تسجيل الدخولพอมาลย์ลุกขึ้นยืน ทำท่าเหมือนจะเดินห่างออกจากเตียง มือข้างที่ไม่ได้ใส่เฝือกก็คว้าจับข้อมือเล็กไว้ จนเจ้าของข้อมือตกใจสะดุ้งตัวนิด มาลย์หันกลับมามองเจ้าของมือใหญ่ที่จับมือเธอไว้ไม่ยอมปล่อย เขายังหลับอยู่ หรือละเมอ หญิงสาวคิ้วขมวด มองหน้าคนป่วยนิ่งอยู่สักพัก
“ตอง ได้ยินเราไหม”
ตัดสินใจเรียกคนหลับให้รู้สึกตัว เจ้าตัวเล่นจับมือเธอไว้แน่น มาลย์โน้มตัวก้มหน้าลงมาใกล้คนป่วย มืออีกข้างจับมือใหญ่ที่ยังจับมือเธอไว้ไม่ยอมปล่อย เขย่าเบา ๆ ให้เขาได้รู้สึกตัว
จู่ ๆ มือใหญ่ของยอดตองดันกระตุกข้อมือเล็ก ตัวเธอถึงได้เสียหลักไปด้านหน้าอย่างเร็วเพราะทรงตัวไม่อยู่
เกือบจะล้มทับคนบนเตียง ดีที่กางแขนออกใช้สองมือค้ำพยุงตัวเองไว้ทัน แต่กลายเป็นว่ามียอดตองนอนอยู่ระหว่างสองแขน ใบหน้าเธอและใบหน้าเขาอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ พอหันมามองหน้าคนนอนบนเตียง เขากลับลืมตาพอดี จังหวะนรกสุด ๆ
คนสองคนจ้องหน้ากันตาไม่กะพริบ ด้วยท่าทางที่ว่าใครมาเห็นคงคิดว่าผู้หญิงคนนี้กำลังพยายามใช้กำลังข่มเหงคนป่วยอยู่เป็นแน่ มาลย์เหมือนยังไม่ได้สติดี เธอรีบทักทายด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ลิ้นแทบจะพันกัน
“อะ... เอ่อ คือเรามาเยี่ยมตองนะ”
เสียงพูดติด ๆ ขัด ยอดตองยังมองหน้าเธอนิ่ง เขาพึ่งเห็นหน้าเธอใกล้ ๆ ก็วันนี้ ยัยกุหลาบมาลย์ ยัยมาลย์หัวใจ
สายตายอดตองสำรวจทั้งใบหน้ารูปไข่น่ามอง ดวงตาโต ๆ จมูกนิด กับริมฝีปากชมพูระเรื่อที่ทาลิปกลอสแวววาวน่า... เออ ช่างเถอะ มาลย์ก้มตัวอยู่ ทำให้สร้อยคอที่เธอใส่สีเงินมีจี้ดอกกุหลาบเล็ก ๆ ห้อยตกลงมาตรงหน้ายอดตองพอดี
สายตาคนป่วยที่มันไม่รักดีมองเลยผ่านสร้อยไป คนมองใจเต้นผิดจังหวะ แม่กุหลาบซ่อนหนามไม่พอ ซ่อนรูปด้วย ยิ่งอยู่ใกล้ เขายิ่งได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากตัวเธอ
ป่วยอยู่แท้ ๆ แต่มึงดันตื่นตัวจวนจะแข็ง ไอ้น้องชายไม่รักดี เห็นแค่นี้ก็ริอ่านจะผงาดขึ้นมาเลย ยอดตองพยายามข่มเจ้านั่นทั้งที่ใบหน้ายังนิ่ง
“อืม” เสียงทุ้มดังมาจากลำคอแกร่ง มาลย์พอรู้ตัวว่าเธอยังคร่อมเขาอยู่ รีบย้ายตัวเองออกจากตัวคนป่วยเร็ว ๆ
หญิงสาวกลับมายืนตัวตรงอกผายไหล่ผึ่งอย่างสง่างามเช่นเดิม ยอดตองเห็นแบบนั้นก็อดขำไม่ได้ เขาอมยิ้มกลั้นขำจนปวดแก้ม เธอดูเสียอาการนะ
“ขอโทษนะ เราไม่ได้ตั้งใจ เรื่องรถกับค่ารักษาเราจะรับผิดชอบเอง” มาลย์ยังอยู่ข้างเตียง ส่วนยอดตองนอนอยู่บนเตียงท่าเดิม เพิ่มเติมคือเขายกขาข้างหนึ่งขึ้นตั้งชันเข่า สงสัยนอนนาน ท่าจะเมื่อย
“ขอบใจ” ชายหนุ่มพูดออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
อยู่ ๆ เขาก็กลายเป็นคนพูดน้อยเรียบร้อยว่าง่ายขึ้นมาทันที ที่ยังนอนนิ่งอยู่นี่ไม่ใช่อะไร ไม่กล้าขยับ กลัวน้องชายไม่รักดีของเขามันโผล่ออกไปทักทายเธอ ยอดตองคิดว่าเขาต้องปรับอารมณ์อีกนิดเท่านั้น
“เรื่องรถเราให้ทางประกันทั้งสองฝ่ายคุยตกลงกันก่อน มีอะไรนอกเหนือจากประกันตกลงไว้ ตองค่อยบอกเราอีกที” มาลย์พูดด้วยน้ำเสียงปกติ
ส่วนยอดตอง เขาดูนิ่งกว่าที่ผ่านมา ปกติเขาไม่นิ่งขนาดนี้ ทั้งดูแปลก หรือสมองกระทบกระเทือนจนเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังตีน เอ๊ย หน้ามือเป็นหลังมือ ความคิดในหัวของหญิงสาวตีกันกลับไปกลับมา
“แล้วอาการตองเป็นไงบ้าง” พอเคลียร์เรื่องที่ว่าเธอจะรับผิดชอบทั้งรถและค่ารักษาให้เสร็จ
มาลย์ถามถึงอาการคนป่วย จริง ๆ เธอควรถามถึงอาการเขาก่อนเป็นอันดับแรก แต่ด้วยสติยังไม่กลับมาดี ถึงได้ถามออกไปจนไม่ได้เรียงความสำคัญของคำถาม ไม่รู้ว่าหมอบอกเขาว่าอย่างไรบ้าง แต่คำตอบที่ได้ยินจากปากคนป่วยทำเอาคิ้วสวยของเธอขมวดเข้าหากัน
“แข็งน่ะสิ”
“ฮะ !” เสียงอุทานด้วยความไม่เข้าใจกับคำตอบดังมาจากปากเล็ก ๆ นั้น
แต่ยอดตองความคิดในหัวเริ่มสะดุด ไอ้นิสัยพูดไม่คิด คิดก่อนพูด หรือคิดแล้วพูดออกไป มันก็ยังพอมีอยู่ในตัวเขาบ้าง แต่จะมามีอะไรในเวลานี้
“หมายถึงเราหัวแข็ง ไม่เป็นอะไรง่าย ๆ หรอก มีแค่แขนขวาที่ต้องใส่เฝือกสักอาทิตย์เพราะกระดูกร้าวจากการกระแทกหน้ารถกับหัวที่เย็บไปหลายเข็ม ขนาดใส่หมวกกันน็อกแท้ ๆ ยังแตกได้ ส่วนข้อศอกกับหัวเข่าก็ถลอกเพราะไถลไปกับพื้นถนนจากการโดนชน และก็ลำตัวที่ช้ำระบมไปหมดเท่านั้นเอง”
ยอดตองอธิบายยาวเหยียดถึงอาการของเขาให้คนตรงหน้าฟัง หญิงสาวบอบบางร่างเล็กแต่ขับรถคันใหญ่เกินตัว ชนเขาจนพังยับ ได้ซ่อมทั้งคนทั้งรถ เธอยืนมองมาที่เขานิ่ง ริมฝีปากอิ่ม ๆ เดี๋ยวเม้มเดี๋ยวคลายคล้ายคิดอะไรอยู่
มาลย์ทำหน้าไม่ถูก เขาพูดมายาว ๆ เหมือนจะประชดเธออยู่หรือเปล่านะ แต่มันก็เป็นความจริงที่เขาต้องมานอนหมดสภาพ น่าเวทนาอยู่แบบนี้ก็เพราะเธอ มาลย์ยินดีที่จะช่วยเหลือเขาเต็มที่เพื่อแสดงความรับผิดชอบจากใจจริง
“มีอะไรให้เราช่วยก็บอกนะ ถือว่าไถ่โทษได้ไหมที่ทำตองเจ็บหนักขนาดนี้” ใครมันจะไปอยากขับรถชนคนอื่นกันเล่า แต่เธอผิด จะยอม ๆ ให้ก่อนก็แล้วกัน
ส่วนยอดตองทำเพียงพยักหน้าให้ เธอไม่ได้ทำให้เขาเจ็บแค่ตัว แต่ปวดหนึบไปทั้งตัวตั้งแต่หัวจดเท้า โดยเฉพาะตรงนั้น คิดแล้วคนป่วยก็ท้อใจกับตัวเอง ต่อมความรู้สึกเขามันผิดปกติหรือเปล่านะ
พอดีกับพยาบาลนำอาหารเย็นพร้อมกับยามาให้
“อาหารเย็นคนไข้ค่ะ แล้วก็ยาทานหลังอาหารนะคะ รบกวนแฟนคนไข้ช่วยดูให้หน่อยนะคะว่าทานหมดไหม”
“ไม่/ครับ” สองเสียงดังขึ้นพร้อมกัน
“ทำไม”คนเมาถามเสียงอู้อี้ ปากแดง แก้มแดงเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ปรือตามองเขาอยู่ กระตุ้นไอ้ยอดตองดีจริง ๆ“มาลย์ ปล่อยก่อน ถึงห้องค่อยว่ากัน” ยอดตองจับมือเล็กออกจากลำคอ วางลงบนตักเธอ แล้วขยับมานั่งที่ตัวเองเขาหลับตาปรับอารมณ์ ก้มมองเป้ากางเกงที่เหมือนจะฟูขึ้นมา เป่าลมหายใจออกทางปากจนหมดปอด หันไปมองคนข้าง ๆ ที่หลับคอพับไปแล้ว ชายหนุ่มมุมปากยกยิ้มขึ้นทั้งส่ายหัวเบา ๆ ก่อนจะออกรถตรงไปยังคอนโดฯ คนนั่งข้างพอถึงคอนโดฯ ยอดตองใช้คีย์การ์ดที่อยู่ในกระเป๋าเธอ แค่ทาบกับทางเข้าประตูลิฟต์ มันก็พาทั้งสองขึ้นไปยังชั้นที่เธอพักอยู่ พอประตูลิฟต์เปิดออก เขาถามเธอว่าพักอยู่ห้องไหน เบอร์อะไร คนเมายังพอตอบเขาได้ ถึงจะหลับตาตลอดทางก็เถอะเข้ามาในห้องเธอได้ เปิดไฟให้ความสว่าง ยอดตองพยุงมาลย์มานั่งลงที่โซฟากลางห้อง คนเมาเอนตัวนอนราบไปกับโซฟาทันทียอดตองหันมองซ้ายมองขวา เดินไปโซนเคาน์เตอร์ครัว เปิดตู้เย็นหยิบน้ำออกมาดื่มเองหนึ่งขวด แล้วหยิบอีกขวดเทใส่แก้วจนเต็ม ถือมาหาคนหลับไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่โซฟา“มาลย์ ดื่มน้ำก่อนนอนหน่อยหลับยาวเดี๋ยวร่าง
ผู้คนทยอยออกจากร้านจวนจะหมดแล้ว หรือเมา หรือจะหนีกลับก่อน หรือผู้ชายชื่อคลัตช์อะไรนั่นหวนกลับมาวุ่นวายกับเธออีกพอคิดได้แบบนั้น ยอดตองรีบกดโทร.ออกหามาลย์ทันที ติดแต่ไม่มีคนรับ โทร.สองสามรอบก็ไม่รับ ยอดตองเริ่มร้อนใจ นึกขึ้นได้ ไอ้เต้ กดโทร.หาเพื่อนอีกที พอได้ยินสัญญาณคนรับสาย ยอดตองรีบถามออกไปเร็ว ๆ“เต้ มาลย์...”“อยู่นี่... ช่วยกูด้วย”ยอดตองหันไปมองตามเสียง ภาพตรงหน้าเห็นเป็นกลุ่มก้อนที่เดินออกมาจากมุมมืด คนยืนมองหัวคิ้วขมวดนึกสงสัย ภาพไอ้เต้น่าเวทนาแท้ ถ้าไม่ติดว่าผู้หญิงที่มันหิ้วปีกอยู่เป็นยัยมาลย์หัวใจของเขาละก็ จะบอกให้เต้เลิกคบไปเสีย ภาระจริง ๆสภาพเต้คือแสนดีขี่หลัง กาบี้เกาะแขนซ้าย มาลย์เกาะแขนขวา แม่มาลย์กุหลาบหลับตาเดินด้วย เก่งเกินไปแล้วยอดตองเอาลิ้นดันกระพุ้งแก้ม มือเท้าเอวมองภาพตรงหน้าก่อนจะเอะใจ แล้วเต้มันเอามือไหนรับโทรศัพท์ พอไล่สายตาไปเรื่อย ๆ ถึงเห็นแสนดีเป็นคนถือโทรศัพท์แนบหูเต้อยู่ ทั้งที่ยอดตองวางสายไปสักพักแล้ว คงยังพอมีสติกันอยู่บ้างสินะ ไม่เมา แค่ไม่เหมือนเดิมยอดตองเดินไปคว้ามาลย์มาหิ้วไว้ ใช้คำว่าหิ
“กลัวหรือเปล่า”“ก็ไม่เท่าไร แต่ออกไปจากสถานการณ์เมื่อกี้ได้ก็น่าจะดีกว่า”“กลับยัง”“ไปหาเพื่อนก่อน”“งั้นไป เดี๋ยวไปส่งหาเพื่อน”ยอดตองกับมาลย์เดินลงชั้นสามมา พอถึงชั้นสอง เขามองไปทางโต๊ะเพื่อนตัวเอง พยักหน้าให้ ไอ้พวกนั้นก็พยักหน้าตอบ เป็นอันรับรู้ว่าไม่มีอะไรแล้วเขาไปส่งเธอที่โต๊ะเพื่อนชั้นล่าง ทุกคนที่โต๊ะต่างทำหน้าเคร่งเครียดทั้งที่บอกจะพากันมาผ่อนคลายยอดตองนั่งคุยอยู่ด้วยสักพัก สายตายังมองหญิงสาวอยู่ตลอด เธอเล่าให้เพื่อนฟังว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างอย่างละเอียด ยกเว้นเรื่องที่เขาจูบเธอ บางทีกาบี้กับแสนดีก็พูดเย้าแหย่กันจนเธอยิ้มหัวเราะออกมายอดตองอยู่จนแน่ใจว่าเธอไม่ได้คิดมากหรือนึกกลัวเรื่องที่ผ่านมาไม่นานนี้ เขาถึงได้ขอตัวออกมาเพราะต้องไปหาเพื่อนตัวเองกับเพื่อนน้องสาว ก่อนจะไปยังหันมาพูดกับมาลย์ เธอเองก็กำลังมองเขาอยู่“จะกลับบอกเรา เดี๋ยวไปส่ง”“เรามากับกาบี้แล้วก็แสนดี”“กาบี้กับแสนดีจะกลับพร้อมเต้” ยอดตองเป็นคนพูดออกมาเองมาลย์ขมวดคิ้ว หันไปมองหน้าเพื่อนทั้งสามคนที่ตอนนี้นั่งอ้าปากค้างอย
“มาลย์มีแฟนแล้วค่ะ” คนฟังขมวดคิ้วทันที แฟนไหน ป้าเธอบอกว่าเธอไม่มีแฟน เขาเองก็ไม่เคยเห็น“กำลังโกหกพี่อยู่สินะ ไหนล่ะแฟนมาลย์”จู่ ๆ ประตูห้องวีไอพีชั้นสามก็ถูกเปิดออก คนที่อยู่ในห้องหันไปมองคนมาใหม่เป็นตาเดียว“มาลย์” เสียงคนมาใหม่เรียกหญิงสาวคนเดียวภายในห้องนี้เขาใช้สายตาสำรวจเร็ว ๆ ไม่มีใครมากนอกจากผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่โซฟาข้างเธอ กับผู้ชายร่างสูงใหญ่สองคนยืนอยู่ข้างประตู“ตอง”หญิงสาวเรียกชื่อเขาเสียงดัง เธอเหมือนจะโล่งใจขึ้นมาหน่อย แต่ทำอย่างไรดี พี่คลัตช์มีคนติดตามสองคน ยอดตองว่าตัวสูงกว่าผู้ชายทั่วไปแล้ว แต่ลูกน้องของคลัตช์ยังตัวใหญ่กว่า“มานี่” ยอดตองเรียกให้เธอมาหาเขาด้วยน้ำเสียงปกติ มาลย์ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ แล้วมานั่งทำไมตรงนี้ ยัยบื้อ“ใครครับน้องมาลย์” คลัตช์จ้องหน้าคนมาใหม่ลูกน้องเขาสองคนขยับย่างกรายเข้าหายอดตอง ผู้เป็นนายยกมือขึ้นเป็นเชิงห้าม ทั้งสองคนถึงถอยกลับไปยืนที่เดิมยอดตองยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ไม่ได้มีความเกรงกลัวกับเหตุการณ์ตรงหน้าหรือคนติดตามของคลัตช์ที่ทำหน้าพร้อมจะฉีกเนื้อเขาเป็
แต่ตอนที่เขาเห็นน้องอยู่ในสภาพนั้น ยอมรับว่าตกใจมาก ดูท่าเพื่อนจะเป็นห่วงน้องสาวเขามาก ยอดตองถึงได้ยัดพวงกุญแจบ้านใส่มือธาร บอกให้มันไปดูเอง ยอดตองมั่นใจว่าเพื่อนจะไม่ทำอะไรน้องเขาเพราะรู้จักกันมาหลายปี ด้านดีไม่ดีเห็นมาหมดแล้ว แต่ก็ยังมีขู่เพื่อนไปบ้าง พอคุยกับธารเสร็จ ถึงได้แยกย้ายกันไปยอดตองเดินเข้ามาในร้าน สายตาเฉียบคมมองหาใครบางคน ไหนว่าจะมา หรือกลัวเขาจริง ๆ ส่องอยู่สักพัก สายตาดันไปเห็นแมวหนุ่มสองตัวกำลังเดินชนแก้วสาวให้ทั่วร้าน จะเป็นใครได้ ถ้าไม่ใช่เจ้าของร้านเสือผู้หญิงกับลูกศิษย์อย่างยูโรเพื่อนยอดเตย เข้าขากันดีสุด ๆ ทำตัวเป็นเสือล่าเหยื่อ อย่าให้เห็นเสือหมอบละกัน พ่อเสือจะขำให้พอขึ้นมาชั้นสอง เดินมาโต๊ะประจำ ชีวี ชีวิน พิทย์อยู่กันครบ มีกลุ่มเพื่อนยอดเตยอยู่ร่วมวง ปราปต์ เพลิง สิบทิศ จิ๊กซอว์ ยอดตองทักทายเพื่อนตัวเองและเพื่อนน้องสาว สั่งอาหารกับเครื่องดื่มมาเพิ่มนั่งคุยกับเพื่อนอยู่สักพัก เสียงโทรศัพท์เขามีสายเข้า พอเห็นเบอร์โทร.มา คิ้วชายหนุ่มขมวดเข้าหากัน แม่คู่กรณีของเขาโทร.มาทำไม เธอไม่โทร.ไม่ส่งข้อความหาเขามาเป็นสัปดาห์แล้วตั้งแต่โดนจูบวันนั้
ด้านยอดตองยังยืนอยู่ข้างสนามกีฬากลางของมหา’ลัยเพื่อรอรับยอดเตย วันนี้เป็นวันแข่งกีฬาน้องใหม่และแข่งเชียร์วันสุดท้ายของน้องปีหนึ่ง พอพิธีจบลง ประธานสโมสรนักศึกษาด้านกิจกรรมอย่างชีวินขึ้นกล่าวปิดงานส่วนแฝดน้องอย่างชีวีพาวงดนตรีของชมรมมหา’ลัยบรรเลงให้ความบันเทิงกับทุกคนที่เข้าร่วมกิจกรรม ชีวีร้องเปิดงานหนึ่งเพลงบนเวทีกลางสนาม แล้วให้รุ่นน้องรับช่วงต่อ สองแฝดลงเวทีมารวมกลุ่มกับเพื่อนข้างสนามส่วนไอ้ที่พึ่งวางสายจากยอดเตยยืนหน้าบึ้งตึงอยู่ข้าง ๆ ยอดตอง ตั้งแต่ปล่อยให้มันจีบน้องสาว มันก็โทร.เช้าโทร.เย็น โทร.จนพ่อกับแม่ต้องถามเขาที่เป็นพี่ชายว่าทำไมช่วงนี้โทร.หาน้องไม่ค่อยติด จะติดได้ไง ก็ไอ้เพื่อนตัวดีเล่นโทร.หาจนโทรศัพท์เกือบจะไหม้ที่ธารยืนหน้าบึ้งบอกบุญไม่รับอยู่ ก็เพราะยอดเตยบอกจะไม่กลับพร้อมมัน จะกลับพร้อมเพื่อน พอธารไม่ยอม ยัยน้องถึงบอกกลับพร้อมยอดตองก็ได้ ธารถึงยอมลงให้ หวงที่หนึ่ง ห่วงก็สุด ใครแตะก็ไม่ได้ ดีนะกูเป็นพี่ บางทีมันก็ไม่ให้แตะเพื่อนในกลุ่มพูดแซวธารอยู่สักพัก ยอดเตยก็เดินมาทางพวกเรายืนอยู่ ไม่ได้มาคนเดียวด้วย มากับเพื่อน
หลังทานข้าวจ่ายเงินเสร็จสรรพ เต้เป็นคนจ่ายไปก่อน เดี๋ยวจะเคลียร์กันทีหลัง มาลย์บอกว่าส่วนของยอดตอง เธอจะเป็นคนจ่าย ชายหนุ่มบอกไม่เป็นอะไร เธอยังยืนยันคำเดิม เขาถึงไม่พูดอะไรอีก ข้าวมื้อเดียวมันจะไปพออะไร คนโลภคิดในใจ“ตองมายังไง” เต้ถามขึ้นหลังจากทุกคนออกมาจากร้านอาหาร“นั่งแกร๊บคาร
เวลาเที่ยงกว่ามาลย์กับกลุ่มเพื่อนคุยงานจนเลยเวลาเที่ยง กาบี้แสนดีบ่นหิวแล้วหิวอีก ชวนกันหาอะไรกิน นั่งคิดอยู่นานก็เลือกไม่ได้ เตเต้เสนอไปกินที่ห้างฯ แถวมหา’ลัย ไม่ร้อนด้วย ไปถึงอาจคิดได้ว่าอยากกินอะไร คนเยอะหน่อย น่าจะได้อยู่ ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย เก็บของเตรียมตัวไปห้างฯ
รุ่นน้องที่เห็นเธอต่างพากันยกมือไหว้ทักทาย ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ทั้งผู้ชายและผู้หญิง มาลย์เองรับไหว้บ้าง ก้มหน้ายิ้มให้บ้าง ใครจะไม่รู้จักพี่มาลย์สาวบริหารการตลาด เธอสวย เธอเก่ง และเธอหยิ่งกว่าใคร คนไม่รู้จักเธอคิดแบบนั้น แต่คนรู้จักเธอคิดกลับกัน เธอสวย เธอบ้า เธอซ่า และไม่ยอมใครส่วนเรื่องที่ค
“นี่เบอร์เรา มีอะไรก็โทร.มานะ” ทั้งสองคนมองหน้ากันนิ่งทำไมมันเหมือนฉากในละครที่พระเอกกับนางเอกกำลังจีบกันเลยนะ หญิงสาวรู้สึกใจกระตุกแปลก ๆ“อะ... โอเค มีอะไรเราจะโทร.หา”มาลย์พูดผ่านโทรศัพท์ออกไปกับคนตรงหน้า ฉีกยิ้มให้เขา แล้วบอกขอตัวกลับจริง ๆมาลย์เดินออกมาปิดประตูห







