LOGINฉันนอนมองเพดานอยู่อย่างนี้มาได้หลายนาทีแล้วตั้งแต่คนที่ชื่อโรมออกจากห้องไป ฉันก็ได้แต่ครุ่นคิดกับตัวเองว่าถ้าฉันตายแล้วอุ้มละ มันยังมีชีวิตอยู่หรือตาย? แต่ถ้ามันยังมีชีวิตอยู่มันจะรู้สึกผิดหรือเปล่า บอกตรงๆ ว่าเป็นห่วงไม่ใช่น้อยแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้ ฉันหวังว่ามันจะรอดแล้วไม่รู้สึกผิดหรอกนะ
เป็นห่วงคนอื่นแล้วก็ต้องมาเป็นห่วงตัวเอง จะทำยังไงให้มีชีวิตรอดโดยที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับพระเอก จริง ๆ มันก็ทำได้แค่ไม่เข้าไปสุงสิงกับพระเอกต่างคนต่างใช้ชีวิต แต่ประเด็นเลยก็คือโมเน่เนี่ยดันไปทำเรื่องที่น่าปวดหัวเอาไว้เนี่ยสิ โดยที่ไปขอให้ผู้เป็นพ่อช่วยพูดกับครอบครัวของพระเอกให้หน่อยว่าทั้งคู่จะหมั้นกัน พ่อเธอก็ตกลงโอเคเลยไปช่วยพูดให้ โดยยกเรื่องธุรกิจขึ้นมาพูด และผลประโยชน์ที่จะได้รับถ้าครอบครัวของพระเอกยอมที่จะตกลงให้ทั้งคู่หมั้นกัน พอมีเรื่องผลประโยชน์เข้ามา ครอบครัวของพระเอกก็ตอบตกลง เป็นใครก็ตอบตกลงเพราะครอบครัวโมเน่รวยจะตายใคร ๆ ก็อยากทำธุรกิจด้วย ถึงครอบครัวพระเอกจะพอๆ กับครอบครัวโมเน่ก็ตามแต่เรื่องผลประโยชน์ถ้าส่งผลดีต่อธุรกิจใคร ๆ ก็ต้องการ สรุปเลยก็คือหมั้นทางธุรกิจ ถ้าไปขอยกเลิกงานหมั้นตอนนี้จะทันไหมนะ ครุ่นคิดไปก็ปวดหัวขอนอนก่อนสักตื่น แล้วค่อยคิดก็แล้วกันว่าจะทำยังไงต่อ เช้าวันรุ่งขึ้นโรมก็โผล่หน้ามาอีกครั้ง เขาบอกจะพาฉันกลับบ้านโดยที่ถามพ่อกับแม่แล้ว คุณหมอก็อนุญาตให้กลับบ้านได้ ฉันก็พยักหน้าอย่างเข้าใจเตรียมตัวจะลุกขึ้นเดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแต่ก็ถูกดักไว้เสียก่อน เขาบอกเดี๋ยวมีคนมาเปลี่ยนให้ ทำไม? อยากจะถามออกไปแต่ดันมีคนเข้ามาเป็นผู้หญิงสองคนที่ดูดี ฉันขมวดคิ้วสงสัยโดยหันไปหาเขา เขายั่กไหล่ก่อนจะเดินออกจากห้องไป ปล่อยให้ฉันอยู่กับผู้หญิงทั้งสองที่ยืนยิ้มให้กับฉันอยู่ “คุณโมเน่อยากได้ลุคไหนคะ” “คะ?” “อ่าาา ลืมไปเลยว่าคุณโรมบอกว่าคุณโมเน่ความจำเสือม” “งั้นไม่เป็นไรค่ะ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกเราเองนะคะ” “เอ๊ะ ดะเดี๋ยวก่อน—” ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรออกไป ฉันก็ถูกจับแต่งองค์ทรงเครื่องประหนึ่งว่าจะไปงานประกวดแฟชั่นโชว์ที่ไหน ฉันลืมไปได้ยังไงว่าโมเน่มีช่างแต่งหน้ากับสไตลิสต์ เพราะเธอเป็นคนที่ห่วงรูปลักษณ์ภายนอกของตัวเองมาก เธอต้องดูดีในทุกวัน และเสื้อผ้าแทบจะไม่ซ้ำกันในแต่ละเดือนบอกตรงๆ เลยว่าใช้เงินได้ฟุ่มเฟือยเป็นอย่างมาก “ Perfect คุณโมเน่สวยสุดๆ ไปเลยค่ะ” ฉันยิ้มแห้งให้กับพวกเธอ มันก็สวยอยู่หรอกหลังจากที่ดูกระจกแต่โมเน่ก็เป็นคนสวยอยู่แล้วแต่งนิดหน่อยก็ดูดีต่างจากฉันที่แต่งเท่าไหร่ก็เหมือนเดิม “ถูกใจไหมคะ” “แต่ถ้าไม่ชอบพวกเราจะแต่งให้ใหม่นะคะ” “ไม่แล้วค่ะ แค่นี้ก็สวยมากพอแล้ว”ฉันตอบออกไปพร้อมรอยยิ้ม พวกเธอทั้งสองยิ้มรับฉันก่อนจะออกไปนอกห้องเพื่อออกไปเรียกโรมให้เข้ามา ทันทีที่โรมเข้ามา สายตาของเขาก็มองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าเหมือนครุ่นคิดอะไรสักอย่างก่อนจะจับหน้าฉันให้หันไปหันมา คืออะไรคะหน้าฉันมันมีอะไรแปลกเหรอคะ จับหันไปมาจนคอจะเคล็ดไปหมดแล้วค่ะ “แต่งหน้าจืดไปหน่อยนะ” คืออะไรคะ หือ? หูฉันฝาดหรือเปล่าหน้าจืดไปหน่อยเนี่ยนะนี่มันสวยสุด ๆ ไปเลยคุณพี่ไม่รู้จักเมคอัพโนเมคอัพเหรอคะ….มันก็คงจะจืดจริง ๆ เพราะโมเน่คนก่อนแต่งหน้าจัดแบบจัดเต็ม “ลุกได้แล้วจะได้กลับบ้าน” “ค่า” ตอบออกไปก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงเพื่อเดินตามเขาไป ถ้ามองดูดี ๆ เขาก็เป็นคนหล่อที่มีความสามารถที่หลากหลาย แถมยังเป็นพี่ชายที่แสนดีถึงจะรู้ว่าน้องสาวอย่างโมเน่จะไม่ค่อยชอบตัวเองมากนักเพียงเพราะว่าทุกคนส่วนมากมักจะชื่มชมโรมมากกว่าจะเป็นเธอ เหตุผลก็มีเพียงแค่นี้ละ ความอิจฉาล้วน ๆ เลย “ขึ้นไปสิ” “ขอบคุณค่ะ” ทันทีที่มาถึงลานจานรถเขาก็เปิดประตูให้ฉันเข้าไปก่อนจะตามขึ้นมา แล้วหลังจากนั้นเราก็ไม่ได้คุยอะไรกันอีกบรรยากาศน่าอึดอัดไม่ใช่น้อย ช่วยไม่ได้ตามเนื้อเรื่องในนิยายสองคนนี้คุยกันน้อยมากจริง ๆ เอาเถอะ ค่อยปรับเปลี่ยนความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวก่อนเลยอันดับแรก คนนอกช่างมันค่อยคิด To be continuedอีกด้านไคนั่งอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของเขาบนตึกสูงระฟ้าใจกลางเมือง มือหนากำลังหมุนปากกาอย่างสบายอารมณ์ เขามองออกไปนอกกระจกบานใหญ่ด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจลูกเจี๊ยบ... หวังว่าเธอคงจะชอบของขวัญที่ฉันตั้งใจเลือกให้นะการได้แกล้งเธอด้วยของขวัญไร้สาระในเช้าวันนี้ ทำให้ไครู้สึกว่า ชีวิตที่น่าเบื่อของเขามีสีสันขึ้นมาเล็กน้อยช่วงสองสามวันมานี้ฉันเอาแต่ใช้ข้ออ้างเดิมๆ ในการขออนุญาตออกนอกบ้านจากแม่บ้าน โดยอ้างว่าจะไปซื้อของใช้ส่วนตัวที่จำเป็นสำหรับผู้หญิงเมื่อขอออกมาได้ฉันก็เดินเข้ามาในร้านหนังสือขนาดใหญ่แห่งหนึ่งอย่างรวดเร็วเพื่อหาหนังสือเกี่ยวกับธุรกิจและการเงิน เพราะโมเน่คนก่อนไม่มีความรู้เรื่องนี้เลยขณะเดินอ่านหนังสืออย่างตั้งใจจนแทบจะสิงชั้นหนังสือก็ดันเดินไปชนเข้ากับอะไรสักอย่างจนเกิดเสียง ตุ๊บ!“อุ๊ย! หมูเน่”เสียงทุ้มเย็นเยียบที่คุ้นเคยดังขึ้นด้านหลัง ฉันสะดุ้งสุดตัวและหันกลับไปทันที และพบกับไคที่ยืนกอดอกอยู่ข้างชั้นหนังสือ กำลังมองฉันด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันที่ดูสนุกสนาน“นี่คุณ! มาทำอะไรที่นี่คะ! อย่าบอกนะ ว่าตามฉันมา!” ฉันถามอย่างควบคุมเสียงแทบไม่อยู่“ตามเธอ? ทำไ
ฉันตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่างความสะใจกับความกังวล ยิ้มให้กับตัวเองเมื่อนึกถึงใบหน้าของไคเมื่อคืนนี้ เขานั่งนิ่งอึ้งไปเลยตอนที่ฉันจงใจเน้นคำว่า พี่ไก่ ออกไปอย่างชัดถ้อยชัดคำมันเป็นความรู้สึกที่ดีที่สุดตั้งแต่ฉันทะลุเข้ามาในร่างนี้เลยก็ว่าได้!“อย่างน้อยการสร้างศัตรูตัวฉกาจก็เป็นไปตามแผนละนะ” ฉันพึมพำกับตัวเองแต่แล้วความกังวลก็เข้าแทนที่... แผนของฉันคือทำให้เขาถอนหมั้น ไม่ใช่ทำให้เขาโกรธจนถึงขั้นอยากจะฆ่าฉันตอนนี้เลย! ถ้าไคยิ่งโกรธ ก็แปลว่าฉันยิ่งเข้าใกล้ชะตากรรมที่ต้องตายเร็วขึ้นไปอีก!เฮ้อ ยุ่งยากสุด ๆ ฉันหวังว่าพ่อจะโกรธจนยอมถอนหมั้น แต่จากที่ได้เห็นความเด็ดขาดของพ่อในห้องทำงานวันก่อน... ดูเหมือนว่าเรื่องธุรกิจจะสำคัญกว่าความอับอายขายหน้าของลูกสาวไปเสียแล้วฉันลงมาที่ห้องอาหาร ด้วยท่าทางระมัดระวังที่สุด และพบว่าบรรยากาศบนโต๊ะอาหารเงียบสงบผิดปกติ พ่อของฉัน นั่งอยู่หัวโต๊ะด้วยใบหน้าเคร่งเครียดเกินกว่าปกติ ส่วนโรม (พี่ชาย) กำลังจิบกาแฟอย่างสบายอารมณ์ และเหลือบมองฉันด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์รู้สึกว่าเขาจะอารมณ์ดีตั้งแต่เมื่อคืนซะด้วยสิ“อรุณสวัสดิ์ค่ะ”
ความอดทนของฉันขาดสะบั้นทันที! อุส่าตั้งใจว่าจะต้องทำตัวดีๆ และแกล้งเป็นนางเอกสายแบ๊ว แต่มาเจอคำเหน็บแนมจากไอ้คนปากสุนัขแบบนี้... ใครจะไปทน!ฉันยิ้มกลับไปให้เขาด้วยรอยยิ้มที่สวย (และร้ายกาจที่สุด) เท่าที่ฉันจะทำได้ แล้วโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อให้ประโยคของฉันได้ยินเพียงแค่เราสองคน“คุณไคคะ... ถ้าคุณไม่รู้จักคำว่า มารยาท ก็กรุณาเปิดพจนานุกรมอ่านบ้างนะคะ” ฉันเงียบไปช่วงหนึ่งเพื่อเว้นจังหวะให้เขานิ่งอึ้งไปก่อนจะพูดต่อ “การที่คุณมีปมด้อยเรื่องความสามารถในการเข้าสังคม หรือถูกอบรมมาไม่ดีพอ จนต้องใช้คำพูดต่ำๆ มาเหน็บแนมผู้หญิงที่กำลังจะมาเป็นคู่หมั้นเนี่ย มันไม่ได้ทำให้คุณดูน่าสนใจขึ้นหรอกนะคะ มันยิ่งทำให้คุณดูเหมือน ไก่ที่ขันเสียงดังแต่ไร้สมอง เท่านั้นเองค่ะ”ไคนิ่งอึ้งไปทันที ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความไม่พอใจอย่างที่ไม่เคยมีใครกล้าพูดกับเขาแบบนี้มาก่อน“เธอ!” เขาเรียกชื่อฉันด้วยน้ำเสียงต่ำ“ทำไมคะ พี่ไก่” ฉันเน้นคำเรียกใหม่ที่เอาไว้ล้อชื่อเขาอย่างจงใจ “หรือว่าโมเน่คนนี้พูดไม่จริงคะ” ฉันยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ หึ ให้มันรู้ซะบ้างว่าใครเป็นใคร“นี่!”“ถ้าไม่พอใจงั้นเรามาถอนหมั้นกัน
พอกลับถึงห้องฉันก็ทรุดตัวลงนั่งที่ขอบเตียงอย่างหมดแรง มองนาฬิกาเรือนทองที่ข้อมือแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจยาวเหยียดชีวิตใหม่ในร่างโมเน่คนก่อน ไม่ได้สวยหรูเหมือนในนิยายเลยสักนิด!ประเด็นมันไม่ใช่แค่เรื่องผลประโยชน์ของวงค์ตระกูลแต่คืออนาคตที่ฉันต้องตาย แล้วใครมันอยากจะตายซ้ำซากกันบอกเลยว่าไม่มี! ครั้งเดียวก็เกินพอ ให้ตายเสียสิ ชีวิตก่อนก็ใช้ไม่คุ้มชีวิตนี้ยังไม่ทันได้ใช้ก็เหมือนจะตายในเร็ววัน!โมเน่คนก่อนเกลียดความพ่ายแพ้และไม่ชอบให้ใครเด่นกว่าตัวเอง เธอใช้การหมั้นครั้งนี้เป็นเหมือน มีดสั้นเล่มแรกที่ใช้แทงข้างหลัง อริณ นางเอกของเรื่อง! อริณรักไคมานานกว่าสิบปี ตั้งแต่สมัยเด็ก และไคก็รักและหวงอริณยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด แต่โมเน่กลับเข้ามาในฐานะคู่หมั้นด้วยเหตุผลทางธุรกิจเพื่อผูกมัดไคไว้กับตัวเองอย่างไม่ชอบธรรมนี่แหละคือการเตะตัดขา ที่แท้ทรู!สุดท้าย โมเน่คนก่อนก็ลงเอยด้วยการพยายามฆ่าอริณ ซึ่งทำให้อริณไม่ตาย แต่ตัวเองกลับถูกพระเอกฆ่าตายอย่างเลือดเย็น! แล้วฉันที่ทะลุมาอยู่ในร่างนี้ก็ต้องมาแบกรับ กรรม ที่เธอสร้างไว้ทั้งหมด!“ฮือออ! ใครก็ได้ช่วยเอาฉันออกไปจากนิยายบ้า ๆ เรื่องนี้ที!” ฉันได้แต่บ่น
ฉันใช้เวลาทั้งวันในการสำรวจบ้านหลังใหญ่ที่เต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ที่ฟุ่มเฟือยจนน่าตกใจ โทรศัพท์เครื่องใหม่ที่พี่โรมซื้อมาให้เมื่อวาน ถึงจะบอกไปแล้วก็ตามว่าเพียงแค่ลบข้อมูลหรือรีเซ็ตเครื่องเก่ามันก็คงจะกลับมาใช้งานได้เช่นเคย แต่ก็อย่างที่เห็นฉันได้รับโทรศัพท์เครื่องใหม่ทันที ฉันเปิดใช้งานพร้อมกับเบอร์ใหม่เอี่ยมที่ปลอดจากข้อมูลติดต่อของ โมเน่คนก่อน ที่ไม่ต้องการให้กลับมากวนใจทว่าปัญหาใหญ่ที่สุดของฉันตอนนี้ไม่ใช่เรื่องเสื้อผ้า น้ำหอม หรือเครื่องเพชรราคาแพง แต่มันคือ... ใบทะเบียนสมรสที่กำลังจะมาในไม่ช้าห้องนอนของโมเน่สวยงามหรูหราจนน่าอิจฉา ผ้าม่านกำมะหยี่สีครีมหนาทึบบดบังแสงแดดยามบ่าย แต่ความหรูหราเหล่านั้นกลับทำให้ฉันรู้สึกเหมือนติดอยู่ในกรงทองที่มีของเล่นราคาแพงกองอยู่เต็มไปหมด ทุกอย่างดูดียกเว้นความจริงที่ว่าร่างนี้กำลังจะถูกพระเอกฆ่าตาย!จะถอนหมั้นยังไงให้รอดตายและไม่น่าสงสัยเนี่ย โอ๊ย!ฉันเดินวนไปวนมาในห้องจนพื้นแทบจะสึก พยายามคิดหาทางออกที่ดูสมเหตุสมผลที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยง "ไค" ผู้เป็นธงแดงผืนใหญ่ของชีวิตในเนื้อเรื่องต้นฉบับ โมเน่คนเก่าหมั้นกับ ไค โดยอ้างผลประโยชน์ทางธุร
ตัวรถเริ่มชะลอความเร็ว บ่งบอกว่าถึงที่หมายแล้วฉันขยี้ตาเล็กน้อยหลังจากที่นอนมาตลอดทาง พร้อมกับมองภาพตรงหน้าบ้านหลังใหญ่ที่ออกแบบมาอย่างดีมันดูสวยงามไม่ใช่น้อยและก็ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะได้มีโอกาสมาอยู่ในบ้านหลังใหญ่แบบนี้แต่ขอแบบไม่ตายแล้งสิงร่างคนอื่นสิ เฮ้อเมื่อรถจอดเทียบกับบันไดก็มีคนมาเปิดประตูรถให้ ฉันขอบคุณก่อนจะลงจากรถ บ้านเงียบเหมือนไม่มีใครอยู่จนโรมต้องพูดออกมาว่าพ่อกับแม่จะกลับจากลอนดอนก็อีกสองสัปดาห์ ตอนนี้ที่นี่มีแค่แม่บ้านกับคนขับรถซึ่งทุกคนก็น่าจะทำงานของตัวเองอยู่“อยากจะสำรวจบ้านก่อนไหม ความทรงจำจะได้กลับมา”“ถึงฉันสำรวจไปความทรงจำก็ไม่กลับมาหรอกค่ะ” เพราะว่าฉันไม่ได้ความจำเสื่อมยังไงละคะ“ก็ดี อย่าไปจำ มันมีแต่เรื่องแย่ ๆ ของเธอก็เท่านั้น”“เอ้า”พูดแล้วก็จากไป อันนี้หลอกด่ากันทางอ้อมหรือเปล่า แต่พี่เขาก็พูดไม่ผิดนะวีรกรรมของโมเน่ไม่ใช่เรื่องที่น่าจะจดจำเพราะมันไม่มีเรื่องอะไรดี ๆ เลยมีดีแค่เรื่องเดียวคือเธอบริจาคเสื้อผ้าให้กับเด็กยากไร้ แค่ครั้งเดียวและครั้งสุดท้ายเลยที่เธอทำอะไรดี ๆ แบบนั้น“เฮ้อ”ฉันนอนแผ่กิ่งก้านอยู่บนที่นอนหลังจากที่โรมพาฉันมาส่งที่ห้อง







