LOGINฑิตาทำท่าจะเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น แต่ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
ก๊อกๆ หญิงสาวเดินไปส่องตาแมวที่ประตู เมื่อเห็นว่าเป็นหญิงสาวที่อยู่ห้องตรงข้ามจึงเปิดประตู พร้อมกับลิษาที่เอ่ยถามด้วยสีหน้าไม่เป็นมิตร “เธอเป็นคู่หมั้นของเรย์เดนสินะ” “ใช่ค่ะ คุณมีธุระอะไรกับคุณเรย์เดนหรือเปล่า” “ฉันไม่ได้มีธุระอะไรกับเรย์เดนหรอก เพราะปกติฉันกับเรย์เดนก็อยู่ด้วยกันทุกวันอยู่แล้ว” ลิษาพูดด้วยสีหน้าเยาะหยัน “…” ฑิตาที่ได้ยินหญิงสาวตรงหน้าพูดว่าได้อยู่กับคนตัวสูงทุกวัน จึงมีสีหน้าสงสัย ก่อนลิษาจะบอกความจริงออกไป “ฉันชื่อลิษา เป็นเลขาของเรย์เดน และเป็นผู้หญิงของเรย์เดนมาหลายปีแล้วด้วย” “คุณเป็นผู้หญิงของคุณเรย์เดน?” ฑิตาชะงักพลางทวนถามด้วยสีหน้าตกตะลึงกับสิ่งที่ได้ยิน “ใช่ ฉันรู้ใจเขาในทุกๆเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องบนเตียง ฉันรู้ใจเขาที่สุด เพราะฉันกับเรย์เดนนอนด้วยกันมาสี่ปีแล้ว” ลิษาเหยียดยิ้มร้ายพลางรู้สึกสะใจเมื่อได้บอกความจริงกับคนตรงหน้าว่าตัวเองได้เป็นคนครอบครองเรย์เดนมาก่อน “…” ฑิตาถึงกับนิ่งงันกับสิ่งที่เพิ่งได้รู้ พลางคิดว่าเธอมาอยู่ที่นี่กับเขาหนึ่งเดือน งั้นก็แสดงว่าหนึ่งเดือนที่เธอเป็นคู่หมั้นของเขา เขาก็คงยังมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับลิษามาตลอด “เธอคงไม่รู้สินะว่าตลอดหนึ่งเดือนที่เธอมาอยู่กับเรย์เดน แต่เรย์เดนก็ยังเข้ามาในห้องฉันบ่อยๆ ฉันคงไม่ต้องบอกเธอหรอกนะว่าเขาเข้าไปทำอะไรในห้องของฉัน” ยิ้มเยาะ “ที่คุณมาบอกฉัน คุณต้องการอะไร” ฑิตาถามออกไปตรงๆด้วยน้ำเสียงชัดเจน สีหน้าจริงจัง “เพราะฉันต้องการให้เธอรู้ไงว่า ถึงเขาจะหมั้นกับเธอแล้ว แต่เขาก็ยังมาหาฉันที่ห้อง และฉันกับคู่หมั้นของเธอก็ยังเอากันเกือบทุกวัน” ลิษายิ้มเหยียดพลางรู้สึกสะใจที่ได้พูดคำว่าเธอเอากับเรย์เดน ฑิตาใจกระตุกไปจังหวะหนึ่งเมื่ออีกคนพูดย้ำในประโยคหลัง ก่อนจะพูดออกไปด้วยน้ำเสียงและสีหน้าปกติ “แค่นี้ใช่ไหมที่คุณจะบอกฉัน” “ใช่” ว่าแล้วฑิตาก็ปิดประตูแล้วเดินกลับเข้ามาข้างใน ร่างสูงที่เดินออกมาจากห้องเมื่อเห็นว่าเธอเดินมาจากประตูจึงเอ่ยถาม “ไปไหนมา” “ไม่ได้ไปไหนค่ะ” “ฉันเห็นเธอปิดประตู” ใบหน้าเรียวใสหันมองชายหนุ่มแล้วพูดออกไป “มีคนมาหาค่ะ” “ใครมา” คิ้วเข้มขมวดพลางเอ่ยถาม “เขาบอกว่าชื่อลิษา เป็นคนที่นอนกับคุณมาสี่ปีแล้ว” “…” เขาชะงักพลางคิดว่าทำไมลิษาถึงต้องมาพูดแบบนั้นด้วย ฑิตาละสายตาจากใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติแล้วสาวเท้าเข้าไปนั่งในห้องนั่งเล่น ก่อนเรียวขายาวจะสาวเท้าออกไปจากห้องเพื่อจะไปหาลิษา “ทำไมเธอถึงต้องไปบอกฑิตาแบบนั้นด้วย” เมื่อเข้ามาในห้อง เรย์เดนก็เอ่ยถามลิษาด้วยความรู้สึกไม่พอใจมากๆ “ก็ฉันอยากให้เขารู้ความจริงไงว่าฉันกับนายเอากันมานานแค่ไหนแล้ว” เธอพูดอย่างลอยหน้าลอยตา ไม่สะทกสะท้านกับท่าทีของเขาที่เธอดูออกว่าเขาอารมณ์เสีย “ฉันเคยบอกเธอแล้วใช่ไหมว่าเรื่องที่เธอเป็นคู่นอนของฉันต้องเก็บไว้เป็นความลับ” เขาพูดด้วยอารมณ์เคืองขุ่นเพราะเธอขัดคำสั่ง “ฉันก็เก็บเป็นความลับมาหลายปีแล้ว ไม่เคยบอกใคร แค่ฉันบอกคู่หมั้นของนายคนเดียว คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง” “เธอคงจะหึงฉันใช่ไหมที่ทำแบบนี้” “ใช่ ฉันหึงนาย ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นายนอนกับฉันแค่คนเดียว แต่ตอนนี้นายต้องนอนเตียงเดียวกับคู่หมั้น” เธอพูดด้วยอารมณ์คุกรุ่นเมื่อคิดถึงภาพที่เขานอนเตียงเดียวกับคู่หมั้น นอนเตียงเดียวกันทุกคืนแบบนั้น เธอไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะไม่แตะต้องคู่หมั้นเลย “เธออย่าลืมสิว่าเธอเป็นได้แค่คู่นอนของฉัน เพราะฉะนั้นฉันจะนอนกับใคร เธอก็ไม่มีสิทธิ์มาก้าวก่าย” เสียงทุ้มเข้มพูดออกไปอย่างหนักแน่น แววตาดุดัน หมับ! เธอโผเข้ามากอดร่างแกร่งแล้วบอกความรู้สึกที่เธอมีต่อเขามาตลอดหลายปี “ฉันรักนายนะเรย์เดน” “ฉันเคยบอกเธอตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่เหรอว่าห้ามคิดเกินเลยกับฉัน เราตกลงเป็นแค่FWBกันนะ” น้ำเสียงของเขาอ่อนลงเมื่อเธอบอกรักเขา เขารู้มาตลอดว่าเธอรักเขา “ฉันอยากเป็นคนที่นายรัก นายรักฉันได้ไหมเรย์เดน ฉันรักนายมากนะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงเว้าวอน “…” เขาถอนหายใจยาว ไม่อยากพูดอะไรต่อ “ฉันอยากเป็นเมียของเรย์เดนนะ ให้ฉันได้เป็นเมียของนายได้ไหม” “ได้สิ” เธอรีบผละออกจากอกกว้างแล้วเงยมองใบหน้าหล่อเหลาด้วยสีหน้าดีใจเมื่อได้ยินอย่างนั้น ก่อนจะถามย้ำด้วยน้ำเสียงสั่นๆเพราะตื่นเต้น “ฉันเป็นเมียของเรย์เดนได้ใช่ไหม” “เป็นได้ ถ้าฉันรู้สึกรักเธอ แต่ติดตรงที่ว่าฉันไม่ได้รู้สึกรักเธอนี่แหละ ฉันถึงให้เธอเป็นอย่างที่เธอต้องการไม่ได้” เขาจ้องมองตาของเธอแล้วตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง ส่งยิ้มอ่อนๆ ลิษาที่ได้ยินอย่างนั้นพลันสีหน้าก็สลดลงพลางคิดในใจว่า ไม่ว่าจะทำดีกับเขามากเท่าไหร่ รักเขามากแค่ไหน ยอมพลีกายให้เขาจนนับครั้งไม่ถ้วน แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เขารักเธอเหมือนกับที่เธอรักเขาได้เลย เธอเป็นได้แค่ที่ระบายความใคร่ของเขาเท่านั้น “ฉันกลับห้องก่อนนะ” “อยู่กินข้าวกับฉันก่อนสิ” “ฉันรู้สึกว่ายังไม่ค่อยหิวเท่าไหร่” ว่าแล้วชายหนุ่มก็หันหลังแล้วเดินออกจากห้องและกลับเข้าไปในห้องของตัวเองบ้านอรรณพ เรย์เดนสาวเท้าเข้ามาในบ้านก็เห็นไปรยานั่งอยู่ในห้องรับแขกโดยอรรณพกับสิรินก็นั่งอยู่ด้วย ชายหนุ่มที่เห็นผู้ใหญ่สองคนนั่งอยู่จึงยกมือไหว้พร้อมทักทายด้วยท่าทีสุภาพ “สวัสดีครับคุณอา คุณน้า” “นั่งก่อนสิเรย์เดน” อรรณพเอ่ยด้วยรอยยิ้มเป็นกันเอง ร่างสูงทิ้งตัวนั่ง ก่อนไปรยาจะหันไปพูดกับเขาที่นั่งฝั่งตรงข้าม “ที่ไปรยาให้พี่เข้ามา เพราะไปรยาอยากพูดกับพี่เรื่องถอนหมั้นค่ะ” “…” ชายหนุ่มชะงักพลันรู้สึกโล่งอก พลางคิดว่าเรื่องธุระที่เธอจะคุยกับเขาก็คือเรื่องเดียวกันกับเรื่องที่เขาจะคุยกับเธอ “ไปรยาต้องขอโทษพี่ด้วยนะคะที่ทำให้พี่กับฑิตาต้องแยกจากกัน ทั้งที่พี่กับฑิตาก็อยู่ด้วยกันมาหลายเดือน” เธอพูดด้วยความรู้สึกผิด เพิ่งมาคิดได้ว่าตัวเองเอาแต่ใจแล้วไปทำลายความสุขของเขากับฑิตา แล้วสิรินที่นั่งข้างอรรณพก็เอ่ยกับเรย์เดนด้วยความรู้สึกผิดเช่นกัน “น้าก็ต้องขอโทษเรย์เดนด้วยนะที่ตามใจไปรยามากไป จนไม่ได้คิดหน้าคิดหลังให้ดีก่อน” “ครับ ไม่เป็นไร” เขาระบายยิ้มอ่อนแล้วพูดออกไปอย่างไม่ได้อะไรตามมารยาทเมื่อคิดว่าสองแม่ลูกคงรู้สึกผิดแล้วจริงๆ ก่อนอรรณพจะเอ่ยกับเรย์เดนด้วยท่าทีจริงจัง “อาขอถามอะไรเ
ด้านฑิตา เมื่อเธอเข็นรถมาถึงหน้าห้องพักของลูกค้า ก็เคาะประตูสามครั้งติดต่อกัน จากนั้นไม่ถึงสามวินาทีประตูบานหรูก็ถูกเปิดออกมา ก่อนเสียงหวานจะพูดออกไปด้วยท่าทีสุภาพ “เซอร์วิสรูมค่ะ” หมับ! “อ๊ะ!” เธออุทานด้วยความตกใจเมื่อถูกฝ่ามือใหญ่ของคนด้านในคว้าข้อมือแล้วดึงเธอเข้าไปในห้อง ร่างสูงลากรถเข็นที่มีขวดเบียร์วางอยู่เข้ามาในห้องแล้วปิดประตู ก่อนจะก้าวเข้ามายืนตรงหน้าเธอ “คุณเรย์เดน!” เธอเบิกตาโพลงด้วยความตกตะลึงเมื่อคนที่ดึงเธอเข้ามาคืออดีตคู่หมั้น “ฉันโทรหาเธอมาเป็นอาทิตย์แล้ว ทำไมถึงไม่รับโทรศัพท์” เขาถามด้วยสีหน้านิ่ง น้ำเสียงขุ่นเคืองอย่างไม่ได้จริงจัง “ฑิตาคิดว่าไม่มีเรื่องอะไรที่จะต้องคุยกับคุณ ฑิตาก็เลยไม่อยากรับค่ะ” “วันนี้ฉันจะลงโทษเธอที่ไม่ยอมรับโทรศัพท์ฉัน ด้วยการที่เธอจะต้องอยู่ในห้องนี้กับฉันทั้งวัน” เขาลากร่างบางมาที่เตียงแล้วจับเธอให้นั่งลง “คุณจะมาทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ ฑิตาเป็นพนักงานของที่นี่ จะให้มาอยู่กับลูกค้าได้ไง” “ฉันเป็นลูกค้าคนสำคัญของเธอนะ เพราะฉะนั้นเธอจะต้องอยู่ในห้องนี้จนกว่าฉันจะพอใจ” พูดจบ เรย์เดนก็ไม่รีรอที่จะผลักร่างบางนอนลงแล้วกอดและจูบเธอด้วยความค
วันต่อมา อรรณพตื่นตั้งแต่เช้าแล้วมาหาฑิตายังห้องพักที่เธออาศัยอยู่ตั้งแต่อายุสิบขวบ ก๊อกๆ แกร่ก “คุณพ่อมีอะไรหรือเปล่าคะ” เธอเปิดประตูแล้วเอ่ยถามคนเป็นพ่อด้วยความรู้สึกแปลกใจที่พ่อมาหาเธอตั้งแต่เช้า “พ่ออยากให้ลูกออกไปอยู่ที่อื่น เก็บเสื้อผ้าเถอะ” “…” ฑิตานิ่งขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ ก่อนอรรณพจะอธิบายให้คนเป็นลูกได้เข้าใจ “พ่อไม่อยากให้ลูกต้องอยู่ห้องคนใช้แบบนี้อีกแล้ว ออกไปอยู่ที่อื่นดีกว่า” “ได้ค่ะ” เธอรับคำอย่างไม่เรื่องมากและพอจะเข้าใจความต้องการของพ่อ “ถ้าเก็บเสื้อผ้าเสร็จก็ไปขึ้นรถหน้าบ้านนะ พ่อจะไปส่ง” “ค่ะคุณพ่อ” ว่าแล้วชายวัยกลางคนก็เดินกลับไปบ้าน จากนั้นฑิตาก็กลับเข้าห้องไปเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า เมื่ออรรณพเดินเข้ามาในบ้านก็เจอกับสิรินที่ยืนอยู่ สิรินที่เห็นสามีจึงเอ่ยถามขึ้นด้วยรอยยิ้มอ่อน น้ำเสียงไม่แข็งกระด้างเหมือนก่อนๆ “คุณไปไหนมาเหรอ” “ผมไปบอกให้ฑิตาเก็บเสื้อผ้า เพราะผมจะให้ฑิตาย้ายออกไปอยู่ที่อื่น” เขาพูดด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “คุณจะย้ายไปอยู่ที่อื่นด้วยเหรอ” สิรินเอ่ยถามด้วยความรู้สึกใจคอไม่ค่อยดี “ก็ไม่แน่นะ” เขาพูดด้วยสีหน้าไม่ได้แยแส “คุณอย่าไปอยู่ที่
ห้องคอนโดเรย์เดน เรย์เดนฉุดกระชากลากถูร่างเล็กของฑิตามาถึงห้องคอนโดของเขา เพราะเธอไม่ยอมลงจากรถดีๆ เขาจึงต้องใช้วิธีนี้ “คุณพาฑิตามาที่นี่ทำไม” เธอถามด้วยน้ำเสียงแข็ง ดวงตาคู่สวยจ้องมองคนตรงหน้าอย่างขุ่นเคืองเมื่อเขาใช้วิธีบีบบังคับพาเธอมาที่นี่ “แล้วเธอคิดว่าฉันพาเธอมาทำอะไรล่ะ” นัยน์ตาคู่คมฉายแววเจ้าเล่ห์ ฑิตาที่เห็นก็ต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคืองพลางดวงตากลมสวยฉายแววความหวั่นวิตก “เข้าห้องไปอาบน้ำกันดีกว่านะ” เขาเอ่ยพลางเลื่อนมือมาจับข้อมือเรียวบาง “ฑิตาจะกลับบ้าน” หญิงสาวขืนตัวเองไว้อย่างไม่ยอม แต่ร่างสูงก็ลากพาเธอเข้าไปในห้องนอนจนได้ เขาจัดการถอดเสื้อผ้าให้เธอ ร่างบางขัดขืนอย่างไม่ยอมแพ้ “อย่านะคุณ” แต่เรย์เดนก็ไม่หยุด เขายังคงจัดการกับเสื้อผ้าของเธออย่างทุลักทุเล เขารูดซิปที่ด้านหลังของเธอลงไปถึงเอว “คุณเรย์เดน หยุดนะ!” เธอห้ามเสียงแข็ง ก่อนที่เขาจะถอดชุดของเธอออกจนเหลือแต่ชุดชั้นใน “คุณมันบ้าไปแล้ว!” เธอว่าออกไปด้วยอารมณ์เคืองโกรธ ทว่าใบหน้าหล่อเหลากลับยิ้มอ่อนมองร่างกายสวยที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความพึงพอใจ พร้อมกับรั้งร่างนุ่มนิ่มที่เกือบเปลือยเปล่าเข้ามากอด “ฉันไ
หนึ่งเดือนผ่านไป เป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้วที่เรย์เดนกับฑิตาถอนหมั้นกัน ในช่วงหลายอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ เรย์เดนก็มาหาไปรยาที่บ้าน อยู่รับประทานอาหารเย็นกับไปรยาและพ่อกับแม่ของไปรยาบ่อยๆ หรือบางทีเรย์เดนก็พาไปรยาออกไปทานข้าวนอกบ้านบ้างตามประสาที่เขาต้องทำหน้าที่เป็นคู่หมั้นของเธอ ช่วงสองอาทิตย์ให้หลังมานี้ เรย์เดนไม่ได้ไปหาฑิตาที่ห้องและไม่ได้เจอเธอเลย เพราะเขาก็ไม่อยากทำให้เธอต้องเดือดร้อนถ้าเกิดใครไปเห็นว่าเขาไปหาฑิตาที่ห้อง ด้านฑิตา เมื่อถึงเวลาเลิกงาน ภัทรกับฑิตาก็พากันเดินออกมาจากโรงแรมหรู ก่อนชายหนุ่มจะเอ่ยขึ้น “ฉันอยากไปซื้อเสื้อผ้า ก็เลยอยากให้เธอไปช่วยเลือกหน่อย พอซื้อเสร็จ ฉันจะไปส่งเธอที่บ้านเอง” “เอางั้นก็ได้” เธอหันตอบชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มตามประสา “งั้นก็ไปขึ้นรถเถอะ” ว่าแล้ว ภัทรก็พาฑิตาไปขึ้นรถหรูของเขา จากนั้นจึงมุ่งหน้าไปยังห้างสรรพสินค้าชื่อดัง เมื่อภัทรได้เสื้อผ้าที่ถูกใจแล้วโดยฑิตาช่วยเลือกให้ จากนั้นเขาก็พาฑิตาไปรับประทานอาหารในร้านที่อยู่ในห้างสรรพสินค้า เสร็จแล้วชายหนุ่มก็ไปส่งเธอที่บ้าน บ้านอรรณพ เมื่อรถหรูของภัทรเข้ามาจอดยังหน้าบ้านหลังใหญ่ ฑิตาก็ลงจากรถก่อน
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา วันนี้เรย์เดนไม่เข้าบริษัทจึงมาหาไปรยาที่บ้านในช่วงเย็น เมื่อเขามาถึง ไปรยาที่เห็นคนตัวสูงจึงเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสและตื่นเต้นหลังจากที่เธอไม่ได้เจอเขามาหนึ่งอาทิตย์แล้ว “วันนี้พี่เรย์เดนมาพาไปรยาออกไปกินข้าวใช่ไหมคะ” “ใช่” เขาตอบด้วยสีหน้าปกติ ไม่ได้มีรอยยิ้ม “งั้นพี่นั่งรอก่อนนะคะ ไปรยาขอไปแต่งตัวก่อน” ว่าแล้วไปรยาก็สาวเท้าขึ้นชั้นบนไป ก่อนเรย์เดนจะเดินออกไปจากบ้านก็เจอกับฑิตาที่กลับมาจากทำงาน ฑิตาที่เห็นเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาก็ชะงัก ก่อนจะละสายตาจากร่างสูงแล้วสาวเท้าไปยังห้องพักของตัวเองที่อยู่หลังบ้าน โดยเรย์เดนก้าวเดินตามมาจนถึงห้องของเธอ ฑิตาที่เห็นจึงหันถาม “คุณตามฑิตามาทำไมคะ คุณมาหาพี่ไปรยาไม่ใช่เหรอ” “ไปรยาขึ้นไปแต่งตัว ฉันก็เลยมาหาเธอ” เขายิ้มอ่อนๆมองใบหน้าเรียวสวยที่เขาไม่ได้เจอมาเป็นอาทิตย์แล้ว “มาหาฑิตาทำไมคะ” “ก็อยากมาคุยกับเธอ” “แต่ฑิตาไม่มีเรื่องที่จะต้องคุยกับคุณค่ะ คุณไปอยู่ที่บ้านใหญ่เถอะ อย่ามาอยู่ที่ห้องคนใช้เลยค่ะ” พูดจบหญิงสาวก็ไขกุญแจเข้าไปในห้อง โดยมีร่างสูงก้าวตามเข้ามาในห้องอย่างถือวิสาสะ ฑิตาเปิดพัดลมแล้วหันมาพูดกับชาย
หนึ่งอาทิตย์ผ่านไปหลังจากที่เรย์เดนไปดูการก่อสร้างที่ต่างจังหวัดเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์ วันนี้ก็เป็นวันที่เขากับลิษาพากันเดินทางกลับมากรุงเทพฯฑิตากลับมาจากทำงานก็อาบน้ำแต่งตัว แล้วออกมานั่งในห้องนั่งเล่น พลางคิดว่านี่ก็ผ่านมาเป็นอาทิตย์แล้วที่คู่หมั้นของเธอไปทำงานที่ต่างจังหวัด “วันนี้เขาจะกลับมาไห
ร่างสูงกลับเข้ามาในห้องคอนโดของตัวเอง เมื่อเห็นร่างบางนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น จึงเดินเข้ามาหย่อนตัวนั่งข้างเธอด้วยความคุ้นเคย เพราะหนึ่งเดือนที่เธอนอนเตียงเดียวกับเขา มันทำให้เขารู้สึกคุ้นเคยกับเธอขึ้นมานิดหน่อยก่อนจะพูดอธิบายออกไป“ลิษากับฉันเคยเป็นเพื่อนกันตอนเรียนมอปลาย พอจบมอปลายฉันกับลิษาก็ไม่
ตอนเย็นเรย์เดนรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในเวลาเกือบห้าโมงเย็น สายตาคู่คมมองไปรอบๆห้องเพราะคิดว่าเธอที่เป็นคู่หมั้นคงจะอยู่ในห้องเมื่อไม่เห็นเธออยู่ในนี้ จึงขยับตัวลุกจากเตียง ร่างสูงหยิบผ้าเช็ดตัวแล้วเข้าห้องน้ำเมื่ออาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็ออกไปจากห้องนอนจึงเห็นหญิงสาวกำลังทำอาหารอยู่ในครัวเขาละสายตาจากร
เรย์เดน อายุ27ปี สูง 188 CMเรียนจบวิศวกรรมโยธาทายาทเจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้างตึกและคอนโดมิเนียม ซึ่งเป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงติดอันดับต้นๆของประเทศฑิตา อายุ22ปี สูง 163 CMทำงานโรงแรมตั้งแต่เรียนปี1 จนถึงปัจจุบัน ทำแผนกเซอร์วิสรูม......ตัวอย่าง“ฑิตาคืนแหวนหมั้นให้คุณค่ะ”ร่







