านคึกคักก็ทรงไปสำรวจทันที และยิ่งมีความยินดีเมื่อได้เห็นพืชพรรณเขียวชอุ่มทั้งที่หิมะเพิ่งจะละลาย ชาวบ้านที่นี่มีวิธีปลูกพืชพรรณที่ดี ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่อดอยากกันเลยสักนิดร่างสูงควบม้าเข้ามาในหมู่บ้าน เมื่อมาถึงก็เห็นคนคุ้นเคยกำลังนั่งคุยกับชาวบ้านอีกทั้งยังมีการดื่มสุราที่ชาวบ้านหมักเองด้วย มู่หรงเยี่ยนลงจากหลังม้าเดินไปหาเขา เว่ยจื่อชวนเอง ฮั่วหย่งฉีและหวังเสี่ยวไช่เองก็เดินตามไปเช่นกัน มู่หรงเยี่ยนทำความเคารพคนแรก"ถวายพระพรเสด็จพ่อ ทรงเดินทางราบรื่นหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ""อืม ก็ดี""กระหม่อมเว่ยจื่อชวนถวายพระพรชินอ๋องพ่ะย่ะค่ะ""ราชครูเว่ย ท่านก็มาตามเมียเช่นกันหรือ"เว่ยจื่อชวนหน้าแดงออกอาการเขินอาย หวังเสี่ยวไช่และฮั่วหย่งฉีเองก็ทำความเคารพคนสูงศักดิ์เช่นกันก่อนที่ชินอ๋องจะเอ่ยกับคนหนุ่ม"เจ้าจะแต่งงานกับนางจริงๆหรือ ย่าเล็กของเจ้าอยากถามความตั้งใจ"ฮั่วหย่งฉีมองใบหน้าเสด็จลุงซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของบิดาตนก่อ
เจียงเฟยเย่วมองหน้าเขาก่อนจะนึกได้ว่ายายนี่ชอบฉินอ๋องคนนี้ แต่ในความทรงจำยายนี่ไม่เคยเจอหน้าฉินอ๋องมาก่อนแล้วจะชอบได้อย่างไร ดูเหมือนข่าวลือคุณหนูใหญ่เจียงคลั่งไคล้ฉินอ๋องคงมีคนจงใจปล่อยข่าวสินะ จากนั้นก็ยิ้มแล้วทำความเคารพแบบซีรีส์ตั้งที่เคยดู"หม่อมฉันถวายพระพรฉินอ๋องเพคะ""เว่ยฮูหยินตามสบาย ว่าแ
ปลายยามเว่ย เจียงเฟยเย่วได้รับข้อความจากสาวใช้ส่งตรงมาจากจวนสกุลเจียง ว่าพรุ่งนี้เจียงฮูหยินมีคำสั่งให้นางกลับบ้านเดิมด่วนเพื่อพูดคุยธุระสำคัญ ครั้นเมื่อคนส่งสารจากจวนเจียงคล้อยหลังไป ซิ่วซิ่ว ก็ยืนหน้างอ เอ่ยปากอย่างไม่พอใจทันที"ให้ฮูหยินน้อยกลับไปบ้านเดิมงั้นหรือ หึ คุณหนูรองคงต้องการจะแย่งชิงอะ
จวนสกุลเว่ยหลังจากปีนลงมาจากต้นไม้ เจียงเฟยเย่ว ก็ตรงดิ่งไปยังห้องครัวทันที ในใจยังคงนึกถึงภาพสตรีที่สบตากันเมื่อครู่... นางรู้สึกคุ้นเคยกับหยางหมิงจูคนนั้นอย่างประหลาด ช่างเถอะ! กะอีแค่ไปเจอหน้าสักครั้งจะกลัวอะไร อย่างมากหากพูดไม่เข้าหูก็ตบกันอีกรอบ ตบมาตบกลับไม่โกง ตัวแม่จะแคร์เพื่อ! ชายาอ๋องแล้
กระทั่งยามเฉินชุ่ยชุ่ยมาปลุกนาง เช้านี้มีอาหารดีๆสามอย่างจากห้องครัวชุ่ยชุ่ยดีใจยิ่งนัก นางไม่รู้ว่าเมื่อคืนมู่หรงเยี่ยนมาค้างที่เรือนทรุดโทรมแห่งนี้ หลังจากกินมื้อเช้าเสร็จหยางหมิงจูไม่มีอะไรทำ ต้นหลิวข้างกำแพงนั้นสูงใหญ่หากปีนขึ้นไปอาจได้เห็นนอกกำแพง ไวเท่าความคิดเมื่อกินข้าวเสร็จนางก็เอ







