INICIAR SESIÓNพยาบาลออกไปแล้ว ทั้งห้องเหลือแค่เขา ยอดตองได้สติ ก้มมองดูกระดาษแข็งสี่เหลี่ยมแผ่นเล็กในมือ มาลย์ นวารา อย่างนั้นเหรอ คุ้น ๆ เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน
ยอดตองโทร.ถามประกันตั้งแต่เมื่อวานว่าลูกชายสุดรักของเขาเป็นอย่างไรบ้าง พอประกันบอกมาว่ารถพังแค่ไหน แผลทั้งหมดในตัวยังไม่เจ็บเท่ากับแผลในใจ
เจ้าโดนใจลูกชายสุดหวงของเขาเจ็บหนัก จะได้เปลี่ยนเกือบครึ่งคัน ค่าใช้จ่ายซื้อใหม่กับซ่อมพอ ๆ กัน ใครเขาจะไปซื้อใหม่กัน รถคันนี้พ่อซื้อให้เพราะเขาอยากได้มาก ขับมาหลายปี ไม่มีตกเทรนด์ ไม่มีตกรุ่น มีแต่แพงขึ้น เพราะของหายาก แรร์ไอเทมเหมือนเจ้าของมันนี่แหละ
ทางประกันยังแจ้งอีกว่าคู่กรณียอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทั้งค่าซ่อมรถและค่าซ่อมคน ยอดตองคิ้วขมวดเมื่อได้ยินประโยคหลัง
ซ่อมคนอะไรกัน เขายังไม่พัง ยังอยู่ดี แค่ต้องใช้เวลาซ่อม เอ๊ย เวลารักษาหน่อย
เจ้าหน้าที่ประกันรีบขอโทษแทบไม่ทันที่เผลอพูดคำไม่สุภาพออกไป พอดีคุณผู้หญิงคู่กรณีพูดมาประมาณนี้ ผู้หญิง เสียงในหัวยอดตองดังขึ้นทันที
ผู้หญิงขับรถกระบะสี่ประตูชนจนทั้งเขาและลูกรักของเขาได้ซ่อมขนาดนี้เลยเหรอ อยากเห็นหน้าจริง ๆ ยอดตองกำกระดาษแผ่นเล็กในมือก่อนคลายออก มันยับย่นไปแล้ว แต่ยังพอเห็นตัวเลข
เขาต่อสายหาเจ้าของนามบัตรนี้ทันที พอทางนั้นรับสาย จากที่ขมวดคิ้วไว้อยู่ก่อนแล้ว คิ้วหนายิ่งขมวดเข้าหากันอีก เสียงนี้มัน
พอได้ยินเสียงเจ้าของเบอร์ มุมปากชายหนุ่มยกยิ้มขึ้น น้ำเสียงนี้มันยัยมาลย์หัวใจแน่ ๆ
ยอดตองเมื่อรู้ว่าเป็นใคร ถึงได้รีบพูดออกไปว่าเขาคือคนที่เธอขับรถชน โทร.หาเพื่ออยากคุยและเคลียร์เรื่องรถ ได้ยินปลายสายพูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก แถมยังเรียกเขาว่า คุณ คุณเหรอ เธอไม่รู้ว่าเป็นเขาหรือแกล้งทำเป็นไม่รู้กันแน่
‘ยัยมาลย์หัวใจ’
ยอดตองเผลอพูดออกไปแบบนั้น ดีหน่อยที่ปลายสายพูดมาว่าฟังที่เขาพูดไม่ทัน ยอดตองเฉไฉถามออกไปว่าเธอสะดวกเข้ามาคุยเรื่องรถกับเขาไหมที่โรงพยาบาล ปลายสายรับปากว่าจะเข้ามาเย็นวันนี้ เขาบอกจะรอเธอ แล้ววางสายไป อยากรู้นักว่ามาเจอเขาแล้วจะทำหน้าอย่างไร
คนป่วยนั่ง ๆ นอน ๆ อยู่บนเตียง ประตูเปิดออก เขาหันขวับไปมองอย่างรวดเร็ว พอเห็นเป็นพยาบาลถึงได้ผ่อนลมหายใจออกเบา ๆ พยาบาลสาวฉีกยิ้มหวานมาแต่หน้าประตู ในมือถือถาดอาหารเช้าสำหรับคนป่วยมาให้ พร้อมช่วยจัดแจงให้เขาได้ทานบนเตียงอย่างดี ยังมีน้ำใจถามคนไข้
“มีอะไรให้ช่วยไหมคะ” สายตาพยาบาลทิ้งไว้ที่แขนขวาที่ใส่เฝือกอยู่
“พอได้ครับ ขอบคุณ” ยอดตองส่ายหน้า ทำเพียงยิ้มรับน้ำใจเท่านั้น เขาพอจะทานเองได้
พอพยาบาลออกไป คนป่วยก็กินได้ไม่กี่คำก็วาง เขาไม่ค่อยอยากอาหารโรงพยาบาลเท่าไรนัก หวังว่ายอดเตยจะไม่มามือเปล่า ปกติเขาป่วย น้องจะหาของอร่อยให้เขาได้ทานเพื่อที่จะได้อยู่ท้อง เวลากินยาจะได้ไม่กัดกระเพาะ ยอดเตยชอบบอกแบบนี้
ช่วงสายของวัน เสียงเปิดประตูห้องพักคนป่วยอีกครั้ง คนนอนบนเตียงรีบหันไปมองอีกรอบคอแทบเคล็ด เห็นผู้เป็นแม่ก้าวเดินเข้ามาหาเขาเร็ว ๆ ยอดตองก็ฉีกยิ้มกว้างกลับไปให้
“ตอง เป็นไงบ้างลูก ยังเจ็บมากอยู่ไหม” มือนุ่มนิ่มลูบไล้ที่ไหล่ อีกข้างจับกรอบหน้าคมเข้มลูกชายอย่างอ่อนโยน
ยอดตองบอกแม่ไปว่าไม่เจ็บมากแล้ว ไม่เป็นอะไรแล้วเพื่อไม่อยากให้ท่านต้องคิดมาก ตัวเขาเองก็รู้สึกระบมอยู่บ้าง ไม่แน่ใจว่าเมื่อวานกับวันนี้ วันไหนเจ็บกว่ากัน ได้ยินเสียงผู้เป็นพ่อพูดขึ้น ทั้งสายตาที่สำรวจตั้งแต่หัวจดเท้า เท้าจดหัว ลูกชายเร็ว ๆ
“ไม่เป็นไรมากก็ดีแล้ว”
พ่อเลี้ยงหิรัญเป็นห่วงลูกชายไม่ต่างจากผู้เป็นเมีย แต่จะให้เขาเป็นลมล้มไปเหมือนคู่ชีวิตคงไม่ดีแน่ ดูท่าไม่เกินสัปดาห์คงกลับมาซ่าเหมือนเดิม
“หมอว่าไงบ้างคะ” เสียงน้องสาวถามขึ้น
“รอดูอาการอีกสักสองสามวัน ถ้าไม่มีอะไร น่าจะออกโรงพยาบาลกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้”
ยอดตองบอกออกไปตามที่หมอแจ้งไว้เมื่อเช้า สีหน้าทุกคนในบ้านถึงได้ดีขึ้นมา
ยอดตองฉีกยิ้มกว้างเมื่อเห็นคนในครอบครัวยิ้มออก ทุกคนในบ้านคงคิดมากและเป็นห่วงเขา
ยอดเตยชูถุงผ้าเก็บอุณหภูมิใบใหญ่ในมือให้ทุกคนดู บอกว่าเธอทำข้าวต้มทรงเครื่องมาให้ ทำสำหรับพ่อกับแม่ด้วย คงยังไม่ทานอะไรมาเพราะรีบมาหาเขา ยอดตองยิ้มแฉ่ง รู้สึกรอดตายแล้ว
ยอดเตยเอาข้าวต้มไปจัดใส่ถ้วย ยอดตองลงจากเตียงมีพ่อช่วยพยุง ทั้งตบไหล่เขาเบา ๆ พาเดินมาถึงโต๊ะทานข้าว แม่ยื่นมาจับมือเขาต่อจากพ่อพานั่งลงเก้าอี้ข้าง ๆ แค่นี้... แค่นี้ก็พอแล้วที่จะทำให้เขาหายเจ็บ
พ่อกับแม่นั่งพูดคุยถามไถ่ลูกทั้งสอง ทั้งอาการคนป่วย ทั้งเรื่องยอดเตยเริ่มเรียนมหา’ลัยมีเพื่อนเยอะไหม ปรับตัวได้บ้างหรือยัง
ยอดตองเองยังถามถึงงานที่บ้าน เขามีคิดไว้อยู่บ้าง อาจจะเข้าไปรับช่วงต่อจากพ่อ แต่พ่อบอกว่ายังไหว ถ้าลูกอยากไปทำงานที่อื่นหรือมีฝันของตัวเองก็เลือกทำก่อนได้เลย
ทานข้าวไปได้สักพัก ยอดเตยถามถึงพิทย์ พอยอดตองบอกว่าพิทย์รีบไปดูธาร เห็นว่าไม่สบาย พ่อแม่เขาถามอาการเพื่อนเขากันใหญ่
พ่อเลี้ยงหิรัญกับแม่เลี้ยงรวีรู้จักเพื่อนลูกชายดี เพราะถ้ามาบ้านพักในเมืองทีไร จะเห็นแก๊งเพื่อนเขาอยู่บ้านตลอด
ยอดตองหันหน้าไปมองน้องสาวนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด พอถามว่าเป็นอะไร ทำไมทำหน้าแปลก ๆ คนน้องรีบส่ายหัว โกหกไม่เก่งสักนิด เป็นห่วงไอ้ธารสินะ ดูท่าเพื่อนเขาคงมีหวังอยู่บ้าง
“ทำไม”คนเมาถามเสียงอู้อี้ ปากแดง แก้มแดงเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ปรือตามองเขาอยู่ กระตุ้นไอ้ยอดตองดีจริง ๆ“มาลย์ ปล่อยก่อน ถึงห้องค่อยว่ากัน” ยอดตองจับมือเล็กออกจากลำคอ วางลงบนตักเธอ แล้วขยับมานั่งที่ตัวเองเขาหลับตาปรับอารมณ์ ก้มมองเป้ากางเกงที่เหมือนจะฟูขึ้นมา เป่าลมหายใจออกทางปากจนหมดปอด หันไปมองคนข้าง ๆ ที่หลับคอพับไปแล้ว ชายหนุ่มมุมปากยกยิ้มขึ้นทั้งส่ายหัวเบา ๆ ก่อนจะออกรถตรงไปยังคอนโดฯ คนนั่งข้างพอถึงคอนโดฯ ยอดตองใช้คีย์การ์ดที่อยู่ในกระเป๋าเธอ แค่ทาบกับทางเข้าประตูลิฟต์ มันก็พาทั้งสองขึ้นไปยังชั้นที่เธอพักอยู่ พอประตูลิฟต์เปิดออก เขาถามเธอว่าพักอยู่ห้องไหน เบอร์อะไร คนเมายังพอตอบเขาได้ ถึงจะหลับตาตลอดทางก็เถอะเข้ามาในห้องเธอได้ เปิดไฟให้ความสว่าง ยอดตองพยุงมาลย์มานั่งลงที่โซฟากลางห้อง คนเมาเอนตัวนอนราบไปกับโซฟาทันทียอดตองหันมองซ้ายมองขวา เดินไปโซนเคาน์เตอร์ครัว เปิดตู้เย็นหยิบน้ำออกมาดื่มเองหนึ่งขวด แล้วหยิบอีกขวดเทใส่แก้วจนเต็ม ถือมาหาคนหลับไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่โซฟา“มาลย์ ดื่มน้ำก่อนนอนหน่อยหลับยาวเดี๋ยวร่าง
ผู้คนทยอยออกจากร้านจวนจะหมดแล้ว หรือเมา หรือจะหนีกลับก่อน หรือผู้ชายชื่อคลัตช์อะไรนั่นหวนกลับมาวุ่นวายกับเธออีกพอคิดได้แบบนั้น ยอดตองรีบกดโทร.ออกหามาลย์ทันที ติดแต่ไม่มีคนรับ โทร.สองสามรอบก็ไม่รับ ยอดตองเริ่มร้อนใจ นึกขึ้นได้ ไอ้เต้ กดโทร.หาเพื่อนอีกที พอได้ยินสัญญาณคนรับสาย ยอดตองรีบถามออกไปเร็ว ๆ“เต้ มาลย์...”“อยู่นี่... ช่วยกูด้วย”ยอดตองหันไปมองตามเสียง ภาพตรงหน้าเห็นเป็นกลุ่มก้อนที่เดินออกมาจากมุมมืด คนยืนมองหัวคิ้วขมวดนึกสงสัย ภาพไอ้เต้น่าเวทนาแท้ ถ้าไม่ติดว่าผู้หญิงที่มันหิ้วปีกอยู่เป็นยัยมาลย์หัวใจของเขาละก็ จะบอกให้เต้เลิกคบไปเสีย ภาระจริง ๆสภาพเต้คือแสนดีขี่หลัง กาบี้เกาะแขนซ้าย มาลย์เกาะแขนขวา แม่มาลย์กุหลาบหลับตาเดินด้วย เก่งเกินไปแล้วยอดตองเอาลิ้นดันกระพุ้งแก้ม มือเท้าเอวมองภาพตรงหน้าก่อนจะเอะใจ แล้วเต้มันเอามือไหนรับโทรศัพท์ พอไล่สายตาไปเรื่อย ๆ ถึงเห็นแสนดีเป็นคนถือโทรศัพท์แนบหูเต้อยู่ ทั้งที่ยอดตองวางสายไปสักพักแล้ว คงยังพอมีสติกันอยู่บ้างสินะ ไม่เมา แค่ไม่เหมือนเดิมยอดตองเดินไปคว้ามาลย์มาหิ้วไว้ ใช้คำว่าหิ
“กลัวหรือเปล่า”“ก็ไม่เท่าไร แต่ออกไปจากสถานการณ์เมื่อกี้ได้ก็น่าจะดีกว่า”“กลับยัง”“ไปหาเพื่อนก่อน”“งั้นไป เดี๋ยวไปส่งหาเพื่อน”ยอดตองกับมาลย์เดินลงชั้นสามมา พอถึงชั้นสอง เขามองไปทางโต๊ะเพื่อนตัวเอง พยักหน้าให้ ไอ้พวกนั้นก็พยักหน้าตอบ เป็นอันรับรู้ว่าไม่มีอะไรแล้วเขาไปส่งเธอที่โต๊ะเพื่อนชั้นล่าง ทุกคนที่โต๊ะต่างทำหน้าเคร่งเครียดทั้งที่บอกจะพากันมาผ่อนคลายยอดตองนั่งคุยอยู่ด้วยสักพัก สายตายังมองหญิงสาวอยู่ตลอด เธอเล่าให้เพื่อนฟังว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างอย่างละเอียด ยกเว้นเรื่องที่เขาจูบเธอ บางทีกาบี้กับแสนดีก็พูดเย้าแหย่กันจนเธอยิ้มหัวเราะออกมายอดตองอยู่จนแน่ใจว่าเธอไม่ได้คิดมากหรือนึกกลัวเรื่องที่ผ่านมาไม่นานนี้ เขาถึงได้ขอตัวออกมาเพราะต้องไปหาเพื่อนตัวเองกับเพื่อนน้องสาว ก่อนจะไปยังหันมาพูดกับมาลย์ เธอเองก็กำลังมองเขาอยู่“จะกลับบอกเรา เดี๋ยวไปส่ง”“เรามากับกาบี้แล้วก็แสนดี”“กาบี้กับแสนดีจะกลับพร้อมเต้” ยอดตองเป็นคนพูดออกมาเองมาลย์ขมวดคิ้ว หันไปมองหน้าเพื่อนทั้งสามคนที่ตอนนี้นั่งอ้าปากค้างอย
“มาลย์มีแฟนแล้วค่ะ” คนฟังขมวดคิ้วทันที แฟนไหน ป้าเธอบอกว่าเธอไม่มีแฟน เขาเองก็ไม่เคยเห็น“กำลังโกหกพี่อยู่สินะ ไหนล่ะแฟนมาลย์”จู่ ๆ ประตูห้องวีไอพีชั้นสามก็ถูกเปิดออก คนที่อยู่ในห้องหันไปมองคนมาใหม่เป็นตาเดียว“มาลย์” เสียงคนมาใหม่เรียกหญิงสาวคนเดียวภายในห้องนี้เขาใช้สายตาสำรวจเร็ว ๆ ไม่มีใครมากนอกจากผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่โซฟาข้างเธอ กับผู้ชายร่างสูงใหญ่สองคนยืนอยู่ข้างประตู“ตอง”หญิงสาวเรียกชื่อเขาเสียงดัง เธอเหมือนจะโล่งใจขึ้นมาหน่อย แต่ทำอย่างไรดี พี่คลัตช์มีคนติดตามสองคน ยอดตองว่าตัวสูงกว่าผู้ชายทั่วไปแล้ว แต่ลูกน้องของคลัตช์ยังตัวใหญ่กว่า“มานี่” ยอดตองเรียกให้เธอมาหาเขาด้วยน้ำเสียงปกติ มาลย์ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ แล้วมานั่งทำไมตรงนี้ ยัยบื้อ“ใครครับน้องมาลย์” คลัตช์จ้องหน้าคนมาใหม่ลูกน้องเขาสองคนขยับย่างกรายเข้าหายอดตอง ผู้เป็นนายยกมือขึ้นเป็นเชิงห้าม ทั้งสองคนถึงถอยกลับไปยืนที่เดิมยอดตองยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ไม่ได้มีความเกรงกลัวกับเหตุการณ์ตรงหน้าหรือคนติดตามของคลัตช์ที่ทำหน้าพร้อมจะฉีกเนื้อเขาเป็
แต่ตอนที่เขาเห็นน้องอยู่ในสภาพนั้น ยอมรับว่าตกใจมาก ดูท่าเพื่อนจะเป็นห่วงน้องสาวเขามาก ยอดตองถึงได้ยัดพวงกุญแจบ้านใส่มือธาร บอกให้มันไปดูเอง ยอดตองมั่นใจว่าเพื่อนจะไม่ทำอะไรน้องเขาเพราะรู้จักกันมาหลายปี ด้านดีไม่ดีเห็นมาหมดแล้ว แต่ก็ยังมีขู่เพื่อนไปบ้าง พอคุยกับธารเสร็จ ถึงได้แยกย้ายกันไปยอดตองเดินเข้ามาในร้าน สายตาเฉียบคมมองหาใครบางคน ไหนว่าจะมา หรือกลัวเขาจริง ๆ ส่องอยู่สักพัก สายตาดันไปเห็นแมวหนุ่มสองตัวกำลังเดินชนแก้วสาวให้ทั่วร้าน จะเป็นใครได้ ถ้าไม่ใช่เจ้าของร้านเสือผู้หญิงกับลูกศิษย์อย่างยูโรเพื่อนยอดเตย เข้าขากันดีสุด ๆ ทำตัวเป็นเสือล่าเหยื่อ อย่าให้เห็นเสือหมอบละกัน พ่อเสือจะขำให้พอขึ้นมาชั้นสอง เดินมาโต๊ะประจำ ชีวี ชีวิน พิทย์อยู่กันครบ มีกลุ่มเพื่อนยอดเตยอยู่ร่วมวง ปราปต์ เพลิง สิบทิศ จิ๊กซอว์ ยอดตองทักทายเพื่อนตัวเองและเพื่อนน้องสาว สั่งอาหารกับเครื่องดื่มมาเพิ่มนั่งคุยกับเพื่อนอยู่สักพัก เสียงโทรศัพท์เขามีสายเข้า พอเห็นเบอร์โทร.มา คิ้วชายหนุ่มขมวดเข้าหากัน แม่คู่กรณีของเขาโทร.มาทำไม เธอไม่โทร.ไม่ส่งข้อความหาเขามาเป็นสัปดาห์แล้วตั้งแต่โดนจูบวันนั้
ด้านยอดตองยังยืนอยู่ข้างสนามกีฬากลางของมหา’ลัยเพื่อรอรับยอดเตย วันนี้เป็นวันแข่งกีฬาน้องใหม่และแข่งเชียร์วันสุดท้ายของน้องปีหนึ่ง พอพิธีจบลง ประธานสโมสรนักศึกษาด้านกิจกรรมอย่างชีวินขึ้นกล่าวปิดงานส่วนแฝดน้องอย่างชีวีพาวงดนตรีของชมรมมหา’ลัยบรรเลงให้ความบันเทิงกับทุกคนที่เข้าร่วมกิจกรรม ชีวีร้องเปิดงานหนึ่งเพลงบนเวทีกลางสนาม แล้วให้รุ่นน้องรับช่วงต่อ สองแฝดลงเวทีมารวมกลุ่มกับเพื่อนข้างสนามส่วนไอ้ที่พึ่งวางสายจากยอดเตยยืนหน้าบึ้งตึงอยู่ข้าง ๆ ยอดตอง ตั้งแต่ปล่อยให้มันจีบน้องสาว มันก็โทร.เช้าโทร.เย็น โทร.จนพ่อกับแม่ต้องถามเขาที่เป็นพี่ชายว่าทำไมช่วงนี้โทร.หาน้องไม่ค่อยติด จะติดได้ไง ก็ไอ้เพื่อนตัวดีเล่นโทร.หาจนโทรศัพท์เกือบจะไหม้ที่ธารยืนหน้าบึ้งบอกบุญไม่รับอยู่ ก็เพราะยอดเตยบอกจะไม่กลับพร้อมมัน จะกลับพร้อมเพื่อน พอธารไม่ยอม ยัยน้องถึงบอกกลับพร้อมยอดตองก็ได้ ธารถึงยอมลงให้ หวงที่หนึ่ง ห่วงก็สุด ใครแตะก็ไม่ได้ ดีนะกูเป็นพี่ บางทีมันก็ไม่ให้แตะเพื่อนในกลุ่มพูดแซวธารอยู่สักพัก ยอดเตยก็เดินมาทางพวกเรายืนอยู่ ไม่ได้มาคนเดียวด้วย มากับเพื่อน
หลังทานข้าวจ่ายเงินเสร็จสรรพ เต้เป็นคนจ่ายไปก่อน เดี๋ยวจะเคลียร์กันทีหลัง มาลย์บอกว่าส่วนของยอดตอง เธอจะเป็นคนจ่าย ชายหนุ่มบอกไม่เป็นอะไร เธอยังยืนยันคำเดิม เขาถึงไม่พูดอะไรอีก ข้าวมื้อเดียวมันจะไปพออะไร คนโลภคิดในใจ“ตองมายังไง” เต้ถามขึ้นหลังจากทุกคนออกมาจากร้านอาหาร“นั่งแกร๊บคาร
เวลาเที่ยงกว่ามาลย์กับกลุ่มเพื่อนคุยงานจนเลยเวลาเที่ยง กาบี้แสนดีบ่นหิวแล้วหิวอีก ชวนกันหาอะไรกิน นั่งคิดอยู่นานก็เลือกไม่ได้ เตเต้เสนอไปกินที่ห้างฯ แถวมหา’ลัย ไม่ร้อนด้วย ไปถึงอาจคิดได้ว่าอยากกินอะไร คนเยอะหน่อย น่าจะได้อยู่ ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย เก็บของเตรียมตัวไปห้างฯ
รุ่นน้องที่เห็นเธอต่างพากันยกมือไหว้ทักทาย ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ทั้งผู้ชายและผู้หญิง มาลย์เองรับไหว้บ้าง ก้มหน้ายิ้มให้บ้าง ใครจะไม่รู้จักพี่มาลย์สาวบริหารการตลาด เธอสวย เธอเก่ง และเธอหยิ่งกว่าใคร คนไม่รู้จักเธอคิดแบบนั้น แต่คนรู้จักเธอคิดกลับกัน เธอสวย เธอบ้า เธอซ่า และไม่ยอมใครส่วนเรื่องที่ค
“นี่เบอร์เรา มีอะไรก็โทร.มานะ” ทั้งสองคนมองหน้ากันนิ่งทำไมมันเหมือนฉากในละครที่พระเอกกับนางเอกกำลังจีบกันเลยนะ หญิงสาวรู้สึกใจกระตุกแปลก ๆ“อะ... โอเค มีอะไรเราจะโทร.หา”มาลย์พูดผ่านโทรศัพท์ออกไปกับคนตรงหน้า ฉีกยิ้มให้เขา แล้วบอกขอตัวกลับจริง ๆมาลย์เดินออกมาปิดประตูห







