LOGINพยาบาลออกไปแล้ว ทั้งห้องเหลือแค่เขา ยอดตองได้สติ ก้มมองดูกระดาษแข็งสี่เหลี่ยมแผ่นเล็กในมือ มาลย์ นวารา อย่างนั้นเหรอ คุ้น ๆ เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน
ยอดตองโทร.ถามประกันตั้งแต่เมื่อวานว่าลูกชายสุดรักของเขาเป็นอย่างไรบ้าง พอประกันบอกมาว่ารถพังแค่ไหน แผลทั้งหมดในตัวยังไม่เจ็บเท่ากับแผลในใจ
เจ้าโดนใจลูกชายสุดหวงของเขาเจ็บหนัก จะได้เปลี่ยนเกือบครึ่งคัน ค่าใช้จ่ายซื้อใหม่กับซ่อมพอ ๆ กัน ใครเขาจะไปซื้อใหม่กัน รถคันนี้พ่อซื้อให้เพราะเขาอยากได้มาก ขับมาหลายปี ไม่มีตกเทรนด์ ไม่มีตกรุ่น มีแต่แพงขึ้น เพราะของหายาก แรร์ไอเทมเหมือนเจ้าของมันนี่แหละ
ทางประกันยังแจ้งอีกว่าคู่กรณียอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทั้งค่าซ่อมรถและค่าซ่อมคน ยอดตองคิ้วขมวดเมื่อได้ยินประโยคหลัง
ซ่อมคนอะไรกัน เขายังไม่พัง ยังอยู่ดี แค่ต้องใช้เวลาซ่อม เอ๊ย เวลารักษาหน่อย
เจ้าหน้าที่ประกันรีบขอโทษแทบไม่ทันที่เผลอพูดคำไม่สุภาพออกไป พอดีคุณผู้หญิงคู่กรณีพูดมาประมาณนี้ ผู้หญิง เสียงในหัวยอดตองดังขึ้นทันที
ผู้หญิงขับรถกระบะสี่ประตูชนจนทั้งเขาและลูกรักของเขาได้ซ่อมขนาดนี้เลยเหรอ อยากเห็นหน้าจริง ๆ ยอดตองกำกระดาษแผ่นเล็กในมือก่อนคลายออก มันยับย่นไปแล้ว แต่ยังพอเห็นตัวเลข
เขาต่อสายหาเจ้าของนามบัตรนี้ทันที พอทางนั้นรับสาย จากที่ขมวดคิ้วไว้อยู่ก่อนแล้ว คิ้วหนายิ่งขมวดเข้าหากันอีก เสียงนี้มัน
พอได้ยินเสียงเจ้าของเบอร์ มุมปากชายหนุ่มยกยิ้มขึ้น น้ำเสียงนี้มันยัยมาลย์หัวใจแน่ ๆ
ยอดตองเมื่อรู้ว่าเป็นใคร ถึงได้รีบพูดออกไปว่าเขาคือคนที่เธอขับรถชน โทร.หาเพื่ออยากคุยและเคลียร์เรื่องรถ ได้ยินปลายสายพูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก แถมยังเรียกเขาว่า คุณ คุณเหรอ เธอไม่รู้ว่าเป็นเขาหรือแกล้งทำเป็นไม่รู้กันแน่
‘ยัยมาลย์หัวใจ’
ยอดตองเผลอพูดออกไปแบบนั้น ดีหน่อยที่ปลายสายพูดมาว่าฟังที่เขาพูดไม่ทัน ยอดตองเฉไฉถามออกไปว่าเธอสะดวกเข้ามาคุยเรื่องรถกับเขาไหมที่โรงพยาบาล ปลายสายรับปากว่าจะเข้ามาเย็นวันนี้ เขาบอกจะรอเธอ แล้ววางสายไป อยากรู้นักว่ามาเจอเขาแล้วจะทำหน้าอย่างไร
คนป่วยนั่ง ๆ นอน ๆ อยู่บนเตียง ประตูเปิดออก เขาหันขวับไปมองอย่างรวดเร็ว พอเห็นเป็นพยาบาลถึงได้ผ่อนลมหายใจออกเบา ๆ พยาบาลสาวฉีกยิ้มหวานมาแต่หน้าประตู ในมือถือถาดอาหารเช้าสำหรับคนป่วยมาให้ พร้อมช่วยจัดแจงให้เขาได้ทานบนเตียงอย่างดี ยังมีน้ำใจถามคนไข้
“มีอะไรให้ช่วยไหมคะ” สายตาพยาบาลทิ้งไว้ที่แขนขวาที่ใส่เฝือกอยู่
“พอได้ครับ ขอบคุณ” ยอดตองส่ายหน้า ทำเพียงยิ้มรับน้ำใจเท่านั้น เขาพอจะทานเองได้
พอพยาบาลออกไป คนป่วยก็กินได้ไม่กี่คำก็วาง เขาไม่ค่อยอยากอาหารโรงพยาบาลเท่าไรนัก หวังว่ายอดเตยจะไม่มามือเปล่า ปกติเขาป่วย น้องจะหาของอร่อยให้เขาได้ทานเพื่อที่จะได้อยู่ท้อง เวลากินยาจะได้ไม่กัดกระเพาะ ยอดเตยชอบบอกแบบนี้
ช่วงสายของวัน เสียงเปิดประตูห้องพักคนป่วยอีกครั้ง คนนอนบนเตียงรีบหันไปมองอีกรอบคอแทบเคล็ด เห็นผู้เป็นแม่ก้าวเดินเข้ามาหาเขาเร็ว ๆ ยอดตองก็ฉีกยิ้มกว้างกลับไปให้
“ตอง เป็นไงบ้างลูก ยังเจ็บมากอยู่ไหม” มือนุ่มนิ่มลูบไล้ที่ไหล่ อีกข้างจับกรอบหน้าคมเข้มลูกชายอย่างอ่อนโยน
ยอดตองบอกแม่ไปว่าไม่เจ็บมากแล้ว ไม่เป็นอะไรแล้วเพื่อไม่อยากให้ท่านต้องคิดมาก ตัวเขาเองก็รู้สึกระบมอยู่บ้าง ไม่แน่ใจว่าเมื่อวานกับวันนี้ วันไหนเจ็บกว่ากัน ได้ยินเสียงผู้เป็นพ่อพูดขึ้น ทั้งสายตาที่สำรวจตั้งแต่หัวจดเท้า เท้าจดหัว ลูกชายเร็ว ๆ
“ไม่เป็นไรมากก็ดีแล้ว”
พ่อเลี้ยงหิรัญเป็นห่วงลูกชายไม่ต่างจากผู้เป็นเมีย แต่จะให้เขาเป็นลมล้มไปเหมือนคู่ชีวิตคงไม่ดีแน่ ดูท่าไม่เกินสัปดาห์คงกลับมาซ่าเหมือนเดิม
“หมอว่าไงบ้างคะ” เสียงน้องสาวถามขึ้น
“รอดูอาการอีกสักสองสามวัน ถ้าไม่มีอะไร น่าจะออกโรงพยาบาลกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้”
ยอดตองบอกออกไปตามที่หมอแจ้งไว้เมื่อเช้า สีหน้าทุกคนในบ้านถึงได้ดีขึ้นมา
ยอดตองฉีกยิ้มกว้างเมื่อเห็นคนในครอบครัวยิ้มออก ทุกคนในบ้านคงคิดมากและเป็นห่วงเขา
ยอดเตยชูถุงผ้าเก็บอุณหภูมิใบใหญ่ในมือให้ทุกคนดู บอกว่าเธอทำข้าวต้มทรงเครื่องมาให้ ทำสำหรับพ่อกับแม่ด้วย คงยังไม่ทานอะไรมาเพราะรีบมาหาเขา ยอดตองยิ้มแฉ่ง รู้สึกรอดตายแล้ว
ยอดเตยเอาข้าวต้มไปจัดใส่ถ้วย ยอดตองลงจากเตียงมีพ่อช่วยพยุง ทั้งตบไหล่เขาเบา ๆ พาเดินมาถึงโต๊ะทานข้าว แม่ยื่นมาจับมือเขาต่อจากพ่อพานั่งลงเก้าอี้ข้าง ๆ แค่นี้... แค่นี้ก็พอแล้วที่จะทำให้เขาหายเจ็บ
พ่อกับแม่นั่งพูดคุยถามไถ่ลูกทั้งสอง ทั้งอาการคนป่วย ทั้งเรื่องยอดเตยเริ่มเรียนมหา’ลัยมีเพื่อนเยอะไหม ปรับตัวได้บ้างหรือยัง
ยอดตองเองยังถามถึงงานที่บ้าน เขามีคิดไว้อยู่บ้าง อาจจะเข้าไปรับช่วงต่อจากพ่อ แต่พ่อบอกว่ายังไหว ถ้าลูกอยากไปทำงานที่อื่นหรือมีฝันของตัวเองก็เลือกทำก่อนได้เลย
ทานข้าวไปได้สักพัก ยอดเตยถามถึงพิทย์ พอยอดตองบอกว่าพิทย์รีบไปดูธาร เห็นว่าไม่สบาย พ่อแม่เขาถามอาการเพื่อนเขากันใหญ่
พ่อเลี้ยงหิรัญกับแม่เลี้ยงรวีรู้จักเพื่อนลูกชายดี เพราะถ้ามาบ้านพักในเมืองทีไร จะเห็นแก๊งเพื่อนเขาอยู่บ้านตลอด
ยอดตองหันหน้าไปมองน้องสาวนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด พอถามว่าเป็นอะไร ทำไมทำหน้าแปลก ๆ คนน้องรีบส่ายหัว โกหกไม่เก่งสักนิด เป็นห่วงไอ้ธารสินะ ดูท่าเพื่อนเขาคงมีหวังอยู่บ้าง
ตอนพิเศษ 4พอเธอคลอดลูกและมีระยะเวลาที่สามารถให้ยอดตองรักเธอแรง ๆ ได้ เขาก็ทำปกติ แต่พอคุยกันว่าน่าจะมีอีกสักคน คุณพ่อลูกหนึ่งก็ทำเหมือนรอบแรกคือเอาทุกหยาดหยดในตัวเขาใส่เข้ามาในตัวเธอ ค้างไว้อยู่นานและไม่พาไปอาบน้ำ หลังเสร็จกิจ คนเป็นพ่อบอก ‘นี่นับสอง’ มาลย์เริ่มชิน คนที่สองง่ายหน่อย แต่ตัวใหญ่เหมือนเดิม ลูกชายอีกแล้ว ทั้งคู่ไม่ติดว่าลูกเป็นเพศไหน แต่ลึก ๆ ในใจอยากได้ผู้หญิงสักคนยอดตองทำทุกวิธี ค้นเน็ตหาข้อมูลวิธีทำลูกสาว ทานอาหารเสริม ออกกำลังกาย ดูแลตัวเองอย่างดี ทั้งดูแลแม่พันธุ์เมียรักดีกว่าตัวเองเป็นเท่าตัว พอเขาบอกขออีกคน แต่มาลย์ยังไม่พร้อม ลูกทั้งสองคนยังเล็กมาก เขากลับบอกคนสุดท้ายปิดอู่ พอเธออนุญาตอย่างช่วยไม่ได้ เพราะพ่อยอดมุ่งมั่นตั้งใจเหลือเกิน ถึงเวลาเขาใส่ไม่ยั้ง ทำเอาหมดแรงทั้งคู่ ไม่วายยังบอกหลังเสร็จสุขสมเช่นเคย ‘นับสามลูกสาวพ่อตองกับแม่มาลย์มาแน่’ไม่นาน ผลออกมาจนลูกคลอด มาลย์แทบไม่อยากจะเชื่อ ลูกสาวจริง ๆ เธอคลอดเองคนนี้เพราะท้องสามเริ่มชิน อุ้มท้องครบเก้าเดือน น้องเป็นผู้หญิง ตัวไม่ใหญ่มาก ตอนคลอดเจ็บที่สุดเท่าที่เคยเจ็บมา ยอดตองอยู่ข้างตลอด คนร้องไห้ยังเป็นเขาเ
ตอนพิเศษ 3พอยอดตองเร่งจังหวะสุดท้าย มาลย์ถึงกับต้องส่ายหน้า ตัวเธอขยับขึ้นลงด้วยแรงโหมกระแทกกระทั้นเข้าลึก ยอดตองรับรู้ถึงโพรงนุ่มที่ตอดรัดถี่รัวจนเขาจะขาด ก่อนที่ทั้งคู่จะเกร็งกระตุกพร้อมกัน คนตัวโตยังจับสะโพกเธอตอกอัดดอกสุดท้ายจนมิดลำ ค้างไว้อยู่แบบนั้นนานหลายนาที มาลย์กระตุกซ้ำ ๆ ทั้งที่มีเขาอยู่ในตัวเธอ จนอาการเกร็งเริ่มดีขึ้น ยอดตองไม่ยอมผละถอย ยังแช่ตัวเขาไว้ในตัวเธอ “ตองคะ”“ครับ” “จะอยู่แบบนี้เหรอ”มาลย์ถามเขาออกไปเมื่อยอดตองยังนิ่งอยู่ ไม่ยอมขยับ เธอเริ่มอึดอัดเหมือนจะฉีก“แป๊บหนึ่งครับ รีดน้ำแป๊บ”“ตองจะมารีดน้ำอะไรนานขนาดนี้ พอแล้ว ถอยไปเลย มาลย์จุก”ได้ยินว่าเมียจุก คนรักเมียรีบถอนตัวออกทันทีพรวดเดียวหลุด ตัวเธอถึงกับกระตุกไปหนึ่งที เวลาเลยวันใหม่จวนจะเช้าแล้ว เธอกับเขายังไม่ได้นอน แต่เหมือนมาลย์จะได้งีบหลับไปช่วงยอดตองซอยไม่แรงมากเธอเหนื่อยจนหลับตอนคนตัวโตบรรเลงบทรัก แล้วตื่นมาใหม่เมื่อเขากระตุ้นด้วยห้วงอารมณ์จนเสร็จสุขสมทั้งสองฝ่าย นี่สินะที่ยอดตองชอบพูด ‘นอนเลย เราทำเอง’ เขาทำจริง ๆยอดตองลุกจากเตียง หยิบริโมตลดอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้เย็นลง จัดท่าทางให้มาลย์นอ
ตอนพิเศษ 2“ว่างั้นแหละ”แฝดพี่เห็นด้วยอย่างมาก ดูจากผลงานแล้ว วัดนี้เหมือนจะปลุกเสกไม่ถึง เพราะมันไม่ได้ผล“ใช้ไม่ได้ทั้งกลุ่ม เราต่างหากที่เจ๋ง” บาร์เสริมทับมาอีกคน ซึ่งเพื่อนเขาแต่ละคนมาเป็นคู่ เครื่องรางที่ว่าขลังมันจะไปสู้ความคลั่งรัก ความจริงจังจริงใจของพวกเขาได้อย่างไร แต่ละคนมุ่งมั่นตั้งใจกว่าสิ่งอื่นใดก็เรื่องเมียเนี่ยแหละยอดตองยังนึกด่าเพื่อนในใจ กลับเป็นมาลย์เสียเองที่ดึงมือเขาให้หันหน้ามาทางเธอ มือเล็กข้างหนึ่งจับลำคอแกร่งให้โน้มลงมาหาแล้วประกบริมฝีปากลงแผ่วเบา เสียงคนโห่แซวดังอีกรอบ กาบี้ทำท่ากรี๊ดกร๊าดอย่างคนไม่ยอม ไม่สามารถตัดใจให้ขาดได้ทั้งที่ตนมีหนุ่มหล่อล่ำนั่งข้าง ส่วนแสนดีและเตเต้ฉีกยิ้มอย่างยินดีให้เพื่อนของพวกเขา สองมือจับกันแน่นยอดตองพอได้สติ คว้าเอวบางเข้าหา จูบตอบแนบลงแผ่วเบา ไม่นานเขาถึงได้ผละออก ยังยื่นจมูกแตะลงหน้าผากมนอย่างรักใคร่และหวงแหน“รักครับเมีย”มาลย์ฉีกยิ้มขำให้กับคำพูดห่าม ๆ ของคนตรงหน้า ทั้งสองคนยิ้มให้กัน ก่อนจะหันไปทางแขกพร้อมขอบคุณทุกคนที่มาร่วมยินดี หลังจากเสร็จพิธีแต่งงานเรียบง่าย แขกในงานรับประทานอาหารร่วมกัน ทั้งงานเลี้ยงปาร์ตี้ตอนเย
ตอนพิเศษ 1 หลังจากยอดตองขอมาลย์แต่งงานในวันฉลองรับปริญญาของทั้งคู่ที่สวนกุหลาบ ผ่านมาสามเดือน งานแต่งถูกจัดขึ้นใหญ่โตที่ไร่กุหลาบมาลย์ นวารา แขกมาร่วมแสดงความยินดีกันล้นหลาม ส่วนมากเป็นญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย รวมถึงกลุ่มเพื่อนของเจ้าบ่าวเจ้าสาวมากันครบงานแต่งงานจัดขึ้นตอนเย็น เพราะยอดตองกับมาลย์ปรึกษาคุยกันก่อนหน้าว่าหมั้นไปแล้ว จริง ๆ ยอดตองอยากจัดหมั้นอีกรอบให้คนรักของเขาดี ๆ แต่มาลย์กลับไม่คิดแบบนั้น “ไม่ต้องจัดงานหมั้นอีกรอบนะคะตอง ช่วงเช้าทำบุญไหว้พระก็พอ ไปจบที่งานเลี้ยงตอนเย็นเลย ดีไหม” “แต่ตอง...” ว่าที่เจ้าบ่าวพูดไม่ทันจบ ว่าที่เจ้าสาวพูดขัดขึ้นเสียก่อน“แค่มีตอง มาลย์ก็พอใจแล้ว”คนโดนอ้อนใจเหลวไปแล้ว ยอดตองฉีกยิ้มออกมาพร้อมยกมือจับลูบข้างแก้มเมียของเขา “มักน้อยจังเลยนะ”มาลย์จับมือคนรักที่เขาชอบลูบแก้มลูบตัวแตะเธอเหลือเกิน“มักน้อยที่ไหน มีตองเราก็มักมากแล้ว”ยอดตองยิ้มกว้างกว่าเดิมให้กับเธอ นานทีปีหน แม่คุณจะหยอดมุกใส่กัน“อย่ามาอ้อน อยากท้องก่อนแต่งไหม” จากลูบไล้แปรเปลี่ยนเป็นจับบิดแก้มนิ่มเบามือด้วยความมันเขี้ยว เบาจนคนโดนบิดไม่รู้สึกเจ็บสักนิด ได้แต่ยิ้มขำให้เขา“อี
“มาลย์เหนื่อยไหม” เสียงนุ่มทุ้มน่าฟังของคนข้าง ๆ ทำเอาใจเธอยังคงคันยุบยิบกับเขาเสมอ“ตองล่ะ เหนื่อยไหม” ยอดตองมองหน้าคนรัก ยิ้มทั้งตาทั้งปากส่งให้เธอ “เหนื่อย แต่ทนได้ ขอแค่มีมาลย์อยู่ตรงนี้ข้าง ๆ เรา” ได้ยินแบบนั้น ทำเอาคนฟังรู้สึกเขินมานิด“มาลย์ก็เหมือนกัน ขอแค่มีตองอยู่ตรงนี้ มาลย์ก็ไม่เหนื่อยและไม่กลัวอะไรทั้งนั้น” จู่ ๆ ยอดตองก็ลุกออกจากชิงช้ามานั่งคุกเข่าลงตรงหน้า ขาข้างหนึ่งชันขึ้นเท้าแขน ยื่นมาจับมือเธอไว้ทั้งสองข้าง“งั้นตองขออยู่ตรงนี้ข้างมาลย์ รักและดูแลมาลย์ตลอดไปได้ไหม”เธอฉีกยิ้มกว้าง ก้มหน้าลงด้วยความเขิน พอเงยหน้าจะสบตากับเขา กลับมีแหวนอยู่ตรงหน้า หืม แหวนเธอ เขาเอาไปตั้งแต่เมื่อไหร่ พอเธอจะถามออกไปก็ต้องชะงัก“แต่งงาน แต่งงานกับตองได้ไหม”เสียงชายหนุ่มติดสั่นน้อย ๆ ใบหน้ายังยิ้มหวานให้กับเธอ มาลย์กำลังจะตอบเขาอยู่แล้ว แต่กลับได้ยินเสียงหยุกหยิกจากหลังพุ่มไม้ “วินมึงยืนดี ๆ ดิ๊”“ไอ้แฝดนี่มดมันกัด ขยับไปหน่อยไอ้บาร์”“อย่าผลัก เดี๋ยวล้ม”“ไอ้ธารเหยียบเท้ากู”“เงียบ ๆ ดิ๊”เสียงหยุกหยิกไม่ใช่แค่ไม้พุ่มนี้ ยังมีอีกหลายพุ่มที่ขยับ พอยอดตองกระแอม ไฟทั่วบริเวณก็สว่างโร่
ยอดตองอาบน้ำให้ทั้งเขาและเธอจนเสร็จ อุ้มร่างบางออกจากห้องน้ำ ทั้งที่เนื้อตัวเปลือยเปล่า ตัวเธอแดงไปทั้งตัว ยิ่งจุดนั้นไม่ต้องพูดถึง อยากจะดึงทึ้งหัวตัวเองเสียจริง กับเธอเขาพยายามแล้วที่จะไม่บ้าพลังขนาดนั้น มันอดไม่ได้ เธอเองก็สู้เขากลับ แค่ไม่ถึกทนเท่าเขาแค่นั้นเองยอดตองเช็ดตัวเธอจนแห้งดี ทั้งหาชุดนอนมาสวมใส่ให้ ก็ชุดที่มาลย์หาไว้นั่นแหละ ยังอุตส่าห์เป่าผมให้อีก มาลย์พอนั่งได้ แต่โอนเอนจนเขาต้องให้พิงตัวเอาไว้ เป่าผมอยู่นานกว่าจะแห้ง อุ้มหญิงสาวไปนอนที่เตียงมาลย์กึ่งหลับกึ่งตื่น แต่จะไปทางหลับมากกว่า เธอไม่หือไม่อือ ตัวอ่อนปวกเปียก ยอดตองวางร่างนุ่มนิ่มลงบนเตียงกว้าง ห่มผ้าให้ เขาเข้าไปเก็บเศษซากที่ทำไว้ในห้องน้ำ เก็บเข้าที่จนสะอาด กลับมานอน สอดแขนแกร่งรองคอให้คนหลับ รั้งตัวเธอมาอยู่ในอ้อมอก จมูกโด่งจดจูบซับกลุ่มผม ทั้งแก้มนวลและหน้าผากมนอย่างรักใคร่ “รักจังเลย แม่คู่หมั้นกรณีของยอดตอง” มาลย์ส่งเสียงอื้ออึงในลำคอ ขยับเข้าหาคนตัวโต ยอดตองยิ้มอย่างพอใจก่อนจะหลับไปพร้อมกับเธอ มาลย์ตื่นสายในรอบหลายเดือน เธอแทบขยับไม่ได้ หนักกว่าครั้งแรกด้วย เจอของจริงมันเป็นอย่างนี้เองสินะ ไม่น่าไปทำต
“ไม่/ครับ” สองเสียงดังขึ้นพร้อมกันเสียงแรกเป็นของมาลย์ เธอกำลังจะบอกพยาบาลว่าเธอไม่ใช่แฟนเขา ส่วนเสียงที่สองเป็นของยอดตอง เขาเพียงตอบรับคำของพยาบาลเท่านั้นเองจริง ๆ ส่วนพยาบาลได้ยินแบบนั้นก็ฉีกยิ้มกว้างให้ก่อนจะเดินออกจากห้องไปมาลย์กำลังจะหันไปถามยอดตองว่าทำไมเขาไม่ปฏิเสธไป เดี๋ยว
พอมาลย์ลุกขึ้นยืน ทำท่าเหมือนจะเดินห่างออกจากเตียง มือข้างที่ไม่ได้ใส่เฝือกก็คว้าจับข้อมือเล็กไว้ จนเจ้าของข้อมือตกใจสะดุ้งตัวนิด มาลย์หันกลับมามองเจ้าของมือใหญ่ที่จับมือเธอไว้ไม่ยอมปล่อย เขายังหลับอยู่หรือละเมอ หญิงสาวคิ้วขมวด มองหน้าคนป่วยนิ่งอยู่สักพัก“ตอง ได้ยินเราไหม”ตั
ทานข้าวเสร็จ นั่งย่อยอาหารกันอยู่ ยอดตองถามพ่อกับแม่ออกไปว่าจะพักนอนค้างในเมืองไหม แม่บอกว่าไม่ได้ค้าง พ่อยังมีงานที่ต้องกลับไปดูแม่เลี้ยงรวียังถามว่าลูกอยู่กันเองได้ใช่ไหม ยอดเตยยิ้มกว้างรับปากบอกจะดูแลพี่ชายอย่างเขาแทนพ่อกับแม่เองยอดตองส่ายหัวให้น้องสาวเบา ๆ แม่ถามถึงคู่กรณี คนป
ยอดตองบอกออกไปว่าใครก็ได้ไปส่งยอดเตยให้หน่อย ก่อนหน้ายอดเตยก็ไม่ยอม พอเขาบอกว่ามันไม่สะดวก ทั้งพิทย์ออกตัวว่าจะอยู่เฝ้าเขาเอง ให้ยอดเตยกลับไปพร้อมกับธารได้เลย ไม่ต้องห่วงยอดเตยถึงได้ยอมกลับบ้านพร้อมธาร พอสองคนนั้นออกไป พิทย์หันมามองหน้าเขาทันทีก่อนจะถามออกไป“มึงรู้”“อืม”“คิดว่าไง คนนั้นก็เพื่อน







